Home / รักโบราณ / เรือนหลังฉ่ำราคะ / ตอนที่ 4 แดนสนธยาของเหล่าบุรุษ

Share

ตอนที่ 4 แดนสนธยาของเหล่าบุรุษ

last update Petsa ng paglalathala: 2026-08-28 18:45:19

เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยบรรยากาศอันแสนสงบ แสงอาทิตย์อ่อนๆ ค่อยๆ สาดทอผ่านช่องว่างของม่านกระโจมเข้ามาเบื้องใน จ้าวหานเฟิง ค่อยๆ ขยับเปลือกตาขึ้นอย่างช้าๆ ความทรงจำสุดท้ายอันเลือนรางคือสมรภูมิที่นองเลือดและความเหนื่อยล้าที่เกินขีดจำกัด ทว่าในยามนี้เขากลับรู้สึกว่าร่างกายเบาหวิวราวกับปุยเมฆ เรี่ยวแรงที่เคยมีดูเหมือนจะถูกรีดเค้นออกไปจนหมดสิ้น อาจเพราะการดิ้นรนเอาชีวิตรอดอย่างสุดกำลัง... หรืออาจเป็นเพราะผลพวงจากเหตุการณ์เร่าร้อนลึกลับที่เขาเข้าใจว่าเป็นเพียงความฝันเมื่อคืน

"ทหารหนุ่ม... เจ้าตื่นแล้วหรือ"

น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูอบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยความเมตตาดังขึ้นทำลายความเงียบ ผู้ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเขาคือบุรุษวัยกลางคนที่มีร่างกายสูงใหญ่กำยำ แม้เส้นผมจะเริ่มมีสีดอกเลาตามวัย 57 ปี แต่สง่าราศีและกลิ่นอายแห่งอำนาจยังคงเข้มข้นดุจราชสีห์หนุ่ม เขาคือ แม่ทัพเซียวหลงเหยียน ผู้เป็นตำนานนั่นเอง

"ท่านแม่ทัพ!"

จ้าวหานเฟิงอุทานด้วยความตกใจที่ได้พบกับจอมทัพในดวงใจอย่างใกล้ชิดเช่นนี้ ด้วยสัญชาตญาณทหาร เขาฝืนสังขารพยายามจะลุกขึ้นยืนเพื่อทำการคารวะตามธรรมเนียม ทว่าทันทีที่เท้าสัมผัสพื้น ขาทั้งสองข้างกลับอ่อนแรงจนหน้ามืดคล้ายโลกกำลังหมุนคว้าง ร่างของเขาซวนเซกำลังจะล้มลง

พริบตานั้น เซียวหลงเหยียนขยับกายทะยานเข้าประคองร่างของนายกองหนุ่มไว้ในอ้อมแขนได้อย่างทันท่วงที กลิ่นอายบุรุษเพศอันดุดันโชยเข้ากระทบนาสิกของจ้าวหานเฟิงอีกครั้ง... เป็นกลิ่นที่คุ้นเคยอย่างประหลาดจนหัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะ

"ระวังหน่อยสิ... เจ้าเพิ่งฟื้นไข้ อย่าได้ฝืนตนเองนักเลย"

จอมทัพเอ่ยพลางสบตากับนายกองหนุ่มนิ่งนาน แววตาที่เคยแข็งกร้าวยามคุมทัพบัดนี้กลับวาววับด้วยความหมายที่ยากจะอ่านออก เขาค่อยๆ คลายอ้อมกอดและปล่อยร่างของจ้าวหานเฟิงออกอย่างช้าๆ ก่อนจะเชิญให้นายกองหนุ่มนั่งลงเพื่อร่วมจิบชาด้วยกัน

"ท่านแม่ทัพ... ตัวข้านั้นเข้ามาอยู่ภายในกระโจมพักของท่านได้อย่างไรกัน" จ้าวหานเฟิงเอ่ยถามด้วยความสงสัยระคนเกรงใจ สายตาที่ยังคงมีความอ่อนล้าฉายชัดจับจ้องไปที่บุรุษสูงวัยกว่า

แม่ทัพเซียวหลงเหยียนเพียงแค่ยกยิ้มบางเบาที่มุมปาก แววตาคมลึกดูสงบนิ่งดุจหุบเหวที่ยากจะหยั่งถึงก่อนเอ่ยตอบ    "ข้าเพียงแค่รู้สึกผิดที่ทำให้เจ้าต้องมาเผชิญเคราะห์กรรมเช่นนี้ อีกทั้งความกล้าหาญที่เจ้าแสดงออกมาในสมรภูมิหุบเขาอับโชคนั้น... ช่างน่าประทับใจยิ่งนัก"

จ้าวหานเฟิงจ้องมองจอมทัพด้วยความซาบซึ้งใจจนเปี่ยมล้น เขาคิดไม่ถึงเลยว่าวีรบุรุษที่เป็นดั่งเสาหลักของบ้านเมืองจะลดตัวลงมาใส่ใจนายกองระดับล่างเช่นเขาถึงเพียงนี้ ในใจนึกไปถึงใบหน้าของไป๋เหม่ยหลานและทายาทในครรภ์ที่เกือบจะไม่ได้พบหน้ากันอีกแล้ว "ขอบพระคุณท่านแม่ทัพที่เมตตา... ตัวข้าผู้ต่ำต้อยมิรู้เลยว่าจะหาทางตอบแทนบุญคุณท่านได้อย่างไร"

"เจ้ามิต้องคิดถึงเรื่องการตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น" เซียวหลงเหยียนเอ่ยตัดบทพลางรินน้ำชาด้วยท่าทีสุขุม "เจ้าเป็นคนของข้า ข้าดูแลเจ้าก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องสมควรแล้ว"

แม้ถ้อยคำที่กล่าวออกมาจะดูเปี่ยมด้วยคุณธรรมและความโอบอ้อมอารีเพียงใด ทว่าภายใต้รอยยิ้มที่ใจดีนั้นมีเพียงจอมทัพผู้นี้ที่รู้ดีที่สุด... ว่า ของตอบแทนที่เขากระหายนั้น เขาได้เก็บเกี่ยวมาจนครบถ้วนแล้วในค่ำคืนที่ผ่านมา ทั้งรสสัมผัสอันแกร่งกร้าวและหยาดธารสีขาวขุ่นที่ถูกรีดเร้นออกมา

"ตลอดทั้งคืน... ข้าได้ยินเจ้าละเมอถึงชื่อสตรีนางหนึ่ง ไม่ทราบว่านางเป็นใครกันหรือ?" ท่านแม่ทัพเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ราวกับผู้ใหญ่ที่ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบด้วยความห่วงใย

"นางคือไป๋เหม่ยหลาน สตรีคู่ชีวิตของข้าขอรับ... บัดนี้นางกำลังตั้งครรภ์ทายาทของเราอยู่" จ้าวหานเฟิงตอบด้วยแววตาที่เป็นประกายอ่อนละมุนเมื่อเอ่ยถึงหญิงคนรัก

ท่านแม่ทัพพยักหน้าช้าๆ รับฟังด้วยท่าทีเข้าใจในเหตุและผล "การที่เจ้าตอบรับคำเชิญของข้า ยอมละทิ้งลูกและเมียมาสู่สมรภูมิที่อันตรายเช่นนี้ เห็นทีเจ้าคงจะทำทุกอย่างเพื่อพวกนางสินะ"

จ้าวหานเฟิงมิได้คิดที่จะปิดบังความจริงใจที่มี "ขอรับ... เป็นดังที่ท่านว่า ข้าต้องการสร้างเกียรติยศเพื่อให้นางและลูกได้ภาคภูมิใจที่มีข้าเป็นหัวหน้าครอบครัว"

"สมกับเป็นชายชาตรีที่ยินดีเสียสละเพื่อคนที่รักยิ่ง..." แม่ทัพเซียวหลงเหยียนเอ่ยชมพลางเลื่อนมือขึ้นวางบนบ่าแกร่ง ก่อนจะทำทีเป็นเอ็นดูด้วยการลูบไล้ผ่านแผงอกที่ซ่อนอยู่ใต้สาบเสื้ออย่างแนบเนียน "หากเจ้าสร้างผลงานได้โดดเด่นในศึกนี้ ข้าสัญญาว่าข้าจะเป็นผู้สนับสนุนเจ้าให้ก้าวสู่จุดสูงสุดเอง"

ในขณะที่จ้าวหานเฟิงมัวแต่ซาบซึ้งในคำมั่นสัญญา มือหนาของจอมทัพกลับค่อยๆ เลื่อนต่ำลงมาวางที่ท่อนขาแข็งแรง สัมผัสที่เนียนละเอียดเริ่มเปลี่ยนเป็นการลูบไล้ไปมาอย่างจงใจ กลิ่นอายแห่งความเมตตาเริ่มจางหายไป แทนที่ด้วยบรรยากาศแห่งการคุกคามที่แสนเย้ายวนและอันตราย ซึ่งนายกองหนุ่มผู้ใสซื่อกลับยังแยกไม่ออกระหว่างความเอ็นดูและ ความปรารถนา ที่กำลังก่อตัวขึ้นอีกครั้งภายในกระโจมหลังนี้

ในขณะที่บทสนทนากำลังดำเนินไป ท่ามกลางเสียงหวีดหวิวของลมภูเขาที่พัดพาสลับกับเสียงกระพือของผืนผ้าใบ จ้าวหานเฟิงกลับได้ยินเสียงบางอย่างที่แทรกซึมมากับอากาศ เป็นเสียงกระเส่าพร่าระคนเสียงเนื้อกระทบกันที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ "อื๊อ... อื๊อ... อ๊า..." เสียงร้องที่ดูเปี่ยมไปด้วยความทุกข์ระทมทว่าซ่อนความหฤหรรษ์ไว้ ทำให้เขาต้องหยุดชะงักและพยายามตั้งใจฟังจนแน่ใจ

"ท่านแม่ทัพ... นี่มันคือเสียงอันใดกันหรือขอรับ เหตุใดมันจึงฟังดูน่าประหลาดนัก" นายกองหนุ่มเอ่ยถามด้วยความสับสน

เซียวหลงเหยียนหาได้ตอบคำถามในทันที เขาเพียงกระตุกยิ้มลึกที่มุมปาก ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วกุมมือนายกองหนุ่มไว้อย่างถือวิสาสะ "มาเถิด... ข้าจะพาเจ้าไปยลแดนสนธยาของเหล่าบุรุษผู้เสียสละ ผู้ที่มิได้กลับบ้านมาเนิ่นนานเพื่อพิทักษ์แผ่นดินให้ราษฎรได้หลับฝันดี ข้าจะแสดงให้เห็นว่าบัดนี้ พวกเขาปลดปล่อยความอัดอั้นเยี่ยงไร"

ทันทีที่ม่านกระโจมถูกตลบเปิดออก จ้าวหานเฟิงถึงกับผงะถอยหลัง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงกับภาพที่ปรากฏเบื้องหน้า ทหารนับสิบคู่กำลังพัวพันรัดรึงกันเองอย่างเร่าร้อนและหิวกระหาย บ้างซบหน้าลงกับแผงอก บ้างบดเบียดนัวเนียกันโดยไม่อายดินฟ้า ราวกับว่าค่ายทหารแห่งนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นแดนกามารมณ์ที่ไร้ซึ่งกฎเกณฑ์ ศีลธรรม และความเอียงอายใดๆ

"ท่านแม่ทัพ! นี่มัน... เรื่องวิปริตอันใดกัน!" จ้าวหานเฟิงละล่ำละลักถามด้วยความตกใจถึงขีดสุด

ในวินาทีนัน เหล่าทหารที่กำลังตกอยู่ในห้วงตัณหาต่างพร้อมใจกันปรายสายตามายังนายกองหนุ่มผู้มาใหม่ แววตาของพวกเขาหาได้มีความละอายไม่ แต่มันกลับวาววับด้วยความกระหาย ราวกับต้องการจะฉุดกระชากเพชรเม็ดงามก้อนนี้ลงไปเกลือกกลั้วในวังวนแห่งกามด้วยกัน

"นี่คือสัจธรรมของสงครามที่ไม่มีเขียนไว้ในตำราพิชัยยุทธ์..." เซียวหลงเหยียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบราบทว่ากดดัน         "เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความตายทุกลมหายใจ และห่างเหินจากไออุ่นของสตรีอันเป็นที่รักมาแรมปี จิตใจที่บอบช้ำจึงต้องหาที่พึ่งพิง พวกเขาเพียงใช้เรือนร่างของบุรุษด้วยกันเป็นเครื่องบรรเทาความคิดถึงที่มิอาจส่งไปถึงบ้านได้"

จอมทัพขยับกายเข้ามาชิดเบื้องหลังของจ้าวหานเฟิง กลิ่นอายคุกคามอันเยือกเย็นแผ่ซ่านจนนายกองหนุ่มขนลุกซัน   "แล้วเจ้าเล่า จ้าวหานเฟิง... ในสมรภูมิที่ยาวไกลและหนาวเหน็บเช่นนี้ เจ้าจะทนรักษาความบริสุทธิ์ใจไว้ได้นานสักเพียงใด หากมิได้ใครสักคนช่วยผ่อนคลายความอัดอั้นที่แบกไว้ในอก?"

จ้าวหานเฟิงเคยหลงเชื่อมาตลอดว่า สมรภูมิคือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับเหล่าวีรบุรุษผู้เสียสละ ทว่าความจริงที่แผ่หลาอยู่ตรงหน้ากลับตอกย้ำสัจธรรมอันโหดร้ายว่า ในสภาวะที่ความตายแขวนอยู่บนเส้นด้ายและกฎเกณฑ์ของศีลธรรมเริ่มเลือนราง สงครามมิได้สร้างเพียงแค่นักรบ แต่มันยังเป็นฉากบังหน้า อันสมบูรณ์แบบที่เปิดโอกาสให้มนุษย์ได้ปลดปล่อยสัญชาตญาณดิบและด้านมืดที่เร้นลึกออกมาได้อย่างไร้ความผิด

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เรือนหลังฉ่ำราคะ   ตอนที่ 86 ยอดขุนพลผู้หลุ่มหลง(จบ)

    นับแต่จ้าวหานเฟิงได้รับแต่งตั้งเป็นแม่ทัพใหญ่แห่งเมืองหลวง เขาก็ย้ายออกจากเรือนเดิมเพื่อเข้ามาจับจองจวนหลังใหม่ที่ได้รับพระราชทานจากองค์ฮ่องเต้ คฤหาสน์อันกว้างขวางและวิจิตรบรรจงแห่งนี้ไม่ต่างอะไรไปจากสวรรค์บนดิน เพราะไม่ว่าเขาจะกระทำสิ่งใด ล้วนสยบอยู่ภายใต้อำนาจและการควบคุมของเขาแต่เพียงผู้เดียว โดยไม่ต้องไยดีต่อสายตาหรือคำนินทาของคนภายนอกภายในพื้นที่ส่วนตัว เหล่าสตรีของเขาต่างได้รับอิสระอย่างเต็มที่ พวกนางสามารถสวมใส่อาภรณ์โปร่งบางเย้ายวน หรือแต่งกายเปิดเผยเรือนร่างไร้ยางอายเพียงใดก็ย่อมได้ เพื่อรอคอยการปรนนิบัติรับใช้เขา"ท่านพี่... ตั้งแต่ท่านรับตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ ท่านก็มัวแต่วุ่นวายกับราชการจนแทบไม่ค่อยแตะต้องสัมผัสพวกเราเลยนะเจ้าคะ"ไป๋เหม่ยหลาน สตรีเรือนร่างอวบอัดในชุดผ้าปานบางเบาที่เผยให้เห็นเรือนร่างวับๆ แวมๆ ชวนหลงใหล เดินเข้ามาเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแง่งอน กระซิบกระซาบข้างกายเขาอย่างน้อยใจเล็กน้อย จ้าวหานเฟิงยิ้มรับพลางยื่นมือไปรวบเอวคอดกิ่วของนางเข้ามาประชิดอกแกร่ง ฝ่ามือหนาบีบเค้นสะโพกผายอย่างหนักหน่วงจนนางอุทาน"งานราชการแล้วอย่างไร... ขอเพียงเจ้าต้องการ ไม่ว่าเวลาไหน ข้าก

  • เรือนหลังฉ่ำราคะ   ตอนที่ 85 อาจารย์ส่วนตัว

    นับแต่วันที่จ้าวหานเฟิงได้รับแต่งตั้งเป็นอาจารย์ส่วนตัวขององค์ชาย เขาก็เข้าออกตำหนักในเป็นว่าเล่น เหล่าขุนนางและผู้คนทั่วทั้งราชสำนักต่างสรรเสริญชื่นชมเขาอย่างไม่ขาดปาก ถึงความเสียสละเวลาส่วนตัวทุ่มเทกับการฝึกสอนพระราชโอรสอย่างเต็มกำลัง แน่นอนว่าแม่ทัพหนุ่มได้มอบประสบการณ์และถ่ายทอดวิชาการต่อสู้ให้อย่างไม่ปิดบัง มอบหมายบททดสอบให้องค์ชายฝึกฝนเคี่ยวกรำตนเองตามลำพังที่ลานฝึกทว่ายามเมื่อองค์ชายทรงฝึกฝนอยู่นั้น เวลาที่เหลือทั้งหมดของแม่ทัพหนุ่มกลับถูกนำมาใช้ สั่งสอนองค์ฮ่องเฮาเบื้องหลังม่าน หากแต่วิชาที่เขากำลังเคี่ยวกรำสตรีผู้ทรงอำนาจ มิใช่วิชาเพลงดาบแต่เป็นวิชารักอันดุเดือดดิบเถื่อนภายในห้องบรรทม จ้าวหานเฟิงในสภาพเปลือยกายท่อนบน อวดมัดกล้ามกำยำแน่นตึงและหยาดเหงื่อที่ไหลซึม กำลังบดขยี้ผ้าหรูของฮ่องเฮาจนขาดวิ่น เรือนร่างอวบอิ่มอันสูงศักดิ์บัดนี้ทอดกายสั่นสะท้านอยู่ใต้ร่างแกร่ง เรียวขาขาวเนียนอวบอิ่มถูกจับถ่างออกกว้าง เปิดทางให้ท่อนลำกำยำใหญ่มหึมาตอกอัดสอดใส่เข้าสู่ร่องรักฉ่ำแฉะอย่างหนักหน่วงลึกล้ำครั้งแล้วครั้งเล่า"ฮ๊าาา... ฮ่าาา... ท่านแม่ทัพ! อื้อออ... ข้า... ข้าไม่เคยรู้สึกดีเท่านี้ม

  • เรือนหลังฉ่ำราคะ   ตอนที่ 84 กลิ่นสวาทสะท้านท้องพระโรง

    จ้าวหานเฟิงใช้เวลาเพียงไม่กี่วันก็สามารถจัดการสยบปัญหากบฏแดนเหนือลงได้อย่างเด็ดขาด ด้วยการผสานกองกำลังสองทัพเข้าด้วยกัน ทหารเจนศึกแดนใต้ที่ติดตามเขามาด้วยความจงรักภักดี หลอมรวมเข้ากับกองทหารแดนเหนืออันเข้มแข็งของอดีตแม่ทัพเซียวหลงเหยียน ภายใต้การสืบทอดสายผู้บังคับบัญชาและการนำทัพอันชาญฉลาดเด็ดเดี่ยว กลุ่มเสี้ยนหนามที่เคยสร้างความระส่ำระสายจึงถูกบดขยี้จนพินาศสิ้นในเวลาอันรวดเร็วเมื่อศึกสยบลง ขบวนทัพอันเกรียงไกรจึงเดินทางกลับคืนสู่เมืองพร้อมกับร่างไร้วิญญาณของแม่ทัพเซียวหลงเหยียน ที่ถูกตระเตรียมประดิษฐานอย่างสมเกียรติในฐานะ วีรบุรุษแห่งแผ่นดินบรรยากาศทั่วทั้งเมืองคละคลุมไปด้วยความรู้สึกอันหลากหลายที่ปะปนกันไป เสียงโห่ร้องยินดีในชัยชนะและข่าวการหยุดยั้งศึกสงครามดังแทรกสลับกับเสียงร่ำไห้ไว้อาลัยให้แก่การจากไปของแม่ทัพใหญ่ ธงรบและผ้าไว้อาลัยพลิ้วสะบัดไปตามสายลมหนาว ชาวบ้านต่างพากันออกมาเรียงรายสองข้างทาง บางคนก้มหน้าน้ำตาคลอด้วยความเศร้าโศก ในขณะที่บางคนมองไปยังบุรุษบนหลังม้าด้วยความเลื่อมใสศรัทธาจ้าวหานเฟิงในชุดเกราะตึงแน่นสง่างามควบม้าเดินนำหน้าขบวนด้วยท่วงท่าอันผ่าเผย สายตาคมกล้าทอดม

  • เรือนหลังฉ่ำราคะ   ตอนที่ 83 ดับแค้นคนชั่วช้าปลุกสวาทนางหม้าย

    ระหว่างที่ขบวนทัพกำลังเร่งเดินทางมุ่งหน้าขึ้นสู่แดนเหนือ จ้าวหานเฟิงที่นั่งอยู่บนหลังม้าพลางทอดสายตามองไปเบื้องหน้า ก็นึกถึงสาเหตุการตายของแม่ทัพเซียวหลงเหยียนได้อย่างไม่ยากเย็นนักเบื้องหลังการถูกทหารชั้นผู้น้อยลอบวางยาพิษจนถึงแก่ชีวิต น่าจะมีชนวนเหตุมาจากความสัมพันธ์ทางกายอันซับซ้อนและเร่าร้อนของตัวท่านแม่ทัพเอง แม้จะเป็นบุรุษเพศเช่นเดียวกัน ทว่าความหึงหวงและริษยากลับไม่เคยปรานีใคร ยิ่งภายในกองทัพเต็มไปด้วยทหารหนุ่มหน้าตาหมดจดที่เคยถูกท่านแม่ทัพดึงตัวไปเชยชมและเสพสมสวาท ย่อมต้องมีใครบางคนที่แค้นเคืองเมื่อตนเองถูกละเลย หรือไม่อาจยอมรับความริษยาที่เห็นผู้อื่นได้รับความโปรดปรานมากกว่าได้รองแม่ทัพหนุ่มระบายลมหายใจออกมาเบาๆ สายลมหนาวจากทางเหนือพัดผ่านใบหน้าคมคาย ขณะที่เขาเอื้อนเอ่ยพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดแกมสมเพช"ข้าไม่คิดเลยว่า... ความปรารถนาอันเร่าร้อนที่ท่านเคยเสพสุข มันจะกลับมาเล่นงานและปลิดชีวิตท่านในภายหลังเช่นนี้"จ้าวหานเฟิงกำบังเหียนม้าในมือแน่นขึ้น นึกถึงภาพความกำหนัดอันมืดมิดที่ตน เคยเข้าร่วมกับแม่ทัพเซียวและฮูหยินหวานหลินซู ความปรารถนาอาจ

  • เรือนหลังฉ่ำราคะ   ตอนที่ 82 รสรักในรอยแค้น

    ใช้เวลาเดินทางรวมถึงกรำศึกอยู่อีกหลายเดือน ในที่สุดขบวนทัพของรองแม่ทัพจ้าวหานเฟิงก็เดินทางมาถึงดินแดนทางใต้ เมืองชายแดนอันห่างไกลที่เต็มไปด้วยกลุ่มโจรป่าและซ่องกบฏชุกชุม พวกมันอาศัยภูมิประเทศอันซับซ้อนหลบซ่อนตัว ดำรงอยู่ราวกับวัชพืชที่ปราบอย่างไรก็ไม่เคยถอนรากถอนโคนได้หมดสิ้น จ้าวหานเฟิงรู้ดีว่าหากคิดจะเผด็จศึกให้เด็ดขาด ย่อมมีเพียงทางเดียวคือการเด็ดหัวผู้นำและบดขยี้ศูนย์กลางของพวกมันให้สิ้นซากด้วยสติปัญญาการวางกลศึกอันเฉียบแหลมและพละกำลังอันเกรียงไกรของรองแม่ทัพหนุ่ม ในที่สุดเพลิงสงครามแดนใต้ที่เคยลุกโชนก็ถูกสยบลงจนสงบราบคาบเหล่านายทหารผู้ใต้บังคับบัญชาต่างโห่ร้องด้วยความยินดี ใบหน้าของทหารทุกนายเปี่ยมไปด้วยความสุขและเลื่อมใสในตัวผู้นำทัพ นายทหารคนหนึ่งก้าวออกมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น"หากไม่ได้ท่านรองแม่ทัพใช้อุบายอันลึกล้ำปราบหัวหน้าพวกมัน พวกเราคงไม่สามารถสยบพวกกบฏได้รวดเร็วถึงเพียงนี้แน่ขอรับ!"จ้าวหานเฟิงทอดสายตามองเหล่าทหารกล้า พลางยกยิ้มบางๆ ที่มุมปากอย่างผ่อนคลาย"นี่ไม่ใช่ผลงานของข้าเพียงคนเดียว... แต่มันคือผลงานและชัยชนะของพวกเราทุกคน"คำพูดอันหนักแน่นของชายหนุ่มสร้างความ

  • เรือนหลังฉ่ำราคะ   ตอนที่ 81 บดขยี้ราคะกลางพนา

    แม้ยามค่ำคืนนี้ จ้าวหานเฟิงจะจำต้องนอนค้างแรมอยู่กลางป่าลึกอันมืดมิด ท่ามกลางเสียงสายลมราตรีพัดก้องและความเย็นเยือกที่โรยตัวปกคลุม สอดประสานกับเสียงฝีเท้าของเหล่านายทหารยามที่เดินตรวจตรารักษาการณ์อย่างเข้มงวด ทว่าบรรยากาศภายในกระโจมพักของรองแม่ทัพหนุ่มกลับร้อนรุ่มโชติช่วงไปด้วยเพลิงสวาทอันไร้ที่สิ้นสุดชายหนุ่มนอนเหยียดยาวอยู่บนเตียงนอนสนาม ขณะที่มู่หลันรัวทอดตัวคุกเข่าอยู่เบื้องต่ำ นางใช้เรียวลิ้นอุ่นชื้นและริมฝีปากนุ่มละมุนปรนเปรอแก่นกายกำยำของเขาอย่างลุ่มหลงหื่นกระหาย เรียวปากอวบอิ่มละเลียดเลียไล้ไปตามความแข็งแกร่งอย่างซาบซ่าน ก่อนจะช้อนสายตาชุ่มฉ่ำหยาดเยิ้มขึ้นมองชายหนุ่ม พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่ากระเส่า"นายท่าน... ท่านชอบให้ข้าทำสิ่งใด โปรดสั่งข้ามาได้เลยนะเจ้าคะ..."สิ้นคำเอื้อนเอ่ย นางก็ครอบครองความเป็นชายใหญ่โตไว้แน่น แล้วเริ่มขยับโยกศีรษะ รูดรั้งบดเบียดเข้าออกตามจังหวะอย่างเร่าร้อนดุดัน สัมผัสอุ่นชื้นที่ดูดกลืนลึกล้ำสลับเร่งจังหวะเน้นย้ำ ทำเอารองแม่ทัพหนุ่มเสียวซ่านจนร่างกายเกร็งสะท้านไปทุกส่วน ต้องบิดสะโพกตอบรับด้วยความกระสันซ่าน สติสัมปชัญญะแทบมอดไหม้ไปกับไฟราคะกลางป่

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status