Share

บทที่ 7

Author: ทานตะวัน
ลู่ซือเฉินเดินออกมาจากห้องน้ำ มือเช็ดผมไปพลางคุยกับเสิ่นโย่วหนิงเกี่ยวกับเรื่องการตกแต่งสถานที่งานแต่งงาน

เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูอย่างเคยชิน พูดไปได้ไม่เท่าไหร่การกระทำก็ชะงักไป

เสิ่นโย่วหนิงถามขึ้น “ทำไมไม่พูดต่อล่ะคะ?”

เขารีบเก็บโทรศัพท์ลงทันที พยายามรักษาท่าทีให้ดูนิ่งสงบแล้วเล่าเรื่องงานแต่งต่อไป

แต่สายตากลับเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่างเป็นระยะ

“ดึกแล้ว พักผ่อนเถอะ”

เสิ่นโย่วหนิงเอื้อมมือไปปิดไฟ ในขณะเดียวกันนั้นเอง ฟ้าแลบแปลบปลาบพร้อมเสียงฟ้าร้องดังสนั่นก็เกิดขึ้นที่ด้านนอก

ตามมาด้วยพายุฝนห่าใหญ่ที่เทกระหน่ำลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

เสิ่นโย่วหนิงขยับตัวซุกเข้าไปหาลู่ซือเฉินโดยสัญชาตญาณ

ปกติแล้วเธอเป็นคนใจกล้ามาก แต่กลัวเสียงฟ้าร้องเป็นที่สุด

หลังจากลู่ซือเฉินรู้เรื่องนี้ เขาเคยโอบกอดเธอแล้วให้คำมั่นสัญญาอย่างจริงจังว่า ต่อไปจะไม่มีวันปล่อยให้เธอต้องเผชิญหน้ากับพายุฝนฟ้าคะนองเพียงลำพัง

แต่ทว่าตอนนี้ ใจของลู่ซือเฉินได้ลอยไปที่อื่นอย่างเห็นได้ชัด

เขาไม่ได้สังเกตเห็นอาการเล็กๆ น้อยๆ ของเสิ่นโย่วหนิง หรือกระทั่งลืมไปแล้วว่าเธอหวาดกลัวเสียงฟ้าร้องมากแค่ไหน

เขาเพียงแค่… ภายในเวลาไม่ถึงห้าวินาทีหลังได้ยินเสียงฝน ก็รีบลุกจากเตียง แล้วพุ่งตัวออกจากบ้านไปโดยไม่พูดไม่จาสักคำ

เสิ่นโย่วหนิงนั่งขดตัวอยู่บนเตียง ยกมือปิดหูตัวเองไว้แน่น

ในเวลานี้ หัวใจของเธอราวกับถูกสายฟ้าด้านนอกผ่าจนแหลกเป็นเสี่ยงๆ และถูกพายุฝนชะล้างจนไม่เหลือชิ้นดี

คืนนั้น ลู่ซือเฉินไม่กลับมาเลยตลอดทั้งคืน

เช้าวันรุ่งขึ้น

หลังจากสะดุ้งตื่นเพราะเสียงนาฬิกาปลุก เสิ่นโย่วหนิงก็พยุงร่างกายที่อ่อนล้าลุกขึ้นจากเตียง

วันนี้เป็นวันที่เธอต้องไปทำเรื่องวีซ่า

เธอรู้ดีว่า ด้วยอิทธิพลของลู่ซือเฉิน ต่อให้หนีงานแต่งไปแล้ว ก็ยากที่จะรับประกันได้ว่าเขาจะไม่ตามมารังควาน

สู้จัดการวางแผนการเดินทางหลังหนีงานแต่งไว้ล่วงหน้าเลยจะดีกว่า

เธอตั้งใจว่าจะไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจที่ต่างประเทศ ถือโอกาสไปเข้าร่วมงานสัมมนาวิชาการที่เคยพลาดไปหลายครั้งด้วยเลย

เสิ่นโย่วหนิงทำวีซ่าเสร็จกลับมาถึงบ้าน จู่ๆ ก็รู้สึกว่าอากาศในบ้านดูผิดปกติไป

เธอจามติดกันหลายครั้ง คอก็เริ่มรู้สึกแห้งผากและระคายเคือง

ทันใดนั้น เสียงร้องของแมวก็ดังขึ้น

เสิ่นโย่วหนิงก้มหน้าลงมอง ก็เห็นว่าใต้โต๊ะรับแขกมีแมวโผล่มาหนึ่งตัว!

เธอรู้สึกเหมือนเจอศัตรูตัวฉกาจ รีบถอยกรูดไปข้างหลังหลายก้าวทันที

เธอแพ้ขนแมวอย่างรุนแรง ถึงขั้นทำให้ระบบหายใจล้มเหลวได้เลย

เสิ่นโย่วหนิงรู้สึกหายใจไม่ออกขึ้นมาทันที แต่เจ้าแมวตัวนั้นกลับดูเหมือนจะชอบเธอมาก มันเดินเข้ามาหาเธอโดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่

เสิ่นโย่วหนิงปัดป่ายมือไปมาในอากาศ พยายามไล่แมวตัวนั้นให้ออกห่าง แต่กลับไม่ได้ผลเท่าไหร่นัก

หน้าอกของเธอกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง แต่กลับรู้สึกว่าสูดอากาศเข้าไปได้เพียงน้อยนิด

ในขณะที่สติเริ่มเลือนราง เธอปัดแก้วน้ำข้างมือตกลงมาแตก เพื่อหวังจะไล่แมวให้ตื่นกลัวหนีไป

ซึ่งมันก็ได้ผลขึ้นมาบ้าง

เจ้าแมวส่งเสียงร้องแหลม แล้ววิ่งไปขดตัวสั่นเทาอยู่ที่มุมห้อง

เสิ่นโย่วหนิงยืนพิงกำแพง พยายามกอบโกยอากาศหายใจอย่างเอาเป็นเอาตาย

ในเวลาเดียวกัน ประตูบ้านก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง ลู่ซือเฉินวิ่งพรวดพราดเข้ามาด้วยความร้อนรน

ทว่าปฏิกิริยาแรกของเขาไม่ใช่การห่วงใยความปลอดภัยของเสิ่นโย่วหนิง แต่กลับรีบวิ่งเข้าไปอุ้มเจ้าแมวตัวนั้นขึ้นมาอย่างทะนุถนอม

“คุณทำบ้าอะไรเนี่ย?”

“แมวมันยังเด็กขนาดนี้ ต่อให้คุณไม่ชอบมัน ก็ไม่เห็นต้องขู่ให้มันกลัวขนาดนั้นเลยนี่!”

ภาพเบื้องหน้าของเสิ่นโย่วหนิงเริ่มมืดดับ แม้แต่เสียงของลู่ซือเฉินที่เข้าหูมาก็เริ่มฟังไม่ได้ศัพท์

เธอตะเกียกตะกายไปที่ประตู สูดอากาศบริสุทธิ์ด้านนอกอย่างอ่อนแรง แต่อาการเจ็บแน่นหน้าอกกลับไม่ได้ทุเลาลงเลย

ผ่านไปครู่ใหญ่ เธอฝืนข่มความเจ็บแสบที่หลอดลม เอ่ยถามลู่ซือเฉินออกไปว่า

“ลู่ซือเฉิน ฉันแพ้ขนแมว ถ้าอาการหนักอาจถึงตายได้ คุณลืมไปหมดแล้วเหรอ?”

ประโยคนี้เปรียบเสมือนไม้หน้าสามที่ฟาดเข้ากลางสมองของลู่ซือเฉิน สมองของเขาขาวโพลนไปชั่วขณะ

ตามมาด้วยสีหน้าที่แปรเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวสุดขีด

หากอาการแพ้ของเสิ่นโย่วหนิงกำเริบ มันรุนแรงแค่ไหน ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยเห็น

ไม่ใช่แค่ผื่นแดงขึ้นทั้งตัว แต่ยังทำให้ระบบหายใจล้มเหลว หรือถึงขั้นขาดอากาศหายใจตายได้

เรื่องสำคัญขนาดนี้ เขาหลงลืมมันไปได้ยังไง?
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 28

    ในที่สุดเสิ่นโย่วหนิงก็ห้ามใจไม่ไหว หยิบสมุดบันทึกเล่มนั้นขึ้นมาเธอเปิดอ่านผ่านๆ ไปสองหน้า ก็เริ่มรู้สึกถึงความไม่ธรรมดาเธอเริ่มพลิกหน้ากระดาษย้อนกลับไปอ่านตั้งแต่ต้นอย่างหยุดไม่ได้จนกระทั่งเปิดย้อนไปถึงหน้าแรก หัวใจของเสิ่นโย่วหนิงก็เต้นรัวราวกับกลองศึกเธอคิดไม่ถึงเลยว่า ในใจของเซี่ยหนานซิง เขาเต็มใจที่จะแต่งงานกับเธอมาตั้งแต่ต้นตั้งแต่อายุสิบห้า ปีที่เขาเพิ่งเริ่มเข้าใจความหมายของคำว่ารัก สมุดบันทึกของเขาก็เต็มไปด้วยชื่อของเธอทุกเช้าเขาจะมายืนรอเธอไปโรงเรียนที่หน้าประตูบ้าน ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์เขาจะสรรหาข้ออ้างสารพัดเพื่อมาหาเธอนับครั้งไม่ถ้วนที่เขาเกือบจะเก็บซ่อนความรู้สึกที่อัดอั้นตันใจไว้ไม่ไหวแต่เขากลัว กลัวว่าจะถูกปฏิเสธ กลัวว่าสุดท้ายจะมองหน้ากันไม่ติดแม้แต่ในฐานะเพื่อนเขาจึงเลือกที่จะถอยออกมาหนึ่งก้าว เพื่อรักษาสถานะเพื่อนสนิทที่สุดนี้เอาไว้จนกระทั่งวันหนึ่ง เธอมีแฟน เขาจึงหนีไปเมืองนอกและเมื่อเธอเจ็บช้ำจากความรัก เขาก็เป็นฝ่ายบากหน้าไปหาพ่อแม่เธอ เพื่อขอข้ออ้างที่ฟังดูสมเหตุสมผลในการไปรอรับเธอที่สนามบินในวันที่อยู่บนภูเขาหิมะ เซี่ยหนานซิงอธิษฐานต่อหน้า

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 27

    เนื่องจากเรื่องนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนในโลกออนไลน์อย่างมหาศาล พฤติกรรมการสร้างเรื่องเท็จของสวีม่านจึงกำลังจะถูกตั้งข้อหาและสอบสวนเธอจนตรอกไร้ทางหนี จึงทำได้เพียงบากหน้าไปหาลู่ซือเฉินอีกครั้งเธอคิดเข้าข้างตัวเองว่า ลู่ซือเฉินไม่มีทางที่จะไม่มีเยื่อใยให้เธอเลยแม้แต่นิดเดียวขอแค่เธอเอาความตายมาขู่ ลู่ซือเฉินจะต้องไม่ยอมเห็นเธอตายแน่ๆแต่ทว่าครั้งนี้ ลู่ซือเฉินกลับไม่เปิดโอกาสให้เธอได้พบหน้าเขาเลยแม้แต่เสี้ยววินาทีสวีม่านสติแตกโดยสมบูรณ์ทั้งที่เมื่อก่อนเธอเคยเป็นที่หนึ่งในใจของลู่ซือเฉินมาตลอด แต่ทำไมตอนนี้ทุกอย่างถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้สุดท้าย เธอก็โยนความผิดทั้งหมดไปที่เสิ่นโย่วหนิงเธอคิดว่า ขอแค่โลกนี้ไม่มีคนชื่อเสิ่นโย่วหนิง ลู่ซือเฉินก็จะกลับมารักเธอที่สุดเหมือนเดิมดังนั้นในเย็นวันหนึ่ง สวีม่านจึงขับรถมุ่งหน้ามายังตึกสำนักงานของเสิ่นซื่อกรุ๊ปดูท่าทางสวีม่านคงจะเสียสติไปแล้วจริงๆเธอจอดรถดักรออยู่แถวนั้นนานสองนาน เตรียมการไว้ว่าทันทีที่เสิ่นโย่วหนิงโผล่หัวออกมา เธอจะพุ่งชนให้ตายคาที่พลบค่ำ ในที่สุดเธอก็เห็นเสิ่นโย่วหนิงทันทีที่เห็นเสิ่นโย่วหนิง ดวงตาของเธอก็แดงก่ำ

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 26

    เสิ่นโย่วหนิงวางสายโทรศัพท์ด้วยความรู้สึกหนักอึ้งนี่เป็นคู่ค้ารายที่แปดแล้วที่ติดต่อมาขอยกเลิกสัญญาขืนเป็นแบบนี้ต่อไป เสิ่นซื่อกรุ๊ปต้องเจอกับความเสียหายที่ประเมินค่าไม่ได้แน่เธอจะมัวแต่นั่งร้อนใจอยู่ที่นี่ไม่ได้ เธอรีบคว้ากุญแจรถ บึ่งไปที่บริษัทคู่ค้าทันทีที่ชั้นล่างของตึกสำนักงาน เธอต้องเปลืองน้ำลายเจรจาอยู่นานกว่าพนักงานต้อนรับจะยอมพาเธอขึ้นไปพอเดินไปถึงหน้าประตู เธอก็ได้ยินเสียงที่คุ้นหูแว่วมาพอมองเข้าไป ก็เห็นเซี่ยหนานซิงยอมลดศักดิ์ศรี ถือปึกเอกสารหนาเตอะกำลังพยายามอธิบายอะไรบางอย่างกับคู่ค้าอยู่“ประธานจางครับ จากสถิติข้อมูลเชิงลึก เสิ่นซื่อกรุ๊ปมีศักยภาพในการเติบโตในเมืองไห่เฉิงสูงมาก หวังว่าท่านจะยอมให้โอกาสเสิ่นซื่ออีกสักครั้งนะครับ”“แล้วท่านวางใจได้เลย เสิ่นซื่อไม่มีทางล้มง่ายๆ แน่นอน ตระกูลเซี่ยกับตระกูลเสิ่นดองกันแล้ว ผมจะทุ่มสุดตัวเพื่อช่วยพยุงพวกเขาให้ผ่านวิกฤตนี้ไปให้ได้ครับ”ประธานจางไม่พูดอะไรสักคำ ได้แต่ยิ้มแห้งๆ ตอบรับเห็นภาพนี้แล้ว เสิ่นโย่วหนิงรู้สึกเหมือนโดนหมัดชกเข้าที่หน้าจังๆ จมูกเริ่มแสบร้อนขึ้นมาเธอมีดีอะไรนักหนา ถึงทำให้คุณชายใหญ่ตระกูลเซ

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 25

    มองดูเสิ่นโย่วหนิงกินข้าวคำสุดท้ายในปิ่นโตจนหมดเกลี้ยง เขาถึงพูดขึ้นว่า“เมื่อวานคุณย่าโทรหาฉัน บอกว่าอยากกินขนมเปี๊ยะร้านทางตะวันตกของเมือง เดี๋ยวพอเธอเลิกงาน เราแวะซื้อไปฝากท่านกันนะ?”“เอาสิ”เสิ่นโย่วหนิงพยักหน้า แล้วถือโอกาสแซวเขาเล่น“ฉันไปเยี่ยมคุณย่าทุกวันแท้ๆ แต่พอท่านอยากกินอะไร คนแรกที่ท่านนึกถึงดันเป็นนายซะงั้น น่าน้อยใจจัง”“แหงอยู่แล้ว ตอนนี้ฉันเป็นหลานเขยสุดที่รักของคุณย่า เธออิจฉาไปก็เท่านั้นแหละ”เซี่ยหนานซิงตอบกลับอย่างไม่ถ่อมตัวเลยสักนิดแต่พอพูดจบ คนที่รู้สึกตัวทีหลังแล้วหน้าแดงก่อนเพื่อน ก็คือตัวเขาเองนั่นแหละพอไปถึงโรงพยาบาล ดูเหมือนว่าวันนี้คุณย่าเสิ่นจะสดชื่นกระปรี้กระเปร่ากว่าช่วงก่อนเยอะเลยอาจเป็นเพราะการที่เสิ่นโย่วหนิงได้เป็นฝั่งเป็นฝาในที่สุด คือยาใจขนานเอกที่ช่วยปลอบประโลมท่านได้อย่างแท้จริงท่านมองดูคู่ข้าวใหม่ปลามันตรงหน้า รอยยิ้มบนใบหน้าหุบไม่ลงเลยทีเดียวเซี่ยหนานซิงเริ่มชวนคุณย่าคุยสัพเพเหระเขาคอยหยอดมุกตลกเป็นระยะ เรียกเสียงหัวเราะชอบใจจากคนแก่ได้ไม่หยุดหย่อนเสิ่นโย่วหนิงนั่งปอกผลไม้อยู่ข้างๆ มุมปากยกยิ้มขึ้นโดยไม่รู้ตัวเธอต้องยอมร

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 24

    เซี่ยหนานซิงเห็นลู่ซือเฉินก็ชะงักไปนิดหนึ่งเขาส่งปิ่นโตให้เสิ่นโย่วหนิง แล้วค่อยหันมาถามอีกฝ่ายเสียงเรียบ“นายมาทำอะไรที่นี่?”ลู่ซือเฉินตอบกลับด้วยน้ำเสียงแย่พอๆ กัน“ผมมาหาคู่หมั้นผม ไม่เกี่ยวกับคุณ”เซี่ยหนานซิงหัวเราะหึ“ถ้านายยืนยันจะพูดแบบนี้ งั้นก็เกี่ยวกับฉันเต็มๆ เลยล่ะ”พูดจบ เขาก็ค่อยๆ หยิบทะเบียนสมรสออกมาจากกระเป๋า แล้วยื่นไปตรงหน้าลู่ซือเฉิน“แหกตาดูซะ”“คู่หมั้นที่นายเรียกเต็มปากเต็มคำ ตอนนี้เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของฉันแล้วนะ”ลู่ซือเฉินกลอกตามองบน นึกว่าหมอนี่เอาของเล่นอะไรมาหลอกเขาอีกเขาคว้าทะเบียนสมรสมาด้วยความรำคาญ กำลังจะอ้าปากเยาะเย้ย แต่สายตาก็เหลือบไปเห็นรูปถ่ายคู่และตราประทับสีแดงสดบนนั้นเสียก่อน“นี่… นี่มันเป็นไปได้ยังไง?”เขาเบิกตากว้าง หายใจติดขัดขึ้นมาทันทีหลังจากเพ่งดูด้วยความไม่อยากเชื่อสายตาอยู่หลายรอบ เขาก็ต้องยอมรับว่า... ทะเบียนสมรสนี้เป็นของจริงมือทั้งสองข้างของลู่ซือเฉินเริ่มสั่นเทา“ทำไมถึงเป็นแบบนี้?”ตั้งแต่คบกับเสิ่นโย่วหนิง เขาตั้งใจทำงานหนักทุกวัน เพื่อที่จะได้เติบโตและมีคุณสมบัติคู่ควรพอที่จะขอเธอแต่งงานกว่าเขาจะไต

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 23

    วันนี้เป็นวันที่เสิ่นโย่วหนิงกับเซี่ยหนานซิงนัดกันไปจดทะเบียนสมรสที่สำนักงานเขตถึงจะรู้ว่าเป็นแค่แผนแก้ขัด แต่เธอก็ยังตื่นเต้นจนนอนไม่หลับเกือบทั้งคืนเธอตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวแต่เช้าตรู่ เลือกเสื้อผ้าที่ดูสุภาพเหมาะสม แล้วขับรถไปรับเซี่ยหนานซิงเซี่ยหนานซิงเห็นขอบตาดำคล้ำเป็นหมีแพนด้าของเธอ ก็แอบขำอยู่พักใหญ่ แต่พอเขาเงยหน้าขึ้นมา ก็ถูกเสิ่นโย่วหนิงจับได้ว่าตัวเองก็มีขอบตาดำคล้ำสองวงเหมือนกันเพราะรอยคล้ำใต้ตาที่บังเอิญเหมือนกันนี้ ทำให้บรรยากาศระหว่างทางไปจดทะเบียนผ่อนคลายลงไปมากทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่นมองดูเจ้าหน้าที่ประทับตราสีแดงลงบนเอกสาร ในใจของเสิ่นโย่วหนิงเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างเธอกับเซี่ยหนานซิง… ถูกผูกมัดเข้าด้วยกันแบบนี้แล้วถึงแม้มันจะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ก็ตามหลังจากเดินออกมาจากสำนักงานเขต เสิ่นโย่วหนิงก็เอ่ยปากชวนก่อนว่า“ได้ยินว่าคุณลุงคุณป้าไปเที่ยวกันหมด ตอนนี้ที่บ้านนายก็ไม่มีใคร งั้นนายย้ายมาอยู่กับฉันไหม”เหมือนกลัวว่าเขาจะปฏิเสธ เธอรีบพูดเสริมทันทีว่า“นายไม่ต้องห่วงนะ บ้านฉันมีห้องว่างเยอะแยะให้นายเลือก เหมือนตอนที่เราอยู่เมืองนอกไ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status