Masukอิทธิพลอาสาอุ้มหนูน้อยที่นั่งรอแม่คุยกับเพื่อนจนหลับคาหนังสือ เขาจัดการอุ้มเด็กหญิงตัวน้อยแล้วเดินไปที่รถของเธอ
"ขอบใจมากนะอิฐ ฉันไปก่อนนะ" พอวางหนูน้อยอย่างเบามือที่สุดเท่าที่จะทำได้ บารารีพยายามพูดกับเพื่อนเสียงเบาๆ เพราะกลัวลูกสาวจะตื่น "ไม่เป็นไร ไว้ฉันจะไปหาแกที่คอนโด" คุยกันไปคุยกันมาความสนิทสนมของทั้งคู่ก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม บารารียอมบอกที่อยู่ของเธอให้เพื่อนรู้ในที่สุด "อืม ฉันไปละนะ" คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวขับรถมุ่งหน้ากลับคอนโดโดยมีลูกสาวตัวน้อยหลับอุตุไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่ข้างๆ พอถึงคอนโดก็จัดการอุ้มลูกสาวขึ้นห้องพาเข้านอนก่อนที่เธอจะออกมาตอบข้อความและแพ็กของให้ลูกค้าต่อ หลังจากทำอะไรเสร็จเรียบร้อยร่างบางอาบน้ำอาบท่าก่อนจะจัดการเปลี่ยนชุดให้ลูกสาวเพื่อให้หลับสบาย "จุ๊บ แม่ขอโทษนะคะคนเก่ง แต่เราอยู่กันสองคนแบบนี้ได้ใช่ไหมลูก" เธอมักจะขอโทษลูกทุกครั้งที่คิดถึงคนเป็นพ่อของลูก ใจอยากจะบอกคนคนนั้นให้รู้แล้วรู้รอดว่าเพราะคืนนั้นทำให้มีเด็กน้อยคนนี้ แต่เรื่องมันผ่านมาตั้งหลายปีแล้วเธอเองก็ไม่ได้หวังว่าเขาจะรับผิดชอบเพราะเขาคนนั้นคงจำเรื่องคืนนั้นไม่ได้ "หลับฝันดีนะคะ" ต่อให้ลูกพูดว่าอยู่กับแม่สองคนได้แต่ใจจริงลูกคงไม่ได้คิดแบบนั้น เด็กทุกคนอยากจะมีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบกันทั้งนั้นมีพ่อมีแม่ แต่ลูกของเธอไม่เพียงแต่ไม่มีพ่อแต่รูปของพ่อตนเองก็ยังไม่เคยได้เห็นเพราะเธอไม่เคยให้ลูกดูสักครั้ง บารารีตื่นเช้าขึ้นมาทำอาหารเช้าให้ลูกสาวก่อนไปโรงเรียนคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวแบบเธอต้องทำอะไรด้วยตัวเอง ข้าวผัดกุ้งแสนง่ายที่เป็นเมนูโปรดของลูกสาวถูกจัดใส่ภาชนะขณะรอลูกสาวอาบน้ำแต่งตัว เธอฝึกให้ลูกทำอะไรด้วยตัวเองทั้งอาบน้ำ แต่งตัวแต่ก็มีบางอย่างที่เธอต้องทำให้ลูก อย่างเช่นถักเปีย ทุกวันลูกสาวจะขอให้ทำทรงนี้พอลองทำทรงอื่นบ้างก็ไม่ยอม บอกไม่มั่นใจชอบถักเปียสองข้างที่สุด คุณแม่คนสวยก็ต้องตามใจลูกสาวคนเก่งจนได้ "ข้าวเสร็จแล้วนะคะคนเก่งของแม่" เข้าไปตามลูกสาวในห้องเมื่อลูกยังไม่ออกมา "ค่าาา" เสียงเล็กขานรับแล้ววิ่งดุ๊กดิ๊กตามแม่ไปที่โต๊ะกินข้าว หนูน้อยกำลังจะนั่งที่เก้าอี้ก็ได้ยินเสียงออดหน้าประตูดังขึ้นเสียก่อน "เดี๋ยวหนูไปเปิดเองค่ะ" ลงจากเก้าอี้วิ่งไปที่ประตูอย่างไว "สวัสดีค่ะ คุณลุงมาหาแม่เหรอคะ" หนูน้อยเปิดประตูเจอเพื่อนแม่คนเมื่อวานก็ยิ้มแฉ่งจนเห็นฟันน้ำนมขาว "ใช่ค่ะคนสวย ลุงขอเข้าไปได้ไหมคะ" อิทธิพลย่อตัวคุยกับหนูน้อยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเขาเอ็นดูหนูน้อยคนนี้เข้าแล้ว "เข้ามาเลยค่ะหนูกับแม่กำลังกินข้าวเช้ากัน" เชิญแขกเข้าห้องแล้วเดินนำไปหาแม่ที่นั่งรอกินข้าวอยู่ บารารีได้ยินเสียงลูกสาวจ้อเลยรู้ว่าใครมาหา "แม่ขา ลุงอิฐมาหาค่ะ" หนูน้อยตะโกนบอกแม่ บารารีส่ายหัวอย่างเอ็นดูลูกสาว ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครมาก็เพราะเสียงเจื้อยแจ้วของลูกดังมาถึงในครัว "น่าอร่อยจังเลยลุงอิฐขอกินด้วยได้ไหมคะ" อิทธิพลอุ้มหนูน้อยขึ้นมานั่งบนเก้าอี้แล้วก้มลงถาม "ได้ค่ะแม่เบลทำไว้เยอะเลยลุงอิฐนั่งลงเลยค่ะ" หนูน้อยตื่นเต้นดีใจที่วันนี้จะมีคนมากินข้าวเพิ่มด้วยอีกคนเพราะทุกวันจะกินข้าวกับแม่แค่สองคนเท่านั้น อิทธิพลนั่งลงที่เก้าอี้ข้างเด็กหญิงตัวน้อย บารารีหายเข้าไปในครัวและกลับมาพร้อมข้าวผัดกุ้งกลิ่นหอมกรุ่น "อร่อยดี ฝีมือแกดีขึ้นแล้วนี่นา" อิทธิพลเอ่ยแซวเพื่อนที่เมื่อก่อนฝีมือทำอาหารของบารารีเรียกได้ว่าใครกินเป็นท้องเสีย เขาจึงต้องอาสาทำให้เธอกินตลอด "ฉันพัฒนาฝีมือแล้วแกก็อย่าแซวฉันสิ" "มันอดไม่ได้นี่นา คิดถึงสมัยเรียนเนอะที่ฉันต้องทำให้แกกินตลอด" อิทธิพลอดคิดถึงสมัยเรียนไม่ได้ไม่ว่าจะช่วงเวลาไหนเขาก็มีบารารีอยู่ข้างๆ มาตลอด "นั่นสิ ฉันนี่ไม่ได้ทำอาหารไม่ได้เรื่องจริงๆ" สองเพื่อนซี้รื้อฟื้นถึงความหลัง ทั้งสามคนกินข้าวกันอย่างกับพ่อแม่ลูกแต่ความจริงแล้ว..ไม่ใช่ "เดี๋ยวฉันไปส่งน้องเพียงเองแกจะได้แพ็กของ แล้วฉันจะกลับมาช่วย" อิทธิพลผู้ว่างงานไม่มีอะไรทำ ร้านทองที่พ่อแม่ยกให้เขาก็มีคนที่ไว้ใจได้คอยดูอยู่เขาจึงแทบไม่ต้องทำอะไรแค่เข้าไปจัดการบัญชีช่วงเย็นเท่านั้น ที่ร่ำเรียนมาแทบไม่ได้ใช้ในชีวิตประจำวันเลยด้วยซ้ำ อิทธิพลรักการถ่ายรูปและมีบางครั้งที่แอบพ่อแม่ไปรับจ้างถ่ายรูปเขาไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินแต่การถ่ายรูปมันคือความชอบของเขา "ขอบใจนะอิฐ" บารารีไม่รู้จะขอบคุณอิทธิพลยังไงหมด ไม่รู้ตอนนั้นอะไรดลใจให้เธอเลิกติดต่อกับเขาไปนะอิทธิพลดีกับเธอมากขนาดนี้เธอจึงไม่กล้าทำสิ่งเลวร้ายกับเขาได้ อิทธิพลไปส่งหนูน้อยถึงโรงเรียนก่อนจะกลับมาที่คอนโดของเธอ บารารียังคงนั่งแพ็กของเตรียมส่งให้ลูกค้าไม่เสร็จเพราะออเดอร์ที่สั่งซื้อมีเข้ามาเรื่อยๆ "เหนื่อยเลยสิต้องทำอะไรด้วยตัวเองแบบนี้" อิทธิพลนั่งลงช่วยเธอเหมือนที่เคยทำตอนสมัยเรียน "ก็เหนื่อยบ้างแต่เพื่อลูกฉันต้องทน" บารารีพูดตามความจริงบางครั้งเธอเหนื่อยจนท้ออยากมีคนคอยรับฟัง แต่ไม่มีใครที่ไหนแล้วนอกจากลูก "พ่อของน้องเพียงเขารู้หรือเปล่าว่าแกท้อง" อิทธิพลถามด้วยความอยากรู้แต่ไม่ได้อยากรู้ว่าคนคนนั้นเป็นใคร บารารีส่ายหน้าอย่างยิ้มๆ "ไม่หรอก บอกไปเขาอาจจะไม่เชื่อก็ได้" มันไม่น่าเชื่อเลยด้วยซ้ำผ่านไปหกปีแล้ว อยู่ดีๆ เธอไปบอกเขาว่าท้องเป็นใครก็ไม่เชื่อทั้งนั้น อิทธิพลเห็นอีกคนยิ้มแต่เขารู้ดีว่าใจเธอไม่ได้ยิ้มอยู่ บารารีเป็นแม่ที่ดีของลูกแต่แววตาที่เคยสดใสของเธอไม่มีหลงเหลืออยู่แล้วเธอคงผ่านเรื่องอะไรมาเยอะ "ฉันอยู่ข้างแกเสมอนะเบลถ้ามีอะไรก็บอกฉันได้ ลูกแกก็เหมือนลูกฉัน" "ขอบใจนะ" เป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ที่เธอพูดคำนี้ "ฉันเบื่อที่จะฟังแล้วคำว่าขอบใจน่ะ ได้ยินจนเบื่อหู" อิทธิพลโวยวายเสียงดังก็เธอเล่นพูดแต่คำนี้ "ไม่ต้องทำหน้าดราม่า มาๆ ส่งมาจะได้แปะชื่อให้" ร่างหนาเร่งอีกจนบารารียิ้มออกมาอีกครั้ง อิทธิพลก็คืออิทธิพลวันยังค่ำ "แกกลับได้แล้วอิฐจะบ่ายแล้วเดี๋ยวฉันไปส่งของแล้วต้องแวะไปรับลูก" คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ทำทุกอย่างเป็นกิจวัตรประจำวัน บางครั้งเธอต้องส่งของถึงสองรอบเพราะจำนวนของลูกค้าสั่งเยอะจนขนไปไม่หมด "ฉันไปด้วย เย็นนี้ทำสุกี้กินกันที่ห้องแกนี่แหละ" พูดเองเออเองสรุปให้เสร็จสรรพก่อนจะช่วยเธอยกของลงไปที่รถ "เอากุญแจรถมาฉันขับเอง" แบมือขอกุญแจรถจากอีกคน บารารีจึงส่งให้ พอส่งของเสร็จก็แวะกินข้าวก่อนไปรับลูกสาวที่โรงเรียนเพราะยังไม่ถึงเวลาเลิกเรียนของลูก "ลุงอิฐยังไม่กลับบ้านอีกเหรอคะ" หนูน้อยขึ้นรถมาเห็นคนที่มาหาแม่เมื่อเช้ายังไม่ยอมกลับไปเสียที "วันนี้ลุงจะทำสุกี้สุดแสนอร่อยให้กินดีไหมคะ" หันไปถามหนูน้อยที่นั่งอยู่บนตักแม่เพราะเบาะข้างหลังเต็มไปด้วยเสื้อผ้าที่บารารีเพิ่งไปรับมาจากร้านที่เป็นหุ้นส่วน "ดีค่ะหนูอยากกิน" หนูน้อยดีใจยิ้มแฉ่ง "งั้นเราแวะซื้อของกันก่อนกลับเนอะ" มือหนาลูบหัวหนูน้อยอย่างเอ็นดู บารารีมองทั้งคู่แล้วอดยิ้มไม่ได้เธอดีใจที่เขาเอ็นดูลูกสาวเธอ สามคนเดินหาซื้อของไปทำสุกี้ที่ซุเปอร์มาร์เก็ตใกล้คอนโดของเธอ อิทธิพลจัดแจงทุกอย่างด้วยตัวเองอย่างกับเป็นเชฟมาเลือกคัดสรรวัตถุดิบ "หนูชอบกินปูอัด" หนูน้อยชี้ไปที่ของชอบ อิทธิพลไม่รอช้าหยิบปูอัดใส่รถเข็นทันที "อิฐแกซื้อเยอะไปแล้ว กินกันแค่สามคนนะ" "ก็เก็บไว้ในตู้เย็นห้องแกด้วยไง ฉันเห็นในตู้เย็นแกของสดแทบไม่มีเลย" อิทธิพลหยิบของใส่รถเข็นไม่ได้ถามคนที่มาด้วยเลยสักนิดว่าซื้อไปแล้วเธอจะทำเป็นหรือเปล่า เธอทำอาหารให้ลูกกินได้ก็เพราะดูตามสูตรในโซเชียลอร่อยบ้างไม่อร่อยบ้างตามความสามารถของเธอที่ทำบ่อยสุดคงจะเป็นข้าวผัดกุ้งเพราะเป็นเมนูโปรดของลูกและเป็นสิ่งที่เธอทำอร่อยที่สุด "ทั้งหมดสองพันสี่ร้อยหกสิบสามบาทค่ะ" พนักงานคิดเงินบอกราคาค่าของทั้งหมด บารารีกำลังจะล้วงหยิบเงินแต่ช้ากว่าบัตรเครดิตที่ถูกยื่นไปให้พนักงาน "วันนี้ฉันเลี้ยงเอง" หันมาบอกกับเธอแล้วยักคิ้วให้พร้อมกับโชว์บัตรเครดิตไม่จำกัดวงเงินขึ้นมา บารารีนึกหมั่นไส้ท่าทางของเพื่อนจึงมองบนใส่เขาไปอิทธิพลทำหน้าที่ขับรถพาหนูน้อยน่ารักน่าเอ็นดูมาส่งถึงหน้าโรงเรียนโดยมีคนเป็นแม่นั่งมาด้วย"ตอนเย็นลุงอิฐจะมารับหนูไหมคะ" เสียงเจื้อยแจ้วของคนที่นั่งข้างหลังชะโงกหน้ามาถามคนขับรถ"มาสิคะลุงอิฐจะพาน้องเพียงไปเดินเล่นที่ห้างก่อนกลับดีไหมคะ" อิทธิพลวางแพลนให้หลานสำหรับวันนี้ไว้แล้ว"ดีค่ะ เย้ๆ แม่ไปด้วยหรือเปล่าคะ""แม่ต้องไปส่งของให้ลูกค้าค่ะ ถ้าน้องเพียงอยากไปกับลุงอิฐแม่อนุญาตนะคะ" บารารีบอกกับลูกเธอมีของที่ต้องส่งลูกค้าอีกเป็นร้อยๆ ที่รอให้กลับไปจัดการ"เดี๋ยวฉันกลับไปช่วยแพ็กส่งก่อนมารับน้องเพียงแน่นอน แกต้องไปด้วย" อิทธิพลมองกระจกหลังเห็นหนูน้อยหน้าเศร้าลงพอบารารีบอกว่าไปด้วยไม่ได้เขาจึงอาสาช่วยงานเธอให้เสร็จ"แสดงว่าแม่ก็ไปได้ใช่ไหมคะ เย้ๆ" หนูน้อยดีใจที่จะได้ไปพร้อมกันสามคน"ถึงโรงเรียนแล้วค่ะ ตั้งใจเรียนนะคะ" บารารีบอกกับลูกสาว อันที่จริงหนังสือที่ลูกอ่านอยู่ประจำเป็นหนังสือของเด็กประถมเพียงใจเลยสอบได้คะแนนดีกว่าเด็กวัยเดียวกันตลอด"สวัสดีค่ะ จุ๊บ จุ๊บ" หนูน้อยจุ๊บแก้มแม่แล้วหันไปจุ๊บแก้มเพื่อนของแม่ด้วยก่อ
อิทธิพลลงมือเข้าครัวทำสุกี้หม้อไฟสูตรเด็ดของตัวเอง ส่วนสองแม่ลูกนั่งรออย่างใจจดใจจ่อโดยเฉพาะหนูน้อยที่กลับมาถึงก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อมารอกินสุกี้ฝีมือเพื่อนแม่ที่มาอยู่ตั้งแต่เช้า"ว้าว! หอมมาก น่ากินจังเลยค่ะลุงอิฐ" หนูน้อยเอ่ยปากชมไม่หยุดเมื่อหม้อสุกี้ถูกวางลงที่กลางโต๊ะ"กินได้เลยค่ะคนสวย ลุงอิฐทำสุดฝีมือเลยนะ" อิทธิพลเอ็นดูท่าทางน่ารักของหนูน้อย ถ้าเขามีลูกน่ารักแบบนี้คงหลงตายเลย"ทำยังไงก่อนคะน้องเพียง" บารารีถามลูกสาว"ขอบคุณค่ะลุงอิฐ" หนูน้อยยกมือไหว้ขอบคุณคุณลุงใจดีที่ทำอาหารให้ บารารีจะสอนลูกเสมอว่าเวลารับของจากใครต้องขอบคุณทุกครั้ง"ค่ะ กินเถอะเดี๋ยวลุงตักให้" อิทธิพลผู้ไม่เคยใช้คะขากับใครแต่กลับได้มาใช้กับหนูน้อยน่ารักตรงหน้า เขาอยากจะเป็นพ่อบุญธรรมของน้องเพียงเข้าให้แล้วจริงๆ ไม่ใช่เพราะสงสารบารารีแต่เพราะเขาหลงหนูน้อยคนนี้จนอยากได้เป็นลูกเสียเอง"อร่อยมากเลยค่ะ" หนูน้อยตักเข้าปากคำโตแล้วเอ่ยปากชมจนคนทำชักจะเขินเข้าให้"กินเยอะๆ นะคะ" อิทธิพลหยิบทิชชูมาเช็ดปากให้หนูน้อยที่กินเพลินจนปากเลอะ บารารีมองแล้วยิ้
อิทธิพลอาสาอุ้มหนูน้อยที่นั่งรอแม่คุยกับเพื่อนจนหลับคาหนังสือ เขาจัดการอุ้มเด็กหญิงตัวน้อยแล้วเดินไปที่รถของเธอ"ขอบใจมากนะอิฐ ฉันไปก่อนนะ" พอวางหนูน้อยอย่างเบามือที่สุดเท่าที่จะทำได้ บารารีพยายามพูดกับเพื่อนเสียงเบาๆ เพราะกลัวลูกสาวจะตื่น"ไม่เป็นไร ไว้ฉันจะไปหาแกที่คอนโด" คุยกันไปคุยกันมาความสนิทสนมของทั้งคู่ก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม บารารียอมบอกที่อยู่ของเธอให้เพื่อนรู้ในที่สุด"อืม ฉันไปละนะ" คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวขับรถมุ่งหน้ากลับคอนโดโดยมีลูกสาวตัวน้อยหลับอุตุไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่ข้างๆ พอถึงคอนโดก็จัดการอุ้มลูกสาวขึ้นห้องพาเข้านอนก่อนที่เธอจะออกมาตอบข้อความและแพ็กของให้ลูกค้าต่อ หลังจากทำอะไรเสร็จเรียบร้อยร่างบางอาบน้ำอาบท่าก่อนจะจัดการเปลี่ยนชุดให้ลูกสาวเพื่อให้หลับสบาย"จุ๊บ แม่ขอโทษนะคะคนเก่ง แต่เราอยู่กันสองคนแบบนี้ได้ใช่ไหมลูก" เธอมักจะขอโทษลูกทุกครั้งที่คิดถึงคนเป็นพ่อของลูก ใจอยากจะบอกคนคนนั้นให้รู้แล้วรู้รอดว่าเพราะคืนนั้นทำให้มีเด็กน้อยคนนี้ แต่เรื่องมันผ่านมาตั้งหลายปีแล้วเธอเองก็ไม่ได้หวังว่าเขาจะรับผิดชอบเพราะเขาคนนั้นคงจำเรื่องคืนนั้น
หลังจากพาลูกสาวกินของที่ชอบแล้วสองแม่ลูกก็พากันกลับคอนโดเพื่อมาทำงานที่ค้างเอาไว้ หนูน้อยเพียงใจช่วยวิ่งหยิบส่งเสื้อผ้าให้ผู้เป็นแม่ที่กำลังไลฟ์สดขายเสื้อผ้า "ตัวนี้เป็นกางเกงยางยืดนะคะ ยืดได้สูงสุดเอวสี่สิบสองเลยนะคะ" คุณแม่ลูกหนึ่งกำลังใส่เสื้อเกาะอกสีดำในมือถือสินค้าโชว์ให้ลูกค้าที่มาดูไลฟ์สดได้เห็นอย่างชัดเจน "สีดำหมดค่ะลูกค้าตอนนี้เหลือสีครีม น้ำตาล เทาค่ะ ถ้ารับทักไลน์แม่ค้าเลยนะคะ" แม่ค้าออนไลน์ที่นานๆ ครั้งจะมาไลฟ์สดให้ลูกค้าได้เห็นหน้า เพราะส่วนใหญ่บารารีใช้วิธีการโพสต์รูปและลงรายละเอียดสินค้าเสียมากกว่า เธอไม่ค่อยมีเวลาว่างเพราะการไลฟ์สดแต่ละครั้งต้องใช้เวลาค่อนข้างนานและเธอต้องทำคนเดียวทั้งขายของ ตอบข้อความ แพ็กของ ส่งของ ถึงบางวันจะมีแม่ค้าตัวน้อยอย่างเพียงใจมาช่วยก็ตาม "ทักแล้วอย่าทักซ้ำนะคะแม่ค้าตอบจากล่างขึ้นบนค่ะ" คุณแม่ลูกหนึ่งยังสวยไม่เปลี่ยน ที่ขายดิบขายดีอาจเป็นเพราะความขยันและไม่เคยโกงใครแถมยังส่งของเร็วทำให้ลูกค้าติดอกติดใจทั้งชายและหญิง "ต่อไปเป็นงานเสื้อเป
หกปีผ่านไป...เวลาผ่านไปราวกับแค่ฝัน ทุกอย่างดำเนินไปอย่างรวดเร็วจนเธอตั้งตัวไม่ทัน จากวันนั้นที่ต้องทิ้งทุกอย่างเพื่อเด็กน้อยหน้าตาน่ารักที่เธอเรียกว่า 'ลูก'"วันนี้ที่โรงเรียนเป็นยังไงบ้างคะคนเก่ง" คุณแม่คนสวยขับรถมารับลูกสาววัยห้าขวบที่หน้าโรงเรียน พอขึ้นรถได้คนเป็นแม่ก็ถามลูกสาวตัวน้อยทันที"วันนี้คุณครูให้จับกลุ่มทำงานหนูได้เป็นหัวหน้ากลุ่มด้วยค่ะ" หนูน้อยตอบแม่อย่างน่าเอ็นดู บารารีเรียนขับรถและใช้เงินเก็บที่พอมีซื้อรถยนต์เพื่อมารับลูกจะให้เธอกระเตงลูกขึ้นรถแท็กซี่หรือรถประจำทางทุกวันคงไม่ได้ เธออยากให้ลูกสบายที่สุดเท่าที่แม่คนนี้จะทำได้"แล้วน้องเพียงทำได้ไหมคะ""ทำได้ค่ะเพราะหนูเก่งเหมือนแม่เบลคนสวย" สองแม่ลูกหยอกล้อกันไปมา หนูน้อยไม่เคยได้เห็นหน้าพ่อแม้แต่ครั้งเดียวตั้งแต่จำความได้ก็มีแค่แม่คนเดียวมาตลอด"เก่งมากค่ะสุดสวยของแม่" ยีหัวลูกสาวด้วยความเอ็นดูก่อนจะขับรถกลับคอนโดที่ซื้อเอาไว้หลังจากเรียนจบเมื่อถึงคอนโดสองแม่ลูกอาบน้ำกินข้าวเรียบร้อย บารารีก็ลงมือตอบแชทลูกค้าต่อโดยมีลูกสาวตัวน้อยช่วยหยิบช่วยแพ็กของ
หลังจากไปส่งของกลับมาแล้วหญิงสาวก็นั่งเก็บของในห้องพักของตัวเองใส่กล่องอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยเธอจะย้ายออกไปให้เร็วที่สุด"ทำไมแกต้องรีบเก็บของอย่างกับจะย้ายพรุ่งนี้" อิทธิพลเดินเข้ามาในห้องของเธอด้วยความเคยชินโดยไม่ต้องเคาะ"ก็แค่อยากเก็บก่อนน่ะ ถึงเวลาย้ายจริงๆ จะได้ไม่ต้องเหนื่อย" ของในห้องค่อนข้างมากพอสมควรเพราะเธออยู่ตั้งแต่ปีหนึ่งจนถึงปัจจุบันนี้เธอไม่มีบ้านแบบคนอื่นให้กลับเลยต้องอยู่หอพักตลอด"แกมีอะไรที่ยังไม่บอกฉันอีกไหมเบล" อิทธิพลเลิกคิ้วถามเพื่อน"ไม่มี แกจะถามทำไม""ตอนฉันไปหาอาจารย์กมลเรื่องทุน รายชื่อนักศึกษารับปริญญาไม่มีชื่อแก" อิทธิพลเอ่ยออกมาเอง ในเมื่อเพื่อนไม่ยอมบอกเขาก็ต้องถาม บารารีนิ่งเงียบเธอยังไม่ได้บอกเขาเรื่องนี้แต่ตอนนี้เขาดันรู้แล้ว"อืม ฉันไม่อยากรับน่ะ""ทำไม?" อิทธิพลถามเธอเสียงเข้ม ทำไมพักหลังมานี้บารารีมีเรื่องปิดบังเขาตลอด"ฉันคิดว่ารับหรือไม่รับเวลาสมัครงานบริษัทก็ไม่ได้ขอดูจริงไหม มีแค่วุฒิก็พอแล้ว" แม้จะให้เหตุผลไปแบบนั้นแต่ในใจจริงๆ เธอก็อยากเข้ารับปริญญาพร้อมกับเพื่อนๆ







