Home / รักโบราณ / เรือนหลังฉ่ำราคะ / ตอนที่ 12 ศึกรักหลังม่านศึก

Share

ตอนที่ 12 ศึกรักหลังม่านศึก

last update publish date: 2026-09-02 20:52:02

แม่ทัพเซียวหลงเหยียนอุ้มร่างของจ้าวหานเฟิงกลับคืนสู่กระโจมที่พักของตนอย่างทะนุถนอมที่สุด ราวกับกำลังประคองสิ่งล้ำค่าที่จะแตกสลายได้ทุกเมื่อ เขาตวาดสั่งการให้หมอทหารฝีมือดีที่สุดในกองทัพเร่งทำการรักษาและสมานบาดแผลฉกรรจ์ที่แผ่นหลังของนายกองหนุ่มอย่างสุดความสามารถ

"หนุ่มน้อย... เจ้าจะต้องไม่เป็นอะไร ข้าไม่ยอมให้เจ้าเป็นอะไรเด็ดขาด"

จอมทัพเฒ่ากระซิบคำมั่นด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าระคนห่วงใยอย่างลึกซึ้ง สายตาคมปลาบจับจ้องใบหน้าหล่อเหลาที่ยังคงซีดขาวและไม่ได้สติของพยัคฆ์หนุ่ม ทว่าแม้ในใจจะเต็มไปด้วยความพะวักพะวนและห่วงหาเพียงใด แต่ด้วยภาระหน้าที่อันหนักอึ้งในฐานะแม่ทัพใหญ่ เขาไม่อาจละทิ้งกำลังพลนับหมื่นที่กำลังหลั่งเลือดอยู่กลางสนามรบได้

"พักผ่อนให้เต็มที่เถิด... ข้าจะนำชัยชนะมาฝากเจ้าเอง"

เซียวหลงเหยียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนดุจสายลมใบไม้ผลิ ก่อนจะตัดใจผันกายก้าวออกจากกระโจม หวนคืนสู่สมรภูมิเดือดอีกครั้งด้วยรังสีฆ่าฟันที่ทวีความรุนแรงขึ้นเพื่อระบายโทสะ

กระทั่งแสงอัสดงยามเย็นเริ่มอ่อนแสงลงและลับขอบฟ้า ในที่สุด เสียงกลองรบและกลิ่นคาวเลือด ณ สมรภูมิเขาเทียนหลงก็สิ้นสุดลงจนได้ กองทัพฝ่ายศัตรูถูกทหารหลวงบดขยี้กวาดล้างจนหมดสิ้นอย่างราบคาบ เสียงโห่ร้องแสดงความยินดีในชัยชนะดังกึกก้องไปทั่วทั้งขุนเขา ทหารกล้าทุกนายต่างหลั่งน้ำตาด้วยความตื้นตระหนกและปรีดา เพราะบัดนี้... เคราะห์กรรมอันยาวนานได้จบลงแล้ว และพวกเขาจะได้กลับคืนสู่บ้านเกิดเมืองนอนเสียที

ทว่าท่ามกลางความเฉลิมฉลองอันยิ่งใหญ่ภายนอก แม่ทัพเซียวหลงเหยียนกลับรีบสาวเท้าก้าวพรวดกลับเข้ามาภายในกระโจมพักทันที เขาตรงดิ่งเข้าไปทรุดกายลงข้างเตียง คว้าฝ่ามืออันอบอุ่นของจ้าวหานเฟิงขึ้นมากุมไว้แน่น แววตาของราชสีห์ผู้เฒ่าสั่นไหวด้วยความยินดีระคนโล่งอก

"พวกเราชนะแล้ว... จ้าวหานเฟิง พวกเราชนะแล้ว!"

สิ้นสุ้มเสียงอันสั่นเครือของจอมทัพ เปลือกตาของนายกองหนุ่มขยับไหวเล็กน้อย ก่อนที่มุมปากหม่นแสงจะยกยิ้มบางเบาอย่างอ่อนแรง ราวกับว่ารับรู้ถึงชัยชนะ

เวลาผ่านไปจนล่วงเข้าสู่ช่วงกลางดึก ในที่สุดจ้าวหานเฟิง ก็เริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ความเจ็บปวดจากบาดแผลที่แผ่นหลังยังคงแล่นริ้วเป็นระยะ ชายหนุ่มก้มลงมองมือของตนก็พบว่า แม่ทัพเซียวหลงเหยียน ยังคงกุมมือเขาไว้ไม่ยอมปล่อย ทว่าจอมทัพเฒ่ากลับเผลอหลับไปข้างเตียงด้วยความเหนื่อยล้าจากการตรากตรำศึกและการเฝ้าไข้

นายกองหนุ่มขยับกายเล็กน้อยเพื่อจัดท่าทาง ทว่าการเคลื่อนไหวเพียงแผ่วเบานั้นกลับปลุกให้จอมทัพรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในทันที นัยน์ตาของเซียวหลงเหยียนเบิกกว้างด้วยความดีใจอย่างที่สุด

"สวรรค์... ในที่สุดเจ้าก็ฟื้นแล้ว! จ้าวหานเฟิง!"

จอมทัพเฒ่าอุทานเสียงสั่นก่อนจะขยับเข้ากระชับโอดกอดนายกองหนุ่มไว้แน่นด้วยความโล่งอก ราวกับกลัวว่าเพชรเม็ดงามก้อนนี้จะหลุดลอยไป ทว่า จ้าวหานเฟิงกลับขยับกายผลักดันแผงอกแกร่งของรุ่นพี่ออกเล็กน้อย สีหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยความหม่นหมองระคนสับสน ก่อนจะเค้นสุ้มเสียงอันแผ่วเบาเอ่ยถามถึงฉากเหตุการณ์สะเทือนใจก่อนที่เขาจะหมดสติไป

"ท่านแม่ทัพ... พลทหารผู้นั้น... ซุ่นจื่อ..."

นายกองหนุ่มเอ่ยถามด้วยความคาใจ เพราะแม้เขาจะใสซื่อในเรื่องคาวโลกีย์ แต่ด้วยสติปัญญาอันฉลาดเฉลียว เขาย่อมตระหนักดีว่าคมดาบที่ปักเข้ากลางหลังของตนนั้น หาได้มาจากน้ำมือของศัตรู ทว่ามันมาจากความริษยาอันดำมืดของคนกันเองในค่ายแห่งนี้

"เจ้ามิต้องพูดสิ่งใดให้มากความทั้งสิ้น!"

เซียวหลงเหยียนเอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดทว่านุ่มนวล สายตาคมปลาบจับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคนเจ็บ "เรื่องทุกอย่างจบสิ้นลงแล้ว และที่สำคัญ... ข้าจะไม่มีวันผิดสัญญาที่เคยให้ไว้ต่อเจ้าเป็นอันขาด ตำแหน่งและเกียรติยศที่เจ้าปรารถนา ย่อมเป็นของเจ้า"

แม้จะได้รับคำมั่นสัญญาอันคุ้มค่า ทว่าสีหน้าของจ้าวหานเฟิงกลับยิ่งเต็มไปด้วยความไม่สบายใจและกังวลใจหนักกว่าเก่า ความจริงอันวิปริตบิดเบี้ยวในค่ายทหารแห่งนี้เริ่มคืบคลานเข้ามากัดกินจิตใจของเขาจนเกินรับไหว

"แต่ว่า..."

ชายหนุ่มพยายามจะเค้นคำประท้วง ทว่าไม่ทันที่ถ้อยคำใดจะเล็ดลอดพ้นเรียวปาก จอมทัพผู้มากเล่ห์ก็โน้มกายลงมาใช้ริมฝีปากอันร้อนระอุอุดปากข้ออ้างนั้นไว้ในทันที เซียวหลงเหยียนบดขยี้จูบลงมาอย่างหนักหน่วง เรียวลิ้นช่ำชองรุกรานสอดแทรกเข้ามาตักตวงและแลกเปลี่ยนสัมผัสอย่างหิวกระหาย ละเลียดชิมรสชาติอันหวานล้ำเพื่อกักขังความฝันและสติของนายกองหนุ่มให้ดิ่งลงสู่ห้วงราคะอีกครา

จอมทัพถอนริมฝีปากออกช้าๆ พลางใช้นิ้วหัวแม่มือลูบไล้ริมฝีปากที่เจ่อร่อยของอีกฝ่าย ก่อนจะกระซิบสั่งเสียงพร่าเย้ายวน

"คนดีของข้า... ข้าบอกแล้วมิใช่หรือ ว่ามิให้เจ้าคิดมากเรื่องใดอีก..."

นายกองหนุ่มพยักหน้าช้าๆ ด้วยความจำนนต่อเหตุผลและรสสัมผัสอันยากจะต้านทาน ปราการความบิดเบี้ยวทั้งมวลในจิตใจถูกเก็บซ่อนไว้เบื้องหลัง ก่อนที่บุรุษต่างวัยทั้งสองจะร่วมกันบรรเลงบทรักอันเร่าร้อน พลิ้วไหวท้าทายสายลมหนาวที่พัดผ่านผืนผ้าใบของกระโจมใหญ่ยามค่ำคืน

ในราตรีนี้นั้น แม่ทัพเซียวหลงเหยียนกลับกระทำต่อร่างแกร่งของพยัคฆ์หนุ่มด้วยความอ่อนโยนละมุนละไมอย่างถึงที่สุด ฝ่ามือหนาที่เคยหยาบกร้านคอยประคองและขับเคลื่อนจังหวะสวาทอย่างระมัดระวัง ด้วยเกรงว่าบาดแผลฉกรรจ์ที่แผ่นหลังของนายกองหนุ่มจะฉีกขาดลุกลาม สัมผัสอันนุ่มนวลทว่าหนักหน่วงละเมียดละไมนี้ ชวนให้จ้าวหานเฟิงดำดิ่งลงสู่ห้วงสวรรค์จนลืมสิ้นเกียรติยศและศีลธรรมอันดีงามที่เคยยึดถือ

บางที... นี่อาจจะเป็นบทรักส่งท้ายเพื่อตราตรึงความทรงจำอันมืดดำ ณ สมรภูมิเขาเทียนหลงแห่งนี้

ทว่า... พวกเขาหาได้รู้ไม่ว่า ความดุเดือดและวังวนแห่งตัณหาที่แท้จริงกำลังรอคอยพวกเราอยู่เบื้องหน้า ยามเมื่อกองทัพหลวงเคลื่อนพลกลับคืนสู่เมืองหลวง ที่ซึ่งมีทั้งไป๋เหม่ยหลาน ฮูหยินและสายเลือดในครรภ์ที่จ้าวหานเฟิงรักยิ่ง รวมถึงเหล่าฮูหยินและชิ้นส่วนแห่งความปรารถนาเก่าๆ ของจอมทัพเฒ่าที่รอคอยอยู่

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เรือนหลังฉ่ำราคะ   ตอนที่ 86 ยอดขุนพลผู้หลุ่มหลง(จบ)

    นับแต่จ้าวหานเฟิงได้รับแต่งตั้งเป็นแม่ทัพใหญ่แห่งเมืองหลวง เขาก็ย้ายออกจากเรือนเดิมเพื่อเข้ามาจับจองจวนหลังใหม่ที่ได้รับพระราชทานจากองค์ฮ่องเต้ คฤหาสน์อันกว้างขวางและวิจิตรบรรจงแห่งนี้ไม่ต่างอะไรไปจากสวรรค์บนดิน เพราะไม่ว่าเขาจะกระทำสิ่งใด ล้วนสยบอยู่ภายใต้อำนาจและการควบคุมของเขาแต่เพียงผู้เดียว โดยไม่ต้องไยดีต่อสายตาหรือคำนินทาของคนภายนอกภายในพื้นที่ส่วนตัว เหล่าสตรีของเขาต่างได้รับอิสระอย่างเต็มที่ พวกนางสามารถสวมใส่อาภรณ์โปร่งบางเย้ายวน หรือแต่งกายเปิดเผยเรือนร่างไร้ยางอายเพียงใดก็ย่อมได้ เพื่อรอคอยการปรนนิบัติรับใช้เขา"ท่านพี่... ตั้งแต่ท่านรับตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ ท่านก็มัวแต่วุ่นวายกับราชการจนแทบไม่ค่อยแตะต้องสัมผัสพวกเราเลยนะเจ้าคะ"ไป๋เหม่ยหลาน สตรีเรือนร่างอวบอัดในชุดผ้าปานบางเบาที่เผยให้เห็นเรือนร่างวับๆ แวมๆ ชวนหลงใหล เดินเข้ามาเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแง่งอน กระซิบกระซาบข้างกายเขาอย่างน้อยใจเล็กน้อย จ้าวหานเฟิงยิ้มรับพลางยื่นมือไปรวบเอวคอดกิ่วของนางเข้ามาประชิดอกแกร่ง ฝ่ามือหนาบีบเค้นสะโพกผายอย่างหนักหน่วงจนนางอุทาน"งานราชการแล้วอย่างไร... ขอเพียงเจ้าต้องการ ไม่ว่าเวลาไหน ข้าก

  • เรือนหลังฉ่ำราคะ   ตอนที่ 85 อาจารย์ส่วนตัว

    นับแต่วันที่จ้าวหานเฟิงได้รับแต่งตั้งเป็นอาจารย์ส่วนตัวขององค์ชาย เขาก็เข้าออกตำหนักในเป็นว่าเล่น เหล่าขุนนางและผู้คนทั่วทั้งราชสำนักต่างสรรเสริญชื่นชมเขาอย่างไม่ขาดปาก ถึงความเสียสละเวลาส่วนตัวทุ่มเทกับการฝึกสอนพระราชโอรสอย่างเต็มกำลัง แน่นอนว่าแม่ทัพหนุ่มได้มอบประสบการณ์และถ่ายทอดวิชาการต่อสู้ให้อย่างไม่ปิดบัง มอบหมายบททดสอบให้องค์ชายฝึกฝนเคี่ยวกรำตนเองตามลำพังที่ลานฝึกทว่ายามเมื่อองค์ชายทรงฝึกฝนอยู่นั้น เวลาที่เหลือทั้งหมดของแม่ทัพหนุ่มกลับถูกนำมาใช้ สั่งสอนองค์ฮ่องเฮาเบื้องหลังม่าน หากแต่วิชาที่เขากำลังเคี่ยวกรำสตรีผู้ทรงอำนาจ มิใช่วิชาเพลงดาบแต่เป็นวิชารักอันดุเดือดดิบเถื่อนภายในห้องบรรทม จ้าวหานเฟิงในสภาพเปลือยกายท่อนบน อวดมัดกล้ามกำยำแน่นตึงและหยาดเหงื่อที่ไหลซึม กำลังบดขยี้ผ้าหรูของฮ่องเฮาจนขาดวิ่น เรือนร่างอวบอิ่มอันสูงศักดิ์บัดนี้ทอดกายสั่นสะท้านอยู่ใต้ร่างแกร่ง เรียวขาขาวเนียนอวบอิ่มถูกจับถ่างออกกว้าง เปิดทางให้ท่อนลำกำยำใหญ่มหึมาตอกอัดสอดใส่เข้าสู่ร่องรักฉ่ำแฉะอย่างหนักหน่วงลึกล้ำครั้งแล้วครั้งเล่า"ฮ๊าาา... ฮ่าาา... ท่านแม่ทัพ! อื้อออ... ข้า... ข้าไม่เคยรู้สึกดีเท่านี้ม

  • เรือนหลังฉ่ำราคะ   ตอนที่ 84 กลิ่นสวาทสะท้านท้องพระโรง

    จ้าวหานเฟิงใช้เวลาเพียงไม่กี่วันก็สามารถจัดการสยบปัญหากบฏแดนเหนือลงได้อย่างเด็ดขาด ด้วยการผสานกองกำลังสองทัพเข้าด้วยกัน ทหารเจนศึกแดนใต้ที่ติดตามเขามาด้วยความจงรักภักดี หลอมรวมเข้ากับกองทหารแดนเหนืออันเข้มแข็งของอดีตแม่ทัพเซียวหลงเหยียน ภายใต้การสืบทอดสายผู้บังคับบัญชาและการนำทัพอันชาญฉลาดเด็ดเดี่ยว กลุ่มเสี้ยนหนามที่เคยสร้างความระส่ำระสายจึงถูกบดขยี้จนพินาศสิ้นในเวลาอันรวดเร็วเมื่อศึกสยบลง ขบวนทัพอันเกรียงไกรจึงเดินทางกลับคืนสู่เมืองพร้อมกับร่างไร้วิญญาณของแม่ทัพเซียวหลงเหยียน ที่ถูกตระเตรียมประดิษฐานอย่างสมเกียรติในฐานะ วีรบุรุษแห่งแผ่นดินบรรยากาศทั่วทั้งเมืองคละคลุมไปด้วยความรู้สึกอันหลากหลายที่ปะปนกันไป เสียงโห่ร้องยินดีในชัยชนะและข่าวการหยุดยั้งศึกสงครามดังแทรกสลับกับเสียงร่ำไห้ไว้อาลัยให้แก่การจากไปของแม่ทัพใหญ่ ธงรบและผ้าไว้อาลัยพลิ้วสะบัดไปตามสายลมหนาว ชาวบ้านต่างพากันออกมาเรียงรายสองข้างทาง บางคนก้มหน้าน้ำตาคลอด้วยความเศร้าโศก ในขณะที่บางคนมองไปยังบุรุษบนหลังม้าด้วยความเลื่อมใสศรัทธาจ้าวหานเฟิงในชุดเกราะตึงแน่นสง่างามควบม้าเดินนำหน้าขบวนด้วยท่วงท่าอันผ่าเผย สายตาคมกล้าทอดม

  • เรือนหลังฉ่ำราคะ   ตอนที่ 83 ดับแค้นคนชั่วช้าปลุกสวาทนางหม้าย

    ระหว่างที่ขบวนทัพกำลังเร่งเดินทางมุ่งหน้าขึ้นสู่แดนเหนือ จ้าวหานเฟิงที่นั่งอยู่บนหลังม้าพลางทอดสายตามองไปเบื้องหน้า ก็นึกถึงสาเหตุการตายของแม่ทัพเซียวหลงเหยียนได้อย่างไม่ยากเย็นนักเบื้องหลังการถูกทหารชั้นผู้น้อยลอบวางยาพิษจนถึงแก่ชีวิต น่าจะมีชนวนเหตุมาจากความสัมพันธ์ทางกายอันซับซ้อนและเร่าร้อนของตัวท่านแม่ทัพเอง แม้จะเป็นบุรุษเพศเช่นเดียวกัน ทว่าความหึงหวงและริษยากลับไม่เคยปรานีใคร ยิ่งภายในกองทัพเต็มไปด้วยทหารหนุ่มหน้าตาหมดจดที่เคยถูกท่านแม่ทัพดึงตัวไปเชยชมและเสพสมสวาท ย่อมต้องมีใครบางคนที่แค้นเคืองเมื่อตนเองถูกละเลย หรือไม่อาจยอมรับความริษยาที่เห็นผู้อื่นได้รับความโปรดปรานมากกว่าได้รองแม่ทัพหนุ่มระบายลมหายใจออกมาเบาๆ สายลมหนาวจากทางเหนือพัดผ่านใบหน้าคมคาย ขณะที่เขาเอื้อนเอ่ยพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดแกมสมเพช"ข้าไม่คิดเลยว่า... ความปรารถนาอันเร่าร้อนที่ท่านเคยเสพสุข มันจะกลับมาเล่นงานและปลิดชีวิตท่านในภายหลังเช่นนี้"จ้าวหานเฟิงกำบังเหียนม้าในมือแน่นขึ้น นึกถึงภาพความกำหนัดอันมืดมิดที่ตน เคยเข้าร่วมกับแม่ทัพเซียวและฮูหยินหวานหลินซู ความปรารถนาอาจ

  • เรือนหลังฉ่ำราคะ   ตอนที่ 82 รสรักในรอยแค้น

    ใช้เวลาเดินทางรวมถึงกรำศึกอยู่อีกหลายเดือน ในที่สุดขบวนทัพของรองแม่ทัพจ้าวหานเฟิงก็เดินทางมาถึงดินแดนทางใต้ เมืองชายแดนอันห่างไกลที่เต็มไปด้วยกลุ่มโจรป่าและซ่องกบฏชุกชุม พวกมันอาศัยภูมิประเทศอันซับซ้อนหลบซ่อนตัว ดำรงอยู่ราวกับวัชพืชที่ปราบอย่างไรก็ไม่เคยถอนรากถอนโคนได้หมดสิ้น จ้าวหานเฟิงรู้ดีว่าหากคิดจะเผด็จศึกให้เด็ดขาด ย่อมมีเพียงทางเดียวคือการเด็ดหัวผู้นำและบดขยี้ศูนย์กลางของพวกมันให้สิ้นซากด้วยสติปัญญาการวางกลศึกอันเฉียบแหลมและพละกำลังอันเกรียงไกรของรองแม่ทัพหนุ่ม ในที่สุดเพลิงสงครามแดนใต้ที่เคยลุกโชนก็ถูกสยบลงจนสงบราบคาบเหล่านายทหารผู้ใต้บังคับบัญชาต่างโห่ร้องด้วยความยินดี ใบหน้าของทหารทุกนายเปี่ยมไปด้วยความสุขและเลื่อมใสในตัวผู้นำทัพ นายทหารคนหนึ่งก้าวออกมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น"หากไม่ได้ท่านรองแม่ทัพใช้อุบายอันลึกล้ำปราบหัวหน้าพวกมัน พวกเราคงไม่สามารถสยบพวกกบฏได้รวดเร็วถึงเพียงนี้แน่ขอรับ!"จ้าวหานเฟิงทอดสายตามองเหล่าทหารกล้า พลางยกยิ้มบางๆ ที่มุมปากอย่างผ่อนคลาย"นี่ไม่ใช่ผลงานของข้าเพียงคนเดียว... แต่มันคือผลงานและชัยชนะของพวกเราทุกคน"คำพูดอันหนักแน่นของชายหนุ่มสร้างความ

  • เรือนหลังฉ่ำราคะ   ตอนที่ 81 บดขยี้ราคะกลางพนา

    แม้ยามค่ำคืนนี้ จ้าวหานเฟิงจะจำต้องนอนค้างแรมอยู่กลางป่าลึกอันมืดมิด ท่ามกลางเสียงสายลมราตรีพัดก้องและความเย็นเยือกที่โรยตัวปกคลุม สอดประสานกับเสียงฝีเท้าของเหล่านายทหารยามที่เดินตรวจตรารักษาการณ์อย่างเข้มงวด ทว่าบรรยากาศภายในกระโจมพักของรองแม่ทัพหนุ่มกลับร้อนรุ่มโชติช่วงไปด้วยเพลิงสวาทอันไร้ที่สิ้นสุดชายหนุ่มนอนเหยียดยาวอยู่บนเตียงนอนสนาม ขณะที่มู่หลันรัวทอดตัวคุกเข่าอยู่เบื้องต่ำ นางใช้เรียวลิ้นอุ่นชื้นและริมฝีปากนุ่มละมุนปรนเปรอแก่นกายกำยำของเขาอย่างลุ่มหลงหื่นกระหาย เรียวปากอวบอิ่มละเลียดเลียไล้ไปตามความแข็งแกร่งอย่างซาบซ่าน ก่อนจะช้อนสายตาชุ่มฉ่ำหยาดเยิ้มขึ้นมองชายหนุ่ม พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่ากระเส่า"นายท่าน... ท่านชอบให้ข้าทำสิ่งใด โปรดสั่งข้ามาได้เลยนะเจ้าคะ..."สิ้นคำเอื้อนเอ่ย นางก็ครอบครองความเป็นชายใหญ่โตไว้แน่น แล้วเริ่มขยับโยกศีรษะ รูดรั้งบดเบียดเข้าออกตามจังหวะอย่างเร่าร้อนดุดัน สัมผัสอุ่นชื้นที่ดูดกลืนลึกล้ำสลับเร่งจังหวะเน้นย้ำ ทำเอารองแม่ทัพหนุ่มเสียวซ่านจนร่างกายเกร็งสะท้านไปทุกส่วน ต้องบิดสะโพกตอบรับด้วยความกระสันซ่าน สติสัมปชัญญะแทบมอดไหม้ไปกับไฟราคะกลางป่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status