جميع فصول : الفصل -الفصل 10

25 فصول

บทที่ 1

“ในที่สุดนายก็…จะเปิดเผยความสัมพันธ์ของเราแล้วเหรอ?”ลู่โจวหนานเลิกคิ้วเล็กน้อย เหลือบมองเธออย่างมีนัย “จะเปิดเผยอะไรล่ะ พรุ่งนี้ฉันมีนัดดูตัวที่บ้าน เธอมาช่วยทำให้บรรยากาศคึกคักหน่อย อย่าให้ฝ่ายผู้หญิงอึดอัด”คำพูดแต่ละคำกระแทกเข้าหูของจู้ซีเหยา ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจหัวใจของเธอแทบหยุดเต้น สมองขาวโพลน “นายจะไปดูตัวงั้นเหรอ แล้วฉันล่ะ…เป็นอะไรสำหรับนาย?”ลู่โจวหนานลุกขึ้นแต่งตัวไปแล้ว พอได้ยินก็เหลือบมองเธออย่างเฉยเมย “เธอเหรอ ก็เป็นพาร์ตเนอร์ของฉันไง กินข้าวด้วยกัน เล่นเกมด้วยกัน แล้วก็…เป็นคู่นอนที่ช่วยกันระบายความต้องการ”ความเย็นเยียบค่อย ๆ แผ่ซ่านไปทั่วร่างของจู้ซีเหยา สีเลือดบนใบหน้าค่อย ๆ เลือนหาย ริมฝีปากสั่นระริกเห็นสีหน้าของเธอ รอยยิ้มบนใบหน้าของลู่โจวหนานก็ค่อย ๆ จางลง เขาโน้มตัวเข้าไปใกล้ช้า ๆ “เดี๋ยวนะ จู้ซีเหยา…เธอคงไม่ได้คิดหรอกนะ ว่าหลายปีมานี้เราสองคนเป็นแฟนกัน?”น้ำเสียงปนหยอกเย้านั้น ราวกับคมมีดที่แทงลึกเข้ากลางอกของจู้ซีเหยาเธอฝืนกลั้นความจุกแน่นในอก เสียงสั่นพร่าแทบไม่เป็นคำ “จะ…จะเป็นไปได้ยังไงล่ะ ฉันไปอาบน้ำก่อนนะ”จู้ซีเหยาลุกขึ้นอย่างลนลาน ก้าวเท้า
اقرأ المزيد

บทที่ 2

เช้าวันถัดมา จู้ซีเหยาถูกเสียงแจ้งเตือนข้อความจากลู่โจวหนานปลุกให้ตื่นเขาส่งข้อความรัวมาเป็นสิบ ๆ ข้อความ ถามว่าเธอจะไปถึงเมื่อไหร่ในใจเธอขมขื่นขึ้นมาทันที ลู่โจวหนาน…นายเคยลองมองตัวเองบ้างไหม ว่าตัวเองโหดร้ายกับคนอื่นได้แค่ไหนมือของเธอสั่นเล็กน้อย ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไปสั้น ๆ ว่า “วันนี้ไม่สบาย ไม่ไปแล้ว”ไม่นานนัก พ่อจู้กับแม่จู้ก็มาเคาะประตูห้อง“อาเหยา ถึงจะงอนโจวหนานอยู่ ก็อย่ามางอนเอาตอนนี้เลยนะ รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าไปบ้านเขาเถอะ ลูกไม่รู้เหรอว่าเขาให้ความสำคัญกับการนัดดูตัวครั้งนี้มากแค่ไหน เขาชอบลูกสาวตระกูลเฉียวคนนั้นมาหลายปีแล้ว พอรู้ว่าเธอกลับประเทศ ก็รีบให้พ่อช่วยเป็นคนแนะนำทันที”“ใช่แล้ว สาวตระกูลเฉียวเคยมาเรียนเปียโนกับพ่ออยู่ช่วงหนึ่ง พ่อถึงกับไปหาถึงบ้าน กว่าจะช่วยจัดให้มีการเจอกันครั้งนี้ได้ ตั้งแต่ของขวัญไปจนถึงงานเลี้ยง ทุกอย่างจัดเต็มสุด ๆ ที่เรียกลูกไปก็เพื่อช่วยให้บรรยากาศไม่เกร็ง มีผู้หญิงวัยเดียวกันอยู่ด้วย เธอจะได้ไม่อึดอัด โจวหนานครั้งนี้จริงจังมาก พวกลูกก็สนิทกันขนาดนั้น จะไม่ช่วยเขาได้ยังไง”พอเธอไม่ไป ลู่โจวหนานถึงกับโทรมาหาพ่อแม่ของเธอเลยฟังคำเกลี้
اقرأ المزيد

บทที่ 3

ใกล้พลบค่ำ ทางตระกูลลู่ก็จัดรถไว้เรียบร้อย เตรียมออกไปที่ร้านอาหารคนหนุ่มสาวทั้งสามนั่งอยู่ในรถคันเดียวกันตลอดทาง ลู่โจวหนานซึ่งนั่งอยู่ตรงกลางคอยดูแลเฉียวอี้หนิงอย่างเอาใจใส่ทั้งปรับอุณหภูมิแอร์ หยิบผ้าห่มให้ ช่วยหยิบน้ำมาเปิดฝาให้จู้ซีเหยาที่นั่งอยู่ฝั่งซ้ายมองสองคนนั้นคุยกันอย่างออกรส ก่อนจะหันไปมองทิวทัศน์นอกหน้าต่างเงียบ ๆรถเพิ่งแล่นมาได้ครึ่งทาง ฝนก็กระหน่ำลงมาอย่างหนักราวฟ้ารั่วแสงบนถนนมืดสลัว รถคันหน้าก็เปิดไฟสูง พอลงทางลาด คนขับถูกแสงไฟส่องเข้าตาจนพร่ามัว หักพวงมาลัยไม่ทัน รถจึงพุ่งชนราวกันตกเข้าอย่างจังในเสี้ยววินาทีที่อันตรายเกิดขึ้น ลู่โจวหนานดึงเฉียวอี้หนิงเข้ามากอดปกป้องไว้ตามสัญชาตญาณโครม——กระจกหน้าต่างรถแตกกระจายปลิวว่อน จู้ซีเหยาที่นั่งอยู่ด้านในถูกแรงกระแทกจนเลือดท่วมตัวความเจ็บปวดรุนแรงแล่นลามไปทั่วร่าง เธอรู้สึกราวกับทั้งตัวกำลังจะแตกสลายออกเป็นเสี่ยง ๆท่ามกลางสติที่พร่าเลือน เธอเห็นประตูรถฝั่งขวาถูกเปิดออกลู่โจวหนานอุ้มเฉียวอี้หนิงลงจากรถด้วยความร้อนรนอย่างที่สุด พลางติดต่อโรงพยาบาลไปด้วย และปลอบเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเขาราวกับลืมไปว่าบนรถย
اقرأ المزيد

บทที่ 4

กลางดึก จู้ซีเหยาเปิดแอปจองตั๋ว ค้นหาเที่ยวบินตรงจากเมืองฮู่เฉิงไปสเปนเธอเพิ่งจ่ายเงินเสร็จ ลู่โจวหนานก็พาเฉียวอี้หนิงเดินเข้ามาพอดี“อาเหยา มีข่าวดีจะบอก อี้หนิงตกลงคบกับฉันแล้วนะ ฉันนี่ใช้ได้เลยใช่ไหม คนแรกที่มาบอกก็คือเธอ”มองมือของทั้งสองที่จับกันแน่น จู้ซีเหยาพยักหน้าเล็กน้อย น้ำเสียงเรียบเฉย“ยินดีด้วย”แววตาของเฉียวอี้หนิงเอ่อล้นไปด้วยความสุข เธอยิ้มเขินเล็กน้อย “ขอบคุณสำหรับคำอวยพรนะ ได้ยินคุณป้าจู้บอกว่าเธอบาดเจ็บหนัก ช่วงนี้อาการดีขึ้นบ้างหรือยัง? ฉันเอาซุปปลามาให้ ลองกินสักหน่อยนะ”พูดไปด้วย เธอก็เร่งให้ลู่โจวหนานรีบตักซุปให้เห็นเขายอมทำตามอย่างว่าง่าย จู้ซีเหยาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง กว่าจะได้สติ“ขอบคุณนะ แต่ซุปปลาไม่ต้องหรอก”พอได้ยินแบบนั้น สีหน้าของลู่โจวหนานก็เย็นลงทันที เขามองเธออย่างไม่พอใจ “นี่เป็นซุปที่อี้หนิงลงมือทำเอง ฉันก็ไม่ได้อยากให้เธอกินอยู่แล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะอี้หนิงเป็นห่วงอาการบาดเจ็บของเธอ ฉันคงไม่ฝืนใจเอามาให้ด้วยซ้ำ แล้วเธอยังจะไม่รู้จักรับน้ำใจอีกเหรอ”พูดไปด้วย เขาก็เทซุปใส่ชามแล้วยัดใส่มือเธอ บังคับให้เธอดื่มเดี๋ยวนั้นจู้ซีเหยาอยากอธิบายสัก
اقرأ المزيد

บทที่ 5

พ่อลู่กับแม่ลู่กำลังจะเอ่ยปาก แต่จู้ซีเหยากลับชิงตอบเขาก่อน“ไม่มีใครหรอก นายฟังผิดไปเอง”ผู้ใหญ่ทั้งสองมองเธอด้วยความประหลาดใจลู่โจวหนานไม่ได้สังเกตสายตาแปลก ๆ ของพ่อแม่ตัวเอง เขาคว้ามือจู้ซีเหยาแล้วพาขึ้นรถทันที“มาพอดีเลย คุยกันเสร็จแล้วใช่ไหม งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้ว ไปกับฉันหน่อย”ทั้งสองคนนั่งเงียบกันมาตลอดทางพอรถจอดสนิท จู้ซีเหยาถึงเพิ่งรู้ว่าเขาพาเธอมาที่ร้านแบรนด์หรูเขาให้พนักงานหยิบเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋าออกมาเต็มไปหมด แล้วให้เธอลองทีละชิ้นเธอขมวดคิ้ว แววตาเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ “ลองพวกนี้ไปทำไม?”ลู่โจวหนานดันตัวเธอไปทางห้องลองเสื้อ น้ำเสียงหนักแน่นไม่เปิดช่องให้ปฏิเสธ “ลองก็พอ”จู้ซีเหยากำลังจะปฏิเสธ แต่พนักงานก็ปิดประตูไปแล้ว พร้อมเริ่มแกะกล่องสินค้าเธอลองเสร็จไปหนึ่งชุด เขาก็ถ่ายรูปหนึ่งใบ จากนั้นเธอก็ถูกผลักเข้าไปในห้องลองเสื้ออีกครั้ง…ครั้งแล้วครั้งเล่า วนซ้ำไม่รู้จบ จู้ซีเหยาลองไปนับร้อยชุดจนหมดแรง ขายังถูกส้นสูงกัดจนมีเลือดซึมในที่สุดเธอก็ทนไม่ไหว ผลักพนักงานออก เดินเขย่งไปหาลู่โจวหนาน ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ฉันไม่ต้องการให้นายซื้อของพวกนี
اقرأ المزيد

บทที่ 6

เช้าวันถัดมา พอจู้ซีเหยาลงมาชั้นล่าง ก็เจอลู่โจวหนานทันทีเขานั่งหน้าบึ้งอยู่บนโซฟา สีหน้าเคร่งขรึม น้ำเสียงแข็งกระด้าง“จู้ซีเหยา!”จู้ซีเหยาสัมผัสได้จากน้ำเสียงว่าอารมณ์ของเขาไม่ดีนักแต่เธอก็ไม่มีท่าทีจะปลอบเขาแม้แต่น้อย ท่าทางก็ไม่ได้อบอุ่นอะไรนัก“อ้อ อรุณสวัสดิ์นะ”“ฉันกำลังจะออกไปเดตกับแฟนพอดี คงไม่ได้ต้อนรับนาย เชิญตามสบาย”ความโกรธที่ลู่โจวหนานกดไว้หลายวันปะทุขึ้นทันทีเขาลุกพรวดขึ้นคว้าข้อมือเธอไว้แน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความหม่นมืด“เธอไปมีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่?”จู้ซีเหยาไม่ตอบ สีหน้าก็ไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อยความโกรธในใจของลู่โจวหนานยิ่งลุกโชน มือที่จับอยู่เผลอบีบแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว“เป็นใบ้ไปแล้วเหรอ? พูดมาสิ!”จู้ซีเหยาพยายามสะบัดมือที่ถูกเขากำจนแดงออก น้ำเสียงยังคงเย็นชา“มันเกี่ยวอะไรกับนายด้วย? นายจะมายุ่งมากเกินไปแล้วนะ”เห็นท่าว่าความขัดแย้งกำลังจะปะทุ แม่จู้ที่ลงมาพอดีก็รีบเข้ามาแยกทั้งสองออก“โอ๊ย เด็กคนนี้ก็แค่งอนอยู่ ช่วงนี้ยุ่งจนแทบไม่มีเวลา จะไปคบแฟนอะไรได้ล่ะ ถ้าจะคบก็คงต้องรอไปก่อน พวกเธอโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก มีอะไรคุยกันดี ๆ ก็ได้ อย่าทะเลาะกันเลย
اقرأ المزيد

บทที่ 7

งานเลี้ยงวันเกิดดำเนินมาถึงครึ่งทาง ลู่โจวหนานกับเฉียวอี้หนิงก็ประกาศกำหนดวันแต่งงานต่อหน้าทุกคนจู้ซีเหยาถึงได้รู้ว่า ที่แท้วันนี้ไม่ใช่แค่วันเกิดของลู่โจวหนาน แต่ยังเป็นงานหมั้นของเขากับเฉียวอี้หนิงด้วยทั้งงานกึกก้องไปด้วยเสียงปรบมือ ทุกคนต่างพากันส่งคำอวยพรเธอนั่งอยู่มุมห้องเพียงลำพัง มองพวกเขาสวมกอดจูบกันด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข ทว่าในใจกลับสงบนิ่งไร้ระลอกคลื่นพอถึงช่วงดื่มอวยพร เฉียวอี้หนิงก็คล้องแขนลู่โจวหนานเดินเข้ามา พร้อมยิ้มหวานแล้วชูแก้วขึ้น“คุณจู้ คุณกับโจวหนานสนิทกันขนาดนั้น งานแต่งของพวกเรา คุณมาเป็นเพื่อนเจ้าสาวได้ไหมคะ?”“ขอโทษนะคะ วันนั้นฉันมีธุระ คงไปร่วมงานแต่งไม่ได้”พอได้ยินเธอปฏิเสธอย่างไม่ลังเล สีหน้าของลู่โจวหนานก็เปลี่ยนไปทันทีเขาเหลือบมองเธออย่างเย็นชา น้ำเสียงแข็งกระด้างเป็นพิเศษ“คนจะมาหรือไม่มาก็ไม่สำคัญ แค่ส่งของขวัญมาก็พอ”จู้ซีเหยาพยักหน้าเบา ๆ น้ำเสียงเรียบนุ่ม “วางใจได้ ด้วยความสัมพันธ์ของเรา ฉันต้องใส่ซองให้หนัก ๆ แน่นอน”น้ำเสียงของเธอฟังดูจริงใจ ราวกับกำลังอวยพรให้พวกเขาจากใจจริงพอนึกถึงคำพูดที่ได้ยินในร้านเมื่อไม่กี่วันก่อน แววตาของลู่
اقرأ المزيد

บทที่ 8

พอได้ยินหมอบอกว่าไม่ได้กระแทกโดนกระดูก เป็นเพียงแผลภายนอกเท่านั้น จู้ซีเหยาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกหลังจากทำแผลเรียบร้อยแล้ว เธอก็กลับบ้านยิ่งใกล้ถึงวันต้องจากกัน ห้องนั่งเล่นก็เต็มไปด้วยกระเป๋าเดินทางใบเล็กใบใหญ่เธอพักผ่อนอยู่สองวัน ก่อนจะบอกข่าวเรื่องย้ายไปอยู่ต่างประเทศกับเพื่อนสนิทไม่กี่คนเพื่อน ๆ นัดรวมตัวกันเป็นพิเศษเพื่อเลี้ยงส่งเธอบรรยากาศบนโต๊ะเต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์ ทุกคนต่างไม่อยากให้เธอไป พร้อมกำชับให้ติดต่อกันบ่อย ๆเกือบตีหนึ่ง งานเลี้ยงถึงได้เลิกราหลังจากส่งทุกคนกลับหมดแล้ว จู้ซีเหยาก็ไปจ่ายเงิน ก่อนจะกลับเข้าไปในห้องส่วนตัวเพื่อหยิบกระเป๋าพอออกมา ระหว่างเดินผ่านห้องข้าง ๆ ก็ได้ยินเสียงคุ้นเคยดังแว่วมา“พี่ลู่ ในที่สุดก็ได้คนที่เป็นรักแรกในใจมาแล้ว รู้สึกยังไงบ้าง?”ประตูแง้มอยู่เล็กน้อย ทำให้เธอได้ยินเสียงลู่โจวหนานที่แฝงรอยยิ้มชัดเจน“ต่อให้ตอนนี้ต้องตาย ฉันก็ยอม”สิ้นเสียงนั้น ภายในห้องก็ระเบิดเสียงหัวเราะครื้นเครง พร้อมเสียงแซวตามมา“แล้วเพื่อนสมัยเด็กคนนั้นของนายล่ะ?”เงียบไปกว่าสิบวินาที ลู่โจวหนานจึงเอ่ยขึ้น น้ำเสียงยังคงสบาย ๆ“เธอเหรอ…นอนด้ว
اقرأ المزيد

บทที่ 9

พอเห็นว่าลู่โจวหนานกล่าวโทษเธอโดยไม่แยกแยะผิดถูก ความน้อยใจและความเจ็บปวดในใจของจู้ซีเหยาก็พุ่งขึ้นถึงขีดสุดแต่เธอยังพยายามประคองสติไว้ อยากอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ชัดเจน“เป็นเธอต่างหากที่หาคนมาคิดจะข่มขืนฉัน ส่วนเรื่องตกบันไดก็เป็นละครที่เธอจัดฉากเอง ถ้าไม่เชื่อก็ไปดูที่ห้องนั้นได้ ขอทานคนนั้นยัง…”พอได้ยินเช่นนั้น เฉียวอี้หนิงก็ลนลานขึ้นมา รีบร้องไห้อธิบายทันที“ไม่ใช่นะ โจวหนาน เธอต่างหากที่ด่าฉันว่าเป็นมือที่สาม แทรกกลางความสัมพันธ์ของพวกนายที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก แล้วถึงได้ผลักฉันตกบันได ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยนะ ทำไมเธอต้องใส่ร้ายฉันอย่างโหดร้ายแบบนี้ด้วย?”ระหว่างคนสองคนนี้ ลู่โจวหนานเลือกเชื่อเฉียวอี้หนิงอย่างไม่มีเงื่อนไขเขากอดเธอไว้ในอ้อมแขน แล้วระบายความโกรธทั้งหมดใส่จู้ซีเหยา น้ำเสียงเย็นเฉียบราวกับน้ำค้างแข็ง“อี้หนิงจะไปทำเรื่องแบบนั้นได้ยังไง? เธอนั่นแหละที่ไร้เหตุผล ผลักอี้หนิงตกบันได ตอนนี้ยังกล้ากลับดำเป็นขาวอีกเหรอ? ตั้งแต่เด็กเธอก็ชอบตามตื๊อฉัน ฉันเห็นแก่ความสัมพันธ์ของสองครอบครัวถึงได้คบกับเธอ ในเมื่อเธอหลงตัวเอง ไม่รู้จักดีชั่วขนาดนี้ ก็ไสหัวไปซะ!”
اقرأ المزيد

บทที่ 10

ใกล้จะถึงตีหนึ่งแล้ว ลู่โจวหนานถึงเพิ่งกลับมาเขาถอดเสื้อคลุมโยนลงบนโซฟาอย่างลวก ๆ มองห้องนั่งเล่นที่ว่างเปล่า ก่อนจะหาวแล้วถามคนรับใช้“เมื่อวานที่บ้านโทรหาฉันตั้งหลายสาย มีอะไรเหรอ?”คนรับใช้กำลังทำความสะอาดอยู่ พอได้ยินก็รีบตอบอย่างนอบน้อม“คุณผู้ชายคุณผู้หญิงเชิญตระกูลจู้มาทานข้าวที่บ้าน เมื่อวานพวกเขาก็…”ลู่โจวหนานที่ยังมีอารมณ์ค้างอยู่ พอได้ยินคำว่า “จู้” ก็เริ่มไม่พอใจ จึงขัดจังหวะทันที“พอแล้ว ต่อไปเรื่องของตระกูลจู้ ไม่ต้องมาบอกฉัน”พูดจบ เขาก็เดินกลับเข้าห้องนอนพอตื่นขึ้นมาอีกทีก็เป็นเที่ยงวันของวันถัดไปแล้วตอนที่เขาเดินลงบันไดมา พ่อลู่กับแม่ลู่กำลังทานมื้อกลางวันพอดี จึงโบกมือเรียกเขา“โจวหนาน โทรหาอาเหยาหน่อย ถามดูว่าพวกเขาถึง…”เขาเดินไปนั่งลงที่โต๊ะอาหาร สีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะปฏิเสธ“ผมต้องไปดูสถานที่จัดงานแต่ง ไม่มีเวลา”แม่ลู่ไม่ได้บังคับเขา จึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรวิดีโอเองทันทีที่สายเชื่อมต่อ สายของเฉียวอี้หนิงก็โทรเข้ามาพอดีลู่โจวหนานเผยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะสวมหูฟัง“วันนี้ตื่นเช้าจัง งั้นเดี๋ยวฉันไปรับ ไปกินข้าวเช้าด้วยกันนะ”เขาพูดไปพลางลุกขึ้น
اقرأ المزيد
السابق
123
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status