Share

บทที่ 8

Author: นิจนิรันดร์
พอได้ยินหมอบอกว่าไม่ได้กระแทกโดนกระดูก เป็นเพียงแผลภายนอกเท่านั้น จู้ซีเหยาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก

หลังจากทำแผลเรียบร้อยแล้ว เธอก็กลับบ้าน

ยิ่งใกล้ถึงวันต้องจากกัน ห้องนั่งเล่นก็เต็มไปด้วยกระเป๋าเดินทางใบเล็กใบใหญ่

เธอพักผ่อนอยู่สองวัน ก่อนจะบอกข่าวเรื่องย้ายไปอยู่ต่างประเทศกับเพื่อนสนิทไม่กี่คน

เพื่อน ๆ นัดรวมตัวกันเป็นพิเศษเพื่อเลี้ยงส่งเธอ

บรรยากาศบนโต๊ะเต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์ ทุกคนต่างไม่อยากให้เธอไป พร้อมกำชับให้ติดต่อกันบ่อย ๆ

เกือบตีหนึ่ง งานเลี้ยงถึงได้เลิกรา

หลังจากส่งทุกคนกลับหมดแล้ว จู้ซีเหยาก็ไปจ่ายเงิน ก่อนจะกลับเข้าไปในห้องส่วนตัวเพื่อหยิบกระเป๋า

พอออกมา ระหว่างเดินผ่านห้องข้าง ๆ ก็ได้ยินเสียงคุ้นเคยดังแว่วมา

“พี่ลู่ ในที่สุดก็ได้คนที่เป็นรักแรกในใจมาแล้ว รู้สึกยังไงบ้าง?”

ประตูแง้มอยู่เล็กน้อย ทำให้เธอได้ยินเสียงลู่โจวหนานที่แฝงรอยยิ้มชัดเจน

“ต่อให้ตอนนี้ต้องตาย ฉันก็ยอม”

สิ้นเสียงนั้น ภายในห้องก็ระเบิดเสียงหัวเราะครื้นเครง พร้อมเสียงแซวตามมา

“แล้วเพื่อนสมัยเด็กคนนั้นของนายล่ะ?”

เงียบไปกว่าสิบวินาที ลู่โจวหนานจึงเอ่ยขึ้น น้ำเสียงยังคงสบาย ๆ

“เธอเหรอ…นอนด้วยก็โอเคดี”

“มีคู่นอนที่เรียกมาก็มา ไล่ไปก็ไปแบบนี้ แถมไม่ต้องรับผิดชอบอะไรอีก พี่ลู่ พวกเรานี่อิจฉาจะแย่อยู่แล้ว”

ท่ามกลางเสียงหัวเราะ ลู่โจวหนานเพียงเลิกคิ้วเล็กน้อย ไม่ได้พูดอะไร

“แต่ตอนนี้นายก็หมั้นกับเฉียวอี้หนิงแล้ว แล้วเพื่อนสมัยเด็กคนนั้น นายจะเอายังไงต่อ?”

“คบกันดี ๆ ก็แยกกันดี ๆ ในใจฉันมีแต่อี้หนิง คนอื่นฉันไม่เอา”

เขาพูดอย่างหนักแน่น จนทุกคนพากันชมว่าเขาช่างรักเดียวใจเดียว

มีเพียงจู้ซีเหยาที่กำมือแน่นจนเล็บจิกฝ่ามือ ข้อนิ้วซีดขาว

เธอเคยคิดว่าตัวเองจะไม่เจ็บอีกแล้ว แต่พอได้ยินทุกอย่างกับหูของตัวเอง ก็ยังเจ็บลึกจนเหมือนถูกกรีดซ้ำจนเลือดซึม

ที่แท้แล้ว ความผูกพันกว่ายี่สิบปี บทสนทนายาวเหยียด การจับมือ จูบ และความสัมพันธ์ลึกซึ้งทั้งหมด…

สุดท้ายกลับเหลือเพียงประโยคเดียว

นอนด้วยก็โอเคดี!

เธอกัดริมฝีปากแน่น กลั้นความขมขื่นที่เอ่อท้นอยู่ในอก ก่อนจะหันหลังเดินจากไปด้วยฝีเท้าหนักอึ้ง

ฝนโปรยลงมา เธอก้มหน้าเดินฝ่าม่านฝนไป แต่ก็ถูกใครบางคนขวางเอาไว้

เฉียวอี้หนิงพาสาว ๆ อีกสี่ห้าคนมายืนขวางทาง จ้องมองเธอไม่วางตา

จู้ซีเหยาไม่พูดอะไร กำลังจะโบกรถ แต่ก็ถูกคว้าตัวเอาไว้

“ก่อนหน้านี้ฉันก็รู้สึกว่าพวกเธอมันแปลก ๆ อยู่แล้ว ตอนนี้ก็ได้คำตอบแล้วสินะ ที่แท้เธอมันต่ำช้าขนาดนี้ ถึงขั้นวิ่งเข้าหาแล้วไปนอนกับแฟนฉันมาตั้งนาน?”

น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความอาฆาต จนจู้ซีเหยาหน้าซีดลงเล็กน้อย

เธอกำลังจะอธิบาย แต่เฉียวอี้หนิงไม่เปิดโอกาสให้ มองเธอด้วยสายตาเหยียดหยัน

“เมื่อก่อนจะยังไงก็ช่าง แต่ตอนนี้ฉันกับโจวหนานหมั้นกันแล้ว เธอยังจะมาหาเขาอีก ชอบเป็นมือที่สามขนาดนั้นเลยหรือไง?”

จู้ซีเหยาหัวใจสะดุ้งวูบ สูดลมหายใจลึก “ฉันไม่ใช่มือที่สาม วันนี้ก็ไม่ได้มาหาโจวหนาน…”

ยังพูดไม่ทันจบ เฉียวอี้หนิงก็ส่งสายตาให้คนที่อยู่ข้าง ๆ ทันที

“ลากมันเข้าไปข้างใน แล้วไปหาไอ้ขอทานมาอีกสักสองสามคน”

หลายคนพอเข้าใจกันทันที ก็ลงมือเลย ผลักดันจู้ซีเหยาให้เดินเซ ๆ ขึ้นไปชั้นบน

“พวกเธอจะทำอะไร?”

จู้ซีเหยาหัวใจสะท้าน พยายามดิ้นรนสุดแรง แต่ต้านคนจำนวนมากไม่ไหว ถูกลากไปขังไว้ในห้องส่วนตัวด้านในสุด

ไม่นานนัก ผู้หญิงคนหนึ่งก็พาขอทานคนหนึ่งเดินเข้ามา

เฉียวอี้หนิงตบมือเบา ๆ แสยะยิ้มเย็น ก่อนจะถอยหลบเปิดทาง

“ผู้หญิงคนนี้หิวกระหายจะตาย ไม่ต้องให้เงินก็ยอมให้แกเอาแล้วนะ อย่าลืมทำให้เธอพอใจดี ๆ ล่ะ”

เธอพูดไปพลางก็สั่งให้คนปิดประตูห้องลงทันที

ในพื้นที่แคบ ๆ นั้น ขอทานในสภาพเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งมีแววตาเป็นประกาย ก่อนจะพุ่งเข้ามาใส่เธอ

จู้ซีเหยาชูมือขึ้นทั้งข่วนทั้งตะกายไม่หยุด พยายามต่อต้านอย่างสุดแรง แต่ก็ไร้ผล

แรงของผู้ชายมากกว่ามาก ไม่นานกระโปรงของเธอก็ถูกฉีกขาด เผยให้เห็นผิวเนื้อเป็นวงกว้าง

เขาก้มลงงับอย่างกระหาย กลิ่นเหม็นสาบคล้ายท่อระบายน้ำฟุ้งกระจายไปทั่ว

ด้วยความทั้งโกรธทั้งคับแค้น จู้ซีเหยาคว้าที่เขี่ยบุหรี่ได้ก็ไม่คิดอะไร ฟาดใส่หัวขอทานเข้าอย่างแรง

เสียงดัง “ตุบ” หนึ่งครั้ง ร่างของชายคนนั้นก็ล้มฟุบลงกับพื้นทันที

จู้ซีเหยาที่รอดพ้นมาได้อย่างหวุดหวิดคว้าโทรศัพท์แล้วรีบวิ่งออกไป พอถึงปากทางบันไดก็ไปเจอเฉียวอี้หนิงที่ยังเดินไปได้ไม่ไกล

พอเห็นว่าเธอวิ่งออกมาได้แล้ว สีหน้าของเฉียวอี้หนิงก็เปลี่ยนไปทันที รีบคว้ามือเธอไว้แน่น

“เธอออกมาได้ยังไง!”

พอดีกับที่ลู่โจวหนานเดินออกมาเห็นภาพนี้เข้าพอดี สีหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง รีบวิ่งเข้ามา ก่อนจะรวบตัวเฉียวอี้หนิงที่ล้มอยู่ขึ้นมาอุ้มไว้ในอ้อมแขน

พอดีกับที่ลู่โจวหนานเดินออกมาเห็นภาพนี้เข้าพอดี สีหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง รีบวิ่งเข้ามา ก่อนจะรวบตัวเฉียวอี้หนิงที่ล้มอยู่ขึ้นมาอุ้มไว้ในอ้อมแขน

พอเห็นรอยเขียวช้ำตามตัวเธอ เขาก็เดือดดาลจนแทบคุมไม่อยู่ ก่อนจะหันไปจ้องจู้ซีเหยาด้วยสายตาเกรี้ยวกราด

“จู้ซีเหยา! ทำไมเธอถึงผลักอี้หนิง!”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 25

    ฤดูหนาวอันหนาวเหน็บผ่านพ้นไป ฤดูใบไม้ผลิหวนกลับมาอบอุ่นอีกครั้งตระกูลจู้ได้รับข่าวจากทนายความในประเทศหลังผ่านกระบวนการหลายรอบ ทั้งการพิจารณาคดีชั้นต้น การยื่นอุทธรณ์ของจำเลย และการพิจารณาคดีชั้นสอง ข้อเท็จจริงที่ว่าเฉียวอี้หนิงยุยงให้ก่ออาชญากรรมก็ได้รับการยืนยัน และถูกพิพากษาลงโทษตามกฎหมายผู้กระทำผิดได้รับโทษที่สมควรได้รับ สำหรับผู้เสียหายแล้ว นั่นย่อมเป็นการปลอบประโลมที่ดีที่สุดและวันนี้ก็ตรงกับวันเกิดของพ่อจู้พอดีแม่จู้ลงมือเข้าครัวเอง ทำอาหารเต็มโต๊ะใหญ่ ครอบครัวสามคนยกแก้วฉลองกันพร้อมหน้ามาอยู่ที่สเปนเกือบครึ่งปีแล้ว จู้ซีเหยาก็คุ้นชินกับชีวิตที่นี่แล้วแม้ยังมีเรื่องไม่สะดวกอยู่มาก แต่ระหว่างการออกสำรวจแล้วได้ค้นพบสิ่งน่าสนใจใหม่ ๆ ไปเรื่อย ๆ ก็ถือเป็นความสุขอีกแบบหนึ่งเธอได้รู้จักเพื่อนใหม่มากมาย และค่อย ๆ ค้นพบสิ่งที่ตัวเองสนใจในวันดี ๆ เช่นนี้ เธอจึงประกาศการตัดสินใจสำคัญให้ครอบครัวรับรู้ด้วยความดีใจ“พ่อ แม่ หนูคิดดีแล้วค่ะ หนูตั้งใจจะตั้งวงดนตรีกับเพื่อน ๆ หนูจะรับหน้าที่เป็นมือกีตาร์ ตอนนี้พวกเราแต่งเพลงแรกเสร็จแล้ว สัปดาห์หน้าจะมีการแสดง หนูขอเป็นตัวแทนขอ

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 24

    สามวันต่อมา ลู่โจวหนานก็กลับมาถึงฮู่เฉิงเพียงลำพังตอนที่เขากลับถึงบ้าน วิลล่าหลังข้าง ๆ ก็กลับมาเปิดไฟอีกครั้งพ่อบ้านบอกว่า ตระกูลจู้จัดการทรัพย์สินทั้งหมดในประเทศเรียบร้อยแล้ว เพื่อนบ้านใหม่ก็เพิ่งย้ายเข้ามาเมื่อสองวันก่อนเมื่อได้ยินเช่นนั้น ลู่โจวหนานถึงเพิ่งรู้สึกขึ้นมาจริง ๆ ว่าทุกอย่างไม่อาจย้อนกลับไปได้อีกแล้วเขาอยู่คนเดียวในห้อง นอนไม่หลับตลอดทั้งคืนเช้าวันถัดมา เขามองผ่านหน้าต่างออกไป เห็นเพื่อนบ้านใหม่รื้อชิงช้าในสวนออก เปลี่ยนผ้าม่านสีชมพูขาวเป็นสีเขียวเข้ม และกระดิ่งลมเปลือกหอยที่แขวนอยู่หน้าประตูก็ถูกตัดลงมาโยนทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับตระกูลจู้และจู้ซีเหยา กำลังค่อย ๆ เลือนหายไปจากโลกของเขาทีละนิดเขาไร้เรี่ยวแรงจะห้าม ได้แต่ดื่มจนเมามายทุกวัน ใช้แอลกอฮอล์ทำให้ตัวเองด้านชาหัวใจที่เต็มไปด้วยบาดแผลนับไม่ถ้วนค่อย ๆ กลวงเปล่า สูญเสียแม้กระทั่งความสามารถในการรับรู้อารมณ์ความรักและความเกลียด ความเจ็บปวดและความสำนึกเสียใจ ความสุขและความหวัง…ทุกอย่างกำลังค่อย ๆ ห่างไกลจากเขาออกไปภายในห้องของเขากองสุมไปด้วยของจิปาถะมากมาย ล้วนเป็นของที่เขาไปเก็บกลับมาจ

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 23

    หัวใจของลู่โจวหนานเย็นเฉียบลงอย่างสิ้นเชิงไปกับทุกถ้อยคำเหล่านั้นเขามองเธอเดินจากไปต่อหน้าต่อตา มือที่ถือถุงอยู่ค่อย ๆ ตกลงอย่างหมดแรงดวงตาคู่นั้นที่เต็มไปด้วยความอ่อนล้าค่อย ๆ แดงก่ำขึ้น มีน้ำตาเอ่อคลออยู่ในนั้นความรู้สึกไร้เรี่ยวแรงและสิ้นหวังอย่างลึกล้ำถาโถมขึ้นมาจุกอก จนลมหายใจของเขาถี่กระชั้นขึ้นมากลู่โจวหนานนั่งอยู่คนเดียวตรงมุมหนึ่งเป็นเวลานานจนร้านอาหารปิดแล้ว พนักงานจึงเข้ามาเตือนเขาเขาถึงได้สติกลับมาในที่สุด ก่อนจะยื่นถุงในมือให้อีกฝ่าย แล้วเอ่ยขอร้องให้พนักงานช่วยเหลือแม้ไข่ต้มร้อนจะช่วยลดบวมได้ แต่ก็ยังไม่อาจบรรเทาความเจ็บปวดได้จู้ซีเหยามัวแต่วุ่นอยู่กับเรื่องนี้ จนไม่ได้กินมื้อเย็นพ่อจู้กับแม่จู้ตั้งใจเอาสเต๊กมาให้ พอเห็นแผลที่ขาของเธอ ก็ปวดใจจนแทบทนไม่ไหวพอดีกับที่พนักงานเอาผ้าขนหนูมาส่ง พวกเขาจึงถามขึ้นเล็กน้อยพอได้ยินว่าที่โรงแรมมียา แค่จ่ายประมาณสามพันเก้าร้อยบาทก็ซื้อได้ พวกเขาก็รีบซื้อทันทีไม่นาน พนักงานก็เอายามาส่งให้เมื่อเห็นกล่องยาที่ยังไม่ได้แกะ จู้ซีเหยาก็อดรู้สึกแปลกใจไม่ได้ตอนบ่ายเธอเคยถามแม่บ้านที่มาทำความสะอาดแล้ว อีกฝ่ายบอกว่าโรง

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 22

    เช้าวันถัดมา คนตระกูลจู้เตรียมสัมภาระ ตั้งใจจะออกไปเล่นสกีพอออกจากบ้านมาแล้วไม่เห็นลู่โจวหนาน จู้ซีเหยาก็โล่งอก ก่อนจะเข็นกระเป๋าเดินไปทางท้ายรถเธอเพิ่งเก็บของเสร็จ ก็ได้ยินพ่อจู้อุทานขึ้นมา“นี่มันอะไรน่ะ? อาเหยา ลูกลืมของขวัญวันเกิดของเพื่อนบ้านคนไหนไว้หน้าประตูหรือเปล่า?”พอหันไปเห็นกล่องที่คุ้นตา จู้ซีเหยาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยเธอรีบเดินเข้าไป รับกล่องมาแล้วยื่นให้พ่อบ้าน จากนั้นก็ส่งที่อยู่ของบ้านตระกูลลู่ให้เขา กำชับว่าเดี๋ยวให้ส่งกลับประเทศไปพ่อจู้กับแม่จู้ยิ่งสงสัยมากขึ้น ตลอดทางจึงเอาแต่ถามว่าของขวัญชิ้นนี้ใครเป็นคนให้เมื่อเห็นว่าปั้นเรื่องโกหกต่อไปไม่ไหว จู้ซีเหยาก็จำต้องบอกความจริง พร้อมกันนั้นยังเล่าคำอวยพรของลุงลู่กับป้าลู่เมื่อวานให้พวกเขาฟังด้วยภายในรถเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพ่อจู้จะพยักหน้าแรง ๆ หลายครั้ง“พ่อกับแม่ก็คิดอยู่ตลอดเหมือนกันว่า หลังเกิดเรื่องแบบนี้แล้ว ควรจะวางตัวยังไงกับตระกูลลู่ดี ถึงจะเป็นเรื่องของพวกเด็ก ๆ แต่ลูกเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของพ่อกับแม่ ไม่ว่าจะมองตามความรู้สึกหรือตามเหตุผล พ่อกับแม่ก็ควรยืนอยู่ข้างลูกอย่างมั่นคง เพราะงั้นพวกเราคุยกันไว้แล้ว

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 21

    เพราะนานมากแล้วที่ไม่ได้ปล่อยตัวตามใจแบบนี้ ในงานปาร์ตี้ชุดนอนครั้งนี้ จู้ซีเหยาเลยดื่มไปหลายแก้วพอผ่านศึกหมอนฟาดกันอย่างดุเดือดมาอีกยก อารมณ์ของเธอก็พุ่งขึ้นถึงขีดสุด ตื่นเต้นจนกระทั่งเห็นแมวตัวเล็ก ๆ ยังต้องเอ่ยทักสภาพแบบนั้นดำเนินต่อเนื่องไปจนจบปาร์ตี้ หลังจากไปส่งเพื่อนบ้านสองคนสุดท้ายที่ดื่มจนแทบไม่รู้สึกตัวถึงบ้านแล้ว เธอก็ฮัมเพลงเบา ๆ ระหว่างเดินกลับแม้อยู่ไกล เธอก็มองเห็นเงาร่างพร่ามัวคนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตู มือยังถือกล่องอะไรบางอย่างไว้ดึกขนาดนี้แล้ว วันเกิดของเธอก็จบไปแล้ว ยังจะมีใครมาอีก?พอเดินเข้าไปใกล้และเห็นหน้าชัดเจน รอยยิ้มบนใบหน้าของจู้ซีเหยาก็หายวับไปทันที น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นเย็นชา“มาทำไม?”เมื่อรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของเธอ แววตาของลู่โจวหนานก็วาบผ่านความเจ็บปวดที่แทบสังเกตไม่เห็น เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อย“อาเหยา สุขสันต์วันเกิดนะ”จู้ซีเหยาไม่ตอบ เธอเดินตรงไปที่ประตูโดยไม่แม้แต่จะชายตามอง ปลดล็อกแล้วกำลังจะเข้าไปข้างในลู่โจวหนานคิดว่าเธอไม่ได้ยิน จึงเรียกซ้ำอีกครั้ง“อาเหยา สุขสันต์วันเกิด นี่เป็นของขวัญวันเกิดที่ฉันเตรียมไว้ให้เธอ”เสี

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 20

    หลังจากได้รับข่าวว่าทางอัยการยืนยันสั่งฟ้องแล้ว คนในตระกูลจู้ต่างก็โล่งอกกันถ้วนหน้าพวกเขามอบหมายเรื่องที่เหลือทั้งหมดให้ทนายจัดการ แล้วเดินทางกลับมาดริดก่อนแม้จะห่างไกลจากบ้านเกิด แต่เรื่องวุ่นวายและภาระทางสังคมก็ถูกทิ้งไว้ข้างหลังเช่นกัน จู้ซีเหยาจึงถอนหายใจยาวอย่างโล่งอกวันเวลาผ่านไปทีละวัน เธอก็ค่อย ๆ ปรับตัวเข้ากับชีวิตที่นี่ได้พ่อจู้กับแม่จู้ถามเธอว่าหลังจากนี้มีแผนจะทำอะไร เธอก็หยิบผลไม้ชิ้นหนึ่งป้อนให้แม่ ก่อนจะกะพริบตาเบา ๆ“แม่ ช่วงนี้หนูก็กำลังคิดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน หนูอยากเรียนต่อ แต่ก็อยากพักอีกสักระยะแล้วลองหางานทำ ดูชีวิตการทำงานบ้าง แม่กับพ่อมีคำแนะนำอะไรไหม?”ในสวนลมพัดค่อนข้างแรง พ่อจู้จึงหยิบผ้าห่มมาสองผืนให้ภรรยาและลูกสาว พลางยิ้มอย่างอารมณ์ดี“อีกไม่กี่วันลูกก็จะอายุครบยี่สิบสามแล้ว เรื่องงานน่ะ ยังมีโอกาสให้ลองอีกเยอะ พ่ออยากให้ลูกได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระ ไปตามหาสิ่งที่ตัวเองต้องการ ไม่ว่าจะเรียนต่อ หรือใช้ช่วงที่ยังหนุ่มสาวออกไปเที่ยวรอบโลกก็ดีทั้งนั้น”แม่จู้ก็พยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะยกมือเคาะหัวเธอเบา ๆ“อาเหยา ลูกอยากทำอะไรก็ทำได้ พ่อกับแม่สนับสนุน

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 9

    พอเห็นว่าลู่โจวหนานกล่าวโทษเธอโดยไม่แยกแยะผิดถูก ความน้อยใจและความเจ็บปวดในใจของจู้ซีเหยาก็พุ่งขึ้นถึงขีดสุดแต่เธอยังพยายามประคองสติไว้ อยากอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ชัดเจน“เป็นเธอต่างหากที่หาคนมาคิดจะข่มขืนฉัน ส่วนเรื่องตกบันไดก็เป็นละครที่เธอจัดฉากเอง ถ้าไม่เชื่อก็ไปดูที่ห้องนั้นได้ ขอทานคน

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 7

    งานเลี้ยงวันเกิดดำเนินมาถึงครึ่งทาง ลู่โจวหนานกับเฉียวอี้หนิงก็ประกาศกำหนดวันแต่งงานต่อหน้าทุกคนจู้ซีเหยาถึงได้รู้ว่า ที่แท้วันนี้ไม่ใช่แค่วันเกิดของลู่โจวหนาน แต่ยังเป็นงานหมั้นของเขากับเฉียวอี้หนิงด้วยทั้งงานกึกก้องไปด้วยเสียงปรบมือ ทุกคนต่างพากันส่งคำอวยพรเธอนั่งอยู่มุมห้องเพียงลำพัง มองพวก

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 6

    เช้าวันถัดมา พอจู้ซีเหยาลงมาชั้นล่าง ก็เจอลู่โจวหนานทันทีเขานั่งหน้าบึ้งอยู่บนโซฟา สีหน้าเคร่งขรึม น้ำเสียงแข็งกระด้าง“จู้ซีเหยา!”จู้ซีเหยาสัมผัสได้จากน้ำเสียงว่าอารมณ์ของเขาไม่ดีนักแต่เธอก็ไม่มีท่าทีจะปลอบเขาแม้แต่น้อย ท่าทางก็ไม่ได้อบอุ่นอะไรนัก“อ้อ อรุณสวัสดิ์นะ”“ฉันกำลังจะออกไปเดตกับ

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 5

    พ่อลู่กับแม่ลู่กำลังจะเอ่ยปาก แต่จู้ซีเหยากลับชิงตอบเขาก่อน“ไม่มีใครหรอก นายฟังผิดไปเอง”ผู้ใหญ่ทั้งสองมองเธอด้วยความประหลาดใจลู่โจวหนานไม่ได้สังเกตสายตาแปลก ๆ ของพ่อแม่ตัวเอง เขาคว้ามือจู้ซีเหยาแล้วพาขึ้นรถทันที“มาพอดีเลย คุยกันเสร็จแล้วใช่ไหม งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้ว ไปกับฉันหน่อย”ทั้งสองคนนั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status