Beranda / โรแมนติก / เริงลับร้ายคนในสถานะ / 4 ทำงานวันแรกเป็นอย่างไร

Share

4 ทำงานวันแรกเป็นอย่างไร

last update Tanggal publikasi: 2025-12-14 14:22:16

แม้พ่อของเธอจะเป็นเพียงผู้ชายไม่เอาไหน ไม่เพียงเท่านั้นยังติดคุกติดตะรางให้แม่อับอายอยู่นาน แต่เธอที่เป็นลูกไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับความผิดของท่าน และสิ่งเดียวที่เธอมีไม่เหมือนน้องก็แค่เพียงเลือดเนื้อเชื้อไขอีกครึ่งหนึ่งในตัวก็เท่านั้น

ช่างเถอะ คร้านจะใส่ใจ... เบื่อที่จะหาคำตอบด้วยว่าแม่เริ่มไม่รักเธอตั้งแต่ตอนไหน ตอนที่มีลลิน ตอนที่แต่งงานกับคุณลุง หรือตอนที่เธอเกิดมาด้วยสาเหตุของความผิดพลาดกัน

เพราะจะว่าไปแล้วมันก็ไม่สลักสำคัญต่อชีวิตในปัจจุบัน เมื่ออย่างไรแล้วเธอก็ไม่ได้กลายเป็นลูกแท้ ๆ ของสามีใหม่ และแม่เองก็ไม่สามารถกลับไปแก้ไขความผิดพลาดของตัวเองในวัยสิบเจ็ดสิบแปด ตอนที่ปล่อยให้เธอลืมตาขึ้นมาดูโลก

       คำว่า ชื่นชีวาหรือแจ่มใสที่เธอได้มา ไม่เห็นจะทำให้ชีวิตของเธอสดใสหรือชุ่มชื่นขึ้นมาเลยสักนิด มีแต่ตรงกันข้ามไปเสียหมด

“ทำงานวันแรกเป็นยังไงบ้าง”

ระหว่างที่ลงมือแต่งหน้าให้คนเป็นแม่ ชื่นชีวาก็ได้ยินคำถามจากเรียวปากสวยซึ่งฟังดูเหมือนจะชวนคุยมากกว่าเป็นห่วงเป็นใยว่าแท้จริงแล้วเธอจะเป็นอย่างไร

มือเล็กจึงชะงักเล็กน้อย ตกใจระคนแปลกใจ แต่ก็ไม่ถึงเสี้ยววินาทีด้วยซ้ำเธอก็สามารถทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้าต่อไปได้อย่างชำนิชำนาญ ก่อนจะตอบคำถามของท่านด้วยน้ำเสียงที่เป็นปกติ ไม่ได้แสดงถึงความรำคาญหรือน้อยใจ

“อ๋อ… ก็คงดีค่ะ”

“ดี…?”

“ก็... ทำความเข้าใจกับระบบทั่วไป ยังไม่ได้ลงไม้ลงมืออย่างจริงจังเลยค่ะ”

“แล้วแกได้เจอกับไอ้ฌานหรือเปล่า”

ประโยคแรกวรรณรสาถามด้วยน้ำเสียงปกติ หากประโยคหลังกลับชัดเจนว่าเต็มไปด้วยความเกลียดชัง ไม่เพียงเท่านั้นยังเรียกขาน ‘คุณฌาน’ ของชื่นชีวา ด้วยสรรพนามที่ไม่น่าฟัง ทำเอาคนที่เทิดเข้าไว้เหนือเกล้าแอบขมวดคิ้วเล็กน้อย เนื่องจากไม่ใคร่จะพอใจ

“ไม่ได้เจอหรอกค่ะ คุณฌานเป็นผู้บริหาร... ส่วนแจ่มเป็นแค่ธุรการทั่วไป”

 หรือพูดง่าย ๆ ก็คือเบ๊ของทุกฝ่าย ไม่ต่างอะไรจากเด็กชงกาแฟหรือไม่ก็คนส่งเอกสารที่ต้องวิ่งวุ่นทั้งวัน

บริษัทของฌานเป็นบริษัทกราฟิกดีไซเนอร์และการตลาดออนไลน์ รับออกแบบและทำการตลาดทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะบริการโฆษณาธุรกิจ สื่อออนไลน์ ออฟไลน์ สร้างความโดดเด่นของแบรนด์สู่ยอดขายอะไรเทือกนั้น ซึ่งชื่นชีวาเป็นเด็กจบใหม่ เธอเพิ่งได้ใบรับรองวุฒิเมื่ออาทิตย์ก่อน ยังไม่ทันได้รับปริญญาเลยด้วยซ้ำ แถมยังถูกฝากงานจากคุณลุงโตมร...

ผู้เป็นสามีใหม่ของแม่ หรือในทางตรงข้ามก็เป็นพ่อบังเกิดเกล้าของคุณฌาน แน่นอนว่าธรรมเนียมปฏิบัติของบริษัทที่ก่อร่างสร้างตัวโดยคนรุ่นใหม่ เกลียดเรื่องเส้นสายเข้าสายเลือดแบบนั้น แทนที่ชื่นชีวาจะได้รับการปฏิบัติที่ดีกว่าคนอื่น เธอกลับต้องกลายเป็นแกะดำของบริษัท และคงต้องใช้เวลาพิสูจน์ตัวเองอีกนาน

“ไม่เจอก็ดี แต่ถ้าเจอก็อย่ายอมให้มันกลั่นแกล้งแกล่ะ ยิ่งโง่ ๆ อยู่ด้วย”

คนเป็นแม่พูดเหมือนเป็นห่วง แต่แท้จริงแล้วมันไม่ต่างอะไรกับการกดลูกสาวคนโตให้น้อยเนื้อต่ำใจยิ่งกว่าเดิม

“แล้วอย่าลืมด้วยว่าแกต้องเข้าไปอยู่ในจุดที่สำคัญของบริษัทนั้นให้ได้ ฉันให้เวลาแกห้าปี... ทำยังไงก็ได้ให้ตัวเองเข้าไปอยู่ในบอร์ดบริหาร”

จะบ้าหรือเปล่า... ชื่นชีวาคิดว่ามารดาของตัวเองเพ้อเจ้อ แต่ด้วยความที่เธอเป็นลูกสาวคนเดียวของวรรณรสามาหลายปี อีกทั้งอายุอานามก็ต่างกันแค่สิบเจ็ดปีเท่านั้น

ถึงจะโง่อย่างท่านก่นด่า หากก็พอจะรู้ตัวอยู่บ้างว่าสิ่งไหนควรพูด สิ่งไหนควรเงียบ และสิ่งไหนควรจะตอบโต้ออกไปซึ่งการที่ท่านอยากจะให้เธอเข้าไปทำงานในบริษัทของฌานตั้งแต่ต้น ตอนแรกชื่นชีวาเข้าใจว่าแม่อยากจะแกล้งลูกเลี้ยงของตน อย่างน้อยที่สุดการยัดเยียดเธอเข้าไปในองค์กรของเขา ผ่านคำสั่งของคนเป็นพ่อที่แตกหักกันไปนาน

แน่นอนว่ามันย่อมทำให้เขาเกิดความไม่พอใจ และการที่ชายหนุ่มยอมให้ชื่นชีวาเข้าไปทำงานด้วย มันก็ไม่ต่างอะไรกับการยอมแม่ง่าย ๆ คงสร้างความสะใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับคนที่เกลียดชังกัน

แต่ตอนหลังเธอเพิ่งมารู้และอดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องเพ้อเจ้อเกินไปก็ตอนที่วรรณรสาผู้เป็นแม่สั่งการให้เธอทำตัวให้โดดเด่น เก่งกาจ ให้ผู้ใหญ่เห็นผลงานเพื่อที่วันหนึ่งแม่จะได้อ้อนวอนขอให้เธอหรือตัวท่านเองเป็นหุ้นส่วนของบริษัทนั้น

เนื่องจากหุ้นส่วนเกินกว่าครึ่งเป็นของฌานก็จริง แต่อีกเกือบครึ่งนั้นเป็นของโตมรผู้เป็นพ่อซึ่งแม่ของเธอวาดหวังเอาไว้อย่างสวยงามว่า ส่วนที่เป็นของพ่อเลี้ยงจะต้องตกอยู่ในมือของท่านอย่างแน่นอน

วรรณรสาจึงบังคับให้ชื่นชีวาเลือกเรียนแบบฌาน เก่งแบบเขามีความรู้ความสามารถไม่ต่างจากผู้ชายคนนั้นโดยหารู้ไม่ว่านอกเหนือจากความสัมพันธ์แม่เลี้ยงลูกเลี้ยงที่ไม่ลงรอยกัน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เริงลับร้ายคนในสถานะ   44 เราสามคน the end.

    เสียงคลื่นซัดสาดเข้าฝั่งอย่างแผ่วเบา กลิ่นไอทะเลพัดปะทะปลายจมูกพร้อมละอองน้ำเค็ม ชื่นชีวายืนอยู่บนผืนทรายสีขาวละเอียด พร้อมกับปล่อยตัว ปล่อยใจให้ล่องลอยไปกับสายลมที่พัดพาเข้ามาปะทะตามใบหน้าและร่างกายในวินาทีนี้ ดวงตาที่ใช้กวาดมองสิ่งรอบข้าง ทำให้ความรู้สึกของเธอไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป แม้ว่าหลายเดือนที่ผ่านมามันหนักหน่วงเกินกว่าจะบรรยายได้… เหตุการณ์วันนั้นยังฝังรากลึกราวกับรอยแผลที่ไม่มีวันเลือน ภาพแม่ที่เธอรัดเปลือยเปล่าบนเตียงกว้าง ในห้องที่มีพ่อบังเกิดเกล้าที่เลิกราไปนานอยู่ด้วย มันทำลายความเชื่อหลายอย่างที่เธอเคยคิดเอาไว้หลังจากเรื่องแตก ความสัมพันธ์ในครอบครัวก็พังยับ วรรณรสาถูกโตมรฟ้องหย่าและตัดขาดทุกสิทธิ์ และกลับไปใช้ชีวิตอยู่กับผู้ชายที่กรอกหูลูกคนนี้มาตลอดว่าเกลียดชัง แต่เวลาไม่กี่เดือนที่พ้นผ่าน พ่อแท้ ๆ ของเธอก็หายไปเฉกเช่นวันวานอีกครั้ง เหมือนในอดีตที่เคยทำนับครั้งไม่ถ้วน… การกระทำของผู้ใหญ่สร้างปมในใจให้กับเด็กโดยไม่รู้ตัว ซึ่งชื่นชีวาเคยคิดเล่น ๆ ว่าจะมีบ้างไหมที่ความอดทนของเธอหมดลง และจะมีวันไหนที่เธอหลุดพ้นจากเงาของท่าน ในเมื่อเธอทั้งรัก ทั้งหวาดกลัว จะให้แลกกับอะไรก

  • เริงลับร้ายคนในสถานะ   43 ความหวังเกิดขึ้นอีกครั้ง

    แต่คนที่วางตัวเป็นเจ้าเหนือหัวมาตลอดกลับไม่คิดกลัว วรรณสราตวาดกลับไปบ้างเมื่อเห็นท่าทีของชื่นชีวา หากแต่วินาทีต่อมาเธอก็ต้องช็อกจนตาตั้ง เมื่อมองเห็นว่าภายในห้องชุดสุดหรูในตอนนี้ไม่ได้มีเพียงแค่สามคน หากแต่ยังมีร่างสูงใหญ่ของฌานที่มองมาด้วยสายตาอาฆาต “นังแจ่ม!”ชื่นชีวาสะอื้นฮัก เธอส่ายหน้าแรง ๆ น้ำตาไหลไม่หยุด ไม่อยากฟังคำพูดของผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าอีกต่อไป “แม่… ทำไมต้องทำแบบนี้ ทำไมต้องกลับไปหาผู้ชายคนนี้อีก… ทั้งที่แม่เคยสัญญา”“แกไม่ต้องมาสาระแนเรื่องของฉัน” วรรณรสาลุกขึ้นยืนพร้อมกับจับจ้องไปที่ร่างสูงใหญ่ของฌานที่ยืนอยู่ไม่ไกล และกำลังจะเอื้อมมือเข้าไปกระชากหรือไม่ก็ตบตีลูกสาวคนโต คนที่เป็นสาเหตุของความฉิบหายทุกอย่าง… แต่เรื่องมันยังไม่จบแต่เพียงเท่านั้นน่ะสิ ผ่านไปไม่นานก็เป็นเธอเสียเองที่หมดเรี่ยวแรง ร่างกายที่มีเพียงผ้าห่มคลุมไว้ทรุดลงกับพื้นพร้อมกับหยุดน้ำตาที่ไหลพราก เมื่อข้างนอกไม่ได้มีแค่ฌานยืนอยู่อีกต่อไป หากแต่มีร่างสูงใหญ่อันคุ้นตาเดินเข้ามาสมทบอีกขั้น และคราวนี้ก็กลายเป็นเธอที่ยอมจำนนต่อทุกอย่าง… “คุณใหญ่”ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะเต็

  • เริงลับร้ายคนในสถานะ   42 ทำแบบนี้ทำไม

    หลังจากที่ได้ปฏิเสธคะนึงนิจไป หลังจากที่ได้กลายเป็นที่พึ่งหลักของชื่นชีวา และหลังจากที่รู้ว่าเธอไม่คิดที่จะปิดบังความจริงจากเขา แม้จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพ่อแม่ของตัวเองก็ตาม ฌานก็เข้าใจบางอย่าง…“ไม่ต้องกลัว ชีวิตของเธอหลังจากนี้จะดีขึ้นกว่าเดิมฉันรับประกัน…”หลังจากที่ให้คำยืนยัน ฌานก็ยกมือเคาะประตูสองสามครั้ง แม้ไม่มีเสียงตอบรับแต่เขาก็ได้ยินฝีเท้าของใครสักคนเดินเข้ามาใกล้ราวกับคนที่อยู่ข้างในรอคอยการมาเยือนของชื่นชีวาอย่างใจจดใจจ่ออย่างไรอย่างนั้น ไม่นานประตูบานใหญ่ก็เปิดออกก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะโผเข้ากอดคนที่มาเยือนทันทีแสร้งทำเป็นคิดถึงเต็มกำลัง“แจ่มใสลูกพ่อ… นี่หนูโตขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย” พยัคฆ์เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงที่ยินดีมาก ๆ ก่อนจะรั้งร่างอวบอัดของคนเป็นลูกเข้ามาในห้องพักสุดหรู “มาลูกเข้ามาในนี้เถอะ พ่อเพิ่งสั่งอาหารลงไปเดี๋ยวก็คงขึ้นมาส่ง”“แล้วแม่ล่ะคะ” ชื่นชีวาฝืนตัวเอาไว้ เพราะอยากรู้เสียก่อนว่าคนเป็นแม่อยู่ที่นี่จริง ๆ หรือเปล่า หากไม่จำเป็นต้องรอให้อีกฝ่ายตอบคำถามอะไรออกมา เธอก็สะท้านในอกเมื่อเห็นข้าวของเครื่องใช้ของคนเป็นแม่วางเกลื่อนกลาด ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า รองเ

  • เริงลับร้ายคนในสถานะ   41 บอกความจริง

    ถ้าไม่หวังให้คนเป็นลูกเลี้ยงดู พ่อที่เพิ่งออกมาจากคุกจะหวังอะไรกัน แต่ท่านอาจจะลืมไปว่าเธอไม่ใช่แม่… ชื่นชีวาไม่ใช่วรรณรสา ผู้หญิงที่ขาดความยับยั้งชั่งใจและมองว่าคนอื่นโง่กว่าตัวเองเสมอมาซึ่งไม่ได้มีความสัมพันธ์พิศวาสให้ต้องระลึกถึงยามเมื่อเจอหน้ากัน ถึงขั้นที่ต้องมารื้อฟื้นความทรงจำอะไรอย่างนั้น และเธอเบื่อหน่ายกับการใช้ชีวิตอย่างนี้มากใครจะว่าอกตัญญูก็ช่างเถอะ… ชื่นชีวาสามารถใช้ชีวิตอยู่ภายใต้อาณัติของแม่ได้คนเดียวเท่านั้น แค่ถูกวรรณรสาจิกหัวใช้ในทุกวัน อย่างไรเธอก็ตั้งใจว่าจะทนไปจนถึงลมหายใจสุดท้าย แต่เท่าที่ดูในตอนนี้ดูเหมือนว่าจะมีพ่อเพิ่มเข้ามาอีกคน บอกตรง ๆ ว่าเธอไม่มีทางรับไหว และที่สำคัญไปยิ่งกว่านั้น คือเธอรังเกียจและรับไม่ได้กับสิ่งที่พวกท่านทำ“แจ่มขอโทษค่ะแม่ แต่แจ่มรับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ไหวอีกต่อไป”เพราะมีน้องต้องปกป้อง มีชีวิตที่เหลือของตัวเองเป็นเดิมพัน… ทันทีที่คนเป็นพ่อวางสายไป โดยที่แม่ไม่มีโอกาสได้ทราบว่าเราสองคนคุยกัน ชื่นชีวาก็ตัดสินใจปาดน้ำตาที่ไหลลงมาอาบแก้มทิ้งเป็นครั้งสุดท้ายรวบรวมความกล้าหาญที่ไม่เคยมีมาก่อน และพยายามนึกถึงความเจ็บช้ำของตัวเองกับใบหน้า

  • เริงลับร้ายคนในสถานะ   40 แม่กลับไปหาพ่อ...

    ทันทีที่ปลายสายเอ่ยทัก ชื่นชีวาก็วางโดยอัตโนมัติ… เพราะต่อให้นานเหลือเกินที่ไม่ได้เจอหน้า แต่เธอก็จำเสียงของท่านได้เป็นอย่างดี มือเรียวสั่นน้อย ๆ ขณะที่ดึงกลับมาไว้ที่เดิม และภาพของท่านก็วนกลับเข้ามาในหัวอีกครั้งคืนที่ฝนตกในห้องเช่ารูหนูกลางชุมชนแออัด เสียงของแม่ที่กรีดร้องด้วยความเจ็บปวดยังคงชัดเจนในความทรงจำ เด็กหญิงชื่นชีวาในวัยสิบขวบซ่อนตัวอยู่ในตู้เสื้อผ้าหลังเก่าเห็นแม่บังเกิดเกล้าของตัวเองถูกกระชากผม ตบตี ไม่เพียงเท่านั้นยังกระทืบซ้ำด้วยฝีมือของคนเป็นพ่อที่พ่นถ้อยคำหยาบคายออกมาสารพัดอย่างภาพเหล่านั้น นอกเหนือจากที่มันจะทำให้เธอรักแม่มาก ในทางเดียวกันมันก็ทำให้ภาพของพ่อ ไม่ต่างอะไรจากอสุรกายที่เจอเมื่อไรก็จำเป็นต้องวิ่งหนีสุดกำลัง… และสิ่งที่เธอต้องทำในตอนนี้ก็คือบอกให้แม่รู้ตัวเสียก่อน ท่านจะต้องทราบว่าพ่อออกมาจากคุกแล้ว ก่อนที่อะไร ๆ มันจะแย่ลง ก่อนที่ชีวิตของเราสองคนแม่ลูกจะย้อนกลับไปสู่ช่วงเวลาที่เลวร้ายเหมือนวันวานชื่นชีวาจึงตัดสินใจกดโทรหาแม่ของตนทันทีทันใด แต่คนที่อยู่ปลายสายก็ไม่มีท่าทีว่าจะรับ ดังนั้นเธอเลยตัดสินใจโทรเข้าบ้านหลังใหญ่ของลุงโตมรซึ่งคนที่มารับกลับเป็นนิ

  • เริงลับร้ายคนในสถานะ   39 เสียงที่ไม่คาดคิด

    แน่นอนว่าเหตุการณ์เมื่อวันก่อน มันส่งผลให้ชื่นชีวาอกสั่นขวัญแขวนยังไม่หาย แต่ด้วยความเอาใจใส่ที่ฌานมี ในตอนนี้ก็ถือว่าดีขึ้นกว่าเดิมบ้าง อย่างน้อยที่สุดเธอก็สามารถเดินทางมาทำงานได้ด้วยตัวเอง แม้จะเปลี่ยนจากการขึ้นรถเมล์เป็นการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันแทนก็ตาม และในเวลากลับก็อาศัยเจ้านายหนุ่มกลับบ้าน ซึ่งไม่รู้จะเป็นอย่างนี้ไปอีกนานถึงเมื่อไรชื่นชีวาไม่มีคำตอบให้กับตัวเอง ไม่แน่ เธออาจจะใช้ความหวาดกลัวของตัวเองเป็นข้ออ้างอาศัยความใจดีของเขาตีเนียน เพื่อที่จะได้ใกล้ชิดกับเขาต่อไป ต่อให้ไม่ได้มีอะไรกันเหมือนเมื่อก่อน แต่ลึก ๆ แล้วเธอก็ไม่อยากตัดความสัมพันธ์นี้จนขาดสะบั้น หากแต่เป็นเพราะลืมไปแน่ ๆ เลยว่าแท้จริงแล้วโลกนี้ไม่ได้มีแค่เธอกับเขาสองคนเธอเพิ่งมาตื่นก็ในวันที่หญิงงามอย่างคะนึงนิจปรากฏในสายตา“แจ่มใส ช่วยทำเครื่องดื่มไปเสิร์ฟให้แขกหน่อยได้ไหมจ๊ะ”แน่นอนว่าหน้าที่ของเด็กใหม่อย่างเธอมันย่อมเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ แม้ไม่อยากจะไปแค่ไหน แต่ชื่นชีวาก็จำเป็นต้องตกปากรับคำ ร่างอวบอัดจึงต้องเดินสะโหลสะเหลไปชงเครื่องดื่ม เตรียมน้ำและขนมเข้าไปบริการ ‘ตัวจริง’ ของผู้เป็นนาย ทันทีที่เดินไปถึงหน

  • เริงลับร้ายคนในสถานะ   7 ซุ่มซ่ามจริง...

    เมื่อคืน... กว่าจะได้นอนก็ปาเข้าไปเกือบ ๆ เที่ยงคืน ใบหน้างามของเธอจึงดูเหมือนยังไม่ตื่นดีเท่าไร สติที่จำเป็นต้องใช้ก็ไม่ค่อยเต็มร้อย เหตุเพราะแม่บังเกิดเกล้าของเธอกลับมาตอนสี่ทุ่มก็จริง แต่ท่านก็ต้องสระผม อาบน้ำ และลบเครื่องสำอางออกจากใบหน้าให้หมดจดซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้น มักจะเป็นหน้าที่ของคนที่

  • เริงลับร้ายคนในสถานะ   6 ความสุข...ที่เลือนลาง

    ชื่นชีวาถึงไม่บ่น แม้มีบ้างที่น้อยใจ หากในแต่ละวันเธอก็สามารถทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ยิ่งไปกว่านั้น ส่วนที่ดีที่สุดของการที่คนเป็นแม่ปฏิบัติกับเธอราวกับไม่ใช่ลูกที่คลอดมา คือการที่เธอรู้จักที่จะเจียมเนื้อเจียมตัวอยู่ในที่ทางของตัวเอง ไม่ขวนขวาย ไม่ชูคอ ต่อให้ได้ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านห

  • เริงลับร้ายคนในสถานะ   5 ลูกชังที่... ไม่รัก

    ฝ่ายนั้นก้าวนำแม่เลี้ยงสาวไปหลายขั้น หากนับเป็นเวลาก็เกือบสามปีแล้วที่ลูกสาวคนโตของวรรณรสากลายเป็นนางบำเรอของฌาน และดูเหมือนว่า จะเป็นเมียเก็บที่เอาใจลงไปเล่นเสียด้วย เพราะนอกจากจะเสียตัวให้เขาแล้ว ชื่นชีวายังมอบดวงใจน้อย ๆ ให้กับชายหนุ่มก่อนวันที่เขาจะล่วงเกินเธอทางร่างกายด้วยซ้ำ“ค่ะแม่ แจ่มรับทร

  • เริงลับร้ายคนในสถานะ   3 ลูกที่ไม่รัก

    ชื่นชีวาพยักหน้ารับพร้อมกับสำรวจร่างกายของตัวเองอย่างถี่ถ้วน เธอต้องอยู่ในสภาพไม่ที่ดูดี ไม่ใช่คนที่เพิ่งผ่านการร่วมรักกลับมาเพราะถ้าอีกฝ่ายรู้ว่าเธอแอบไปมีความสัมพันธ์กับชายอื่น มีหวัง…หากไม่กลายเป็นศพก็คงไม่มีวันได้ออกจากบ้าน และที่สำคัญคือเธอต้องไม่โดดเด่นเกินหน้าเกินตา ‘ท่าน’ ต่อให้ใบหน้างามจะถ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status