แชร์

3 ลูกที่ไม่รัก

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-14 14:20:48

ชื่นชีวาพยักหน้ารับพร้อมกับสำรวจร่างกายของตัวเองอย่างถี่ถ้วน เธอต้องอยู่ในสภาพไม่ที่ดูดี ไม่ใช่คนที่เพิ่งผ่านการร่วมรักกลับมาเพราะถ้าอีกฝ่ายรู้ว่าเธอแอบไปมีความสัมพันธ์กับชายอื่น มีหวัง…หากไม่กลายเป็นศพก็คงไม่มีวันได้ออกจากบ้าน และที่สำคัญคือเธอต้องไม่โดดเด่นเกินหน้าเกินตา ‘ท่าน’ ต่อให้ใบหน้างามจะถอดแบบราวกับออกจากพิมพ์เดียวกัน แต่ก็ห้ามภูมิใจกับความงามของตัวเองเด็ดขาด

เพราะไม่อย่างนั้นคุณผู้หญิงของบ้านอาจจะไม่พอใจ จากที่ทำตัวไม่ดีกับคนอย่างเธออยู่แล้ว อาจจะร้ายแรงถึงขั้นที่ชื่นชีวาไม่สามารถกัดฟันทนต่อไปได้

“เรียบร้อยแล้วค่ะ”

หญิงสาวยังมีความกังวล ท่าทางจึงพะว้าพะวังเล็กน้อย แต่พอนิ่มยืนยันออกมาเป็นคำพูดและสายตา ก็เพิ่มความมั่นใจให้กับเธอมากพอที่จะวิ่งขึ้นไปบนห้องนอนใหญ่ที่มีคนรออยู่

“แกกล้าดียังไงถึงกลับบ้านช้าเป็นชั่วโมง หา นังแจ่ม...”

หลังจากที่เคาะประตูห้อง และได้รับอนุญาตให้เปิดเข้าไป ชื่นชีวาก็ต้องกลืนน้ำลายลงคอแทบไม่ทัน เพราะประโยคแรกที่เจ้าของห้องตะโกนถาม มันช่างจิกกัด อีกทั้งยังบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าอารมณ์ที่มีอยู่ในขั้นไหน

“ขอโทษค่ะ แจ่มเพิ่งไปทำงานวันแรก ก็เลยลงรถเมล์เลยป้าย”

เลือกที่จะโกหกเป็นการแก้ตัวไป ขืนให้คนที่นั่งหน้าหงิกอยู่หน้ากระจกทราบว่าไปทำอะไรมาบ้าง ไม่วายหญิงสาวจะได้ตายคาเท้าไม่วันนี้ก็วันพรุ่ง

“โง่จริง ๆ”

วรรณรสาตวัดสายตามองคนที่หน้าตาคล้ายคลึงกับเธอราวกับโขลกกันมา หากมีสิ่งเดียวบนใบหน้าที่ไม่เหมือนกันก็คงเป็นดวงตาที่เฉี่ยวสวยของมันที่ถอดแบบเอามาจากคนที่เธอเกลียดชังน้ำหน้าพร้อมกับก่นด่าด้วยถ้อยคำที่พูดจนติดปาก

คำก็โง่ สองคำก็โง่ ต่อให้เป็นเรื่องที่ไม่เคยสร้างความเดือดร้อนหรือเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับวรรณรสาเลย หล่อนก็ยังจะก่นด่าราวกับเป็นสิ่งที่ชินปาก แต่แน่นอนว่าคำพูดบริภาษมาดร้ายเหล่านี้ย่อมเกิดขึ้นตอนที่อยู่กันเพียงแค่สองคน และไม่มีคนอื่นเก็บเอาไปนินทาเท่านั้น

เพราะถ้ามีบุคคลที่สามเข้ามารับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นย่อมไม่งามแน่ เรื่องอะไรคุณผู้หญิงของบ้านจะสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดีให้กับตัวเอง

“ขอโทษค่ะ”

“ขอโทษ ๆ ๆ คนอย่างแกก็ดีแต่ขอโทษไปทั้งชีวิตแหละ เพราะแกมันโง่เหมือนพ่อไง”

ยิ่งชื่นชีวาทำท่าทางเจียมตัว วรรณรสายิ่งไม่พอใจ ปากก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถึงรากเหง้าของหญิงสาวซึ่งเป็นคนเดียวกับคนที่เธอเกลียดชังมานาน

“สมกับเป็นลูกไอ้ขี้คุกเสียจริงเชียว จะฉลาดได้สักเสี้ยวหนึ่งของฉันก็ไม่ได้”

เกลียดพ่อพาลเอากับลูก และนับตั้งแต่ที่เกิดเรื่องเกิดราวแค่เห็นหน้าชื่นชีวา วรรณรสาก็อารมณ์เสียไปได้ทั้งวัน แต่ก็ทิ้งไม่ได้เพราะความจำเป็น นอกจากยัยเด็กนี่จะมีประโยชน์กับเธอในการเป็นที่รองมือรองเท้า และเป็นเด็กรับใช้ประจำตัวแล้ว

มันยังเป็น ‘ลูกสาว’ ของเธอ... ที่เกิดจากสามีเก่าขี้คุก เรียกได้ว่า… ทั้งสองพ่อลูกเป็นจุดด่างพร้อยเดียวในชีวิตที่ทำให้ความงดงามของเธอหม่นหมองยามเมื่อมองย้อนกลับไป

“แม่ต้องรีบไปงานตอนหนึ่งทุ่มใช่ไหมคะ นี่เพิ่งหกโมงกว่าเอง ยังไงก็ทันอยู่แล้วค่ะ”

หากคนเป็นลูกไม่เก็บเอาคำพูดร้ายกาจเหล่านั้นมาใส่ใจ ตรงกันข้าม... ชื่นชีวากลับเลือกที่จะปล่อยให้มันเข้าหูซ้ายทะลุออกหูขวา จากนั้นก็เดินเข้าไปหาคนเป็นแม่ที่นั่งหน้าบึ้งอยู่หน้ากระจก เพื่อเริ่มงานของตัวเอง

“ทันแบบชุ่ย ๆ น่ะสิ แกลืมไปแล้วหรือไงว่าวันนี้น้องไปด้วย นอกจากแต่งหน้าทำผมให้ฉันแล้ว แกต้องไปแต่งตัวให้หนูลิซอีกนะ”

“ยังไงก็ทันค่ะ เดี๋ยวแจ่มให้พี่นิ่มช่วยทำผมให้น้องก็ได้”

“ไม่ได้ มันเป็นหน้าที่แก จะให้คนอื่นมาทำได้ยังไง”

วรรณรสาไม่ยอมหรอก เธอไม่ไว้ใจฝีมือคนอื่น

“วันนี้เป็นงานวันเกิดเพื่อนสนิทของคุณใหญ่ แกจะให้หนูลิซกระเซอะกระเซิงเข้างานหรือไงนังแจ่ม”

“โธ่แม่ น้องแค่ห้าหกขวบเองนะคะ แค่ถักเปียเรียบ ๆ ก็ได้”

“คิดจะขัดคำสั่งฉันเหรอ”

ผู้เป็นแม่ตวัดสายตามองชื่นชีวาอย่างไม่พอใจ ในขณะที่หญิงสาวกำลังง่วนอยู่กับการเตรียมเครื่องสำอางอยู่ตรงหน้า

“ฉันเป็นแม่แกนะ”

“เปล่าค่ะ แจ่มรับทราบแล้วค่ะคุณแม่”

ชื่นชีวาแอบถอนหายใจออกมา อยากจะพูดเหลือเกินว่า ถ้าแม่เป็นแม่จริง ก็สมควรที่จะทำตัวให้สมกับการเป็นแม่ของเธอหน่อยไหม เพราะดูเหมือนวรรณรสาจะลืมว่านับตั้งแต่ที่แต่งงานใหม่ นอกจาก ‘หนูลิซ’ หรือลลินแล้ว วรรณรสายังมีเธอเป็นลูกสาวคนโตอีกคนหนึ่งนะ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เริงลับร้ายคนในสถานะ   44 เราสามคน the end.

    เสียงคลื่นซัดสาดเข้าฝั่งอย่างแผ่วเบา กลิ่นไอทะเลพัดปะทะปลายจมูกพร้อมละอองน้ำเค็ม ชื่นชีวายืนอยู่บนผืนทรายสีขาวละเอียด พร้อมกับปล่อยตัว ปล่อยใจให้ล่องลอยไปกับสายลมที่พัดพาเข้ามาปะทะตามใบหน้าและร่างกายในวินาทีนี้ ดวงตาที่ใช้กวาดมองสิ่งรอบข้าง ทำให้ความรู้สึกของเธอไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป แม้ว่าหลายเดือนที่ผ่านมามันหนักหน่วงเกินกว่าจะบรรยายได้… เหตุการณ์วันนั้นยังฝังรากลึกราวกับรอยแผลที่ไม่มีวันเลือน ภาพแม่ที่เธอรัดเปลือยเปล่าบนเตียงกว้าง ในห้องที่มีพ่อบังเกิดเกล้าที่เลิกราไปนานอยู่ด้วย มันทำลายความเชื่อหลายอย่างที่เธอเคยคิดเอาไว้หลังจากเรื่องแตก ความสัมพันธ์ในครอบครัวก็พังยับ วรรณรสาถูกโตมรฟ้องหย่าและตัดขาดทุกสิทธิ์ และกลับไปใช้ชีวิตอยู่กับผู้ชายที่กรอกหูลูกคนนี้มาตลอดว่าเกลียดชัง แต่เวลาไม่กี่เดือนที่พ้นผ่าน พ่อแท้ ๆ ของเธอก็หายไปเฉกเช่นวันวานอีกครั้ง เหมือนในอดีตที่เคยทำนับครั้งไม่ถ้วน… การกระทำของผู้ใหญ่สร้างปมในใจให้กับเด็กโดยไม่รู้ตัว ซึ่งชื่นชีวาเคยคิดเล่น ๆ ว่าจะมีบ้างไหมที่ความอดทนของเธอหมดลง และจะมีวันไหนที่เธอหลุดพ้นจากเงาของท่าน ในเมื่อเธอทั้งรัก ทั้งหวาดกลัว จะให้แลกกับอะไรก

  • เริงลับร้ายคนในสถานะ   43 ความหวังเกิดขึ้นอีกครั้ง

    แต่คนที่วางตัวเป็นเจ้าเหนือหัวมาตลอดกลับไม่คิดกลัว วรรณสราตวาดกลับไปบ้างเมื่อเห็นท่าทีของชื่นชีวา หากแต่วินาทีต่อมาเธอก็ต้องช็อกจนตาตั้ง เมื่อมองเห็นว่าภายในห้องชุดสุดหรูในตอนนี้ไม่ได้มีเพียงแค่สามคน หากแต่ยังมีร่างสูงใหญ่ของฌานที่มองมาด้วยสายตาอาฆาต “นังแจ่ม!”ชื่นชีวาสะอื้นฮัก เธอส่ายหน้าแรง ๆ น้ำตาไหลไม่หยุด ไม่อยากฟังคำพูดของผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าอีกต่อไป “แม่… ทำไมต้องทำแบบนี้ ทำไมต้องกลับไปหาผู้ชายคนนี้อีก… ทั้งที่แม่เคยสัญญา”“แกไม่ต้องมาสาระแนเรื่องของฉัน” วรรณรสาลุกขึ้นยืนพร้อมกับจับจ้องไปที่ร่างสูงใหญ่ของฌานที่ยืนอยู่ไม่ไกล และกำลังจะเอื้อมมือเข้าไปกระชากหรือไม่ก็ตบตีลูกสาวคนโต คนที่เป็นสาเหตุของความฉิบหายทุกอย่าง… แต่เรื่องมันยังไม่จบแต่เพียงเท่านั้นน่ะสิ ผ่านไปไม่นานก็เป็นเธอเสียเองที่หมดเรี่ยวแรง ร่างกายที่มีเพียงผ้าห่มคลุมไว้ทรุดลงกับพื้นพร้อมกับหยุดน้ำตาที่ไหลพราก เมื่อข้างนอกไม่ได้มีแค่ฌานยืนอยู่อีกต่อไป หากแต่มีร่างสูงใหญ่อันคุ้นตาเดินเข้ามาสมทบอีกขั้น และคราวนี้ก็กลายเป็นเธอที่ยอมจำนนต่อทุกอย่าง… “คุณใหญ่”ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะเต็

  • เริงลับร้ายคนในสถานะ   42 ทำแบบนี้ทำไม

    หลังจากที่ได้ปฏิเสธคะนึงนิจไป หลังจากที่ได้กลายเป็นที่พึ่งหลักของชื่นชีวา และหลังจากที่รู้ว่าเธอไม่คิดที่จะปิดบังความจริงจากเขา แม้จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพ่อแม่ของตัวเองก็ตาม ฌานก็เข้าใจบางอย่าง…“ไม่ต้องกลัว ชีวิตของเธอหลังจากนี้จะดีขึ้นกว่าเดิมฉันรับประกัน…”หลังจากที่ให้คำยืนยัน ฌานก็ยกมือเคาะประตูสองสามครั้ง แม้ไม่มีเสียงตอบรับแต่เขาก็ได้ยินฝีเท้าของใครสักคนเดินเข้ามาใกล้ราวกับคนที่อยู่ข้างในรอคอยการมาเยือนของชื่นชีวาอย่างใจจดใจจ่ออย่างไรอย่างนั้น ไม่นานประตูบานใหญ่ก็เปิดออกก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะโผเข้ากอดคนที่มาเยือนทันทีแสร้งทำเป็นคิดถึงเต็มกำลัง“แจ่มใสลูกพ่อ… นี่หนูโตขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย” พยัคฆ์เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงที่ยินดีมาก ๆ ก่อนจะรั้งร่างอวบอัดของคนเป็นลูกเข้ามาในห้องพักสุดหรู “มาลูกเข้ามาในนี้เถอะ พ่อเพิ่งสั่งอาหารลงไปเดี๋ยวก็คงขึ้นมาส่ง”“แล้วแม่ล่ะคะ” ชื่นชีวาฝืนตัวเอาไว้ เพราะอยากรู้เสียก่อนว่าคนเป็นแม่อยู่ที่นี่จริง ๆ หรือเปล่า หากไม่จำเป็นต้องรอให้อีกฝ่ายตอบคำถามอะไรออกมา เธอก็สะท้านในอกเมื่อเห็นข้าวของเครื่องใช้ของคนเป็นแม่วางเกลื่อนกลาด ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า รองเ

  • เริงลับร้ายคนในสถานะ   41 บอกความจริง

    ถ้าไม่หวังให้คนเป็นลูกเลี้ยงดู พ่อที่เพิ่งออกมาจากคุกจะหวังอะไรกัน แต่ท่านอาจจะลืมไปว่าเธอไม่ใช่แม่… ชื่นชีวาไม่ใช่วรรณรสา ผู้หญิงที่ขาดความยับยั้งชั่งใจและมองว่าคนอื่นโง่กว่าตัวเองเสมอมาซึ่งไม่ได้มีความสัมพันธ์พิศวาสให้ต้องระลึกถึงยามเมื่อเจอหน้ากัน ถึงขั้นที่ต้องมารื้อฟื้นความทรงจำอะไรอย่างนั้น และเธอเบื่อหน่ายกับการใช้ชีวิตอย่างนี้มากใครจะว่าอกตัญญูก็ช่างเถอะ… ชื่นชีวาสามารถใช้ชีวิตอยู่ภายใต้อาณัติของแม่ได้คนเดียวเท่านั้น แค่ถูกวรรณรสาจิกหัวใช้ในทุกวัน อย่างไรเธอก็ตั้งใจว่าจะทนไปจนถึงลมหายใจสุดท้าย แต่เท่าที่ดูในตอนนี้ดูเหมือนว่าจะมีพ่อเพิ่มเข้ามาอีกคน บอกตรง ๆ ว่าเธอไม่มีทางรับไหว และที่สำคัญไปยิ่งกว่านั้น คือเธอรังเกียจและรับไม่ได้กับสิ่งที่พวกท่านทำ“แจ่มขอโทษค่ะแม่ แต่แจ่มรับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ไหวอีกต่อไป”เพราะมีน้องต้องปกป้อง มีชีวิตที่เหลือของตัวเองเป็นเดิมพัน… ทันทีที่คนเป็นพ่อวางสายไป โดยที่แม่ไม่มีโอกาสได้ทราบว่าเราสองคนคุยกัน ชื่นชีวาก็ตัดสินใจปาดน้ำตาที่ไหลลงมาอาบแก้มทิ้งเป็นครั้งสุดท้ายรวบรวมความกล้าหาญที่ไม่เคยมีมาก่อน และพยายามนึกถึงความเจ็บช้ำของตัวเองกับใบหน้า

  • เริงลับร้ายคนในสถานะ   40 แม่กลับไปหาพ่อ...

    ทันทีที่ปลายสายเอ่ยทัก ชื่นชีวาก็วางโดยอัตโนมัติ… เพราะต่อให้นานเหลือเกินที่ไม่ได้เจอหน้า แต่เธอก็จำเสียงของท่านได้เป็นอย่างดี มือเรียวสั่นน้อย ๆ ขณะที่ดึงกลับมาไว้ที่เดิม และภาพของท่านก็วนกลับเข้ามาในหัวอีกครั้งคืนที่ฝนตกในห้องเช่ารูหนูกลางชุมชนแออัด เสียงของแม่ที่กรีดร้องด้วยความเจ็บปวดยังคงชัดเจนในความทรงจำ เด็กหญิงชื่นชีวาในวัยสิบขวบซ่อนตัวอยู่ในตู้เสื้อผ้าหลังเก่าเห็นแม่บังเกิดเกล้าของตัวเองถูกกระชากผม ตบตี ไม่เพียงเท่านั้นยังกระทืบซ้ำด้วยฝีมือของคนเป็นพ่อที่พ่นถ้อยคำหยาบคายออกมาสารพัดอย่างภาพเหล่านั้น นอกเหนือจากที่มันจะทำให้เธอรักแม่มาก ในทางเดียวกันมันก็ทำให้ภาพของพ่อ ไม่ต่างอะไรจากอสุรกายที่เจอเมื่อไรก็จำเป็นต้องวิ่งหนีสุดกำลัง… และสิ่งที่เธอต้องทำในตอนนี้ก็คือบอกให้แม่รู้ตัวเสียก่อน ท่านจะต้องทราบว่าพ่อออกมาจากคุกแล้ว ก่อนที่อะไร ๆ มันจะแย่ลง ก่อนที่ชีวิตของเราสองคนแม่ลูกจะย้อนกลับไปสู่ช่วงเวลาที่เลวร้ายเหมือนวันวานชื่นชีวาจึงตัดสินใจกดโทรหาแม่ของตนทันทีทันใด แต่คนที่อยู่ปลายสายก็ไม่มีท่าทีว่าจะรับ ดังนั้นเธอเลยตัดสินใจโทรเข้าบ้านหลังใหญ่ของลุงโตมรซึ่งคนที่มารับกลับเป็นนิ

  • เริงลับร้ายคนในสถานะ   39 เสียงที่ไม่คาดคิด

    แน่นอนว่าเหตุการณ์เมื่อวันก่อน มันส่งผลให้ชื่นชีวาอกสั่นขวัญแขวนยังไม่หาย แต่ด้วยความเอาใจใส่ที่ฌานมี ในตอนนี้ก็ถือว่าดีขึ้นกว่าเดิมบ้าง อย่างน้อยที่สุดเธอก็สามารถเดินทางมาทำงานได้ด้วยตัวเอง แม้จะเปลี่ยนจากการขึ้นรถเมล์เป็นการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันแทนก็ตาม และในเวลากลับก็อาศัยเจ้านายหนุ่มกลับบ้าน ซึ่งไม่รู้จะเป็นอย่างนี้ไปอีกนานถึงเมื่อไรชื่นชีวาไม่มีคำตอบให้กับตัวเอง ไม่แน่ เธออาจจะใช้ความหวาดกลัวของตัวเองเป็นข้ออ้างอาศัยความใจดีของเขาตีเนียน เพื่อที่จะได้ใกล้ชิดกับเขาต่อไป ต่อให้ไม่ได้มีอะไรกันเหมือนเมื่อก่อน แต่ลึก ๆ แล้วเธอก็ไม่อยากตัดความสัมพันธ์นี้จนขาดสะบั้น หากแต่เป็นเพราะลืมไปแน่ ๆ เลยว่าแท้จริงแล้วโลกนี้ไม่ได้มีแค่เธอกับเขาสองคนเธอเพิ่งมาตื่นก็ในวันที่หญิงงามอย่างคะนึงนิจปรากฏในสายตา“แจ่มใส ช่วยทำเครื่องดื่มไปเสิร์ฟให้แขกหน่อยได้ไหมจ๊ะ”แน่นอนว่าหน้าที่ของเด็กใหม่อย่างเธอมันย่อมเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ แม้ไม่อยากจะไปแค่ไหน แต่ชื่นชีวาก็จำเป็นต้องตกปากรับคำ ร่างอวบอัดจึงต้องเดินสะโหลสะเหลไปชงเครื่องดื่ม เตรียมน้ำและขนมเข้าไปบริการ ‘ตัวจริง’ ของผู้เป็นนาย ทันทีที่เดินไปถึงหน

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status