Share

บทที่ 6

Author: ทานตะวัน
เสิ่นโย่วหนิงเงียบไป เธอเบือนหน้าหนี เพราะต้องการเลี่ยงบทสนทนานี้

แต่ลู่ซือเฉินกลับดื้อดึงผิดปกติ

“โย่วหนิง ทำไมไม่พูดล่ะ? รีบตอบผมมาสิ ใช่ไหม?”

ทันใดนั้น เลขานุการก็เดินเข้ามาพร้อมกับเอกสารปึกหนึ่ง

“ท่านประธานลู่คะ เราตรวจสอบตัวตนและแรงจูงใจของคนร้ายเมื่อวานได้แล้วค่ะ ท่านลองดูนะคะ”

พอได้ยินแบบนั้น ลู่ซือเฉินก็ยืดตัวนั่งตรง แววตาฉายความอำมหิตพาดผ่านชั่ววูบ เขารับเอกสารมาอ่านอย่างละเอียดโดยไม่พูดไม่จา

ไม่รู้ว่าในเอกสารระบุอะไรไว้บ้าง จู่ๆ สีหน้าของลู่ซือเฉินก็เปลี่ยนไปทันที แม้แต่จังหวะหายใจก็ยังถี่กระชั้นขึ้น

น้ำเสียงของเขาสั่นเครือ

“เร็วเข้า รีบเรียกบอดี้การ์ดมารวมพลเดี๋ยวนี้!”

หลังจากสั่งการอย่างลนลาน เขาก็กระชากเข็มน้ำเกลือออกอีกครั้ง โดยไม่แม้แต่จะหันมามองเสิ่นโย่วหนิงที่อยู่ข้างกาย แล้วรีบพุ่งตัวออกจากโรงพยาบาลไปอย่างตื่นตระหนก

เสิ่นโย่วหนิงมองเอกสารที่ถูกลู่ซือเฉินทิ้งไว้บนพื้นด้วยความสงสัย ก่อนจะก้มลงเก็บมันขึ้นมา

เธอพลิกอ่านเนื้อหาในเอกสาร มือทั้งสองข้างเริ่มสั่นเทาโดยไม่รู้ตัว

ทันทีที่เธอเห็นชื่อพิเศษชื่อนั้นปรากฏอยู่ในเอกสาร ทุกอย่างก็กระจ่างชัดขึ้นมาทันที

มิน่าล่ะ เมื่อกี้ลู่ซือเฉินถึงได้ตื่นตระหนกขนาดนั้น

เป็นเพราะสวีม่านอีกแล้ว

เป้าหมายแรกเริ่มของคนร้ายรายนั้นไม่ใช่เธอ แต่เป็นสวีม่านต่างหาก!

สวีม่านมักจะใช้ตำแหน่งผู้ช่วยของลู่ซือเฉินในการติดต่อเจรจาภายนอก แต่เพราะความสามารถไม่ถึง จึงทำงานพังไปหลายโครงการ

และคนร้ายคนนี้ก็คือหนึ่งในผู้เสียหายจากโครงการที่ขาดทุนย่อยยับ

ดังนั้นตอนที่มันมาดักรออยู่หน้าตึกลู่ซื่อกรุ๊ป จึงทึกทักเอาเองว่าเสิ่นโย่วหนิงที่ยืนอยู่ข้างกายลู่ซือเฉินคือสวีม่าน

และสาเหตุที่ลู่ซือเฉินตื่นตกใจขนาดนั้น ก็เพราะกลัวว่าพอคนร้ายรู้ตัวว่าฆ่าผิดคน จะวกกลับไปแก้แค้นสวีม่านอีกครั้ง

แล้วตัวเธอล่ะ? ลู่ซือเฉินไม่กลัวว่าคนร้ายจะหวนกลับมาทำร้ายเธอซ้ำอีกหรือไง?

หรือบางทีอาจเป็นเพราะ… เขาไม่ได้ใส่ใจเธอเลยแม้แต่น้อย

ตลอดหนึ่งสัปดาห์เต็มต่อจากนั้น ลู่ซือเฉินไม่ได้กลับบ้านเลย

เสิ่นโย่วหนิงพบว่าเขาถึงกับเกณฑ์บอดี้การ์ดทั้งหมด แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหน้าบริษัท ส่งไปคอยคุ้มกันสวีม่านจนหมด

ในขณะเดียวกัน ลู่ซือเฉินยังทุ่มเงินมหาศาลจ้างนักสืบเอกชนเพื่อตามล่าหาตัวคนร้าย

เสิ่นโย่วหนิงนึกไม่ถึงเลยว่า ลู่ซือเฉินผู้เยือกเย็นและสุขุมเสมอมา จะยอมทำเพื่อความปลอดภัยของคนคนหนึ่งได้ถึงขนาดนี้

การแสดงความรักความลำเอียงอย่างออกนอกหน้านี้ ทำให้ผู้ที่รู้ตื้นลึกหนาบางหลายคน ต่างพากันส่งสายตาอยากรู้อยากเห็นมายังเสิ่นโย่วหนิงผู้เป็นคู่หมั้นตัวจริง

ผ่านไปอีกหนึ่งสัปดาห์ เสิ่นโย่วหนิงก็ได้เห็นข่าวการจับกุมตัวคนร้ายลงในหน้าหนังสือพิมพ์

คืนนั้นเอง ลู่ซือเฉินถึงได้ลากสังขารอันเหนื่อยล้ากลับมาที่บ้าน

เขาสวมกอดเอวของเสิ่นโย่วหนิงจากทางด้านหลัง

“โย่วหนิง อยู่นิ่งๆ นะ ขอผมกอดหน่อย”

เสิ่นโย่วหนิงได้กลิ่นน้ำหอมผู้หญิงลอยมาจากตัวเขา ความรู้สึกคลื่นไส้ตีตื้นขึ้นมาในอก

เธอเอ่ยถามเสียงแหบแห้ง

“ลู่ซือเฉิน คุณยังรักฉันอยู่ไหม?”

ลู่ซือเฉินชะงักไป ความรู้สึกหวาดหวั่นสายหนึ่งแล่นเข้ามาในใจโดยไม่มีสาเหตุ

เขาซบหน้าลงคลอเคลียที่ซอกคอของเธอ กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น

“อย่าคิดฟุ้งซ่านสิ ถ้าไม่รักคุณแล้วผมจะแต่งงานกับคุณทำไม?”

“โย่วหนิง อีกไม่ถึงสิบวัน ผมก็จะได้ประกาศให้คนทั่วโลกรับรู้แล้วว่าคุณเป็นผู้หญิงของผม”

เนื่องจากใกล้วันแต่งงานเข้ามาทุกที ลู่ซือเฉินจึงเริ่มวางมือจากงานที่ทำอยู่

ทุกๆ วันนอกจากจะไปคอยคุมการจัดสถานที่งานแต่งแล้ว เขาก็คอยอยู่เคียงข้างเสิ่นโย่วหนิงแทบไม่ห่างกาย

คืนวันหนึ่ง ขณะที่ลู่ซือเฉินเข้าไปอาบน้ำ และวางโทรศัพท์ทิ้งไว้บนโต๊ะหัวเตียง

เสิ่นโย่วหนิงกำลังรื้อค้นหาพาสปอร์ตของตัวเองอยู่ เงยหน้าขึ้นมาก็เห็นหน้าจอโทรศัพท์ของลู่ซือเฉินสว่างวาบ เธอเหลือบไปเห็นข้อความที่ปรากฏอยู่โดยบังเอิญ

เป็นสวีม่านที่ส่งมา

[ซือเฉิน ตอนนี้ฉันยืนรออยู่ที่หน้าบ้านคุณ วันนี้ฉันต้องเจอคุณให้ได้ ต่อให้ฟ้าถล่มดินทลายฉันก็จะรอ]

คิ้วของเสิ่นโย่วหนิงขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

เธอปลดล็อกโทรศัพท์ของลู่ซือเฉิน ลองเลื่อนดูข้อความก่อนหน้า ก็พบว่าช่วงนี้ลู่ซือเฉินแทบไม่ได้ตอบข้อความของสวีม่านเลย

สองวันมานี้ลู่ซือเฉินเอาแต่ขลุกอยู่กับเธอตลอด ดูท่าทางสวีม่านคงจะเริ่มร้อนรนจนทนไม่ไหวแล้ว

เธอกดวางโทรศัพท์ลง แล้วตั้งค่าข้อความนั้นให้กลับไปเป็นสถานะยังไม่ได้อ่าน
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 28

    ในที่สุดเสิ่นโย่วหนิงก็ห้ามใจไม่ไหว หยิบสมุดบันทึกเล่มนั้นขึ้นมาเธอเปิดอ่านผ่านๆ ไปสองหน้า ก็เริ่มรู้สึกถึงความไม่ธรรมดาเธอเริ่มพลิกหน้ากระดาษย้อนกลับไปอ่านตั้งแต่ต้นอย่างหยุดไม่ได้จนกระทั่งเปิดย้อนไปถึงหน้าแรก หัวใจของเสิ่นโย่วหนิงก็เต้นรัวราวกับกลองศึกเธอคิดไม่ถึงเลยว่า ในใจของเซี่ยหนานซิง เขาเต็มใจที่จะแต่งงานกับเธอมาตั้งแต่ต้นตั้งแต่อายุสิบห้า ปีที่เขาเพิ่งเริ่มเข้าใจความหมายของคำว่ารัก สมุดบันทึกของเขาก็เต็มไปด้วยชื่อของเธอทุกเช้าเขาจะมายืนรอเธอไปโรงเรียนที่หน้าประตูบ้าน ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์เขาจะสรรหาข้ออ้างสารพัดเพื่อมาหาเธอนับครั้งไม่ถ้วนที่เขาเกือบจะเก็บซ่อนความรู้สึกที่อัดอั้นตันใจไว้ไม่ไหวแต่เขากลัว กลัวว่าจะถูกปฏิเสธ กลัวว่าสุดท้ายจะมองหน้ากันไม่ติดแม้แต่ในฐานะเพื่อนเขาจึงเลือกที่จะถอยออกมาหนึ่งก้าว เพื่อรักษาสถานะเพื่อนสนิทที่สุดนี้เอาไว้จนกระทั่งวันหนึ่ง เธอมีแฟน เขาจึงหนีไปเมืองนอกและเมื่อเธอเจ็บช้ำจากความรัก เขาก็เป็นฝ่ายบากหน้าไปหาพ่อแม่เธอ เพื่อขอข้ออ้างที่ฟังดูสมเหตุสมผลในการไปรอรับเธอที่สนามบินในวันที่อยู่บนภูเขาหิมะ เซี่ยหนานซิงอธิษฐานต่อหน้า

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 27

    เนื่องจากเรื่องนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนในโลกออนไลน์อย่างมหาศาล พฤติกรรมการสร้างเรื่องเท็จของสวีม่านจึงกำลังจะถูกตั้งข้อหาและสอบสวนเธอจนตรอกไร้ทางหนี จึงทำได้เพียงบากหน้าไปหาลู่ซือเฉินอีกครั้งเธอคิดเข้าข้างตัวเองว่า ลู่ซือเฉินไม่มีทางที่จะไม่มีเยื่อใยให้เธอเลยแม้แต่นิดเดียวขอแค่เธอเอาความตายมาขู่ ลู่ซือเฉินจะต้องไม่ยอมเห็นเธอตายแน่ๆแต่ทว่าครั้งนี้ ลู่ซือเฉินกลับไม่เปิดโอกาสให้เธอได้พบหน้าเขาเลยแม้แต่เสี้ยววินาทีสวีม่านสติแตกโดยสมบูรณ์ทั้งที่เมื่อก่อนเธอเคยเป็นที่หนึ่งในใจของลู่ซือเฉินมาตลอด แต่ทำไมตอนนี้ทุกอย่างถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้สุดท้าย เธอก็โยนความผิดทั้งหมดไปที่เสิ่นโย่วหนิงเธอคิดว่า ขอแค่โลกนี้ไม่มีคนชื่อเสิ่นโย่วหนิง ลู่ซือเฉินก็จะกลับมารักเธอที่สุดเหมือนเดิมดังนั้นในเย็นวันหนึ่ง สวีม่านจึงขับรถมุ่งหน้ามายังตึกสำนักงานของเสิ่นซื่อกรุ๊ปดูท่าทางสวีม่านคงจะเสียสติไปแล้วจริงๆเธอจอดรถดักรออยู่แถวนั้นนานสองนาน เตรียมการไว้ว่าทันทีที่เสิ่นโย่วหนิงโผล่หัวออกมา เธอจะพุ่งชนให้ตายคาที่พลบค่ำ ในที่สุดเธอก็เห็นเสิ่นโย่วหนิงทันทีที่เห็นเสิ่นโย่วหนิง ดวงตาของเธอก็แดงก่ำ

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 26

    เสิ่นโย่วหนิงวางสายโทรศัพท์ด้วยความรู้สึกหนักอึ้งนี่เป็นคู่ค้ารายที่แปดแล้วที่ติดต่อมาขอยกเลิกสัญญาขืนเป็นแบบนี้ต่อไป เสิ่นซื่อกรุ๊ปต้องเจอกับความเสียหายที่ประเมินค่าไม่ได้แน่เธอจะมัวแต่นั่งร้อนใจอยู่ที่นี่ไม่ได้ เธอรีบคว้ากุญแจรถ บึ่งไปที่บริษัทคู่ค้าทันทีที่ชั้นล่างของตึกสำนักงาน เธอต้องเปลืองน้ำลายเจรจาอยู่นานกว่าพนักงานต้อนรับจะยอมพาเธอขึ้นไปพอเดินไปถึงหน้าประตู เธอก็ได้ยินเสียงที่คุ้นหูแว่วมาพอมองเข้าไป ก็เห็นเซี่ยหนานซิงยอมลดศักดิ์ศรี ถือปึกเอกสารหนาเตอะกำลังพยายามอธิบายอะไรบางอย่างกับคู่ค้าอยู่“ประธานจางครับ จากสถิติข้อมูลเชิงลึก เสิ่นซื่อกรุ๊ปมีศักยภาพในการเติบโตในเมืองไห่เฉิงสูงมาก หวังว่าท่านจะยอมให้โอกาสเสิ่นซื่ออีกสักครั้งนะครับ”“แล้วท่านวางใจได้เลย เสิ่นซื่อไม่มีทางล้มง่ายๆ แน่นอน ตระกูลเซี่ยกับตระกูลเสิ่นดองกันแล้ว ผมจะทุ่มสุดตัวเพื่อช่วยพยุงพวกเขาให้ผ่านวิกฤตนี้ไปให้ได้ครับ”ประธานจางไม่พูดอะไรสักคำ ได้แต่ยิ้มแห้งๆ ตอบรับเห็นภาพนี้แล้ว เสิ่นโย่วหนิงรู้สึกเหมือนโดนหมัดชกเข้าที่หน้าจังๆ จมูกเริ่มแสบร้อนขึ้นมาเธอมีดีอะไรนักหนา ถึงทำให้คุณชายใหญ่ตระกูลเซ

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 25

    มองดูเสิ่นโย่วหนิงกินข้าวคำสุดท้ายในปิ่นโตจนหมดเกลี้ยง เขาถึงพูดขึ้นว่า“เมื่อวานคุณย่าโทรหาฉัน บอกว่าอยากกินขนมเปี๊ยะร้านทางตะวันตกของเมือง เดี๋ยวพอเธอเลิกงาน เราแวะซื้อไปฝากท่านกันนะ?”“เอาสิ”เสิ่นโย่วหนิงพยักหน้า แล้วถือโอกาสแซวเขาเล่น“ฉันไปเยี่ยมคุณย่าทุกวันแท้ๆ แต่พอท่านอยากกินอะไร คนแรกที่ท่านนึกถึงดันเป็นนายซะงั้น น่าน้อยใจจัง”“แหงอยู่แล้ว ตอนนี้ฉันเป็นหลานเขยสุดที่รักของคุณย่า เธออิจฉาไปก็เท่านั้นแหละ”เซี่ยหนานซิงตอบกลับอย่างไม่ถ่อมตัวเลยสักนิดแต่พอพูดจบ คนที่รู้สึกตัวทีหลังแล้วหน้าแดงก่อนเพื่อน ก็คือตัวเขาเองนั่นแหละพอไปถึงโรงพยาบาล ดูเหมือนว่าวันนี้คุณย่าเสิ่นจะสดชื่นกระปรี้กระเปร่ากว่าช่วงก่อนเยอะเลยอาจเป็นเพราะการที่เสิ่นโย่วหนิงได้เป็นฝั่งเป็นฝาในที่สุด คือยาใจขนานเอกที่ช่วยปลอบประโลมท่านได้อย่างแท้จริงท่านมองดูคู่ข้าวใหม่ปลามันตรงหน้า รอยยิ้มบนใบหน้าหุบไม่ลงเลยทีเดียวเซี่ยหนานซิงเริ่มชวนคุณย่าคุยสัพเพเหระเขาคอยหยอดมุกตลกเป็นระยะ เรียกเสียงหัวเราะชอบใจจากคนแก่ได้ไม่หยุดหย่อนเสิ่นโย่วหนิงนั่งปอกผลไม้อยู่ข้างๆ มุมปากยกยิ้มขึ้นโดยไม่รู้ตัวเธอต้องยอมร

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 24

    เซี่ยหนานซิงเห็นลู่ซือเฉินก็ชะงักไปนิดหนึ่งเขาส่งปิ่นโตให้เสิ่นโย่วหนิง แล้วค่อยหันมาถามอีกฝ่ายเสียงเรียบ“นายมาทำอะไรที่นี่?”ลู่ซือเฉินตอบกลับด้วยน้ำเสียงแย่พอๆ กัน“ผมมาหาคู่หมั้นผม ไม่เกี่ยวกับคุณ”เซี่ยหนานซิงหัวเราะหึ“ถ้านายยืนยันจะพูดแบบนี้ งั้นก็เกี่ยวกับฉันเต็มๆ เลยล่ะ”พูดจบ เขาก็ค่อยๆ หยิบทะเบียนสมรสออกมาจากกระเป๋า แล้วยื่นไปตรงหน้าลู่ซือเฉิน“แหกตาดูซะ”“คู่หมั้นที่นายเรียกเต็มปากเต็มคำ ตอนนี้เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของฉันแล้วนะ”ลู่ซือเฉินกลอกตามองบน นึกว่าหมอนี่เอาของเล่นอะไรมาหลอกเขาอีกเขาคว้าทะเบียนสมรสมาด้วยความรำคาญ กำลังจะอ้าปากเยาะเย้ย แต่สายตาก็เหลือบไปเห็นรูปถ่ายคู่และตราประทับสีแดงสดบนนั้นเสียก่อน“นี่… นี่มันเป็นไปได้ยังไง?”เขาเบิกตากว้าง หายใจติดขัดขึ้นมาทันทีหลังจากเพ่งดูด้วยความไม่อยากเชื่อสายตาอยู่หลายรอบ เขาก็ต้องยอมรับว่า... ทะเบียนสมรสนี้เป็นของจริงมือทั้งสองข้างของลู่ซือเฉินเริ่มสั่นเทา“ทำไมถึงเป็นแบบนี้?”ตั้งแต่คบกับเสิ่นโย่วหนิง เขาตั้งใจทำงานหนักทุกวัน เพื่อที่จะได้เติบโตและมีคุณสมบัติคู่ควรพอที่จะขอเธอแต่งงานกว่าเขาจะไต

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 23

    วันนี้เป็นวันที่เสิ่นโย่วหนิงกับเซี่ยหนานซิงนัดกันไปจดทะเบียนสมรสที่สำนักงานเขตถึงจะรู้ว่าเป็นแค่แผนแก้ขัด แต่เธอก็ยังตื่นเต้นจนนอนไม่หลับเกือบทั้งคืนเธอตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวแต่เช้าตรู่ เลือกเสื้อผ้าที่ดูสุภาพเหมาะสม แล้วขับรถไปรับเซี่ยหนานซิงเซี่ยหนานซิงเห็นขอบตาดำคล้ำเป็นหมีแพนด้าของเธอ ก็แอบขำอยู่พักใหญ่ แต่พอเขาเงยหน้าขึ้นมา ก็ถูกเสิ่นโย่วหนิงจับได้ว่าตัวเองก็มีขอบตาดำคล้ำสองวงเหมือนกันเพราะรอยคล้ำใต้ตาที่บังเอิญเหมือนกันนี้ ทำให้บรรยากาศระหว่างทางไปจดทะเบียนผ่อนคลายลงไปมากทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่นมองดูเจ้าหน้าที่ประทับตราสีแดงลงบนเอกสาร ในใจของเสิ่นโย่วหนิงเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างเธอกับเซี่ยหนานซิง… ถูกผูกมัดเข้าด้วยกันแบบนี้แล้วถึงแม้มันจะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ก็ตามหลังจากเดินออกมาจากสำนักงานเขต เสิ่นโย่วหนิงก็เอ่ยปากชวนก่อนว่า“ได้ยินว่าคุณลุงคุณป้าไปเที่ยวกันหมด ตอนนี้ที่บ้านนายก็ไม่มีใคร งั้นนายย้ายมาอยู่กับฉันไหม”เหมือนกลัวว่าเขาจะปฏิเสธ เธอรีบพูดเสริมทันทีว่า“นายไม่ต้องห่วงนะ บ้านฉันมีห้องว่างเยอะแยะให้นายเลือก เหมือนตอนที่เราอยู่เมืองนอกไ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status