Mag-log inหกปีผ่านไป...
เวลาผ่านไปราวกับแค่ฝัน ทุกอย่างดำเนินไปอย่างรวดเร็วจนเธอตั้งตัวไม่ทัน จากวันนั้นที่ต้องทิ้งทุกอย่างเพื่อเด็กน้อยหน้าตาน่ารักที่เธอเรียกว่า 'ลูก' "วันนี้ที่โรงเรียนเป็นยังไงบ้างคะคนเก่ง" คุณแม่คนสวยขับรถมารับลูกสาววัยห้าขวบที่หน้าโรงเรียน พอขึ้นรถได้คนเป็นแม่ก็ถามลูกสาวตัวน้อยทันที "วันนี้คุณครูให้จับกลุ่มทำงานหนูได้เป็นหัวหน้ากลุ่มด้วยค่ะ" หนูน้อยตอบแม่อย่างน่าเอ็นดู บารารีเรียนขับรถและใช้เงินเก็บที่พอมีซื้อรถยนต์เพื่อมารับลูกจะให้เธอกระเตงลูกขึ้นรถแท็กซี่หรือรถประจำทางทุกวันคงไม่ได้ เธออยากให้ลูกสบายที่สุดเท่าที่แม่คนนี้จะทำได้ "แล้วน้องเพียงทำได้ไหมคะ" "ทำได้ค่ะเพราะหนูเก่งเหมือนแม่เบลคนสวย" สองแม่ลูกหยอกล้อกันไปมา หนูน้อยไม่เคยได้เห็นหน้าพ่อแม้แต่ครั้งเดียวตั้งแต่จำความได้ก็มีแค่แม่คนเดียวมาตลอด "เก่งมากค่ะสุดสวยของแม่" ยีหัวลูกสาวด้วยความเอ็นดูก่อนจะขับรถกลับคอนโดที่ซื้อเอาไว้หลังจากเรียนจบ เมื่อถึงคอนโดสองแม่ลูกอาบน้ำกินข้าวเรียบร้อย บารารีก็ลงมือตอบแชทลูกค้าต่อโดยมีลูกสาวตัวน้อยช่วยหยิบช่วยแพ็กของ "ชุดสีครีมค่ะ" คุณแม่คนสวยบอกลูกสาวที่วิ่งวุ่นหยิบชุดให้เธอ "ตรงไหนคะแม่" ตะโกนถามแม่เสียงดังเมื่อหาไม่เจอ "ชั้นที่สองขวามือค่ะ" หนูน้อยเห็นของก็รีบวิ่งเอามาให้แม่แพ็กของให้ลูกค้าต่อ การขายเสื้อผ้าออนไลน์ดูเหมือนจะเป็นอาชีพหลักของเธอไปแล้วเพราะมันเป็นสิ่งที่ทำแล้วรายได้ดี แต่บารารีก็รับงานจัดอีเวนต์ตามบูธสินค้าต่างๆ เป็นรายได้เสริม สองแม่ลูกช่วยกันทำงานเก็บเงินไว้ใช้ในยามฉุกเฉินเงินประกันของพ่อแม่เธอหมดไปตั้งแต่ช่วงที่เธอท้องเพราะทำงานอะไรหนักไม่ได้จึงต้องใช้เงินพวกนั้นเวลาไปโรงพยาบาล "แปะชื่อให้ถูกนะลูกเดี๋ยวลูกค้าว่าเอา" บารารีย้ำกับลูกสาวที่ขอช่วยแปะชื่อที่อยู่ของลูกค้าให้ หนูน้อยวัยห้าขวบที่อ่านหนังสือได้คล่องแล้วไม่มีปัญหากับเรื่องนี้ เพียงใจเป็นเด็กที่เรียนเก่งหัวไวกว่าเพื่อนๆ ในห้องอาจจะเป็นเพราะได้ความฉลาดจากผู้เป็นแม่ไปเยอะ "ค่า แม่" ตอบรับแม่ก่อนจะอ่านทวนอีกครั้งแล้วแปะชื่อตามออเดอร์ของลูกค้าให้ถูก "หนูไม่มีการบ้านเหรอคะ" บารารีหันมาถามลูกสาวที่ตั้งอกตั้งใจไล่อ่านตามหน้ากล่อง "หนูทำเสร็จตั้งแต่ที่โรงเรียนแล้วค่ะ" หนูน้อยรีบทำการบ้านให้เสร็จเพื่อจะมาช่วยแม่ทำงานต่อเพราะไม่อยากให้แม่ต้องเหนื่อยคนเดียว "ลูกสาวใครทำไมเก่งจังเลย ฟอดดด" หอมแก้มลูกสาวไปฟอดใหญ่ก่อนจะลงมือแพ็กของต่อ "ลูกสาวแม่เบลสุดสวยไงคะ จุ๊บ" สองแม่ลูกชมกันไปชมกันมาไม่มีใครยอมใคร หนูน้อยจุ๊บแก้มแม่เบาๆ อย่างออดอ้อน "ไปส่งของกับแม่ไหมคะหรือจะดูการ์ตูนอยู่ที่ห้อง" "ไปด้วยค่ะ หนูอยากกินโรตี" หนูน้อยร้องขอไปด้วยเพราะอยากกินโรตีที่ขายระหว่างทางไปส่งของ "ได้ค่ะงั้นเรารีบแพ็กกันนะ" สองแม่ลูกลงมือแพ็กของอย่างขยันขันแข็งเพื่อจะไปส่งให้ทันก่อนบริษัทขนส่งจะปิด หนูน้อยนั่งอ่านชื่อและดูตามหน้ากล่องเช็คของให้ถูกอย่างถี่ถ้วน เมื่อเสร็จแล้วทั้งคู่ก็ช่วยกันแบกกระสอบใบใหญ่ไปที่รถเพื่อส่งของให้ลูกค้า สองแม่ลูกพากันยิ้มหน้าระรื่นเมื่อส่งของทันเวลาก่อนที่ขนส่งจะปิดพอดีไม่อย่างนั้นต้องมาส่งพรุ่งนี้เสี่ยงโดนลูกค้าด่าว่าส่งของช้าอีก "มาทันเวลาพอดีเลย" หนูน้อยหันไปยิ้มกับแม่ โชคดีที่พนักงานเห็นใจยอมให้เป็นคิวสุดท้ายเพราะเห็นว่าเป็นเจ้าประจำที่มาส่งทุกวัน "เกือบไปแล้วลูก ดีนะที่พี่พนักงานเขาใจดี" สองแม่ลูกพากันชมพนักงานจนทุกคนพากันเขินหน้าแดงแล้วแบบนี้จะใจร้ายไม่ยอมให้ส่งของได้อย่างไร "ขอบคุณมากนะคะ พรุ่งนี้จะมาให้เร็วกว่านี้ค่ะ" บารารีบอกกับพนักงาน "ขอบคุณค่ะ บ๊ายบายค่ะ" หนูน้อยโบกมือลาพี่ๆ พนักงาน จนทุกคนพากันเอ็นดูสองแม่ลูกคู่นี้ "วันเสาร์นี้แม่มีงานที่ห้างจะไปกับแม่ไหมคะ" หญิงสาวถามลูกสาวด้วยความสมัครใจถ้าลูกไม่อยากไปเธอก็จะไม่บังคับ "ไปค่าา" หนูน้อยไม่เคยปฏิเสธผู้เป็นแม่ ทุกครั้งที่มีงานก็จะตามไปด้วยแต่ไม่เคยสร้างปัญหาจะนั่งเงียบๆ อ่านหนังสือที่พกติดตัวเสมอ [ห้างสรรพสินค้า] บารารีทำงานที่ได้รับคำสั่งมาอย่างละเอียดไม่ขาดตกบกพร่อง ส่วนหนูน้อยนั่งอ่านหนังสือรอแม่เงียบๆ "กระถางต้นไม้ไว้หัวมุมนะคะเดี๋ยวมันจะบังป้ายหน้างาน" จัดแจ้งเรื่องสถานที่ของงานจนผู้ว่าจ้างชอบใจในความใส่ใจรายละเอียดของเธอ สมแล้วที่เกียรตินิยมอันดับหนึ่งในสาขาวิชาเกี่ยวกับด้านนี้ "ขอบคุณมากนะน้องเบลงานด่วนแบบนี้พี่ไม่คิดว่าน้องเบลจะรับ" คนจ้างงานยิ้มพอใจกับงานที่เธอจัดการ "ไม่เป็นไรค่ะพี่สร เบลไม่ได้ติดงานที่ไหนแค่นี้สบายมากค่ะ" "ขอบคุณอีกครั้งนะจ๊ะ เรื่องเงินพี่โอนไปให้เรียบร้อยแล้วนะ มีบวกเพิ่มให้ด้วย" "ขอบคุณมากนะคะพี่สร ถ้ามีงานอีกโทรหาเบลได้ตลอดเลยนะคะ" บารารีดูยอดเงินที่โอนเข้ามาถึงกับพอใจไม่น้อย "น้องเพียงไปค่ะลูกแม่เสร็จงานแล้ว" เรียกลูกสาวที่ก้มอ่านหนังสือของเด็กประถมทั้งๆ ที่ตัวเองอยู่แค่อนุบาล "ค่ะแม่" เก็บหนังสือใส่กระเป๋าแล้ววิ่งดุ๊กดิ๊กมาหาผู้เป็นแม่ "หิวไหมคะเรากินอะไรก่อนกลับกันดีกว่าเนอะ" "ดีค่ะเพียงอยากกินไก่ทอด" หนูน้อยชี้นิ้วไปยังร้านอาหารที่อยากกิน สองแม่ลูกพากันจูงมือเข้าไปในร้าน บารารีจัดการสั่งอาหารให้ลูกสาวตามที่ลูกชอบ "กินดีๆ ลูกเดี๋ยวเลอะ" หยิบทิชชูเช็ดปากให้ลูกสาวเมื่อซอสเลอะที่มุมปาก "อ้ามมมม" มือน้อยๆ ส่งป้อนให้ผู้เป็นแม่ บารารีอ้าปากรับอาหารที่ลูกป้อนก่อนจะพากันเคี้ยวแก้มตุ่ย "แม่คะ หนูอยากกินเค้กด้วย" เมื่อกินของคาวไปแล้วก็ต้องต่อด้วยของหวานสินะ "งั้นเราเดินย่อยสักรอบแล้วไปกินเค้กกันนะ" คุณแม่แสนใจดีตามใจลูกสาวแต่ไม่ได้ตามใจจนเสียนิสัยอะไรที่ให้ได้ก็จะให้ สองแม่ลูกพากันเดินย่อยอาหารที่กินเข้าไปก่อนที่จะไปต่อด้วยของหวานอย่างเค้ก "ถ้าพ่อยังอยู่คงได้มาเดินเที่ยวด้วยกันนะคะ" หนูน้อยหันไปเห็นคนอื่นมาพร้อมกับพ่อและแม่ก็อดอิจฉาไม่ได้ แม่บอกกับเธอมาตั้งแต่เด็กว่าพ่ออยู่บนฟ้ามาหาพวกเราไม่ได้หนูน้อยพอจะเข้าใจว่าพ่อไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้แล้ว บารารีก้มมองลูกด้วยความรู้สึกผิดที่เป็นให้ทั้งแม่และพ่อไม่ได้ยังไงลูกก็ยังต้องการพ่อ แต่เรื่องมันผ่านมาตั้งหลายปีแล้วเขาคนนั้นคงจำไม่ได้ว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้นหลังจากเธอกลับถึงห้องร่างบางเปลือยเปล่าชิดกำแพงขาขวายกขึ้นวางบนเก้าอี้ขาซ้ายยืนบนพื้น คนตัวใหญ่ยืนเปลือยเปล่าเช่นกัน มือหนาชักรูดแก่นกายใหญ่แล้วจับจ่อสอดเข้าไปในร่องแน่นที่ชุ่มไปด้วยน้ำ"อื้ม..แน่น" เสียงหวานครางออกมาเบา มือเร็วเอี้ยวมาจับสะโพกแกร่งเอาไว้"ฉันรักเธอนะ..อ๊าส์" บอกรักแล้วจัดการเริ่มขยับช้าๆ มือใหญ่ยกขาเรียวมาพาดบนบ่าแกร่งก่อนจะดึงแขนเล็กจนคนตัวเล็กเอนลงมาพิงอกแกร่งของตนเอง มืออีกข้างไม่ปล่อยว่างเฉยๆ ใช้บีบเคล้นหน้าอกอวบสองนิ้วชี้และนิ้วโป้งบีบดึงจุกสีสวย"อ๊ะ..อิฐ..อ๊า..อย่าดึง" โดนจู่โจมทั้งด้านบนด้านล่างใครจะไปทนไหว ร่างบางเงยหน้าขึ้นจูบกับคนตัวสูงก่อนที่อีกคนจะเร่งสะโพกสอบรัวๆ"อื้ม..อ๊าส์" สองลิ้นเกี่ยวกระหวัดกันไปมา ด้านล่างก็ยังขยับไม่ยอมพัก"อิฐ..อ๊ะ..เสียว..อ๊ะ" ปากเล็กถอนจูบออกมา คนตัวสูงยิ่งได้ใจเลื่อนมือจากหน้าอกลงไปด้านล่างจับเม็ดติ่งที่ยื่นออกมาบีบเบา"ชอบหรือเปล่า..ซี้ด" กระซิบถามข้างหู ร่างบางหน้าแดงด้วยความอาย"อ๊า..อย่าบีบนะ..อ๊ะ" เล็บจิกต้นขาใหญ่แน่นด้วยความเสียว ขาข้างที่ยืนแทบจะล้ม"เมื่อยหรือยัง..
อิทธิพลลงมือทำอาหารตามใจลูกสาวโดยไม่บ่นสักคำ เขารอให้ทุกอย่างเข้าที่แล้วจะจัดงานแต่งงานกับบารารี แต่ต้องหาเวลาเหมาะๆ คุยกับเธอเสียก่อน"สเต๊กปลาหอมๆ มาแล้วค่ะคนสวย" พ่อครัวมือหนึ่งยกจานมาเสิร์ฟลูกสาวตัวน้อยที่นั่งยิ้มแฉ่งรอกินอาหารฝีมือของพ่อ"หอมมากเลยค่ะ หนูหิวมากเลย" ลูบท้องน้อยๆ บ่งบอกว่าหิวจริงๆ"มาค่ะ พ่อป้อนนะ" อิทธิพลนั่งข้างลูกแล้วจัดการใช้มีดหั่นปลาเป็นชิ้นเล็กๆ พอดีคำให้ลูกสาว"ร้อนนะลูกค่อยๆ" ไม่เพียงแค่หั่นให้เท่านั้นแต่ยังคอยเป่าคอยเช็ดปากให้ลูกสาวอีกด้วย"อร่อยมากค่ะ" หันมายิ้มโชว์ฟันน้ำนมให้คนเป็นพ่อก่อนจะก้มลงไปกินต่อ ปากเล็กเคี้ยวตุ้ยจนแก้มป่อง"น้องเพียงกินดีๆ ค่ะ" หนูน้อยไม่พอใจกับชิ้นที่พ่อหั่นไว้ให้จึงเอื้อมเอาส้อมไปจิ้มอีกชิ้นมากัดโดยไม่หั่นจนโดนแม่ดุเบาๆ"มาค่ะ พ่อหั่นให้นะ" อิทธิพลจัดการหั่นชิ้นใหญ่ขึ้นให้ลูกสาว บารารีส่ายหัวให้กับการตามใจลูกของอิทธิพลอีกไม่นานเพียงใจได้ถูกตามใจจนเสียคนเป็นแน่"อาบน้ำได้แล้วค่ะน้องเพียง" บารารีบอกลูกสาวให้ไปอาบน้ำเตรียมเข้านอน หลังจากกินข้าวเพียงใจก็คุยจ
จากโซฟาย้ายมาที่เตียงนอนร่างบางนอนคว่ำหน้ากับหมอนสะโพกสวยลอยเด่น มือหนาจับสะโพกสวยไว้มั่นพร้อมกับอัดกระแทกไม่มียั้ง"อิฐช้าๆ ..อ๊ะ..อ๊า" เสียงหวานครางเสียงกระเส่าแต่คนด้านหลังไม่มีท่าทีจะเบาลงแม้แต่น้อย แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าอาจจะมีลูกอีกคนมาอยู่ในท้องแล้วจึงผ่อนแรงลง"อื้ม..อย่าเกร็งนะ..ซี้ด..เดี๋ยวเจ็บ" เสียงทุ้มบอกกับเธอก่อนจะค่อยๆ ขยับช้าๆ ด้วยจังหวะเนิบนาบแต่หนักแน่น"อู๊ย..เร็วหน่อย..อ๊า" เมื่ออีกคนไม่ได้ดั่งใจไม่มีความพอดีเดี๋ยวก็เร็วไปพอบอกให้ช้าก็ช้าจนน่าหงุดหงิด"ไม่ได้..ซี้ด..เดี๋ยวลูกเจ็บ" อิทธิพลเอ่ยกลับแม้จะอยากใส่เต็มแค่ไหนแต่ก็ต้องยั้งเอาไว้ก่อนเพราะกลัวโดนลูกที่คิดว่ามาอยู่ในท้องแล้วแน่ๆ"ไม่มี..อ๊ะ..เร็วๆ ..อ๊า" บารารีมั่นใจว่าไม่มีลูกในท้องเธอตอนนี้แน่นอน อิทธิพลก็แค่มั่นใจตัวเองมากเกินไปคิดว่าแค่ครั้งเดียวก็ติดได้ แค่เมื่อหกปีก่อนมันดันถึงคราวเสียได้"ไม่ได้..อ๊าส์" เสียงทุ้มเถียงกลับ สะโพกสวยที่อยู่เฉยก่อนหน้าไม่อาจทนไหวสวนกระแทกกลับเอง"อ๊ะ..เสียว" เสียงหวานครางลั่นห้องอย่างลืมอาย"เบล..อ๊าส
บารารีน้ำตาซึมเมื่อได้ยินในสิ่งที่เขาบอก น้ำตาเม็ดใสไหลหยดลงมาโดนมือใหญ่ที่กุมมือเล็กอยู่"ร้องไห้ทำไม" มือใหญ่เกลี่ยน้ำตาให้เธออย่างเบามือ"ฉันจะบอกว่าพ่อของเพียงเป็นใคร" บารารีจ้องตาเขา เธอพร้อมที่จะบอกความจริงแล้ว"ไม่ต้องหรอก จะเป็นใครก็ช่างเถอะแต่ตอนนี้น้องเพียงเป็นลูกของฉันนะ" อิทธิพลเอ่ยออกมา เขาไม่อยากรู้และเขาไม่สนใจแล้วด้วย"ไม่ นายต้องรู้""ก็บอกว่าไม่อยากรู้แล้ว" อิทธิพลเถียงเธอกลับ"พ่อของเพียงใจคือนายไง! ฮึก" บารารีตะโกนเสียงดัง อิทธิพลอึ้งเงียบไปพักใหญ่ มือใหญ่ที่กุมมือเธอไว้ค่อยๆ คลายออกจนเธอใจหาย"มะ...หมายความว่ายังไง" คนที่จำอะไรไม่ได้ในคืนนั้นเมื่อหกปีก่อนถามอย่างตะกุกตะกัก มันจะเป็นไปได้อย่างไรกัน"ฮึก..ฉันขอโทษ..ฮึก..ฉันผิดเอง..ฮือ" บารารีร้องไห้ออกมาอย่างหนัก"มันเกิดขึ้นตอนไหนเบล? เธอบอกฉันมาสิ" อิทธิพลถามเธอด้วยความอยากรู้"นายจำเมื่อหกปีก่อนที่เรากินเหล้าจนเมาได้ไหม ฮึก" บารารีเริ่มเกริ่นขึ้นมา อิทธิพลนึกย้อนไปเมื่อหกปีที่แล้วหลังจากกินเหล้าแก้วสุดท้ายที่เพื่อนชงให้ตนเ
ร่างหนานอนราบกับเตียงให้คนตัวเล็กอยู่ด้านบน บารารีเขินจนหน้าแดงเมื่อคนใต้ล่างมองเธอตาไม่กะพริบ"นี่! อย่ามองแบบนี้สิ" บารารีเบือนหน้าไปทางอื่นเพราะเขาเล่นจ้องเธอแบบนี้ ใครไม่อายก็บ้า"ขยับสิ ฉันจะหลับตา" อิทธิพลทำเป็นหลับตาลงแต่มือหนายังคงบีบคลึงหน้าอกอวบอยู่"อื้อ..อ๊ะ" ร่างเล็กเริ่มขยับขึ้นลงช้าๆ คนที่แกล้งหลับตาก็ลืมตาขึ้นมาแล้วแสยะยิ้ม ก่อนที่มือหนาจะจับเอวเล็กไว้มั่น"อ๊ะ..เบา..อ๊ะ..อ๊า" แก่นกายใหญ่สวนกระแทกอย่างหนักหน่วงจนคนด้านบนหัวสั่นหัวคลอน หน้าอกอวบสวยกระเพื่อมขึ้นลงตามแรงกระแทก"ซี้ด..ดีมาก..อ๊าส์" เสียงทุ้มคำรามอย่างเสียวซ่านท่านี้มันเข้าไปจนสุดช่องทางรักแคบแน่นจนเขาแทบกลั้นไม่ไหว"อ๊ะ..อ๊า..อิฐ..อ๊ะ" เสียงหวานเองก็ไม่น้อยหน้า ส่งเสียงดังลั่นห้องอย่างไม่ยอมกัน"อื้ม.." แก่นกายใหญ่หยุดกระแทกกระทั้นก่อนจะจับร่างเล็กนอนราบแล้วตนเองลุกขึ้นมาเป็นฝ่ายรุก"อ๊า..เสียว!" ร่างใหญ่ไม่รอช้าพอจัดท่าได้ก็จัดการชักแก่นกายออกแล้วดันเข้าไปจนสุด"จับดีๆ ..อ๊าส์" เอวสอบเร่งจนถี่ยิบจนคนด้านล่างต้องหาที่ยึดเอาไ
อิทธิพลพาหนูน้อยเพียงใจมาทำเค้กเซอร์ไพรส์วันเกิดให้บารารีที่คอนโดแต่กว่าจะขออนุญาตให้เพียงใจมาได้ช่างยากลำบากเพราะบารารีไม่ยอมแต่สุดท้ายก็ต้องยอมเพราะเธอดันมีงานด่วนกะทันหัน"หยิบแป้งให้ลุงอิฐหน่อยค่ะคนสวย" อิทธิพลที่มีผ้ากันเปื้อนช่างเหมือนกับเชฟมือหนึ่งของร้านอาหาร ที่กำลังง่วนอยู่กับการทำเค้ก"นี่ค่ะ" หนูน้อยหยิบถุงแป้งที่วางเตรียมไว้ส่งให้คุณลุงใจดีของตนเอง"ทำแบบนี้ค่ะ ค่อยๆ นะคะ" อิทธิพลจับมือน้อยๆ พร้อมสาธิตให้ดูอย่างอ่อนโยน"แบบนี้เหรอคะ" มือน้อยๆ ตบเบาๆ ด้านข้างที่ร่อนแป้ง อิทธิพลหันมายกนิ้วโป้งให้หนูน้อย เชฟหนุ่มสุดหล่อกับลูกมือแสนน่ารักช่วยกันทำเค้กอย่างสนุกสนาน"เรียบร้อยรอออกจากเตาอบแล้วเรามาแต่งหน้าเค้กกันนะคะ" อิทธิพลยกเค้กเข้าเตาอบแล้วตั้งเวลา หนูน้อยใจจดใจจ่อรอที่จะแต่งหน้าเค้ก อิทธิพลยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเพียงใจเก็บเอาไว้อย่างห้ามไม่ได้กับความน่ารักน่าเอ็นดู"รอนานไหมคะลุงอิฐ""อีกสิบห้านาทีก็น่าจะได้แล้วค่ะ" อิทธิพลดูเวลาที่ตนเองตั้งไว้"ตื่นเต้นๆ แล้วเราจะยกไปให้แม่เบลแบบนี้เลยเหรอคะ"







