مشاركة

บทที่3

مؤلف: Zhaojoi
last update تاريخ النشر: 2025-03-01 21:41:03

เสียงกาน้ำร้อนเดือดเตือนอยู่นาน ทำให้คนที่เผลอฟุบหลับอยู่บนโต๊ะทำงานเงยหน้าขึ้นมามองทางต้นเสียง ก่อนจะหันมามองที่มุมหนึ่งของห้องจุดที่เคยมีร่างเด็กสาวนอนขดตัวอยู่แต่ทว่ากลับว่างเปล่าบดินทร์เดินงัวเงียมาที่โต๊ะกลางห้องทั้งที่ยังสะลึมสะลือ ตรงหน้าของเขามีจานใส่ปาท่องโก๋อยู่สี่ห้าตัววางอยู่ ให้เขาเดานี่คงเป็นฝีมือของเพียงขวัญ

เมื่อเขามองออกไปทางระเบียงเล็กๆ ของห้อง นกพิราบสีขาวก็บินมาเกาะที่ราวระเบียง ก่อนที่เจ้านกจะยกปีกขึ้นมากางราวกับจะทักทายคนที่เพิ่งตื่นนอน สายตาคมหันไปมองนาฬิกาติดผนังบอกเวลากว่าสิบโมงเช้าแล้ว

“เจ้านายแกไปไหนล่ะ?”

บดินทร์ยกยิ้มบางๆ เดินเข้าไปหานกสีขาวตัวนั้นที่สนิทสนมกับกลิ่นตัวของเขาเป็นอย่างดี บดินทร์เอื้อมมือไปลูบหัวเจ้านกน้อยเบาๆ เป็นการทักทายกลับ จังหวะเดียวกันนั้นประตูกระจกด้านหลังเขาถูกเปิดออก ร่างของเด็กสาวที่อยู่ในชุดเสื้อผ้าตัวใหม่ไม่ใช่ชุดเดิมของเมื่อคืนเดินเข้ามาแล้วยิ้มกว้างอย่างดีใจที่เห็นนกของตนบินมาถึงที่นี่ก่อนที่ตัวเองจะมาถึงเสียอีก

“เจ้าแสบมันเก่งขึ้นทุกวัน เดี๋ยวนี้จำทางมาห้องพี่ภาคินได้ไม่หลงแล้ว” เพียงขวัญรีบเดินตรงมาหาเจ้านกพิราบที่รู้ใจกับเจ้านายของมันเป็นอย่างดี

“พี่ภาคินทำงานก็ดึก แต่ตื่นเร็วกว่าที่คิดอีกนะ ของขวัญนึกว่าพี่จะตื่นบ่ายๆ ซะอีก ของขวัญเลยไม่ได้หาข้าวมาไว้ให้พี่ภาคินกินเลย มีแต่ปาท่องโก๋หน้าปากซอย”

“แค่นี้ก็พอแล้ว”

บดินทร์ในชุดกางเกงขาสั้นลายการ์ตูนลูกหมีขัดกับบุคลิกของตัวเองเดินผิวปากเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำชำระร่างกาย ให้หัวสมองได้คลายเครียดหลังจากฝ่าฟันงานที่หนักหน่วงตลอดทั้งสัปดาห์จนพึ่งจะสิ้นสุดในวันนี้ เมื่อบดินทร์กลับมาอีกครั้งก็เห็นเด็กสาวกำลังสนใจกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเขา ทุกครั้งที่เขามีเวลาว่างบดินทร์ก็มักจะสอนให้เธอได้ฝึกใช้เครื่องไฮเทคชิ้นนี้ดูบ้าง เจ้าตัวก็ดูสนใจไม่น้อย และไม่เคยบ่นเวลาที่เขาแกล้งดุ หรือใช้ให้พิมพ์งานเลยสักครั้งออกจะชอบและอยากทำมันทุกครั้งราวกับเด็กเจอของโปรด

“งานเสร็จแล้วเหรอคะ?”

เพียงขวัญเอ่ยถามเมื่อเห็นเจ้าของห้องเดินเข้ามาใกล้ตัว จนได้กลิ่นแชมพูสระผมกับกลิ่นสบู่จางๆ ที่ลอยมาสัมผัสจมูกของเด็กสาว

“อืม” เขาตอบรับในลำคอ ก่อนจะจิบกาแฟดำที่เพียงขวัญชงไว้รอ แล้วหยิบหนังสือพิมพ์รายวันขึ้นมาอ่านดูข่าวสาร

“ถ้างานชิ้นนี้ผ่านไปได้ด้วยดี พี่จะพาของขวัญไปเลี้ยงฉลองเลยนะ”

“พูดจริงเหรอคะ?” น้ำเสียงดีใจ ไม่แพ้ดวงตากลมโตที่ฉายแววสดใสขึ้นมาทันที ทุกครั้งที่คนพี่ทำงานสำเร็จลุล่วงไปได้ดีบดินทร์มักจะพาเธอไปกินของอร่อยๆ ที่เธอไม่เคยกินอีกทั้งยังซื้อของจุกจิกที่ผู้หญิงชอบให้เธออีก

“อย่ามาหลอกกันนะ”

“ลูกผู้ชายพูดแล้วไม่คืนคำหรอกนะ”

“แต่ลูกผู้ชายบางคนทำตัวไม่ดีไม่น่าเชื่อถือเลยก็มีนะ”

น้ำเสียงแผ่วเบาปนเศร้าจนคนฟังรู้สึกน้อยใจที่แอบแฝงในรูปประโยคเมื่อครู่ บดินทร์ลุกขึ้นลากเก้าอี้มานั่งใกล้ๆ เพียงขวัญหน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาด27นิ้ว

“เล่นเกมกันดีกว่าไหมตัวแสบ พี่มีของใหม่มาให้เราลองเล่น” เขาบอกพร้อมกับหยิบแผ่นซีดีโชว์ให้ดู

“แล้วแผ่นนี้ล่ะ?” เพียงขวัญถามพร้อมกับหยิบแผ่นซีดีอีกแผ่นขึ้นมาดูอย่างสนใจ

“แผ่นนี้ต้องห้าม พี่ก๊อปงานลงไว้ในนี้หมดแล้ว ถ้าหายพี่แย่แน่” เขาบอกแล้วรีบเอื้อมมือไปรับคืน แต่อีกฝ่ายยึดไว้ก่อน

“งั้นดูนี่นะ” เด็กสาวบอกแล้วหมุนแผ่นซีดี ก่อนที่จะทำท่าคล้ายจะร่ายเวทมนตร์ นิ้วเรียวเล็กพริ้วขยับไปมา แผ่นซีดีในมือของเธอก็หายไปเฉยๆ

“เฮ้ย!” บดินทร์ร้องขึ้นเสียงดังอย่างตกใจ ใบหน้าหล่อไม่สู้ดีเลยสักนิดหากงานเขาหายจริงๆ เขาคงต้องปั่นงานหัวหมุนเหมือนศพเดินได้แน่ๆ

เพียงขวัญยกนิ้วเรียวขึ้นมาจุ๊ปากอีกฝ่ายเป็นเชิงให้เขาเงียบลงก่อนจะยื่นมือมาไว้ด้านหลังศีรษะของบดินทร์ แล้วแผ่นซีดีก็กลับมาปรากฏในมือของเธอต่อหน้าเขาอีกครั้ง

“ทำได้ยังไงกัน ถ้าหายขึ้นมาจริงๆ แล้วจะทำยังไง?”

บดินทร์ต่อว่าด้วยน้ำเสียงเข้มแต่ก็ไม่ได้รุนแรงนัก ส่วนคนถูกดุหัวเราะระรื่นไม่เกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย แล้วอธิบายมายากลที่ตัวเองพึ่งแสดงจบไป

“พี่ภาคินไม่ได้มองที่มือข้างขวาที่ของขวัญจากแผ่นซีดีไว้ตั้งแต่แรก พี่ภาคินมองแต่มือข้างซ้าย จริงๆ แล้วมันอยู่มือข้างขวา แต่ของขวัญซ่อนไว้ในแขนเสื้อ แล้วดึงกลับมาในตอนที่พี่ภาคินไม่รู้ตัวต่างหาก”

“เก่ง” เขาว่าอย่างประชด ก่อนเก็บแผ่นซีดีแผ่นนั้นไว้ในลิ้นชักโต๊ะ เพราะเริ่มไม่ไว้ใจนักมายากลคนเก่งไม่รู้เจ้าตัวจะเล่นอะไรให้หัวใจเขากระตุกวูบหล่นลงไปยังตีนเล่นอีกไหม

“ทีเรื่องเรียนไม่เห็นสนใจแบบนี้บ้างเลยนะตัวแสบ ถ้าของขวัญใส่ใจเรื่องเรียนแบบเรื่องมายากล พี่ว่าของขวัญคงต้องเป็นคนเรียนเก่งมากแน่ๆ เลย” เขาพูดยิ้มๆ พลางลูบกลุ่มผมเด็กสาวแล้วออกแรงขยี้อย่างเบามือด้วยความเอ็นดู แต่อีกฝ่ายกลับแสดงสีหน้าตรงกันข้าม มีแต่ใบหน้าเรียบเฉยผิดกับเมื่อครู่ลิบลับที่ยังคงยิ้มหัวเราะอยู่เลย

“ที่พี่พูดไปเพราะหวังดีกับเราทุกอย่างนะ” มือหนาแตะไหล่ของเด็กสาว เธอยิ้มเป็นเชิงขอบคุณ ก่อนจะเดินไปหาเจ้านกพิราบที่เกาะอยู่เก้าอี้โต๊ะทานข้าว เพียงขวัญเลี้ยงเจ้านกไว้เล่นมายากลเหมือนกัน

“แล้วเล่นมายากลมันไม่ดีตรงไหนเหรอ?”

“มันก็ไม่ใช่ว่าไม่ดีหรอก” ชายหนุ่มระบายลมหายใจหนักๆ อย่างจนคำตอบ

“มันเหมือนกับเราเป็นคนโกหกตลอดเวลา ไม่มีใครเชื่อถือเรานะโกหกตบตาและเหมือนกับนักหลอกลวง” เขาพยายามอธิบายให้อีกฝ่ายเข้าใจถึงความหวังดีของเขา

“นั่นเป็นเพราะคนดูจากทริคของกล จะเอามาตัดสินของขวัญไม่ได้หรอกนะ อีกอย่างนั่นไม่ใช่หลอกลวงสักหน่อย” เธอเถียง

“มันก็เหมือนๆ กันนั่นแหละ” เขาตัดบทอย่างไม่นึกอยากต่อล้อต่อเถียงกับอีกคนเพราะกลัวจะยาวกว่านี้

“พี่ภาคินนั่นแหละที่ไม่เข้าใจ” แต่เพียงขวัญยังคงเถียงต่อน้ำเสียงแผ่วเบาแฝงด้วยความน้อยใจ มีแต่เสียงถอนหายใจเท่านั้นที่ดูจะรุนแรง

“เอ่อ...เปลี่ยนเรื่องดีกว่า วันนี้ของขวัญว่างไหม พี่จ้างซักผ้าหน่อย ตู้ซักผ้าหยอดเหรียญข้างล่างมันเสียน่ะ” บดินทร์เฉไฉออกนอกเรื่อง และมันก็ได้ผลอีกฝ่ายก็คลี่ยิ้มแล้วพยักหน้าแทนคำตอบ แล้วลุกขึ้นทำตามที่เขาบอกทันที เพราะเมื่อไรที่มีเรื่องเงินเข้ามา เพียงขวัญจะทิ้งความรู้สึกทุกอย่างและทำทุกอย่างที่ได้เงินมา เขาไม่รู้หรอกว่าอีกฝ่ายร้อนเงินหรือต้องการเงินไปทำอะไรเพราะเมื่อถามออกไปเจ้าตัวก็ไม่ตอบอยู่ดี

บดินทร์ระบายลมหายใจแรงๆ เสยเส้นผมที่ชื้นน้ำอย่างเคยชินในเวลาที่หัวสมองของเขากำลังครุ่นคิด เขาเองก็เริ่มสงสัยและตั้งคำถามให้กับหัวใจของตนเอง ทำไมกันนะ...ทำไมเมื่อเขาเห็นเพียงขวัญเศร้าใจเขาถึงไม่ชอบใจและอยากให้เด็กคนนี้มีแต่รอยยิ้มสดใสตามวัยไม่อยากให้มีรอยเศร้าหมองแอบแฝงในดวงตาหรือใบหน้า ทำไมถึงต้องรู้สึกห่วงใยทั้งที่เขาเป็นแค่คนแปลกหน้า เป็นเพียงลูกค้าประจำของพี่คนสนิทที่เจ้าตัวช่วยงานอยู่ เขาได้แต่ห้ามใจเจ้ากรรมอย่าคิดอะไรเกินเลยกับอีกฝ่ายอีก เพราะในสังคมแบบนี้จะมีใครไว้ใจใครได้อีกขนาดคนที่รักกันมานาน ยังจากกันไปโดยง่ายดาย อยู่ดีๆ ก็เหมือนฟ้าผ่าฝนตกอย่างไม่มีเค้าเมฆฝน และในวันที่ท้องฟ้าสวยสดแบบนี้เมื่อนึกถึงความหลังที่เจ็บปวด ถ้าหากเกิดมีพายุถาโถมเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัวอีกครั้งเหมือนอย่างที่แล้วมา เขาจะทำอย่างไรดีกับหัวใจที่ช่างรู้สึกง่ายดายและบอบบางของเขา

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • เมื่อไรเฮียคินจะรับรัก   ตอนพิเศษ

    ปีสามต่อมา...“อื้อ...พี่ภาคิน...พอได้แล้ว”เพียงขวัญยกมือขึ้นตีอกบอกกล่าวสามีที่รัก หญิงสาวร่างบางนอนอ้าขาอยู่ใต้อาณัติของชายหนุ่มผู้เป็นสามีของเธอที่กำลังกระแทกแทรกกายใส่เธอตั้งแต่สี่ทุ่มของเมื่อคืน ซึ่งเป็นค่ำคืนของการเข้าหอของเธอและเขา จนถึงตอนนี้จะเช้าของวันใหม่แล้ว สามีสุดที่รักก็ยังไม่ปล่อยให้เธอได้พักหายใจเลยย้อนกลับไปหลังจากเหตุการณ์ทุกอย่างคลี่คลาย บดินทร์ก็ขอเพียงขวัญคบอย่างจริงจัง เขาให้ความซื่อสัตย์และจริงใจกับเด็กสาวที่เขารักมาโดยตลอด ซึ่งเพียงขวัญเองก็เช่นกัน หลังจากที่แม่เคลียร์เรื่องราวทุกอย่างเสร็จก็มารับเธอไปอยู่ด้วยตามที่สัญญาไว้ ซึ่งเธอเองที่โหยหาความรักจากแม่มาตลอดจึงตกลงไปกับท่าน แต่ก็ไม่ลืมมาค้างกับพี่ขิมบ้างเป็นครั้งคราวเธอยังคงเป็นเพียงขวัญคนเดิม เธอยังมาช่วยงานในร้านอาหารของพี่ขิมเสมอ แม้ว่าตอนนี้ขวัญข้าวแม่ของเธอจะเป็นหุ้นส่วนกับพี่ขิมแล้ว และได้เปิดร้านอาหารที่ใหญ่โตตามที่พี่ขิมใฝ่ฝันเอาไว้ตลอดเวลาที่บดินทร์และเพียงขวัญคบหากัน ฝ่ายชายไม่เคยล่วงเกินเธอเลย เขาทะนุถนอมเพียงขวัญที่เขารักมากไว้อย่างดี มากสุดก็แค่นอนจับมือ จูบบ้างตามโอกาสที่เหมาะสมจนกระทั่งผ

  • เมื่อไรเฮียคินจะรับรัก   บทที่19END

    “อย่านะ! อย่าทำอะไรของขวัญ!” บดินทร์พุ่งตัวเข้าใส่ทันทีที่มีโอกาส แต่เสียงปืนดังขึ้นก่อนที่บดินทร์จะเข้าถึงตัวคนตัวใหญ่คนนั้นได้ปัง!“ของขวัญ!”ร่างของเด็กสาวทรุดฮวบลงพร้อมกับเสียงกรี๊ดของพิชญ์นาฏ บดินทร์รีบเข้าไปประคองช้อนร่างที่เต็มไปด้วยคราบเลือดขึ้นมาไว้แนบอก“ของขวัญ” เขาระส่ำระส่าย ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น“ทำไมต้องทำขนาดนี้?”“อยากให้พี่ภาคินรู้ว่าของขวัญไม่ใช่ขโมย”“พอแล้ว ทั้งหมดเป็นความผิดของพี่เอง งานมันไม่มีความหมายอะไรเลย ถ้าไม่มีของขวัญอยู่ด้วยกัน” บดินทร์มองแขนของเพียงขวัญที่ชุ่มโชกไปด้วยหยาดเลือด มือไม้ของเขาสั่นแต่ก็หยิบโทรศัพท์โทรแจ้งตำรวจ แล้วรีบห้ามเลือดด้วยเสื้อเชิ้ตของเขาทันที“คนพวกนั้นหนีไปแล้วนะ” เพียงขวัญเจ็บแต่ก็ยังอยากให้คนโกงถูกลงโทษ“มันก็แค่เกมคอมพิวเตอร์ เราสร้างใหม่เมื่อไหร่ก็ได้ แต่ของขวัญมีคนเดียว พี่เสียใครไปไม่ได้อีกแล้ว”เสียงไซเรนรถตำรวจมายังทางที่ทั้งคู่อยู่ บดินทร์ประคองร่างของเพียงขวัญไว้ไม่ยอมปล่อย“คุณครับ เราจะพาเธอไปโรงพยาบาลนะครับช่วยหลบให้เจ้าหน้าที่ทำงานด้วยครับ” เสียงบุรุษพยาบาลเข้ามาดึงตัวของบดินทร์ให้ออกห่างจากเพียงขวัญ แล้วร่างที่ชุ่มเล

  • เมื่อไรเฮียคินจะรับรัก   บทที่18

    “ต้นไม้...” เพียงขวัญตะโกนเรียกทันทีที่มาถึงร้านซ่อมรถมอเตอร์ไซค์ของต้นไม้ คนถูกเรียกตกใจ มือที่กำลังวุ่นอยู่กับการบันทึกภาพกล้องโทรทัศน์วงจรปิดอยู่ถึงกับชะงัก“มาพอดีเลย มาดูอะไรนี่สิ เรื่องนี้ไม่ใช่ย่อยเลยนะ เล่นโกงกันหน้าด้าน ๆ เลย”เด็กหนุ่มผมสั้นเกรียนเรียกให้เพียงขวัญเข้ามานั่งใกล้ ๆ ดูภาพเคลื่อนไหวตรงหน้า เสียงวุ่นวายในร้านทำให้ฟังไม่ถนัดนัก แต่ถ้อยคำของเพื่อนซี้ทำให้เธอสงบลงทันที“คนเรานี่มันรู้หน้าไม่รู้ใจจริง ๆ เลย สวย ๆ แบบนั้นไม่น่าทำอะไรแบบนี้ได้ ขโมยผลงานของคนอื่นมาเป็นชื่อของตัวเอง” ต้นไม้สรุปจากการดูภาพกล้องวงจรปิด เขาสนิทกับเจ้าของร้านมาก และมากพอที่จะขอสำเนาภาพคืนนั้นที่พิชญ์นาฏมาที่ร้าน เขาได้ยินเรื่องที่พิชญ์นาฏต่อรองราคาซื้อขายเกมคอมพิวเตอร์ที่บดินทร์เป็นคนออกแบบกับผู้ชายที่คลอเคลียอยู่ด้วยกันเขาได้ยินชัด แต่ต้องการหาหลักฐานมายืนยันสิ่งที่ได้ยิน จึงไปขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดของร้าน ซึ่งมันบอกทุกอย่างได้ชัดเจนมากกว่าคำพูดของเขา“เพื่อเงินไงต้นไม้ ของขวัญเองก็ไม่เข้าใจว่าสังคมสมัยนี้เป็นยังไง” เด็กสาวบ่นพึมพำ“แล้วของขวัญจะทำยังไง?”“พี่ภาคินเขาคงไม่เชื่อว่าแฟนตัวเอง

  • เมื่อไรเฮียคินจะรับรัก   บทที่17

    วันจันทร์ที่แสนสดใส แม้ตามถนนจะยังมีน้ำนองอยู่บางที่ แต่ท้องฟ้าก็สดใส เช้านี้เพียงขวัญรู้สึกมึน ๆ หัวนิดหน่อย แต่ก็รีบวิ่งมาที่ห้องของบดินทร์เหมือนเช่นทุกวัน ทว่าก็ยังช้ากว่าที่เจ้าของห้องออกไปแล้ว แต่เธอก็ไม่ได้มีปัญหากับการเข้าห้องของเขามากนักเพราะเขาให้กุญแจสำรองไว้ เธอนั่งอ่านหนังสือ เล่นเกมคอม และทำความสะอาดให้เจ้าของห้องด้วยเช่นเคย“ของขวัญ”เสียงเรียกชื่อของเธอดังขึ้นจนคนที่เผลอหลับอยู่ที่โซฟาสะดุ้งตื่น เธออยากจะยิ้มให้เหมือนทุกครั้ง แต่เมื่อเห็นสีหน้าที่ดูโมโหโกรธเคืองใครมาจ้องเขม็งที่ตัวเธอ เพียงขวัญก็ทำได้เพียงแค่นิ่งเงียบราวกับเป็นใบ้“ของขวัญขโมยตัวเก็บข้อมูลงานของพี่ไปใช่ไหม?”“พี่ภาคินพูดอะไร ของขวัญไม่รู้เรื่องนะคะ พี่ภาคินพูดอะไรน่ะ?” เด็กสาวส่ายหน้าสั่นระริก ผมยาวที่คลอเคลียไหล่สะบัดไปมา“วันก่อนที่พี่กลับมาพี่เห็นของขวัญเพิ่งลงมาจากชั้นบนของห้องพี่ แล้วรีบออกไปไหนกับผู้ชายคนนั้น” น้ำเสียงเกือบจะตะคอกพร้อมกับใบหน้าที่ชะโงกเข้ามาถาม ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ“ผู้ชายคนไหน?”“ก็นายต้นไม้อะไรนั่นไงล่ะ”“ไม่ใช่นะ ที่ของขวัญไปกับต้นไม้เพราะวันนั้นของขวัญต้องรีบไปสน. ไปดูพ่อ”

  • เมื่อไรเฮียคินจะรับรัก   บทที่16

    ขวัญข้าวมองลูกสาวที่ตัวเองแทบไม่ได้เลี้ยงแล้วก็ยิ้มภูมิใจ เธอจำใจต้องทำตัวโหดร้ายไม่รักลูกสาวทั้งที่เธอรักเพียงขวัญมาก แค่เพราะเธอกลัวว่าเพียงขวัญจะต้องมาใช้ชีวิตเหมือนเธอ เธอก้าวพลาดตั้งแต่วัยรุ่น ตั้งท้องกับผู้ชายที่เธอไม่รู้จักชื่อเลยด้วยซ้ำ ยิ่งพอลูกคลอดมาแล้วรู้ว่าเป็นผู้หญิง ขวัญข้าวยิ่งกลัวว่าลูกจะต้องเจอเหมือนเธอจึงให้ญาติช่วยเลี้ยง แต่ก็มารู้ทีหลังว่าเงินที่ส่งไปให้เป็นค่ากินค่าใช้จ่ายนั้นแทบไม่ได้ถึงตัวของลูกสาวเธอเลยด้วยซ้ำ เพราะพวกเขาก็เอาเงินหรือนมที่เธอส่งมาไปให้ลูกหลานของตัวเองกินเพียงขวัญจึงเติบโตมาแบบอด ๆ อยาก ๆ จนเธอตัดสินใจพาเพียงขวัญมาอยู่ด้วย แต่ก็ดันเจอพ่อเลี้ยงลวนลาม เธอไม่กล้าเอาเรื่องกับแฟนใหม่เพราะยังต้องพึ่งพาเขา แต่จะให้อยู่แบบนั้นก็ไม่ได้ ขิมจึงเป็นทางออกเดียวของเธอในตอนนั้น ถ้าไม่มีขิมเธอก็ไม่รู้ว่าเพียงขวัญจะโตมาเป็นอย่างไร จะหนีพ้นวงจรแบบเดียวกันกับเธอได้หรือไม่ แต่ตอนนี้ขวัญข้าวมั่นใจว่าลูกสาวของเธอจะมีรอยเท้าของตัวเอง ไม่โสมมอย่างที่เธอเคยก้าวพลาดมาขิมรับหน้าที่ดูแลจัดการทุกอย่างให้กับเพียงขวัญและนัดทุกคนกลับไปเลี้ยงฉลองที่ร้าน แต่ขวัญข้าวขอตัวไปจัด

  • เมื่อไรเฮียคินจะรับรัก   บทที่15

    เช้าวันอาทิตย์ที่แสนธรรมดามาถึง ปกติร้านของขิมจะหยุดแค่วันที่ 1 และวันที่ 16 ของทุกเดือนไม่ว่าจะตรงกับวันอะไรก็ตาม แต่วันนี้ขิมปิดร้านเตรียมตัวพาเพียงขวัญที่ถูกจับแต่งองค์ทรงเครื่องไปประกวดร้องเพลงเพียงขวัญในชุดกระโปรงน่ารัก รองเท้าบูตส์สีน้ำตาล เธอดูสวยและโดดเด่นกว่าใครทั้งหมด จะดีกว่านี้ถ้าใบหน้าแบบลูกครึ่งของเพียงขวัญมีรอยยิ้มแบบมั่นใจ ไม่ใช่รอยยิ้มแหย ๆ อย่างที่เป็นอยู่นี่“พี่ล่ะอ่อนใจกับแกจริง ๆ เลยยัยของขวัญ”“โถ่...พี่ขิม ก็ของขวัญอายนี่คะ”“จะอายอะไรเล่า เราไม่ได้ไปทำอะไรเลวร้ายเสียหน่อย” ขิมอยากจะโดดขึ้นเวทีเสียเอง แต่ที่ขึ้นไม่ได้เพราะเธอเสียงไม่ดีน่ะสิ ถ้าแค่ลิปซิงค์แล้วเต้นโชว์ก็ยังพอไหว“ไม่ต้องคิดเรื่องอื่นหรอก คิดแค่ว่าเราทำแล้วมีความสุขก็พอ พี่ไม่ได้อยากให้ของขวัญไปเอารางวัลอะไร แต่อยากให้ของขวัญเป็นตัวของตัวเอง”“ถ้าของขวัญไม่ได้รางวัลก็ไม่เป็นไรใช่ไหมคะ?” เด็กสาวถามย้ำอีกครั้ง“แน่นอน พี่ขอให้ของขวัญทำเต็มที่ก็พอ เลิกเดินหลังค่อมได้แล้ว เชิดหน้ามองโอกาสตรงหน้าดีกว่ามาโทษชะตาที่เราลิขิตเองไม่ได้”“ขอบคุณค่ะพี่ขิม”“เอาให้สนุกเลยนะ พี่จะรอเชียร์อยู่ข้างล่าง”“เต็มที่

  • เมื่อไรเฮียคินจะรับรัก   บทที่12

    สายลมพัดแผ่วเบา นกพิราบสีขาวของเพียงขวัญอยู่ในกรงเหมือนจะรอเจ้านายพาไปเล่นสนุกที่ไหนสักแห่ง เพียงขวัญนั่งเท้าคางมองดูปลาในตู้กระจก เด็กสาวถอนหายใจเบา ๆ มองนาฬิกาซึ่งเพิ่งจะบ่ายสี่โมงไปไม่นาน ตอนนี้ในร้านไม่มีลูกค้า และพี่ขิมขอปลีกตัวไปแอบหลับพักผ่อนก่อนที่ลูกค้ารอบเย็นจะเข้ามาสั่งอาหารเพียงขวัญเห็

  • เมื่อไรเฮียคินจะรับรัก   บทที่10

    ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้พี่ขิมบอกว่าคุณภาคินโทรมาชวนไปกินข้าวข้างนอกบ้าน เพียงขวัญคิดว่ามันคงเป็นแค่ร้านอาหารแถว ๆ บ้านเพราะวันนี้ที่ร้านหยุดก็เท่านั้น แต่พี่ขิมจับเธอแต่งตัวใหม่ หลายคืนที่ผ่านมานอกจากพี่ขิมจะฝึกบุคลิกภาพแล้ว ยังเอาเสื้อผ้าเก่า ๆ ออกมาซ่อมแซมให้เธอใส่ได้พอดีตัว เหมือนวันนี้เป็นวันท

  • เมื่อไรเฮียคินจะรับรัก   บทที่9

    “จะกินหรือไม่กิน ไม่งั้นพี่เปลี่ยนใจนะ”“กินสิ พี่จะเลี้ยงทั้งที ถ้าไม่กินเจ้ามือคงเสียใจแย่”เพียงขวัญยิ้มกว้าง กวาดสายตามองไปรอบ ๆ มีร้านอาหารน่ากินหลายร้าน ทั้งอาหารญี่ปุ่น อาหารจีน อาหารทะเลซีฟู้ด ทั้งแบบปิ้งย่างและชาบู เธอเคยอยากมากินหลายครั้งแต่เกรงใจพี่ขิม เพราะทั้งค่าใช้จ่ายรายวันทั้งค่าเล่

  • เมื่อไรเฮียคินจะรับรัก   บทที่8

    แดดยามบ่ายวันเสาร์แวะเข้ามาเยี่ยมเยียนในห้องของบดินทร์ เวลานี้เขากำลังเก็บเอกสารเข้าแฟ้มให้เรียบร้อย เหลือเพียงแค่หนังสือหนา ๆ หลายเล่มที่เกลื่อนกลาดกระจายอยู่บนพื้นภายในห้องของชายหนุ่ม หนังสือพิมพ์หลายฉบับของหลายวันก่อนยังคงสะสมกันเป็นกองอยู่มุมโน้นมุมนี้ของห้อง เขามองดูแล้วถอนหายใจลึก ๆ อย่างรู้ส

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status