Share

บทที่ 2

Penulis: อาอวี้อวี๋
ว่าที่เจ้าสาวพบปะทุกคนเสร็จแล้ว เตรียมที่จะไปร้านอาหารรับประทานอาหารกัน

เดิมทีผมอยากจะหาข้ออ้างขอตัวจากไปก่อน

ไม่คิดว่าซูเสวี่ยเซียนมาดึงผมอย่างลับ ๆ พาผมไปที่มุมหนึ่ง

รอยยิ้มอันอ่อนโยนเมื่อครู่นี้ของเธอได้หายไปหมดแล้ว เธอขมวดคิ้วจ้องมองผม ราวกับกำลังมองศัตรูอยู่

“ฉันรู้ว่าคุณกำลังวางแผนอะไรอยู่ ฉันแค่ช่วยเพื่อนรับมือเรื่องที่ถูกเร่งรัดให้หาคู่แต่งงานเท่านั้น เขาไม่อยากให้พ่อกับแม่ของเขาเป็นห่วง และทำเพื่อความกตัญญูด้วย ฉันกำลังทำความดีนะ ถ้าคุณกล้าก่อกวนเราก็เลิกกันเลย”

เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าคนที่ทำผิดคือเธอ

แต่เธอกลับเอาการเลิกรามาขู่กันได้อย่างง่ายดาย ราวกับว่าความสัมพันธ์ของเราเป็นเพียงไพ่ในมือเธอที่สามารถทิ้งออกมาได้ตลอดเวลา

ผมมองเธอด้วยความเหลือเชื่อ:

“แต่นี่คือเรือนหอของเรา คุณคือแฟนของผมนะ”

ซูเสวี่ยเซียนไม่สนใจ

“ก็บอกแล้วว่าแค่ช่วยเหลือเพื่อน เขาถูกพ่อแม่เร่งรัดให้แต่งงานจนเครียดเกินไป แทบจะหายใจไม่ออกแล้ว อีกอย่างฉันก็ไม่เอามาใส่ใจ คุณจะคิดเล็กคิดน้อยอะไร ถ้าไม่ได้จริง ๆ ถึงเวลานั้นก็ขายเรือนหอนี้ไปแล้วไปซื้อใหม่เถอะ การตกแต่งในตอนนี้ ฉันก็ไม่ถูกใจเท่าไหร่”

บ้านที่เธอเอาแต่พูดว่าไม่ถูกใจสักเท่าไหร่ เมื่อครู่นี้กลับอวดอ้างในนามของคนอื่นอย่างภาคภูมิใจ

ซูเสวี่ยเซียนรู้สึกไม่กล้านำมาโชว์ คือบ้านหลังนี้ หรือความสัมพันธ์ของเรากันแน่

ความขมขื่นในใจราวกับกาแฟดำเข้มข้นปั่นป่วนอยู่ในท้อง ผมแทบจะรู้สึกพะอืดพะอมจนอยากอาเจียน

แต่เธอไม่ได้ให้ความสนใจกับสภาพของผมเลยแม้แต่น้อย เธอก้มหน้าลงมองดูข้อความในโทรศัพท์ เผยรอยยิ้มที่ลับลมคมใน

จากนั้นก็เงยหน้าขึ้น ทิ้งคำพูดประโยคหนึ่งอย่างหมดความอดทนแล้วรีบจากไป

“ฉันไปก่อนนะ ไม่งั้นคุณก็ไม่ต้องมาแล้ว ถ้ามาก็อย่าก่อกวน”

ผมยืนอยู่ที่เดิมหัวเราะเยาะตัวเอง

ผมจะไปได้อย่างไร

ถ้าไปแล้ว จะเป็นพยานความสุขของคุณได้อย่างไรเล่า?

ตอนที่ผมไปถึงโรงแรม พวกเขาก็เริ่มทานอาหารกันแล้ว

ซูเสวี่ยเซียนกำลังรับประทานอาหารและสนทนาพูดคุยกับเหล่าคุณน้าที่มีอายุอีกโต๊ะ

ก่อนหน้านี้เธอบอกว่า ตัวเธอเกลียดที่จะต้องคอยรับมือกับญาติ ๆ ที่สุด แต่ตอนนี้ดูเหมือนเธอเชี่ยวชาญมากชัด ๆ

คิดว่าคำพูดประโยคนั้นคงพูดให้ผมฟังเท่านั้น

และชิวเทียนหลางกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะของคนหนุ่มสาว เห็นได้ชัดว่าเขาดื่มไปหลายแก้วแล้วจนหน้าแดง กำลังคุยโวกับคนรอบข้าง

ผมหาที่นั่งแล้วนั่งลง

ได้ยินชิวเทียนหลางพูดขึ้นพอดีว่า:

“ผู้หญิงคนนี้นะตามตื้อฉันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ไล่ยังไงก็ไม่ไป ฉันก็จนปัญญา เลยยอมรับเธออย่างฝืนใจ ตอนนี้ก็ยืนกรานว่าจะแต่งงานให้ได้ ผู้หญิงนี่นะยุ่งยากจริง”

คนข้าง ๆ ถามด้วยความเยินยอว่า:

“ถ้างั้นเธอก็ต้องมีอะไรบางอย่างที่ทำให้นายนึกถึง ไม่อย่างนั้นนายจะอาลัยอาวรณ์ทิ้งเธอไม่ลง ยอมให้เธอคบกับนายตั้งนานได้ยังไง”

ชิวเทียนหลางหัวเราะเบา ๆ และเลิกคิ้วใส่เขา:

“นายรู้อยู่แล้ว ก็แค่เรื่องบนเตียงไม่ใช่หรือไง เธอรู้วิธีปรนนิบัติ เล่นไม่เคยเบื่อ เล่นไม่เบื่อเลย ทักษะเรื่องนั้นของเธอ แบบนี้เลย”

ชิวเทียนหลางยิ้มแปลก ๆ และยกนิ้วโป้งขึ้น

ผู้ชายในงานพากันมองไปในทิศทางของซูเสวี่ยเซียนหัวเราะเสียงดังอย่างรู้เท่าทัน

ซูเสวี่ยเซียนเห็นว่าบรรยากาศของโต๊ะนี้ดีขนาดนั้น ก็ยังโบกมือทักทายพวกเรา

กลับไม่รู้เลยว่า ตัวเองกลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ไปแล้ว

ที่แท้นี่ก็คือผู้หญิงที่ผมรักทะนุถนอม

ผมหายใจเข้าลึก ๆ จึงค่อย ๆ คลายนิ้วที่บีบเนื้อต้นขาอย่างแน่น

ตั้งแต่ผมคบกับซูเสวี่ยเซียน เธอไม่เคยให้ผมแตะต้องเธอเลย

เธอบอกว่าเธอต้องการให้แน่ใจว่าผมเป็นคน ๆ นั้น ทุกอย่างต้องรอจนกว่าเราแต่งงานกันแล้วถึงทำได้

ตั๋วเข้าชมที่ผมไม่ได้รับ กลับเป็นสิ่งที่คนอื่นได้เล่นจนนับครั้งไม่ถ้วนมานานแล้ว

ผมยืนขึ้นและชูแก้ว สายตาของทุกคนก็จับจ้องมาที่ผมในพริบตา

สีหน้าของซูเสวี่ยเซียนอึดอัดทันที มองมาที่ผมอย่างประหม่า สายตานั้นคือเตือนผมอยู่

ผมหลบสายตาเธอ ตะโกนบอกทุกคนเสียงดัง

“ญาติพี่น้องทุกคนต่างอยู่ที่นี่ ผมจะพูดสักคำสองคำ”

“ถึงแม้วันนี้ผมกับลูกพี่ลูกน้องเจอกันครั้งแรก แต่เราก็มีวาสนากันอย่างมาก ราวกับคุ้นเคยราวกับรู้จักกันมานาน ความชื่นชอบของเราเหมือนกันทุกประการ เพราะฉะนั้น ผมมีอุปกรณ์จัดงานแต่งอยู่บ้าง คิดว่าลูกพี่ลูกน้องของผมก็คงจะชอบเหมือนกัน ตอนนี้ก็ขอมอบให้ลูกพี่ลูกน้องของผมแล้วกัน ขออวยพรให้พวกเขามีลูกในเร็ววัน ครองรักจนแก่เฒ่า!”

ทุกคนปรบมือและอวยพร

ผมเพิ่มเติมอีกประโยค:

“ไม่ต้องห่วง มันไม่ใช่มือสอง ผมยังไม่ได้ใช้”

ม่านตาของซูเสวี่ยเซียนหดลง สีหน้าของเธอเปลี่ยนจากความโกรธเป็นความกลัวแล้วลุกขึ้นยืน

เธอก้าวเท้าออกมาตามจิตใต้สำนึก ราวกับว่าเธออยากเข้ามาอธิบายให้ผมฟัง

แต่คุณน้าที่อยู่ข้างเธอยกแก้วขึ้นขอดื่มอวยพรให้เธอ ซูเสวี่ยเซียนเลยชักเท้ากลับไปทันที เค้นรอยยิ้มออกมาแล้วดื่มเหล้าแก้วนั้น จากนั้นจึงนั่งลงอีกครั้ง

ผมส่ายหัวอย่างเยาะเย้ยตัวเอง

หันหลังกลับแล้วจากไปเพียงลำพัง
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เรือนหอของเรากลายเป็นของแฟนเก่า   บทที่ 8

    วันรุ่งขึ้น ผมไปตรวจสอบเรือนหอไม่คิดว่ากุญแจถูกเปลี่ยนไปแล้วมีเสียงชายและหญิงหยอกล้อเล่นกันดังมาจากข้างในอย่างเลือนลางด้วยคำเตือนของเจี่ยงชิงชิง ผมได้คิดมาตรการตอบโต้ในใจไว้แต่แรกแล้วผมโทรหาญาติสองสามคนที่อยู่ไม่ไกลจากที่นี่อย่างใจเย็น นัดพวกเขาออกมาโดยอ้างว่ามอบของขวัญให้ลูกพี่ลูกน้องพวกเราหลายคนยืนอยู่ที่หน้าประตู และเคาะประตูชิวเทียนหลางใช้เวลาสักพักจึงจะออกมาเปิดประตู เผยน้ำเสียงรำคาญอย่างมาก“ใครเนี่ย? เดลิเวอรี่เหรอ?”เขาไม่ได้สวมเสื้อผ้าเลย แค่ใส่กางเกงขาสั้นตัวเดียวบรรดาป้าขมวดคิ้วทันทีเสียงของผู้หญิงดังมาจากในบ้านว่า“เทียนหลาง ใครเหรอ?”ผมฟังออกว่านี่ไม่ใช่ซูเสวี่ยเซียนบรรดาป้าหูดีมาก ฟังออกว่ามีบางอย่างผิดปกติ พวกท่านผลักชิวเทียนหลางออกไปแล้วเข้าไปทันที“แกที่เป็นผู้ชายที่กำลังจะแต่งงาน แกจะทำเรื่องที่ไม่ดีไม่ได้ นี่ทำให้ตระกูลของเราอับอาย”"อ๊า--"ในห้องที่รกรุงรัง มีเสียงกรีดร้องดังมาจากโซฟา ผู้หญิงคนนั้นตัวเปลือยเปล่า หลบไปซ่อนตัวอยู่ในห้องอย่างเร่งรีบจับได้คาหนังคาเขา“ชิวเทียนหลาง แกนี่มันไร้ยางอายเกินไปแล้วจริง ๆ!”“ฉันโตมาขนาดนี้ นี่เป็นคร

  • เรือนหอของเรากลายเป็นของแฟนเก่า   บทที่ 7

    ซูเสวี่ยเซียนเดินมาอย่างเปียกโชกทั้งตัว เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าเธอถือร่มอยู่ในมือ แต่กลับเปียกโชกอย่างกับลูกหมาตกน้ำ ผมที่เปียกชุ่มของเธอแนบติดอยู่บนใบหน้าผมแทบจะจำไม่ได้แต่ใจของผมไม่มีความรู้สึกรักหยกถนอมบุปผาแม้แต่น้อย ถึงอย่างไรถ้าเธอกลับไปก็มีชิวเทียนหลางคอยปลอบเธออยู่ดีเรื่องของเธอไม่เกี่ยวอะไรกับผมเรื่องของผมก็ด้วย“ไม่ใช่เรื่องของคุณ คุณรีบไปให้พ้นเลย”ความสุขของผมที่ได้กลับมาพบกับเจี่ยงชิงชิงถูกเธอทำลายโดยสิ้นเชิงอยากจะหนิบไม้กวาดในบ้านมาไล่คนซูเสวี่ยเซียนพูดขึ้นอย่างน้อยใจว่า“ฉันแค่เห็นว่าฝนตกแล้ว กังวลว่าคุณไม่มีร่ม เลยอยากจะเอาร่มไปให้คุณ”เจี่ยงชิงชิงที่อยู่ด้านข้างฟังจบก็หัวเราะออกมา“เธอจะบอกว่า เธอรอเอาร่มให้ที่หน้าประตูบ้านเขางั้นเหรอ? ทำไมเธอไม่ไปที่ธนาคารแล้วขอให้ธนาคารโอนเงินให้คุณเลยล่ะ”คำอุปมาแปลก ๆ ของเธอทำให้ผมหัวเราะออกมาด้วยใช่แล้ว วันที่ฝนตกหลายครั้งก่อนหน้านี้ ซูเสวี่ยเซียนไม่เคยที่จะแยแสเลยหากมีร่มเพียงคันเดียว เธอจะแย่งร่มเกือบทั้งคัน กลัวว่าตัวเองจะเปียก ไม่สนใจตัวของผมที่เลยออกไปด้านนอกแม้แต่น้อยและตอนนี้เธอก็แสร้งทำเป็นรอเอาร่มมาส่งถึ

  • เรือนหอของเรากลายเป็นของแฟนเก่า   บทที่ 6

    ผมไม่ตอบ แต่สีหน้าที่เฉยเมยของผมได้ตอบทุกอย่างแล้วอดีตของผมกับเธอก็เหมือนหนังที่ฉาย และผมก็เป็นแค่ผู้ชมเท่านั้นตอนนี้เมื่อเผชิญหน้ากับซูเสวี่ยเซียน ผมไม่สามารถรู้สึกถึงใจเต้นแรงได้อีกต่อไป มีเพียงความรำคาญ ซูเสวี่ยเซียนกลับอยากหันกลับมายื่นมือคว้าผมไว้ แต่เธอทำได้เพียงคว้าอากาศที่ว่างเปล่าเท่านั้นซูเสวี่ยเซียนจ้องมองมือของเธอด้วยความไม่อยากจะเชื่อเล็กน้อย“เพราะอะไร? เพราะอะไรกันแน่? แค่เพราะฉันให้ชิวเทียนหลางยืมเรือนหอ เล่นละครเป็นเพื่อนเขาเหรอ? แต่เขาก็เป็นญาติห่าง ๆ ของคุณเหมือนกันนะ ฉันแค่อยากช่วยจริง ๆ”“ผมรู้ว่าชิวเทียนหลางก็คือแฟนเก่าสมัยมหาวิทยาลัยของคุณ ซูเสวี่ยเซียนหยุดเสแสร้งได้แล้ว คุณรู้อยู่แก่ใจว่าตอนนั้นคุณกำลังคิดอะไรอยู่”ซูเสวี่ยเซียนยังคงปฏิเสธที่จะรับฟัง ตะโกนออกมาทันทีว่า“ฉันเติมเงิน ฉันเติมเงินได้ไหม? ฉันอยากได้ไอเท็มเกม ฟังก์ชั่นคือต้วนซานหมิงอย่าโกรธอีกต่อไป ฉันขอเติมเงินไอเท็มชิ้นนี้”น้ำเสียงของเธอแฝงด้วยคำขอวิงวอน น้ำตาเอ่อคลอดวงตาแล้วไลน์ที่ยังไม่ได้บล็อคแสดงขึ้นมาว่า ซูเสวี่ยเซียนโอนเงิน 50,000 บาท – รอกดรับหัวใจของผมราวกับถูกแช่แข็งมานานแ

  • เรือนหอของเรากลายเป็นของแฟนเก่า   บทที่ 5

    อันที่จริงนี่เป็นเกมเล็ก ๆ ที่ผมและซูเสวี่ยเซียนตกลงกันถ้าฝ่ายหนึ่งโกรธ อีกฝ่ายกลับไม่รู้ว่าผิดอะไร ฝ่ายที่โกรธก็สามารถใช้วิธีนี้เพื่อให้อีกฝ่ายออกจากสถานการณ์น่าอึดอัดได้แต่นั่นจำกัดไว้ตอนที่เรายังมีความรู้สึกกันเท่านั้นและมักจะเป็นผมฝ่ายเดียวที่เติมเงินต่ออายุเสมอซูเสวี่ยเซียนมีท่าทีที่เฉยเมยมาโดยตลอด มีแต่จะแข่งกับผมเพื่อดูว่าใครจะโกรธได้นานกว่ากันแต่ว่านะ จำนวนเงินในตอนนี้ดูยังไงมันก็ผิดปกติช่วงกำลังสงสัย เพื่อนไม่รู้เรื่องการเลิกราของผม จึงส่งอินสตราแกรมของซูเสวี่ยเซียนมาให้ผม หยอกล้อว่า“เจ๋งอะไรขนาดนั้น? อยากออกไปเที่ยวแล้ว”นั่นคือแบบฟอร์มใบเสนอราคาสำหรับกรุ๊ปทัวร์99,900 คือดูแลปกติสำหรับคนสองคน149,400 เป็นวีวีไอพีสำหรับสองคนซูเสวี่ยเซียนคำนวณได้ดีจริง ๆอยากใช้วิธีนี้เพื่อให้ผมเป็นฝ่ายขอโทษและขอคืนดี ในขณะเดียวกันถ้ามีเงินก็สามารถพาแฟนเก่าไปท่องเที่ยวแบบสวีทได้ผมหัวเราะเยาะ เป็นไปไม่ได้แล้วผมโพสต์ประกาศอย่างเป็นทางการโดยตรงบนอินสตราแกรม[กลับคืนสู่ความโสด อิสระภาพหมื่นปี!] ใต้คอมเม้นต์ต่างอวยพรให้ผมหลุดพ้นจากความทุกข์โศกผมมีความสุขมากด้วยเหตุนี้

  • เรือนหอของเรากลายเป็นของแฟนเก่า   บทที่ 4

    ผมยิ้มแย้ม“คุณได้ยินชัดแล้วไม่ใช่หรือไง? เราเลิกกันแล้ว”“คุณอย่ามางี่เง่าไร้เหตุผลนะ ถ้าพูดคำว่าเลิกกันแบบนี้ออกมาแล้วก็คืนคำไม่ได้แล้วนะ”ซูเสวี่ยเซียนมองผมอย่างจริงจังมากที่แท้เธอก็รู้ด้วยว่าเรื่องแบบนี้เอามาพูดไปเรื่อยไม่ได้เพียงแต่ว่ามันไม่ได้เกิดขึ้นกับตัวเองก็เลยกล้าเช่นนั้น“ผมไม่คิดจะคืนคำที่ผมพูดไป ตอนนี้เราเลิกกันแล้วจริง ๆ”ผมปิดประตูลง ในที่สุดก็แสดงท่าทีของผมอย่างชัดเจนพวกเราจบกันแล้ว……การหมดใจ ที่แท้ก็ใช้เวลาเพียงเสี้ยวเดียวก็ได้แล้ววันรุ่งขึ้น ผมย้ายออกจากบ้านที่ผมเคยอยู่มาสามปีกลับไปที่บ้านโดยไม่หันหลังไปมองพ่อกับแม่กำลังทำอาหารอยู่ เห็นผมขนย้ายสัมภาระที่มากมายปฏิกิริยาแรกคือเป็นห่วงมาก“ลูก เกิดอะไรขึ้นกับลูกหรือเปล่า? บอกพ่อแม่มา พวกเราจะช่วยลูกเอง ไม่มีปัญหาใดที่ก้าวผ่านไม่ได้หรอกนะ”ต่อหน้าพ่อแม่ ผมกลายเป็นเด็กอีกครั้งความคับข้องใจเมื่อวานในที่สุดก็กลายเป็นน้ำตาในวันนี้พวกท่านกอดผมอย่างปวดหัวใจมากยิ่งขึ้นผมสงบสติอารมณ์ลง แล้วค่อยเล่าเรื่องแฟนสาวของผมให้ฟังพ่อขมวดคิ้ว ท่านเป็นคนหัวโบราณ เมื่อได้ยินเรื่องพิลึกพิลั่นอย่างนี้เป็นครั้งแรก

  • เรือนหอของเรากลายเป็นของแฟนเก่า   บทที่ 3

    อันที่จริงวันนี้ควรจะเป็นวันที่ผมและซูเสวี่ยเซียนมีความสุขกัน ผมและซูเสวี่ยเซียนนัดกันว่าจะมาพบพ่อกับแม่ของผมเราคบกันมาสามปี แต่กลับเลื่อนวันพบพ่อแม่ครั้งแล้วครั้งเล่าซูเสวี่ยเซียนมักจะมีข้ออ้างมากมายมาหลีกเลี่ยงเรื่องนี้ ตื่นเต้น งานยุ่ง รู้สึกไม่สบาย ปฏิทินโหราศาสตร์เขียนไว้ว่าวันนี้ไม่เหมาะที่จะพบผู้ใหญ่สามเดือนที่แล้ว เป็นครั้งที่พวกเราใกล้จะได้พบกับผู้ใหญ่อย่างเป็นทางการมากที่สุดพ่อแม่ของผมต่างสวมเสื้อผ้าก้นหีบ และไปถึงห้องรับรองที่จองไว้แต่ซูเสวี่ยเซียนก็ยังไม่ปรากฏตัวสักทีผมโทรหาสายแล้วสายเล่าก็เป็นสายไม่ว่าง จนในที่สุดเธอก็ส่งข้อความมาฉบับหนึ่งว่า "เพื่อนของฉันประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์"เมื่อเห็นเหตุผลที่ไร้เหตุผลเช่นนี้ ผมก็รู้ว่าเธอกำลังหลบเลี่ยงอีกแล้วซูเสวี่ยเซียนเคยบอกผมว่าพ่อแม่ของเธอหย่าร้างกัน ดังนั้นเธอจึงกลัวการแต่งงานมาโดยตลอด และผมในเวลานั้นเพียงแค่กอดเธออย่างปวดใจ สัญญาว่าผมจะรอจนกว่าเธอจะพร้อมดังนั้นผมจึงรับความผิดที่แฟนสาวไม่ได้มาให้ตัวเองอีกครั้ง“ขอโทษครับ ผมแจ้งเวลากับเธอผิดไป และเธอบังเอิญมีประชุมมาไม่ทัน คราวหน้านะครับ คราวหน้านะ”แต่พ่อแม่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status