LOGINอิทธิพลวิ่งหน้าตั้งจากชั้นหนึ่งขึ้นมาหาเพื่อนสนิทตัวเองที่ชั้นสามของตึก บารารีกำลังเก็บของใส่กระเป๋าเตรียมกลับหอพัก
"อาจารย์กมลบอกว่าแกสละทุน" อิทธิพลรีบวิ่งมาถามเพื่อนเพราะอาจารย์เพิ่งเรียกเขาไปคุยเรื่องทุนที่บารารีสละสิทธิ์ "ฉันแค่รู้สึกยังไม่พร้อมจะเรียนต่อตอนนี้น่ะ" ร่างบางเก็บของต่อ อีกหนึ่งเดือนข้างหน้าพวกเธอก็จะรับปริญญากันแล้วบารารีไม่ได้เข้ารับกับเพื่อนๆ แม้ว่าตนเองจะได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งก็ตาม เพราะเธอกลัวว่าอาการแพ้ท้องของตัวเองจะหายไม่ทันและจะเป็นภาระให้คนอื่นๆ เธอยังไม่ได้บอกอิทธิพลเรื่องที่เธอไม่ได้เข้ารับปริญญาตามที่สัญญาไว้กับเขา "แกมีปัญหาอะไรหรือเปล่าเบล เรื่องเงินหรือเปล่าฉันช่วยแกได้นะ" อิทธิพลพร้อมจะช่วยเหลือเพื่อนทุกครั้งขอแค่เธอพูด เขารู้ว่าทุนครั้งนี้บารารีหวังเอาไว้มาก เขาเองก็เช่นกัน "แกก็รู้ว่าเรื่องเงินสำหรับฉันไม่ใช่ปัญหาเลย ฉันแค่ไม่พร้อมจริงๆ" บารารีบอกกับเพื่อน ทุนปริญญาโทที่จะได้ไปต้องออกค่ากินค่าอยู่เองอิทธิพลเลยคิดว่าเพื่อนมีปัญหาเรื่องเงินเพราะบารารีอยู่ตัวคนเดียวไม่มีญาติพี่น้องคอยช่วยเหลือ “ฉันไม่ดีใจเลยนะที่ได้ทุนจากการที่แกสละสิทธิ์" ชายหนุ่มพูดความจริงออกมา เขายังรู้สึกยังข้องใจไม่หายว่าทำไมบารารีถึงสละสิทธิ์ทุนนี้ "ดีใจหน่อยสิ แกจะได้ไปเรียนตามที่แกอยากเรียนไง" แกล้งหยอกเพื่อนทุนนี้ใครๆ ก็อยากได้ทั้งนั้น เธอเองก็เสียดายแต่ตอนนี้เธอคงไม่เหมาะกับการเรียนต่อ "ชิ! น่าดีใจตรงไหนฉันยอมเฝ้าร้านตามที่ป๊าสั่งดีกว่าต้องใช้ทุนของแก" "ไม่เอาหน่า ฉันเป็นคนสละทุนนี้เองแกไปเถอะ ฉันดีใจนะที่เป็นแกที่ได้ทุนนี้" บารารีเอ่ยอย่างยิ้มๆ เธอดีใจจริงๆ ที่เพื่อนรักของเธอจะได้ทุนนี้ ไป "แต่แกต้องสัญญาว่าจะไปส่งฉันที่สนามบิน แล้วก็ต้องติดต่อหาฉันตลอดห้ามหายไป" อิทธิพลมีเพื่อนแค่คนเดียวตั้งแต่อนุบาลคือบารารี เขากลัวเพื่อนสนิทคนเดียวจะหายไป "อืม ฉันรู้แล้ว แต่วันนี้แกต้องไปส่งของให้ฉันนะเพื่อนรัก" บารารีส่งตาหวานให้เพื่อนพยายามเปลี่ยนเรื่องคุย "ฉันก็ไปส่งให้แกทุกวันอยู่แล้วไปๆ เดี๋ยวเย็นแล้วคนเยอะ" บารารีขายเสื้อผ้าออนไลน์ส่วนอิทธิพลมีหน้าที่ขับรถไปส่งของที่ให้เธอทุกวันเพราะเธอขับรถไม่เป็นจะให้นั่งแท็กซี่ไปทุกวันคงขาดทุนแย่ เมื่อมาถึงหอพัก ทั้งคู่มีกุญแจห้องของกันและกันเพราะเวลาใครลืมอะไรก็จะสามารถมาหยิบแทนกันได้ อิทธิพลไขกุญแจห้องของบารารีเข้าไปเตรียมยกกระสอบใส่ของที่แพ็กแล้วไปส่ง "จะขายดีอะไรขนาดนี้ ค่าน้ำมันฉันก็ไม่เคยได้" อิทธิพลประชดนิดๆ กับเพื่อนที่แสนจะขี้งก ตัวเองขายของได้ทีเป็นหมื่นๆ แต่งกกับค่าแท็กซี่เวลาไปส่งของ "อย่าบ่นหน่า ฉันก็พาแกไปเลี้ยงประจำแค่นี้ทำบ่น" บารารีตีหลังเพื่อนไปหนึ่งทีกับความขี้บ่นของอิทธิพล "แกจะคืนหอวันไหน" "คงจะก่อนรับปริญญามั้ง" บารารีตอบเพื่อน ตอนนี้เธอเองก็เริ่มทยอยเก็บของบางส่วนไว้แล้ว "แล้วแกจะไปอยู่ที่ไหน บ้านหลังนั้นก็ขายไปแล้วไม่ใช่เหรอ" อิทธิพลถามเพื่อน บ้านของพ่อแม่ บารารีขายไปแล้วเพราะส่งต่อไม่ไหวลำพังรายได้จากการขายของออนไลน์มันไม่ได้มากพอที่จะส่งบ้านหลังใหญ่ขนาดนั้นหมด "คงไปหาคอนโดอยู่แหละมั้ง" "ไปอยู่กับฉันก่อนก็ได้" เขาเสนอความคิดให้เพื่อน "ไม่เอาหรอกเกรงใจป๊ากับม๊าแก ฉันมองคอนโดไม่ไกลไว้บ้างแล้ว" "ถ้ามีอะไรให้ฉันช่วยก็บอกนะเบล" อิทธิพลบอกกับเพื่อนเขาพร้อมจะช่วยเหลือบารารีเสมอเหมือนที่เธอเคยช่วยเขามาตลอด "ขอบใจนะ" เธอซึ้งใจจริงๆ ที่อิทธิพลช่วยเหลือเธอมากขนาดนี้ แต่เธอไม่สามารถบอกเขาเรื่องท้องได้จริงๆ เธอไม่อยากสร้างภาระให้กับเพื่อนคนนี้อีกพอถึงวันกลับบ้านลูกสาวคนสวยนั่งเงียบตลอดทางไม่พูดไม่คุยกับพ่อแม้แต่คำเดียว"วันนี้พ่อทำสุกี้ใส่ปูอัดเยอะๆ ให้ดีไหมคะ" อิทธิพลชวนลูกสาวคุยตลอดทางแต่ได้มาแค่ความเงียบ"หรือจะกินหอยทอดดีคะ" คุณพ่อสุดหล่อยังคงเสนอเมนูให้ลูกสาวอยู่เรื่อยๆ แต่ลูกสาวก็ยังเงียบ"น้องเพียงเป็นอะไรลูกทำไมถึงนั่งเงียบแบบนี้ล่ะคะ" เขาตัดสินใจถามลูกสาวอย่างใจเย็น"หนูงอนพ่อค่ะ พ่อชอบทำเหมือนหนูเป็นเด็กไม่รู้จักโต แค่ไปเข้าค่ายพ่อยังตามไปด้วยเลย เพื่อนๆ ชอบบอกว่าหนูเป็นลูกแหง่เพราะพ่อเลยค่ะ"หนูน้อยจัดใหญ่ใส่เป็นชุด อิทธิพลนั่งอึ้งที่ลูกพูดก็ถูกเขาไม่เคยปล่อยให้ลูกทำอะไรด้วยตัวเองเลยเพราะเขาห่วงลูกสาวมากๆ เพียงใจเพิ่งรู้ว่าเขาเป็นพ่อก็ตอนที่เธออายุได้ห้าขวบแล้ว อิทธิพลเลยอยากทำทุกอย่างชดเชยเวลาที่หายไปแต่สิ่งที่เขาทำมันคงมากเกินไปจนลูกสาวอึดอัด"พ่อขอโทษนะคะ" คุณพ่อขอโทษอย่างซึมๆ"หนูไม่โกรธพ่อหรอกค่ะ หนูแค่งอน" เพียงใจเป็นเด็กน่ารักมาเสมอเธอโกรธพ่อไม่ลงเพราะเข้าใจว่าพ่อเป็นห่วงแต่เธออยากลองทำอะไรด้วยตัวเองบ้าง"งั้นพ่อจะง้อด้วยการทำของอร่อยๆ
สี่ปีต่อมา...เวลาผ่านไปเด็กๆ เริ่มโตเพียงใจอายุสิบขวบแล้วความโตขึ้นทำให้หนูน้อยยิ่งน่ารักทำให้คนเป็นพ่อยิ่งหวงเข้าไปใหญ่ ส่วนสองแฝดพบรักและพักรบตอนนี้อายุจะเข้าสี่ขวบแล้ว ความแสบของทั้งคู่เรียกได้ว่าไม่มีใครยอมใครยิ่งถ้าพี่คนโตอยู่ด้วยพ่อกับแม่ถึงกับกุมขมับ"แม่ขาพี่เพียงไปไหนคะ" หนูน้อยพบรักแฝดคนพี่วิ่งมาถามแม่ของตนเองเมื่อไม่เจอพี่สาวสุดสวยตั้งแต่เช้า"พี่เพียงไปเข้าค่ายกับโรงเรียนค่ะพรุ่งนี้ก็กลับแล้วลูก" บารารีบอกลูกสาวที่ติดพี่สาวแจ"แล้วพ่อล่ะครับแม่ พ่อไปไหน" คราวนี้เป็นตาฝาแฝดคนที่สองอย่างพักรบถามแม่ของตนเอง"พ่อไปส่งพี่เพียงค่ะ" บารารีตอบลูกอย่างใจเย็น หนึ่งวันบารารีจะต้องตอบคำถามจากลูกไม่ต่ำกว่าร้อยคำถามเพราะเจ้าฝาแฝดชอบถามเธอทุกเรื่องเหมือนตอนเพียงใจตอนอายุเท่านี้ เด็กวัยนี้เป็นวัยกำลังอยากรู้ไปหมด"ทำไมพ่อไม่พารักกับรบไปด้วยคะ รักก็อยากไปส่งพี่เพียง" แฝดคนพี่อย่างพบรักน้อยใจที่พ่อไม่พวกเธอไปด้วย บารารีกลุ้มใจไม่รู้จะบอกลูกยังไงในเมื่ออิทธิพลไม่ได้แค่ไปส่งเพียงใจแต่เจ้าตัวเก็บกระเป๋าตามไปเข้าค่ายกับลูกสาวคนโตด้วย โชคด
วันนี้เป็นวันที่หนูน้อยเพียงใจอารมณ์ดีที่สุดเพราะเป็นวันที่หนูน้อยจะอายุครบหกขวบแล้ว อิทธิพลพาลูกสาวและภรรยาที่หน้าท้องเริ่มนูนจนเห็นได้ชัดว่ากำลังตั้งครรภ์มาที่บ้านหลังใหญ่เพื่อฉลองวันเกิดให้หนูน้อยเพียงใจ คุณปู่คุณย่าจัดเต็มทำสนามหญ้าหลังบ้านให้เป็นปาร์ตี้เล็กๆ สำหรับคนในครอบครัว"ทำไมอลังการจังคะ" หนูน้อยตาโตเมื่อเห็นสนามหญ้าที่เคยวิ่งเล่นกับเจ้าบูบู้สุนัขตัวโปรดที่คุณปู่เลี้ยงไว้ตอนนี้กลับกลายเป็นงานปาร์ตี้มีทั้งบาบีคิว ของกินมากมาย หนูน้อยตาลุกวาวเมื่อเห็นแต่ของที่ชอบ"ชอบไหมลูก ปู่กับย่าทำเพื่อหนูเลยนะ" คุณปู่เดินมาอุ้มหลานรักแล้วหอมแก้มซ้ายแก้มขวา"ชอบค่ะ ขอบคุณค่ะคุณปู่คุณย่า" หนูน้อยยกมือไหว้ขอบคุณที่คุณปู่คุณย่าทำให้"น่ารักมากหลานย่า" คุณย่ายังสวยเข้ามาหอมแก้มหลานอีกฟอดใหญ่"แล้วเจ้าแสบในนี้ล่ะเมื่อไหร่จะออก" คนเป็นปู่ถามถึงตัวแสบในท้องของลูกสะใภ้"อีกห้าเดือนครับป๊า" อิทธิพลตอบแทน ตอนนี้บารารีท้องได้สี่เดือนกว่าแล้วถือว่าไวมาก แถมคุณพ่อยังอยากจะรู้เพศลูกใจจะขาดแต่คุณแม่อยากรอลุ้นตอนคลอด"คราวนี้ก็จะ
เมื่อถึงวันเสาร์สามคนพ่อ แม่และลูกสาวพากันมาเที่ยวสวนน้ำตามความต้องการของเพียงใจ"ไปเปลี่ยนชุดกันค่ะน้องเพียง" สองแม่ลูกจูงมือกันเข้าไปเปลี่ยนชุดในห้องที่จองไว้"แม่คะชุดหนูแน่นมากเลยค่ะ" หนูน้อยวิ่งออกมาพร้อมชุดว่ายน้ำสีชมพูที่มีพุงป่องๆ ยื่นนำหน้า"ก็น้องเพียงน้ำหนักขึ้นนี่คะลูก ต้องเปลี่ยนชุดแล้วสินะ" บารารีเอ็นดูลูกสาวที่พุงยื่นเพราะน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น แต่อย่าว่าแต่ลูกสาวเลยเธอเองก็ไม่ต่างกันเริ่มมีพุงยื่นออกมาจนไม่กล้าใส่ชุดว่ายน้ำไปโชว์ใครเลย"ทำไมแม่ไม่เปลี่ยนเสื้อผ้าคะ""แม่รู้สึกไม่สบายวันนี้น้องเพียงเล่นกับพ่อนะคะ" บารารีไม่อยากใส่ชุดว่ายน้ำเพราะหน้าท้องเธอยื่นออกมาจนเห็นได้ชัด"ก็ได้ค่ะ" หนูน้อยเข้าใจแม้จะอยากเล่นน้ำกับแม่แต่ถ้าไม่สบายเล่นน้ำคงไม่ดีหนูน้อยจึงว่าง่าย"ทำไมไม่เปลี่ยนเสื้อผ้าล่ะเบล" อิทธิพลที่อยู่เปลือยอกใส่แค่กางเกงขาสั้นเอ่ยถามคนรักที่จูงมือมากับลูกสาวที่ใส่ชุดน้ำว่ายแต่เธอกลับไม่ยอมเปลี่ยนชุดเสียที"รู้สึกไม่ค่อยสบายน่ะ ขอนั่งแถวๆ นี้แล้วกัน" บารารีไม่ยอมบอกเหตุผลกับอิทธิพลกลัวเขาจะหา
คุณพ่อลูกหนึ่งที่อยากจะมีลูกคนที่สองเร่งปฏิบัติหน้าที่ทุกวันแทบไม่ได้พัก พาลลำบากภรรยาให้ไม่ได้หลับไม่ได้นอน อิทธิพลเอาแต่ใจตัวเองตั้งแต่สามทุ่มจนล่วงเลยเวลามาเที่ยงคืนกว่าแล้วเขายังไม่ยอมปล่อยเธอนอนเสียที"อิฐ..อ๊ะ..พอแล้ว..อ๊า" คุณแม่ยังสวยนอนคว่ำหันหน้ามาบอกคนข้างหลังที่จ้วงแทงไม่คิดชีวิต"อีกนิด..อ๊าส์" แม้จะบอกอีกนิดก็เถอะแต่คำว่าอีกนิดของเขานั้นพูดมาตั้งแต่สามทุ่มแล้ว"ไม่เอา..อ๊ะ..เหนื่อย..อื้ม" ทั้งเหนื่อยทั้งเพลียทั้งง่วง บารารีอยากจะหลับทิ้งตัวเต็มทีแต่ก็ทำไม่ได้ มือหนากดสะโพกสวยแทบจมเตียงส่วนตัวเองลุกขึ้นคร่อมทั้งที่แก่นกายยังคงเสียบคาไว้ที่ร่องแคบๆ ที่ชุ่มไปด้วยน้ำรักที่เสร็จสมไปหลายรอบ ร่างใหญ่เริ่มขยับแก่นกายเข้าออกช้าๆ"อื้ม..อ๊ะ" คนด้านล่างเคลิ้มได้แค่สักพักก็ต้องสะดุ้งเมื่อคนด้านบนรัวเอวกระแทกแก่นกายใส่ไม่ยั้งอีกแล้ว"โอ๊ว..ที่รัก..อ๊าส์..ใกล้แล้ว" เสียงทุ้มครางลั่นห้องพร้อมกับขยับแก่นกายจนถี่ยิบ"อิฐ..อ๊ะ..อิฐ" บารารีทั้งครางทั้งเรียกชื่อยิ่งทำให้อิทธิพลฮึกเหิมเข้าไปใหญ่ ภายในช่องทางรักแสนแคบแน่นตอดตุบๆ บ่งบอกว่
เช้าวันเสาร์ตามที่ตกลงกันไว้อิทธิพลพาบารารีกับลูกมาหาพ่อแม่ของตนเองเพื่อให้พวกท่านรับรู้เรื่องของเขากับเธอ"พาน้องเพียงมาเล่นอีกแล้วเหรอลูก" แม่ของอิทธิพลออกมาต้อนรับเมื่อรู้ว่าลูกชายและเพื่อนลูกพาหนูน้อยน่ารักมาเล่นที่บ้าน"ม๊าครับ ป๊าอยู่หรือเปล่าผมมีเรื่องจะคุยด้วย" อิทธิพลเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง"อยู่จ้ะ ดูราคาทองอยู่ในบ้านน่ะ" อิทธิพลจูงมือลูกสาวเข้าบ้านโดยมีบารารีเดินตาม"ป๊าครับ ม๊าครับ ที่จริงแล้วน้องเพียงเป็นลูกแท้ๆ ของผมกับเบล" เมื่อเข้ามาในบ้านอิทธิพลไม่รอช้าพูดออกมาโต้งๆ โดยไม่มีเกริ่นนำอะไรก่อน คนเป็นพ่อสีหน้าไม่บ่งบอกอะไรแต่คนเป็นแม่ตกใจตาค้างไปแล้ว"หนูขอโทษค่ะ หนูเพิ่งกล้าบอกอิฐ" บารารียกมือไหว้ขอโทษท่านทั้งสองคน หนูน้อยเห็นแม่ยกมือไหว้จึงยกมือไหว้ตามบ้าง"ฉันว่าแล้ว กะแล้วเชียวน้องเพียงหน้าเหมือนตาอิฐอย่างกับแกะ แกไม่เอะใจบ้างหรือไงไอ้อิฐ" คนเป็นพ่อลุกขึ้นมาอุ้มหลานสาวไปนั่งตักของตัวเองก่อนจะหันไปถามลูกชาย"ผมไม่รู้นี่ครับพ่อ ผมนี่โง่จริงๆ" ไม่รู้จะสรรหาคำด่าอะไรมาด่าตัวเองถึงได้โง่ได้ขนาดนี้"ปริ
หลังจากพาลูกสาวกินของที่ชอบแล้วสองแม่ลูกก็พากันกลับคอนโดเพื่อมาทำงานที่ค้างเอาไว้ หนูน้อยเพียงใจช่วยวิ่งหยิบส่งเสื้อผ้าให้ผู้เป็นแม่ที่กำลังไลฟ์สดขายเสื้อผ้า "ตัวนี้เป็นกางเกงยางยืดนะคะ ยืดได้สูงสุดเอวสี่สิบสองเลยนะคะ" คุณแม่ลูกหนึ่งกำลังใส่เสื้อเกาะอกสีดำในมือถือสินค้าโชว์ให
หกปีผ่านไป...เวลาผ่านไปราวกับแค่ฝัน ทุกอย่างดำเนินไปอย่างรวดเร็วจนเธอตั้งตัวไม่ทัน จากวันนั้นที่ต้องทิ้งทุกอย่างเพื่อเด็กน้อยหน้าตาน่ารักที่เธอเรียกว่า 'ลูก'"วันนี้ที่โรงเรียนเป็นยังไงบ้างคะคนเก่ง" คุณแม่คนสวยขับรถมารับลูกสาววัยห้าขวบที่หน้าโรงเรียน พอขึ้นรถได้คนเป็นแม่ก็ถามลู
หลังจากไปส่งของกลับมาแล้วหญิงสาวก็นั่งเก็บของในห้องพักของตัวเองใส่กล่องอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยเธอจะย้ายออกไปให้เร็วที่สุด"ทำไมแกต้องรีบเก็บของอย่างกับจะย้ายพรุ่งนี้" อิทธิพลเดินเข้ามาในห้องของเธอด้วยความเคยชินโดยไม่ต้องเคาะ"ก็แค่อยากเก็บก่อนน่ะ ถึงเวลาย้ายจริงๆ จะได้ไม่ต้องเ
สองเดือนต่อมา....หญิงสาวอนาคตไกลกำลังนั่งลุ้นตัวเกร็งอยู่ในห้องน้ำ มือถือแท่งสี่เหลี่ยมยาวที่เรียกว่า 'ที่ตรวจครรภ์' เอาไว้"ขอร้องแหละ ไม่นะๆ" บารารีขอร้องให้เจ้าแท่งสี่เหลี่ยมขึ้นสีแดงแค่ขีดเดียว เธอกำลังจะได้ทุนไปเรียนต่อปริญญาโทที่ออสเตรเลียอนาคตของเธอจะมาจบลงแบบนี้ไม่ได้







