Share

33

last update publish date: 2026-08-13 13:54:33

​“พักนี้อยู่บ้านได้แหะ”

ปภพเอ่ยหยอกน้องชาย ปพลยิ้มน้อยๆ ส่งให้ ก่อนจะก้มหน้ารับประทานอาหารตรงหน้า ถ้าเขาไม่มีเรื่องในใจ คงจะสังเกตว่าพักนี้น้องชายดูซึมๆ แปลกไปไม่เหมือนเดิม อาหารเย็นวันนี้เขารับประทานมาแล้วกับวรวงศ์แวะเข้าไปเคลียร์งานที่ออฟฟิศมาก่อนเข้าบ้าน

​“น้องอยู่บ้านได้ แต่แกออกบ้านบ่อยนะตาปริ้นซ์”

มารดาเอ่ยมาเสียงนิ่ง มองจ้องลูกคนโตเขม็ง คนเล็กก็อย่าง คนโตก็อย่างไม่ได้ดั่งใจสักคน

​คนเล็กมีเรื่องให้นางต้องเคลียร์ไปสิบล้าน แถมนึกโมโห อีกอย่างแอบรู้สึกบาป ถ้าเกิดว่าเด็กนั่นมีหลานนางจริงๆ แล้วต้องไปทำแท้ง ต่อให้เรื่องไม่จริงก็รู้สึกไม่ดี คุณปณิตาหนีไปบวชมาเจ็ดวันถึงจิตใจสงบลง นางไม่คุยกับปพลเลย ลูกชายนั้นกลับบ้านทุกวัน พยายามคุยกับท่าน และไม่ไปค้างที่คอนโดอีก ส่วนแม่ทยิดานั่นก็ออกไปแบบทิ้งงาน ก็วุ่นวายกันอยู่บ้าง เพราะงานเอกสารต้องกลับมาต่อ มาเคลียร์กัน ต้องหาคนมาช่วย ตอนนี้ก็มีความวุ่นวายนิดหน่อยในออฟฟิศ เลขาของท่านเลยต้องไปช่วยเคลียร์งานฝั่งของปพลด้วย ให้ยืมไปใช้นั่นแหละ ตอนนี้ลูกชายยังไม่มีเลขา ให้หาคนให้อยู่แน่นอนว่าหนนี้ท่านจะคัดเลือกด้วยตัวเอง ไม่ไว้ใจปพลอีกแล้ว

​“ก็งานมันยุ่งๆ น่ะครับ นี่ก็เพิ่งกลับมาจากไปคุยกับเลขามา นัดกันนอกรอบนิดหน่อย”

เขาเลื่อนเก้าอี้ลงนั่ง ยื่นกล่องพลาสติกบรรจุขนมส่งให้มารดา ท่านเอียงคอมองกล่องขนมนั้น พักนี้ปภพดูจะชอบไปพัวพันกับธุรกิจขนมนมเนย ทั้งที่อยู่ในวงการก่อสร้างแท้ๆ นึกยังไงกันนะ

​“ขนมอะไร?”

​“ขนม 9 ทอง กับขนมเปี๊ยะของโรงงานเราครับ”

​“ที่เราไปหุ้นด้วยน่ะเหรอ?”

​“ครับ ผมว่าจะซื้อตึกแถวตรงที่ใกล้ๆ กับตลาดของแม่แล้วเปิดร้านขนมไทย...เป็นคาเฟ่ขนมไทย จะได้ให้มีคนช่วยดูแลตลาดของแม่ด้วย แม่ว่ายังไงครับ”

​“แม่ไม่ว่ายังไง”

คุณปณิตามองจ้องลูกชายของท่านเขม็ง

“พักนี้เราดูจะชอบทำกิจการของหวานนะ เอ...เราทำกับตาพัดหรือว่าทำกับใคร?”

​“ทำกับไอ้พัดสิครับ มันเป็นเชฟ แม่ก็รู้นี่ครับ”

​“อื้อ แม่รู้เขาเป็นเชฟ แล้วกิจการเป็นยังไงบ้าง พอไปได้ไหม?”

​“ก็พอได้แหละครับแม่ มองเห็นอนาคตเลยล่ะครับ”

​“ทำสนุกๆ หรือว่าจริงจัง หรือว่าทำให้ใคร”

คำพูดของท่าน ทำให้เขากระแอมเบาๆ ดูเหมือนว่าแม่จะเริ่มระแคะระคาย

​ปพลกำลังจมกับเรื่องตัวเอง เลยไม่มีส่วนร่วมเหมือนทุกครั้ง ที่จะต้องจับผิดพี่ชายไปกับท่านด้วย ก็ปภพทำตัวน่าสงสัยจริงๆ

​“เอ่อ...ตกลงว่าแม่ไม่ได้บังคับเราสองคนเรื่องน้องน้ำหนึ่งแล้วใช่ไหมครับ”

​“แกอยากจะทำไหมล่ะ แกชอบน้องเขาไหม ถ้าชอบคงจะไม่เอ้อระเหยแบบบี้หรอก”

ท่านถามย้อน มองลูกชายคนเล็กด้วยสายตาเคืองๆ พร้อมกับเอ่ยลอยๆ

​“ตาปายคงไม่อยากทำอยู่แล้วละ ส่วนแกก็คงจะแอบซุกอะไรไว้แน่ๆ ใช่ไหมตาปริ้นซ์”

​“แหะๆ”

​“ลูกเต้าเหล่าใคร หน้าตาแบบไหน อายุเท่าไหร่?”

​“มาเป็นชุดเลยนะครับแม่ ตอบไม่ทัน”

​“ตกลงมีจริงๆ ใช่ไหม”

​คุณปณิตาคาดคั้น ปพลวางช้อนเริ่มสนใจขึ้นมาบ้าง เกี่ยวกับเรื่องของพี่ชาย ก็ดีเหมือนกันถ้า พี่ปริ้นซ์มีแฟนแม่จะได้เลิกบ่นเขาสักที

​บ่นทีไรเขาก็คิดถึงเธอ คนใจร้าย หนีเขาไปไร้เยื่อใยมาก

​“ผมจะพาเขามาหาแม่ ถ้าเขายอมนะครับ”

​“เล่นตัวเสียด้วย”

ตอนนี้ท่านอยากรู้มากว่าเป็นใคร แต่เก็บอาการไว้ก่อน พ่อตัวดีไปชอบใครเข้านะ ไอ้เรื่องร้านขนมนั่น ทำให้สาวหรือเปล่าเหอะ ชักจะยังไงแล้ว

​“ไม่ได้เล่นตัวหรอกครับ จ้อยเขาเจียมตัว”

​“จ้อย...”

​“ชื่อจ้อยหรือครับพี่ปริ้นซ์ เอ...ผมรู้จักหรือเปล่า”

ปพลคุ้นๆ กับชื่อนี้ ว่าเป็นลูกหลานของผู้ดีสักคน ปภพยิ้มให้กับน้องชายแล้วสั่นหน้า

​“นายไม่น่าจะรู้จักหรอก นายปาย ตกลงนายเองก็ไม่ลงเวทีชิงชัยกับพี่แล้วใช่ไหม? เรื่องน้องน้ำหนึ่ง”

​“ก็...”

น้องชายยักไหล่ แค่นี้ก็รู้ ว่าชายหนุ่มก็ถอย แต่เขาไม่อยากถามถึงสาเหตุการถอย สังเกตเห็นความมึนตึงของน้องชายกับมารดาก็ตอนนี้แหละ นายปายดูพูดน้อยลง ไม่พูดเลยกับคุณแม่ ส่วนคุณแม่นั้น มองลูกชายคนเล็กตาเขียวปั้ดเลยเชียว

​งอนอะไรกันหนอ ไม่เป็นไรเดี๋ยวค่อยเคลียร์ เขาเองจะรอดไหมจากการเคืองของคุณปณิตา เรื่องของเสน่ห์จันทร์

​“คุณแม่ไม่โกรธเราสองคนนะครับ”

เขาว่า พร้อมกับยิ้มจนตาหยีประจบท่าน ท่านถอนใจเสียงดังใส่ลูกชายทั้งสองก่อนจะทำหน้างอ

​“โกรธแล้วฉันทำอะไรได้ละ ถอนตัวทั้งคู่แบบนี้ ไม่มีใครอยากได้ก็ไม่ต้องเอา หึ!”

​“ตกลงว่าจ้อยไหนครับพี่ปริ้นซ์”

อยากรู้ขึ้นมาบ้างแล้ว พี่ชายของเขาไม่เคยคบหาใครจริงจัง ไม่นิยมเลี้ยงเด็ก...แต่ซุกแบบนี้ น่าจะจริงจัง แต่คงจะเป็นคนที่ยังเอามาแนะนำมารดาไม่ได้ แบบนี้คงจะมีเงื่อนงำแน่นอน

​“สรุปว่าทุกคนอยากรู้จักจ้อยนะครับ”

ปภพยิ้มอย่างมีเลศนัย

​“ผมจะพามาให้ทุกคนรู้จักแน่นอนครับ รับรองว่าบ้านเราจะต้องชอบน้องมากแน่ๆ”

​คุณปณิตากับปพลมองตากัน ขณะที่ปภพลุกขึ้นแล้วเดินขึ้นไปยังห้องนอนของตัวเอง

​“แม่ว่าจ้อยไหนครับ?”

​“แกคุ้นๆ คนชื่อจ้อยคนไหนบ้างล่ะ หรือจะเป็นลูกสาวคุณหญิงอรอนงค์ จ้อยนั้นหรือเปล่านะ?”

คิดไปไกลแล้ว แต่คิดถึงหญิงสาวคนที่ตัวเองคิดก็นึกขนลุกเบาๆ ขานั้น...ครอบครัวดี ตระกูลดี มีเงินทองมากมาย แต่ไม่ไหวนะถ้าให้เอาเป็นลูกสะใภ้

​“ก็ไม่รู้กับพี่ปริ้นซ์สิครับ”

​“แกจะไปรู้อะไรล่ะ ก็มัวแต่ไปยุ่งกับเลขา”

พูดใส่ ลูกชายสะดุ้งนิดๆ และ ก่อนจะยิ้มแหยส่งให้ท่าน จะลุกเลยก็กลัวท่านโกรธจำต้องนั่งอยู่แบบนั้น คุณปณิตาค้อนใส่อีกที แล้วเอ่ยเปรยขึ้นมา

​“แม่หาเลขาให้แกใหม่แล้วนะ ตาปาย ต่อไปนี้เลขาของแกจะต้องผ่านแม่ก่อน เข้าใจไหม?”

​“ครับแม่ไม่มีข้อโต้แย้งอะไรครับ”

​“ตกลงว่าแม่นั่น ไปแล้วไปลับใช่ไหม?”

ปพลมีสีหน้าสลดลง จนท่านอยากจะตีเอาสักที คงจะรักอาลัยกันมากสินะ แต่เดี๋ยวก็คงลืม...ตามประสาผู้ชายนั่นแหละ

​“ครับ ไปแล้วครับ”

​“พวกแกไม่ยุ่งกับน้องน้ำหนึ่งเขาก็ดีละ ไม่อย่างนั้นแม่เขาคงมาถอนหงอกแม่ ต่อไปนี้จะรักจะชอบใครก็ตามสบาย ฉันไม่ยุ่งด้วยแล้ว”

​คุณปณิตาว่าแบบนั้น

​แต่ถึงเวลาลูกเลือกมาจริงๆ เธอก็คงอดยุ่งไม่ได้ตามเคย...ยิ่งลูกคนโตด้วยแล้วตอนนี้มีความรักแน่นอน แล้วจ้อยไหน? อยากเห็นหน้าว่าที่ลูกสะใภ้ของนางจริงๆ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   บทส่งท้าย

    ​เสน่ห์จันทร์เรียนไม่จบจนได้เพราะเธอท้องตอนเรียนปี 2 เลยต้องดร็อปเรียนไว้ก่อ สามีของเธอบางทีก็ขี้หึงเกินไป ไม่ชอบหนุ่มๆ ที่มาวนเวียนใกล้จ้อยของเขา ไม่ต้องเรียนจบก็ได้เพราะประสบการณ์ชีวิตน้องเยอะแล้ว เขานี่แหละจะเป็นครูในชีวิตจริงให้เธอ​คุณปณิตาไม่ค่อยเห็นด้วยเพราะอยากให้สะใภ้เรียนต่อยอด ปภพบอกว่างั้นเขาจะเรียนด้วยพร้อมกับเธอ เอากับพ่อสิ หวงเมียเบอร์หนึ่งเลยพ่อคนนี้ และพอเสน่ห์จันทร์คลอดงานแต่งก็ถูกจัดขึ้นตามที่ได้สัญญากับเธอไว้ ว่าจะจัดงานให้เขาก็ทำให้เธอจริงๆ ในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและซาบซึ้ง การเปิดตัวของเจ้าสาวของปภพ ลูกสะใภ้คนแรกของคุณปณิตากับสังคม ไม่มีใครดูแคลน มีแต่คนชื่นชมเมื่อรู้ประวัติความเป็นมาของเธอและครอบครัว ส่วนมากทึ่งในความเป็นคนเก่ง มีความรับผิดชอบ และความรักในครอบครัวของเสน่ห์จันทร์​เสน่ห์จันทร์ได้ลูกสาวน่ารักน่าฟัด คือ เด็กหญิงจรัสจันทร์ หรือ ณจันทร์ อีกสี่ปีต่อมาก็คลอดเด็กหญิงจรัสดารินทร์ หรือ ณดาว เธอกับปภพแยกบ้านไปอยู่อีกหลังหนึ่งอยู่ในบริเวณรั้วเดียวกับบ้านใหญ่ ส่วนปพลนั้นก็กลับไปคืนดีกับทยิดาที่มีลูกสาวคือ นะนาย ที่ซ่อนแอบไว้ ความจริงปรากฏว่าเธอไม่ได้ทำลายเ

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   37

    ​บ้านเจนธรรมดีถูกสร้างใหม่จนเรียบร้อย ครอบครัวของเสน่ห์จันทร์ทั้งแปดคนและนิสา กลับไปยังบ้านหลังเดิมอีกครั้ง และอย่างที่ปภพสัญญาทุกคนจะได้ห้องส่วนตัว...​ต้องเรียกว่าตึกมากกว่าบ้าน เพราะมีความสูงถึงห้าชั้นและมีชั้นดาดฟ้า ใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เด็กๆ ดีใจมากๆ กับบ้านหลังใหม่ นิสาเองตอนนี้มาอยู่กับเพื่อนเกือบจะถาวรแล้วเพราะไม่ได้กลับบ้านของตัวเองเลย ก็มีห้องของตัวเองด้วยที่บ้านหลังนี้​ห้องของเสน่ห์จันทร์ มีข้าวของของปภพไปอยู่ในนั้นด้วย อย่างเป็นเจ้าของห้องอีกคน เหมือนกับที่คอนโดของเขา และ...ห้องของเขาที่บ้านด้วย​เขาพาเสน่ห์จันทร์ไปนอนค้างที่บ้านมารดาทุกศุกร์-เสาร์ก่อน รอให้น้องเรียนมหาวิทยาลัยค่อยขยับเป็นมานอนทุกวันให้กลับบ้านเสาร์-อาทิตย์ และมารดาให้พื้นที่ว่างที่ตอนนี้ใช้เป็นพื้นที่สวน ให้เขาปลูกบ้านเพื่อจะเป็นเรือนหอในอนาคต คุณ ปณิตาตอนแรกก็วางท่ากับว่าที่สะใภ้สาวน้อย หลังๆ มาท่านก็แพ้กับความน่ารักของเสน่ห์จันทร์ แพ้เสน่ห์ปลายจวักของเธอด้วย ถ้าวันไหนอยู่นอนค้างที่บ้านวัชระโชติ วันนั้นเธอก็จะรับหน้าที่แม่ครัวทำอาหารขึ้นโต๊ะเอง ปพลเองก็ชอบฝีมือของเสน่ห์จันทร์มากเช่นกัน และนึ

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   36

    ​“ตาปริ้นซ์กับเด็กนั่น แกคบกับเขามากี่เดือนแล้ว” มารดาถามขึ้น ท่านสั่งให้เขามานั่งคุยในห้องนอน เพื่อจะได้เป็นส่วนตัว ปพลขยิบตาให้กับพี่ชายเมื่อเขาเดินตามท่านขึ้นมายังชั้นสอง พร้อมกับชูนิ้วสองนิ้วบอกใบ้ว่าสู้ตายนะครับพี่​“ห้าหกเดือนแล้วครับ”​“แม่คงไม่ต้องถามล่ะมั้งว่า...เรากับเขาถึงขั้นไหนกันแล้ว”ท่านทำสีหน้ารู้ทัน ขณะที่ชายหนุ่มกระแอม ท่านถอนใจเฮือกใหญ่พร้อมกับเอ่ยลอยๆ​“ดีนะไม่สิบเจ็ด ถ้าสิบเจ็ดนี่แกติดคุกแน่ตาปริ้นซ์ เจอกันที่ตลาดของแม่หรือยังไงกัน”​“ก็อะไรแบบนั้นครับ”​เล่าไม่ได้หรอกว่าเจอน้องที่ไหน ขืนเล่าคงเรื่องใหญ่ เขานี่แหละจะโดนบ่นว่า ส่วนน้อง...ท่านคงจะมองว่าเด็กคนนี้มันแสบและเอาตัวรอดเก่งมาก ถ้าเขาไม่กลับไปซ้อนแผนก็คงจะไม่ได้น้องแน่นอนละ เขาพึ่งรู้จากนิสาว่า การที่เสน่ห์จันทร์กลับไปรับงานตกหลุมเขาได้ เพราะน้องชายประสบอุบัติเหตุเลยต้องใช้เงินด่วน​เขาจะต้องขอบคุณทั้งทองเอกและทองนพคุณมากๆ ที่ทำให้เกิดเรื่อง จนเสน่ห์จันทร์ยอมรับงานอีกหน​“เป็นคนที่เก่งนะ เก่งมากด้วย” ท่านพึมพำ จะว่าเกลียดก็ไม่พูดไม่ได้หรอก เพราะเด็กมันไม่น่ารังเกียจอะไร น่าทึ่งด้วยซ้ำไป ตัวแค่นั้นดูแลน้อ

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   35

    คุณปณิตาเข้าสู่ความรู้สึกอยากเป็นลม เมื่อเห็นว่าบุตรชายพาใครมาที่บ้าน เขาบอกกับท่านว่าวันนี้จะมีเซอร์ไพรส์ แล้วก็เซอร์ไพรส์มากจริงๆ ​นอกจากจะพา คนรัก มาพบกับท่านแล้ว แม่หนูนั่นยังพาน้องมาอีกโขยงหนึ่ง! โอย...ต้องเรียกยาดมกันเลยทีเดียว​ปพลที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย มองพี่ชายด้วยสายตาแบบว่าทึ่งมาก คุณปณิตาตอนนี้นั่งข้างกับเขา เอาเขาเป็นกำลังใจแหละ มือของท่านเย็นเจี๊ยบเมื่อท่านจับมือกับเขา​ไม่ต้องถามว่าลูกเต้าเหล่าใคร แต่อยากถามว่าตาปริ้นซ์ไปเจอมาได้ยังไงก่อน...​รายการสัมภาษณ์ว่าที่ลูกสะใภ้จึงเริ่มขึ้น...เด็กๆ ถูกกันให้ไปอยู่กันในห้องนั่งเล่น มีหัวหน้าแม่บ้านคอยอยู่ดูแล พวกเขานั่งคุยกันในห้องโถงพักผ่อน มีกระจกกั้นเป็นสัดส่วน คุณปณิตามักจะใช้ที่นี่เวลาจะคุยกับลูกๆ เรื่องสำคัญเรื่องงาน​“อายุเท่าไหร่? เราน่ะ”​“สิบเก้าค่ะ”โก่งอายุให้ตัวเองนิดหน่อย เธอรู้ว่าถ้าบอกอายุจริงๆ ไป ท่านคงจะยิ่งหน้าเสียกว่านี้ อ้อ...เธอไม่ได้โกหก เดือนหน้าเธอก็อายุสิบเก้าแล้วจริงๆ​“ตาปริ้นซ์” ท่านหันไปทำตาดุใส่ลูกชาย ที่ยิ้มแหยเล็กน้อย พลางยักไหล่​“น้องอายุพ้นวัยที่ผมจะติดคุกแล้วนะครับ”​“แต่เด็กสิบเก้า...ตาปริ

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   34

    ปภพโผล่ไปที่ห้องของครอบครัวเจนธรรมดีในเวลาเกือบสามทุ่มของอีกวันต่อมา เขามีตุ๊กตากระต่ายสีขาวสองตัวขนาดใหญ่ผูกโบเป็นของขวัญผูกโบให้น้องแฝด ดาวล้อมเดือนกับดาราทองดีใจมาก กับของขวัญของ พี่ปริ้นซ์ เด็กๆ ไหว้ขอบคุณเขา ดีใจกับวันเกิดครบอายุ 11 ปีมาก เพราะปีนี้ได้ทั้งจัดวันเกิด ไปเที่ยวสวนสนุก และเป็นวันที่ได้ของขวัญมากที่สุดตั้งแต่เกิดมา ​ชีวิตของพวกเธอดีขึ้นตั้งแต่ที่มีปภพก้าวเข้ามาในบ้าน ทุกคนไม่ต้องเครียด กินอิ่มนอนหลับ มีเวลาคิดเรื่องเรียน ไม่ต้องเห็นพี่จ้อยแอบซึม ถ้าพี่จ้อยคือเสาหลัก เปรียบเป็นบ้านหลังหนึ่ง พวกเธอน้องๆ ก็ต่างมีหน้าที่ของตัวเอง บางคนเป็นประตู บางคนเป็นหน้าต่าง พื้นบ้าน เสริมให้บ้านหลังนี้แข็งแรงไม่ล้มครืน วันนี้เป็นวันที่เห็นพี่น้องหัวเราะเสียงดัง มีความสุขกับเครื่องเล่น ไปกันครบหน้าทั้งแปดคน เจ้าจิ๋วที่กำลังซนเริ่มหัดเดินก็ไปกับเขาด้วย เสร็จแล้วพากันไปดูบ้านหลังเดิมแวะซื้อของฝากให้ ยายสมพร เพราะพวกเธอไม่ได้อยู่บ้านเดิมกันพักนี้ พี่จ้อยบอกว่าจะสร้างใหม่ เห็นเขากำลังก่อสร้างเริ่มขึ้นโครงร่างแล้ว ครอบครัวจับมือกันและมองบ้านที่เริ่มก่อสร้างอีกหนด้วยสายตาปลาบปลื้

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   33

    ​“พักนี้อยู่บ้านได้แหะ”ปภพเอ่ยหยอกน้องชาย ปพลยิ้มน้อยๆ ส่งให้ ก่อนจะก้มหน้ารับประทานอาหารตรงหน้า ถ้าเขาไม่มีเรื่องในใจ คงจะสังเกตว่าพักนี้น้องชายดูซึมๆ แปลกไปไม่เหมือนเดิม อาหารเย็นวันนี้เขารับประทานมาแล้วกับวรวงศ์แวะเข้าไปเคลียร์งานที่ออฟฟิศมาก่อนเข้าบ้าน​“น้องอยู่บ้านได้ แต่แกออกบ้านบ่อยนะตาปริ้นซ์” มารดาเอ่ยมาเสียงนิ่ง มองจ้องลูกคนโตเขม็ง คนเล็กก็อย่าง คนโตก็อย่างไม่ได้ดั่งใจสักคน ​คนเล็กมีเรื่องให้นางต้องเคลียร์ไปสิบล้าน แถมนึกโมโห อีกอย่างแอบรู้สึกบาป ถ้าเกิดว่าเด็กนั่นมีหลานนางจริงๆ แล้วต้องไปทำแท้ง ต่อให้เรื่องไม่จริงก็รู้สึกไม่ดี คุณปณิตาหนีไปบวชมาเจ็ดวันถึงจิตใจสงบลง นางไม่คุยกับปพลเลย ลูกชายนั้นกลับบ้านทุกวัน พยายามคุยกับท่าน และไม่ไปค้างที่คอนโดอีก ส่วนแม่ทยิดานั่นก็ออกไปแบบทิ้งงาน ก็วุ่นวายกันอยู่บ้าง เพราะงานเอกสารต้องกลับมาต่อ มาเคลียร์กัน ต้องหาคนมาช่วย ตอนนี้ก็มีความวุ่นวายนิดหน่อยในออฟฟิศ เลขาของท่านเลยต้องไปช่วยเคลียร์งานฝั่งของปพลด้วย ให้ยืมไปใช้นั่นแหละ ตอนนี้ลูกชายยังไม่มีเลขา ให้หาคนให้อยู่แน่นอนว่าหนนี้ท่านจะคัดเลือกด้วยตัวเอง ไม่ไว้ใจปพลอีกแล้ว​“ก็งานมันยุ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status