Share

บทที่ 4

Author: นิจนิรันดร์
กลางดึก จู้ซีเหยาเปิดแอปจองตั๋ว ค้นหาเที่ยวบินตรงจากเมืองฮู่เฉิงไปสเปน

เธอเพิ่งจ่ายเงินเสร็จ ลู่โจวหนานก็พาเฉียวอี้หนิงเดินเข้ามาพอดี

“อาเหยา มีข่าวดีจะบอก อี้หนิงตกลงคบกับฉันแล้วนะ ฉันนี่ใช้ได้เลยใช่ไหม คนแรกที่มาบอกก็คือเธอ”

มองมือของทั้งสองที่จับกันแน่น จู้ซีเหยาพยักหน้าเล็กน้อย น้ำเสียงเรียบเฉย

“ยินดีด้วย”

แววตาของเฉียวอี้หนิงเอ่อล้นไปด้วยความสุข เธอยิ้มเขินเล็กน้อย “ขอบคุณสำหรับคำอวยพรนะ ได้ยินคุณป้าจู้บอกว่าเธอบาดเจ็บหนัก ช่วงนี้อาการดีขึ้นบ้างหรือยัง? ฉันเอาซุปปลามาให้ ลองกินสักหน่อยนะ”

พูดไปด้วย เธอก็เร่งให้ลู่โจวหนานรีบตักซุปให้

เห็นเขายอมทำตามอย่างว่าง่าย จู้ซีเหยาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง กว่าจะได้สติ

“ขอบคุณนะ แต่ซุปปลาไม่ต้องหรอก”

พอได้ยินแบบนั้น สีหน้าของลู่โจวหนานก็เย็นลงทันที เขามองเธออย่างไม่พอใจ “นี่เป็นซุปที่อี้หนิงลงมือทำเอง ฉันก็ไม่ได้อยากให้เธอกินอยู่แล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะอี้หนิงเป็นห่วงอาการบาดเจ็บของเธอ ฉันคงไม่ฝืนใจเอามาให้ด้วยซ้ำ แล้วเธอยังจะไม่รู้จักรับน้ำใจอีกเหรอ”

พูดไปด้วย เขาก็เทซุปใส่ชามแล้วยัดใส่มือเธอ บังคับให้เธอดื่มเดี๋ยวนั้น

จู้ซีเหยาอยากอธิบายสักสองสามคำ แต่กลับถูกเขากดข้อมือเอาไว้

ระหว่างยื้อกัน ชามก็ถูกปัดจนคว่ำ น้ำซุปร้อนสาดใส่บาดแผลของเธอเต็ม ๆ

“โอ๊ย!”

เธอเจ็บจนเหงื่อเย็นผุดขึ้นบนหน้าผาก ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด ซีดเผือดราวกับกระดาษ

เฉียวอี้หนิงตกใจจนสะดุ้ง ใบหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด รีบหยิบทิชชู่ออกมาหมายจะช่วยเช็ดให้

ลู่โจวหนานกลัวว่าเธอจะโดนลวก รีบดึงตัวเธอไปกันไว้ด้านหลัง “อี้หนิง เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเธอหรอก ตั้งแต่เด็กซีเหยาก็อึดจะตาย ไม่เป็นอะไรมากหรอก อย่าโทษตัวเองเลย”

มือของจู้ซีเหยาที่ถือกระดาษสั่นอยู่หลายครั้ง หน้าอกพลันแน่นอึดอัดขึ้นมา

วินาทีถัดมา พ่อจู้ก็ผลักประตูเข้ามา พอเห็นแผลของเธอเริ่มมีเลือดซึมอีกครั้ง ก็ตกใจจนรีบเรียกพยาบาลทันที

แม่จู้สงสารจนแทบไม่ไหว แต่ก็ยังฝืนใจเก็บซุปปลาไว้ พร้อมอธิบายกับเฉียวอี้หนิงอย่างใจเย็น

“อี้หนิง อาเหยาแพ้อาหารทะเล กินซุปปลาไม่ได้ น้ำใจของเธอพวกเรารับไว้แล้วนะ ขอบใจมาก”

ลู่โจวหนานยืนอึ้งอยู่กับที่ สีหน้าดูไม่เป็นธรรมชาติขึ้นมาทันที

“ทำไมเธอไม่บอกตั้งแต่แรก?”

มองผ้าก๊อซที่ถูกเลือดย้อมจนแดง ใจของจู้ซีเหยาก็เต็มไปด้วยความขมขื่น

เมื่อก่อน เขาจำได้เสมอว่าเธอแพ้อะไรและไม่กินอะไร

ทุกครั้งที่ไปกินข้าวที่ร้านอาหาร เขาจะกำชับพนักงานซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่เอาอาหารทะเล ไม่เอาต้นหอม ไม่เอาผักชี

แต่ตอนนี้พอมีเฉียวอี้หนิง เขาก็มีแต่เธออยู่เต็มหัวใจเต็มสายตา เรื่องเล็กน้อยแบบนี้ย่อมไม่มีทางจำได้อีก

หัวใจของคนเราน่ะ มีที่ว่างแค่นั้นเอง บรรจุได้เพียงคนคนเดียวเท่านั้น

คนคนนั้นที่เขารักที่สุด

เธอนิ่งเงียบอยู่นาน กว่าจะฝืนยิ้มตอบเขาออกไป

“นายไม่เคยเปิดโอกาสให้ฉันได้พูดเลย”

ภายในห้องผู้ป่วยเงียบงันราวกับไร้ชีวิต เฉียวอี้หนิงรู้สึกผิดจนแทบจะร้องไห้ออกมา

ลู่โจวหนานสงสารเธอ จึงไม่พูดอะไรสักคำ ก่อนจะพาเธอออกไปทันที

เพราะแผลติดเชื้อ จู้ซีเหยาต้องนอนโรงพยาบาลต่ออีกสามวันกว่าจะได้ออกจากโรงพยาบาล

เวลาย้ายถิ่นใกล้เข้ามาทุกที คนในตระกูลจู้ทั้งบ้านต่างก็วุ่นอยู่กับการเก็บข้าวของ

พ่อจู้กับแม่จู้ยุ่งจนปลีกตัวไม่ได้ เลยเตรียมของขวัญชิ้นใหญ่ไว้ชุดหนึ่ง แล้วให้จู้ซีเหยาไปบ้านตระกูลลู่แทน

เธอเพิ่งก้าวเข้าประตู พ่อลู่กับแม่ลู่ก็รีบเข้ามาจับมือเธอไว้ พร้อมเอ่ยขอโทษไม่หยุด

“อาเหยา ขอโทษจริง ๆ นะ เธอกับโจวหนานมีความผูกพันกันมาตั้งหลายปี แต่ตอนเกิดอุบัติเหตุอันตรายขนาดนั้น เขากลับปกป้องแต่อี้หนิง ไม่สนใจเธอเลย จนทำให้เธอบาดเจ็บหนักขนาดนี้ ลุงกับป้ารู้สึกผิดจริง ๆ พวกเราจะให้เขามาขอโทษเธอแน่นอน”

จู้ซีเหยาส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนเอ่ยปลอบพวกเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“คุณเฉียวเป็นแฟนของโจวหนาน เขาปกป้องเธอก็เป็นเรื่องที่ควรอยู่แล้ว ส่วนฉันก็สบายดี ไม่ได้เป็นอะไรมาก ลุงกับป้าไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ”

เห็นว่าเธอไม่ได้เก็บมาใส่ใจ พ่อลู่กับแม่ลู่ถึงค่อยคลายปมในใจลง

ทั้งสามคนพูดคุยทักทายกันอยู่พักหนึ่ง จากนั้นจู้ซีเหยาถึงค่อยเข้าเรื่องหลัก บอกพวกเขาว่าตระกูลจู้กำลังจะย้ายถิ่นไปอยู่ต่างประเทศ

พอได้ยินข่าวนี้แบบไม่ทันตั้งตัว พ่อลู่กับแม่ลู่ก็มีสีหน้าตกตะลึงทันที

“กะทันหันขนาดนี้เลยเหรอ?”

“เป็นการปรับธุรกิจของบริษัทค่ะ จริง ๆ เริ่มเตรียมกันมาตั้งแต่ครึ่งปีที่แล้วแล้ว เพิ่งจะมาสรุปกันได้ช่วงนี้เอง พ่อกับแม่เลยให้ฉันมาบอกลุงกับป้าเป็นพิเศษ”

เพื่อนเก่าที่คบกันมาหลายปีกำลังจะจากไป พ่อลู่กับแม่ลู่จึงรู้สึกสะเทือนใจ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความอาลัยไม่อยากให้จาก “แล้วต่อไปจะกลับมาอีกไหม?”

จู้ซีเหยายิ้มเบา ๆ เสียงของเธอดังชัดเป็นพิเศษในห้องรับแขกที่เงียบงัน “ครั้งนี้ถ้าไปแล้ว ก็จะไม่กลับมาอีกแล้ว”

จังหวะนั้นเอง ลู่โจวหนานที่เพิ่งกลับมาก็ผลักประตูเข้ามา ก่อนจะขมวดคิ้วมองมาทางนี้

“ใครจะไม่กลับมาแล้ว?”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 25

    ฤดูหนาวอันหนาวเหน็บผ่านพ้นไป ฤดูใบไม้ผลิหวนกลับมาอบอุ่นอีกครั้งตระกูลจู้ได้รับข่าวจากทนายความในประเทศหลังผ่านกระบวนการหลายรอบ ทั้งการพิจารณาคดีชั้นต้น การยื่นอุทธรณ์ของจำเลย และการพิจารณาคดีชั้นสอง ข้อเท็จจริงที่ว่าเฉียวอี้หนิงยุยงให้ก่ออาชญากรรมก็ได้รับการยืนยัน และถูกพิพากษาลงโทษตามกฎหมายผู้กระทำผิดได้รับโทษที่สมควรได้รับ สำหรับผู้เสียหายแล้ว นั่นย่อมเป็นการปลอบประโลมที่ดีที่สุดและวันนี้ก็ตรงกับวันเกิดของพ่อจู้พอดีแม่จู้ลงมือเข้าครัวเอง ทำอาหารเต็มโต๊ะใหญ่ ครอบครัวสามคนยกแก้วฉลองกันพร้อมหน้ามาอยู่ที่สเปนเกือบครึ่งปีแล้ว จู้ซีเหยาก็คุ้นชินกับชีวิตที่นี่แล้วแม้ยังมีเรื่องไม่สะดวกอยู่มาก แต่ระหว่างการออกสำรวจแล้วได้ค้นพบสิ่งน่าสนใจใหม่ ๆ ไปเรื่อย ๆ ก็ถือเป็นความสุขอีกแบบหนึ่งเธอได้รู้จักเพื่อนใหม่มากมาย และค่อย ๆ ค้นพบสิ่งที่ตัวเองสนใจในวันดี ๆ เช่นนี้ เธอจึงประกาศการตัดสินใจสำคัญให้ครอบครัวรับรู้ด้วยความดีใจ“พ่อ แม่ หนูคิดดีแล้วค่ะ หนูตั้งใจจะตั้งวงดนตรีกับเพื่อน ๆ หนูจะรับหน้าที่เป็นมือกีตาร์ ตอนนี้พวกเราแต่งเพลงแรกเสร็จแล้ว สัปดาห์หน้าจะมีการแสดง หนูขอเป็นตัวแทนขอ

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 24

    สามวันต่อมา ลู่โจวหนานก็กลับมาถึงฮู่เฉิงเพียงลำพังตอนที่เขากลับถึงบ้าน วิลล่าหลังข้าง ๆ ก็กลับมาเปิดไฟอีกครั้งพ่อบ้านบอกว่า ตระกูลจู้จัดการทรัพย์สินทั้งหมดในประเทศเรียบร้อยแล้ว เพื่อนบ้านใหม่ก็เพิ่งย้ายเข้ามาเมื่อสองวันก่อนเมื่อได้ยินเช่นนั้น ลู่โจวหนานถึงเพิ่งรู้สึกขึ้นมาจริง ๆ ว่าทุกอย่างไม่อาจย้อนกลับไปได้อีกแล้วเขาอยู่คนเดียวในห้อง นอนไม่หลับตลอดทั้งคืนเช้าวันถัดมา เขามองผ่านหน้าต่างออกไป เห็นเพื่อนบ้านใหม่รื้อชิงช้าในสวนออก เปลี่ยนผ้าม่านสีชมพูขาวเป็นสีเขียวเข้ม และกระดิ่งลมเปลือกหอยที่แขวนอยู่หน้าประตูก็ถูกตัดลงมาโยนทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับตระกูลจู้และจู้ซีเหยา กำลังค่อย ๆ เลือนหายไปจากโลกของเขาทีละนิดเขาไร้เรี่ยวแรงจะห้าม ได้แต่ดื่มจนเมามายทุกวัน ใช้แอลกอฮอล์ทำให้ตัวเองด้านชาหัวใจที่เต็มไปด้วยบาดแผลนับไม่ถ้วนค่อย ๆ กลวงเปล่า สูญเสียแม้กระทั่งความสามารถในการรับรู้อารมณ์ความรักและความเกลียด ความเจ็บปวดและความสำนึกเสียใจ ความสุขและความหวัง…ทุกอย่างกำลังค่อย ๆ ห่างไกลจากเขาออกไปภายในห้องของเขากองสุมไปด้วยของจิปาถะมากมาย ล้วนเป็นของที่เขาไปเก็บกลับมาจ

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 23

    หัวใจของลู่โจวหนานเย็นเฉียบลงอย่างสิ้นเชิงไปกับทุกถ้อยคำเหล่านั้นเขามองเธอเดินจากไปต่อหน้าต่อตา มือที่ถือถุงอยู่ค่อย ๆ ตกลงอย่างหมดแรงดวงตาคู่นั้นที่เต็มไปด้วยความอ่อนล้าค่อย ๆ แดงก่ำขึ้น มีน้ำตาเอ่อคลออยู่ในนั้นความรู้สึกไร้เรี่ยวแรงและสิ้นหวังอย่างลึกล้ำถาโถมขึ้นมาจุกอก จนลมหายใจของเขาถี่กระชั้นขึ้นมากลู่โจวหนานนั่งอยู่คนเดียวตรงมุมหนึ่งเป็นเวลานานจนร้านอาหารปิดแล้ว พนักงานจึงเข้ามาเตือนเขาเขาถึงได้สติกลับมาในที่สุด ก่อนจะยื่นถุงในมือให้อีกฝ่าย แล้วเอ่ยขอร้องให้พนักงานช่วยเหลือแม้ไข่ต้มร้อนจะช่วยลดบวมได้ แต่ก็ยังไม่อาจบรรเทาความเจ็บปวดได้จู้ซีเหยามัวแต่วุ่นอยู่กับเรื่องนี้ จนไม่ได้กินมื้อเย็นพ่อจู้กับแม่จู้ตั้งใจเอาสเต๊กมาให้ พอเห็นแผลที่ขาของเธอ ก็ปวดใจจนแทบทนไม่ไหวพอดีกับที่พนักงานเอาผ้าขนหนูมาส่ง พวกเขาจึงถามขึ้นเล็กน้อยพอได้ยินว่าที่โรงแรมมียา แค่จ่ายประมาณสามพันเก้าร้อยบาทก็ซื้อได้ พวกเขาก็รีบซื้อทันทีไม่นาน พนักงานก็เอายามาส่งให้เมื่อเห็นกล่องยาที่ยังไม่ได้แกะ จู้ซีเหยาก็อดรู้สึกแปลกใจไม่ได้ตอนบ่ายเธอเคยถามแม่บ้านที่มาทำความสะอาดแล้ว อีกฝ่ายบอกว่าโรง

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 22

    เช้าวันถัดมา คนตระกูลจู้เตรียมสัมภาระ ตั้งใจจะออกไปเล่นสกีพอออกจากบ้านมาแล้วไม่เห็นลู่โจวหนาน จู้ซีเหยาก็โล่งอก ก่อนจะเข็นกระเป๋าเดินไปทางท้ายรถเธอเพิ่งเก็บของเสร็จ ก็ได้ยินพ่อจู้อุทานขึ้นมา“นี่มันอะไรน่ะ? อาเหยา ลูกลืมของขวัญวันเกิดของเพื่อนบ้านคนไหนไว้หน้าประตูหรือเปล่า?”พอหันไปเห็นกล่องที่คุ้นตา จู้ซีเหยาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยเธอรีบเดินเข้าไป รับกล่องมาแล้วยื่นให้พ่อบ้าน จากนั้นก็ส่งที่อยู่ของบ้านตระกูลลู่ให้เขา กำชับว่าเดี๋ยวให้ส่งกลับประเทศไปพ่อจู้กับแม่จู้ยิ่งสงสัยมากขึ้น ตลอดทางจึงเอาแต่ถามว่าของขวัญชิ้นนี้ใครเป็นคนให้เมื่อเห็นว่าปั้นเรื่องโกหกต่อไปไม่ไหว จู้ซีเหยาก็จำต้องบอกความจริง พร้อมกันนั้นยังเล่าคำอวยพรของลุงลู่กับป้าลู่เมื่อวานให้พวกเขาฟังด้วยภายในรถเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพ่อจู้จะพยักหน้าแรง ๆ หลายครั้ง“พ่อกับแม่ก็คิดอยู่ตลอดเหมือนกันว่า หลังเกิดเรื่องแบบนี้แล้ว ควรจะวางตัวยังไงกับตระกูลลู่ดี ถึงจะเป็นเรื่องของพวกเด็ก ๆ แต่ลูกเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของพ่อกับแม่ ไม่ว่าจะมองตามความรู้สึกหรือตามเหตุผล พ่อกับแม่ก็ควรยืนอยู่ข้างลูกอย่างมั่นคง เพราะงั้นพวกเราคุยกันไว้แล้ว

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 21

    เพราะนานมากแล้วที่ไม่ได้ปล่อยตัวตามใจแบบนี้ ในงานปาร์ตี้ชุดนอนครั้งนี้ จู้ซีเหยาเลยดื่มไปหลายแก้วพอผ่านศึกหมอนฟาดกันอย่างดุเดือดมาอีกยก อารมณ์ของเธอก็พุ่งขึ้นถึงขีดสุด ตื่นเต้นจนกระทั่งเห็นแมวตัวเล็ก ๆ ยังต้องเอ่ยทักสภาพแบบนั้นดำเนินต่อเนื่องไปจนจบปาร์ตี้ หลังจากไปส่งเพื่อนบ้านสองคนสุดท้ายที่ดื่มจนแทบไม่รู้สึกตัวถึงบ้านแล้ว เธอก็ฮัมเพลงเบา ๆ ระหว่างเดินกลับแม้อยู่ไกล เธอก็มองเห็นเงาร่างพร่ามัวคนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตู มือยังถือกล่องอะไรบางอย่างไว้ดึกขนาดนี้แล้ว วันเกิดของเธอก็จบไปแล้ว ยังจะมีใครมาอีก?พอเดินเข้าไปใกล้และเห็นหน้าชัดเจน รอยยิ้มบนใบหน้าของจู้ซีเหยาก็หายวับไปทันที น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นเย็นชา“มาทำไม?”เมื่อรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของเธอ แววตาของลู่โจวหนานก็วาบผ่านความเจ็บปวดที่แทบสังเกตไม่เห็น เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อย“อาเหยา สุขสันต์วันเกิดนะ”จู้ซีเหยาไม่ตอบ เธอเดินตรงไปที่ประตูโดยไม่แม้แต่จะชายตามอง ปลดล็อกแล้วกำลังจะเข้าไปข้างในลู่โจวหนานคิดว่าเธอไม่ได้ยิน จึงเรียกซ้ำอีกครั้ง“อาเหยา สุขสันต์วันเกิด นี่เป็นของขวัญวันเกิดที่ฉันเตรียมไว้ให้เธอ”เสี

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 20

    หลังจากได้รับข่าวว่าทางอัยการยืนยันสั่งฟ้องแล้ว คนในตระกูลจู้ต่างก็โล่งอกกันถ้วนหน้าพวกเขามอบหมายเรื่องที่เหลือทั้งหมดให้ทนายจัดการ แล้วเดินทางกลับมาดริดก่อนแม้จะห่างไกลจากบ้านเกิด แต่เรื่องวุ่นวายและภาระทางสังคมก็ถูกทิ้งไว้ข้างหลังเช่นกัน จู้ซีเหยาจึงถอนหายใจยาวอย่างโล่งอกวันเวลาผ่านไปทีละวัน เธอก็ค่อย ๆ ปรับตัวเข้ากับชีวิตที่นี่ได้พ่อจู้กับแม่จู้ถามเธอว่าหลังจากนี้มีแผนจะทำอะไร เธอก็หยิบผลไม้ชิ้นหนึ่งป้อนให้แม่ ก่อนจะกะพริบตาเบา ๆ“แม่ ช่วงนี้หนูก็กำลังคิดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน หนูอยากเรียนต่อ แต่ก็อยากพักอีกสักระยะแล้วลองหางานทำ ดูชีวิตการทำงานบ้าง แม่กับพ่อมีคำแนะนำอะไรไหม?”ในสวนลมพัดค่อนข้างแรง พ่อจู้จึงหยิบผ้าห่มมาสองผืนให้ภรรยาและลูกสาว พลางยิ้มอย่างอารมณ์ดี“อีกไม่กี่วันลูกก็จะอายุครบยี่สิบสามแล้ว เรื่องงานน่ะ ยังมีโอกาสให้ลองอีกเยอะ พ่ออยากให้ลูกได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระ ไปตามหาสิ่งที่ตัวเองต้องการ ไม่ว่าจะเรียนต่อ หรือใช้ช่วงที่ยังหนุ่มสาวออกไปเที่ยวรอบโลกก็ดีทั้งนั้น”แม่จู้ก็พยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะยกมือเคาะหัวเธอเบา ๆ“อาเหยา ลูกอยากทำอะไรก็ทำได้ พ่อกับแม่สนับสนุน

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 9

    พอเห็นว่าลู่โจวหนานกล่าวโทษเธอโดยไม่แยกแยะผิดถูก ความน้อยใจและความเจ็บปวดในใจของจู้ซีเหยาก็พุ่งขึ้นถึงขีดสุดแต่เธอยังพยายามประคองสติไว้ อยากอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ชัดเจน“เป็นเธอต่างหากที่หาคนมาคิดจะข่มขืนฉัน ส่วนเรื่องตกบันไดก็เป็นละครที่เธอจัดฉากเอง ถ้าไม่เชื่อก็ไปดูที่ห้องนั้นได้ ขอทานคน

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 8

    พอได้ยินหมอบอกว่าไม่ได้กระแทกโดนกระดูก เป็นเพียงแผลภายนอกเท่านั้น จู้ซีเหยาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกหลังจากทำแผลเรียบร้อยแล้ว เธอก็กลับบ้านยิ่งใกล้ถึงวันต้องจากกัน ห้องนั่งเล่นก็เต็มไปด้วยกระเป๋าเดินทางใบเล็กใบใหญ่เธอพักผ่อนอยู่สองวัน ก่อนจะบอกข่าวเรื่องย้ายไปอยู่ต่างประเทศกับเพื่อนสนิทไม่กี่คนเ

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 7

    งานเลี้ยงวันเกิดดำเนินมาถึงครึ่งทาง ลู่โจวหนานกับเฉียวอี้หนิงก็ประกาศกำหนดวันแต่งงานต่อหน้าทุกคนจู้ซีเหยาถึงได้รู้ว่า ที่แท้วันนี้ไม่ใช่แค่วันเกิดของลู่โจวหนาน แต่ยังเป็นงานหมั้นของเขากับเฉียวอี้หนิงด้วยทั้งงานกึกก้องไปด้วยเสียงปรบมือ ทุกคนต่างพากันส่งคำอวยพรเธอนั่งอยู่มุมห้องเพียงลำพัง มองพวก

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 6

    เช้าวันถัดมา พอจู้ซีเหยาลงมาชั้นล่าง ก็เจอลู่โจวหนานทันทีเขานั่งหน้าบึ้งอยู่บนโซฟา สีหน้าเคร่งขรึม น้ำเสียงแข็งกระด้าง“จู้ซีเหยา!”จู้ซีเหยาสัมผัสได้จากน้ำเสียงว่าอารมณ์ของเขาไม่ดีนักแต่เธอก็ไม่มีท่าทีจะปลอบเขาแม้แต่น้อย ท่าทางก็ไม่ได้อบอุ่นอะไรนัก“อ้อ อรุณสวัสดิ์นะ”“ฉันกำลังจะออกไปเดตกับ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status