Share

บทที่ 6

Penulis: นิจนิรันดร์
เช้าวันถัดมา พอจู้ซีเหยาลงมาชั้นล่าง ก็เจอลู่โจวหนานทันที

เขานั่งหน้าบึ้งอยู่บนโซฟา สีหน้าเคร่งขรึม น้ำเสียงแข็งกระด้าง

“จู้ซีเหยา!”

จู้ซีเหยาสัมผัสได้จากน้ำเสียงว่าอารมณ์ของเขาไม่ดีนัก

แต่เธอก็ไม่มีท่าทีจะปลอบเขาแม้แต่น้อย ท่าทางก็ไม่ได้อบอุ่นอะไรนัก

“อ้อ อรุณสวัสดิ์นะ”

“ฉันกำลังจะออกไปเดตกับแฟนพอดี คงไม่ได้ต้อนรับนาย เชิญตามสบาย”

ความโกรธที่ลู่โจวหนานกดไว้หลายวันปะทุขึ้นทันที

เขาลุกพรวดขึ้นคว้าข้อมือเธอไว้แน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความหม่นมืด

“เธอไปมีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่?”

จู้ซีเหยาไม่ตอบ สีหน้าก็ไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อย

ความโกรธในใจของลู่โจวหนานยิ่งลุกโชน มือที่จับอยู่เผลอบีบแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว

“เป็นใบ้ไปแล้วเหรอ? พูดมาสิ!”

จู้ซีเหยาพยายามสะบัดมือที่ถูกเขากำจนแดงออก น้ำเสียงยังคงเย็นชา

“มันเกี่ยวอะไรกับนายด้วย? นายจะมายุ่งมากเกินไปแล้วนะ”

เห็นท่าว่าความขัดแย้งกำลังจะปะทุ แม่จู้ที่ลงมาพอดีก็รีบเข้ามาแยกทั้งสองออก

“โอ๊ย เด็กคนนี้ก็แค่งอนอยู่ ช่วงนี้ยุ่งจนแทบไม่มีเวลา จะไปคบแฟนอะไรได้ล่ะ ถ้าจะคบก็คงต้องรอไปก่อน พวกเธอโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก มีอะไรคุยกันดี ๆ ก็ได้ อย่าทะเลาะกันเลยนะ”

พอมีผู้ใหญ่อยู่ด้วย ทั้งสองคนก็เก็บอารมณ์ลงบ้าง แล้วนั่งลงเงียบ ๆ

พอแม่จู้ออกไปแล้ว ลู่โจวหนานก็เริ่มรู้ตัวว่าตัวเองเมื่อกี้ค่อนข้างเกินไป

พอได้สติ เขานึกถึงคำพูดเมื่อครู่ขึ้นมาอีกครั้ง แล้วก็ขมวดคิ้ว

คุณป้าจู้บอกว่าช่วงนี้ยุ่งงั้นเหรอ?

เกิดอะไรขึ้นกันแน่? ทำไมต้องรอไปอีกสักพัก?

เขาไม่มีเบาะแสอะไรเลย จึงได้แต่ถามออกไป “เมื่อกี้เธอโกหกฉันเหรอ?”

จู้ซีเหยามองเขาแวบหนึ่ง แล้วเดินไปนั่งที่มุมห้อง “มีอะไร?”

เห็นเธอเปลี่ยนเรื่อง ลู่โจวหนานก็รู้ว่าเธอจงใจยั่วเขา เมื่อโล่งใจแล้ว จึงหันไปถามเรื่องสำคัญแทน

“วันเกิดฉัน ทำไมเธอไม่มา?”

“ยุ่ง ไม่มีเวลา”

เห็นท่าทีเย็นชาของเธอ ลู่โจวหนานก็โมโหขึ้นมาอีก เผลอขึ้นเสียงโดยไม่รู้ตัว

“เธอยุ่งอะไรนัก? มีอะไรสำคัญกว่าวันเกิดฉันอีกเหรอ? ปีก่อน ๆ เธอเป็นคนที่ตั้งตารอจะฉลองให้ฉันมากที่สุดไม่ใช่เหรอ?”

จู้ซีเหยาหยิบแก้วน้ำขึ้นจิบ น้ำเสียงยังคงเรียบเฉย “ตอนนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว นายก็มีแฟนแล้ว เรื่องแบบนี้นายควรไปพูดกับเฉียวอี้หนิง ไม่ใช่มาพูดกับฉันที่เป็นคนนอก”

ไม่รู้ทำไม แค่คำว่า “คนนอก” ก็ทำให้ลู่โจวหนานรู้สึกอึดอัดขึ้นมา

เขาเอนตัวพิงพนัก ไขว่ห้าง มือทั้งสองประสานกัน

“ฉันไม่สน ยังไงปีนี้เธอต้องมา จำได้ไหมว่าหลายปีก่อนเธอเคยสัญญากับฉันไว้สามข้อ หนึ่งคือถักผ้าพันคอให้ฉัน สองคือไปปีนเขาหิมะกับฉัน ซึ่งเธอก็ทำครบแล้ว ตอนนี้ฉันจะใช้ข้อที่สาม เธอต้องมางานวันเกิดของฉัน”

ครั้งนี้จู้ซีเหยาไม่ได้สวนกลับ เพียงก้มหน้าลง

ท่าทีเงียบงันของเธอทำให้ลู่โจวหนานยิ่งอึดอัด น้ำเสียงก็ยิ่งเย็นลง

“เธอลืมไปแล้วเหรอว่าตอนนั้นทำไมถึงยอมรับปากฉันสามข้อ?”

จู้ซีเหยาจำได้แน่นอน

สามปีก่อน พวกเขาไปเที่ยวทะเลแล้วเจอน้ำขึ้น เธอเป็นตะคริวที่ขา ถูกคลื่นซัดลงไปในทะเลลึก

ลู่โจวหนานกระโดดลงไปช่วยโดยไม่คิดชีวิต พาเธอกลับขึ้นฝั่งได้ แต่ตัวเขาเองกลับหมดแรงจนเกือบจมน้ำ

เธอเฝ้าอยู่ข้างเตียงคนไข้จนแทบร้องไห้เป็นลม ถึงขั้นมีความคิดอยากตายตามเขา

พอเขาฟื้นขึ้นมา ก็ยกมือเช็ดน้ำตาให้เธอเบา ๆ น้ำเสียงอ่อนโยนอย่างถึงที่สุด

“ร้องไห้หนักขนาดนี้ คนไม่รู้คงคิดว่าฉันตายไปแล้วล่ะ”

“ฉันเป็นห่วงนายแทบแย่ นายยังจะพูดอะไรไม่เป็นมงคลแบบนี้อีก!”

จู้ซีเหยาทั้งโมโหทั้งห่วงจนเผลอตีเขาไปทีหนึ่ง เขารีบร้องขอชีวิต พลางปลอบเธอ

“โอเค ๆ ถ้าเธอห่วงฉันจริง ก็ช่วยทำตามความปรารถนาของฉันสามข้อก็พอ”

พอนึกถึงเรื่องในอดีตขึ้นมา จู้ซีเหยาก็พูดอะไรไม่ออก

ในห้องเงียบอยู่นาน กว่าเธอจะเอ่ยตอบ

“ได้ พอทำตามความปรารถนาข้อที่สามเสร็จ…”

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขัดจังหวะ

ลู่โจวหนานรับสายไปพลาง ลุกขึ้นเดินออกไปข้างนอกไปพลาง

“ตอบตกลงก็ดีแล้ว พรุ่งนี้เธอต้องมาให้ได้”

มองแผ่นหลังของเขาที่หายลับออกไปนอกประตู จู้ซีเหยาจึงพูดประโยคที่เหลือออกมาเบา ๆ

“เราอย่าติดต่อกันอีกเลย”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 25

    ฤดูหนาวอันหนาวเหน็บผ่านพ้นไป ฤดูใบไม้ผลิหวนกลับมาอบอุ่นอีกครั้งตระกูลจู้ได้รับข่าวจากทนายความในประเทศหลังผ่านกระบวนการหลายรอบ ทั้งการพิจารณาคดีชั้นต้น การยื่นอุทธรณ์ของจำเลย และการพิจารณาคดีชั้นสอง ข้อเท็จจริงที่ว่าเฉียวอี้หนิงยุยงให้ก่ออาชญากรรมก็ได้รับการยืนยัน และถูกพิพากษาลงโทษตามกฎหมายผู้กระทำผิดได้รับโทษที่สมควรได้รับ สำหรับผู้เสียหายแล้ว นั่นย่อมเป็นการปลอบประโลมที่ดีที่สุดและวันนี้ก็ตรงกับวันเกิดของพ่อจู้พอดีแม่จู้ลงมือเข้าครัวเอง ทำอาหารเต็มโต๊ะใหญ่ ครอบครัวสามคนยกแก้วฉลองกันพร้อมหน้ามาอยู่ที่สเปนเกือบครึ่งปีแล้ว จู้ซีเหยาก็คุ้นชินกับชีวิตที่นี่แล้วแม้ยังมีเรื่องไม่สะดวกอยู่มาก แต่ระหว่างการออกสำรวจแล้วได้ค้นพบสิ่งน่าสนใจใหม่ ๆ ไปเรื่อย ๆ ก็ถือเป็นความสุขอีกแบบหนึ่งเธอได้รู้จักเพื่อนใหม่มากมาย และค่อย ๆ ค้นพบสิ่งที่ตัวเองสนใจในวันดี ๆ เช่นนี้ เธอจึงประกาศการตัดสินใจสำคัญให้ครอบครัวรับรู้ด้วยความดีใจ“พ่อ แม่ หนูคิดดีแล้วค่ะ หนูตั้งใจจะตั้งวงดนตรีกับเพื่อน ๆ หนูจะรับหน้าที่เป็นมือกีตาร์ ตอนนี้พวกเราแต่งเพลงแรกเสร็จแล้ว สัปดาห์หน้าจะมีการแสดง หนูขอเป็นตัวแทนขอ

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 24

    สามวันต่อมา ลู่โจวหนานก็กลับมาถึงฮู่เฉิงเพียงลำพังตอนที่เขากลับถึงบ้าน วิลล่าหลังข้าง ๆ ก็กลับมาเปิดไฟอีกครั้งพ่อบ้านบอกว่า ตระกูลจู้จัดการทรัพย์สินทั้งหมดในประเทศเรียบร้อยแล้ว เพื่อนบ้านใหม่ก็เพิ่งย้ายเข้ามาเมื่อสองวันก่อนเมื่อได้ยินเช่นนั้น ลู่โจวหนานถึงเพิ่งรู้สึกขึ้นมาจริง ๆ ว่าทุกอย่างไม่อาจย้อนกลับไปได้อีกแล้วเขาอยู่คนเดียวในห้อง นอนไม่หลับตลอดทั้งคืนเช้าวันถัดมา เขามองผ่านหน้าต่างออกไป เห็นเพื่อนบ้านใหม่รื้อชิงช้าในสวนออก เปลี่ยนผ้าม่านสีชมพูขาวเป็นสีเขียวเข้ม และกระดิ่งลมเปลือกหอยที่แขวนอยู่หน้าประตูก็ถูกตัดลงมาโยนทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับตระกูลจู้และจู้ซีเหยา กำลังค่อย ๆ เลือนหายไปจากโลกของเขาทีละนิดเขาไร้เรี่ยวแรงจะห้าม ได้แต่ดื่มจนเมามายทุกวัน ใช้แอลกอฮอล์ทำให้ตัวเองด้านชาหัวใจที่เต็มไปด้วยบาดแผลนับไม่ถ้วนค่อย ๆ กลวงเปล่า สูญเสียแม้กระทั่งความสามารถในการรับรู้อารมณ์ความรักและความเกลียด ความเจ็บปวดและความสำนึกเสียใจ ความสุขและความหวัง…ทุกอย่างกำลังค่อย ๆ ห่างไกลจากเขาออกไปภายในห้องของเขากองสุมไปด้วยของจิปาถะมากมาย ล้วนเป็นของที่เขาไปเก็บกลับมาจ

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 23

    หัวใจของลู่โจวหนานเย็นเฉียบลงอย่างสิ้นเชิงไปกับทุกถ้อยคำเหล่านั้นเขามองเธอเดินจากไปต่อหน้าต่อตา มือที่ถือถุงอยู่ค่อย ๆ ตกลงอย่างหมดแรงดวงตาคู่นั้นที่เต็มไปด้วยความอ่อนล้าค่อย ๆ แดงก่ำขึ้น มีน้ำตาเอ่อคลออยู่ในนั้นความรู้สึกไร้เรี่ยวแรงและสิ้นหวังอย่างลึกล้ำถาโถมขึ้นมาจุกอก จนลมหายใจของเขาถี่กระชั้นขึ้นมากลู่โจวหนานนั่งอยู่คนเดียวตรงมุมหนึ่งเป็นเวลานานจนร้านอาหารปิดแล้ว พนักงานจึงเข้ามาเตือนเขาเขาถึงได้สติกลับมาในที่สุด ก่อนจะยื่นถุงในมือให้อีกฝ่าย แล้วเอ่ยขอร้องให้พนักงานช่วยเหลือแม้ไข่ต้มร้อนจะช่วยลดบวมได้ แต่ก็ยังไม่อาจบรรเทาความเจ็บปวดได้จู้ซีเหยามัวแต่วุ่นอยู่กับเรื่องนี้ จนไม่ได้กินมื้อเย็นพ่อจู้กับแม่จู้ตั้งใจเอาสเต๊กมาให้ พอเห็นแผลที่ขาของเธอ ก็ปวดใจจนแทบทนไม่ไหวพอดีกับที่พนักงานเอาผ้าขนหนูมาส่ง พวกเขาจึงถามขึ้นเล็กน้อยพอได้ยินว่าที่โรงแรมมียา แค่จ่ายประมาณสามพันเก้าร้อยบาทก็ซื้อได้ พวกเขาก็รีบซื้อทันทีไม่นาน พนักงานก็เอายามาส่งให้เมื่อเห็นกล่องยาที่ยังไม่ได้แกะ จู้ซีเหยาก็อดรู้สึกแปลกใจไม่ได้ตอนบ่ายเธอเคยถามแม่บ้านที่มาทำความสะอาดแล้ว อีกฝ่ายบอกว่าโรง

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 22

    เช้าวันถัดมา คนตระกูลจู้เตรียมสัมภาระ ตั้งใจจะออกไปเล่นสกีพอออกจากบ้านมาแล้วไม่เห็นลู่โจวหนาน จู้ซีเหยาก็โล่งอก ก่อนจะเข็นกระเป๋าเดินไปทางท้ายรถเธอเพิ่งเก็บของเสร็จ ก็ได้ยินพ่อจู้อุทานขึ้นมา“นี่มันอะไรน่ะ? อาเหยา ลูกลืมของขวัญวันเกิดของเพื่อนบ้านคนไหนไว้หน้าประตูหรือเปล่า?”พอหันไปเห็นกล่องที่คุ้นตา จู้ซีเหยาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยเธอรีบเดินเข้าไป รับกล่องมาแล้วยื่นให้พ่อบ้าน จากนั้นก็ส่งที่อยู่ของบ้านตระกูลลู่ให้เขา กำชับว่าเดี๋ยวให้ส่งกลับประเทศไปพ่อจู้กับแม่จู้ยิ่งสงสัยมากขึ้น ตลอดทางจึงเอาแต่ถามว่าของขวัญชิ้นนี้ใครเป็นคนให้เมื่อเห็นว่าปั้นเรื่องโกหกต่อไปไม่ไหว จู้ซีเหยาก็จำต้องบอกความจริง พร้อมกันนั้นยังเล่าคำอวยพรของลุงลู่กับป้าลู่เมื่อวานให้พวกเขาฟังด้วยภายในรถเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพ่อจู้จะพยักหน้าแรง ๆ หลายครั้ง“พ่อกับแม่ก็คิดอยู่ตลอดเหมือนกันว่า หลังเกิดเรื่องแบบนี้แล้ว ควรจะวางตัวยังไงกับตระกูลลู่ดี ถึงจะเป็นเรื่องของพวกเด็ก ๆ แต่ลูกเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของพ่อกับแม่ ไม่ว่าจะมองตามความรู้สึกหรือตามเหตุผล พ่อกับแม่ก็ควรยืนอยู่ข้างลูกอย่างมั่นคง เพราะงั้นพวกเราคุยกันไว้แล้ว

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 21

    เพราะนานมากแล้วที่ไม่ได้ปล่อยตัวตามใจแบบนี้ ในงานปาร์ตี้ชุดนอนครั้งนี้ จู้ซีเหยาเลยดื่มไปหลายแก้วพอผ่านศึกหมอนฟาดกันอย่างดุเดือดมาอีกยก อารมณ์ของเธอก็พุ่งขึ้นถึงขีดสุด ตื่นเต้นจนกระทั่งเห็นแมวตัวเล็ก ๆ ยังต้องเอ่ยทักสภาพแบบนั้นดำเนินต่อเนื่องไปจนจบปาร์ตี้ หลังจากไปส่งเพื่อนบ้านสองคนสุดท้ายที่ดื่มจนแทบไม่รู้สึกตัวถึงบ้านแล้ว เธอก็ฮัมเพลงเบา ๆ ระหว่างเดินกลับแม้อยู่ไกล เธอก็มองเห็นเงาร่างพร่ามัวคนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตู มือยังถือกล่องอะไรบางอย่างไว้ดึกขนาดนี้แล้ว วันเกิดของเธอก็จบไปแล้ว ยังจะมีใครมาอีก?พอเดินเข้าไปใกล้และเห็นหน้าชัดเจน รอยยิ้มบนใบหน้าของจู้ซีเหยาก็หายวับไปทันที น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นเย็นชา“มาทำไม?”เมื่อรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของเธอ แววตาของลู่โจวหนานก็วาบผ่านความเจ็บปวดที่แทบสังเกตไม่เห็น เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อย“อาเหยา สุขสันต์วันเกิดนะ”จู้ซีเหยาไม่ตอบ เธอเดินตรงไปที่ประตูโดยไม่แม้แต่จะชายตามอง ปลดล็อกแล้วกำลังจะเข้าไปข้างในลู่โจวหนานคิดว่าเธอไม่ได้ยิน จึงเรียกซ้ำอีกครั้ง“อาเหยา สุขสันต์วันเกิด นี่เป็นของขวัญวันเกิดที่ฉันเตรียมไว้ให้เธอ”เสี

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 20

    หลังจากได้รับข่าวว่าทางอัยการยืนยันสั่งฟ้องแล้ว คนในตระกูลจู้ต่างก็โล่งอกกันถ้วนหน้าพวกเขามอบหมายเรื่องที่เหลือทั้งหมดให้ทนายจัดการ แล้วเดินทางกลับมาดริดก่อนแม้จะห่างไกลจากบ้านเกิด แต่เรื่องวุ่นวายและภาระทางสังคมก็ถูกทิ้งไว้ข้างหลังเช่นกัน จู้ซีเหยาจึงถอนหายใจยาวอย่างโล่งอกวันเวลาผ่านไปทีละวัน เธอก็ค่อย ๆ ปรับตัวเข้ากับชีวิตที่นี่ได้พ่อจู้กับแม่จู้ถามเธอว่าหลังจากนี้มีแผนจะทำอะไร เธอก็หยิบผลไม้ชิ้นหนึ่งป้อนให้แม่ ก่อนจะกะพริบตาเบา ๆ“แม่ ช่วงนี้หนูก็กำลังคิดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน หนูอยากเรียนต่อ แต่ก็อยากพักอีกสักระยะแล้วลองหางานทำ ดูชีวิตการทำงานบ้าง แม่กับพ่อมีคำแนะนำอะไรไหม?”ในสวนลมพัดค่อนข้างแรง พ่อจู้จึงหยิบผ้าห่มมาสองผืนให้ภรรยาและลูกสาว พลางยิ้มอย่างอารมณ์ดี“อีกไม่กี่วันลูกก็จะอายุครบยี่สิบสามแล้ว เรื่องงานน่ะ ยังมีโอกาสให้ลองอีกเยอะ พ่ออยากให้ลูกได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระ ไปตามหาสิ่งที่ตัวเองต้องการ ไม่ว่าจะเรียนต่อ หรือใช้ช่วงที่ยังหนุ่มสาวออกไปเที่ยวรอบโลกก็ดีทั้งนั้น”แม่จู้ก็พยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะยกมือเคาะหัวเธอเบา ๆ“อาเหยา ลูกอยากทำอะไรก็ทำได้ พ่อกับแม่สนับสนุน

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 9

    พอเห็นว่าลู่โจวหนานกล่าวโทษเธอโดยไม่แยกแยะผิดถูก ความน้อยใจและความเจ็บปวดในใจของจู้ซีเหยาก็พุ่งขึ้นถึงขีดสุดแต่เธอยังพยายามประคองสติไว้ อยากอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ชัดเจน“เป็นเธอต่างหากที่หาคนมาคิดจะข่มขืนฉัน ส่วนเรื่องตกบันไดก็เป็นละครที่เธอจัดฉากเอง ถ้าไม่เชื่อก็ไปดูที่ห้องนั้นได้ ขอทานคน

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 8

    พอได้ยินหมอบอกว่าไม่ได้กระแทกโดนกระดูก เป็นเพียงแผลภายนอกเท่านั้น จู้ซีเหยาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกหลังจากทำแผลเรียบร้อยแล้ว เธอก็กลับบ้านยิ่งใกล้ถึงวันต้องจากกัน ห้องนั่งเล่นก็เต็มไปด้วยกระเป๋าเดินทางใบเล็กใบใหญ่เธอพักผ่อนอยู่สองวัน ก่อนจะบอกข่าวเรื่องย้ายไปอยู่ต่างประเทศกับเพื่อนสนิทไม่กี่คนเ

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 7

    งานเลี้ยงวันเกิดดำเนินมาถึงครึ่งทาง ลู่โจวหนานกับเฉียวอี้หนิงก็ประกาศกำหนดวันแต่งงานต่อหน้าทุกคนจู้ซีเหยาถึงได้รู้ว่า ที่แท้วันนี้ไม่ใช่แค่วันเกิดของลู่โจวหนาน แต่ยังเป็นงานหมั้นของเขากับเฉียวอี้หนิงด้วยทั้งงานกึกก้องไปด้วยเสียงปรบมือ ทุกคนต่างพากันส่งคำอวยพรเธอนั่งอยู่มุมห้องเพียงลำพัง มองพวก

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 5

    พ่อลู่กับแม่ลู่กำลังจะเอ่ยปาก แต่จู้ซีเหยากลับชิงตอบเขาก่อน“ไม่มีใครหรอก นายฟังผิดไปเอง”ผู้ใหญ่ทั้งสองมองเธอด้วยความประหลาดใจลู่โจวหนานไม่ได้สังเกตสายตาแปลก ๆ ของพ่อแม่ตัวเอง เขาคว้ามือจู้ซีเหยาแล้วพาขึ้นรถทันที“มาพอดีเลย คุยกันเสร็จแล้วใช่ไหม งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้ว ไปกับฉันหน่อย”ทั้งสองคนนั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status