Beranda / โรแมนติก / เมื่อใจ(ไม่)อยากหวนรัก / ลำบากก็ไปหาพ่อมาดูแล (ต่อ)

Share

ลำบากก็ไปหาพ่อมาดูแล (ต่อ)

Penulis: Sun Su
last update Tanggal publikasi: 2025-09-14 23:19:22

“...” น้ำค้างถึงกับเงียบกริบ

“ปากมึงนี่มีหมาอยู่กี่ตัววะไอ้กล้า พูดจากับน้องมันดี ๆ หน่อยมึงจะตายหรือไงหา?”

ชัยเข้าปกป้องน้ำค้างสุดฤทธิ์ เขาไม่รู้ว่าเพราะอะไรกล้าที่เคยเอาอกเอาใจและพูดจาดีเฉพาะกับน้ำค้างคนสวย มาวันนี้กลับต่างกันลิบลับ หน้ามือหลังตีนยังว่าไกล แค่เขาไปเรียนตำรวจไม่กี่ปี กลับมาทุกอย่างก็เปลี่ยนไปแล้วงั้นหรือ?

“ก็พูดจริง วูบแดดมึงว่าเรื่องล้อเล่นเหรอฮะ อยากเลี้ยงลูกจนโตก็ขึ้นรถ ขี่มอไซด์ไปกับมึงกว่าจะถึงก็ตากแดดอีก” เขาจริงจังทั้งน้ำเสียงและคำพูด ชัยเองก็คคิดว่าถูกของเขา น้ำค้างหน้าแดงก่ำแก้มขาวยิ่งแดงชัด น่าสงสารไม่ใช่น้อย

“อะ ๆ งั้นเดี๋ยวกูขี่ไปรอที่บ้านแล้วกัน จะได้ช่วยมึงยกรถลง” ชัยพูดจบก็เดินสตาร์ทรถขับล่วงหน้าไปก่อน

“ไปขึ้นรถ”

“…” น้ำค้างไม่ทำตามคำที่เขาบอก เธอเอาเเต่ยืนนิ่ง มือสองข้างบีบแน่นจนเหงื่อไหลซึม

“หรือเธอจะให้ฉันอุ้ม?”

“มะ ไม่จ้ะ ๆ หนูแค่เกรงใจพี่ เหงื่อหนูออกเยอะตัวก็เหม็น กลัวกลิ่นจะติดรถพี่เอาน่ะจ้ะ” เธอรีบละล่ำละลักตอบอย่างคนขี้เกรงใจ เธอกลัวกลิ่นเหงื่อและฝุ่นที่ติดตามตัวเธอจะทำรถคันใหม่ ๆ ของเขาแปดเปื้อนเอาน่ะสิ

“ไหน?”

แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น จู่ ๆ เขาก็รั้งร่างเธอเข้าหา จนชนเข้ากับอกเขาเต็ม ๆ หญิงสาวตกใจจนตาเบิกโพลง แต่ทว่าสิ่งที่เขาทำต่อมายิ่งหนักกว่านั้น ทำเอาเธอไม่กล้าแม้กระทั่งหายใจ นั่นเพราะเขาโน้มตัวลงสูดดมข้างแก้มเธอทั้งซ้ายขวา เขาทำแบบไม่ต้องคิดหนัก ไม่มีอาการเคอะเขิน มีเพียงเธอเท่านั้นที่ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว

“ก็ไม่เหม็นนี่ ขอแค่ไม่เหยียบขี้มาฉันก็ให้นั่งหมดเเหละ” เขาพูดแบบนั้นด้วยน้ำเสียงและท่าทีเรียบเฉย

“ขึ้น” กล้าเห็นว่าเธอไม่ยอมทำตามที่เขาบอกก็เดินไปเปิดประตูรถให้ เป็นการกดดันอีกฝ่ายด้วยเช่นกัน ครั้งนี้เธอเองก็ว่าง่ายมาหน่อยยอมเดินขึ้นรถแต่โดยดี เขาจึงปิดประตูและเดินอ้อมมายังฝั่งคนขับ

“…”

“…”

ภายในรถไม่มีเสียงพูดคุยใด ๆ ทำเอาบรรยากาศโดยรอบอึดอัดจนหายใจฝืดเคือง หางตาชำเลืองมองคนตัวเล็กข้างกายก็พบว่าเธอดูตัวเกร็งจนเขาเมื่อยแทน

“เกร็งอะไรขนาดนั้น เบาะมันกว้างก็นั่งพิงดี ๆ สิ” ครั้งนี้เขาไม่ได้เอ่ยเสียงดุสักหน่อย เขาน่ะเบาเสียงลงสุดชีวิตเลยนะ

“จ้ะ ๆ ” เธอรีบตอบเขา ก่อนจะทำตามอย่างที่เขาว่า นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้นั่งรถยนต์คันใหญ่ขนาดนี้ ไม่เคยรับรู้มาก่อนว่ามันนั่งสบายเเละเย็นขนาดนี้ เธอได้แต่ยิ้มในใจ ไม่กล้าแสดงออกมาเพราะกลัวอีกคนจะต่อว่าเธอหรือไม่ก็หัวเราะ

แต่ถ้าลูกได้นั่ง ก็ต้องชอบมากแน่ ๆ

“เธอเข้าเมืองไปซื้ออะไร” จริง ๆ ก็รู้แหละเพราะเขาเป็นคนยกของขึ้นหลังกระบะเองนี่ แต่ที่ถามนี่ก็เพราะให้มีบทพูดกันบ้าง นั่งอมฟันอยู่ก็คงได้แค่นี้สิ

“อ๋อ ซื้อของสดไว้ทำกับข้าวให้ลูกจ้ะ พวกหมูพวกไก่ แล้วก็ซื้อนมให้ต้นไผ่ด้วยให้ลูกกินบำรุง” เธอดูลดอาการประหม่าลงได้บ้าง ทั้งยังเอ่ยด้วยเสียงสดใส แววตาเป็นประกายเมื่อพูดถึงหนุ่มน้อยที่เป็นแก้วตาดวงใจของเธอ

“ไม่ได้ซื้ออะไรเป็นของตัวเองเลยว่างั้น?” ก็เขาได้ยินอะไรก็ลูก ๆ นี่ ยังไม่ได้ยินว่าเธอซื้ออะไรให้ตัวเองบ้างเลย

“ก็ไม่มีหรอกจ้ะ แต่พวกของกินก็กินกับลูกนะจ๊ะ”

เธอไม่เคยซื้ออะไรให้ตัวเองอยู่แล้ว ของใช้เสื้อผ้าก็ใช้ของยายบ้าง ของที่มีคนให้มาบ้าง ครั้งนี้ได้ซื้ออาหารกับนมเยอะแยะก็ต้องขอบคุณเขาที่ให้เงินเธอมา เหลือจากนี้เธอก็จะเก็บไว้ซื้อเสื้อนักเรียนให้ลูกตอนเปิดเทอมด้วย

“แล้วแค่ไปซื้อของหรอกเหรอ?” เขาถามเธอต่อ พลันเหลือบตามองเธอแวบหนึ่ง

“ก็ไปสมัครงานด้วยจ้ะ แต่ยังไม่ได้” คนตัวเล็กเอ่ยด้วยน้ำเสียงฟังดูสุภาพและอ่อนหวาน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเธอก็มักจะใจเย็นและพูดจาดีเสมอ ทั้งอ่อนหวานและอ่อนโยน ใครได้เป็นเมียนี่คงเป็นบุญหรรม

แต่หรรมเขามันไม่มีบุญไง เลยถูกคนอื่นฉวยโอกาสนั้นไป?

“เธอไม่เหนื่อยหรือไง?” เขาล่ะยอมเธอจริง ๆ อยู่บ้านก็ไม่เคยเห็นหยุดพักผ่อน นี่ยังไปตระเวนหางานอีก ขยันจริง ๆ นะเเม่คุณ

“ก็มีบ้างนะจ๊ะ แต่เพื่อลูกแล้ว จะเหนื่อยจะลำบากแค่ไหนหนูก็ไหวจ้ะ”

พอพูดถึงลูกขึ้นมาตาเธอก็เป็นประกายในทันที เธอดูภูมิใจและรักลูกเธอมากจริง ๆ น้ำค้างก็ไม่ต่างจากเมื่อก่อนมากนัก แต่ที่เพิ่มขึ้นมาคงจะเป็นความอึดความทน เขาเห็นเธอทำนั่นทำนี่ไม่หยุด ทำงานเก่งกว่าผู้ชายบางคนซะอีก ถามว่าเขารู้ได้อย่างไรน่ะหรือ ก็เหมือนเดิมแหละ…ไปแอบดูที่ป่าใบเตย บริจาคเลือดให้ยุงไปเป็นลิตรแล้วล่ะมั้ง

ไม่ได้อยากรู้อะไรเกี่ยวกับชีวิตเธอนักหรอก แต่อยากเห็นความลำบากไง อยากเห็นเธอตอนลำบาก มันสะใจดี…

“ลำบากก็ไปเรียกพ่อของลูกเธอมาดูแลบ้างสิ ปล่อยให้มันสุขสบายตัวเองจะตายห่าอยู่แล้ว” เขาเอ่ยประโยคนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงติดจะโมโห เขาโกรธแทนเธองั้นเหรอ?

“ไม่หรอกจ้ะ เขาสุขสบายหนูก็ดีใจแล้ว ไม่ต้องมาดูแลหนูกับลูกก็อยู่ได้”

เธอบังคับเสียงไม่ให้สั่นสุดชีวิต ดวงตากลมสั่นไหวแต่ทว่ากลับเก็บอาการเก่งยิ่งกว่าอะไรดี เธอจะกล้าเสนอหน้าไปหาพ่อของลูกได้อย่างไรกัน เขาทั้งโกรธทั้งเกลียดเธอขนาดนั้น ตัดขาดการติดต่อเธอทุกทาง เขาไม่เอาเธอ แม้กระทั่งครอบครัวของเขาเองก็ยังไม่ยอมรับเธอ

วันที่หอบท้องโย้ใกล้คลอดไปขอความช่วยเหลือ วันที่ขอข้าวเพียงหนึ่งถ้วยเพื่อต้มให้ลูกกิน เธอผ่านมันมาหมดแล้ว ได้แต่ภาวนาให้มันผ่านไป และแล้วก็ผ่านไปจริง ๆ …

“งั้นก็อยู่อย่างนี้ไปแล้วกัน”

“…”

คนพูดไม่คิดอะไรก็จริง แต่คนฟังกลับจุกจนพูดไม่ออก เธอไม่ควรคาดหวังอะไรจากเขา และยิ่งไม่ควรคิดเพ้อฝันลม ๆ แล้ง ๆ จบกันไปแล้วก็จบ

“จ้ะ ขอบคุณพี่มากนะที่มาส่ง ที่ช่วยขนของขนรถมาให้ แถมยังเงินที่พี่ให้หนูมา แต่หวังว่าจากนี้หนูจะเจอพี่น้อยลงนะจ๊ะ”

“…”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เมื่อใจ(ไม่)อยากหวนรัก   บทส่งท้าย

    “ก็มันเหม็นจริง ๆ นี่ ตั้งแต่เช้าจนค่ำพี่คิดจะอาบน้ำบ้างไหมเนี่ย?”น้ำค้างเริ่มหงุดหงิดจนสีหน้าแสดงออกชัด ปกติเธอมักจะอ่อนโยนและอ่อนหวานกับเขาเสมอ แต่มาช่วงนี้เพียงเห็นหน้าก็หงุดหงิดอารมณ์เสีย ยิ่งพอเขาเข้าใกล้ก็เหม็นจนอ้วกแทบพุ่ง“พี่อาบสามรอบแล้ว” กล้ารีบยกจั๊กกะแร้ดมอย่างร้อนใจ เขาอาบสามรอบแล้วจริง ๆ จะเหม็นได้อย่างไรกัน พอโดนทักแบบนี้ก็เสียทรงเหมือนกัน ยิ่งพอเมียทำหน้าหยี ๆ ราวกับว่าเขาเป็นขยะเปียกก็ยิ่งน่าตกใจ“แม่เป็นอะไรเหรอครับ?” ต้นไผ่ที่เดินมาหาผู้เป็นแม่พร้อมกับเอ่ยปากถามอย่างห่วงใย“แม่แค่เหม็นคนไม่อาบน้ำน่ะ มาแม่หอมไผ่ทีสิจ๊ะ”น้ำค้างยิ้มกว้างให้กับลูกชายตัวน้อยที่ปีนขึ้นมาบนตัวเธอ เธอดึงตัวลูกเข้ามากอดมาหอมจนชื่นใจ เนื้อนุ่ม ๆ ขาว ๆ ของต้นไผ่ช่างน่าขย้ำเสียจริง ต่างจากคนที่ยืนทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อยู่มาก ยิ่งทำปากคว่ำแบบนั้นยิ่งไม่น่าดูเข้าไปใหญ่ ทำเสียสายตาจริง ๆ“ฟอด~~~ ชื่นใจ”“ชื่นใจได้ยังไง! นะ นั่นต้นไผ่ยังไม่อาบน้ำเลยตั้งแต่เมื่อเช้า มอมแมมเป็นลูกหม

  • เมื่อใจ(ไม่)อยากหวนรัก   เหม็นผัว

    หนึ่งเดือนต่อมา…“พ่อจะอยู่กับไผ่กับแม่นานไหม?”“ก็ตลอดไป”“ตลอดไปคืออะไรครับพ่อ?”“ก็คือพ่อจะไม่ไปไหนไงครับ”สองพ่อลูกที่เล่นของเล่นกันจนเหนื่อยส่งเสียงพูดคุยดังเป็นระยะ น้ำค้างที่ทำกับข้าวเย็นอยู่ที่ครัวหลังบ้านได้แต่อมยิ้มกับประโยคพูดคุยในแต่ละวัน ช่วงนี้ทั้งสองคนดูเหมือนจะเข้าขาและพูดคุยกันดีขึ้นกว่าเมื่อก่อน ต้นไผ่ที่เคยต่อต้านเขาก็หายขาดเป็นที่เรียบร้อย อีกอย่างทั้งสองคนก็มีเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น เพราะพี่กล้าเป็นคนดูแลลูกในช่วงที่เธอเข้าไปเรียนเสริมสวยในเมือง เขากลับมาทำหน้าที่พ่อของลูกได้ดีเลยทีเดียว“กับข้าวมาเเล้วจ้า” แม่ครัวที่สองหนุ่มเฝ้ารอคอยว่าเมื่อไหร่หนาจะเป็นมื้อเย็น ในที่สุดก็ทำกับข้าวเสร็จพร้อมเสิร์ฟกับข้าวที่ยกมาวางบนแคร่วันนี้มีถึงสามอย่าง ทอดปลาตัวใหญ่ ๆ ที่พ่อบอกว่าไปจับมาแต่แท้จริงซื้อจากก้องเพื่อนสนิท เพราะตนนั้นเมาหลับไปก่อน ส่วนอีกอย่างก็เป็นตำแตงกวาและแกงจืดของต้นไผ่เอง มื้อที่สุดแสนจะธรรมดาทว่ากลับอร่อยมาก ตั้งแต่กลับมากินกับข

  • เมื่อใจ(ไม่)อยากหวนรัก   แก๊งข้าวหลาม

    “มาแล้วจ้ะ ๆ” สาวงามที่ถูกกล่าวถึงก่อนหน้าเดินมาพร้อมกับรอยยิ้มแป้น เธอมองเห็นเขากับลูกตั้งแต่ไกล ก่อนหน้าก็เห็นยิ้มแย้มดีแต่พอเข้ามาใกล้ ๆ กลับพบว่าสีหน้าเขาดูอธิบายยากสุด ๆ“พี่กล้าเป็นอะไรหรือเปล่าจ๊ะ?” เธอสังเกตเห็นความผิดปกติบนใบหน้าจึงเดินเข้ามาใกล้ ๆ เพื่อเอ่ยถาม“พ่อหึงแม่”เขายังไม่ทันเอ่ยสิ่งใดต้นไผ่ในอ้อมแขนก็บอกแม่ก่อนซะแล้ว ทำเอาคนเป็นแม่ยิ้มเขิน ก่อนจะยกมือขึ้นลูบศีรษะของเด็กชายตัวน้อยอย่างเอ็นดู“งั้นเหรอ เดี๋ยวต้นไผ่ไปหาคุณครูก่อนนะลูก ลูกต้องลงแข่งวิ่งนะ”เธอลอบมองหน้าพ่อของลูกก็อดขำไม่ได้ เวลานี้หน้าเขาบึ้งตึงมากเลยทีเดียว แต่ก็อุ้มลูกเดินไปส่งให้คุณครูดูแลต่อ หน้าที่เขาต่อจากนี้ก็คงเป็นการพาคุณเมียไปเปลี่ยนชุด และส่งคืนชุดให้ทางร้านกับช่างแต่งหน้า“ไปเปลี่ยนในห้องน้ำไหม? เดี๋ยวพี่รอ”“พี่หึงหนูเหรอจ๊ะ?” น้ำค้างแกล้งถามพลันเกาแขนแกร่งด้วยท่าทีออดอ้อน เวลานี้เธอทำเช่นนี้ได้โดยไม่อายใครเพราะไม่มีคนพลุกพล่านมากนัก“ไปเปลี่ยนชุดได้แล้ว&r

  • เมื่อใจ(ไม่)อยากหวนรัก   สาวงามในดวงใจ

    “งีบก่อนไหมถ้าถึงในเมืองเดี๋ยวพี่ปลุก” เจ้าของเสียงทุ้มที่กำลังจัดชุดและเครื่องประดับทั้งหลายของเมียสุดที่รักไว้ด้านหลังรถแล้วจึงเอ่ยถาม“ไม่เป็นไรจ้ะพี่” เจ้าของร่างที่นั่งเบาะข้างส่งยิ้มพร้อมกับมองเขาด้วยแววตาหวานเยิ้ม เธอมองเขาอย่างไม่วางตาจนอีกคนเริ่มสงสัย“ทำไมมองพี่แบบนั้นล่ะ?”“หนูดีใจ”“หืม?”“หนูดีใจที่พี่คอยดูแลหนูกับลูกไงจ๊ะ” แววตาที่สื่อออกมาล้วนไม่ผิดเพี้ยนไปจากคำพูด เธอทั้งขอบคุณและดีใจที่มีเขาอยู่ข้างกาย ตั้งแต่ได้กลับมารักกันหนนี้เขาดูแลเธอกับลูกดีมาก ชาตินี้ไม่นึกเสียดายหรือเสียใจจริง ๆ ที่ไม่เคยโกรธเคืองเขาได้ลงเลย“ก็ลูกเมียพี่ทั้งคนนี่ รักขนาดนี้จะไม่ดูแลดีได้ไง” คนตัวโตเอ่ยเสียงน่าฟังพร้อมกับยกมือขึ้นลูบเรือนผมนุ่มอย่างเบามือ คล้ายกับอยากทะนุถนอมคนข้างกายเป็นที่สุดเวลานี้เป็นแวลาตีสี่แล้ว เขาต้องพาสาวสวยลูกหนึ่งข้างกายไปแต่งหน้าเเป็นนางป้ายของหมู่บ้าน ในงานแข่งกีฬาตำบลครั้งนี้ ก็เมียเขาสวยมากนี่นา หากไม่บอกใครจะเชื่อว่ามีลูกมาแล้ว

  • เมื่อใจ(ไม่)อยากหวนรัก   ฮีโร่ตัวโต

    “ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ!” น้ำค้างดิ้นหนีสุดแรงเกิด เธอใช้แรงทั้งหมดที่มีถีบชายคลั่งคนนั้นออกห่าง ก่อนจะพยายามควานหาอาวุธใกล้มือที่สุด ความกลัวทำเธอเกือบสติหลุด แต่เพราะตอนนั้นเธอต้องเอาชีวิตรอด นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เธอต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้!“แม่~~”“ไผ่อย่าออกมาลูก!”ใจคนเป็นแม่หล่นวูบเมื่อเห็นร่างน้อย ๆ ของลูกชายเริ่มพลิกตัวลุกขึ้นเพราะถูกรบกวนการนอน สิ่งที่ทำให้เธอกลัวต่อจากนี้ไม่ใช่การที่ถูกไอ้คลั่งนี้ทำร้าย แต่เธอกลัวมันจะทำลูกเธอด้วย!“แม่! ปล่อยแม่นะ!”ต้นไผ่ไม่ฟังคำทักท้วง เด็กน้อยเปิดมุ้งออกมาเจอเข้ากับภาพชายท่าทางน่ากลัวกำลังลากตัวแม่อยู่ เด็กน้อยทั้งตกใจและเป็นห่วงแม่ ไม่สนสิ่งใดรีบวิ่งเข้าไปดึงแม่มา แต่ทว่าแรงเด็กก็มีน้อยนิด แรงผู้หญิงตัวเล็ก ๆ หรือจะไปสู้คนกำลังคลั่งยา ใช่! ไอ้บ้านี้เหมือนคนคลั่งยาในข่าวมาก ทั้งหน้าตาก็คุ้นซะเหลือเกิน!“ไอ้เปี๊ยกมึงนี่ตื่นไม่ดูเวลาเลยเว้ย!”ไอ้บ้านี่ไม่สนใจต้นไผ่สักนิดเพียงแต่ตวาดเสียงดัง ส่วนที่มันสนใจก็คือสาวเจ้าคุณแม่ลูกหน

  • เมื่อใจ(ไม่)อยากหวนรัก   ไฟไหม้

    หนึ่งอาทิตย์ต่อมา…“ยังไม่ทันกินเบียร์เลย มึงอย่าลืมเก็บห้าลังนั้นไว้ให้กูนะไอ้กล้า”“โอเค ๆ ”เสียงพูดคุยของคุณพ่อลูกโตแล้วหนึ่งอย่างกล้า กับคุณพ่อป้ายแดงอย่างก้องที่เมียเพิ่งจะคลอดลูกสาวให้เป็นของขวัญ ก้องเพิ่งจะคุยกับกล้าได้ไม่กี่คำก็ต้องเดินไปเอาของต่อ วันนี้เป็นวันผูกข้อมือหนูน้อยสมาชิกใหม่ของบ้าน ชาวบ้านมากมายต่างมารวมตัวกัน กล้าที่นั่งอยู่มุมด้านข้างเขาเห็นหลานแล้วให้ของขวัญหลานเป็นทองเส้นหนึ่ง ตอนนี้ก็นั่งมองเมียตัวเองอุ้มเด็กสาวตัวน้อยอย่างชื่นชม เขาเองก็อดชื่นชมไม่ได้เดี๋ยวพี่เสกเข้าท้องให้อีกคนดีไหมจ๊ะ?“เอามาอีกสักคนไหมล่ะน้ำค้าง ดูท่าต้นไผ่น่าจะชอบนะนั่น”เป็นป้าจันทร์ผู้ใหญ่อีกคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นเอ่ยหยอกล้อน้ำค้างด้วยความเอ็นดู ป้าจันทร์รู้ว่าตอนนี้กล้าดูแลน้ำค้างกับลูกดีมาก คงไม่ต้องห่วงว่าน้ำค้างจะเหนื่อยเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ชาวบ้านที่เห็นน้ำค้างและกล้ามาตั้งแต่ยังเล็กเห็นแล้วก็โล่งใจ แต่บางคนก็ยังหมั่นไส้กล้าไม่เลิกก็ยังมี“น่าจะไม่ไหวหรอกจ้ะป้า” น้ำค้าง

  • เมื่อใจ(ไม่)อยากหวนรัก   แวะเวียน

    หลังจากที่ส่งลูกชายตัวน้อยไปเรียนเสร็จเรียบร้อย น้ำค้างก็จูงจักรยานกลับมาถึงบ้าน เจ้าของร่างบางรีบสวมหมวกสวมเสื้อคลุมเพื่อถางหญ้าออกจากแปลงผักที่ปลูกไว้กินไว้ขาย เธอไม่มีอาชีพเสริมมากมายนอกจากขายผัก เย็บผ้าที่ข้างบ้านแบ่งงานให้ทำเพราะเธอเลี้ยงลูกเอง เธอต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยวตั้งแต่่ที่ยายเสียไป

  • เมื่อใจ(ไม่)อยากหวนรัก   แอบมอง

    “ไผ่อยากให้พ่อกลับมาเร็ว ๆ จัง พ่อจะต้องเอาของเล่น เอาขนมเป็นเส้น ๆ ยาว ๆ มาฝากไผ่เหมือนพ่อแกงส้มแน่เลย”“อึก ชะ ใช่จ้ะ”ยิ่งได้รับรู้ถึงความหวังที่วาดฝันของลูกเธอยิ่งอยากจะร้องไห้อยู่รอมร่อ ทว่าตั้งแต่มีต้นไผ่มาเธอก็ไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้เห็น ต่อให้จะเจ็บปวดมากแค่ไหนก็ฝืนทนฝืนอดกลั้น เธอทนเจ็บได้

  • เมื่อใจ(ไม่)อยากหวนรัก   คนละชั้น

    หลายวันผ่านไป...กว่าที่จะจัดการงานศพของผู้เป็นพ่อและแม่จนผ่านพ้นไป เขาเองก็ทำใจมาได้บ้างแล้ว ก่อนหน้าก็บวชหน้าไฟให้พ่อกับแม่ที่เสียชีวิตไป อยู่วัดอีกหลายวันก็พอปล่อยวางและอยู่กับความจริงได้อีกอย่างเขาก็ไม่ได้คลุกคลีอยู่กับผู้เป็นพ่อเป็นแม่ ท่านทั้งสองฝากเขาให้ยายเลี้ยงตั้งแต่เด็ก จนยายเสียตอนที่เ

  • เมื่อใจ(ไม่)อยากหวนรัก   เจอกัน

    “น้ำค้างเอ้ย มา ๆ ลูกเอาปลาทอดไปให้ต้นไผ่มันหน่อย”“นี่ ๆ ข้าวด้วยตักข้าวให้น้ำค้างมันด้วยหน่อย”“แกงจืดน่ะ ตักเลย ๆ”เสียงป้า ๆ แม่ครัวทั้งหลายร้องเรียกกันหาข้าวหาปลาให้หญิงสาวที่มาช่วยงานศพ เจ้าของร่างบอบบางดูเหมือนเด็กสาวแรกรุ่น มองครั้งแรกคงไม่รู้ว่าเธอนั้นมีลูกแล้วคนหนึ่ง เธอมีชื่อว่า ‘น้ำค้าง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status