Share

บทที่ 12 ข่าวดี

last update Tanggal publikasi: 2025-02-20 21:15:46

บทที่ 12 ข่าวดี

โฮ้ง โฮ้ง

“ทุกคนรีบมาดูนี่เร็ว!!” 

หลังจากที่ผ่านไปไม่นานนัก หลังจากที่ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีของแปลงผัก เย่หัวก็เฝ้ารอให้เด็กๆ มาถึงด้วยความตื่นเต้นดีใจ เมื่อมองเห็นเด็กๆ กำลังเดินเป็นกลุ่มมาแต่ไกลตามเสียงเห่าเสียงใหญ่ๆ ของเจ้าสังที่มองไปยังทิศทางที่เด็กๆ กำลังเดินมา

“มีอะไรหรือขอรับคุณหนู”

“มีอะไรหรือเจ้าคะ”

เด็กๆ ที่ได้ยินเสียงเรียกด้วยความตื่นเต้นของเจ้าของสถานที่ ก็รีบวิ่งแจ้นมาหาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะรองถามเด็กหญิงวัยแปดขวบที่ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มกว้าง

“ทุกคนรีบมาดูนี่สิ” ไม่รีรออะไรเย่หัวรีบพาเด็กๆ ไปที่แปลงผักอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะชี้ให้ทุกคนได้ดูหน่ออ่อนสีเขียวที่เริ่มแตกกอสวยงามขึ้นมา “มันที่พวกเราลงมือลงแรงช่วยกันปลูกไปเมื่อวานนี้เริ่มแตกหน่อออกมาเต็มไปหมดเลย”

“…!”

“...!”

เด็กๆ ที่อายุน้อยอาจจะไม่เข้าใจเท่าไรนัก แต่สำหรับเด็กที่โตขึ้นมาหน่อย ต่างก็ตกใจเป็นอย่างมากกับสิ่งที่ได้ยิน

“เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางที่จะมีพืชอะไรที่จะสามารถโตเร็วได้ขนาดนี้...” จางซิวที่โตกว่าใครเอ่ยออกมาอย่างเลื่อนลอย “หมู่บ้านของพวกเราก็ปลูกผักปลูกหญ้าหากินกันมาหลายชั่วอายุคน ข้าไม่เคยได้ยินเรื่องเล่าเรื่องไหนแม้แต่นิทานเรื่องใดที่กล่าวถึงพืชที่โตไวขนาดนี้”

“นั่นสิ...ข้าเองก็ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้เหมือนกัน” จางต้าพังเอยสำทับอีกคนหนึ่ง

“ที่สำคัญที่สุดทุกคนดูนี่สิ” จางหลัวชี้ไปที่ผืนดินรอบๆ แปลงมัน ที่ตอนนี้สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ถึงความชื้นของดินที่มากขึ้นจนแทบจะเทียบได้กับดินที่ถูกรดน้ำใหม่ๆ อย่างไรอย่างนั้น “ดินมันชื้นขึ้นกว่าตอนที่เราเพิ่งจะรดน้ำเสร็จเสียด้วยซ้ำ”

“ไม่ใช่แค่นั้น...ดินรอบๆ กอมันฝั่งกับมันหวานต่างก็ร่วนขึ้นไม่แข็งเหมือนกับเมื่อวานด้วย” 

ถึงจะเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง แต่ทั้งเด็กเล็กเด็กโตต่างก็กุลีกุจอรีบไปดูแปลงมันทั้งสองชนิดที่พวกเขาทุกคนต่างก็ลงมือลงแรงทำด้วยกันเมื่อวานนี้

จนกระทั่งผ่านไปกว่าครู่ใหญ่เด็กๆ ต่างก็เริ่มหันไปมองทางเย่หัวเป็นตาเดียว

‘ที่แน่ๆ ตอนนี้พิสูจน์ได้อย่างชัดเจนแล้วว่าคุณหนูไม่ใช่ปีศาจ ไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถทำให้ผืนดินฟื้นคืนชีพมาได้เช่นนี้แน่ๆ’ จางหลัวคิดพลางมองไปยังเพื่อนๆ ที่อายุเกินสิบสองปี ซึ่งทุกคนต่างก็มอบตอบกลับมาแล้วก็พยักหน้าให้กับนาง 

โดยไม่ต้องสื่อสารอะไรกันมากมาย ทุกคนหันไปมองเด็กหญิงตัวน้อยวัยแปดขวบอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้เต็มไปด้วยความเคารพความเทิดทูนอย่างออกนอกหน้ายิ่งกว่าแต่ก่อนอีกหลายเท่า

“แฮ่ะๆ” เย่หัวยิ้มแหยๆ เมื่อเห็นใบหน้าและดวงตาของเด็กๆ ที่มองมา 

เพราะถึงอย่างไรนางก็เป็นแม่คนที่เลี้ยงลูกมาตั้งแต่เล็กจนโตมีบ้านมีครอบครัวไปแล้ว ทำไมนางจะไม่เข้าใจแววตาเหล่านั้นกัน

เมื่อหวนย้อนนึกไปถึงเรื่องราวเก่าๆ ใบหน้าของนางก็หมองลงไปชั่วขณะหนึ่ง ก่อนที่จะส่ายหัวเบาๆ เปลี่ยนความเศร้าเป็นกำลังใจแทน 

‘ถึงไม่รู้ว่าตายได้ยังไงหรือตอนนี้ทางนั้นเป็นยังไงบ้าง แต่อย่างน้อยถ้าได้ดูแลเด็กพวกนี้ไปจนโตผลบุญอาจจะส่งไปถึงพวกนั้นบ้างก็ได้’

“เอาหละๆ ในเมื่อวันนี้เป็นวันดีๆ ที่มีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นถ้าอย่างนี้พวกเรามาเลี้ยงฉลองกันดีกว่า” ไม่ว่าเปล่านางปรบมือแปะๆ เรียกทุกคนมารวมตัวกัน “ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ววันนี้เรามาลองทำอะไรกินกันเลี้ยงฉลองกับคนทั้งหมู่บ้านดีไหม”

“ดีขอรับ”

“ดีเจ้าค่ะ” 

“...”

“...”

“...”

“มันก็ดีอยู่หรอกขอรับ แต่ว่าทั้งหมู่บ้านมีคนเกือบร้อยครัวเรือน มันจะไม่เป็นไรจริงๆ หรือขอรับ”

“จางซิว เจ้าเป็นพี่ใหญ่ ถ้าอย่างนั้นข้าขอรบกวนพวกเจ้าหน่อยได้หรือไม่...” โดยไม่สนใจคำค้านของพี่ใหญ่ประจำกลุ่ม “เจ้าด้วยต้าพังกับจางหลัว ข้าขอแรงพวกเจ้าทั้งสามคนได้หรือไม่”

“เฮ้อ...ว่ามาเลยขอรับอยากให้พวกข้าทำอะไร”

“น่า น่า มันเป็นสิ่งที่ข้าตัดสินใจแล้วเจ้าไปต้องสนใจหรอก รับรองว่าข้ามิทำอะไรเกินตัวอย่างแน่นอน” เย่หัวยิ้มน้อยๆ “เดี๋ยววันนี้เจ้ากลับไปที่หมู่บ้านขอแลกน้ำผึ้งมาให้ข้าหน่อย เห็นว่าเหมือนจะมีคนเก็บเอาไว้อยู่บ้าง บอกคนในหมู่บ้านว่าข้าขอแลกน้ำผึ้งหนึ่งไหกับเนื้อสามสี่ชั่ง ข้าขอวันนี้ก่อนสักไห ส่วนที่เหลือถ้าหาได้ไม่เกินอีกสิบหรือยี่สิบไห ให้เอามาให้ข้าในอีกหกวันนับจากนี้”

“น้ำผึ้งสิบไห...เอาน้ำผึ้งตั้งมากมายขนาดนั้นไปทำไม”

“เอาเป็นว่าไปแจ้งข่าวตามที่ข้าบอกเอาไว้ก็พอ ว่าอีกเจ็ดวันนับจากนี้ข้าขอเชิญทุกคนมาร่วมฉลองกันที่นี่ และถ้าเป็นไปได้ข้าอยากขอแรงทุกคนมาช่วยกันเตรียมอาหารด้วยในช่วงเช้า เพราะข้าคงไม่สามารถทำอาหารเลี้ยงทุกคนได้ด้วยตัวเอง”

“เลี้ยงทุกคนเลยหรือเจ้าคะ?”

“ใช่แล้ว แจ้งข่าวไปยังทุกคนเลยว่าเรามีทั้งเนื้อและมันเผามากพอจะให้ทุกคนกินจนท้องแตกตายกันไปเลย แล้วยังมีน้ำสีดำที่พวกเจ้าเคยกินรวมไปถึงลูกอมแจงให้กับทุกคน ขอแค่มาช่วยกันก็พอ”

 .................................

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เยว่หัว แม่ครัวจิ๋วแสบสะท้านภพ   บทที่ 84 แปดเซียนสองเทวะหนึ่งอรหันต์(1)

    บทที่ 84 แปดเซียนสองเทวะหนึ่งอรหันต์(1)จากแสงของดวงตะวันที่เริ่มอ่อนแรงลงในยามโพล้เพล้ เปลี่ยนเป็นแสงสว่างที่สาดกระทบลงมาทั่วหุบเขาในเสี้ยวพริบตา ทำให้ชาวบ้านทุกคนตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น จนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้อีกต่อไปโดยเฉพาะความรู้สึกเคารพ นอบน้อม และหวั่นเกรงต่อแสงสว่างเหล่านั้น แม้ว่าพวกเขาทุกคนจะไม่สามารถมองเห็นต้นเหตุของแสงสว่างเหล่านั้นได้ แต่ว่าความรู้สึกของพวกเขาทุกคน แทบจะไม่แตกต่างกันเลยและในเวลาเดียวกัน สายตาของทุกคนก็หันมองไปทางนางเซียนน้อยของพวกเขา ผู้ซึ่งนำพาแสงสว่างอันศักดิ์สิทธิ์สงบร่มเย็นมายังหุบเขาแห่งนี้ ที่ตอนนี้แม้แต่ตัวนางเองก็ยังมองไปยังฟากฟ้าไม่แตกต่างจากทุกคน...ส่วนที่แตกต่างกันนั้นก็คงจะเป็นภาพ ที่ปรากฏอยู่ในดวงตาของเยว่หัวนั้น มันเป็นกลุ่มก้อนรูปร่างคล้ายคลึงกับมนุษย์โปร่งใส แต่มีขนาดและสีสันต์ที่แตกต่างกันไป ตั้งแต่ตัวเล็กๆ กว่าปลายเข็ม ไปจนกระทั่งตัวโตจนสูงกว่ายอดเขาที่สูงที่สุดด้วยซ้ำ...“ไม่อยากจะเชื่อ ตกลงว่านี่มันเรื่องอะไรกันแน่...”เยว่หัวมองไปยังภาพที่ปรากฏตรงหน้าของนาง ด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย แต่ยังไม่ทันที่นางจะได้คิดไปไกลเกินกว่านั้น

  • เยว่หัว แม่ครัวจิ๋วแสบสะท้านภพ   บทนำเล่มสาม ดินแดนแห่งชีวิต...หุบเขาธิดาสวรรค์

    บทนำเล่มสาม ดินแดนแห่งชีวิต...หุบเขาธิดาสวรรค์อีกไม่นานหลังจากนี้...ดินแดนแห่งนี้จะเป็นที่กล่าวถึงของผู้คนมากมายดินแดนแห่งนี้ที่เคยเป็นดินแดนแห่งความตายดินแดนแห่งนี้ที่ผู้คนเคยหลีกหนีดินแดนแห่งนี้ที่เคยถูกทอดทิ้งโดยผู้คนมากมายดินแดนแห่งนี้ ที่แทบจะไม่เหลือใครในอีกไม่กี่ปีต่อมา ถ้าหากไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆดินแดนแห่งนี้ ที่ผู้คนภายนอกส่วนใหญ่ต่างมองว่า มันคือดินแดนที่ตายไปแล้วดินแดนแห่งนี้คือหุบเขาที่มีเพียงแค่ความแห้งแล้ง ที่มีเพียงแค่ซากแห่งชีวิต ที่ค่อยๆ แห้งเหือดลงไปในทุกทุกขณะมันคือดินแดนแห่งความสิ้นหวัง ที่ไม่มีใครอยากจะไปเข้าใกล้มัน เพราะไม่ว่าจะเป็นพื้นดินที่แห้งแล้ง ไม่ว่าจะเป็นหุบเขาที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูร แล้วยังมีความลับต่างๆมากมาย ที่เคยพรากชีวิตผู้คนไปนับไม่ถ้วนในตลอดระยะเวลา 10 ปี จนทำให้ภูเขาแห่งนี้ เป็นที่ที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกไปโดยสมบูรณ์ เพราะว่าแม้แต่คนภายในเองก็ยังพยายามที่จะหลีกหนี พวกเขาพยายามที่จะกระเสือกกระสนเอาชีวิตรอดออกมาจากดินแทนแห่งนั้น…แต่อยู่มาวันหนึ่ง...ดินแดนที่เคยไร้ซึ่งชีวิตและความหวัง ก็ได้เกิดปรากฏการณ์สะเทือนฟ้าสะเทือนดิน จนผู้คนที่พบ

  • เยว่หัว แม่ครัวจิ๋วแสบสะท้านภพ   บทที่ 82 บทพิเศษ “เราไม่ลงนะรกแล้วผู้ใดจักลงนรก” (2)

    บทที่ 82 บทพิเศษ “เราไม่ลงนะรกแล้วผู้ใดจักลงนรก” (2)“…!!”ในทันทีที่ชาได้สติขึ้นมา มองไปยังใบหน้าของพระปัจเจกพุทธเจ้าพระองค์นั้น ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างออก ปากอ้าหุบอ้าหุบพะงาบพะงาบราวกับต้องการจะพูดบางสิ่งบางอย่างออกไป แต่เขารู้ดีว่าความหวังของเขามันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ต่อให้ใบหน้านั้นจักคุ้นเคยและคล้ายคลึงกับคนที่เขาเฝ้าตามหามาช่วยชีวิตสักแค่ไหน แต่มันก็เป็นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาดที่ใครสักคนหนึ่งจะมีใบหน้าเหมือนอีกคน ขนาดนี้จะเป็นคนคนเดียวกัน...‘บางทีอาจเป็นข้าเองที่จำผิด...’เขาพยายามปลอบใจตัวเอง แล้วดึงสติกลับมาในเหตุการณ์ปัจจุบันอีกครั้ง สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น และเขาจะช้าไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว…“พระคุณเจ้าขอรับ...”“เรารู้ว่าเจ้ามหาเราทำไม พูดออกมาเถิดเพราะว่าเจ้าคงจะรู้ดีอยู่แล้วว่าเรานั้นสามารถทำอะไรได้หรือไม่ได้”สิ่งที่พระปัจเจกพุทธเจ้าพระองค์นั้นกล่าวออกมานั้นไม่ผิดเลย สำหรับคนที่เคยเข้าเฝ้าพระปัจเจกพุทธเจ้าและพระพุทธเจ้ามาแล้วมากมายนับไม่ถ้วน สำหรับเขาที่มีชีวิตอยู่มานานมากขนาดนั้น มีหรือที่เขาจะไม่รู้ในข้อนี้เพราะว่าสำหรับพระที่บรรลุอรหันต์แล้ว

  • เยว่หัว แม่ครัวจิ๋วแสบสะท้านภพ   บทที่ 81 บทพิเศษ “เราไม่ลงนะรกแล้วผู้ใดจักลงนรก” (1)

    บทที่ 81 บทพิเศษ “เราไม่ลงนะรกแล้วผู้ใดจักลงนรก” (1)#บทนี้เป็น บท ย่อยแยกอีกบทหนึ่งนะครับ#ย้อนกลับไปในตอนก่อนที่เขาจะมอบระฆังธรรมให้กับเพื่อน ในขณะนั้นชาได้สังเกตเห็น ถึงความตั้งใจที่จะสั่งสอนธรรมะของเพื่อน แต่ด้วยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา การที่นางไม่สามารถจดจำข้อธรรมใดๆ ได้มากนักก็ไม่ใช่เรื่องที่แปลกอะไรเนื่องจากว่าการที่เขาได้ทำการล้วงเอาจิตของนางขึ้นมาจากนรกนั้น มันเป็นเรื่องที่ทำการฝืนชะตากรรมของคนคนหนึ่ง และการที่เขา เรียกดวงจิตเดิมของนางที่ควรจะแตกดับไปนานแล้ว ตลอดไปจนถึง สัญญาสังขารและวิญญาณแต่เดิมของนาง ในภพแรกที่พวกเขาทั้ง 2 คนได้เจอกันโดยวิธีการเปิดพระธรรมคำสั่งสอนจากระฆังธรรม ให้ดวงจิตที่แตกสลายของนางได้ฟังซ้ำไปซ้ำมาครั้งแล้วครั้งเล่า ยาวนานนับหมื่นปีกว่าที่ดวงจิตของนางจะสามารถเรียกสติกลับคืนมาได้อีกครั้ง ซึ่งมันก็เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่เหล่าสัตว์นรกบางส่วนที่พอมีฤทธิ์สามารถแทรกออกมายังบนโลกอีกครั้ง...และนั่นก็คือเหตุผลที่ว่าทำไมจู่ๆ นางถึงเหมือนกับว่า สามารถอธิบายข้อธรรมคำสั่งสอนทั้งหลาย ออกมาได้ราวกับเคยศึกษามันมาอย่างถ่องแท้ ทั้งๆ ที่ตัวนางแทบจะไม่เคยศึกษาเรื่องราวในแน

  • เยว่หัว แม่ครัวจิ๋วแสบสะท้านภพ   คุยกันแบบจริงจังก่อนขึ้นเล่มสาม(เนื้อเรื่องที่แท้จริง)

    ก่อนอื่นเลยที่สำคัญที่สุดต้องขอบคุณมากๆ เลยนะครับ ที่ติดตามกันมาจนถึงตอนนี้(น่าจะเหลือไม่ถึง1/10ของคนที่หลงเข้ามาที่จะเดินมาจนถึงจุดนี้) ดีใจที่เดินทางมาด้วยกันจนถึงจุถดเริ่มต้นที่แท้จริงของนิยายเรื่องนี้ครับใช่แล้วครับ…ตั้งแต่บทนำมาจนถึงตอนนี้เพิ่งจะเป็นส่วนที่ปูจุดเริ่มต้นของ เย่หัว-เยว่หัว ให้ทุกคนได้รู้จักตัวตนและสภาพแวดล้อมของนาง โลกที่นางอยู่ ผู้คน สังคม รายละเอียดที่จะทำให้เข้าใจเนื้อหาหลัก และเหตุผลของการกระทำต่างๆ ที่นางจะทำต่อจากนี้ไป จนบางครั้งอาจจะเป็นการกระทำที่ “โหดเหี้ยม” แบบไร้เหตุผลเลยก็มี เล่ม1-2จะเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวในส่วนของ “บทนำ” แต่หลังจากเล่ม 3 เป็นต้นไปก็จะเข้าสู่ปฐมบทที่แท้จริง ตามชื่อบทของบทนี้ครับ เราจะคุยกันแบบจริงจังกับเนื้อเรื่องที่แท้จริงกันครับ อย่างแรกเลยก็คือหลังจากนี้จะต้อนรับเข้าสู่โลกแห่งความแฟนตาซีที่แท้จริง ของแม่ครัวตัวจิ๋วที่รักในการทำอาหารให้ผู้คนได้ลิ้มรส เป็นหนึ่งในความสุขของนาง และเป็นสิ่งสำคัญที่จะคอยยึดเหนี่ยวตัวนางเอาไว้ ส่วนยึดนางจากอะไรนั้นต้องไปติดตามในเนื้อเรื่องครับอย่างที่สองก็คือเรื่องของความแฟนตาซีและโลกในจินตนาการที

  • เยว่หัว แม่ครัวจิ๋วแสบสะท้านภพ   บทที่ 80 เลี้ยงส่ง(จบ)

    บทที่ 80 เลี้ยงส่ง(จบ)หลังจากที่เยว่หัวสามารถเรียกสติของผู้คนกลับมาได้อีกครั้ง ตลอดช่วงเช้าไปจนถึงเที่ยง นางก็ทำการจัดแจงแบ่งกลุ่มคนออกเป็นกลุ่มๆ โดยที่ไม่ลืมนำวัตถุดิบจำนวนมากออกมา แล้วจัดแจ้งเตรียมการฝึกซ้อมทั้งหมด กว่าที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทางก็ปาเข้าไปจนถึงช่วงเที่ยงแล้วซึ่งในระหว่างที่ทำการฝึกซ้อมปรุงอาหารชนิดต่างๆ นั่นเอง เหล่าแม่บ้านและเด็กๆทุกคนต่างก็ได้ลองชิมอาหารกันอย่างเต็มอิ่ม และเมื่อเห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้ว ทุกคนเลยหยุดพักกันในตอนเที่ยงพอดิบพอดี และถือเป็นการพักท้องอีกครั้ง เนื่องจากในตอนนี้ทุกคนแทบจะท้องแตกเสียแล้วส่วนฝั่งของจางหลงที่เป็นฝ่ายจัดเตรียมสถานที่ ซึ่งพวกเขาทุกคนก็ทำเต็มที่ในหน้าที่ของตนเอง แต่ด้วยข้อจำกัดของหลายๆสิ่งหลายๆอย่าง โดยเฉพาะเวลาที่มีอยู่เพียงแค่ไม่กี่ชั่วยามเท่านั้น พวกเขาจึงตกลงกันใหม่ว่า จะจัดเป็นโต๊ะไม้ยาวๆ ขนาด 6 ถึง 8ที่ แทนที่แผนการจะทำโต๊ะชุดวงกลม และโต๊ะทั้งหมดจะหันหน้าเข้าหาเวที ด้านเดียว ส่วนตัวเวทีเองก็จะสร้างขึ้นมา โดยการขุดดินมาถมเป็นเนินสูงขึ้นประมาณหัวเข่า ใช้ดินเหนียวในการป้ายโดยรอบเพื่อไม่ให้หน้าดินพัง

  • เยว่หัว แม่ครัวจิ๋วแสบสะท้านภพ   บทที่ 36 พี่น้อง

    บทที่ 36 พี่น้อง“เสี่ยวเฉินคุณหนูยังไม่มาหรือ”พวกเขาเดินทางเร็วกว่ากำหนดนิดหน่อย จนสามารถเดินทางมาถึงหมู่บ้านก่อนเวลาพรบค่ำ จางหลงท

  • เยว่หัว แม่ครัวจิ๋วแสบสะท้านภพ   บทที่ 35 สัตว์อสูร

    บทที่ 35 สัตว์อสูร“...”จางหู่รู้สึกอับอายเป็นอย่างมาก จนแทบอยากจะเอาหน้ามุดดินหนี รู้สึกเขินอายจนแทบจะไม่รู้ว่าควรจะวางตัวเช่นไรดีในเวลาแ

  • เยว่หัว แม่ครัวจิ๋วแสบสะท้านภพ   บทที่ 34 หา!!

    บทที่ 34 หา!!“ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าอาจารย์ของเจ้า จะใจดีถึงขนาดซื้อของมากมายขนาดนี้ มอบให้แก่เจ้าเป็นของขวัญกลับบ้าน มันจะต้องใช้อีแปะมากมายเท่าไหร่กัน...”

  • เยว่หัว แม่ครัวจิ๋วแสบสะท้านภพ   บทที่ 33 หญิงงามบ้านน้องสาวเจ้าสิ!

    บทที่ 33 หญิงงามบ้านน้องสาวเจ้าสิ!“ข้าดีใจยิ่งขึ้นที่เจ้ากลับมา นานมากแล้วน้องชายที่เราไม่ได้เจอกัน” เพียงแค่ไม่นานนักจางหลงกับคนอื่นๆ ก็เดินทางมาถึง ก่อนที่สองพี่น้อ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status