Share

บทที่ 9

Penulis: นิจนิรันดร์
พอเห็นว่าลู่โจวหนานกล่าวโทษเธอโดยไม่แยกแยะผิดถูก ความน้อยใจและความเจ็บปวดในใจของจู้ซีเหยาก็พุ่งขึ้นถึงขีดสุด

แต่เธอยังพยายามประคองสติไว้ อยากอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ชัดเจน

“เป็นเธอต่างหากที่หาคนมาคิดจะข่มขืนฉัน ส่วนเรื่องตกบันไดก็เป็นละครที่เธอจัดฉากเอง ถ้าไม่เชื่อก็ไปดูที่ห้องนั้นได้ ขอทานคนนั้นยัง…”

พอได้ยินเช่นนั้น เฉียวอี้หนิงก็ลนลานขึ้นมา รีบร้องไห้อธิบายทันที

“ไม่ใช่นะ โจวหนาน เธอต่างหากที่ด่าฉันว่าเป็นมือที่สาม แทรกกลางความสัมพันธ์ของพวกนายที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก แล้วถึงได้ผลักฉันตกบันได ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยนะ ทำไมเธอต้องใส่ร้ายฉันอย่างโหดร้ายแบบนี้ด้วย?”

ระหว่างคนสองคนนี้ ลู่โจวหนานเลือกเชื่อเฉียวอี้หนิงอย่างไม่มีเงื่อนไข

เขากอดเธอไว้ในอ้อมแขน แล้วระบายความโกรธทั้งหมดใส่จู้ซีเหยา น้ำเสียงเย็นเฉียบราวกับน้ำค้างแข็ง

“อี้หนิงจะไปทำเรื่องแบบนั้นได้ยังไง? เธอนั่นแหละที่ไร้เหตุผล ผลักอี้หนิงตกบันได ตอนนี้ยังกล้ากลับดำเป็นขาวอีกเหรอ? ตั้งแต่เด็กเธอก็ชอบตามตื๊อฉัน ฉันเห็นแก่ความสัมพันธ์ของสองครอบครัวถึงได้คบกับเธอ ในเมื่อเธอหลงตัวเอง ไม่รู้จักดีชั่วขนาดนี้ ก็ไสหัวไปซะ!”

หัวใจของจู้ซีเหยาเย็นเฉียบลงอย่างสิ้นเชิงเพราะคำพูดไม่กี่ประโยคนั้น

เธอมองเขานิ่ง ๆ เอ่ยออกมาทีละคำ น้ำเสียงหนักแน่นชัดเจน

“ได้! ฉันจะทำตามที่นายต้องการ ตัดขาดกับนายให้เด็ดขาด!”

น้ำเสียงเย็นชาไม่เหลือเยื่อใยนั้น ยิ่งทำให้ความโกรธในใจของลู่โจวหนานลุกโชนหนักกว่าเดิม

เขามองแผ่นหลังของเธอที่เดินโซซัดโซเซลงบันไดอย่างไม่ยอมอ่อนข้อ ก่อนจะตะโกนคำพูดร้ายกาจไล่ตามไปอีกประโยค

“ต่อไปอย่าให้ฉันเห็นหน้าเธออีก!”

จู้ซีเหยารู้ดีว่าหลังจากนี้ พวกเขาคงไม่มีวันได้เจอกันอีกแล้วจริง ๆ

ดังนั้นเธอจึงไม่หยุดฝีเท้าเลยแม้แต่น้อย

เธอเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย

หลังจากพักผ่อนหนึ่งคืน จู้ซีเหยาก็ตื่นขึ้นมาฉีกปฏิทินแผ่นสุดท้ายออก

เธอลากกระเป๋าเดินทาง กำลังจะไปที่โรงรถ ก็ได้ยินพ่อจู้กับแม่จู้เรียกเธอไว้

“อาเหยา ลุงลู่กับป้าลู่เชิญครอบครัวเราไปกินมื้อเที่ยงด้วยกันเป็นครั้งสุดท้าย ลูกเอาของไปเก็บแล้วรีบมานะ”

แม้ในใจของจู้ซีเหยาจะไม่เต็มใจเอาเสียเลย แต่เธอก็รู้ดีว่าไม่ว่าเรื่องระหว่างเธอกับลู่โจวหนานจะบานปลายไปถึงขั้นไหน ก็ไม่เกี่ยวกับผู้ใหญ่

ดังนั้นหลังจากลังเลอยู่ไม่กี่วินาที เธอก็ยังตอบตกลงอยู่ดี

โชคดีที่มื้อรวมตัววันนี้ ลู่โจวหนานไม่ได้อยู่บ้าน

พ่อลู่กับแม่ลู่พยายามโทรหาเขาตลอด อยากให้เขากลับมา

แต่โทรติดกันเป็นสิบกว่าสาย ก็ยังไม่มีคนรับเลย

พอเห็นว่าอาหารถูกยกขึ้นโต๊ะครบแล้ว จู้ซีเหยาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นเบา ๆ

“ตอนนี้เขาน่าจะอยู่กับแฟน แค่มื้อเดียวเอง ไม่กินก็ไม่ได้เป็นอะไรหรอกค่ะ อย่าไปรบกวนเวลานัดเดตของพวกเขาเลยนะคะ”

อีกอย่างยังต้องรีบไปขึ้นเครื่องด้วย จะรอต่อไปก็ไม่ได้จริง ๆ แล้ว

พ่อลู่กับแม่ลู่ถึงได้วางโทรศัพท์ลง แล้วชวนทุกคนนั่งลงที่โต๊ะ

มื้อนี้กินกันไปด้วยความรู้สึกหวิวโหวง สองครอบครัวนั่งคุยกันแต่เรื่องราวในอดีต

จู้ซีเหยานั่งฟังเงียบ ๆ เอาแต่ก้มหน้ากินข้าว แทบไม่ค่อยพูดอะไร

พอกินเสร็จ ทุกคนก็ออกไปถ่ายรูปรวมกันที่ลานบ้านอีกหนึ่งรูป เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก

บ่ายโมงตรง คนตระกูลจู้ก็ออกเดินทางพร้อมสัมภาระ ส่วนสองสามีภรรยาตระกูลลู่ก็ตามมาส่งด้วย

พอไปถึงสนามบิน พ่อลู่กับแม่ลู่ก็ยังโทรหาลู่โจวหนานอีกหลายสาย

ก็ยังไม่มีข่าวคราวใด ๆ เลย

สองสามีภรรยาถอนหายใจ มองครอบครัวเพื่อนเก่าด้วยสีหน้าเสียดาย น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด

“ช่วงนี้โจวหนานกำลังยุ่งเรื่องงานหมั้น ยังไม่รู้เลยว่าพวกเธอจะย้ายไป พอกลับมาแล้วเห็นบ้านว่างเปล่าไม่มีคนอยู่ คงต้องเสียใจมากแน่ ๆ”

จู้ซีเหยาส่ายหน้าเบา ๆ น้ำเสียงเรียบเฉย

“ไม่หรอกค่ะ”

ผู้ใหญ่ทั้งสี่คนพอได้ยินก็หันมามอง สีหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ

“ทำไมล่ะ?”

จังหวะนั้นเสียงประกาศเรียกขึ้นเครื่องก็ดังขึ้นพอดี จู้ซีเหยาไม่ได้พูดอะไร เพียงเอ่ยลาพ่อลู่กับแม่ลู่อย่างสุภาพ

พ่อจู้กับแม่จู้ก็หยิบซองอั่งเปาออกมาจากกระเป๋า แล้วยื่นให้พวกเขา

“งานแต่งของเด็กสองคนนั้นพวกเราไปไม่ได้แล้วนะ เหล่าลู่ ฝากช่วยบอกพวกเขาด้วย ว่าลุงกับป้าขออวยพรให้ทั้งคู่แต่งงานกันอย่างมีความสุข”

ยามต้องลาจากกัน ทั้งสองครอบครัวต่างก็เต็มไปด้วยความรู้สึกอาลัยและความผูกพัน

จู้ซีเหยายืนอยู่ข้าง ๆ คนเดียว ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วบล็อกพร้อมลบช่องทางติดต่อของลู่โจวหนานทั้งหมด

หลังจากทำทุกอย่างเสร็จ เธอก็เข้าไปคล้องแขนพ่อแม่ โบกมือลาพ่อลู่กับแม่ลู่ ก่อนจะหันหลังเดินมุ่งหน้าไปยังประตูขึ้นเครื่อง

ไม่หันกลับมาอีกเลย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 25

    ฤดูหนาวอันหนาวเหน็บผ่านพ้นไป ฤดูใบไม้ผลิหวนกลับมาอบอุ่นอีกครั้งตระกูลจู้ได้รับข่าวจากทนายความในประเทศหลังผ่านกระบวนการหลายรอบ ทั้งการพิจารณาคดีชั้นต้น การยื่นอุทธรณ์ของจำเลย และการพิจารณาคดีชั้นสอง ข้อเท็จจริงที่ว่าเฉียวอี้หนิงยุยงให้ก่ออาชญากรรมก็ได้รับการยืนยัน และถูกพิพากษาลงโทษตามกฎหมายผู้กระทำผิดได้รับโทษที่สมควรได้รับ สำหรับผู้เสียหายแล้ว นั่นย่อมเป็นการปลอบประโลมที่ดีที่สุดและวันนี้ก็ตรงกับวันเกิดของพ่อจู้พอดีแม่จู้ลงมือเข้าครัวเอง ทำอาหารเต็มโต๊ะใหญ่ ครอบครัวสามคนยกแก้วฉลองกันพร้อมหน้ามาอยู่ที่สเปนเกือบครึ่งปีแล้ว จู้ซีเหยาก็คุ้นชินกับชีวิตที่นี่แล้วแม้ยังมีเรื่องไม่สะดวกอยู่มาก แต่ระหว่างการออกสำรวจแล้วได้ค้นพบสิ่งน่าสนใจใหม่ ๆ ไปเรื่อย ๆ ก็ถือเป็นความสุขอีกแบบหนึ่งเธอได้รู้จักเพื่อนใหม่มากมาย และค่อย ๆ ค้นพบสิ่งที่ตัวเองสนใจในวันดี ๆ เช่นนี้ เธอจึงประกาศการตัดสินใจสำคัญให้ครอบครัวรับรู้ด้วยความดีใจ“พ่อ แม่ หนูคิดดีแล้วค่ะ หนูตั้งใจจะตั้งวงดนตรีกับเพื่อน ๆ หนูจะรับหน้าที่เป็นมือกีตาร์ ตอนนี้พวกเราแต่งเพลงแรกเสร็จแล้ว สัปดาห์หน้าจะมีการแสดง หนูขอเป็นตัวแทนขอ

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 24

    สามวันต่อมา ลู่โจวหนานก็กลับมาถึงฮู่เฉิงเพียงลำพังตอนที่เขากลับถึงบ้าน วิลล่าหลังข้าง ๆ ก็กลับมาเปิดไฟอีกครั้งพ่อบ้านบอกว่า ตระกูลจู้จัดการทรัพย์สินทั้งหมดในประเทศเรียบร้อยแล้ว เพื่อนบ้านใหม่ก็เพิ่งย้ายเข้ามาเมื่อสองวันก่อนเมื่อได้ยินเช่นนั้น ลู่โจวหนานถึงเพิ่งรู้สึกขึ้นมาจริง ๆ ว่าทุกอย่างไม่อาจย้อนกลับไปได้อีกแล้วเขาอยู่คนเดียวในห้อง นอนไม่หลับตลอดทั้งคืนเช้าวันถัดมา เขามองผ่านหน้าต่างออกไป เห็นเพื่อนบ้านใหม่รื้อชิงช้าในสวนออก เปลี่ยนผ้าม่านสีชมพูขาวเป็นสีเขียวเข้ม และกระดิ่งลมเปลือกหอยที่แขวนอยู่หน้าประตูก็ถูกตัดลงมาโยนทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับตระกูลจู้และจู้ซีเหยา กำลังค่อย ๆ เลือนหายไปจากโลกของเขาทีละนิดเขาไร้เรี่ยวแรงจะห้าม ได้แต่ดื่มจนเมามายทุกวัน ใช้แอลกอฮอล์ทำให้ตัวเองด้านชาหัวใจที่เต็มไปด้วยบาดแผลนับไม่ถ้วนค่อย ๆ กลวงเปล่า สูญเสียแม้กระทั่งความสามารถในการรับรู้อารมณ์ความรักและความเกลียด ความเจ็บปวดและความสำนึกเสียใจ ความสุขและความหวัง…ทุกอย่างกำลังค่อย ๆ ห่างไกลจากเขาออกไปภายในห้องของเขากองสุมไปด้วยของจิปาถะมากมาย ล้วนเป็นของที่เขาไปเก็บกลับมาจ

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 23

    หัวใจของลู่โจวหนานเย็นเฉียบลงอย่างสิ้นเชิงไปกับทุกถ้อยคำเหล่านั้นเขามองเธอเดินจากไปต่อหน้าต่อตา มือที่ถือถุงอยู่ค่อย ๆ ตกลงอย่างหมดแรงดวงตาคู่นั้นที่เต็มไปด้วยความอ่อนล้าค่อย ๆ แดงก่ำขึ้น มีน้ำตาเอ่อคลออยู่ในนั้นความรู้สึกไร้เรี่ยวแรงและสิ้นหวังอย่างลึกล้ำถาโถมขึ้นมาจุกอก จนลมหายใจของเขาถี่กระชั้นขึ้นมากลู่โจวหนานนั่งอยู่คนเดียวตรงมุมหนึ่งเป็นเวลานานจนร้านอาหารปิดแล้ว พนักงานจึงเข้ามาเตือนเขาเขาถึงได้สติกลับมาในที่สุด ก่อนจะยื่นถุงในมือให้อีกฝ่าย แล้วเอ่ยขอร้องให้พนักงานช่วยเหลือแม้ไข่ต้มร้อนจะช่วยลดบวมได้ แต่ก็ยังไม่อาจบรรเทาความเจ็บปวดได้จู้ซีเหยามัวแต่วุ่นอยู่กับเรื่องนี้ จนไม่ได้กินมื้อเย็นพ่อจู้กับแม่จู้ตั้งใจเอาสเต๊กมาให้ พอเห็นแผลที่ขาของเธอ ก็ปวดใจจนแทบทนไม่ไหวพอดีกับที่พนักงานเอาผ้าขนหนูมาส่ง พวกเขาจึงถามขึ้นเล็กน้อยพอได้ยินว่าที่โรงแรมมียา แค่จ่ายประมาณสามพันเก้าร้อยบาทก็ซื้อได้ พวกเขาก็รีบซื้อทันทีไม่นาน พนักงานก็เอายามาส่งให้เมื่อเห็นกล่องยาที่ยังไม่ได้แกะ จู้ซีเหยาก็อดรู้สึกแปลกใจไม่ได้ตอนบ่ายเธอเคยถามแม่บ้านที่มาทำความสะอาดแล้ว อีกฝ่ายบอกว่าโรง

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 22

    เช้าวันถัดมา คนตระกูลจู้เตรียมสัมภาระ ตั้งใจจะออกไปเล่นสกีพอออกจากบ้านมาแล้วไม่เห็นลู่โจวหนาน จู้ซีเหยาก็โล่งอก ก่อนจะเข็นกระเป๋าเดินไปทางท้ายรถเธอเพิ่งเก็บของเสร็จ ก็ได้ยินพ่อจู้อุทานขึ้นมา“นี่มันอะไรน่ะ? อาเหยา ลูกลืมของขวัญวันเกิดของเพื่อนบ้านคนไหนไว้หน้าประตูหรือเปล่า?”พอหันไปเห็นกล่องที่คุ้นตา จู้ซีเหยาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยเธอรีบเดินเข้าไป รับกล่องมาแล้วยื่นให้พ่อบ้าน จากนั้นก็ส่งที่อยู่ของบ้านตระกูลลู่ให้เขา กำชับว่าเดี๋ยวให้ส่งกลับประเทศไปพ่อจู้กับแม่จู้ยิ่งสงสัยมากขึ้น ตลอดทางจึงเอาแต่ถามว่าของขวัญชิ้นนี้ใครเป็นคนให้เมื่อเห็นว่าปั้นเรื่องโกหกต่อไปไม่ไหว จู้ซีเหยาก็จำต้องบอกความจริง พร้อมกันนั้นยังเล่าคำอวยพรของลุงลู่กับป้าลู่เมื่อวานให้พวกเขาฟังด้วยภายในรถเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพ่อจู้จะพยักหน้าแรง ๆ หลายครั้ง“พ่อกับแม่ก็คิดอยู่ตลอดเหมือนกันว่า หลังเกิดเรื่องแบบนี้แล้ว ควรจะวางตัวยังไงกับตระกูลลู่ดี ถึงจะเป็นเรื่องของพวกเด็ก ๆ แต่ลูกเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของพ่อกับแม่ ไม่ว่าจะมองตามความรู้สึกหรือตามเหตุผล พ่อกับแม่ก็ควรยืนอยู่ข้างลูกอย่างมั่นคง เพราะงั้นพวกเราคุยกันไว้แล้ว

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 21

    เพราะนานมากแล้วที่ไม่ได้ปล่อยตัวตามใจแบบนี้ ในงานปาร์ตี้ชุดนอนครั้งนี้ จู้ซีเหยาเลยดื่มไปหลายแก้วพอผ่านศึกหมอนฟาดกันอย่างดุเดือดมาอีกยก อารมณ์ของเธอก็พุ่งขึ้นถึงขีดสุด ตื่นเต้นจนกระทั่งเห็นแมวตัวเล็ก ๆ ยังต้องเอ่ยทักสภาพแบบนั้นดำเนินต่อเนื่องไปจนจบปาร์ตี้ หลังจากไปส่งเพื่อนบ้านสองคนสุดท้ายที่ดื่มจนแทบไม่รู้สึกตัวถึงบ้านแล้ว เธอก็ฮัมเพลงเบา ๆ ระหว่างเดินกลับแม้อยู่ไกล เธอก็มองเห็นเงาร่างพร่ามัวคนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตู มือยังถือกล่องอะไรบางอย่างไว้ดึกขนาดนี้แล้ว วันเกิดของเธอก็จบไปแล้ว ยังจะมีใครมาอีก?พอเดินเข้าไปใกล้และเห็นหน้าชัดเจน รอยยิ้มบนใบหน้าของจู้ซีเหยาก็หายวับไปทันที น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นเย็นชา“มาทำไม?”เมื่อรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของเธอ แววตาของลู่โจวหนานก็วาบผ่านความเจ็บปวดที่แทบสังเกตไม่เห็น เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อย“อาเหยา สุขสันต์วันเกิดนะ”จู้ซีเหยาไม่ตอบ เธอเดินตรงไปที่ประตูโดยไม่แม้แต่จะชายตามอง ปลดล็อกแล้วกำลังจะเข้าไปข้างในลู่โจวหนานคิดว่าเธอไม่ได้ยิน จึงเรียกซ้ำอีกครั้ง“อาเหยา สุขสันต์วันเกิด นี่เป็นของขวัญวันเกิดที่ฉันเตรียมไว้ให้เธอ”เสี

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 20

    หลังจากได้รับข่าวว่าทางอัยการยืนยันสั่งฟ้องแล้ว คนในตระกูลจู้ต่างก็โล่งอกกันถ้วนหน้าพวกเขามอบหมายเรื่องที่เหลือทั้งหมดให้ทนายจัดการ แล้วเดินทางกลับมาดริดก่อนแม้จะห่างไกลจากบ้านเกิด แต่เรื่องวุ่นวายและภาระทางสังคมก็ถูกทิ้งไว้ข้างหลังเช่นกัน จู้ซีเหยาจึงถอนหายใจยาวอย่างโล่งอกวันเวลาผ่านไปทีละวัน เธอก็ค่อย ๆ ปรับตัวเข้ากับชีวิตที่นี่ได้พ่อจู้กับแม่จู้ถามเธอว่าหลังจากนี้มีแผนจะทำอะไร เธอก็หยิบผลไม้ชิ้นหนึ่งป้อนให้แม่ ก่อนจะกะพริบตาเบา ๆ“แม่ ช่วงนี้หนูก็กำลังคิดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน หนูอยากเรียนต่อ แต่ก็อยากพักอีกสักระยะแล้วลองหางานทำ ดูชีวิตการทำงานบ้าง แม่กับพ่อมีคำแนะนำอะไรไหม?”ในสวนลมพัดค่อนข้างแรง พ่อจู้จึงหยิบผ้าห่มมาสองผืนให้ภรรยาและลูกสาว พลางยิ้มอย่างอารมณ์ดี“อีกไม่กี่วันลูกก็จะอายุครบยี่สิบสามแล้ว เรื่องงานน่ะ ยังมีโอกาสให้ลองอีกเยอะ พ่ออยากให้ลูกได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระ ไปตามหาสิ่งที่ตัวเองต้องการ ไม่ว่าจะเรียนต่อ หรือใช้ช่วงที่ยังหนุ่มสาวออกไปเที่ยวรอบโลกก็ดีทั้งนั้น”แม่จู้ก็พยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะยกมือเคาะหัวเธอเบา ๆ“อาเหยา ลูกอยากทำอะไรก็ทำได้ พ่อกับแม่สนับสนุน

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 8

    พอได้ยินหมอบอกว่าไม่ได้กระแทกโดนกระดูก เป็นเพียงแผลภายนอกเท่านั้น จู้ซีเหยาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกหลังจากทำแผลเรียบร้อยแล้ว เธอก็กลับบ้านยิ่งใกล้ถึงวันต้องจากกัน ห้องนั่งเล่นก็เต็มไปด้วยกระเป๋าเดินทางใบเล็กใบใหญ่เธอพักผ่อนอยู่สองวัน ก่อนจะบอกข่าวเรื่องย้ายไปอยู่ต่างประเทศกับเพื่อนสนิทไม่กี่คนเ

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 7

    งานเลี้ยงวันเกิดดำเนินมาถึงครึ่งทาง ลู่โจวหนานกับเฉียวอี้หนิงก็ประกาศกำหนดวันแต่งงานต่อหน้าทุกคนจู้ซีเหยาถึงได้รู้ว่า ที่แท้วันนี้ไม่ใช่แค่วันเกิดของลู่โจวหนาน แต่ยังเป็นงานหมั้นของเขากับเฉียวอี้หนิงด้วยทั้งงานกึกก้องไปด้วยเสียงปรบมือ ทุกคนต่างพากันส่งคำอวยพรเธอนั่งอยู่มุมห้องเพียงลำพัง มองพวก

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 6

    เช้าวันถัดมา พอจู้ซีเหยาลงมาชั้นล่าง ก็เจอลู่โจวหนานทันทีเขานั่งหน้าบึ้งอยู่บนโซฟา สีหน้าเคร่งขรึม น้ำเสียงแข็งกระด้าง“จู้ซีเหยา!”จู้ซีเหยาสัมผัสได้จากน้ำเสียงว่าอารมณ์ของเขาไม่ดีนักแต่เธอก็ไม่มีท่าทีจะปลอบเขาแม้แต่น้อย ท่าทางก็ไม่ได้อบอุ่นอะไรนัก“อ้อ อรุณสวัสดิ์นะ”“ฉันกำลังจะออกไปเดตกับ

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 5

    พ่อลู่กับแม่ลู่กำลังจะเอ่ยปาก แต่จู้ซีเหยากลับชิงตอบเขาก่อน“ไม่มีใครหรอก นายฟังผิดไปเอง”ผู้ใหญ่ทั้งสองมองเธอด้วยความประหลาดใจลู่โจวหนานไม่ได้สังเกตสายตาแปลก ๆ ของพ่อแม่ตัวเอง เขาคว้ามือจู้ซีเหยาแล้วพาขึ้นรถทันที“มาพอดีเลย คุยกันเสร็จแล้วใช่ไหม งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้ว ไปกับฉันหน่อย”ทั้งสองคนนั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status