Teilen

ตอนที่ 6

last update Veröffentlichungsdatum: 22.09.2026 19:32:18

วันหยุดสุดสัปดาห์ควรเป็นช่วงเวลาพักผ่อนของคนสองคน ทว่าสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างแพรไหมกับธันวา วันหยุดกลับกลายเป็นหลุมพรางแห่งความว่างเปล่าที่ต่างฝ่ายต่างไม่รู้จะถมมันด้วยสิ่งใดหญิงสาวนั่งจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ที่มืดสนิท ไร้ข้อความ ไร้สายเรียกเข้า

ห้องสี่เหลี่ยมแห่งนี้เคยอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะและบทสนทนา แต่ปัจจุบันเหลือเพียงมวลความอึดอัดลอยคว้างอยู่ในอากาศ แพรไหมตัดสินใจมาที่คอนโดมิเนียมของเขาในวันนี้เพื่อยุติปัญหาที่คลุมเครือและบั่นทอนจิตใจเสียที

เสียงปลดล็อกประตูดิจิทัลดังขึ้น ตามด้วยเสียงผลักบานประตูไม้ แพรไหมละสายตาจากโทรศัพท์หันไปมอง ธันวาก้าวเข้ามาในห้องด้วยสภาพเหนื่อยล้า เสื้อเชิ้ตสีอ่อนหลุดลุ่ย ชายหนุ่มชะงักไปชั่วครู่เมื่อเห็นเธอนั่งอยู่บนโซฟา ก่อนจะเสหลบตาและเดินนำพวงกุญแจรถไปวางไว้บน ชั้นรองเท้าอย่างเงียบเชียบ

เขาไม่เอ่ยคำทักทาย ไม่ถามไถ่ถึงมื้อเย็นเฉกเช่นวันวาน หญิงสาวสูดลมหายใจลึก รวบรวมความกล้าเพื่อเผชิญหน้ากับความจริง

“ธัน” แพรไหมเอ่ยทำลายความเงียบ

ธันวาชะงักมือที่กำลังปลดกระดุมแขนเสื้อ เขาผ่อนลมหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะหันกลับมามองหน้าเธอ

“มีอะไรเหรอแพร”

เขาถามกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้ดูปกติ แต่มันแฝงความเหนื่อยหน่ายไว้จนปิดไม่มิด นัยน์ตาคู่นั้นไม่ได้จดจ่ออยู่ที่เธอ แต่มองข้ามไปยังกำแพงด้านหลัง

“เราคุยกันหน่อยได้ไหมคะ”

ชายหนุ่มนิ่งอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะเดินมาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวเดียวกัน แต่กลับเลือกทิ้งระยะห่างออกไปจนสุดขอบอีกฝั่ง แพรไหมมองช่องว่างแคบ ๆ ระหว่างกัน แต่กลับรู้สึกถึงมหาสมุทรอันเวิ้งว้างที่ทอดตัวขวางกั้น เธอประสานมือทั้งสองข้างไว้บนตัก บีบมันเข้าหากันแน่น

“ช่วงนี้ธันดูเหนื่อยนะคะ งานหนักมากเลยเหรอ” เธอเริ่มต้นด้วยคำถามธรรมดา หวังเพียงหยั่งเชิงความรู้สึก

“อืม ก็หนัก” ธันวาตอบสั้น ๆ ทอดสายตาตรงไปข้างหน้าโดยไม่คิดจะหันมาสบตา

“โพรเจกต์ใหม่เพิ่งเริ่ม ปัญหาจุกจิกมันเยอะ ต้องคอยตามแก้ ไม่เว้นแต่ละวัน ลูกค้าก็เร่งจะเอางานให้ได้ตามกำหนด”

แพรไหมนั่งฟังอย่างสงบ เธอไม่เคยปฏิเสธว่างานของเขามีความกดดันสูง แต่เธอเองก็เป็นคนวัยทำงานที่ต้องรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองเช่นกัน เธอไม่เคยนำความเหนื่อยล้าเหล่านั้นมาสาดใส่ความสัมพันธ์เลยสักครั้ง

“แพรเข้าใจค่ะว่างานธันหนัก แพรเห็นธันทุ่มเทกับมันมาตลอด” แพรไหมหยุดเว้นจังหวะ ก่อนจะเอ่ยประโยคถัดมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น

“แต่ความเหนื่อยจากงาน มันลามมาถึงเรื่องของเราด้วยหรือเปล่าคะ”

ประโยคนั้นราวกับสวิตช์ที่ทำให้ธันวาหันขวับกลับมามอง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน นัยน์ตาที่เคยอิดโรยแปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดฉับพลัน

“แพรหมายความว่ายังไง”

“แพรหมายความตามที่พูดเลยค่ะ”

หญิงสาวสบตาเขาตรง ๆ นัยน์ตาสงบนิ่งและว่างเปล่า ไร้หยาดน้ำตา

“เรารู้จักกันมานานพอที่แพรจะดูออกว่า ธันไม่ได้แค่เหนื่อยกับงาน แต่กำลังเหนื่อยกับแพรด้วย ธันหลบหน้าแพร เลื่อนนัดแพร ไม่มีเวลาให้แพร”

ธันวาขยับตัวอย่างอึดอัด แต่ยังคงปิดปากเงียบ แพรไหมจึงพูดต่อ

“แต่ธันกลับมีเวลาไปนั่งสอนงานคนอื่น มีเวลาไปกินข้าวกับคนอื่น มีรอยยิ้มให้คนอื่น ในขณะที่กับแพร ธันมีให้แค่คำว่าไม่ว่างกับคำว่าเหนื่อย”

“แพรจะเอาเรื่องมิลินมาพูดอีกทำไม”

น้ำเสียงของเขาเริ่มขุ่นมัว เขายกมือขึ้นเสยผมอย่างงุ่นง่าน

“ธันบอกแล้วไงว่ามันเป็นเรื่องงาน น้องเพิ่งเข้ามาใหม่ ธันในฐานะหัวหน้าก็ต้องดูแล”

ท่าทีปกป้องผู้หญิงอีกคนอย่างออกนอกหน้าทำให้แพรไหมรู้สึกชาวาบราวกับถูกตบหน้าฉาดใหญ่

“ดูแลถึงขั้นต้องไปกินข้าวกันสองต่อสองในวันหยุดเลยเหรอคะ ในวันที่บอกว่าอยากนอนพัก ไม่อยากออกไปไหน”

“น้องยังไม่คุ้นแถวนี้ ธันแค่พาไปเลี้ยงข้าวต้อนรับ แพรจะชวนทะเลาะทำไม ธันเหนื่อยมาทั้งสัปดาห์แล้วนะ” เขาตอบกลับเสียงกระด้าง

“แพรไม่ได้อยากพูดถึงมิลินเลยค่ะธัน แพรไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าธันจะไปดูแลใคร” แพรไหมสวนทันควัน น้ำเสียงยังคงรักษาระดับความเยือกเย็นเอาไว้

“สิ่งที่แพรสนใจคือ สิ่งที่ธันทำกับแพรต่างหาก รู้ตัวไหมว่าช่วงหลังมานี้ ธันทำเหมือนแพรไม่มีตัวตน ทำเหมือนความรู้สึกของแพรไม่มีความหมาย”

“ธันทำแบบนั้นตอนไหน แพรอย่าคิดมากไปเองได้ไหม”

“ธันปล่อยให้แพรรอ และปล่อยให้เผชิญความรู้สึกแย่ ๆ เพียงลำพัง วันครบรอบของเราที่ร้านอาหาร ธันปล่อยให้แพรนั่งรออยู่คนเดียวเกือบสองชั่วโมง” แพรไหมเอ่ยถึงเหตุการณ์บาดลึกที่เพิ่งผ่านพ้นไป

“...”

“แพรโทรหาธันกี่สาย ธันจำได้ไหม”

“ธันบอกแล้วไงว่าตอนนั้นระบบของลูกค้าล่ม ธันรับสายไม่ได้จริง ๆ ถ้าไม่เข้าไปดู งานทั้งทีมจะพังหมด”

“แค่ส่งข้อความสั้น ๆ ว่ามาไม่ได้ มันเสียเวลาแก้ปัญหามากขนาดนั้นเลยเหรอคะ” เธอตั้งคำถามอย่างใจเย็น

“แล้วสุดท้ายธันก็ส่งข้อความมาบอกตอนที่ร้านใกล้จะปิด โดยที่ไม่เคยหันกลับมามองเลยว่าแพรกำลังแตกสลายแค่ไหน ไม่แม้แต่จะโทรมาอธิบายหรือขอโทษให้เป็นเรื่องเป็นราวด้วยซ้ำ”

ธันวานิ่งงัน กล้ามเนื้อกรามขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสัน เขาอ้าปากคล้ายจะโต้แย้งทว่ากลับต้องกลืนถ้อยคำลงคอ ความจริงที่หญิงสาวสาดเข้าใส่หน้าทำให้เขาไร้ซึ่งข้อแก้ตัว

“ธันคิดว่าเดี๋ยวก็เสร็จ ตั้งใจจะรีบตามไป” เขาตอบเสียงแผ่ว

“แต่ก็ไม่ได้ไป แถมยังปล่อยให้แพรรอจนร้านปิด ธันคิดเอาเองว่าความรักของเรามันคือความเข้าใจที่รั้งรอได้เสมอใช่ไหมคะ”

แพรไหมสูดลมหายใจ ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาชายหนุ่ม พยายามค้นหาเศษเสี้ยวความผูกพัน

“ธันคะ แพรขอถามตรง ๆ แบบไม่ต้องรักษาน้ำใจกันเลยนะ”

บรรยากาศรอบกายตกอยู่ในความเงียบสงัด

“ธันยังรักแพรเหมือนเดิมไหมคะ”

ธันวานิ่งขึง หลบสายตาของเธออีกครั้งพลางก้มมองมือที่ประสานแน่นบนหน้าตัก ความเงียบงันคือคำตอบที่ดังกึกก้องที่สุดในความรู้สึก หากเขายังรัก คงไม่เสียเวลาลังเลแม้แต่วินาทีเดียว คงรีบดึงเธอเข้ามากอดและปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

“ธันไม่รู้”

คำตอบสั้น ๆ เพียงสามพยางค์หลุดออกจากริมฝีปากหยัก น้ำเสียงแผ่วเบาหวิว ทว่ากลับฟาดลงกลางใจคนฟังอย่างรุนแรง ธันวาสูดลมหายใจลึกก่อนจะเงยหน้าสบตาเธอ แววตาเขาพร่ามัวไปด้วยความสับสน

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • เมื่อไม่รักก็...ไม่รั้ง   ตอนที่ 13

    ครึ่งชั่วโมงต่อมา แพรไหมในชุดทำงานที่ถูกจัดระเบียบให้เรียบร้อย เดินถือซองกระดาษสีขาวตรงไปยังห้องทำงานส่วนตัวของหัวหน้าแผนกการตลาด ท่วงท่าของเธอสง่างามและมั่นคง แววตาเด็ดเดี่ยวปราศจากร่องรอยของความหวาดกลัวหรืออาลัยอาวรณ์ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความมั่นใจ ก่อนจะเคาะประตูกระจกสองครั้งแล้วผลักบานประตูเข้าไปด้านในเครื่องปรับอากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวเย็นเฉียบ ธันวากำลังนั่งพิงพนักเก้าอี้หนังตัวใหญ่ สายตาจดจ่ออยู่กับการอ่านรายงานยอดขายบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อยตามวิสัยคนบ้างาน“มีอะไรด่วนหรือเปล่าแพร” ธันวาเอ่ยถามโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองด้วยซ้ำ“แพรเอาเอกสารมาให้เซ็นรับทราบค่ะ”หญิงสาวก้าวเข้าไปหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ก่อนจะวางซองจดหมายสีขาวสะอาดตาลงบนโต๊ะตรงหน้าเขาอย่างนุ่มนวลธันวาละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ เลื่อนสายตาลงมามอง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่นกว่าเดิมทันทีที่เห็นหน้าซองจดหมายอันคุ้นเคย“นี่มันอะไรแพร” น้ำเสียงของเขาเจือความหงุดหงิดระคนแปลกใจ“ใบลาออกค่ะ แพรจะทำงานจนถึงสิ้นเดือนนี้ แพรส่งอีเมลแจ้ง ฝ่ายบุคคลเรียบร้อยแล้ว แพรนำเอกสารมาให้ธันเซ็น

  • เมื่อไม่รักก็...ไม่รั้ง   ตอนที่ 12

    “โอ้ก”เสียงอาเจียนดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องน้ำหญิงที่เงียบสงัด แพรไหมทรุดตัวลงคุกเข่าอยู่หน้าชักโครก มือบางทั้งสองข้างกำขอบกระเบื้องเคลือบไว้แน่นจนข้อขาว ร่างกายบอบบางสั่นสะท้านไปทุกสัดส่วนตามแรงขย้อนที่ปะทุขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุมได้ หยาดน้ำตาแห่งความทรมานรื้นขึ้นเกาะกุมขอบตา ความขมปร่าของน้ำย่อยตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ ทำให้เธอต้องโก่งคออาเจียนระลอกแล้วระลอกเล่าจนแทบหมดเรี่ยวแรง“แพร ไหวไหม ดื่มน้ำอุ่นล้างปากก่อนนะ”กานต์ลูบแผ่นหลังที่กำลังสั่นเทาของเพื่อนสนิทอย่างร้อนใจ น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความห่วงใย พร้อมกับยื่นขวดน้ำอุ่นที่เพิ่งวิ่งไปกดมาจากแพนทรีให้ แพรไหมรับขวดน้ำมาถือไว้ด้วยมือที่สั่นเทาหญิงสาวกลั้วคอบ้วนปากทิ้ง ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งแปะกับพื้นกระเบื้องเย็นเยียบ อาการอ่อนเพลียเล่นงานอย่างหนักหน่วงจนเธอต้องพิงศีรษะเข้ากับผนังห้องน้ำอย่างหมดสภาพ“ขอบใจนะกานต์ แต่แพรไม่ไหวเลย รสชาติขม ๆ มันตีขึ้นมาตลอดเวลาเลย”แพรไหมตอบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาคู่สวยที่เคยเปล่งประกายบัดนี้หม่นหมองและอิดโรยอย่างเห็นได้ชัดกานต์ทอดสายตามองเพื่อนรักด้วยความสงสารจับใจ หญิงสาวหยิบกระดาษทิชชูมาซับรอย

  • เมื่อไม่รักก็...ไม่รั้ง   ตอนที่ 11

    เมื่อถึงช่วงพักกลางวัน พนักงานส่วนใหญ่ต่างทยอยเดินลงไปรับประทานอาหาร มิลินฉวยโอกาสนี้ถือแฟ้มเอกสารเข้าไปหยุดยืนที่หน้าโต๊ะทำงานของธันวาทันที“พี่ธันวาคะ” เสียงหวานเอ่ยเรียก“ว่าไงครับ” ธันวาเงยหน้าขึ้นจากการทำงาน“มิลินแก้สไลด์ส่วนงบประมาณเสร็จแล้วค่ะ พี่สะดวกตรวจให้ ไหมคะ หรือว่าจะไปกินข้าวก่อนก็ได้” พนักงานรุ่นน้องรายงาน“เดี๋ยวพี่ดูให้ตอนบ่ายก็ได้ครับ” ชายหนุ่มตอบอย่างใจดี“งั้นไปกินข้าวกันไหมคะ ร้านอาหารญี่ปุ่นใต้ตึกเปิดใหม่ มีโพรโมชันด้วย มิลินอยากเลี้ยงขอบคุณที่พี่ช่วยสอนงานให้ตลอด” มิลินชักชวนพร้อมคลี่ยิ้มกว้างคำชวนครั้งนี้ดูเปิดเผยและชัดเจนกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาธันวาชะงักไปเสี้ยววินาที ก่อนจะเผลอมองข้ามไปยังโต๊ะแพรไหม หญิงสาวยังคงนั่งหลังตรงพิมพ์งาน ไม่ยอมเงยหน้า ไม่แม้แต่จะเหลือบ หางตามอง และไม่แสดงท่าทีสนใจสิ่งใดเลยสักนิด เขาลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากหากเป็นเมื่อก่อน เขาคงต้องหยุดคิดทบทวนว่าแพรจะน้อยใจไหม จะเข้าใจหรือเปล่า ทว่าตอนนี้สถานะเขาคือชายโสด เขาย่อมมีสิทธิ์ใช้ชีวิตในแบบของตัวเองได้อย่างอิสระ“เอาสิครับ พี่กำลังหิวพอดี” ธันวาตัดสินใจตอบรับ“จริงนะคะ” มิลินยิ้มก

  • เมื่อไม่รักก็...ไม่รั้ง   ตอนที่ 10

    เสียงรัวแป้นพิมพ์ดังต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงเช้า บรรยากาศภายในแผนกการตลาดยังคงวุ่นวายเฉกเช่นทุกวัน พนักงานหลายคนถือแก้วกาแฟเดินสวนกันไปมา บ้างจับกลุ่มคุยเรื่องวาระการประชุมบ้างก้มหน้าก้มตาตรวจเอกสารอย่างขะมักเขม้นก่อนถึงเวลาเริ่มงาน“สวัสดีค่ะพี่เกด” แพรไหมเอ่ยทักทาย“มาเช้าจังแพร วันนี้ประชุมสิบโมงไม่ใช่เหรอ” รุ่นพี่ในแผนกถามกลับด้วยความสงสัย“ค่ะ แพรอยากมาเช็กไฟล์ก่อนนิดหน่อย” หญิงสาวตอบด้วยน้ำเสียงปกติพร้อมส่งยิ้มบาง ๆ ให้รุ่นพี่ ก่อนจะเดินต่อไปยังโต๊ะทำงานของตัวเองแพรไหมวางกระเป๋าสะพายลงข้างโต๊ะทำงาน สายตาสะดุดเข้ากับกรอบรูปไม้สีอ่อนที่ตั้งตระหง่านอยู่ภาพถ่ายใบนั้นถูกบันทึกไว้ในวันฉลองยอดขายทะลุเป้าเมื่อปีที่ผ่านมา ธันวายืนโอบไหล่เธอจากทางด้านหลัง ส่วนเธอก็ส่งยิ้มกว้างจนตาหยี วันนั้นเขาก้มลงมากระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า‘แพรยิ้มแบบนี้น่ารักที่สุดแล้ว’ในตอนนั้นเธอเชื่อหมดหัวใจว่ารอยยิ้มของตัวเองมีค่ามากมายเหลือเกินในสายตาเขานัยน์ตาคู่สวยจ้องมองรูปถ่ายใบนั้นเพียงครู่เดียว ก่อนที่มือบางจะเอื้อมไปหยิบมันขึ้นมา หญิงสาวจัดการเปิดลิ้นชักล่างสุด คว่ำกรอบรูปลงแล้วดันมันเข้าไปเก็บซ

  • เมื่อไม่รักก็...ไม่รั้ง   ตอนที่ 9

    ปลายสายเงียบไปหลายวินาทีราวกับกำลังประมวลผลความจริง ก่อนที่กานต์จะพ่นลมหายใจออกมาอย่างแรง“แพร เปิดประตู ฉันยืนอยู่หน้าห้องแกแล้ว”แพรไหมเบิกตากว้าง รีบใช้หลังมือปาดคราบน้ำตาทิ้ง แล้วพยุงร่างไร้เรี่ยวแรงลุกไปปลดล็อกประตู ทันทีที่บานประตูเปิดออก กานต์ก็พุ่งตัวเข้ามากอดเพื่อนรักไว้แน่นแพรไหมซุกหน้าลงกับไหล่กานต์ กำแพงความเข้มแข็งที่เพียรสร้างพังทลายลงในพริบตา“ฮึก ฮือ กานต์” เธอปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาจกลั้นได้อีกต่อไป ความรู้สึกอัดอั้น หวาดกลัว และโดดเดี่ยว รินไหลออกมาพร้อมหยาดน้ำตา“ร้องออกมาเลยแพร ร้องให้พอ ฉันอยู่นี่แล้ว” กานต์ลูบแผ่นหลังปลอบโยน ปล่อยให้เพื่อนได้ระบายความอัดอั้นจนกว่าจะพอใจเมื่อความเสียใจเริ่มคลายตัว ทั้งสองจึงพากันมานั่งบนโซฟา กลางห้องรับแขก กานต์ดึงกระดาษทิชชูซับน้ำตาให้แพรไหมอย่างเบามือ ก่อนจะกุมมือเพื่อนไว้แน่นเพื่อดึงสติให้กลับมาจดจ่อกับความจริง“แพร ฟังฉันนะ เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว เรากลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้ ตอนนี้แกต้องตั้งสติ จะเอายังไงต่อไป จะโทรบอกธันวาคืนนี้เลยไหม” กานต์เริ่มเปิดประเด็นสำคัญที่สุดในเวลานี้“ไม่ แพรจะไม่บอกธันวา จะไม่บอกเด็ดขาด” แพรไหมส่ายหน้า

  • เมื่อไม่รักก็...ไม่รั้ง   ตอนที่ 8

    วันต่อมาเครื่องปรับอากาศในห้องประชุมทำงานเต็มประสิทธิภาพ ทว่าแพรไหมกลับรู้สึกราวกับถูกจับยัดในเตาอบไร้ช่องระบายอากาศ เหงื่อ เม็ดเล็กผุดพรายตามกรอบหน้า ภาพตัวเลขบนจอโพรเจกเตอร์เริ่มสั่นไหว กลิ่นน้ำหอมปรับอากาศผสมกับกลิ่นกาแฟดำของเพื่อนร่วมงานกลายเป็นกลิ่นเหม็นฉุนที่ตีรวนกระเพาะอาหารอย่างสาหัสแพรไหมผุดลุกขึ้นกะทันหันจนเก้าอี้ล้อเลื่อนขูดพื้นพรมเกิดเสียงดัง เสียงบรรยายหน้าห้องหยุดชะงัก ทุกสายตาหันมาจดจ้องที่เธอ หญิงสาวไม่มีเวลาแม้แต่จะเอ่ยคำขอโทษ เธอพุ่งตัวออกจากห้องประชุม กึ่งวิ่งกึ่งเดินตรงไปยังห้องน้ำหญิงสุดทางเดินอย่างรวดเร็วทันทีที่ผลักประตูล็อกห้องน้ำด้านในสุด แพรไหมก็ทรุดตัวลงหน้าชักโครกอย่างหมดสภาพ เธออาเจียนสิ่งที่ฝืนกินเข้าไปตั้งแต่เช้าออกมาจนหมดร่างบอบบางสั่นสะท้าน สองมือกำขอบชักโครกไว้แน่น หญิงสาวหอบหายใจหมดแรง น้ำตาเล็ดรินจากความทรมาน ลำคอแสบร้อนและ ขมปร่า เธอพยายามยันตัวไปที่อ่างล้างหน้า เปิดน้ำบ้วนปากและล้างหน้าเพื่อเรียกสติ ทว่าความอ่อนเพลียกลับกดทับอย่างหนักหน่วงจนแทบก้าวขาไม่ออกประตูห้องน้ำถูกผลักเข้ามาอย่างแรง กานต์ เพื่อนสนิทที่สังเกตเห็นความผิดปกติและวิ่งตามออกม

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status