공유

บทที่ 6

작가: ทานตะวัน
เสิ่นโย่วหนิงเงียบไป เธอเบือนหน้าหนี เพราะต้องการเลี่ยงบทสนทนานี้

แต่ลู่ซือเฉินกลับดื้อดึงผิดปกติ

“โย่วหนิง ทำไมไม่พูดล่ะ? รีบตอบผมมาสิ ใช่ไหม?”

ทันใดนั้น เลขานุการก็เดินเข้ามาพร้อมกับเอกสารปึกหนึ่ง

“ท่านประธานลู่คะ เราตรวจสอบตัวตนและแรงจูงใจของคนร้ายเมื่อวานได้แล้วค่ะ ท่านลองดูนะคะ”

พอได้ยินแบบนั้น ลู่ซือเฉินก็ยืดตัวนั่งตรง แววตาฉายความอำมหิตพาดผ่านชั่ววูบ เขารับเอกสารมาอ่านอย่างละเอียดโดยไม่พูดไม่จา

ไม่รู้ว่าในเอกสารระบุอะไรไว้บ้าง จู่ๆ สีหน้าของลู่ซือเฉินก็เปลี่ยนไปทันที แม้แต่จังหวะหายใจก็ยังถี่กระชั้นขึ้น

น้ำเสียงของเขาสั่นเครือ

“เร็วเข้า รีบเรียกบอดี้การ์ดมารวมพลเดี๋ยวนี้!”

หลังจากสั่งการอย่างลนลาน เขาก็กระชากเข็มน้ำเกลือออกอีกครั้ง โดยไม่แม้แต่จะหันมามองเสิ่นโย่วหนิงที่อยู่ข้างกาย แล้วรีบพุ่งตัวออกจากโรงพยาบาลไปอย่างตื่นตระหนก

เสิ่นโย่วหนิงมองเอกสารที่ถูกลู่ซือเฉินทิ้งไว้บนพื้นด้วยความสงสัย ก่อนจะก้มลงเก็บมันขึ้นมา

เธอพลิกอ่านเนื้อหาในเอกสาร มือทั้งสองข้างเริ่มสั่นเทาโดยไม่รู้ตัว

ทันทีที่เธอเห็นชื่อพิเศษชื่อนั้นปรากฏอยู่ในเอกสาร ทุกอย่างก็กระจ่างชัดขึ้นมาทันที

มิน่าล่ะ เมื่อกี้ลู่ซือเฉินถึงได้ตื่นตระหนกขนาดนั้น

เป็นเพราะสวีม่านอีกแล้ว

เป้าหมายแรกเริ่มของคนร้ายรายนั้นไม่ใช่เธอ แต่เป็นสวีม่านต่างหาก!

สวีม่านมักจะใช้ตำแหน่งผู้ช่วยของลู่ซือเฉินในการติดต่อเจรจาภายนอก แต่เพราะความสามารถไม่ถึง จึงทำงานพังไปหลายโครงการ

และคนร้ายคนนี้ก็คือหนึ่งในผู้เสียหายจากโครงการที่ขาดทุนย่อยยับ

ดังนั้นตอนที่มันมาดักรออยู่หน้าตึกลู่ซื่อกรุ๊ป จึงทึกทักเอาเองว่าเสิ่นโย่วหนิงที่ยืนอยู่ข้างกายลู่ซือเฉินคือสวีม่าน

และสาเหตุที่ลู่ซือเฉินตื่นตกใจขนาดนั้น ก็เพราะกลัวว่าพอคนร้ายรู้ตัวว่าฆ่าผิดคน จะวกกลับไปแก้แค้นสวีม่านอีกครั้ง

แล้วตัวเธอล่ะ? ลู่ซือเฉินไม่กลัวว่าคนร้ายจะหวนกลับมาทำร้ายเธอซ้ำอีกหรือไง?

หรือบางทีอาจเป็นเพราะ… เขาไม่ได้ใส่ใจเธอเลยแม้แต่น้อย

ตลอดหนึ่งสัปดาห์เต็มต่อจากนั้น ลู่ซือเฉินไม่ได้กลับบ้านเลย

เสิ่นโย่วหนิงพบว่าเขาถึงกับเกณฑ์บอดี้การ์ดทั้งหมด แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหน้าบริษัท ส่งไปคอยคุ้มกันสวีม่านจนหมด

ในขณะเดียวกัน ลู่ซือเฉินยังทุ่มเงินมหาศาลจ้างนักสืบเอกชนเพื่อตามล่าหาตัวคนร้าย

เสิ่นโย่วหนิงนึกไม่ถึงเลยว่า ลู่ซือเฉินผู้เยือกเย็นและสุขุมเสมอมา จะยอมทำเพื่อความปลอดภัยของคนคนหนึ่งได้ถึงขนาดนี้

การแสดงความรักความลำเอียงอย่างออกนอกหน้านี้ ทำให้ผู้ที่รู้ตื้นลึกหนาบางหลายคน ต่างพากันส่งสายตาอยากรู้อยากเห็นมายังเสิ่นโย่วหนิงผู้เป็นคู่หมั้นตัวจริง

ผ่านไปอีกหนึ่งสัปดาห์ เสิ่นโย่วหนิงก็ได้เห็นข่าวการจับกุมตัวคนร้ายลงในหน้าหนังสือพิมพ์

คืนนั้นเอง ลู่ซือเฉินถึงได้ลากสังขารอันเหนื่อยล้ากลับมาที่บ้าน

เขาสวมกอดเอวของเสิ่นโย่วหนิงจากทางด้านหลัง

“โย่วหนิง อยู่นิ่งๆ นะ ขอผมกอดหน่อย”

เสิ่นโย่วหนิงได้กลิ่นน้ำหอมผู้หญิงลอยมาจากตัวเขา ความรู้สึกคลื่นไส้ตีตื้นขึ้นมาในอก

เธอเอ่ยถามเสียงแหบแห้ง

“ลู่ซือเฉิน คุณยังรักฉันอยู่ไหม?”

ลู่ซือเฉินชะงักไป ความรู้สึกหวาดหวั่นสายหนึ่งแล่นเข้ามาในใจโดยไม่มีสาเหตุ

เขาซบหน้าลงคลอเคลียที่ซอกคอของเธอ กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น

“อย่าคิดฟุ้งซ่านสิ ถ้าไม่รักคุณแล้วผมจะแต่งงานกับคุณทำไม?”

“โย่วหนิง อีกไม่ถึงสิบวัน ผมก็จะได้ประกาศให้คนทั่วโลกรับรู้แล้วว่าคุณเป็นผู้หญิงของผม”

เนื่องจากใกล้วันแต่งงานเข้ามาทุกที ลู่ซือเฉินจึงเริ่มวางมือจากงานที่ทำอยู่

ทุกๆ วันนอกจากจะไปคอยคุมการจัดสถานที่งานแต่งแล้ว เขาก็คอยอยู่เคียงข้างเสิ่นโย่วหนิงแทบไม่ห่างกาย

คืนวันหนึ่ง ขณะที่ลู่ซือเฉินเข้าไปอาบน้ำ และวางโทรศัพท์ทิ้งไว้บนโต๊ะหัวเตียง

เสิ่นโย่วหนิงกำลังรื้อค้นหาพาสปอร์ตของตัวเองอยู่ เงยหน้าขึ้นมาก็เห็นหน้าจอโทรศัพท์ของลู่ซือเฉินสว่างวาบ เธอเหลือบไปเห็นข้อความที่ปรากฏอยู่โดยบังเอิญ

เป็นสวีม่านที่ส่งมา

[ซือเฉิน ตอนนี้ฉันยืนรออยู่ที่หน้าบ้านคุณ วันนี้ฉันต้องเจอคุณให้ได้ ต่อให้ฟ้าถล่มดินทลายฉันก็จะรอ]

คิ้วของเสิ่นโย่วหนิงขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

เธอปลดล็อกโทรศัพท์ของลู่ซือเฉิน ลองเลื่อนดูข้อความก่อนหน้า ก็พบว่าช่วงนี้ลู่ซือเฉินแทบไม่ได้ตอบข้อความของสวีม่านเลย

สองวันมานี้ลู่ซือเฉินเอาแต่ขลุกอยู่กับเธอตลอด ดูท่าทางสวีม่านคงจะเริ่มร้อนรนจนทนไม่ไหวแล้ว

เธอกดวางโทรศัพท์ลง แล้วตั้งค่าข้อความนั้นให้กลับไปเป็นสถานะยังไม่ได้อ่าน

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 28

    ในที่สุดเสิ่นโย่วหนิงก็ห้ามใจไม่ไหว หยิบสมุดบันทึกเล่มนั้นขึ้นมาเธอเปิดอ่านผ่านๆ ไปสองหน้า ก็เริ่มรู้สึกถึงความไม่ธรรมดาเธอเริ่มพลิกหน้ากระดาษย้อนกลับไปอ่านตั้งแต่ต้นอย่างหยุดไม่ได้จนกระทั่งเปิดย้อนไปถึงหน้าแรก หัวใจของเสิ่นโย่วหนิงก็เต้นรัวราวกับกลองศึกเธอคิดไม่ถึงเลยว่า ในใจของเซี่ยหนานซิง เขาเต็มใจที่จะแต่งงานกับเธอมาตั้งแต่ต้นตั้งแต่อายุสิบห้า ปีที่เขาเพิ่งเริ่มเข้าใจความหมายของคำว่ารัก สมุดบันทึกของเขาก็เต็มไปด้วยชื่อของเธอทุกเช้าเขาจะมายืนรอเธอไปโรงเรียนที่หน้าประตูบ้าน ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์เขาจะสรรหาข้ออ้างสารพัดเพื่อมาหาเธอนับครั้งไม่ถ้วนที่เขาเกือบจะเก็บซ่อนความรู้สึกที่อัดอั้นตันใจไว้ไม่ไหวแต่เขากลัว กลัวว่าจะถูกปฏิเสธ กลัวว่าสุดท้ายจะมองหน้ากันไม่ติดแม้แต่ในฐานะเพื่อนเขาจึงเลือกที่จะถอยออกมาหนึ่งก้าว เพื่อรักษาสถานะเพื่อนสนิทที่สุดนี้เอาไว้จนกระทั่งวันหนึ่ง เธอมีแฟน เขาจึงหนีไปเมืองนอกและเมื่อเธอเจ็บช้ำจากความรัก เขาก็เป็นฝ่ายบากหน้าไปหาพ่อแม่เธอ เพื่อขอข้ออ้างที่ฟังดูสมเหตุสมผลในการไปรอรับเธอที่สนามบินในวันที่อยู่บนภูเขาหิมะ เซี่ยหนานซิงอธิษฐานต่อหน้า

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 27

    เนื่องจากเรื่องนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนในโลกออนไลน์อย่างมหาศาล พฤติกรรมการสร้างเรื่องเท็จของสวีม่านจึงกำลังจะถูกตั้งข้อหาและสอบสวนเธอจนตรอกไร้ทางหนี จึงทำได้เพียงบากหน้าไปหาลู่ซือเฉินอีกครั้งเธอคิดเข้าข้างตัวเองว่า ลู่ซือเฉินไม่มีทางที่จะไม่มีเยื่อใยให้เธอเลยแม้แต่นิดเดียวขอแค่เธอเอาความตายมาขู่ ลู่ซือเฉินจะต้องไม่ยอมเห็นเธอตายแน่ๆแต่ทว่าครั้งนี้ ลู่ซือเฉินกลับไม่เปิดโอกาสให้เธอได้พบหน้าเขาเลยแม้แต่เสี้ยววินาทีสวีม่านสติแตกโดยสมบูรณ์ทั้งที่เมื่อก่อนเธอเคยเป็นที่หนึ่งในใจของลู่ซือเฉินมาตลอด แต่ทำไมตอนนี้ทุกอย่างถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้สุดท้าย เธอก็โยนความผิดทั้งหมดไปที่เสิ่นโย่วหนิงเธอคิดว่า ขอแค่โลกนี้ไม่มีคนชื่อเสิ่นโย่วหนิง ลู่ซือเฉินก็จะกลับมารักเธอที่สุดเหมือนเดิมดังนั้นในเย็นวันหนึ่ง สวีม่านจึงขับรถมุ่งหน้ามายังตึกสำนักงานของเสิ่นซื่อกรุ๊ปดูท่าทางสวีม่านคงจะเสียสติไปแล้วจริงๆเธอจอดรถดักรออยู่แถวนั้นนานสองนาน เตรียมการไว้ว่าทันทีที่เสิ่นโย่วหนิงโผล่หัวออกมา เธอจะพุ่งชนให้ตายคาที่พลบค่ำ ในที่สุดเธอก็เห็นเสิ่นโย่วหนิงทันทีที่เห็นเสิ่นโย่วหนิง ดวงตาของเธอก็แดงก่ำ

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 26

    เสิ่นโย่วหนิงวางสายโทรศัพท์ด้วยความรู้สึกหนักอึ้งนี่เป็นคู่ค้ารายที่แปดแล้วที่ติดต่อมาขอยกเลิกสัญญาขืนเป็นแบบนี้ต่อไป เสิ่นซื่อกรุ๊ปต้องเจอกับความเสียหายที่ประเมินค่าไม่ได้แน่เธอจะมัวแต่นั่งร้อนใจอยู่ที่นี่ไม่ได้ เธอรีบคว้ากุญแจรถ บึ่งไปที่บริษัทคู่ค้าทันทีที่ชั้นล่างของตึกสำนักงาน เธอต้องเปลืองน้ำลายเจรจาอยู่นานกว่าพนักงานต้อนรับจะยอมพาเธอขึ้นไปพอเดินไปถึงหน้าประตู เธอก็ได้ยินเสียงที่คุ้นหูแว่วมาพอมองเข้าไป ก็เห็นเซี่ยหนานซิงยอมลดศักดิ์ศรี ถือปึกเอกสารหนาเตอะกำลังพยายามอธิบายอะไรบางอย่างกับคู่ค้าอยู่“ประธานจางครับ จากสถิติข้อมูลเชิงลึก เสิ่นซื่อกรุ๊ปมีศักยภาพในการเติบโตในเมืองไห่เฉิงสูงมาก หวังว่าท่านจะยอมให้โอกาสเสิ่นซื่ออีกสักครั้งนะครับ”“แล้วท่านวางใจได้เลย เสิ่นซื่อไม่มีทางล้มง่ายๆ แน่นอน ตระกูลเซี่ยกับตระกูลเสิ่นดองกันแล้ว ผมจะทุ่มสุดตัวเพื่อช่วยพยุงพวกเขาให้ผ่านวิกฤตนี้ไปให้ได้ครับ”ประธานจางไม่พูดอะไรสักคำ ได้แต่ยิ้มแห้งๆ ตอบรับเห็นภาพนี้แล้ว เสิ่นโย่วหนิงรู้สึกเหมือนโดนหมัดชกเข้าที่หน้าจังๆ จมูกเริ่มแสบร้อนขึ้นมาเธอมีดีอะไรนักหนา ถึงทำให้คุณชายใหญ่ตระกูลเซ

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 25

    มองดูเสิ่นโย่วหนิงกินข้าวคำสุดท้ายในปิ่นโตจนหมดเกลี้ยง เขาถึงพูดขึ้นว่า“เมื่อวานคุณย่าโทรหาฉัน บอกว่าอยากกินขนมเปี๊ยะร้านทางตะวันตกของเมือง เดี๋ยวพอเธอเลิกงาน เราแวะซื้อไปฝากท่านกันนะ?”“เอาสิ”เสิ่นโย่วหนิงพยักหน้า แล้วถือโอกาสแซวเขาเล่น“ฉันไปเยี่ยมคุณย่าทุกวันแท้ๆ แต่พอท่านอยากกินอะไร คนแรกที่ท่านนึกถึงดันเป็นนายซะงั้น น่าน้อยใจจัง”“แหงอยู่แล้ว ตอนนี้ฉันเป็นหลานเขยสุดที่รักของคุณย่า เธออิจฉาไปก็เท่านั้นแหละ”เซี่ยหนานซิงตอบกลับอย่างไม่ถ่อมตัวเลยสักนิดแต่พอพูดจบ คนที่รู้สึกตัวทีหลังแล้วหน้าแดงก่อนเพื่อน ก็คือตัวเขาเองนั่นแหละพอไปถึงโรงพยาบาล ดูเหมือนว่าวันนี้คุณย่าเสิ่นจะสดชื่นกระปรี้กระเปร่ากว่าช่วงก่อนเยอะเลยอาจเป็นเพราะการที่เสิ่นโย่วหนิงได้เป็นฝั่งเป็นฝาในที่สุด คือยาใจขนานเอกที่ช่วยปลอบประโลมท่านได้อย่างแท้จริงท่านมองดูคู่ข้าวใหม่ปลามันตรงหน้า รอยยิ้มบนใบหน้าหุบไม่ลงเลยทีเดียวเซี่ยหนานซิงเริ่มชวนคุณย่าคุยสัพเพเหระเขาคอยหยอดมุกตลกเป็นระยะ เรียกเสียงหัวเราะชอบใจจากคนแก่ได้ไม่หยุดหย่อนเสิ่นโย่วหนิงนั่งปอกผลไม้อยู่ข้างๆ มุมปากยกยิ้มขึ้นโดยไม่รู้ตัวเธอต้องยอมร

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 24

    เซี่ยหนานซิงเห็นลู่ซือเฉินก็ชะงักไปนิดหนึ่งเขาส่งปิ่นโตให้เสิ่นโย่วหนิง แล้วค่อยหันมาถามอีกฝ่ายเสียงเรียบ“นายมาทำอะไรที่นี่?”ลู่ซือเฉินตอบกลับด้วยน้ำเสียงแย่พอๆ กัน“ผมมาหาคู่หมั้นผม ไม่เกี่ยวกับคุณ”เซี่ยหนานซิงหัวเราะหึ“ถ้านายยืนยันจะพูดแบบนี้ งั้นก็เกี่ยวกับฉันเต็มๆ เลยล่ะ”พูดจบ เขาก็ค่อยๆ หยิบทะเบียนสมรสออกมาจากกระเป๋า แล้วยื่นไปตรงหน้าลู่ซือเฉิน“แหกตาดูซะ”“คู่หมั้นที่นายเรียกเต็มปากเต็มคำ ตอนนี้เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของฉันแล้วนะ”ลู่ซือเฉินกลอกตามองบน นึกว่าหมอนี่เอาของเล่นอะไรมาหลอกเขาอีกเขาคว้าทะเบียนสมรสมาด้วยความรำคาญ กำลังจะอ้าปากเยาะเย้ย แต่สายตาก็เหลือบไปเห็นรูปถ่ายคู่และตราประทับสีแดงสดบนนั้นเสียก่อน“นี่… นี่มันเป็นไปได้ยังไง?”เขาเบิกตากว้าง หายใจติดขัดขึ้นมาทันทีหลังจากเพ่งดูด้วยความไม่อยากเชื่อสายตาอยู่หลายรอบ เขาก็ต้องยอมรับว่า... ทะเบียนสมรสนี้เป็นของจริงมือทั้งสองข้างของลู่ซือเฉินเริ่มสั่นเทา“ทำไมถึงเป็นแบบนี้?”ตั้งแต่คบกับเสิ่นโย่วหนิง เขาตั้งใจทำงานหนักทุกวัน เพื่อที่จะได้เติบโตและมีคุณสมบัติคู่ควรพอที่จะขอเธอแต่งงานกว่าเขาจะไต

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 23

    วันนี้เป็นวันที่เสิ่นโย่วหนิงกับเซี่ยหนานซิงนัดกันไปจดทะเบียนสมรสที่สำนักงานเขตถึงจะรู้ว่าเป็นแค่แผนแก้ขัด แต่เธอก็ยังตื่นเต้นจนนอนไม่หลับเกือบทั้งคืนเธอตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวแต่เช้าตรู่ เลือกเสื้อผ้าที่ดูสุภาพเหมาะสม แล้วขับรถไปรับเซี่ยหนานซิงเซี่ยหนานซิงเห็นขอบตาดำคล้ำเป็นหมีแพนด้าของเธอ ก็แอบขำอยู่พักใหญ่ แต่พอเขาเงยหน้าขึ้นมา ก็ถูกเสิ่นโย่วหนิงจับได้ว่าตัวเองก็มีขอบตาดำคล้ำสองวงเหมือนกันเพราะรอยคล้ำใต้ตาที่บังเอิญเหมือนกันนี้ ทำให้บรรยากาศระหว่างทางไปจดทะเบียนผ่อนคลายลงไปมากทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่นมองดูเจ้าหน้าที่ประทับตราสีแดงลงบนเอกสาร ในใจของเสิ่นโย่วหนิงเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างเธอกับเซี่ยหนานซิง… ถูกผูกมัดเข้าด้วยกันแบบนี้แล้วถึงแม้มันจะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ก็ตามหลังจากเดินออกมาจากสำนักงานเขต เสิ่นโย่วหนิงก็เอ่ยปากชวนก่อนว่า“ได้ยินว่าคุณลุงคุณป้าไปเที่ยวกันหมด ตอนนี้ที่บ้านนายก็ไม่มีใคร งั้นนายย้ายมาอยู่กับฉันไหม”เหมือนกลัวว่าเขาจะปฏิเสธ เธอรีบพูดเสริมทันทีว่า“นายไม่ต้องห่วงนะ บ้านฉันมีห้องว่างเยอะแยะให้นายเลือก เหมือนตอนที่เราอยู่เมืองนอกไ

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 12

    พอลู่ซือเฉินรีบร้อนกลับมาถึงบ้าน ก็พบว่าภายในวิลล่าช่างดูว่างเปล่าเหลือเกินทั้งที่มองดูผิวเผินเหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนไป แต่เขากลับรู้สึกว่าทุกอย่างมันไม่เหมือนเดิม ในที่สุด เขาก็เข้าใจที่มาของความรู้สึกแปลกประหลาดนี้รูปคู่ของเขากับเสิ่นโย่วหนิง ของขวัญที่เคยให้กันและกัน งานฝีมือที่เคยช่วยกันทำ

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 14

    ทว่า เสิ่นโย่วหนิงกลับคาดไม่ถึงว่าสถานที่พักที่เซี่ยหนานซิงพูดถึง จะกลายเป็นบ้านของเขาเองเธอหลงนึกว่าเซี่ยหนานซิงจะไปส่งเธอที่โรงแรมสักแห่ง แล้วค่อยกลับมาเจอกันพรุ่งนี้เช้า เพื่อกินข้าวรำลึกความหลังกันอย่างน้อยๆ ตอนที่อยู่ระหว่างทาง เธอก็คิดวางแผนไว้แบบนั้นแต่ตอนนี้มายืนอยู่กลางห้องรับแขกบ้านเ

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 17

    เมลเบิร์น ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งเซี่ยหนานซิงรู้สึกเหมือนตัวเองฝันไปยาวนานเหลือเกินนอกความฝันนั้นมีเสียงหนึ่งคอยเรียกหาเขาอยู่ตลอด พร่ำขอร้องให้เขาตื่นขึ้นมาน้ำเสียงนั้นช่างดูเศร้าสร้อยและเว้าวอน จนทำให้เขาอยากรู้เหลือเกินว่าเจ้าของเสียงนั้นเป็นใครเขาจึงลืมตาขึ้นและได้เห็นเสิ่นโย่วหนิง“หนาน

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 15

    ในเมืองที่อยู่ใกล้ๆ พวกเขา มีภูเขาหิมะขนาดใหญ่อยู่แห่งหนึ่งทั้งสองคนใจตรงกัน รีบเก็บสัมภาระง่ายๆ แล้วออกเดินทางทันทีตลอดการเดินทาง เซี่ยหนานซิงดูตื่นเต้นดีใจมากเสิ่นโย่วหนิงยิ้มถาม “ฉันจำได้ว่าตอนเด็กๆ นายเคยบอกว่าสักวันต้องไปปีนเขาหิมะให้ได้ แต่ตามหลักแล้วภูเขาลูกนี้ก็อยู่ไม่ไกลจากนายเลย ทำไม

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status