Masukหลังจากไปส่งของกลับมาแล้วหญิงสาวก็นั่งเก็บของในห้องพักของตัวเองใส่กล่องอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยเธอจะย้ายออกไปให้เร็วที่สุด
"ทำไมแกต้องรีบเก็บของอย่างกับจะย้ายพรุ่งนี้" อิทธิพลเดินเข้ามาในห้องของเธอด้วยความเคยชินโดยไม่ต้องเคาะ "ก็แค่อยากเก็บก่อนน่ะ ถึงเวลาย้ายจริงๆ จะได้ไม่ต้องเหนื่อย" ของในห้องค่อนข้างมากพอสมควรเพราะเธออยู่ตั้งแต่ปีหนึ่งจนถึงปัจจุบันนี้เธอไม่มีบ้านแบบคนอื่นให้กลับเลยต้องอยู่หอพักตลอด "แกมีอะไรที่ยังไม่บอกฉันอีกไหมเบล" อิทธิพลเลิกคิ้วถามเพื่อน "ไม่มี แกจะถามทำไม" "ตอนฉันไปหาอาจารย์กมลเรื่องทุน รายชื่อนักศึกษารับปริญญาไม่มีชื่อแก" อิทธิพลเอ่ยออกมาเอง ในเมื่อเพื่อนไม่ยอมบอกเขาก็ต้องถาม บารารีนิ่งเงียบเธอยังไม่ได้บอกเขาเรื่องนี้แต่ตอนนี้เขาดันรู้แล้ว "อืม ฉันไม่อยากรับน่ะ" "ทำไม?" อิทธิพลถามเธอเสียงเข้ม ทำไมพักหลังมานี้บารารีมีเรื่องปิดบังเขาตลอด "ฉันคิดว่ารับหรือไม่รับเวลาสมัครงานบริษัทก็ไม่ได้ขอดูจริงไหม มีแค่วุฒิก็พอแล้ว" แม้จะให้เหตุผลไปแบบนั้นแต่ในใจจริงๆ เธอก็อยากเข้ารับปริญญาพร้อมกับเพื่อนๆ ทุกคน "แกดูเปลี่ยนไปนะเบล เหมือนมีอะไรปิดบังฉัน" "ไม่มีแล้วแหละ ฉันบอกแกไปหมดแล้ว" ร่างบางบอกกับเขาทั้งที่ความจริงมีอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่บอกเขาหรือใครไม่ได้ทั้งนั้น "ถ้ามีอะไรแกต้องบอกฉันนะ ฉันมีแกเป็นเพื่อนคนเดียวนะเบล" อิทธิพลเอ่ยอย่างจริงจังเขาไม่เคยเจอเพื่อนที่จริงใจเท่าบารารีมาก่อน "อืม แกกลับห้องไปได้แล้วไป ฉันจะนอนแล้ว" เอ่ยไล่เพื่อนให้รีบๆ กลับห้อง พอเพื่อนสนิทกลับไปหญิงสาวที่กำลังจะได้เป็นคุณแม่ในไม่ช้าก็นั่งกอดเข่ามองรูปภาพของเธอกับอิทธิพลสมัยเป็นเด็ก "ฉันก็มีแกเป็นเพื่อนคนเดียวเหมือนกันนะอิฐ" เธอไม่อยากสร้างภาระให้ใครอีกแล้วแค่นี้อิทธิพลก็ช่วยเธอมามากแล้วเธอขอทำอะไรเพื่อลูกด้วยตัวเองบ้าง วันเวลาผ่านไปจนถึงวันรับปริญญาอิทธิพลชะเง้อมองหาบารารี เขาคิดว่าเธอจะมาถ่ายรูปกับเขาในวันรับปริญญาด้วย เขาไม่ได้เห็นหน้าเธอมาเป็นสัปดาห์เพราะติดซ้อมรับปริญญา "ไอ้อิฐมาถ่ายรูปกันเว้ย" เสียงเพื่อนผู้ชายตะโกนเรียกคนที่ได้ชื่อว่าเป็นเดือนคณะดีกรีเกียรตินิยมอันดับหนึ่งและพ่วงด้วยตำแหน่งนักศึกษาทุนของคณะ "เห็นเบลบ้างไหม" อิทธิพลหันไปถามเพื่อนในสาขาที่ดูน่าจะคุยกับบารารีมากที่สุด "ไม่นะ ฉันโทรไปก็ไม่ติด" อิทธิพลพยักหน้ารับก่อนจะไปถ่ายรูปต่อกับเพื่อนๆ เขาเองก็ติดต่อบารารีไม่ได้เหมือนกัน ช่วงซ้อมรับปริญญาเขากลับไปนอนบ้านทุกวันเพราะมันสะดวกกว่าเลยไม่ได้เจอหน้าเพื่อนสนิท เหตุผลที่เขาเลือกอยู่หอแทนที่จะอยู่บ้านเพราะอยากจะไปอยู่เป็นเพื่อนบารารี "แล้วจะไปออสเตรเลียวันไหนล่ะอิฐ" เพื่อนในคณะที่ร่วมแสดงความยินดีกับนักศึกษาปริญญาโทถามด้วยความอยากรู้ "เดือนหน้าก็ไปแล้ว" เดือนหน้าเขาต้องเดินทางไปอยู่ออสเตรเลียแล้วเลยตั้งใจไว้ว่าจะกลับบ้านทีเดียวตอนเรียนจบ เพราะแค่สองปีก็จบแล้วคงไม่นานเกินรอ [สนามบิน] ชายหนุ่มยืนดูเวลาจากนาฬิกาข้อมือไม่ละสายตา เขารอคนคนเดียวที่สัญญาว่าจะมาส่งเขาที่สนามบิน บารารีย้ายออกจากหอพักไปช่วงที่อิทธิพลรับปริญญาเธอย้ายไปโดยไม่บอกเขาสักคำจนอิทธิพลต้องมารู้เองจากเจ้าของหอ และเมื่อคืนเขาก็ส่งข้อความไปให้เธอว่าจะเดินทางวันนี้บารารีอ่านแต่ไม่ยอมตอบอิทธิพลเริ่มใจเสียกลัวว่าเธอจะไม่มาส่งเขา "อิฐไปได้แล้วลูกจะได้เวลาแล้ว" "เดี๋ยวครับม๊า เบลยัลไม่มาเลย" อิทธิพลยังไม่ยอมไปไหน เขาจะรอจนกว่าบารารีจะมา "หนูเบลอาจจะติดงานก็ได้ ไปเถอะลูกเดี๋ยวตกเครื่อง" ผู้เป็นแม่กลัวลูกชายจะตกเครื่องจึงรีบเอ่ยเตือน "ขออีกสิบนาทีนะครับ" ขอต่อเวลาอีกหน่อยเผื่อบารารีกำลังนั่งรถมา ทั้งพ่อและแม่ของอิทธิพลทำอะไรไม่ได้นอกจากปล่อยให้ลูกชายรอเพื่อนสนิทตั้งแต่อนุบาลมาส่ง อิทธิพลรอจนครบสิบนาทีแล้วก็ยังไม่เห็นบารารีแม้แต่เงา "ไปเถอะลูก ถึงแล้วค่อยโทรหาหนูเบลก็ได้" ผู้เป็นพ่อบอกกับลูกชาย "ครับป๊า" อิทธิพลเดินคอตกลากกระเป๋าเตรียมจะเดินเข้าเกต "อิฐ!!" เสียงที่คุ้นเคยเรียกดังลั่นอิทธิพลหันพรึ่บก่อนจะเห็นบารารีกำลังก้าวฉับๆ มาหาตน "แฮ่กๆ ขอโทษนะที่สาย" เธอคิดว่าจะมาส่งอิทธิพลไม่ทันเสียแล้ว คอนโดใหม่ที่เธอย้ายไปอยู่มันไกลจากสนามบินมาก "ฉันคิดว่าแกจะไม่มาซะแล้ว" อิทธิพลดีใจยิ้มจนแก้มปริที่เพื่อนสนิทมาตามสัญญา "ไปเรียนล่ะไม่ใช่ไปหาสาว" บารารีแกล้งแซวเพื่อน "ฉันรู้หรอกน่า แล้วแกย้ายที่อยู่ใหม่ไม่คิดจะบอกกันเลยหรือไง” นึกน้อยใจที่เพื่อนไม่ยอมบอกแม้แต่น้อย “ฉันเห็นแกยุ่งๆ น่ะเลยไม่ได้บอก" "ฉันจะรีบเรียนให้จบ กลับมาแล้วเราไปเที่ยวกัน" ทั้งคู่เคยสัญญากันว่าถ้าเรียนจบแล้วจะพากันเที่ยวให้ครบทุกจังหวัดในประเทศไทย "อืม รีบๆ เรียนให้จบแล้วกันป๊ากับม๊าแกคอยอยู่" "แกต้องรับโทรศัพท์ทุกครั้งที่ฉันโทรหาเข้าใจไหม" อิทธิพลออกคำสั่งกับเพื่อน อดเป็นห่วงเธอไม่ได้ที่ต้องอยู่คนเดียวต่อจากนี้ "อืม ได้เวลาแล้วไปได้แล้วไปเดี๋ยวตกเครื่อง" หญิงสาวผลักเขาให้รีบไป อิทธิพลหันมาโบกมือบ๊ายบาย ก่อนจะเดินเข้าไปในเกต หลังจากส่งเพื่อนรักเสร็จบารารีตัดสินใจทิ้งซิมเปลี่ยนเบอร์เปลี่ยนทุกอย่างที่ทุกคนสามารถติดต่อได้ เธออยากหายไปเงียบๆ "ขอโทษนะอิฐ ช่วยสานฝันแทนฉันด้วยนะ" บารารีมองเครื่องบินที่กำลังทะยานขึ้นฟ้า นี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอได้เจอกับอิทธิพลก็ได้ "เราจะเริ่มตรงไหนกันดีล่ะลูก" ลูบท้องแบนเรียบคุยกับลูกในท้อง เธอไม่รู้จะเริ่มจากอะไรท้องแบบนี้คงทำงานอะไรหนักๆ ไม่ได้จึงต้องขายของออนไลน์กับรับแปลเอกสารไปก่อนถ้าคลอดแล้วคงต้องหางานอื่นรองรับ การมีลูกไม่ใช่เรื่องง่ายแถมยิ่งเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวอีกต่างหาก การที่จะเลี้ยงดูเด็กคนหนึ่งให้โตมาอย่างมีคุณภาพยิ่งยากเข้าไปใหญ่ เธอจะเป็นแม่ที่ดีให้ลูกได้จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้แต่เธอจะพยายามให้ถึงที่สุด ถึงลูกเธอจะกำพร้าพ่อแต่อย่างน้อยก็มีแม่ เธอต้องดูแลให้ลูกไม่รู้สึกขาดอะไรทั้งนั้นร่างบางเปลือยเปล่าชิดกำแพงขาขวายกขึ้นวางบนเก้าอี้ขาซ้ายยืนบนพื้น คนตัวใหญ่ยืนเปลือยเปล่าเช่นกัน มือหนาชักรูดแก่นกายใหญ่แล้วจับจ่อสอดเข้าไปในร่องแน่นที่ชุ่มไปด้วยน้ำ"อื้ม..แน่น" เสียงหวานครางออกมาเบา มือเร็วเอี้ยวมาจับสะโพกแกร่งเอาไว้"ฉันรักเธอนะ..อ๊าส์" บอกรักแล้วจัดการเริ่มขยับช้าๆ มือใหญ่ยกขาเรียวมาพาดบนบ่าแกร่งก่อนจะดึงแขนเล็กจนคนตัวเล็กเอนลงมาพิงอกแกร่งของตนเอง มืออีกข้างไม่ปล่อยว่างเฉยๆ ใช้บีบเคล้นหน้าอกอวบสองนิ้วชี้และนิ้วโป้งบีบดึงจุกสีสวย"อ๊ะ..อิฐ..อ๊า..อย่าดึง" โดนจู่โจมทั้งด้านบนด้านล่างใครจะไปทนไหว ร่างบางเงยหน้าขึ้นจูบกับคนตัวสูงก่อนที่อีกคนจะเร่งสะโพกสอบรัวๆ"อื้ม..อ๊าส์" สองลิ้นเกี่ยวกระหวัดกันไปมา ด้านล่างก็ยังขยับไม่ยอมพัก"อิฐ..อ๊ะ..เสียว..อ๊ะ" ปากเล็กถอนจูบออกมา คนตัวสูงยิ่งได้ใจเลื่อนมือจากหน้าอกลงไปด้านล่างจับเม็ดติ่งที่ยื่นออกมาบีบเบา"ชอบหรือเปล่า..ซี้ด" กระซิบถามข้างหู ร่างบางหน้าแดงด้วยความอาย"อ๊า..อย่าบีบนะ..อ๊ะ" เล็บจิกต้นขาใหญ่แน่นด้วยความเสียว ขาข้างที่ยืนแทบจะล้ม"เมื่อยหรือยัง..
อิทธิพลลงมือทำอาหารตามใจลูกสาวโดยไม่บ่นสักคำ เขารอให้ทุกอย่างเข้าที่แล้วจะจัดงานแต่งงานกับบารารี แต่ต้องหาเวลาเหมาะๆ คุยกับเธอเสียก่อน"สเต๊กปลาหอมๆ มาแล้วค่ะคนสวย" พ่อครัวมือหนึ่งยกจานมาเสิร์ฟลูกสาวตัวน้อยที่นั่งยิ้มแฉ่งรอกินอาหารฝีมือของพ่อ"หอมมากเลยค่ะ หนูหิวมากเลย" ลูบท้องน้อยๆ บ่งบอกว่าหิวจริงๆ"มาค่ะ พ่อป้อนนะ" อิทธิพลนั่งข้างลูกแล้วจัดการใช้มีดหั่นปลาเป็นชิ้นเล็กๆ พอดีคำให้ลูกสาว"ร้อนนะลูกค่อยๆ" ไม่เพียงแค่หั่นให้เท่านั้นแต่ยังคอยเป่าคอยเช็ดปากให้ลูกสาวอีกด้วย"อร่อยมากค่ะ" หันมายิ้มโชว์ฟันน้ำนมให้คนเป็นพ่อก่อนจะก้มลงไปกินต่อ ปากเล็กเคี้ยวตุ้ยจนแก้มป่อง"น้องเพียงกินดีๆ ค่ะ" หนูน้อยไม่พอใจกับชิ้นที่พ่อหั่นไว้ให้จึงเอื้อมเอาส้อมไปจิ้มอีกชิ้นมากัดโดยไม่หั่นจนโดนแม่ดุเบาๆ"มาค่ะ พ่อหั่นให้นะ" อิทธิพลจัดการหั่นชิ้นใหญ่ขึ้นให้ลูกสาว บารารีส่ายหัวให้กับการตามใจลูกของอิทธิพลอีกไม่นานเพียงใจได้ถูกตามใจจนเสียคนเป็นแน่"อาบน้ำได้แล้วค่ะน้องเพียง" บารารีบอกลูกสาวให้ไปอาบน้ำเตรียมเข้านอน หลังจากกินข้าวเพียงใจก็คุยจ
จากโซฟาย้ายมาที่เตียงนอนร่างบางนอนคว่ำหน้ากับหมอนสะโพกสวยลอยเด่น มือหนาจับสะโพกสวยไว้มั่นพร้อมกับอัดกระแทกไม่มียั้ง"อิฐช้าๆ ..อ๊ะ..อ๊า" เสียงหวานครางเสียงกระเส่าแต่คนด้านหลังไม่มีท่าทีจะเบาลงแม้แต่น้อย แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าอาจจะมีลูกอีกคนมาอยู่ในท้องแล้วจึงผ่อนแรงลง"อื้ม..อย่าเกร็งนะ..ซี้ด..เดี๋ยวเจ็บ" เสียงทุ้มบอกกับเธอก่อนจะค่อยๆ ขยับช้าๆ ด้วยจังหวะเนิบนาบแต่หนักแน่น"อู๊ย..เร็วหน่อย..อ๊า" เมื่ออีกคนไม่ได้ดั่งใจไม่มีความพอดีเดี๋ยวก็เร็วไปพอบอกให้ช้าก็ช้าจนน่าหงุดหงิด"ไม่ได้..ซี้ด..เดี๋ยวลูกเจ็บ" อิทธิพลเอ่ยกลับแม้จะอยากใส่เต็มแค่ไหนแต่ก็ต้องยั้งเอาไว้ก่อนเพราะกลัวโดนลูกที่คิดว่ามาอยู่ในท้องแล้วแน่ๆ"ไม่มี..อ๊ะ..เร็วๆ ..อ๊า" บารารีมั่นใจว่าไม่มีลูกในท้องเธอตอนนี้แน่นอน อิทธิพลก็แค่มั่นใจตัวเองมากเกินไปคิดว่าแค่ครั้งเดียวก็ติดได้ แค่เมื่อหกปีก่อนมันดันถึงคราวเสียได้"ไม่ได้..อ๊าส์" เสียงทุ้มเถียงกลับ สะโพกสวยที่อยู่เฉยก่อนหน้าไม่อาจทนไหวสวนกระแทกกลับเอง"อ๊ะ..เสียว" เสียงหวานครางลั่นห้องอย่างลืมอาย"เบล..อ๊าส
บารารีน้ำตาซึมเมื่อได้ยินในสิ่งที่เขาบอก น้ำตาเม็ดใสไหลหยดลงมาโดนมือใหญ่ที่กุมมือเล็กอยู่"ร้องไห้ทำไม" มือใหญ่เกลี่ยน้ำตาให้เธออย่างเบามือ"ฉันจะบอกว่าพ่อของเพียงเป็นใคร" บารารีจ้องตาเขา เธอพร้อมที่จะบอกความจริงแล้ว"ไม่ต้องหรอก จะเป็นใครก็ช่างเถอะแต่ตอนนี้น้องเพียงเป็นลูกของฉันนะ" อิทธิพลเอ่ยออกมา เขาไม่อยากรู้และเขาไม่สนใจแล้วด้วย"ไม่ นายต้องรู้""ก็บอกว่าไม่อยากรู้แล้ว" อิทธิพลเถียงเธอกลับ"พ่อของเพียงใจคือนายไง! ฮึก" บารารีตะโกนเสียงดัง อิทธิพลอึ้งเงียบไปพักใหญ่ มือใหญ่ที่กุมมือเธอไว้ค่อยๆ คลายออกจนเธอใจหาย"มะ...หมายความว่ายังไง" คนที่จำอะไรไม่ได้ในคืนนั้นเมื่อหกปีก่อนถามอย่างตะกุกตะกัก มันจะเป็นไปได้อย่างไรกัน"ฮึก..ฉันขอโทษ..ฮึก..ฉันผิดเอง..ฮือ" บารารีร้องไห้ออกมาอย่างหนัก"มันเกิดขึ้นตอนไหนเบล? เธอบอกฉันมาสิ" อิทธิพลถามเธอด้วยความอยากรู้"นายจำเมื่อหกปีก่อนที่เรากินเหล้าจนเมาได้ไหม ฮึก" บารารีเริ่มเกริ่นขึ้นมา อิทธิพลนึกย้อนไปเมื่อหกปีที่แล้วหลังจากกินเหล้าแก้วสุดท้ายที่เพื่อนชงให้ตนเ
ร่างหนานอนราบกับเตียงให้คนตัวเล็กอยู่ด้านบน บารารีเขินจนหน้าแดงเมื่อคนใต้ล่างมองเธอตาไม่กะพริบ"นี่! อย่ามองแบบนี้สิ" บารารีเบือนหน้าไปทางอื่นเพราะเขาเล่นจ้องเธอแบบนี้ ใครไม่อายก็บ้า"ขยับสิ ฉันจะหลับตา" อิทธิพลทำเป็นหลับตาลงแต่มือหนายังคงบีบคลึงหน้าอกอวบอยู่"อื้อ..อ๊ะ" ร่างเล็กเริ่มขยับขึ้นลงช้าๆ คนที่แกล้งหลับตาก็ลืมตาขึ้นมาแล้วแสยะยิ้ม ก่อนที่มือหนาจะจับเอวเล็กไว้มั่น"อ๊ะ..เบา..อ๊ะ..อ๊า" แก่นกายใหญ่สวนกระแทกอย่างหนักหน่วงจนคนด้านบนหัวสั่นหัวคลอน หน้าอกอวบสวยกระเพื่อมขึ้นลงตามแรงกระแทก"ซี้ด..ดีมาก..อ๊าส์" เสียงทุ้มคำรามอย่างเสียวซ่านท่านี้มันเข้าไปจนสุดช่องทางรักแคบแน่นจนเขาแทบกลั้นไม่ไหว"อ๊ะ..อ๊า..อิฐ..อ๊ะ" เสียงหวานเองก็ไม่น้อยหน้า ส่งเสียงดังลั่นห้องอย่างไม่ยอมกัน"อื้ม.." แก่นกายใหญ่หยุดกระแทกกระทั้นก่อนจะจับร่างเล็กนอนราบแล้วตนเองลุกขึ้นมาเป็นฝ่ายรุก"อ๊า..เสียว!" ร่างใหญ่ไม่รอช้าพอจัดท่าได้ก็จัดการชักแก่นกายออกแล้วดันเข้าไปจนสุด"จับดีๆ ..อ๊าส์" เอวสอบเร่งจนถี่ยิบจนคนด้านล่างต้องหาที่ยึดเอาไ
อิทธิพลพาหนูน้อยเพียงใจมาทำเค้กเซอร์ไพรส์วันเกิดให้บารารีที่คอนโดแต่กว่าจะขออนุญาตให้เพียงใจมาได้ช่างยากลำบากเพราะบารารีไม่ยอมแต่สุดท้ายก็ต้องยอมเพราะเธอดันมีงานด่วนกะทันหัน"หยิบแป้งให้ลุงอิฐหน่อยค่ะคนสวย" อิทธิพลที่มีผ้ากันเปื้อนช่างเหมือนกับเชฟมือหนึ่งของร้านอาหาร ที่กำลังง่วนอยู่กับการทำเค้ก"นี่ค่ะ" หนูน้อยหยิบถุงแป้งที่วางเตรียมไว้ส่งให้คุณลุงใจดีของตนเอง"ทำแบบนี้ค่ะ ค่อยๆ นะคะ" อิทธิพลจับมือน้อยๆ พร้อมสาธิตให้ดูอย่างอ่อนโยน"แบบนี้เหรอคะ" มือน้อยๆ ตบเบาๆ ด้านข้างที่ร่อนแป้ง อิทธิพลหันมายกนิ้วโป้งให้หนูน้อย เชฟหนุ่มสุดหล่อกับลูกมือแสนน่ารักช่วยกันทำเค้กอย่างสนุกสนาน"เรียบร้อยรอออกจากเตาอบแล้วเรามาแต่งหน้าเค้กกันนะคะ" อิทธิพลยกเค้กเข้าเตาอบแล้วตั้งเวลา หนูน้อยใจจดใจจ่อรอที่จะแต่งหน้าเค้ก อิทธิพลยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเพียงใจเก็บเอาไว้อย่างห้ามไม่ได้กับความน่ารักน่าเอ็นดู"รอนานไหมคะลุงอิฐ""อีกสิบห้านาทีก็น่าจะได้แล้วค่ะ" อิทธิพลดูเวลาที่ตนเองตั้งไว้"ตื่นเต้นๆ แล้วเราจะยกไปให้แม่เบลแบบนี้เลยเหรอคะ"







