Masukอิทธิพลทำหน้าที่ขับรถพาหนูน้อยน่ารักน่าเอ็นดูมาส่งถึงหน้าโรงเรียนโดยมีคนเป็นแม่นั่งมาด้วย
"ตอนเย็นลุงอิฐจะมารับหนูไหมคะ" เสียงเจื้อยแจ้วของคนที่นั่งข้างหลังชะโงกหน้ามาถามคนขับรถ "มาสิคะลุงอิฐจะพาน้องเพียงไปเดินเล่นที่ห้างก่อนกลับดีไหมคะ" อิทธิพลวางแพลนให้หลานสำหรับวันนี้ไว้แล้ว "ดีค่ะ เย้ๆ แม่ไปด้วยหรือเปล่าคะ" "แม่ต้องไปส่งของให้ลูกค้าค่ะ ถ้าน้องเพียงอยากไปกับลุงอิฐแม่อนุญาตนะคะ" บารารีบอกกับลูกเธอมีของที่ต้องส่งลูกค้าอีกเป็นร้อยๆ ที่รอให้กลับไปจัดการ "เดี๋ยวฉันกลับไปช่วยแพ็กส่งก่อนมารับน้องเพียงแน่นอน แกต้องไปด้วย" อิทธิพลมองกระจกหลังเห็นหนูน้อยหน้าเศร้าลงพอบารารีบอกว่าไปด้วยไม่ได้เขาจึงอาสาช่วยงานเธอให้เสร็จ "แสดงว่าแม่ก็ไปได้ใช่ไหมคะ เย้ๆ" หนูน้อยดีใจที่จะได้ไปพร้อมกันสามคน "ถึงโรงเรียนแล้วค่ะ ตั้งใจเรียนนะคะ" บารารีบอกกับลูกสาว อันที่จริงหนังสือที่ลูกอ่านอยู่ประจำเป็นหนังสือของเด็กประถมเพียงใจเลยสอบได้คะแนนดีกว่าเด็กวัยเดียวกันตลอด "สวัสดีค่ะ จุ๊บ จุ๊บ" หนูน้อยจุ๊บแก้มแม่แล้วหันไปจุ๊บแก้มเพื่อนของแม่ด้วยก่อนจะเปิดประตูวิ่งดุ๊กดิ๊กเข้าโรงเรียน "อิจฉาแกจัง ถ้าฉันมีลูกน่ารักแบบน้องเพียงฉันหลงตายเลย" อิทธิพลมองตามหนูน้อยที่วิ่งไปอย่างไม่คลาดสายตา "ก็รีบหาแฟนแล้วมีเป็นของตัวเองซะสิจะได้ไม่ต้องมาอิจฉาฉัน" บารารีเอ่ยอย่างขำๆ ลูกสาวเธอน่ารักจริงนั่นแหละใครได้อยู่ใกล้ก็มักจะหลงหนูเพียงทุกครั้งเพราะความน่าเอ็นดูของลูกสาวเธอ "แค่แกยอมให้ฉันเป็นพ่อบุญธรรมของน้องเพียง" อิทธิพลเอ่ยอย่างจริงจังเขาอยากได้น้องเพียงมาเป็นลูกของตนเองจริงๆ "ไม่เอาหรอก เผื่อแกมีลูกของแกเองขึ้นมาน้องเพียงคงเสียใจไม่น้อย" บารารีเอ่ยออกมาตอนนี้อิทธิพลยังโสดจึงพูดแบบนั้น แต่ถ้าวันไหนเขาแต่งงานมีลูกของตนเองจริงๆ ลูกสาวเธอก็ต้องไม่มีพ่อเหมือนเดิมให้น้องเพียงเข้าใจว่าพ่อของเขาอยู่บนฟ้าไปแบบนี้แหละดีแล้ว "แกก็รู้ว่าฉันไม่อยากแต่งงาน" อิทธิพลเอ่ยตามความจริงเพราะเขายังไม่เจอคนที่รักจริงๆ "ไม่อยากแต่งหรือหาแฟนไม่ได้กันแน่" บารารีแซวเพื่อน อิทธิพลเป็นคนหล่อแต่เรื่องมากไม่แปลกที่หาแฟนไม่ได้สักที "ฉันแค่เลือกคนที่ดีที่สุดต่างหาก" "จ้า อย่าเลือกนานล่ะเดี๋ยวจะได้อยู่คนเดียวไปจนแก่" สองคนเพื่อนซี้แซวกันไปแซวกันมาไม่มีใครยอมใครเถียงกันเป็นเด็กๆ เหมือนอย่างเมื่อก่อน เมื่อกลับมาถึงคอนโด อิทธิพลก็ลงมือช่วยเธอแพ็กของ บารารีตอบข้อความลูกค้าไปด้วยแพ็กของไปด้วยเธอไม่อยากให้ของค้างอยู่เธอนานจึงรีบจัดส่งให้ลูกค้าที่โอนเงินมาแล้วภายในวันนี้ "ฉันเพิ่งได้รับข้อความจากกันต์ ประธานสาขารุ่นเราจำได้ไหม" อิทธิพลเงยหน้าขึ้นมาถามเธอ "อืม จำได้สิ" ทำไมเธอจะจำไม่ได้ล่ะเธอจำเขาได้ดีเลยแหละ..จำได้ไม่ลืม "มันบอกว่าอีกสองอาทิตย์จะนัดรวมรุ่นเราไปเลี้ยงน่ะแกจะไปไหม" อิทธิพลถามเธอถ้าบารารีไปเขาก็จะไปแต่ถ้าเพื่อนไม่ไปเขาก็ไม่ไปเพราะไม่ได้สนิทกับใครเท่าบารารีอีกแล้ว "ไม่รู้สิ" เธออยากจะไปเจอเพื่อนๆ สมัยเรียนเพราะตั้งแต่จบมาก็ไม่เคยเจอใครอีกเลย แต่อีกใจก็ไม่อยากไป "ถ้าแกไม่ไปฉันก็ไม่ไป" "อะไรของแกเนี่ย ถ้าอยากจะไปก็ไปสิฉันไม่รู้จะว่างหรือเปล่า" "ก็ฉันไม่มีเพื่อนนี่นา ถ้าไปคนเดียวก็เหงาๆ น่ะสิ" อิทธิพลทำหน้าให้ดูน่าสงสาร "น่าสงสารจัง ฉันไปเป็นเพื่อนแกก็ได้" บารารีลูบหัวอิทธิพลแล้วขำกับท่าทางของอีกคน ตัวโตรอยสักเที่แขนแต่มาทำท่าแบบนี้มันน่าตลกสิ้นดี อิทธิพลและบารารีมารับเด็กหญิงเพียงใจเมื่อถึงเวลาเลิกเรียน หนูน้อยวิ่งขึ้นรถด้วยสีหน้ายิ้มแย้มดีใจที่จะได้ไปเที่ยวห้าง ที่จริงห้างแห่งนี้ก็ไปกับแม่บ่อยๆ เพราะบารารีต้องไปทำงาน แต่วันนี้พิเศษกว่าทุกครั้งเพราะจะมีคุณลุงใจดีไปด้วย "ยิ้มแฉ่งมาเชียวคนสวยของลุง" อิทธิพลเอ่ยแซวหนูน้อยที่ยังไม่ยอมหุบยิ้ม "คิกๆ หนูดีใจที่ลุงอิฐจะพาไปเที่ยว" "ห้างนี้แม่ก็พาไปออกจะบ่อยน้องเพียงดีใจอะไรขนาดนั้นคะ" บารารีหันไปถามลูกสาว "ก็วันนี้เราไม่ต้องเดินกันแค่สองคนไงคะ แต่มีลุงอิฐไปด้วย" หนูน้อยร่าเริงไม่ยอมหยุดไม่เคยดีใจเท่านี้มาก่อนเลย บารารีเริ่มใจเสียถ้าลูกสาวเธอติดอิทธิพลมากเกินไปคงไม่ดีแน่ "งั้นเราไปกันเลยแต่ก่อนไปลุงอิฐขอพลังหน่อย" อิทธิพลทำแก้มป่องๆ เอียงหน้าไปให้หลานจุ๊บแก้ม "จุ๊บ" "พลังมาเต็มเลยวันนี้เดินให้ขาลากไปเลย" สองลุงหลานเข้ากันดีเป็นปี่เป็นขลุ่ย อิทธิพลเป็นคนแรกที่ลูกสาวเธอคุยและเล่นด้วยมากขนาดนี้ทุกทีเวลาเจอคนแปลกหน้าเพียงใจมักขี้อายไม่ยอมพูดไม่ยอมจาอาจเพราะอิทธิพลเป็น.....เพื่อนของเธอ เมื่อถึงห้างมือข้างซ้ายของหนูน้อยจับมือแม่ของตัวเองไว้ส่วนอีกข้างก็จับมือคุณลุงใจดีไม่ยอมปล่อย ภาพหนูน้อยอยู่ตรงกลางขนาบข้างไปด้วยอิทธิพลและบารารีหากใครมองก็ล้วนแต่คิดว่าเป็นครอบครัวที่น่ารักพากันมาเดินเที่ยว "อยากกินอะไรคะคนสวย" อิทธิพลก้มลงมาถามเด็กหญิงตัวน้อย "อืม..หนูอยากกินชาบู" "จัดไปเลย" อิทธิพลตามใจหลานคนสวยเต็มที่คนตัวใหญ่ย่อตัวลงแล้วอุ้มหนูน้อยขึ้นมาก่อนจะพาเดินเข้าร้านชาบูที่หลานอยากกิน บารารีมองภาพของลูกสาวกับเพื่อนสนิททำให้เธอนึกอยากให้ครอบครัวที่เธอใฝ่ฝันมันเกิดขึ้นจริงๆ "อยากกินอะไรคะ" อิทธิพลยื่นกระดาษเมนูให้หนูน้อยขีดเมนูที่อยากกิน "เอาอันนี้สอง อันนี้สี่เลยหนูชอบแล้วก็อันนี้" หนูน้อยขีดๆ เขียนๆ สั่งอาหารที่ต้องการก่อนจะส่งให้พนักงาน ไม่นานวัตถุดิบที่สั่งไปมาเสิร์ฟเต็มโต๊ะ อิทธิพลจัดการหยิบของใส่หม้อโดยใช้อีกมือบังหน้าเพียงใจไว้เพื่อกันไม่ให้น้ำร้อนกระเด็นโดน "ลุงอิฐมีลายเต็มเลย เจ็บไหมคะ" หนูน้อยนั่งข้างแขนของอิทธิพลที่มีรอยสักลูบเบาๆ ก่อนจะถามตาแป๋ว "เจ็บค่ะถ้าน้องเพียงไม่อยากเจ็บห้ามทำตามนะคะ" อิทธิพลไม่ค่อยสนับสนุนหลานเท่าไหร่ในตอนนี้แต่ในอนาคตคงยังไม่มีใครบอกได้ "เท่จังเลยค่ะ สวยด้วย" หนูน้อยดูจะชอบลายที่อิทธิพลเลือกสัก มือเล็กลูบๆ จับๆ แขนข้างที่มีรอยสักหากเป็นเด็กบางคนอาจจะรู้สึกกลัวแต่หนูน้อยคนนี้กลับดูสนใจรอยสักของเขามากกว่ากลัว "น้องเพียงค่อยกินๆ ลูก" บารารีเตือนลูกสาวเบาๆ ที่ตักคำใหญ่แล้วเข้าปากไม่หมดจนหล่นแต่โชคดีที่อิทธิพลเอาผ้ากันเปื้อนที่ร้านเตรียมให้มาเหน็บตรงเสื้อนักเรียนของหนูน้อยเลยไม่เปื้อน ไม่เช่นนั้นโดนคนเป็นแม่บ่นยาวเป็นแน่ "เดี๋ยวฉันดูน้องเพียงเอง" อิทธิพลตักนั่นตักนี่ใส่จานของหนูน้อยไว้ให้หายร้อนอันไหนยังไม่หายก็จะคอยเป่าให้ก่อนจะป้อนใส่ปากหนูน้อยที่เคี้ยวแก้มตุ่ยๆ "ถ้าพ่อยังอยู่คงได้มาเที่ยวแบบนี้" เด็กหญิงเพียงใจเอ่ยขึ้นมาเมื่อคิดถึงพ่อที่ไม่เคยเห็นหน้า รูปสักใบก็ไม่เคยเห็น บารารีมองลูกแล้วสงสารเพียงใจคงต้องการพ่อจริงๆ แต่เธอจะทำยังไงได้ล่ะเรื่องมันผ่านมานานขนาดนี้ถ้าเธอเดินไปบอก..เขาจะเชื่อเธอหรือเปล่าอิทธิพลทำหน้าที่ขับรถพาหนูน้อยน่ารักน่าเอ็นดูมาส่งถึงหน้าโรงเรียนโดยมีคนเป็นแม่นั่งมาด้วย"ตอนเย็นลุงอิฐจะมารับหนูไหมคะ" เสียงเจื้อยแจ้วของคนที่นั่งข้างหลังชะโงกหน้ามาถามคนขับรถ"มาสิคะลุงอิฐจะพาน้องเพียงไปเดินเล่นที่ห้างก่อนกลับดีไหมคะ" อิทธิพลวางแพลนให้หลานสำหรับวันนี้ไว้แล้ว"ดีค่ะ เย้ๆ แม่ไปด้วยหรือเปล่าคะ""แม่ต้องไปส่งของให้ลูกค้าค่ะ ถ้าน้องเพียงอยากไปกับลุงอิฐแม่อนุญาตนะคะ" บารารีบอกกับลูกเธอมีของที่ต้องส่งลูกค้าอีกเป็นร้อยๆ ที่รอให้กลับไปจัดการ"เดี๋ยวฉันกลับไปช่วยแพ็กส่งก่อนมารับน้องเพียงแน่นอน แกต้องไปด้วย" อิทธิพลมองกระจกหลังเห็นหนูน้อยหน้าเศร้าลงพอบารารีบอกว่าไปด้วยไม่ได้เขาจึงอาสาช่วยงานเธอให้เสร็จ"แสดงว่าแม่ก็ไปได้ใช่ไหมคะ เย้ๆ" หนูน้อยดีใจที่จะได้ไปพร้อมกันสามคน"ถึงโรงเรียนแล้วค่ะ ตั้งใจเรียนนะคะ" บารารีบอกกับลูกสาว อันที่จริงหนังสือที่ลูกอ่านอยู่ประจำเป็นหนังสือของเด็กประถมเพียงใจเลยสอบได้คะแนนดีกว่าเด็กวัยเดียวกันตลอด"สวัสดีค่ะ จุ๊บ จุ๊บ" หนูน้อยจุ๊บแก้มแม่แล้วหันไปจุ๊บแก้มเพื่อนของแม่ด้วยก่อ
อิทธิพลลงมือเข้าครัวทำสุกี้หม้อไฟสูตรเด็ดของตัวเอง ส่วนสองแม่ลูกนั่งรออย่างใจจดใจจ่อโดยเฉพาะหนูน้อยที่กลับมาถึงก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อมารอกินสุกี้ฝีมือเพื่อนแม่ที่มาอยู่ตั้งแต่เช้า"ว้าว! หอมมาก น่ากินจังเลยค่ะลุงอิฐ" หนูน้อยเอ่ยปากชมไม่หยุดเมื่อหม้อสุกี้ถูกวางลงที่กลางโต๊ะ"กินได้เลยค่ะคนสวย ลุงอิฐทำสุดฝีมือเลยนะ" อิทธิพลเอ็นดูท่าทางน่ารักของหนูน้อย ถ้าเขามีลูกน่ารักแบบนี้คงหลงตายเลย"ทำยังไงก่อนคะน้องเพียง" บารารีถามลูกสาว"ขอบคุณค่ะลุงอิฐ" หนูน้อยยกมือไหว้ขอบคุณคุณลุงใจดีที่ทำอาหารให้ บารารีจะสอนลูกเสมอว่าเวลารับของจากใครต้องขอบคุณทุกครั้ง"ค่ะ กินเถอะเดี๋ยวลุงตักให้" อิทธิพลผู้ไม่เคยใช้คะขากับใครแต่กลับได้มาใช้กับหนูน้อยน่ารักตรงหน้า เขาอยากจะเป็นพ่อบุญธรรมของน้องเพียงเข้าให้แล้วจริงๆ ไม่ใช่เพราะสงสารบารารีแต่เพราะเขาหลงหนูน้อยคนนี้จนอยากได้เป็นลูกเสียเอง"อร่อยมากเลยค่ะ" หนูน้อยตักเข้าปากคำโตแล้วเอ่ยปากชมจนคนทำชักจะเขินเข้าให้"กินเยอะๆ นะคะ" อิทธิพลหยิบทิชชูมาเช็ดปากให้หนูน้อยที่กินเพลินจนปากเลอะ บารารีมองแล้วยิ้
อิทธิพลอาสาอุ้มหนูน้อยที่นั่งรอแม่คุยกับเพื่อนจนหลับคาหนังสือ เขาจัดการอุ้มเด็กหญิงตัวน้อยแล้วเดินไปที่รถของเธอ"ขอบใจมากนะอิฐ ฉันไปก่อนนะ" พอวางหนูน้อยอย่างเบามือที่สุดเท่าที่จะทำได้ บารารีพยายามพูดกับเพื่อนเสียงเบาๆ เพราะกลัวลูกสาวจะตื่น"ไม่เป็นไร ไว้ฉันจะไปหาแกที่คอนโด" คุยกันไปคุยกันมาความสนิทสนมของทั้งคู่ก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม บารารียอมบอกที่อยู่ของเธอให้เพื่อนรู้ในที่สุด"อืม ฉันไปละนะ" คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวขับรถมุ่งหน้ากลับคอนโดโดยมีลูกสาวตัวน้อยหลับอุตุไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่ข้างๆ พอถึงคอนโดก็จัดการอุ้มลูกสาวขึ้นห้องพาเข้านอนก่อนที่เธอจะออกมาตอบข้อความและแพ็กของให้ลูกค้าต่อ หลังจากทำอะไรเสร็จเรียบร้อยร่างบางอาบน้ำอาบท่าก่อนจะจัดการเปลี่ยนชุดให้ลูกสาวเพื่อให้หลับสบาย"จุ๊บ แม่ขอโทษนะคะคนเก่ง แต่เราอยู่กันสองคนแบบนี้ได้ใช่ไหมลูก" เธอมักจะขอโทษลูกทุกครั้งที่คิดถึงคนเป็นพ่อของลูก ใจอยากจะบอกคนคนนั้นให้รู้แล้วรู้รอดว่าเพราะคืนนั้นทำให้มีเด็กน้อยคนนี้ แต่เรื่องมันผ่านมาตั้งหลายปีแล้วเธอเองก็ไม่ได้หวังว่าเขาจะรับผิดชอบเพราะเขาคนนั้นคงจำเรื่องคืนนั้น
หลังจากพาลูกสาวกินของที่ชอบแล้วสองแม่ลูกก็พากันกลับคอนโดเพื่อมาทำงานที่ค้างเอาไว้ หนูน้อยเพียงใจช่วยวิ่งหยิบส่งเสื้อผ้าให้ผู้เป็นแม่ที่กำลังไลฟ์สดขายเสื้อผ้า "ตัวนี้เป็นกางเกงยางยืดนะคะ ยืดได้สูงสุดเอวสี่สิบสองเลยนะคะ" คุณแม่ลูกหนึ่งกำลังใส่เสื้อเกาะอกสีดำในมือถือสินค้าโชว์ให้ลูกค้าที่มาดูไลฟ์สดได้เห็นอย่างชัดเจน "สีดำหมดค่ะลูกค้าตอนนี้เหลือสีครีม น้ำตาล เทาค่ะ ถ้ารับทักไลน์แม่ค้าเลยนะคะ" แม่ค้าออนไลน์ที่นานๆ ครั้งจะมาไลฟ์สดให้ลูกค้าได้เห็นหน้า เพราะส่วนใหญ่บารารีใช้วิธีการโพสต์รูปและลงรายละเอียดสินค้าเสียมากกว่า เธอไม่ค่อยมีเวลาว่างเพราะการไลฟ์สดแต่ละครั้งต้องใช้เวลาค่อนข้างนานและเธอต้องทำคนเดียวทั้งขายของ ตอบข้อความ แพ็กของ ส่งของ ถึงบางวันจะมีแม่ค้าตัวน้อยอย่างเพียงใจมาช่วยก็ตาม "ทักแล้วอย่าทักซ้ำนะคะแม่ค้าตอบจากล่างขึ้นบนค่ะ" คุณแม่ลูกหนึ่งยังสวยไม่เปลี่ยน ที่ขายดิบขายดีอาจเป็นเพราะความขยันและไม่เคยโกงใครแถมยังส่งของเร็วทำให้ลูกค้าติดอกติดใจทั้งชายและหญิง "ต่อไปเป็นงานเสื้อเป
หกปีผ่านไป...เวลาผ่านไปราวกับแค่ฝัน ทุกอย่างดำเนินไปอย่างรวดเร็วจนเธอตั้งตัวไม่ทัน จากวันนั้นที่ต้องทิ้งทุกอย่างเพื่อเด็กน้อยหน้าตาน่ารักที่เธอเรียกว่า 'ลูก'"วันนี้ที่โรงเรียนเป็นยังไงบ้างคะคนเก่ง" คุณแม่คนสวยขับรถมารับลูกสาววัยห้าขวบที่หน้าโรงเรียน พอขึ้นรถได้คนเป็นแม่ก็ถามลูกสาวตัวน้อยทันที"วันนี้คุณครูให้จับกลุ่มทำงานหนูได้เป็นหัวหน้ากลุ่มด้วยค่ะ" หนูน้อยตอบแม่อย่างน่าเอ็นดู บารารีเรียนขับรถและใช้เงินเก็บที่พอมีซื้อรถยนต์เพื่อมารับลูกจะให้เธอกระเตงลูกขึ้นรถแท็กซี่หรือรถประจำทางทุกวันคงไม่ได้ เธออยากให้ลูกสบายที่สุดเท่าที่แม่คนนี้จะทำได้"แล้วน้องเพียงทำได้ไหมคะ""ทำได้ค่ะเพราะหนูเก่งเหมือนแม่เบลคนสวย" สองแม่ลูกหยอกล้อกันไปมา หนูน้อยไม่เคยได้เห็นหน้าพ่อแม้แต่ครั้งเดียวตั้งแต่จำความได้ก็มีแค่แม่คนเดียวมาตลอด"เก่งมากค่ะสุดสวยของแม่" ยีหัวลูกสาวด้วยความเอ็นดูก่อนจะขับรถกลับคอนโดที่ซื้อเอาไว้หลังจากเรียนจบเมื่อถึงคอนโดสองแม่ลูกอาบน้ำกินข้าวเรียบร้อย บารารีก็ลงมือตอบแชทลูกค้าต่อโดยมีลูกสาวตัวน้อยช่วยหยิบช่วยแพ็กของ
หลังจากไปส่งของกลับมาแล้วหญิงสาวก็นั่งเก็บของในห้องพักของตัวเองใส่กล่องอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยเธอจะย้ายออกไปให้เร็วที่สุด"ทำไมแกต้องรีบเก็บของอย่างกับจะย้ายพรุ่งนี้" อิทธิพลเดินเข้ามาในห้องของเธอด้วยความเคยชินโดยไม่ต้องเคาะ"ก็แค่อยากเก็บก่อนน่ะ ถึงเวลาย้ายจริงๆ จะได้ไม่ต้องเหนื่อย" ของในห้องค่อนข้างมากพอสมควรเพราะเธออยู่ตั้งแต่ปีหนึ่งจนถึงปัจจุบันนี้เธอไม่มีบ้านแบบคนอื่นให้กลับเลยต้องอยู่หอพักตลอด"แกมีอะไรที่ยังไม่บอกฉันอีกไหมเบล" อิทธิพลเลิกคิ้วถามเพื่อน"ไม่มี แกจะถามทำไม""ตอนฉันไปหาอาจารย์กมลเรื่องทุน รายชื่อนักศึกษารับปริญญาไม่มีชื่อแก" อิทธิพลเอ่ยออกมาเอง ในเมื่อเพื่อนไม่ยอมบอกเขาก็ต้องถาม บารารีนิ่งเงียบเธอยังไม่ได้บอกเขาเรื่องนี้แต่ตอนนี้เขาดันรู้แล้ว"อืม ฉันไม่อยากรับน่ะ""ทำไม?" อิทธิพลถามเธอเสียงเข้ม ทำไมพักหลังมานี้บารารีมีเรื่องปิดบังเขาตลอด"ฉันคิดว่ารับหรือไม่รับเวลาสมัครงานบริษัทก็ไม่ได้ขอดูจริงไหม มีแค่วุฒิก็พอแล้ว" แม้จะให้เหตุผลไปแบบนั้นแต่ในใจจริงๆ เธอก็อยากเข้ารับปริญญาพร้อมกับเพื่อนๆ







