Share

เมื่อแสงไฟใกล้มอด คนเคยผูกพันก็จากลา
เมื่อแสงไฟใกล้มอด คนเคยผูกพันก็จากลา
Author: ห้ามสูบระเบิดนิวเคลียร์ในห้องน้ำ

บทที่ 1

Author: ห้ามสูบระเบิดนิวเคลียร์ในห้องน้ำ
หลีชิงเหยียนชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อเห็นผมถอดแหวนออกจากนิ้ว เธอก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย

“เยี่ยนโจว คุณพูดอะไรน่ะ? เล่นบทไปตลอดชีวิตอะไรกัน? ฉันก็บอกแล้วไงว่าบริษัทมีเรื่องด่วน”

เธอยื่นมือมา หมายจะสวมแหวนกลับเข้าที่นิ้วของผม

“เลิกทำแบบนี้ได้แล้วน่า เดี๋ยวฉันไปขอโทษคุณลุงคุณป้าเอง ครั้งหน้าฉันจะทำตัวให้ดีกว่านี้แน่นอน”

ผมเบี่ยงมือหลบ ก่อนจ้องหน้าเธอแล้วถามอย่างคาดคั้น “บริษัทมีเรื่องด่วนงั้นเหรอ?”

“บริษัทไหนกันที่มีเรื่องด่วนถึงขั้นต้องให้คุณหอบของขวัญถุงใหญ่ถุงเล็กไปแกล้งเป็นแฟนเฉิงซวี่?”

มือของหลีชิงเหยียนชะงักค้างอยู่กลางอากาศ

ผมหยิบโทรศัพท์ออกมา เปิดภาพแคปหน้าจอโพสต์ในวีแชตของเฉิงซวี่ ก่อนเลื่อนโทรศัพท์ไปตรงหน้าเธอ

แสงเย็นเยียบจากหน้าจอส่องกระทบใบหน้าของเธอ

ในภาพ เธอนั่งอยู่บนโซฟาที่บ้านของเฉิงซวี่ ก้มหน้าชงชาให้คุณย่าของเขาด้วยสีหน้าอ่อนโยนและท่าทางใจเย็น

กว่าจะเกลี้ยกล่อมให้พ่อแม่บุญธรรมยอมมาพบเธอในวันนี้ได้ ผมต้องรบเร้าพวกท่านอยู่นานถึงหนึ่งเดือนเต็ม

ตระกูลเผยเคร่งครัดเรื่องกฎระเบียบ พ่อแม่บุญธรรมของผมมองว่าหลีชิงเหยียนมีฐานะทางบ้านธรรมดา อีกทั้งยังวางตัวไม่ค่อยสุขุมหนักแน่น

ผมต้องยืนกรานท่ามกลางเสียงคัดค้านของทุกคน พร้อมยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเธอดีกับผมมาก และเป็นคนที่ผมสามารถฝากชีวิตไว้ได้ พวกท่านถึงยอมสละเวลามาพบเธอในวันนี้อย่างไม่เต็มใจนัก

พวกเรานั่งรออยู่ในห้องส่วนตัวนานถึงสามชั่วโมง

ตอนที่พนักงานเข้ามาเติมชาเป็นครั้งที่หก พ่อบุญธรรมก็วางถ้วยชากระแทกโต๊ะ ก่อนลุกเดินออกไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ

แต่ในเวลาเดียวกัน คู่หมั้นของผมกลับกำลังนั่งดื่มชาเป็นเพื่อนคุณย่าของผู้ชายคนอื่นอยู่

เมื่อหลีชิงเหยียนเห็นภาพแคปหน้าจอชัด ๆ สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ไม่นานก็ตั้งสติได้

“เยี่ยนโจว ฟังฉันอธิบายก่อนนะ คุณย่าของเฉิงซวี่สุขภาพไม่ค่อยดี”

“วันนี้จู่ ๆ ท่านก็บังคับให้เขาพาแฟนกลับบ้าน บอกว่าถ้ายังไม่เห็นหลานชายมีคู่ครองเป็นหลักเป็นแหล่ง ก็จะไม่ยอมกินยา”

“ฉันก็แค่มีน้ำใจช่วยเขาแก้สถานการณ์ในฐานะเจ้านาย ไปทำตามบทบาทให้เรื่องมันผ่านไปก็เท่านั้นเอง”

เธอปรับน้ำเสียงให้อ่อนลง “ก็แค่ไปกินข้าวด้วยกันมื้อเดียว ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นสักหน่อย”

“ปกติคุณก็เป็นคนใจดีไม่ใช่เหรอ? คุณคงไม่อยากเห็นคนแก่เป็นอะไรไปหรอกใช่ไหม?”

ผมมองแววตาของเธอที่มั่นอกมั่นใจราวกับตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด แล้วก็ขำไม่ออก

“คุณไปช่วยเขาแก้สถานการณ์ แล้วก็เลยมาทำให้การนัดเจอพ่อแม่ของผมพังไปด้วยงั้นเหรอ?”

หลีชิงเหยียนถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ ก่อนจะรีบแก้ตัว “ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ ตอนแรกฉันก็กะจะส่งข้อความบอกคุณอยู่แล้ว แต่เมื่อคืนลืมชาร์จโทรศัพท์ เครื่องก็เลยดับ…”

เธอยังพูดไม่ทันจบ หน้าจอโทรศัพท์ของเธอก็สว่างขึ้นมาอย่างกะทันหัน

เสียงแจ้งเตือนดังใสขึ้นหนึ่งครั้ง พร้อมกับข้อความวีแชตที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอ

[ประธานหลี ขอบคุณมากนะครับสำหรับวันนี้ คุณย่าหลับสบายดีมากเลยครับ]

ภายในห้องส่วนตัวเงียบกริบราวกับป่าช้า

ผมจ้องหน้าจอที่สว่างขึ้นมา รู้สึกว่าเรื่องทั้งหมดนี้ช่างไร้เหตุผลจนน่าขัน

หลีชิงเหยียนรู้สึกผิดจนการเคลื่อนไหวของเธอชะงักลังเลไปชั่ววินาที

เธอรีบคว่ำโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ สีหน้าฉายแววตื่นตระหนกขึ้นมาในที่สุด “เยี่ยนโจว ฉัน…”

ในวินาทีนั้นเอง ผมลุกขึ้นยืนแล้วผลักประตูห้องส่วนตัวออกไป

ทันทีที่เดินออกจากภัตตาคาร ผมก็เห็นรถมายบัคสีดำคันนั้นจอดอยู่ริมถนน

กระจกรถเลื่อนลง เผยให้เห็นแม่บุญธรรมที่นั่งอยู่บนเบาะหลัง สีหน้าของท่านเรียบเฉยจนอ่านอารมณ์ไม่ออก “ขึ้นรถ กลับบ้าน”

ผมเปิดประตูรถเข้าไปนั่งด้วยความกระวนกระวาย ก่อนประสานมือไว้บนตัก

ผมถูกรับเป็นลูกบุญธรรมของตระกูลเผยตอนอายุสิบสองปี

ปีนั้น ลูกชายคนโตแท้ ๆ ของตระกูลเผยเสียชีวิตจากเหตุไม่คาดฝัน ทำให้แม่บุญธรรมเสียใจจนสภาพจิตใจพังทลาย พ่อบุญธรรมจึงเลือกผมมาจากสถานสงเคราะห์เด็ก เพราะคิ้วและดวงตาของผมมีส่วนคล้ายกับเด็กชายที่เสียชีวิตไปบ้าง

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา พวกเขาเลี้ยงดูผมอย่างดี ไม่เคยปล่อยให้ขาดแคลนเรื่องอาหารการกินหรือเสื้อผ้า อีกทั้งยังให้ผมได้รับการศึกษาที่ดีที่สุด แต่กลับปฏิบัติต่อผมด้วยความสุภาพและห่างเหินเสมอ

พวกเขาไม่เคยถามเลยว่าผมคบเพื่อนกับใครบ้าง และไม่เคยสนใจด้วยซ้ำว่าผมสอบได้อันดับที่เท่าไร

ผมคิดมาตลอดว่าเป็นเพราะตัวเองเป็นคนนอก จึงไม่คู่ควรได้รับการอบรมสั่งสอนและความคาดหวังอย่างแท้จริงจากพวกเขา

แต่ครั้งนี้ผมกลับทำให้พวกเขาต้องมารอเก้อ ถูกปล่อยให้รอโดยไม่มีใครมาตามนัด

เมื่อกลับถึงคฤหาสน์ตระกูลเผย ผมยืนก้มหน้าอยู่หน้าโต๊ะรับแขก เตรียมใจรับคำซักถามและสายตาผิดหวังจากพ่อบุญธรรม

เพราะพวกเขาถึงกับยอมยกเลิกการประชุมที่เกี่ยวข้องกับเงินมูลค่ากว่าห้าร้อยล้านบาทเพื่อผม แถมยังต้องนั่งรอเก้ออยู่ในภัตตาคารนานถึงสามชั่วโมง

ทว่ากลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างที่ผมคิด

พ่อบุญธรรมยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้ว ก่อนลุกเดินขึ้นไปยังห้องทำงานชั้นบน

แม่บุญธรรมวางผ้าคลุมไหล่ในมือลง ก่อนถอนหายใจแล้วพูดว่า “ไปพักผ่อนเร็วหน่อยเถอะ พรุ่งนี้ค่อยคุยกัน”

ไม่มีใครตำหนิผม และไม่มีใครถามด้วยซ้ำว่าทำไมหลีชิงเหยียนถึงไม่มา

ผมยืนอยู่เพียงลำพังกลางห้องนั่งเล่นอันว่างเปล่า รู้สึกหนาวเย็นไปทั้งตัว

พวกเขาไม่อยากแม้แต่จะเอ่ยปากด่าผมสักคำด้วยซ้ำ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมื่อแสงไฟใกล้มอด คนเคยผูกพันก็จากลา   บทที่ 8

    หลีชิงเหยียนจ้องข้อความไม่กี่บรรทัดนั้นเขม็ง รูม่านตาของเธอสั่นระริกอย่างรุนแรงเธอหันขวับไปมองเฉิงซวี่ “นี่มันอะไรกัน?! ไหนคุณบอกว่าหมอออกหนังสือแจ้งอาการวิกฤตแล้วไง?”เฉิงซวี่ส่ายหน้ารัว ๆ พูดตะกุกตะกักแทบไม่เป็นคำ “ไม่ใช่นะครับ… ประธานหลี นี่เป็นของปลอม… เขาปลอมขึ้นมาครับ!”“ตรวจสอบในระบบของโรงพยาบาลประจำเมืองได้ทุกเมื่อ”ผมพูดเสริมด้วยน้ำเสียงเย็นชา ราวกับตอกย้ำให้เขาจนมุมยิ่งกว่าเดิมหลีชิงเหยียนถึงกับสติแตกอย่างสิ้นเชิงตอนนี้เองเธอถึงเพิ่งตระหนักว่าตัวเองถูกเฉิงซวี่ปั่นหัวมาตลอด“ไอ้คนโกหก…”หลีชิงเหยียนกัดฟันกรอด กระชากผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวออก ก่อนขว้างมันพร้อมกับช่อดอกไม้ในมือใส่เฉิงซวี่อย่างแรง“คุณมันน่าขยะแขยงจริง ๆ!”“ยกเลิกงานแต่ง!” เธอตะโกนลั่นไปทางด้านล่างเวทีคุณย่าที่นั่งอยู่บนรถเข็นเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดแล้ว เมื่อรู้ว่าหลานชายแท้ ๆ ถึงกับแช่งให้ตัวเองตายเพื่อบีบบังคับให้ผู้หญิงแต่งงานด้วย แถมยังไปทำลายความสัมพันธ์ของคนอื่นอีก หญิงชราก็โกรธจนหายใจไม่ทัน เธอชี้หน้าเฉิงซวี่แล้วด่าว่า “เวรกรรมจริง ๆ!” ก่อนจะหมดสติไปทันทีภายในงานเกิดความโกลาหลขึ้นทันทีผมไม่คิด

  • เมื่อแสงไฟใกล้มอด คนเคยผูกพันก็จากลา   บทที่ 7

    ได้ฤกษ์เริ่มพิธีแต่งงานแล้วเสียงดนตรีภายในงานเปลี่ยนเป็นเพลงมาร์ชแต่งงานที่บรรเลงอย่างสง่างามเฉิงซวี่เข็นรถเข็นของคุณย่า โดยมีหลีชิงเหยียนคล้องแขนเขาไว้ ทั้งคู่เดินไปยังเวทีที่ประดับประดาด้วยดอกไม้เต็มไปหมด ท่ามกลางสายตาของแขกทุกคนพิธีแต่งงานยังคงดำเนินต่อไปตามปกติบาทหลวงยืนถือคัมภีร์ไบเบิลอยู่บนเวที ก่อนเริ่มกล่าวถ้อยคำประกอบพิธีปฏิญาณสมรส“คุณหลีชิงเหยียน คุณยินดีจะแต่งงานกับคุณเฉิงซวี่หรือไม่ ไม่ว่าจะยามเจ็บป่วยหรือสุขภาพแข็งแรง ยากจนหรือมั่งมี คุณจะรัก ดูแล เคารพ ยอมรับ และซื่อสัตย์ต่อเขาตลอดไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่หรือไม่?”สิ้นเสียงของบาทหลวงหลีชิงเหยียนกลับไม่ตอบในทันทีเธอยืนอยู่บนเวที หันมามองผมที่อยู่ด้านล่างอยู่บ่อยครั้งบาทหลวงจึงถามซ้ำอีกครั้งเฉิงซวี่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กระซิบเตือนเบา ๆ “ประธานหลี”หลีชิงเหยียนละสายตาจากผม ก่อนกลืนน้ำลายลงคอเธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยคำตอบสามคำนั้นผ่านไมโครโฟนในที่สุด“ฉันยินยอมค่ะ”คุณย่าที่นั่งอยู่บนรถเข็นซาบซึ้งจนน้ำตาไหล ต้องคอยยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาไม่หยุด“คุณเฉิงซวี่ คุณยินดีจะรับคุณหลีชิงเหยียนเป็นภรรยาหรือไม่ ไม่ว่

  • เมื่อแสงไฟใกล้มอด คนเคยผูกพันก็จากลา   บทที่ 6

    ล้อรถเข็นเคลื่อนผ่านพรมผืนหนา เกิดเสียงเสียดสีเบา ๆเฉิงซวี่รีบเดินเข้าไปหาหลีชิงเหยียน ก่อนจะคล้องแขนเธอไว้อย่างเป็นธรรมชาติมากเขาหันมามองผมด้วยสีหน้าเคร่งขรึม“พี่เยี่ยนโจว พี่มาได้ยังไงครับ?”“พี่อย่าโทษประธานหลีเลยนะครับ ที่ทำไปทั้งหมดก็เพื่อคุณย่าของผม…”เขาชี้ไปยังหญิงชราที่นั่งอยู่บนรถเข็นด้านหลัง“ร่างกายของคุณย่าทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ ครับ ท่านอาจจากไปได้ทุกเมื่อ”“ผมขอให้พี่ใจกว้างสักหน่อยนะครับ ยอมให้ประธานหลีร่วมทำพิธีหลอก ๆ ครั้งนี้กับผมจนจบเถอะครับ”“พอวันนี้จบลง ผมจะให้ประธานหลีกลับไปหาพี่แน่นอน และจะไม่มารบกวนพวกพี่อีกครับ”ทุกคำพูดของเขาล้วนใช้ศีลธรรมมากดดันผม ราวกับจับผมขึ้นย่างบนกองไฟเห็นได้ชัดว่าคุณย่าที่นั่งอยู่บนรถเข็นไม่รู้เรื่องอะไรเลย ท่านเห็นเพียงชายหนุ่มแต่งกายหรูหราดูภูมิฐานคนหนึ่งยืนอยู่ในงานแต่งงานของหลานชาย ขณะที่หลานชายของตัวเองกำลังอธิบายด้วยสีหน้าเคร่งเครียด“พ่อหนุ่มเอ๊ย เสี่ยวซวี่ของฉันมีชีวิตที่น่าสงสาร พ่อแม่ก็ด่วนจากไปก่อนวัยอันควร ส่วนชิงเหยียนเป็นผู้หญิงดี ยินดีดูแลเขา”“วันนี้เป็นวันมงคลของทั้งคู่ เห็นแก่ยายแก่ ๆ ที่ใกล้จะลงโลงอย่างฉั

  • เมื่อแสงไฟใกล้มอด คนเคยผูกพันก็จากลา   บทที่ 5

    เสียงไวโอลินอันไพเราะบรรเลงคลอไปทั่วบริเวณหลีชิงเหยียนจ้องการ์ดเชิญในมือผม ก่อนจะชะงักไปด้วยความตกตะลึงเธอขมวดคิ้วแน่น “ทำไมการ์ดเชิญที่ส่งให้ตระกูลเผยถึงมาอยู่กับคุณได้?”“เยี่ยนโจว ฉันต้องใช้เส้นสายตั้งมากมายกว่าจะส่งการ์ดเชิญใบนี้ไปถึงเผยซื่อกรุ๊ปได้ ไม่ใช่ของที่คุณจะหยิบมาเล่นตามใจชอบนะ!”“คุณไปเอามาจากไหน? รีบเอาไปคืนเดี๋ยวนี้!”เธอยื่นมือเข้ามาหมายจะแย่งการ์ดเชิญไปจากมือผมทว่ามือเรียวบางแต่แข็งแรงข้างหนึ่งกลับยื่นมาจากด้านหลังผม คว้าข้อมือของเธอไว้ได้อย่างมั่นคงเพียะ! เผยหมิงเวยสะบัดมือของหลีชิงเหยียนออกอย่างแรงโดยไม่เกรงใจแม้แต่น้อย“ประธานหลีไม่ใช่เหรอที่พยายามทุกวิถีทางเพื่อเชิญคนตระกูลเผยมาร่วมงาน?”เผยหมิงเวยเหยียดยิ้มเยาะที่มุมปาก ก่อนแค่นหัวเราะแล้วพูดเปิดเผยความจริง “พี่ชายฉันอุตส่าห์มาร่วมแสดงความยินดีด้วยตัวเอง ทำไมล่ะ? ไม่ต้อนรับเหรอ?”หลีชิงเหยียนถึงกับอึ้งไปเมื่อไม่กี่วันก่อนที่หน้าอาคารคอนโด ก็เป็นผู้หญิงคนนี้ที่ใช้มือปัดมือเธอออกอย่างแรง ก่อนพาผมขึ้นรถสปอร์ตแล้วขับจากไปโดยไม่เหลียวหลังความแค้นทั้งใหม่และเก่าถาโถมขึ้นมาในใจ สีหน้าของหลีชิงเหยียนจึง

  • เมื่อแสงไฟใกล้มอด คนเคยผูกพันก็จากลา   บทที่ 4

    เผยหมิงเวยไม่สนใจหลีชิงเหยียนอีกต่อไป เธอหันไปเปิดประตูรถฝั่งผู้โดยสารด้านหน้า ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย “ขึ้นรถเถอะ”ผมยืนอึ้งอยู่กับที่ มองเผยหมิงเวยที่ยืนปกป้องผมอยู่ตรงหน้าด้วยความไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองเมื่อเห็นว่าผมยังยืนนิ่งไม่ขยับ เผยหมิงเวยก็ยื่นมือมาผลักผมเข้าไปในรถทันทีเมื่อมองผ่านกระจกมองหลัง ผมเห็นหลีชิงเหยียนยืนตะลึงอยู่กับที่ ขณะที่เฉิงซวี่รีบเดินตามออกมาแล้วคว้าแขนเธอไว้หลังจากเผยหมิงเวยพาผมกลับบ้าน ผมก็เก็บตัวอยู่ในห้องสองวันเพื่อพักใจ และทบทวนความสัมพันธ์ครั้งนี้จนเข้าใจทุกอย่างอย่างชัดเจนวันที่สาม ผมเขียนจดหมายลาออกแล้วส่งไปยังฝ่ายบุคคลของบริษัทหลีชิงเหยียนทันทีที่ส่งจดหมายออกไป พ่อบ้านก็มาเคาะประตูห้อง บอกว่าพ่อบุญธรรมเรียกผมไปพบที่ห้องทำงานไม่นานหลังจากนั้น พ่อบุญธรรมนั่งอยู่ข้างโต๊ะทำงานไม้พะยูง บนโต๊ะมีการ์ดเชิญปั๊มทองวางอยู่ใบหนึ่ง“นั่งสิ”เขาชี้ไปยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม น้ำเสียงยังคงเย็นชาเช่นเคยผมนั่งลง สายตาจับจ้องไปยังการ์ดเชิญใบนั้นพ่อบุญธรรมยกถ้วยชาขึ้นมา เป่าใบชาที่ลอยอยู่บนผิวน้ำเบา ๆ ก่อนเอ่ยว่า“วันนี้มีนักธุรกิจรุ่นใหม่ท

  • เมื่อแสงไฟใกล้มอด คนเคยผูกพันก็จากลา   บทที่ 3

    ลิฟต์หยุดที่ชั้นหนึ่งหลีชิงเหยียนจับข้อมือผมรั้งไว้แน่น ไม่ยอมปล่อย“เยี่ยนโจว เราคบกันมาตั้งเจ็ดปี คุณจะเลิกกับฉันเพราะเรื่องเข้าใจผิดแค่นี้จริง ๆ เหรอ?”ผมมองดวงตาแดงก่ำของเธอ กำลังจะอ้าปากพูด แต่จู่ ๆ ประตูทางเข้าอาคารคอนโดก็ถูกผลักเปิดออกเฉิงซวี่รีบเดินตามออกมาทั้งที่ยังสวมรองเท้าแตะไม่เรียบร้อย ในมือถือโทรศัพท์ไว้ สีหน้าเคร่งเครียด“ประธานหลี!”หลีชิงเหยียนหันขวับไปมองโดยไม่รู้ตัว “มีอะไรเหรอ?”เฉิงซวี่กำโทรศัพท์ไว้แน่น ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและร้อนรน“โรงพยาบาลเพิ่งโทรมา… ทางโรงพยาบาลออกหนังสือแจ้งว่าคุณย่าอาการวิกฤต เสี่ยงเสียชีวิตแล้วครับ”“หมอบอกว่าอวัยวะของคุณย่าล้มเหลว ท่านอาจอยู่ไม่ถึงสิ้นเดือนนี้แล้ว…”เขายกมือกดขมับ พยายามฝืนตัวเองให้สงบสติอารมณ์“เมื่อกี้คุณย่าตื่นขึ้นมาครั้งหนึ่ง ท่านบอกผมว่าความปรารถนาสูงสุดของท่านคือการได้เห็นผมแต่งงานก่อนจะจากไป…”“แต่ผมจะไปหาใครที่ยอมร่วมมือแกล้งเป็นเจ้าสาวให้ผมได้ล่ะ?”ทันทีที่ได้ยินคำว่า “หนังสือแจ้งอาการวิกฤต” มือของหลีชิงเหยียนที่กำข้อมือผมไว้แน่นก็คลายออกทันทีเธอหันไปมองเฉิงซวี่ที่มีสีหน้าเคร่งเครียด แววตาเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status