LOGINหกปีผ่านไป...
เวลาผ่านไปราวกับแค่ฝัน ทุกอย่างดำเนินไปอย่างรวดเร็วจนเธอตั้งตัวไม่ทัน จากวันนั้นที่ต้องทิ้งทุกอย่างเพื่อเด็กน้อยหน้าตาน่ารักที่เธอเรียกว่า 'ลูก' "วันนี้ที่โรงเรียนเป็นยังไงบ้างคะคนเก่ง" คุณแม่คนสวยขับรถมารับลูกสาววัยห้าขวบที่หน้าโรงเรียน พอขึ้นรถได้คนเป็นแม่ก็ถามลูกสาวตัวน้อยทันที "วันนี้คุณครูให้จับกลุ่มทำงานหนูได้เป็นหัวหน้ากลุ่มด้วยค่ะ" หนูน้อยตอบแม่อย่างน่าเอ็นดู บารารีเรียนขับรถและใช้เงินเก็บที่พอมีซื้อรถยนต์เพื่อมารับลูกจะให้เธอกระเตงลูกขึ้นรถแท็กซี่หรือรถประจำทางทุกวันคงไม่ได้ เธออยากให้ลูกสบายที่สุดเท่าที่แม่คนนี้จะทำได้ "แล้วน้องเพียงทำได้ไหมคะ" "ทำได้ค่ะเพราะหนูเก่งเหมือนแม่เบลคนสวย" สองแม่ลูกหยอกล้อกันไปมา หนูน้อยไม่เคยได้เห็นหน้าพ่อแม้แต่ครั้งเดียวตั้งแต่จำความได้ก็มีแค่แม่คนเดียวมาตลอด "เก่งมากค่ะสุดสวยของแม่" ยีหัวลูกสาวด้วยความเอ็นดูก่อนจะขับรถกลับคอนโดที่ซื้อเอาไว้หลังจากเรียนจบ เมื่อถึงคอนโดสองแม่ลูกอาบน้ำกินข้าวเรียบร้อย บารารีก็ลงมือตอบแชทลูกค้าต่อโดยมีลูกสาวตัวน้อยช่วยหยิบช่วยแพ็กของ "ชุดสีครีมค่ะ" คุณแม่คนสวยบอกลูกสาวที่วิ่งวุ่นหยิบชุดให้เธอ "ตรงไหนคะแม่" ตะโกนถามแม่เสียงดังเมื่อหาไม่เจอ "ชั้นที่สองขวามือค่ะ" หนูน้อยเห็นของก็รีบวิ่งเอามาให้แม่แพ็กของให้ลูกค้าต่อ การขายเสื้อผ้าออนไลน์ดูเหมือนจะเป็นอาชีพหลักของเธอไปแล้วเพราะมันเป็นสิ่งที่ทำแล้วรายได้ดี แต่บารารีก็รับงานจัดอีเวนต์ตามบูธสินค้าต่างๆ เป็นรายได้เสริม สองแม่ลูกช่วยกันทำงานเก็บเงินไว้ใช้ในยามฉุกเฉินเงินประกันของพ่อแม่เธอหมดไปตั้งแต่ช่วงที่เธอท้องเพราะทำงานอะไรหนักไม่ได้จึงต้องใช้เงินพวกนั้นเวลาไปโรงพยาบาล "แปะชื่อให้ถูกนะลูกเดี๋ยวลูกค้าว่าเอา" บารารีย้ำกับลูกสาวที่ขอช่วยแปะชื่อที่อยู่ของลูกค้าให้ หนูน้อยวัยห้าขวบที่อ่านหนังสือได้คล่องแล้วไม่มีปัญหากับเรื่องนี้ เพียงใจเป็นเด็กที่เรียนเก่งหัวไวกว่าเพื่อนๆ ในห้องอาจจะเป็นเพราะได้ความฉลาดจากผู้เป็นแม่ไปเยอะ "ค่า แม่" ตอบรับแม่ก่อนจะอ่านทวนอีกครั้งแล้วแปะชื่อตามออเดอร์ของลูกค้าให้ถูก "หนูไม่มีการบ้านเหรอคะ" บารารีหันมาถามลูกสาวที่ตั้งอกตั้งใจไล่อ่านตามหน้ากล่อง "หนูทำเสร็จตั้งแต่ที่โรงเรียนแล้วค่ะ" หนูน้อยรีบทำการบ้านให้เสร็จเพื่อจะมาช่วยแม่ทำงานต่อเพราะไม่อยากให้แม่ต้องเหนื่อยคนเดียว "ลูกสาวใครทำไมเก่งจังเลย ฟอดดด" หอมแก้มลูกสาวไปฟอดใหญ่ก่อนจะลงมือแพ็กของต่อ "ลูกสาวแม่เบลสุดสวยไงคะ จุ๊บ" สองแม่ลูกชมกันไปชมกันมาไม่มีใครยอมใคร หนูน้อยจุ๊บแก้มแม่เบาๆ อย่างออดอ้อน "ไปส่งของกับแม่ไหมคะหรือจะดูการ์ตูนอยู่ที่ห้อง" "ไปด้วยค่ะ หนูอยากกินโรตี" หนูน้อยร้องขอไปด้วยเพราะอยากกินโรตีที่ขายระหว่างทางไปส่งของ "ได้ค่ะงั้นเรารีบแพ็กกันนะ" สองแม่ลูกลงมือแพ็กของอย่างขยันขันแข็งเพื่อจะไปส่งให้ทันก่อนบริษัทขนส่งจะปิด หนูน้อยนั่งอ่านชื่อและดูตามหน้ากล่องเช็คของให้ถูกอย่างถี่ถ้วน เมื่อเสร็จแล้วทั้งคู่ก็ช่วยกันแบกกระสอบใบใหญ่ไปที่รถเพื่อส่งของให้ลูกค้า สองแม่ลูกพากันยิ้มหน้าระรื่นเมื่อส่งของทันเวลาก่อนที่ขนส่งจะปิดพอดีไม่อย่างนั้นต้องมาส่งพรุ่งนี้เสี่ยงโดนลูกค้าด่าว่าส่งของช้าอีก "มาทันเวลาพอดีเลย" หนูน้อยหันไปยิ้มกับแม่ โชคดีที่พนักงานเห็นใจยอมให้เป็นคิวสุดท้ายเพราะเห็นว่าเป็นเจ้าประจำที่มาส่งทุกวัน "เกือบไปแล้วลูก ดีนะที่พี่พนักงานเขาใจดี" สองแม่ลูกพากันชมพนักงานจนทุกคนพากันเขินหน้าแดงแล้วแบบนี้จะใจร้ายไม่ยอมให้ส่งของได้อย่างไร "ขอบคุณมากนะคะ พรุ่งนี้จะมาให้เร็วกว่านี้ค่ะ" บารารีบอกกับพนักงาน "ขอบคุณค่ะ บ๊ายบายค่ะ" หนูน้อยโบกมือลาพี่ๆ พนักงาน จนทุกคนพากันเอ็นดูสองแม่ลูกคู่นี้ "วันเสาร์นี้แม่มีงานที่ห้างจะไปกับแม่ไหมคะ" หญิงสาวถามลูกสาวด้วยความสมัครใจถ้าลูกไม่อยากไปเธอก็จะไม่บังคับ "ไปค่าา" หนูน้อยไม่เคยปฏิเสธผู้เป็นแม่ ทุกครั้งที่มีงานก็จะตามไปด้วยแต่ไม่เคยสร้างปัญหาจะนั่งเงียบๆ อ่านหนังสือที่พกติดตัวเสมอ [ห้างสรรพสินค้า] บารารีทำงานที่ได้รับคำสั่งมาอย่างละเอียดไม่ขาดตกบกพร่อง ส่วนหนูน้อยนั่งอ่านหนังสือรอแม่เงียบๆ "กระถางต้นไม้ไว้หัวมุมนะคะเดี๋ยวมันจะบังป้ายหน้างาน" จัดแจ้งเรื่องสถานที่ของงานจนผู้ว่าจ้างชอบใจในความใส่ใจรายละเอียดของเธอ สมแล้วที่เกียรตินิยมอันดับหนึ่งในสาขาวิชาเกี่ยวกับด้านนี้ "ขอบคุณมากนะน้องเบลงานด่วนแบบนี้พี่ไม่คิดว่าน้องเบลจะรับ" คนจ้างงานยิ้มพอใจกับงานที่เธอจัดการ "ไม่เป็นไรค่ะพี่สร เบลไม่ได้ติดงานที่ไหนแค่นี้สบายมากค่ะ" "ขอบคุณอีกครั้งนะจ๊ะ เรื่องเงินพี่โอนไปให้เรียบร้อยแล้วนะ มีบวกเพิ่มให้ด้วย" "ขอบคุณมากนะคะพี่สร ถ้ามีงานอีกโทรหาเบลได้ตลอดเลยนะคะ" บารารีดูยอดเงินที่โอนเข้ามาถึงกับพอใจไม่น้อย "น้องเพียงไปค่ะลูกแม่เสร็จงานแล้ว" เรียกลูกสาวที่ก้มอ่านหนังสือของเด็กประถมทั้งๆ ที่ตัวเองอยู่แค่อนุบาล "ค่ะแม่" เก็บหนังสือใส่กระเป๋าแล้ววิ่งดุ๊กดิ๊กมาหาผู้เป็นแม่ "หิวไหมคะเรากินอะไรก่อนกลับกันดีกว่าเนอะ" "ดีค่ะเพียงอยากกินไก่ทอด" หนูน้อยชี้นิ้วไปยังร้านอาหารที่อยากกิน สองแม่ลูกพากันจูงมือเข้าไปในร้าน บารารีจัดการสั่งอาหารให้ลูกสาวตามที่ลูกชอบ "กินดีๆ ลูกเดี๋ยวเลอะ" หยิบทิชชูเช็ดปากให้ลูกสาวเมื่อซอสเลอะที่มุมปาก "อ้ามมมม" มือน้อยๆ ส่งป้อนให้ผู้เป็นแม่ บารารีอ้าปากรับอาหารที่ลูกป้อนก่อนจะพากันเคี้ยวแก้มตุ่ย "แม่คะ หนูอยากกินเค้กด้วย" เมื่อกินของคาวไปแล้วก็ต้องต่อด้วยของหวานสินะ "งั้นเราเดินย่อยสักรอบแล้วไปกินเค้กกันนะ" คุณแม่แสนใจดีตามใจลูกสาวแต่ไม่ได้ตามใจจนเสียนิสัยอะไรที่ให้ได้ก็จะให้ สองแม่ลูกพากันเดินย่อยอาหารที่กินเข้าไปก่อนที่จะไปต่อด้วยของหวานอย่างเค้ก "ถ้าพ่อยังอยู่คงได้มาเดินเที่ยวด้วยกันนะคะ" หนูน้อยหันไปเห็นคนอื่นมาพร้อมกับพ่อและแม่ก็อดอิจฉาไม่ได้ แม่บอกกับเธอมาตั้งแต่เด็กว่าพ่ออยู่บนฟ้ามาหาพวกเราไม่ได้หนูน้อยพอจะเข้าใจว่าพ่อไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้แล้ว บารารีก้มมองลูกด้วยความรู้สึกผิดที่เป็นให้ทั้งแม่และพ่อไม่ได้ยังไงลูกก็ยังต้องการพ่อ แต่เรื่องมันผ่านมาตั้งหลายปีแล้วเขาคนนั้นคงจำไม่ได้ว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้นหลังจากเธอกลับถึงห้องพอถึงวันกลับบ้านลูกสาวคนสวยนั่งเงียบตลอดทางไม่พูดไม่คุยกับพ่อแม้แต่คำเดียว"วันนี้พ่อทำสุกี้ใส่ปูอัดเยอะๆ ให้ดีไหมคะ" อิทธิพลชวนลูกสาวคุยตลอดทางแต่ได้มาแค่ความเงียบ"หรือจะกินหอยทอดดีคะ" คุณพ่อสุดหล่อยังคงเสนอเมนูให้ลูกสาวอยู่เรื่อยๆ แต่ลูกสาวก็ยังเงียบ"น้องเพียงเป็นอะไรลูกทำไมถึงนั่งเงียบแบบนี้ล่ะคะ" เขาตัดสินใจถามลูกสาวอย่างใจเย็น"หนูงอนพ่อค่ะ พ่อชอบทำเหมือนหนูเป็นเด็กไม่รู้จักโต แค่ไปเข้าค่ายพ่อยังตามไปด้วยเลย เพื่อนๆ ชอบบอกว่าหนูเป็นลูกแหง่เพราะพ่อเลยค่ะ"หนูน้อยจัดใหญ่ใส่เป็นชุด อิทธิพลนั่งอึ้งที่ลูกพูดก็ถูกเขาไม่เคยปล่อยให้ลูกทำอะไรด้วยตัวเองเลยเพราะเขาห่วงลูกสาวมากๆ เพียงใจเพิ่งรู้ว่าเขาเป็นพ่อก็ตอนที่เธออายุได้ห้าขวบแล้ว อิทธิพลเลยอยากทำทุกอย่างชดเชยเวลาที่หายไปแต่สิ่งที่เขาทำมันคงมากเกินไปจนลูกสาวอึดอัด"พ่อขอโทษนะคะ" คุณพ่อขอโทษอย่างซึมๆ"หนูไม่โกรธพ่อหรอกค่ะ หนูแค่งอน" เพียงใจเป็นเด็กน่ารักมาเสมอเธอโกรธพ่อไม่ลงเพราะเข้าใจว่าพ่อเป็นห่วงแต่เธออยากลองทำอะไรด้วยตัวเองบ้าง"งั้นพ่อจะง้อด้วยการทำของอร่อยๆ
สี่ปีต่อมา...เวลาผ่านไปเด็กๆ เริ่มโตเพียงใจอายุสิบขวบแล้วความโตขึ้นทำให้หนูน้อยยิ่งน่ารักทำให้คนเป็นพ่อยิ่งหวงเข้าไปใหญ่ ส่วนสองแฝดพบรักและพักรบตอนนี้อายุจะเข้าสี่ขวบแล้ว ความแสบของทั้งคู่เรียกได้ว่าไม่มีใครยอมใครยิ่งถ้าพี่คนโตอยู่ด้วยพ่อกับแม่ถึงกับกุมขมับ"แม่ขาพี่เพียงไปไหนคะ" หนูน้อยพบรักแฝดคนพี่วิ่งมาถามแม่ของตนเองเมื่อไม่เจอพี่สาวสุดสวยตั้งแต่เช้า"พี่เพียงไปเข้าค่ายกับโรงเรียนค่ะพรุ่งนี้ก็กลับแล้วลูก" บารารีบอกลูกสาวที่ติดพี่สาวแจ"แล้วพ่อล่ะครับแม่ พ่อไปไหน" คราวนี้เป็นตาฝาแฝดคนที่สองอย่างพักรบถามแม่ของตนเอง"พ่อไปส่งพี่เพียงค่ะ" บารารีตอบลูกอย่างใจเย็น หนึ่งวันบารารีจะต้องตอบคำถามจากลูกไม่ต่ำกว่าร้อยคำถามเพราะเจ้าฝาแฝดชอบถามเธอทุกเรื่องเหมือนตอนเพียงใจตอนอายุเท่านี้ เด็กวัยนี้เป็นวัยกำลังอยากรู้ไปหมด"ทำไมพ่อไม่พารักกับรบไปด้วยคะ รักก็อยากไปส่งพี่เพียง" แฝดคนพี่อย่างพบรักน้อยใจที่พ่อไม่พวกเธอไปด้วย บารารีกลุ้มใจไม่รู้จะบอกลูกยังไงในเมื่ออิทธิพลไม่ได้แค่ไปส่งเพียงใจแต่เจ้าตัวเก็บกระเป๋าตามไปเข้าค่ายกับลูกสาวคนโตด้วย โชคด
วันนี้เป็นวันที่หนูน้อยเพียงใจอารมณ์ดีที่สุดเพราะเป็นวันที่หนูน้อยจะอายุครบหกขวบแล้ว อิทธิพลพาลูกสาวและภรรยาที่หน้าท้องเริ่มนูนจนเห็นได้ชัดว่ากำลังตั้งครรภ์มาที่บ้านหลังใหญ่เพื่อฉลองวันเกิดให้หนูน้อยเพียงใจ คุณปู่คุณย่าจัดเต็มทำสนามหญ้าหลังบ้านให้เป็นปาร์ตี้เล็กๆ สำหรับคนในครอบครัว"ทำไมอลังการจังคะ" หนูน้อยตาโตเมื่อเห็นสนามหญ้าที่เคยวิ่งเล่นกับเจ้าบูบู้สุนัขตัวโปรดที่คุณปู่เลี้ยงไว้ตอนนี้กลับกลายเป็นงานปาร์ตี้มีทั้งบาบีคิว ของกินมากมาย หนูน้อยตาลุกวาวเมื่อเห็นแต่ของที่ชอบ"ชอบไหมลูก ปู่กับย่าทำเพื่อหนูเลยนะ" คุณปู่เดินมาอุ้มหลานรักแล้วหอมแก้มซ้ายแก้มขวา"ชอบค่ะ ขอบคุณค่ะคุณปู่คุณย่า" หนูน้อยยกมือไหว้ขอบคุณที่คุณปู่คุณย่าทำให้"น่ารักมากหลานย่า" คุณย่ายังสวยเข้ามาหอมแก้มหลานอีกฟอดใหญ่"แล้วเจ้าแสบในนี้ล่ะเมื่อไหร่จะออก" คนเป็นปู่ถามถึงตัวแสบในท้องของลูกสะใภ้"อีกห้าเดือนครับป๊า" อิทธิพลตอบแทน ตอนนี้บารารีท้องได้สี่เดือนกว่าแล้วถือว่าไวมาก แถมคุณพ่อยังอยากจะรู้เพศลูกใจจะขาดแต่คุณแม่อยากรอลุ้นตอนคลอด"คราวนี้ก็จะ
เมื่อถึงวันเสาร์สามคนพ่อ แม่และลูกสาวพากันมาเที่ยวสวนน้ำตามความต้องการของเพียงใจ"ไปเปลี่ยนชุดกันค่ะน้องเพียง" สองแม่ลูกจูงมือกันเข้าไปเปลี่ยนชุดในห้องที่จองไว้"แม่คะชุดหนูแน่นมากเลยค่ะ" หนูน้อยวิ่งออกมาพร้อมชุดว่ายน้ำสีชมพูที่มีพุงป่องๆ ยื่นนำหน้า"ก็น้องเพียงน้ำหนักขึ้นนี่คะลูก ต้องเปลี่ยนชุดแล้วสินะ" บารารีเอ็นดูลูกสาวที่พุงยื่นเพราะน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น แต่อย่าว่าแต่ลูกสาวเลยเธอเองก็ไม่ต่างกันเริ่มมีพุงยื่นออกมาจนไม่กล้าใส่ชุดว่ายน้ำไปโชว์ใครเลย"ทำไมแม่ไม่เปลี่ยนเสื้อผ้าคะ""แม่รู้สึกไม่สบายวันนี้น้องเพียงเล่นกับพ่อนะคะ" บารารีไม่อยากใส่ชุดว่ายน้ำเพราะหน้าท้องเธอยื่นออกมาจนเห็นได้ชัด"ก็ได้ค่ะ" หนูน้อยเข้าใจแม้จะอยากเล่นน้ำกับแม่แต่ถ้าไม่สบายเล่นน้ำคงไม่ดีหนูน้อยจึงว่าง่าย"ทำไมไม่เปลี่ยนเสื้อผ้าล่ะเบล" อิทธิพลที่อยู่เปลือยอกใส่แค่กางเกงขาสั้นเอ่ยถามคนรักที่จูงมือมากับลูกสาวที่ใส่ชุดน้ำว่ายแต่เธอกลับไม่ยอมเปลี่ยนชุดเสียที"รู้สึกไม่ค่อยสบายน่ะ ขอนั่งแถวๆ นี้แล้วกัน" บารารีไม่ยอมบอกเหตุผลกับอิทธิพลกลัวเขาจะหา
คุณพ่อลูกหนึ่งที่อยากจะมีลูกคนที่สองเร่งปฏิบัติหน้าที่ทุกวันแทบไม่ได้พัก พาลลำบากภรรยาให้ไม่ได้หลับไม่ได้นอน อิทธิพลเอาแต่ใจตัวเองตั้งแต่สามทุ่มจนล่วงเลยเวลามาเที่ยงคืนกว่าแล้วเขายังไม่ยอมปล่อยเธอนอนเสียที"อิฐ..อ๊ะ..พอแล้ว..อ๊า" คุณแม่ยังสวยนอนคว่ำหันหน้ามาบอกคนข้างหลังที่จ้วงแทงไม่คิดชีวิต"อีกนิด..อ๊าส์" แม้จะบอกอีกนิดก็เถอะแต่คำว่าอีกนิดของเขานั้นพูดมาตั้งแต่สามทุ่มแล้ว"ไม่เอา..อ๊ะ..เหนื่อย..อื้ม" ทั้งเหนื่อยทั้งเพลียทั้งง่วง บารารีอยากจะหลับทิ้งตัวเต็มทีแต่ก็ทำไม่ได้ มือหนากดสะโพกสวยแทบจมเตียงส่วนตัวเองลุกขึ้นคร่อมทั้งที่แก่นกายยังคงเสียบคาไว้ที่ร่องแคบๆ ที่ชุ่มไปด้วยน้ำรักที่เสร็จสมไปหลายรอบ ร่างใหญ่เริ่มขยับแก่นกายเข้าออกช้าๆ"อื้ม..อ๊ะ" คนด้านล่างเคลิ้มได้แค่สักพักก็ต้องสะดุ้งเมื่อคนด้านบนรัวเอวกระแทกแก่นกายใส่ไม่ยั้งอีกแล้ว"โอ๊ว..ที่รัก..อ๊าส์..ใกล้แล้ว" เสียงทุ้มครางลั่นห้องพร้อมกับขยับแก่นกายจนถี่ยิบ"อิฐ..อ๊ะ..อิฐ" บารารีทั้งครางทั้งเรียกชื่อยิ่งทำให้อิทธิพลฮึกเหิมเข้าไปใหญ่ ภายในช่องทางรักแสนแคบแน่นตอดตุบๆ บ่งบอกว่
เช้าวันเสาร์ตามที่ตกลงกันไว้อิทธิพลพาบารารีกับลูกมาหาพ่อแม่ของตนเองเพื่อให้พวกท่านรับรู้เรื่องของเขากับเธอ"พาน้องเพียงมาเล่นอีกแล้วเหรอลูก" แม่ของอิทธิพลออกมาต้อนรับเมื่อรู้ว่าลูกชายและเพื่อนลูกพาหนูน้อยน่ารักมาเล่นที่บ้าน"ม๊าครับ ป๊าอยู่หรือเปล่าผมมีเรื่องจะคุยด้วย" อิทธิพลเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง"อยู่จ้ะ ดูราคาทองอยู่ในบ้านน่ะ" อิทธิพลจูงมือลูกสาวเข้าบ้านโดยมีบารารีเดินตาม"ป๊าครับ ม๊าครับ ที่จริงแล้วน้องเพียงเป็นลูกแท้ๆ ของผมกับเบล" เมื่อเข้ามาในบ้านอิทธิพลไม่รอช้าพูดออกมาโต้งๆ โดยไม่มีเกริ่นนำอะไรก่อน คนเป็นพ่อสีหน้าไม่บ่งบอกอะไรแต่คนเป็นแม่ตกใจตาค้างไปแล้ว"หนูขอโทษค่ะ หนูเพิ่งกล้าบอกอิฐ" บารารียกมือไหว้ขอโทษท่านทั้งสองคน หนูน้อยเห็นแม่ยกมือไหว้จึงยกมือไหว้ตามบ้าง"ฉันว่าแล้ว กะแล้วเชียวน้องเพียงหน้าเหมือนตาอิฐอย่างกับแกะ แกไม่เอะใจบ้างหรือไงไอ้อิฐ" คนเป็นพ่อลุกขึ้นมาอุ้มหลานสาวไปนั่งตักของตัวเองก่อนจะหันไปถามลูกชาย"ผมไม่รู้นี่ครับพ่อ ผมนี่โง่จริงๆ" ไม่รู้จะสรรหาคำด่าอะไรมาด่าตัวเองถึงได้โง่ได้ขนาดนี้"ปริ
หลังจากพาลูกสาวกินของที่ชอบแล้วสองแม่ลูกก็พากันกลับคอนโดเพื่อมาทำงานที่ค้างเอาไว้ หนูน้อยเพียงใจช่วยวิ่งหยิบส่งเสื้อผ้าให้ผู้เป็นแม่ที่กำลังไลฟ์สดขายเสื้อผ้า "ตัวนี้เป็นกางเกงยางยืดนะคะ ยืดได้สูงสุดเอวสี่สิบสองเลยนะคะ" คุณแม่ลูกหนึ่งกำลังใส่เสื้อเกาะอกสีดำในมือถือสินค้าโชว์ให
หลังจากไปส่งของกลับมาแล้วหญิงสาวก็นั่งเก็บของในห้องพักของตัวเองใส่กล่องอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยเธอจะย้ายออกไปให้เร็วที่สุด"ทำไมแกต้องรีบเก็บของอย่างกับจะย้ายพรุ่งนี้" อิทธิพลเดินเข้ามาในห้องของเธอด้วยความเคยชินโดยไม่ต้องเคาะ"ก็แค่อยากเก็บก่อนน่ะ ถึงเวลาย้ายจริงๆ จะได้ไม่ต้องเ
อิทธิพลวิ่งหน้าตั้งจากชั้นหนึ่งขึ้นมาหาเพื่อนสนิทตัวเองที่ชั้นสามของตึก บารารีกำลังเก็บของใส่กระเป๋าเตรียมกลับหอพัก"อาจารย์กมลบอกว่าแกสละทุน" อิทธิพลรีบวิ่งมาถามเพื่อนเพราะอาจารย์เพิ่งเรียกเขาไปคุยเรื่องทุนที่บารารีสละสิทธิ์"ฉันแค่รู้สึกยังไม่พร้อมจะเรียนต่อตอนนี้น่ะ" ร่างบางเ
สองเดือนต่อมา....หญิงสาวอนาคตไกลกำลังนั่งลุ้นตัวเกร็งอยู่ในห้องน้ำ มือถือแท่งสี่เหลี่ยมยาวที่เรียกว่า 'ที่ตรวจครรภ์' เอาไว้"ขอร้องแหละ ไม่นะๆ" บารารีขอร้องให้เจ้าแท่งสี่เหลี่ยมขึ้นสีแดงแค่ขีดเดียว เธอกำลังจะได้ทุนไปเรียนต่อปริญญาโทที่ออสเตรเลียอนาคตของเธอจะมาจบลงแบบนี้ไม่ได้
![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






