로그인หลังจากพาลูกสาวกินของที่ชอบแล้วสองแม่ลูกก็พากันกลับคอนโดเพื่อมาทำงานที่ค้างเอาไว้ หนูน้อยเพียงใจช่วยวิ่งหยิบส่งเสื้อผ้าให้ผู้เป็นแม่ที่กำลังไลฟ์สดขายเสื้อผ้า
"ตัวนี้เป็นกางเกงยางยืดนะคะ ยืดได้สูงสุดเอวสี่สิบสองเลยนะคะ" คุณแม่ลูกหนึ่งกำลังใส่เสื้อเกาะอกสีดำในมือถือสินค้าโชว์ให้ลูกค้าที่มาดูไลฟ์สดได้เห็นอย่างชัดเจน "สีดำหมดค่ะลูกค้าตอนนี้เหลือสีครีม น้ำตาล เทาค่ะ ถ้ารับทักไลน์แม่ค้าเลยนะคะ" แม่ค้าออนไลน์ที่นานๆ ครั้งจะมาไลฟ์สดให้ลูกค้าได้เห็นหน้า เพราะส่วนใหญ่บารารีใช้วิธีการโพสต์รูปและลงรายละเอียดสินค้าเสียมากกว่า เธอไม่ค่อยมีเวลาว่างเพราะการไลฟ์สดแต่ละครั้งต้องใช้เวลาค่อนข้างนานและเธอต้องทำคนเดียวทั้งขายของ ตอบข้อความ แพ็กของ ส่งของ ถึงบางวันจะมีแม่ค้าตัวน้อยอย่างเพียงใจมาช่วยก็ตาม "ทักแล้วอย่าทักซ้ำนะคะแม่ค้าตอบจากล่างขึ้นบนค่ะ" คุณแม่ลูกหนึ่งยังสวยไม่เปลี่ยน ที่ขายดิบขายดีอาจเป็นเพราะความขยันและไม่เคยโกงใครแถมยังส่งของเร็วทำให้ลูกค้าติดอกติดใจทั้งชายและหญิง "ต่อไปเป็นงานเสื้อเปิดไหล่นะคะ" หันไปส่งซิกบอกลูกสาวที่ทำหน้าที่คอยหยิบชุดนั้นชุดนี้ให้กับแม่ "ตัวนี้มีสองสีนะคะ เนื้อผ้าดีมากใส่สบายไม่ร้อนค่ะเป็นเสื้อเปิดไหล่นะคะ ตอนนี้ที่เบลเหลือแค่สีชมพูกับสีแดงค่ะ" บอกรายละเอียดให้ลูกค้าอย่างน่าสนใจ ลูกค้าต่างพากัน CF จนเสียงแจ้งเตือนข้อความดังระรัว "เหลือสีแดงแค่สองตัวนะคะตอนนี้สีชมพูหมดแล้วค่ะ" หนูน้อยนับจำนวนลูกค้าที่สั่งกับเสื้อที่มีแล้วชูนิ้วบอกกับแม่ "ตอนนี้เสื้อเปิดไหล่หมดแล้วนะคะ ต่อไปเป็นงานเดรสโบฮีเมียนค่ะ" แม่ค้าคนสวยเปลี่ยนเสื้อออกเตรียมใส่ชุดถัดไป ลูกสาวคนเก่งรู้งานวิ่งหยิบชุดส่งให้แม่ทันที "ชุดนี้เดรสยาวเลยเข่านะคะ แนวโบฮีเมียน ชุดละสามร้อยห้าสิบบาทเท่านั้นค่ะ มีสีขาวสีเดียวนะคะ" บารารีแจ้งรายละเอียดลูกค้าอย่างไม่มีปิดบัง หนูน้อยฟังจำนวนที่แม่ไล่ตอบลูกค้าที่ CF แล้วนับชุดก่อนจะส่งซิกให้แม่อีกครั้งว่าของหมดแล้ว ทุกครั้งที่ไลฟ์สดบารารีจะขายดีมากกว่าเดิมอาจเป็นเพราะลูกค้าได้เห็นสินค้าจริงๆ ก่อนตัดสินใจซื้อ "วันนี้ขอจบไลฟ์เท่านี้นะคะ เบลส่งของพรุ่งนี้นะคะตัดยอดตอนเที่ยงนะคะ ขอบคุณมากค่ะ" บารารีกล่าวลาคนดูกว่าหลายพันคนที่เข้ามาดูและซื้อเสื้อผ้าของเธอจนขายดีเป็นเทน้ำเทท่า คราวนี้ก็ถึงเวลามาไล่ตอบข้อความลูกค้าที่ทักมารัวๆ จนเครื่องแทบค้าง "หนูไปนอนได้แล้วค่ะคนเก่งเดี๋ยวแม่จัดการเอง" บารารีบอกกับลูกสาวที่กำลังจัดเสื้อผ้าที่ออกมาโชว์เมื่อสักครู่เข้าที่ให้เรียบร้อย "พรุ่งนี้ตื่นสายได้ค่ะวันหยุด เดี๋ยวหนูช่วยแม่แพ็กของไปเรื่อยๆ ก่อนค่ะง่วงแล้วจะไปนอน" เด็กหญิงเพียงใจไม่อยากให้แม่ต้องเหนื่อยคนเดียวเลยอาสาอยู่ช่วยงานแม่ต่ออีก "ก็ได้ค่ะคนเก่งของแม่ ฟอด!" บารารีหอมแก้มลูกสาวฟอดใหญ่ด้วยความรักก่อนจะทยอยตอบข้อความลูกค้าจนดึกดื่น บารารีไล่ตอบลูกค้าจนเกือบจะครบทุกคนจนมาถึงข้อความล่าสุดที่ไม่ใช่การสั่งสินค้า [เบล เธอไปอยู่ที่ไหน] ข้อความจากคนที่ไม่ได้เจอหน้ากันหลายปีทักมาหาเธอ ข้อความจากอิทธิพลเขาเห็นเธอจากไลฟ์สดที่บังเอิญเจอจึงได้โอกาสทักไปหาเธอทันที [อ่านแล้วตอบด้วย ฉันเป็นห่วงเธอนะ] อิทธิพลที่นั่งจ้องข้อความไม่เลิกราพอเห็นข้อความถูกอ่านแต่ไม่ยอมตอบจึงทักซ้ำมาอีก บารารีชั่งใจอยู่นานนิ้วค้างไว้ที่ข้อความของอิทธิพลเธอไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร เธอหายจากเขาไปตั้งหลายปีแต่เขาก็ยังมาเจอเธอจนได้ นี่สินะที่เรียกว่าพลังแห่งโซเชียลที่ต่อให้หายไปหลายสิบปีก็ยังตามเจอ [ฉันสบายดี นายไม่ต้องเป็นห่วง] เมื่อชั่งใจอยู่นานพอสมควรจึงตอบกลับไป ร่างบางไม่มีกะจิตกะใจจะตอบใครอีกได้แต่นั่งลุ้นว่าอิทธิพลจะตอบอะไรกลับมา [พรุ่งนี้มาเจอกันหน่อยได้ไหม ฉันอยากเจอเธอ] ข้อความส่งกลับมา บารารียิ่งคิดหนักเธอจะไปเจอเขาดีหรือเปล่า แต่ยังไงอิทธิพลก็คือเพื่อนสนิทคนเดียวที่เธอมี [ได้สิ นัดเวลาสถานที่มาเลย] ในที่สุดก็ตกลงยอมไป เพราะเธ เองก็อยากเจอเขาเหมือนกัน [ร้าน×× ตอนบ่ายสอง] อีกฝ่ายนัดเวลาและสถานที่มาเรียบร้อย [ฉันขอไลน์ส่วนตัวด้วยสิจะได้ติดต่อได้ง่ายๆ] อิทธิพลส่งข้อความมาต่อ บารารีพิมพ์ไลน์ส่วนตัวของตัวเองกลับไป ไหนๆ ก็จะเจอกันแล้วแค่ให้ไลน์คงไม่เป็นไร เมื่อคุยกับอิทธิพลเสร็จก็หันไปเห็นลูกสาวนอนหลับกลางกองเสื้อผ้าไปเสียแล้ว "ง่วงแล้วยังฝืนช่วยแม่อยู่ได้" ยิ้มให้กับท่านอนของลูกสาวก่อนจะอุ้มพาลูกไปนอนที่ห้องนอน บารารีให้ลูกนอนคนเดียวเพื่อฝึกให้รู้จักโตเธอไม่สามารถอยู่กับลูกได้ตลอดจึงต้องให้ลูกพึ่งพาตัวเองให้ได้ วันต่อมา.. บารารีมาตามที่นัดกับอิทธิพลไว้แต่เธอพาลูกสาวมาด้วยเพราะอยากให้ลูกทำความรู้จักกับเพื่อนสนิทคนเดียวที่เธอมี "ไง นั่งก่อนสิ" คนที่ไม่ได้เจอกันนานถึงหกปีไม่รู้จะเริ่มทักทายยังไง อิทธิพลจึงชวนเธอนั่งเป็นอันดับแรกสายตาคมหันไปเจอกับหนูน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักน่าเอ็นดู เขาเห็นตอนเธอไลฟ์เมื่อคืนไม่คิดว่าเธอจะพามาด้วย หนูน้อยคนนี้คงติดบารารีมาก "น้องเพียงสวัสดีลุงอิฐเพื่อนแม่ก่อนค่ะ" บารารีบอกกับลูกสาว หนูน้อยยกมือพนมไหว้อย่างน่าเอ็นดู อิทธิพลรับไหว้อย่างมึนงง "แม่?" เขาไม่คิดว่าหนูน้อยหน้าตาน่ารักจะเป็นลูกของเธอ เขาคิดว่าบารารีแค่พาลูกของเพื่อนมาเที่ยวเล่นด้วยเท่านั้นไม่คิดว่าจะเป็นลูกของเธอเอง "ลูกฉันเองชื่อเพียงใจ" บารารีแนะนำลูกสาวให้เพื่อนรู้จัก อิทธิพลงงเป็นไก่ตาแตกไม่เจอกันหกปีเธอมีลูกแล้วโดยไม่บอกเขาสักคำ "เธอไปมีลูกตั้งแต่เมื่อไหร่แล้วทำไมถึงขาดการติดต่อกับฉัน" อิทธิพลถามเป็นชุดเขายังสงสัยไม่หายว่าทำไมบารารีต้องเปลี่ยนเบอร์แถมยังบล็อกเขาทุกช่องทาง "ฉันมีน้องเพียงหลังเรียนจบส่วนเรื่องที่ฉันขาดการติดต่อ ฉันแค่อยากให้นายโฟกัสกับการเรียนและฉันอยากจะเริ่มต้นชีวิตใหม่น่ะ" บารารีตอบคำถามเพื่อนอย่างครบถ้วน “เริ่มต้นชีวิตใหม่โดยการที่ทำให้ฉันเป็นห่วงแทบแย่เนี่ยนะ ฉันไม่ได้ข่าวเธอจากเพื่อนคนไหนเลย เธอคิดอะไรอยู่เบล" อิทธิพลนึกโมโหที่เธอหายไปดื้อๆ แบบไม่บอกไม่กล่าว หลังจากเรียนจบเขาตามหาเธอแต่ก็ไร้วี่แวว "ฉันขอโทษ" คำพูดสั้นๆ ที่ไร้การแก้ตัว อิทธิพลฮึดฮัดอยากจะโกรธก็โกรธไม่ลง ยังไงเธอก็คือเพื่อนสนิทคนเดียวที่เขามีจะโกรธลงได้ยังไงกัน "ช่างเถอะแต่ต่อจากนี้ห้ามหายไปดื้อๆ อีกล่ะ" "อืม..เข้าใจแล้ว" รับปากกับเพื่อนต่อจากนี้เธอจะไม่หนีไปไหนอีกแล้ว บารารีมองเพื่อนรักที่เปลี่ยนไปมากอิทธิพลมีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นใบหน้าคมยังหล่อเหลาเหมือนเดิมสิ่งที่เพิ่มมาคงจะเป็นรอยสักที่แขนของเขา แต่เธอไม่แปลกใจหรอกเพราะอิทธิพลพูดมาตลอดว่าอยากจะสักหลังเรียนจบและตอนนี้เขาได้ทำสิ่งที่ต้องการแล้ว "แล้วคุณพ่อหนูไม่มาด้วยเหรอคะคนสวย" อิทธิพลทำเสียงอ่อนเสียงหวานก้มถามหนูน้อยที่นั่งนิ่งจ้องเขาตาแป๋ว "พ่อมาด้วยไม่ได้ค่ะ พ่ออยู่บนฟ้า" หนูน้อยชี้นิ้วไปด้านบน อิทธิพลหันไปเห็นบารารีสีหน้าเศร้าสลดลง ทำให้อิทธิพลเข้าใจว่าสามีของเธอคงเสียชีวิตไปแล้ว "น้องเพียงคะ แม่ขอคุยธุระกับลุงอิฐนิดนึงนะคะ หนูไปนั่งอ่านหนังสือรอแม่ก่อนนะคะ" หนูน้อยเชื่อฟังที่แม่บอกก่อนจะหยิบกระเป๋าไปนั่งหลบมุมอ่านหนังสือเงียบๆ "จริงเหรอที่พ่อของลูกเธอเสียน่ะ" อิทธิพลถามขึ้นมาทันทีหลังหนูน้อยเดินไป "ไม่ใช่หรอก ฉันแค่ไม่อยากให้ลูกต้องถามทุกวันว่าพ่อไปไหนให้รู้แบบนี้ดีกว่า" ร่างบางตอบกลับ หากบอกว่าพ่อของลูกไปทำงานลูกสาวก็ต้องคอยถามว่าเมื่อไหร่พ่อจะกลับมา เธอไม่อยากให้ความหวังลูกเลยเลือกที่จะบอกไปแบบนั้นเพราะยังไงพ่อของลูกก็ไม่มีทางมารับรู้ "ฉันจะไม่ถามนะว่าพ่อของน้องเพียงเป็นใคร เธอคงมีเหตุผลที่ต้องทำแบบนี้" อิทธิพลไม่อยากก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของเธอมากนัก เขาเชื่อว่าเธอคงมีเหตุผลของเธอเอง "ขอบใจนะ" "เบล" เสียงเข้มเรียกเธอด้วยน้ำเสียงจริงจัง คิ้วสวยขมวดรอฟังสิ่งที่เขาจะพูดต่อ "ให้ฉันเป็นพ่อบุญธรรมของน้องเพียงได้ไหม" อิทธิพลเอ่ยสิ่งที่คิดออกมา "ขอบใจนะแต่ไม่เป็นไร น้องเพียงแกทำใจเรื่องพ่อได้นานแล้ว" บารารีบอกกับเพื่อนอย่างยิ้มๆ "ให้ฉันได้ช่วยเธอบ้างสิเบล" เพราะไม่ได้เจอเพื่อนมานานจึงอยากจะช่วยอะไรเพื่อนสักหน่อย "นายช่วยฉันมาเยอะแล้ว แค่ช่วยเป็นเพื่อนของฉันต่อไปก็พอแล้ว" บารารีเอ่ยออกมาเธอกลัวเพื่อนจะรังเกียจที่เธอท้องไม่มีพ่อ "ฉันเป็นเพื่อนเธอเสมอนะ ถ้ามีอะไรให้ฉันช่วยก็บอกได้ตลอดเลย" อิทธิพลเอ่ยออกมาอย่างจริงจังชีวิตของบารารีน่าเห็นใจมากจนเขาอยากจะช่วยเหลือเธอให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ สองเพื่อนซี้นั่งคุยกันเรื่องจิปาถะตามประสาคนไม่ได้เจอกันนาน อย่างที่เขาว่าไว้เพื่อนกันต่อให้ไม่เจอกันเป็นสิบปีก็ยังคุยกันได้เหมือนเดิมพอถึงวันกลับบ้านลูกสาวคนสวยนั่งเงียบตลอดทางไม่พูดไม่คุยกับพ่อแม้แต่คำเดียว"วันนี้พ่อทำสุกี้ใส่ปูอัดเยอะๆ ให้ดีไหมคะ" อิทธิพลชวนลูกสาวคุยตลอดทางแต่ได้มาแค่ความเงียบ"หรือจะกินหอยทอดดีคะ" คุณพ่อสุดหล่อยังคงเสนอเมนูให้ลูกสาวอยู่เรื่อยๆ แต่ลูกสาวก็ยังเงียบ"น้องเพียงเป็นอะไรลูกทำไมถึงนั่งเงียบแบบนี้ล่ะคะ" เขาตัดสินใจถามลูกสาวอย่างใจเย็น"หนูงอนพ่อค่ะ พ่อชอบทำเหมือนหนูเป็นเด็กไม่รู้จักโต แค่ไปเข้าค่ายพ่อยังตามไปด้วยเลย เพื่อนๆ ชอบบอกว่าหนูเป็นลูกแหง่เพราะพ่อเลยค่ะ"หนูน้อยจัดใหญ่ใส่เป็นชุด อิทธิพลนั่งอึ้งที่ลูกพูดก็ถูกเขาไม่เคยปล่อยให้ลูกทำอะไรด้วยตัวเองเลยเพราะเขาห่วงลูกสาวมากๆ เพียงใจเพิ่งรู้ว่าเขาเป็นพ่อก็ตอนที่เธออายุได้ห้าขวบแล้ว อิทธิพลเลยอยากทำทุกอย่างชดเชยเวลาที่หายไปแต่สิ่งที่เขาทำมันคงมากเกินไปจนลูกสาวอึดอัด"พ่อขอโทษนะคะ" คุณพ่อขอโทษอย่างซึมๆ"หนูไม่โกรธพ่อหรอกค่ะ หนูแค่งอน" เพียงใจเป็นเด็กน่ารักมาเสมอเธอโกรธพ่อไม่ลงเพราะเข้าใจว่าพ่อเป็นห่วงแต่เธออยากลองทำอะไรด้วยตัวเองบ้าง"งั้นพ่อจะง้อด้วยการทำของอร่อยๆ
สี่ปีต่อมา...เวลาผ่านไปเด็กๆ เริ่มโตเพียงใจอายุสิบขวบแล้วความโตขึ้นทำให้หนูน้อยยิ่งน่ารักทำให้คนเป็นพ่อยิ่งหวงเข้าไปใหญ่ ส่วนสองแฝดพบรักและพักรบตอนนี้อายุจะเข้าสี่ขวบแล้ว ความแสบของทั้งคู่เรียกได้ว่าไม่มีใครยอมใครยิ่งถ้าพี่คนโตอยู่ด้วยพ่อกับแม่ถึงกับกุมขมับ"แม่ขาพี่เพียงไปไหนคะ" หนูน้อยพบรักแฝดคนพี่วิ่งมาถามแม่ของตนเองเมื่อไม่เจอพี่สาวสุดสวยตั้งแต่เช้า"พี่เพียงไปเข้าค่ายกับโรงเรียนค่ะพรุ่งนี้ก็กลับแล้วลูก" บารารีบอกลูกสาวที่ติดพี่สาวแจ"แล้วพ่อล่ะครับแม่ พ่อไปไหน" คราวนี้เป็นตาฝาแฝดคนที่สองอย่างพักรบถามแม่ของตนเอง"พ่อไปส่งพี่เพียงค่ะ" บารารีตอบลูกอย่างใจเย็น หนึ่งวันบารารีจะต้องตอบคำถามจากลูกไม่ต่ำกว่าร้อยคำถามเพราะเจ้าฝาแฝดชอบถามเธอทุกเรื่องเหมือนตอนเพียงใจตอนอายุเท่านี้ เด็กวัยนี้เป็นวัยกำลังอยากรู้ไปหมด"ทำไมพ่อไม่พารักกับรบไปด้วยคะ รักก็อยากไปส่งพี่เพียง" แฝดคนพี่อย่างพบรักน้อยใจที่พ่อไม่พวกเธอไปด้วย บารารีกลุ้มใจไม่รู้จะบอกลูกยังไงในเมื่ออิทธิพลไม่ได้แค่ไปส่งเพียงใจแต่เจ้าตัวเก็บกระเป๋าตามไปเข้าค่ายกับลูกสาวคนโตด้วย โชคด
วันนี้เป็นวันที่หนูน้อยเพียงใจอารมณ์ดีที่สุดเพราะเป็นวันที่หนูน้อยจะอายุครบหกขวบแล้ว อิทธิพลพาลูกสาวและภรรยาที่หน้าท้องเริ่มนูนจนเห็นได้ชัดว่ากำลังตั้งครรภ์มาที่บ้านหลังใหญ่เพื่อฉลองวันเกิดให้หนูน้อยเพียงใจ คุณปู่คุณย่าจัดเต็มทำสนามหญ้าหลังบ้านให้เป็นปาร์ตี้เล็กๆ สำหรับคนในครอบครัว"ทำไมอลังการจังคะ" หนูน้อยตาโตเมื่อเห็นสนามหญ้าที่เคยวิ่งเล่นกับเจ้าบูบู้สุนัขตัวโปรดที่คุณปู่เลี้ยงไว้ตอนนี้กลับกลายเป็นงานปาร์ตี้มีทั้งบาบีคิว ของกินมากมาย หนูน้อยตาลุกวาวเมื่อเห็นแต่ของที่ชอบ"ชอบไหมลูก ปู่กับย่าทำเพื่อหนูเลยนะ" คุณปู่เดินมาอุ้มหลานรักแล้วหอมแก้มซ้ายแก้มขวา"ชอบค่ะ ขอบคุณค่ะคุณปู่คุณย่า" หนูน้อยยกมือไหว้ขอบคุณที่คุณปู่คุณย่าทำให้"น่ารักมากหลานย่า" คุณย่ายังสวยเข้ามาหอมแก้มหลานอีกฟอดใหญ่"แล้วเจ้าแสบในนี้ล่ะเมื่อไหร่จะออก" คนเป็นปู่ถามถึงตัวแสบในท้องของลูกสะใภ้"อีกห้าเดือนครับป๊า" อิทธิพลตอบแทน ตอนนี้บารารีท้องได้สี่เดือนกว่าแล้วถือว่าไวมาก แถมคุณพ่อยังอยากจะรู้เพศลูกใจจะขาดแต่คุณแม่อยากรอลุ้นตอนคลอด"คราวนี้ก็จะ
เมื่อถึงวันเสาร์สามคนพ่อ แม่และลูกสาวพากันมาเที่ยวสวนน้ำตามความต้องการของเพียงใจ"ไปเปลี่ยนชุดกันค่ะน้องเพียง" สองแม่ลูกจูงมือกันเข้าไปเปลี่ยนชุดในห้องที่จองไว้"แม่คะชุดหนูแน่นมากเลยค่ะ" หนูน้อยวิ่งออกมาพร้อมชุดว่ายน้ำสีชมพูที่มีพุงป่องๆ ยื่นนำหน้า"ก็น้องเพียงน้ำหนักขึ้นนี่คะลูก ต้องเปลี่ยนชุดแล้วสินะ" บารารีเอ็นดูลูกสาวที่พุงยื่นเพราะน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น แต่อย่าว่าแต่ลูกสาวเลยเธอเองก็ไม่ต่างกันเริ่มมีพุงยื่นออกมาจนไม่กล้าใส่ชุดว่ายน้ำไปโชว์ใครเลย"ทำไมแม่ไม่เปลี่ยนเสื้อผ้าคะ""แม่รู้สึกไม่สบายวันนี้น้องเพียงเล่นกับพ่อนะคะ" บารารีไม่อยากใส่ชุดว่ายน้ำเพราะหน้าท้องเธอยื่นออกมาจนเห็นได้ชัด"ก็ได้ค่ะ" หนูน้อยเข้าใจแม้จะอยากเล่นน้ำกับแม่แต่ถ้าไม่สบายเล่นน้ำคงไม่ดีหนูน้อยจึงว่าง่าย"ทำไมไม่เปลี่ยนเสื้อผ้าล่ะเบล" อิทธิพลที่อยู่เปลือยอกใส่แค่กางเกงขาสั้นเอ่ยถามคนรักที่จูงมือมากับลูกสาวที่ใส่ชุดน้ำว่ายแต่เธอกลับไม่ยอมเปลี่ยนชุดเสียที"รู้สึกไม่ค่อยสบายน่ะ ขอนั่งแถวๆ นี้แล้วกัน" บารารีไม่ยอมบอกเหตุผลกับอิทธิพลกลัวเขาจะหา
คุณพ่อลูกหนึ่งที่อยากจะมีลูกคนที่สองเร่งปฏิบัติหน้าที่ทุกวันแทบไม่ได้พัก พาลลำบากภรรยาให้ไม่ได้หลับไม่ได้นอน อิทธิพลเอาแต่ใจตัวเองตั้งแต่สามทุ่มจนล่วงเลยเวลามาเที่ยงคืนกว่าแล้วเขายังไม่ยอมปล่อยเธอนอนเสียที"อิฐ..อ๊ะ..พอแล้ว..อ๊า" คุณแม่ยังสวยนอนคว่ำหันหน้ามาบอกคนข้างหลังที่จ้วงแทงไม่คิดชีวิต"อีกนิด..อ๊าส์" แม้จะบอกอีกนิดก็เถอะแต่คำว่าอีกนิดของเขานั้นพูดมาตั้งแต่สามทุ่มแล้ว"ไม่เอา..อ๊ะ..เหนื่อย..อื้ม" ทั้งเหนื่อยทั้งเพลียทั้งง่วง บารารีอยากจะหลับทิ้งตัวเต็มทีแต่ก็ทำไม่ได้ มือหนากดสะโพกสวยแทบจมเตียงส่วนตัวเองลุกขึ้นคร่อมทั้งที่แก่นกายยังคงเสียบคาไว้ที่ร่องแคบๆ ที่ชุ่มไปด้วยน้ำรักที่เสร็จสมไปหลายรอบ ร่างใหญ่เริ่มขยับแก่นกายเข้าออกช้าๆ"อื้ม..อ๊ะ" คนด้านล่างเคลิ้มได้แค่สักพักก็ต้องสะดุ้งเมื่อคนด้านบนรัวเอวกระแทกแก่นกายใส่ไม่ยั้งอีกแล้ว"โอ๊ว..ที่รัก..อ๊าส์..ใกล้แล้ว" เสียงทุ้มครางลั่นห้องพร้อมกับขยับแก่นกายจนถี่ยิบ"อิฐ..อ๊ะ..อิฐ" บารารีทั้งครางทั้งเรียกชื่อยิ่งทำให้อิทธิพลฮึกเหิมเข้าไปใหญ่ ภายในช่องทางรักแสนแคบแน่นตอดตุบๆ บ่งบอกว่
เช้าวันเสาร์ตามที่ตกลงกันไว้อิทธิพลพาบารารีกับลูกมาหาพ่อแม่ของตนเองเพื่อให้พวกท่านรับรู้เรื่องของเขากับเธอ"พาน้องเพียงมาเล่นอีกแล้วเหรอลูก" แม่ของอิทธิพลออกมาต้อนรับเมื่อรู้ว่าลูกชายและเพื่อนลูกพาหนูน้อยน่ารักมาเล่นที่บ้าน"ม๊าครับ ป๊าอยู่หรือเปล่าผมมีเรื่องจะคุยด้วย" อิทธิพลเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง"อยู่จ้ะ ดูราคาทองอยู่ในบ้านน่ะ" อิทธิพลจูงมือลูกสาวเข้าบ้านโดยมีบารารีเดินตาม"ป๊าครับ ม๊าครับ ที่จริงแล้วน้องเพียงเป็นลูกแท้ๆ ของผมกับเบล" เมื่อเข้ามาในบ้านอิทธิพลไม่รอช้าพูดออกมาโต้งๆ โดยไม่มีเกริ่นนำอะไรก่อน คนเป็นพ่อสีหน้าไม่บ่งบอกอะไรแต่คนเป็นแม่ตกใจตาค้างไปแล้ว"หนูขอโทษค่ะ หนูเพิ่งกล้าบอกอิฐ" บารารียกมือไหว้ขอโทษท่านทั้งสองคน หนูน้อยเห็นแม่ยกมือไหว้จึงยกมือไหว้ตามบ้าง"ฉันว่าแล้ว กะแล้วเชียวน้องเพียงหน้าเหมือนตาอิฐอย่างกับแกะ แกไม่เอะใจบ้างหรือไงไอ้อิฐ" คนเป็นพ่อลุกขึ้นมาอุ้มหลานสาวไปนั่งตักของตัวเองก่อนจะหันไปถามลูกชาย"ผมไม่รู้นี่ครับพ่อ ผมนี่โง่จริงๆ" ไม่รู้จะสรรหาคำด่าอะไรมาด่าตัวเองถึงได้โง่ได้ขนาดนี้"ปริ
หกปีผ่านไป...เวลาผ่านไปราวกับแค่ฝัน ทุกอย่างดำเนินไปอย่างรวดเร็วจนเธอตั้งตัวไม่ทัน จากวันนั้นที่ต้องทิ้งทุกอย่างเพื่อเด็กน้อยหน้าตาน่ารักที่เธอเรียกว่า 'ลูก'"วันนี้ที่โรงเรียนเป็นยังไงบ้างคะคนเก่ง" คุณแม่คนสวยขับรถมารับลูกสาววัยห้าขวบที่หน้าโรงเรียน พอขึ้นรถได้คนเป็นแม่ก็ถามลู
หลังจากไปส่งของกลับมาแล้วหญิงสาวก็นั่งเก็บของในห้องพักของตัวเองใส่กล่องอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยเธอจะย้ายออกไปให้เร็วที่สุด"ทำไมแกต้องรีบเก็บของอย่างกับจะย้ายพรุ่งนี้" อิทธิพลเดินเข้ามาในห้องของเธอด้วยความเคยชินโดยไม่ต้องเคาะ"ก็แค่อยากเก็บก่อนน่ะ ถึงเวลาย้ายจริงๆ จะได้ไม่ต้องเ
อิทธิพลวิ่งหน้าตั้งจากชั้นหนึ่งขึ้นมาหาเพื่อนสนิทตัวเองที่ชั้นสามของตึก บารารีกำลังเก็บของใส่กระเป๋าเตรียมกลับหอพัก"อาจารย์กมลบอกว่าแกสละทุน" อิทธิพลรีบวิ่งมาถามเพื่อนเพราะอาจารย์เพิ่งเรียกเขาไปคุยเรื่องทุนที่บารารีสละสิทธิ์"ฉันแค่รู้สึกยังไม่พร้อมจะเรียนต่อตอนนี้น่ะ" ร่างบางเ
สองเดือนต่อมา....หญิงสาวอนาคตไกลกำลังนั่งลุ้นตัวเกร็งอยู่ในห้องน้ำ มือถือแท่งสี่เหลี่ยมยาวที่เรียกว่า 'ที่ตรวจครรภ์' เอาไว้"ขอร้องแหละ ไม่นะๆ" บารารีขอร้องให้เจ้าแท่งสี่เหลี่ยมขึ้นสีแดงแค่ขีดเดียว เธอกำลังจะได้ทุนไปเรียนต่อปริญญาโทที่ออสเตรเลียอนาคตของเธอจะมาจบลงแบบนี้ไม่ได้







