INICIAR SESIÓNปภพตื่นขึ้นมาพร้อมอาการหนักหัวและมึนๆ ในเวลาเกือบเก้าโมงเช้า เพราะวรวงศ์มาปลุก...
เขาไม่เจอเธอ เจนนี่ เขาจำได้ว่าเธอชื่อเจนนี่ แม่เจนนี่ตัวเล็ก ตาแป๋ว ที่เขากะจะอุ้มเธอรอบห้อง แต่...เอ๊ะ...ทำไมเขาถึงจำอะไรไม่ได้
ถังขยะมีทิชชู มีคราบ...อา...เขาเห็นคราบเลือดจางๆ ถุงยางใช้แล้ว อยู่ในนั้น
แต่...
ทำไมสมองเขาแม่งมีแต่คำว่าแต่วะ
วรวงศ์อำเขาว่า โอ้โหเจ้านายเจอเด็กซิงเข้าไปจัดหนักจัดเต็มมาก ไม่ยอมลงมา จนต้องต่อเวลาให้ เจ๊เปรี้ยวใจดีแถมให้เป็นค้างคืน ถือว่าโบนัส แล้วให้เขาแวะเวียนมาอีก น้องเจนนี่พร้อมให้บริการ
ให้บริการ
ให้บริการ? ไปแล้วหรือ
ในหัวมีแต่คำว่าทำไม? อะไร? ยังไง?
หรือว่าวรวงศ์จะพาเขาไปเจอมิจฉาชีพเข้า เขามั่นใจว่าเบียร์แค่นั้นไม่มีทางทำให้เขาหลับลึก หลับยาว หรือว่าเมาจนจำอะไรไม่ได้แน่ๆ
แต่หลักฐานทุกอย่างยันคราบบนเตียง มันก็บอกว่าเขามีอะไรกับน้องไปแล้วนี่หว่า
แต่ทำไมจำไม่ได้วะ?
ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ครึ่งๆ กลางๆ พิกล มันต้องไปพิสูจน์ ว่ายังไงกันแน่ ปภพคิดในใจ บอกลูกน้องไม่ได้ถึงความสงสัยนี้ มันเสี่ยเหลี่ยมน่ะสิ โดนเด็กน้อยลูบคมเอา
วรวงศ์มาส่งเขาที่บ้านในวันต่อมา ปภพยังเหมือนนอนไม่อิ่ม ไปหลับต่ออีกสามชั่วโมง ถึงได้สดชื่น สมองหายหนัก พอมานั่งทบทวนยิ่งคิดก็ยิ่งงง จนหน้านิ่วคิ้วพันไปหมด น้องชายที่วันนี้นัดเดตกับอภิชาภาแล้ว มาเจอพี่ชายนั่งหน้าเครียดในห้องนั่งเล่น ซึ่งคนในบ้านมักจะมาพักผ่อนรวมพลกันตรงนี้ ถึงกับถามว่า มีงานเครียดเคลียร์ไม่ลงหรือ ถึงได้นั่งทำหน้ามุ่ยแบบนั้น เขายิ้มแหยส่งให้กับน้อง บอกว่าประมาณนั้นแหละ จะไปบอกได้ยังไงว่า ไปเจอเด็กมันหลอกเอา
หลอก?
หรือไม่หลอกวะ?
เห็นทีจะต้องไปอีกสักที ไปซ้ำให้รู้ ว่ามันยังไงกันนะ แม่หนูน้อยเจนนี่!
ปภพคิดในใจ และขอเบอร์ติดต่อจากวรวงศ์ เขาไม่ยอมเสียฟรีๆ หรอกน่า จะต้องไปเคลียร์ข้อสงสัยให้ได้ว่ามันเกิดอะไรกันแน่
“งานนี้เงินดีเวอร์”
เสน่ห์จันทร์มองดูตัวเลขในบัญชี จำนวนเงินห้าหมื่นกว่าบาทที่แสดง ทำให้เธอยิ้มกว้าง แผนของเธอได้ผล ตั้งแต่ที่แขกคนแรกผ่านไป ก็มีคนมาใช้บริการเธอมาอีกหลายหน พอได้ทำหนแรก หนสอง หนสามก็ยิ่งเนียนมากขึ้น แขกทุกคนต่างงงกลับไป...แต่หลักฐานมันแน่น ว่าได้ใช้บริการแล้ว อย่างดุเดือดเสียด้วย ยิ่งทำก็ยิ่งเนียน หลังๆ เสน่ห์จันทร์ยิ่งสนุก สร้างให้สมบทบาท ทั้งเตียงยับ น้ำแตกเต็มเตียง เศษถุงยางเกลื่อน บอกกับแขกว่าพี่ขาเมื่อคืนเด็ดมาก...แขกก็ออกอาการงง ว่าตกลงแล้วเมาจนวูบสติ แต่ร่างยังคึก? หรือว่ายังไงกัน แต่ก็น่ะ...ไม่มีใครมีข้อสงสัย และไม่มีใครมาซ้ำ เธอเลยรอดปลอดภัย ทำงานกับเจ๊เปรี้ยวสองเดือนแล้วเก็บเงินได้ก้อนหนึ่งแล้ว เธอก็คิดว่าทำอีกเดือนก็เลิก เพราะไม่อยากทำอะไรแบบนี้อีก
มันน่ากลัว กลัวจะโป๊ะ ถ้าโป๊ะนี่เรื่องใหญ่แน่ เจ๊เปรี้ยวไม่มีทางเอาเธอไว้ ยัยเจี๊ยบก็จะเดือดร้อน พี่ณาด้วย สองคนหลังนี้โดนข้อหาสมรู้ร่วมคิดไปด้วยแน่ๆ แล้วขืนความแตกว่าเธอเอายาผสมให้แขก แขกหลับเป็นตายไปแบบนั้น งานนี้ข้อหาหนักหนา เจ๊เปรี้ยวลากเธอเข้าคุกแหง...เจ๊เปรี้ยวสนิทกับนายตำรวจคนหนึ่ง และมักจะขู่กับเด็กทำงานในร้านว่า ห้ามตุกติกกับแขก ขโมยของแขก ไม่งั้นจับส่งซังเต
เธอไม่อยากอยู่ในซังเตอะ
เสาหลักของบ้าน ที่อบรมสั่งสอนน้องด้านศีลธรรม พักนี้ทำตัวผิดศีลหลายข้อ ก็ใจไม่สบาย อยากเลิกทำ น้องๆ ถามว่าพี่ไปทำงานพิเศษอะไร เธอก็บอกน้องว่าไปเสิร์ฟอาหาร จะได้มีเงินมาใช้หนี้กำนันแก้วไวๆ น้องไม่มีใครอยากให้เธอทำ บอกว่าเสี่ยง น้องชายคนโตของเธออย่างทองเอกบอกว่าจะมารับส่งเธอเพราะห่วง แต่เธอบอกว่าไม่ต้องเนื่องจากนิสาเป็นคนรับส่งเธออยู่แล้ว ไม่มีอะไร ทุกอย่างปลอดภัย พี่ไม่ได้มาทำเรื่องเสียหาย นี่คือสิ่งที่เธอบอกน้อง
ก็ไม่ได้ทำเรื่องเสียหาย แต่ทำเรื่องหลอกลวงน่ะสิ
เฮ้อ...
เงินก้อนแรกที่เธอได้เยอะก็เพราะแขกคนนั้นนั่นแหละ
นึกถึงเขาแล้วก็ย่นจมูกนิดๆ เขามันเจ้าชายของสาววัยช่างฝันจริงๆ หล่อ เท่ ขาว หุ่นดี แน่นไปทั้งตัว เธอหนีชิ่งมาก่อนเขาตื่น อยากจะเขกหัวตัวเองแหละ ที่ไม่แอบถ่ายรูปเขาเก็บไว้ในมือถือสักรูป เป็นที่ระทึก เอ๊ย ที่ระลึก ว่านี่นะ แขกคนแรกที่เธอหลอก อิอิ ยัยจ้อย แกเคยหลอกผู้ชายหล่อขนาดนี้ขึ้นเตียง!
แล้วเขาก็เป็นคนเดียวที่จู่โจมจูบเธอ คนอื่นเธอใช้มารยาไม่เคยโดนแตะต้องมากไปกว่าโอบกอด หอมบ้าง แต่ไม่เคยมีใครได้จูบเธอนอกจากเขา
นึกถึงที่เขาจูบก็ใจเต้นแรง
เอาเหอะ...ก็คงเจอกันหนเดียว จูบของเขาเธอจะเก็บไว้ในใจลึกๆ ความทรงจำแสนหวาม ของสาววัยสิบแปด
“จ้อย วันนี้แต่งคอสเพลย์นะ เจ๊เปรี้ยวอยากให้พวกเราเป็นเซเลอร์มูน”
“หะ!”
อารมณ์ไหนนะเจ๊เปรี้ยว เธอมองเพื่อนซี้ที่ขับรถกระบะมารับเธอ ยัยเจี๊ยบใส่วิกผมหน้าม้าตรงยาวสีดำ แต่ยังสวมเสื้อยืดเอวลอย กับกางเกงยีนขาสั้น ก็ขมวดคิ้ว
“แกเป็นเซเลอร์อะไร?”
“เซเลอร์มาร์งะ”
“เจ๊นึกยังไงให้พวกเราเป็นเซเลอร์มูน”
“จริงๆ ให้คอสเป็นหลายตัวการ์ตูนแหละ วันนี้วันเด็กจ้ะ ยัยจ้อยพวกเราก็ต้องเอาใจเหล่าเด็กหนวดทั้งหลายนะ อิอิอิ เรื่องเซเลอร์มูนฉันเสนอเองแหละ เจ๊แกเลยบ้าจี้ตาม ซื้อชุดไว้ให้แกกับฉันแล้วก็พี่ณา”
“อื้อ...”
ถอนใจเสียงดัง จนนิสาต้องหันไปดู เห็นเพื่อนทำหน้าเจื่อนๆ ก็เอ่ยเสียงอ่อนโยน
“เป็นอะไรจ้อย”
“ไม่อยากทำแล้ว”
เสน่ห์จันทร์บ่น ถอนใจอีกที หนนี้นิสาเอามือเพื่อนมาบีบเบาๆ
“เอาน่า ใกล้ถึงเป้าหรือยัง”
“อีกนิด แต่ไม่อยากทำแล้ว น้องๆ ก็ห่วง ฉันก็รู้สึกไม่ดีอะ ยัยเจี๊ยบกลัวโดนจับได้” หน้าของเสน่ห์จันทร์สลดลง นิสาเอ่ยปลอบเพื่อน
“เอาน่ะ แก สักเดือนหน้าค่อยเลิกก็ได้ ถ้าแกไม่อยากทำจริงๆ น่ะ เออ...ฉันหาตลาดไว้ให้แก เป็นตลาดเปิดใหม่ ทำเลดี ฉันน่ะจองล็อคให้แกแล้ว อยู่ไม่ไกลจากบ้านแก”
“จริงเหรอ?” มองเพื่อนซึ้งๆ นิสาพยักหน้า
“จริงสิ เพื่อนเฮียแนะนำมาอยู่แถวๆ นี้แหละ ตลาดทำเลดี เฮียมาถามว่าอยากขายของอะไรไหม ฉันเลยบอกเฮียว่าจองสองล็อค จะขายขนมขายของกิน แกขายขนมส่วนฉันจะขายของกิน ฉันจะจ้างน้องๆ แกช่วยขายด้วย”
“ไม่ต้องจ้างหรอกช่วยกันนี่แหละ แกจะขายอะไร?”
คำถามของเพื่อนทำให้นิสาคิ้วขมวดนิดหน่อย เธอทำอะไรเป็นบ้างนะ? ยังคิดไม่ออกแหะ
“เออนั่นสิ เคยแต่ขายหอยไง อย่างอื่นไม่เคยขาย”
“หอย?” พอเพื่อนยิ้มเจ้าเล่ห์ เสน่ห์จันทร์ก็หน้าแดง
“เอ๊อ ยัยลามกนี่”
“ก็พูดเรื่องจริง เออ...จริงสิ ขายหอยนางรมก็ดีนะ เดี๋ยวให้เฮียหาแหล่งให้ เฮียชอบคนทำมาหากิน ฉันก็จะเป็นเมียเด็กที่ดี ที่ทำมาหากินไง อีคนอื่นๆ นั่งกินนอนกิน เฮียไม่ค่อยปลื้ม เดี๋ยวพวกมันจะโดนปลดระวาง”
น้ำเสียงและสีหน้าของเพื่อน ทำให้เธอรู้สึกสะดุดใจและสงสารนิสา
เพื่อนก็คงไม่ได้อยากมีชีวิตแบบนั้น นกน้อยในกรงทอง...
เธอก็จะไม่ยอมเป็นนกน้อยในกรงทองของใครแน่ๆ
สองสาวคุยปรึกษากันเกี่ยวกับเรื่องขายของ หอยนางรมก็เป็นความคิดที่ดี เพราะคนนิยมกิน เสน่ห์จันทร์บอกว่าถ้ามีทำยำเสริมให้ลูกค้าด้วย และน้ำจิ้มแซ่บๆ ลูกค้าติดแน่ หอยนางรมที่เพื่อนอยากขายถ้าสด น้ำจิ้มอร่อยยังไงก็ขายดีขายได้ ส่วนขนมของเธอนั้นมีดีอยู่แล้ว มั่นใจว่าขายได้แน่ ขอดูตลาดก่อนว่าเหมาะกับลูกค้ากลุ่มไหนก็จะทำเลือกทำขนมได้ถูก
พอไปถึงร้าน เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว เธอกลายเป็นเซเลอร์มูน ตัวเล็กน่ารักบ๊องแบ้ว ส่วนเพื่อนเป็นเซเลอร์มาร์ พี่ณากลายเป็นเซเลอร์จูปีเตอร์ สามสาวนั่งเรียงกันรับหน้าที่พีอาร์รับแขก เจ๊เปรี้ยวเก็บเสน่ห์จันทร์ไว้เป็นของแรร์ให้รับแขกน้อย เนื่องจากเสน่ห์จันทร์ยังสดใหม่ อายุน้อย แขกคนไหนได้ออฟลูกสาวของเธอแล้ว ค้างคืนต่อเวลาทุกคน น่าจะเด็ดมาก ไอ้ทับมารายงานว่า เสียงงี้กระเส่าเร้าใจสุดๆ ตัวเล็กๆ น่าจะมีดีมาก แต่แปลกว่าแขกไม่เคยมาซ้ำ ก็งงอยู่ แต่เอาเหอะ ได้ราคา สวย เอาไว้เป็นตัวท็อป
แขกเริ่มมีมา...และเมื่อเธอขอตัวไปเข้าห้องน้ำ กลับออกมาอีกที เจ๊เปรี้ยวก็เดินมาหาพร้อมกับยิ้มกว้าง จับมือเธอพลางกระซิบ
“วันนี้มีแขกนะยะ เขาเหมาทั้งคืน”
“ค่ะ”
ย่นจมูกนิดๆ เจ๊เปรี้ยวกดโอนเงินให้กับเธอ รอยยิ้มนั้นยังคงฉีกกว้าง
“อะ ค่าตัวหล่อนคืนนี้ อ้อ...เขาทิปมาให้ด้วยนะ ทิปล่วงหน้าเลย กระเป๋าหนักเวอร์ ถ้าฉลาดนะอีหนูก็จับให้ติด ให้เขามาซ้ำมาบ่อย เผื่อจะได้ผัวถาวรอย่างนังเจี๊ยบมัน”
“ค่ะ”
ยิ้มแหยส่งให้กับเจ๊เปรี้ยว ใครนะ? ใครมาซ้ำกันหว่า มาอีกรอบนี่ยิ่งต้องระวัง ขืนโป๊ะละก็...บรื๋อ
แล้วเธอก็เบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าใครเป็นแขกของเธอ
เขา...
ผู้ชายคนแรกของเธอนั่นเอง
เสน่ห์จันทร์เรียนไม่จบจนได้เพราะเธอท้องตอนเรียนปี 2 เลยต้องดร็อปเรียนไว้ก่อ สามีของเธอบางทีก็ขี้หึงเกินไป ไม่ชอบหนุ่มๆ ที่มาวนเวียนใกล้จ้อยของเขา ไม่ต้องเรียนจบก็ได้เพราะประสบการณ์ชีวิตน้องเยอะแล้ว เขานี่แหละจะเป็นครูในชีวิตจริงให้เธอคุณปณิตาไม่ค่อยเห็นด้วยเพราะอยากให้สะใภ้เรียนต่อยอด ปภพบอกว่างั้นเขาจะเรียนด้วยพร้อมกับเธอ เอากับพ่อสิ หวงเมียเบอร์หนึ่งเลยพ่อคนนี้ และพอเสน่ห์จันทร์คลอดงานแต่งก็ถูกจัดขึ้นตามที่ได้สัญญากับเธอไว้ ว่าจะจัดงานให้เขาก็ทำให้เธอจริงๆ ในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและซาบซึ้ง การเปิดตัวของเจ้าสาวของปภพ ลูกสะใภ้คนแรกของคุณปณิตากับสังคม ไม่มีใครดูแคลน มีแต่คนชื่นชมเมื่อรู้ประวัติความเป็นมาของเธอและครอบครัว ส่วนมากทึ่งในความเป็นคนเก่ง มีความรับผิดชอบ และความรักในครอบครัวของเสน่ห์จันทร์เสน่ห์จันทร์ได้ลูกสาวน่ารักน่าฟัด คือ เด็กหญิงจรัสจันทร์ หรือ ณจันทร์ อีกสี่ปีต่อมาก็คลอดเด็กหญิงจรัสดารินทร์ หรือ ณดาว เธอกับปภพแยกบ้านไปอยู่อีกหลังหนึ่งอยู่ในบริเวณรั้วเดียวกับบ้านใหญ่ ส่วนปพลนั้นก็กลับไปคืนดีกับทยิดาที่มีลูกสาวคือ นะนาย ที่ซ่อนแอบไว้ ความจริงปรากฏว่าเธอไม่ได้ทำลายเ
บ้านเจนธรรมดีถูกสร้างใหม่จนเรียบร้อย ครอบครัวของเสน่ห์จันทร์ทั้งแปดคนและนิสา กลับไปยังบ้านหลังเดิมอีกครั้ง และอย่างที่ปภพสัญญาทุกคนจะได้ห้องส่วนตัว...ต้องเรียกว่าตึกมากกว่าบ้าน เพราะมีความสูงถึงห้าชั้นและมีชั้นดาดฟ้า ใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เด็กๆ ดีใจมากๆ กับบ้านหลังใหม่ นิสาเองตอนนี้มาอยู่กับเพื่อนเกือบจะถาวรแล้วเพราะไม่ได้กลับบ้านของตัวเองเลย ก็มีห้องของตัวเองด้วยที่บ้านหลังนี้ห้องของเสน่ห์จันทร์ มีข้าวของของปภพไปอยู่ในนั้นด้วย อย่างเป็นเจ้าของห้องอีกคน เหมือนกับที่คอนโดของเขา และ...ห้องของเขาที่บ้านด้วยเขาพาเสน่ห์จันทร์ไปนอนค้างที่บ้านมารดาทุกศุกร์-เสาร์ก่อน รอให้น้องเรียนมหาวิทยาลัยค่อยขยับเป็นมานอนทุกวันให้กลับบ้านเสาร์-อาทิตย์ และมารดาให้พื้นที่ว่างที่ตอนนี้ใช้เป็นพื้นที่สวน ให้เขาปลูกบ้านเพื่อจะเป็นเรือนหอในอนาคต คุณ ปณิตาตอนแรกก็วางท่ากับว่าที่สะใภ้สาวน้อย หลังๆ มาท่านก็แพ้กับความน่ารักของเสน่ห์จันทร์ แพ้เสน่ห์ปลายจวักของเธอด้วย ถ้าวันไหนอยู่นอนค้างที่บ้านวัชระโชติ วันนั้นเธอก็จะรับหน้าที่แม่ครัวทำอาหารขึ้นโต๊ะเอง ปพลเองก็ชอบฝีมือของเสน่ห์จันทร์มากเช่นกัน และนึ
“ตาปริ้นซ์กับเด็กนั่น แกคบกับเขามากี่เดือนแล้ว” มารดาถามขึ้น ท่านสั่งให้เขามานั่งคุยในห้องนอน เพื่อจะได้เป็นส่วนตัว ปพลขยิบตาให้กับพี่ชายเมื่อเขาเดินตามท่านขึ้นมายังชั้นสอง พร้อมกับชูนิ้วสองนิ้วบอกใบ้ว่าสู้ตายนะครับพี่“ห้าหกเดือนแล้วครับ”“แม่คงไม่ต้องถามล่ะมั้งว่า...เรากับเขาถึงขั้นไหนกันแล้ว”ท่านทำสีหน้ารู้ทัน ขณะที่ชายหนุ่มกระแอม ท่านถอนใจเฮือกใหญ่พร้อมกับเอ่ยลอยๆ“ดีนะไม่สิบเจ็ด ถ้าสิบเจ็ดนี่แกติดคุกแน่ตาปริ้นซ์ เจอกันที่ตลาดของแม่หรือยังไงกัน”“ก็อะไรแบบนั้นครับ”เล่าไม่ได้หรอกว่าเจอน้องที่ไหน ขืนเล่าคงเรื่องใหญ่ เขานี่แหละจะโดนบ่นว่า ส่วนน้อง...ท่านคงจะมองว่าเด็กคนนี้มันแสบและเอาตัวรอดเก่งมาก ถ้าเขาไม่กลับไปซ้อนแผนก็คงจะไม่ได้น้องแน่นอนละ เขาพึ่งรู้จากนิสาว่า การที่เสน่ห์จันทร์กลับไปรับงานตกหลุมเขาได้ เพราะน้องชายประสบอุบัติเหตุเลยต้องใช้เงินด่วนเขาจะต้องขอบคุณทั้งทองเอกและทองนพคุณมากๆ ที่ทำให้เกิดเรื่อง จนเสน่ห์จันทร์ยอมรับงานอีกหน“เป็นคนที่เก่งนะ เก่งมากด้วย” ท่านพึมพำ จะว่าเกลียดก็ไม่พูดไม่ได้หรอก เพราะเด็กมันไม่น่ารังเกียจอะไร น่าทึ่งด้วยซ้ำไป ตัวแค่นั้นดูแลน้อ
คุณปณิตาเข้าสู่ความรู้สึกอยากเป็นลม เมื่อเห็นว่าบุตรชายพาใครมาที่บ้าน เขาบอกกับท่านว่าวันนี้จะมีเซอร์ไพรส์ แล้วก็เซอร์ไพรส์มากจริงๆ นอกจากจะพา คนรัก มาพบกับท่านแล้ว แม่หนูนั่นยังพาน้องมาอีกโขยงหนึ่ง! โอย...ต้องเรียกยาดมกันเลยทีเดียวปพลที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย มองพี่ชายด้วยสายตาแบบว่าทึ่งมาก คุณปณิตาตอนนี้นั่งข้างกับเขา เอาเขาเป็นกำลังใจแหละ มือของท่านเย็นเจี๊ยบเมื่อท่านจับมือกับเขาไม่ต้องถามว่าลูกเต้าเหล่าใคร แต่อยากถามว่าตาปริ้นซ์ไปเจอมาได้ยังไงก่อน...รายการสัมภาษณ์ว่าที่ลูกสะใภ้จึงเริ่มขึ้น...เด็กๆ ถูกกันให้ไปอยู่กันในห้องนั่งเล่น มีหัวหน้าแม่บ้านคอยอยู่ดูแล พวกเขานั่งคุยกันในห้องโถงพักผ่อน มีกระจกกั้นเป็นสัดส่วน คุณปณิตามักจะใช้ที่นี่เวลาจะคุยกับลูกๆ เรื่องสำคัญเรื่องงาน“อายุเท่าไหร่? เราน่ะ”“สิบเก้าค่ะ”โก่งอายุให้ตัวเองนิดหน่อย เธอรู้ว่าถ้าบอกอายุจริงๆ ไป ท่านคงจะยิ่งหน้าเสียกว่านี้ อ้อ...เธอไม่ได้โกหก เดือนหน้าเธอก็อายุสิบเก้าแล้วจริงๆ“ตาปริ้นซ์” ท่านหันไปทำตาดุใส่ลูกชาย ที่ยิ้มแหยเล็กน้อย พลางยักไหล่“น้องอายุพ้นวัยที่ผมจะติดคุกแล้วนะครับ”“แต่เด็กสิบเก้า...ตาปริ
ปภพโผล่ไปที่ห้องของครอบครัวเจนธรรมดีในเวลาเกือบสามทุ่มของอีกวันต่อมา เขามีตุ๊กตากระต่ายสีขาวสองตัวขนาดใหญ่ผูกโบเป็นของขวัญผูกโบให้น้องแฝด ดาวล้อมเดือนกับดาราทองดีใจมาก กับของขวัญของ พี่ปริ้นซ์ เด็กๆ ไหว้ขอบคุณเขา ดีใจกับวันเกิดครบอายุ 11 ปีมาก เพราะปีนี้ได้ทั้งจัดวันเกิด ไปเที่ยวสวนสนุก และเป็นวันที่ได้ของขวัญมากที่สุดตั้งแต่เกิดมา ชีวิตของพวกเธอดีขึ้นตั้งแต่ที่มีปภพก้าวเข้ามาในบ้าน ทุกคนไม่ต้องเครียด กินอิ่มนอนหลับ มีเวลาคิดเรื่องเรียน ไม่ต้องเห็นพี่จ้อยแอบซึม ถ้าพี่จ้อยคือเสาหลัก เปรียบเป็นบ้านหลังหนึ่ง พวกเธอน้องๆ ก็ต่างมีหน้าที่ของตัวเอง บางคนเป็นประตู บางคนเป็นหน้าต่าง พื้นบ้าน เสริมให้บ้านหลังนี้แข็งแรงไม่ล้มครืน วันนี้เป็นวันที่เห็นพี่น้องหัวเราะเสียงดัง มีความสุขกับเครื่องเล่น ไปกันครบหน้าทั้งแปดคน เจ้าจิ๋วที่กำลังซนเริ่มหัดเดินก็ไปกับเขาด้วย เสร็จแล้วพากันไปดูบ้านหลังเดิมแวะซื้อของฝากให้ ยายสมพร เพราะพวกเธอไม่ได้อยู่บ้านเดิมกันพักนี้ พี่จ้อยบอกว่าจะสร้างใหม่ เห็นเขากำลังก่อสร้างเริ่มขึ้นโครงร่างแล้ว ครอบครัวจับมือกันและมองบ้านที่เริ่มก่อสร้างอีกหนด้วยสายตาปลาบปลื้
“พักนี้อยู่บ้านได้แหะ”ปภพเอ่ยหยอกน้องชาย ปพลยิ้มน้อยๆ ส่งให้ ก่อนจะก้มหน้ารับประทานอาหารตรงหน้า ถ้าเขาไม่มีเรื่องในใจ คงจะสังเกตว่าพักนี้น้องชายดูซึมๆ แปลกไปไม่เหมือนเดิม อาหารเย็นวันนี้เขารับประทานมาแล้วกับวรวงศ์แวะเข้าไปเคลียร์งานที่ออฟฟิศมาก่อนเข้าบ้าน“น้องอยู่บ้านได้ แต่แกออกบ้านบ่อยนะตาปริ้นซ์” มารดาเอ่ยมาเสียงนิ่ง มองจ้องลูกคนโตเขม็ง คนเล็กก็อย่าง คนโตก็อย่างไม่ได้ดั่งใจสักคน คนเล็กมีเรื่องให้นางต้องเคลียร์ไปสิบล้าน แถมนึกโมโห อีกอย่างแอบรู้สึกบาป ถ้าเกิดว่าเด็กนั่นมีหลานนางจริงๆ แล้วต้องไปทำแท้ง ต่อให้เรื่องไม่จริงก็รู้สึกไม่ดี คุณปณิตาหนีไปบวชมาเจ็ดวันถึงจิตใจสงบลง นางไม่คุยกับปพลเลย ลูกชายนั้นกลับบ้านทุกวัน พยายามคุยกับท่าน และไม่ไปค้างที่คอนโดอีก ส่วนแม่ทยิดานั่นก็ออกไปแบบทิ้งงาน ก็วุ่นวายกันอยู่บ้าง เพราะงานเอกสารต้องกลับมาต่อ มาเคลียร์กัน ต้องหาคนมาช่วย ตอนนี้ก็มีความวุ่นวายนิดหน่อยในออฟฟิศ เลขาของท่านเลยต้องไปช่วยเคลียร์งานฝั่งของปพลด้วย ให้ยืมไปใช้นั่นแหละ ตอนนี้ลูกชายยังไม่มีเลขา ให้หาคนให้อยู่แน่นอนว่าหนนี้ท่านจะคัดเลือกด้วยตัวเอง ไม่ไว้ใจปพลอีกแล้ว“ก็งานมันยุ







