Share

3 ปานแดง

last update Tanggal publikasi: 2026-07-01 09:42:02

3

ปานแดง

จางเหม่ยตื่นขึ้นมาในเช้ามืดของวันใหม่ ความเจ็บป่วยที่เคยทรมานเธอในคืนก่อนหน้านั้นหายไปอย่างปลิดทิ้ง ร่างกายเธอรู้สึกสดชื่นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เธอลุกขึ้นจากฟูกนอนเก่าที่วางอยู่บนพื้นไม้ซึ่งบิดเบี้ยวตามกาลเวลา ขณะที่พยายามก้าวลงจากฟูก เธอก็รู้สึกร้อนที่ข้อมือซ้าย เป็นความร้อนที่เธอไม่เคยรู้สึกมาก่อน เมื่อเธอก้มลงมอง ปานสีแดงรูปตราสัญลักษณ์ขององค์กรสายลับปรากฏขึ้นมาเด่นชัดบนผิวหนังของเธอ

จางเหม่ยยื่นมือไปแตะปานสีแดงนั้น ความร้อนที่รุนแรงก็หายไปทันที พริบตานั้นเธอก็พบว่าตัวเองกลับมาอยู่ในมิติองค์กรอีกครั้ง ห้องบัญชาการที่เคยเห็นในความฝันเมื่อคืนนี้ปรากฏขึ้นอีกครั้งเบื้องหน้าเธอ เธอหมุนตัวไปรอบๆ เพื่อสำรวจความเปลี่ยนแปลง แต่ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม สภาพห้องยังคงสะอาดเรียบร้อย แต่เต็มไปด้วยความเงียบงัน

เธอออกจากมิติและกลับมาอยู่ในห้องนอนเล็กๆ ของเธออีกครั้ง ความรู้สึกประหลาดใจและตื่นเต้นเริ่มครอบงำจิตใจของเธอ จางเหม่ยทดลองซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ ทุกครั้งที่เธอแตะปานสีแดงนั้น เธอจะถูกดูดเข้าไปในมิติองค์กรสายลับ และเมื่อเธอนึกว่าจะออกไป เธอก็จะกลับมาสู่โลกความเป็นจริงอีกครั้ง ความสามารถในการเข้าออกมิตินี้ทำให้จางเหม่ยรู้สึกมั่นใจและมีพลังมากขึ้น

หลังจากทดลองการเข้าออกหลายครั้ง จางเหม่ยตัดสินใจใช้ประโยชน์จากมิติองค์กรเพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตในโลกปัจจุบัน เธอเดินกลับไปที่ห้องพักของเธอในองค์กรและเริ่มสำรวจพื้นที่เก็บของ ที่นั่นเธอพบฟูกนอนใหม่ ผ้าห่มที่ยังดูใหม่กว่าที่เธอมีในห้องเล็กๆ ของบ้านสกุลจาง

จางเหม่ยเลือกฟูกนอนและผ้าห่มที่ดีที่สุดที่มีอยู่ในองค์กร ก่อนจะหอบมันออกมาและนำมาเปลี่ยนของเก่าที่เธอใช้มาตลอดหลายปี ฟูกนอนใหม่ที่เธอได้จากองค์กรนุ่มสบายกว่าเดิมมาก ผ้าห่มที่เธอเลือกก็หนาและอบอุ่นพอที่จะทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยในคืนที่หนาวเย็น

หลังจากจัดห้องใหม่เสร็จ เธอรู้สึกหิวขึ้นมาเล็กน้อย จางเหม่ยกลับเข้าไปในมิติอีกครั้ง และเดินไปยังห้องครัวขององค์กร ที่นั่นเธอพบอาหารที่ถูกจัดเตรียมไว้แล้วอย่างเรียบร้อย มีผักสดและเนื้อปลาให้เลือก เธอตัดสินใจเลือกปลานึ่งซีอิ๊วที่ยังคงมีความร้อนอุ่นๆ อยู่

เธอกินอาหารอย่างเงียบๆ ในมิติ รสชาติของปลานึ่งนั้นอร่อยและสดชื่น มันเป็นรสชาติที่เธอไม่เคยสัมผัสมานานในโลกแห่งความเป็นจริง อาหารที่เธอกินทำให้เธอรู้สึกอิ่มท้องและพึงพอใจ หลังจากกินเสร็จ จางเหม่ยรู้สึกขอบคุณที่เธอไม่ต้องทิ้งเศษอาหารในห้องเล็กๆ ของเธอในบ้านสกุลจาง เธอเลือกที่จะทิ้งมันในถังขยะขององค์กรแทน เพื่อไม่ให้มีหลักฐานใดๆ ที่อาจทำให้ครอบครัวสกุลจางสงสัย

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว จางเหม่ยกลับมายังโลกความเป็นจริงอีกครั้ง เธอมองรอบๆ ห้องนอนเล็กๆ ของเธอ ฟูกนอนและผ้าห่มใหม่ที่เธอเพิ่งเปลี่ยนให้ดูสะอาดสะอ้านกว่าที่เคยเป็น ร่างกายของเธอก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมากจากการพักผ่อนและอาหารที่อิ่มท้อง

ความคิดในหัวของจางเหม่ยเริ่มวางแผนที่จะใช้ประโยชน์จากมิตินี้ในชีวิตประจำวัน แต่ความคิดของเธอก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเคาะประตูไม้ที่เก่าแทบหักรอมร่อดังขึ้นจากด้านนอก เสียงนั้นไม่เพียงแต่เป็นการเคาะธรรมดา แต่มาพร้อมกับเสียงตะโกนที่เธอคุ้นเคยอย่างดี

"นังเหม่ย! ผ่านมาตั้งสองวันแล้ว ยังไม่หายป่วยอีกหรอ? อย่ามาทำสำออยนะ !"

เสียงของแม่จางดังขึ้นมาทำให้จางเหม่ยถอนหายใจเบาๆ เธอรู้สึกหงุดหงิดแต่ก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่กับท่าทางของแม่จางที่มักจะเข้ามาต่อว่าตนเสมอ เธอลุกขึ้นจากฟูกนอนใหม่ที่เพิ่งนำมาจากมิติ เดินไปเปิดประตูอย่างไม่รีบร้อน

แม่จางยืนอยู่ที่หน้าประตูในท่าทางไม่พอใจ ดวงตาเธอจ้องมองจางเหม่ยอย่างไม่พอใจ มือทั้งสองข้างท้าวเอวไว้ และน้ำเสียงที่ยังคงกึ่งบ่นกึ่งต่อว่า

"หายดีแล้วก็รีบไปทำงานที่คอมมูนได้แล้วนะ ขาดงานไปตั้งสองวัน ก็ต้องทำงานชดเชยไม่ใช่หรือไง?" แม่จางบ่นเสียงดัง น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความไม่พอใจ "แล้วอย่าลืมว่าส่วนของแม่ด้วยล่ะ"

อ้อ จางเหม่ยอยู่ในชนบทที่ต้องทำงานในคอมมูนเพื่อแลกกับเงินเพียงเล็กน้อยและทรัพยากรนี่นา แต่ที่ไม่เข้าใจคือเหตุใดเธอถึงต้องทำแทนผู้หญิงตรงหน้าที่ก็ไม่ป่วยอันใดด้วยกัน

“แม่จางก็ไม่สบายเช่นกันหรือถึงไม่ไปทำงาน ?”

แน่นอนว่าคำตอบคือไม่ เพียงจางเหม่ยมองท่าทีมีกำลังแข็งแรงของผู้หญิงตรงหน้าก็รู้แล้ว แต่เธออยากถามให้อีกฝ่ายรู้ตัวเสียหน่อยเท่านั้น

“นี่ หาเรื่องฉันหรอ ปกติแกก็ทำงานในส่วนของฉันอยู่แล้ววันนี้พิษไข้ทำแกบ้าไปแล้วหรือไง อย่าได้พูดมากรีบออกไปกินข้าวเช้าและทำงานได้แล้ว”

แม่จางพูดทั้งสีหน้าไม่พอใจ ด้วยเพราะมีเรื่องต้องไปจัดการต่อจึงรีบจากไปทันที ไม่อยากเสวนากับคนไร้หัวคิดและไม่เอาไหนนานไปกว่านี้

จางเหม่ยไม่รับปากแต่รับฟังอย่างเงียบๆ ไม่โต้เถียงหรือแสดงอาการไม่พอใจออกมาอีกต่อไป เธอปิดประตูและกลับเข้ามานั่งบนฟูกนอนอีกครั้ง

"งานชดเชยเหรอ?" จางเหม่ยพูดเบาๆ กับตัวเองด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ก่อนจะยิ้มเล็กๆ เธอรู้ดีว่าต่อไปนี้ความสุขสบายของบ้านสกุลจางจะเปลี่ยนไปเพราะเธอไม่ใช่เด็กสาวผู้อ่อนแอที่ต้องคอยยอมรับชะตากรรมอย่างเดิมอีกต่อไป ตามจริงเธอจะไม่ไปทำงานที่คอมมูนเลยก็ได้ แต่ด้วยเพราะการได้มาซึ่งมิติองค์กรนี้ก็ได้มาอย่างไม่รู้ตัวไม่แน่ว่าอาจหายไปอย่างไม่รู้ตัวได้เช่นกัน เช่นนั้นแล้วสิ่งที่เธอต้องทำคือต้องปรับตัวให้สามารถใช้ชีวิตอยู่ที่ยุคนี้ได้โดยไม่มีมัน เธอจะใช่มันเป็นตัวช่วยเท่านั้นไม่ใช่ตัวหลักในการดำเนินชีวิต ฉะนั้นวันนี้เธอจึงจำเป็นต้องไปคอมมูนเพื่อสำรวจและปรับตัวเข้ากับยุคนี้ ส่วนเรื่องทำงานชดยให้ใครนั้นมันไม่ใช่เรื่องของเธอเสียหน่อย...

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เมื่อสายลับกลายเป็นภรรยาขี้โรค 70s   บทส่งท้าย

    บทส่งท้ายหลังจากนั้นไม่ถึงเดือน เหม่ยและเว่ยเจียตัดสินใจที่จะกลับไปที่บ้านหลี่ในเมืองจ้านเจียงเพื่อให้เหม่ยได้คลอดลูกที่นั่น เว่ยเจียต้องการอยู่เคียงข้างเธอและดูแลอย่างใกล้ชิด เขาต้องกลับไปรับยศพันโทใหม่ในค่ายทหารใกล้ๆ จึงคิดว่าเป็นการดีที่จะกลับไปเยี่ยมครอบครัวไปด้วยเมื่อรถของพวกเขาจอดลงหน้าบ้านหลี่ เหม่ยรู้สึกตึงเครียดเล็กน้อย แม้เธอจะพยายามเตรียมใจมาแล้ว แต่ความทรงจำที่ผ่านมาก็ยังทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจนัก เมื่อพวกเขาลงจากรถ เธอก็เห็นแม่หลี่ พี่สาวฉิงอี้ และน้องสาวยืนรออยู่หน้าบ้าน แต่พวกเธอไม่กล้าสบตาเหม่ยโดยตรง แววตาของพวกเธอแสดงถึงความระมัดระวังและรู้สึกผิดอยู่ลึกๆแม่หลี่เป็นคนแรกที่พูดขึ้น “เอ่อ... เหม่ย ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะจ๊ะ” น้ำเสียงของเธอแผ่วเบาและเต็มไปด้วยความไม่มั่นใจเหม่ยพยักหน้าเบาๆ และยิ้มอ่อนให้โดยไม่ได้พูดอะไรมาก เธอรู้สึกถึงความไม่เต็มใจของครอบครัวหลี่ที่จะต้อนรับเธอกลับมา แต่พวกเขาจำต้องพูดขอโทษเพราะได้คุยกับเว่ยเจียมาก่อนหน้านี้พี่สาวฉิงอี้สังเกตเห็นเหม่ยสวมเสื้อผ้าสวยงามและเครื่องประดับหลายชิ้น “ดูเหมือนคนรวยจริงๆ” เธอพึมพำเบาๆ ให้แม่และน้องสาวได้ยินแม่

  • เมื่อสายลับกลายเป็นภรรยาขี้โรค 70s   25 วันนี้ที่รอคอย... 3

    เหม่ยมองเขาด้วยความประหลาดใจ "แล้วพวกเขายอมเหรอคะ?"เว่ยเจียยิ้ม "ไม่ยอมง่ายๆ หรอกครับ แต่ผมจัดการเรื่องนี้ได้ ไม่ต้องห่วง"พวกเขานั่งคุยกันต่อ เว่ยเจียเล่าถึงเรื่องของจางจวนที่เหม่ยได้เตือนไว้ในจดหมาย "คุณพูดถูกทุกอย่าง จางจวนขโมยของไปหลายอย่าง ผมให้คนตามจับตัวเขาเข้าคุกไปแล้ว แม้ว่าของที่ขโมยไปจะไม่ได้คืนเพราะถูกขายไปหมดแล้ว แต่ผมขอบคุณคุณมากนะ แม้ว่าทางบ้านผมจะทำเรื่องไม่ดีกับคุณ แต่คุณก็ยังคิดจะช่วยพวกเขา"เหม่ยยิ้มอย่างอ่อนโยน "ฉันแค่อยากให้คุณปลอดภัย ฉันรู้ว่าคุณรักครอบครัวของคุณมาก ฉันก็เลยทำทุกอย่างเพื่อให้พวกเขาไม่ต้องเดือดร้อน"เว่ยเจียยิ้มและพูดขึ้นอย่างจริงใจ "ของที่หายไปก็ให้เป็นบทเรียนกับแม่และพี่ๆ นั่นแหละ ผมเชื่อว่าพวกเขาคงได้เรียนรู้จากเรื่องนี้มากพอสมควร"ความเข้าใจและความรักระหว่างพวกเขากลับคืนมาอีกครั้ง บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบลง แสงแดดยามบ่ายส่องผ่านม่านหน้าต่างให้ห้องนอนของเหม่ยดูอบอุ่นและเป็นส่วนตัว เว่ยเจียจ้องมองเหม่ยด้วยแววตาเต็มไปด้วยความรักและความห่วงใย หัวใจของเขาเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่เอ่อล้น เหม่ยเองก็จ้องมองกลับด้วยสายตาที่ไม่ต่างกัน ทั้งสองต่างรู้สึกถ

  • เมื่อสายลับกลายเป็นภรรยาขี้โรค 70s   25 วันนี้ที่รอคอย... 2

    “ไม่สำคัญว่าคุณมาช้าไหมขอแค่คุณมาก็พอแล้วค่ะ ฉันและลูกน้อยรอคุณเสมอ...”ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกจากปากของเหม่ย เว่ยเจียรู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุน เขาตกใจจนพูดไม่ออก เขารู้ทันทีว่าภรรยาของเขากำลังตั้งครรภ์ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้รู้ข่าวนี้ ความรู้สึกหลากหลายไหลท่วมท้นเข้าไปในใจของเขา ทั้งความดีใจ ความรู้สึกผิด และความซาบซึ้งจนมันกลั่นเป็นน้ำตาของลูกผู้ชายชาติทหาร น้ำตาที่ไม่ได้ไหลออกมานานแล้ว แต่ตอนนี้มันกลับกลั่นจากหัวใจของเขาออกมาอย่างห้ามไม่อยู่เว่ยเจียคิดย้อนไปถึงเวลาที่เขาอยู่ในสนามรบ เขาทำเพื่อชาติ ทุ่มเททุกอย่างเพื่อหน้าที่โดยไม่คิดถึงชีวิตของตัวเอง แต่ในขณะเดียวกัน เหม่ย ภรรยาที่เขารักก็ทำเพื่อครอบครัวของเขาเช่นกัน เธอต้องอดทนกับครอบครัวของเขา เผชิญหน้ากับความยากลำบากและความอึดอัดใจ รวมทั้งต้องหนีออกจากบ้านที่เธอเคยอยู่เพื่อปกป้องลูกในครรภ์ และเดินทางข้ามเมืองมาอย่างลำบากความรู้สึกขอบคุณและซาบซึ้งอย่างลึกซึ้งทำให้เว่ยเจียรู้สึกเหมือนถูกทับทมด้วยหินหนัก เขาไม่สามารถยืนได้อีกต่อไป ขาของเขาอ่อนแรงจนต้องคุกเข่าลงตรงหน้าภรรยา น้ำตาไหลลงมาจากดวงตาของเขาอย่างไม่อาจห้าม เหม่ยมองสามีที่ค

  • เมื่อสายลับกลายเป็นภรรยาขี้โรค 70s   25 วันนี้ที่รอคอย... 1

    25วันนี้ที่รอคอย...หลี่เหม่ยเดินทางมาเมืองเซินเจิ้นหลังจากออกมาจากบ้านหลี่แล้ว เพราะเธอรู้ว่าเมืองที่ติดชายทะเลนี้จะกลายเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษในอนาคต เขตเศรษฐกิจพิเศษนี้จะเป็นพื้นที่ที่รัฐบาลจีนจัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศและการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ที่นี่จะมีการกำหนดนโยบายพิเศษต่าง ๆ เพื่อดึงดูดนักลงทุน เช่น การลดภาษีและข้อบังคับที่ผ่อนคลายมากขึ้นเหม่ยรู้ว่าเมืองเซินเจิ้นยังไม่เป็นที่รู้จักมากนักในขณะนี้ แต่เธอมีความรู้และวิสัยทัศน์ว่าเมืองนี้จะเจริญรุ่งเรืองในอนาคต เธอจึงรีบเดินทางมาก่อนที่รัฐบาลจะประกาศอย่างเป็นทางการ เพราะต้องการมาดูลาดราวและศึกษาพื้นที่ทำมาหากิน เธอใช้เวลาช่วงแรก ๆ ในการทำเรื่องขอเช่าบ้านและร้านค้าในพื้นที่ที่ยังไม่เป็นที่ต้องการของคนส่วนใหญ่ ทำให้สามารถเช่าได้ในราคาที่ถูก นอกจากนี้ เธอยังได้เลือกทำเลที่ตั้งที่ดีที่สุดก่อนใคร พร้อมเจรจาธุรกิจกับคนในท้องถิ่นที่ผลิตวัตถุดิบที่เธอต้องการ และเจรจาเชื่อมสัมพันธ์กับโรงงานเล็ก ๆ บางแห่งที่รัฐเริ่มปล่อยให้ชาวเมืองดูแลเองเธอเริ่มสำรวจพื้นที่รอบ ๆ และพบว่ามีร้านค้าเล็ก ๆ และบ้านเก่าหลายหลังที่เจ้าของ

  • เมื่อสายลับกลายเป็นภรรยาขี้โรค 70s   24 ความจริงที่เจ็บปวด

    24ความจริงที่เจ็บปวดหลายเดือนผ่านไป ในที่สุดสงครามก็สิ้นสุดลง เสียงปืนใหญ่และเสียงระเบิดเงียบสงบ ปล่อยให้แสงอาทิตย์อันอบอุ่นของฤดูใบไม้ผลิเริ่มแต่งแต้มท้องฟ้าให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เว่ยเจียยืนมองทิวทัศน์ที่สวยงามของเมืองจ้านเจียงจากหน้าต่างรถขบวนทหารที่กำลังมุ่งหน้ากลับบ้าน ความรู้สึกอบอุ่นและความตื่นเต้นพุ่งพล่านในใจของเขาเมื่อคิดถึงการได้กลับไปพบกับเหม่ย ภรรยาสุดที่รักของเขาใจของเว่ยเจียคะนึงหาเหม่ยมากเหลือเกิน เขาจินตนาการถึงรอยยิ้มหวานๆ ของเธอที่เขาคิดถึงตลอดเวลาที่อยู่ในสนามรบ เธอเป็นเหมือนแสงสว่างในชีวิตของเขา เป็นคนที่ทำให้เขารู้สึกมีความหวังและมีกำลังใจในการต่อสู้เพื่อกลับมาอยู่กับเธออีกครั้ง ในระหว่างที่เขารับหน้าที่เป็นพันตรีในสนามรบ เสื้อกันกระสุนที่เหม่ยมอบให้เขาก็ได้ช่วยชีวิตเขาหลายครั้ง หากไม่มีเสื้อเกราะกันกระสุนของเธอ เขาอาจจะตายไปแล้ว ความคิดนี้ทำให้เขารู้สึกซาบซึ้งและขอบคุณเหม่ยมากขึ้นกว่าเดิม"เหม่ยจะรู้สึกอย่างไรนะ เมื่อเห็นฉันกลับมาโดยไม่แจ้งข่าวล่วงหน้า?" เว่ยเจียคิดในใจด้วยความคาดหวังเขาหลับตาลงสักครู่เพื่อจินตนาการถึงภาพของเหม่ยที่ยืนอยู่หน้าประตูบ้าน

  • เมื่อสายลับกลายเป็นภรรยาขี้โรค 70s   23 อย่ามาปฏิเสธเลย 2

    “เหม่ย หยุดก่อน! ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ”แม้เหม่ยจะรู้สึกไม่ดีแต่ก็ยอมหันกลับมายืนรอฟังสิ่งที่แม่สามีอยากพูดด้วย“ฉันสงสัยว่าหล่อนขโมยเครื่องประดับของฉันไป...” แม่หลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความสงสัยและความโกรธ “เครื่องประดับของฉันหายไปหลายชิ้นในช่วงนี้ และจางจวนบอกว่าเห็นเธอออกมาจากห้องทำงานของฉันตอนดึกๆ หลายครั้ง”เหม่ยตกใจเล็กเล็กน้อยกับเรื่องที่ได้ยิน ร่างกายรู้สึกอ่อนแรงมากขึ้นแต่พยายามรักษาสีหน้าให้คงที่“ฉันไม่เคยเข้าไปในห้องทำงานของคุณเลยค่ะ แม่หลี่”“อย่ามาปฏิเสธเลย” ฉิงอี้พูดเสริม “จางจวนมีหลักฐาน เธอทำผ้าเช็ดหน้าตกไว้ในห้องทำงานของแม่หลี่เมื่อคืนนั้นเอง”จางจวนยิ้มเยาะ ยื่นผ้าเช็ดหน้าที่มีคนเห็นว่าเหม่ยใช้เป็นประจำปักอยู่ขึ้นมาให้ดู “นี่คือผ้าเช็ดหน้าของคุณ ใช่ไหมคะ?”เหม่ยพยายามจะหาคำอธิบาย แต่รู้สึกว่าร่างกายของเธออ่อนแรงและเหนื่อยมากเกินไปที่จะพูดอะไรออกมาได้“ใช่... แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันเข้าไปขโมยอะไร อาจเป็นเธอเองที่ใส่ร้ายฉันก็ได้”“หน้าซีดเชียวนะ ดูเหมือนเธอจะกลัวที่พวกเราจับได้สินะ”แม่หลี่กล่าวอย่างเย็นชา “เธอคิดว่าจะโกหกและทำให้หลงเชื่อคำพูดปากเปล่าของเธอง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status