LOGINปภพโผล่ไปที่ห้องของครอบครัวเจนธรรมดีในเวลาเกือบสามทุ่มของอีกวันต่อมา เขามีตุ๊กตากระต่ายสีขาวสองตัวขนาดใหญ่ผูกโบเป็นของขวัญผูกโบให้น้องแฝด ดาวล้อมเดือนกับดาราทองดีใจมาก กับของขวัญของ พี่ปริ้นซ์ เด็กๆ ไหว้ขอบคุณเขา ดีใจกับวันเกิดครบอายุ 11 ปีมาก เพราะปีนี้ได้ทั้งจัดวันเกิด ไปเที่ยวสวนสนุก และเป็นวันที่ได้ของขวัญมากที่สุดตั้งแต่เกิดมา
ชีวิตของพวกเธอดีขึ้นตั้งแต่ที่มีปภพก้าวเข้ามาในบ้าน ทุกคนไม่ต้องเครียด กินอิ่มนอนหลับ มีเวลาคิดเรื่องเรียน ไม่ต้องเห็นพี่จ้อยแอบซึม ถ้าพี่จ้อยคือเสาหลัก เปรียบเป็นบ้านหลังหนึ่ง พวกเธอน้องๆ ก็ต่างมีหน้าที่ของตัวเอง บางคนเป็นประตู บางคนเป็นหน้าต่าง พื้นบ้าน เสริมให้บ้านหลังนี้แข็งแรงไม่ล้มครืน วันนี้เป็นวันที่เห็นพี่น้องหัวเราะเสียงดัง มีความสุขกับเครื่องเล่น ไปกันครบหน้าทั้งแปดคน เจ้าจิ๋วที่กำลังซนเริ่มหัดเดินก็ไปกับเขาด้วย เสร็จแล้วพากันไปดูบ้านหลังเดิมแวะซื้อของฝากให้ ยายสมพร เพราะพวกเธอไม่ได้อยู่บ้านเดิมกันพักนี้ พี่จ้อยบอกว่าจะสร้างใหม่ เห็นเขากำลังก่อสร้างเริ่มขึ้นโครงร่างแล้ว ครอบครัวจับมือกันและมองบ้านที่เริ่มก่อสร้างอีกหนด้วยสายตาปลาบปลื้มยินดี
เด็กๆ นอนในเวลาสี่ทุ่มอย่างตรงเวลา คืนนี้เขาไปรับเธอกลับมาที่คอนโดของเขา แวะซื้อของสดจากซุปเปอร์เพราะ เสน่ห์จันทร์บอกว่าจะทำอาหารให้เขารับประทาน
“พรุ่งนี้พี่ปริ้นซ์เข้าออฟฟิศไหมคะ? หนูจะลุกมาทำข้าวเช้าให้ค่ะ”
“พรุ่งนี้ไม่ได้ไปค่ะ จะพาจ้อยไปดูตลาดที่จ้อยเคยไปขายของ พี่อยากให้จ้อยทำงานที่นั่น ช่วยเก็บค่าตลาดและบริหารล็อต พี่มีผู้ช่วยให้ จ้อยคิดเห็นแบบไหนในฐานะที่เคยมาขายของ มาสัมผัสกับลูกค้า บอกได้นะคะ พี่จะเอาไปปรับปรุง”
ตลาดของมารดาตอนนี้ซบเซามาก เลขาของแม่เขานี้นับวันยิ่งอันตราย พาคนไม่ดีมาทำงานกับแม่เขา มาบริหารตลาดเสียจนเละ มีการยักยอก เขาให้วรวงศ์ตรวจบัญชีและช่วยดูประกบ พบว่าสิ่งที่เขาสงสัยเป็นเรื่องจริง
เขาให้หมอนั่นออกไป คิดว่ามันเป็นเรื่องดีที่จะให้ เสน่ห์จันทร์ลองเข้าไปช่วยงาน จริงๆ คนที่เขาเตรียมไว้นั้นมีความสามารถมีประสบการณ์เรื่องนี้ แต่เขาอยากให้เสน่ห์จันทร์ไปทำและจะได้ยกเป็นประโยชน์ให้น้อง ว่าน้องเป็นคนช่วยบริหารจนมันฟื้น ผลงานจะได้เอาไปอวดกับมารดาได้
ปภพค่อยๆ ปูพื้นให้เสน่ห์จันทร์ พิสูจน์ความสามารถ นอกจากทำขนมเก่ง ค้าขายได้ ยังมีไอเดียความคิดเรื่องการตลาด ส่วนเรื่องเรียนนั้นตั้งใจแน่วแน่แล้ว กำหนดเวลาให้น้องแล้วว่าเสน่ห์จันทร์ต้องไปเรียบเทียบให้จบมอหก และต่อยอดเรียนมหาวิทยาลัยในอนาคต จะอย่างไรก็อยากให้ เสน่ห์จันทร์ได้ร่ำเรียนมีความรู้ติดตัวนอกเหนือจากเรียนประสบการณ์ชีวิต สิ่งนี้เสน่ห์จันทร์อาจจะจบปริญญาไปแล้วล่ะเรื่องประสบการณ์ชีวิตนี่ ปภพคิดว่าเขาอาจจะด้อยกว่าน้องด้วยซ้ำในเรื่องประสบการณ์ชีวิต สกิลเอาตัวรอด เขานั้นมีครอบครัวที่ดีซัปพอร์ตถึงจะมีน้องชายอย่างปพลแต่ก็ไม่ได้ถึงขนาด เสน่ห์จันทร์ ที่ดูแลน้องๆ มาตั้งเจ็ดชีวิต และอย่างที่ลภัสว่า ทุกคนเป็นคนดีคนเก่ง
“หนูคิดว่าเก็บค่าล็อตแพงไปค่ะ พอเก็บแบบนั้นแม่ค้าพ่อค้าก็ต้องเพิ่มราคาของ จริงอยู่ว่าอยู่ในย่านโรงเรียนเอกชน กับสถาบันกวดวิชา แต่คนรวยบางทีเขาก็ไม่ได้อยากซื้อของแพงนะคะ กำไรมาจ่ายค่าเช่าหมด มีการแรกเข้าด้วยตั้งห้าหมื่นต่อสัญญาทุกสามปีคิดค่าต่อสัญญาปีละสามหมื่น หนูว่ามันโหดไป คนเลยทยอยออกเพราะขายไม่ไหว ของในตลาดเลยมีไม่หลากหลาย มีแต่ของมีราคา พอของแพงคนก็ไม่อยากเดิน ”
“พี่ไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย ให้วรวงศ์เช็กกลับจุดคุ้มทุนอยู่ เพราะรายงานจากคนเก่ามันผิดเพี้ยนไปหมด”
“ถ้าถามความคิดเห็นหนูคือ ควรจะยกเว้นค่าต่อสัญญาค่ะ ถ้าไม่มีตรงนี้ จะได้คนขายหลากหลายขึ้นค่ะ แล้วก็ควรมีการโพรโมต จัดโพรโมชัน ลดค่าสัญญาเรียกพ่อค้าแม่ค้า จริงๆ แล้วบริเวณนี้ไม่ได้มีแต่โรงเรียนเอกชน กับสถาบันกวดวิชา ที่จะเป็นลูกค้าหลักนะคะ พวกคนที่เขามีรายได้แบบรายวันก็เยอะแยะ เขาไม่กล้าเข้าตลาดเพราะรู้สึกว่าของแพง”
“พี่จะเอาความคิดของหนูไปลองทำดู ตกลงว่าหนูจะไปคุมตลาดให้พี่ใช่ไหม?”
เขาและเธอนั่งคุยกันในห้องโถงนั่งเล่น ตอนนี้เวลาเกือบเที่ยงคืนแล้ว
“พี่ปรินซ์ไว้ใจหนูขนาดนั้นเลยเหรอคะ หนู...ไม่ได้เรียนสูง ก็พูดตามประสาที่เห็น ที่คิด”
“ไม่ได้เรียนสูง แต่จ้อยมีประสบการณ์ชีวิตสูงมากค่ะ ประสบการเอาตัวรอดก็ต้องถือว่าจบปริญญา”
“แหม...พี่ปริ้นซ์อาจจะไว้ใจคนผิดก็ได้นะคะ ไม่กลัวหนูทำเจ๊งเหรอ”
เขาหัวเราะแล้วดึงให้เธอไปนั่งตัก เกลี่ยจมูกกับแก้มสาวไปมา เสน่ห์จันทร์ใจเต้นแรงรับสัมผัสจากเขา มือของเขาค่อยๆ เลื่อนไปที่สาบเสื้อของเธอแล้วสอดไล้เข้าไปในนั้น
“ไม่กลัวครับ...จ้อยพิสูจน์มาแล้วหลายเรื่อง พี่เชื่อว่าจ้อยทำได้”
“อื้อ...พี่ปริ้นซ์ คะ คุยเสร็จแล้วเหรอ?”
ถามเสียงสั่นมือของเขาไล้ไปที่เม็ดบัวที่เริ่มแข็งเป็นไตสู้มือเขา
“คุยเสร็จแล้วค่ะ ขอพี่กินนมนอนหน่อยนะ”
“อื้อ...พะ พี่ปริ้นซ์”
ประโยคหลังเสียงน้องเปลี่ยนเป็นคราง เมื่อเขาซบหน้าลงกับอกสาวที่เปิดเปลือยให้เขาได้สูดดมและคลอเคลีย
ร่างกายของเธอคุ้นชินกับสัมผัสของเขา และมีความสุขทุกครั้งที่เขากอดจูบ เสน่ห์จันทร์ยินยอมให้เขารัก ทุกตารางนิ้วในเรือนกาย
เธอนั้นก็ลูบไล้ตอบรับเขา คำของเพื่อนแว่วเข้ามาให้หัว ถ้ารักเขา ก็ต้องรักษาเขาไม่ยอมให้เขาไปไหน
มือน้อยนั่นลูบเลื่อนไปตามร่างแกร่ง มือเล็กๆ ที่สากเล็กน้อยร่องรอยของประสบการณ์ของการทำงานหนัก บอกว่าเธอมีความรับผิดชอบและสู้เกินวัย
ปภพดึงมือของเธอมาจูบ ตอนนี้เขาปลดเปลื้องร่างกายของเสน่ห์จันทร์ให้เปลือยเปล่าเหมือนเขา เขาดึงนิ้วเธอจูบทีละนิ้ว ทีละนิ้ว มองเห็นแผลเป็นตรงหลังมือ นัยน์ตาหวานปรือตามองเขา มันช่างดูเย้ายวนใจและงดงามเหลือเกิน
“พี่ปริ้นซ์...หนูอยากจะบอกอะไรบางอย่างกับพี่ปริ้นซ์”
“จะบอกอะไรพี่หรือคะ”
เขามองจ้องตาสวยคู่นั้น เสน่ห์จันทร์มองใบหน้าของผู้ชาย ที่ก้าวเข้ามาฉุดชีวิตของเธอให้ดีขึ้น เขาให้เธอมากขนาดนี้ เธอก็ควรจะให้เขาตอบแทนไม่มีการกักกันหัวใจไว้อีกแล้ว
“หนูรักพี่ปริ้นซ์”
“หืม?”
ไม่คิดมาก่อนว่าจะได้ยินอะไรแบบนี้ คนสารภาพรักกับผู้ชายที่เป็นหนึ่งเดียวในใจ น้ำตาคลอ ไม่ใช่น้ำตาแห่งความเสียใจ มันคือน้ำตาของความปลื้มปีติ
“อะไรนะคะ พูดชัดๆ อีกทีได้ไหม?”
“หนูรักพี่ปริ้นซ์ รักมาก”
“อา...”
เต็มตื้นหัวใจไปหมด เมื่อน้องพูดในสิ่งที่เขาอยากได้ยินมานานเหลือเกิน เขาจูบมือเธอ และก้มลงจูบเธอ เสน่ห์จันทร์เผยอปากให้เขา สะดุ้งน้อยๆ เมื่อเขาแหวกกลีบนางออก พร้อมกับมอบตัวตนหล่อหลอมกับเธอ
การบอกรักตอบของเขาเป็นการมอบทุกอย่างให้กับ เสน่ห์จันทร์ ทั้งตัวและหัวใจ
“อะ อื้อ”
เสียงหวานครางชิดปากเขา เมื่อเขาเริ่มส่งจังหวะสวาท เสียงทุ้มกระซิบคลอปากอิ่มที่ครางครวญด้วยความรัญจวน
“พี่ก็รักหนู จ้อยของพี่ ต่อไปนี้อยู่กับพี่นะ”
“ค่ะ อื้อ”
เขาก้มลงจูบน้องดื่มด่ำ และขณะเดียวกันก็เพิ่มกดเน้นหนักจังหวะรักถี่รัว จนพาเธอไปคว้าดาวด้วยกัน
คืนนั้นเสน่ห์จันทร์นอนสยบกับอกเขา ไม่มีการต่อต้านกางกำแพงใดๆ อีกแล้ว ตอนนี้หัวใจของเธอบรรจบพบพานที่ความรักของเธอแล้ว
เสน่ห์จันทร์เรียนไม่จบจนได้เพราะเธอท้องตอนเรียนปี 2 เลยต้องดร็อปเรียนไว้ก่อ สามีของเธอบางทีก็ขี้หึงเกินไป ไม่ชอบหนุ่มๆ ที่มาวนเวียนใกล้จ้อยของเขา ไม่ต้องเรียนจบก็ได้เพราะประสบการณ์ชีวิตน้องเยอะแล้ว เขานี่แหละจะเป็นครูในชีวิตจริงให้เธอคุณปณิตาไม่ค่อยเห็นด้วยเพราะอยากให้สะใภ้เรียนต่อยอด ปภพบอกว่างั้นเขาจะเรียนด้วยพร้อมกับเธอ เอากับพ่อสิ หวงเมียเบอร์หนึ่งเลยพ่อคนนี้ และพอเสน่ห์จันทร์คลอดงานแต่งก็ถูกจัดขึ้นตามที่ได้สัญญากับเธอไว้ ว่าจะจัดงานให้เขาก็ทำให้เธอจริงๆ ในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและซาบซึ้ง การเปิดตัวของเจ้าสาวของปภพ ลูกสะใภ้คนแรกของคุณปณิตากับสังคม ไม่มีใครดูแคลน มีแต่คนชื่นชมเมื่อรู้ประวัติความเป็นมาของเธอและครอบครัว ส่วนมากทึ่งในความเป็นคนเก่ง มีความรับผิดชอบ และความรักในครอบครัวของเสน่ห์จันทร์เสน่ห์จันทร์ได้ลูกสาวน่ารักน่าฟัด คือ เด็กหญิงจรัสจันทร์ หรือ ณจันทร์ อีกสี่ปีต่อมาก็คลอดเด็กหญิงจรัสดารินทร์ หรือ ณดาว เธอกับปภพแยกบ้านไปอยู่อีกหลังหนึ่งอยู่ในบริเวณรั้วเดียวกับบ้านใหญ่ ส่วนปพลนั้นก็กลับไปคืนดีกับทยิดาที่มีลูกสาวคือ นะนาย ที่ซ่อนแอบไว้ ความจริงปรากฏว่าเธอไม่ได้ทำลายเ
บ้านเจนธรรมดีถูกสร้างใหม่จนเรียบร้อย ครอบครัวของเสน่ห์จันทร์ทั้งแปดคนและนิสา กลับไปยังบ้านหลังเดิมอีกครั้ง และอย่างที่ปภพสัญญาทุกคนจะได้ห้องส่วนตัว...ต้องเรียกว่าตึกมากกว่าบ้าน เพราะมีความสูงถึงห้าชั้นและมีชั้นดาดฟ้า ใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เด็กๆ ดีใจมากๆ กับบ้านหลังใหม่ นิสาเองตอนนี้มาอยู่กับเพื่อนเกือบจะถาวรแล้วเพราะไม่ได้กลับบ้านของตัวเองเลย ก็มีห้องของตัวเองด้วยที่บ้านหลังนี้ห้องของเสน่ห์จันทร์ มีข้าวของของปภพไปอยู่ในนั้นด้วย อย่างเป็นเจ้าของห้องอีกคน เหมือนกับที่คอนโดของเขา และ...ห้องของเขาที่บ้านด้วยเขาพาเสน่ห์จันทร์ไปนอนค้างที่บ้านมารดาทุกศุกร์-เสาร์ก่อน รอให้น้องเรียนมหาวิทยาลัยค่อยขยับเป็นมานอนทุกวันให้กลับบ้านเสาร์-อาทิตย์ และมารดาให้พื้นที่ว่างที่ตอนนี้ใช้เป็นพื้นที่สวน ให้เขาปลูกบ้านเพื่อจะเป็นเรือนหอในอนาคต คุณ ปณิตาตอนแรกก็วางท่ากับว่าที่สะใภ้สาวน้อย หลังๆ มาท่านก็แพ้กับความน่ารักของเสน่ห์จันทร์ แพ้เสน่ห์ปลายจวักของเธอด้วย ถ้าวันไหนอยู่นอนค้างที่บ้านวัชระโชติ วันนั้นเธอก็จะรับหน้าที่แม่ครัวทำอาหารขึ้นโต๊ะเอง ปพลเองก็ชอบฝีมือของเสน่ห์จันทร์มากเช่นกัน และนึ
“ตาปริ้นซ์กับเด็กนั่น แกคบกับเขามากี่เดือนแล้ว” มารดาถามขึ้น ท่านสั่งให้เขามานั่งคุยในห้องนอน เพื่อจะได้เป็นส่วนตัว ปพลขยิบตาให้กับพี่ชายเมื่อเขาเดินตามท่านขึ้นมายังชั้นสอง พร้อมกับชูนิ้วสองนิ้วบอกใบ้ว่าสู้ตายนะครับพี่“ห้าหกเดือนแล้วครับ”“แม่คงไม่ต้องถามล่ะมั้งว่า...เรากับเขาถึงขั้นไหนกันแล้ว”ท่านทำสีหน้ารู้ทัน ขณะที่ชายหนุ่มกระแอม ท่านถอนใจเฮือกใหญ่พร้อมกับเอ่ยลอยๆ“ดีนะไม่สิบเจ็ด ถ้าสิบเจ็ดนี่แกติดคุกแน่ตาปริ้นซ์ เจอกันที่ตลาดของแม่หรือยังไงกัน”“ก็อะไรแบบนั้นครับ”เล่าไม่ได้หรอกว่าเจอน้องที่ไหน ขืนเล่าคงเรื่องใหญ่ เขานี่แหละจะโดนบ่นว่า ส่วนน้อง...ท่านคงจะมองว่าเด็กคนนี้มันแสบและเอาตัวรอดเก่งมาก ถ้าเขาไม่กลับไปซ้อนแผนก็คงจะไม่ได้น้องแน่นอนละ เขาพึ่งรู้จากนิสาว่า การที่เสน่ห์จันทร์กลับไปรับงานตกหลุมเขาได้ เพราะน้องชายประสบอุบัติเหตุเลยต้องใช้เงินด่วนเขาจะต้องขอบคุณทั้งทองเอกและทองนพคุณมากๆ ที่ทำให้เกิดเรื่อง จนเสน่ห์จันทร์ยอมรับงานอีกหน“เป็นคนที่เก่งนะ เก่งมากด้วย” ท่านพึมพำ จะว่าเกลียดก็ไม่พูดไม่ได้หรอก เพราะเด็กมันไม่น่ารังเกียจอะไร น่าทึ่งด้วยซ้ำไป ตัวแค่นั้นดูแลน้อ
คุณปณิตาเข้าสู่ความรู้สึกอยากเป็นลม เมื่อเห็นว่าบุตรชายพาใครมาที่บ้าน เขาบอกกับท่านว่าวันนี้จะมีเซอร์ไพรส์ แล้วก็เซอร์ไพรส์มากจริงๆ นอกจากจะพา คนรัก มาพบกับท่านแล้ว แม่หนูนั่นยังพาน้องมาอีกโขยงหนึ่ง! โอย...ต้องเรียกยาดมกันเลยทีเดียวปพลที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย มองพี่ชายด้วยสายตาแบบว่าทึ่งมาก คุณปณิตาตอนนี้นั่งข้างกับเขา เอาเขาเป็นกำลังใจแหละ มือของท่านเย็นเจี๊ยบเมื่อท่านจับมือกับเขาไม่ต้องถามว่าลูกเต้าเหล่าใคร แต่อยากถามว่าตาปริ้นซ์ไปเจอมาได้ยังไงก่อน...รายการสัมภาษณ์ว่าที่ลูกสะใภ้จึงเริ่มขึ้น...เด็กๆ ถูกกันให้ไปอยู่กันในห้องนั่งเล่น มีหัวหน้าแม่บ้านคอยอยู่ดูแล พวกเขานั่งคุยกันในห้องโถงพักผ่อน มีกระจกกั้นเป็นสัดส่วน คุณปณิตามักจะใช้ที่นี่เวลาจะคุยกับลูกๆ เรื่องสำคัญเรื่องงาน“อายุเท่าไหร่? เราน่ะ”“สิบเก้าค่ะ”โก่งอายุให้ตัวเองนิดหน่อย เธอรู้ว่าถ้าบอกอายุจริงๆ ไป ท่านคงจะยิ่งหน้าเสียกว่านี้ อ้อ...เธอไม่ได้โกหก เดือนหน้าเธอก็อายุสิบเก้าแล้วจริงๆ“ตาปริ้นซ์” ท่านหันไปทำตาดุใส่ลูกชาย ที่ยิ้มแหยเล็กน้อย พลางยักไหล่“น้องอายุพ้นวัยที่ผมจะติดคุกแล้วนะครับ”“แต่เด็กสิบเก้า...ตาปริ
ปภพโผล่ไปที่ห้องของครอบครัวเจนธรรมดีในเวลาเกือบสามทุ่มของอีกวันต่อมา เขามีตุ๊กตากระต่ายสีขาวสองตัวขนาดใหญ่ผูกโบเป็นของขวัญผูกโบให้น้องแฝด ดาวล้อมเดือนกับดาราทองดีใจมาก กับของขวัญของ พี่ปริ้นซ์ เด็กๆ ไหว้ขอบคุณเขา ดีใจกับวันเกิดครบอายุ 11 ปีมาก เพราะปีนี้ได้ทั้งจัดวันเกิด ไปเที่ยวสวนสนุก และเป็นวันที่ได้ของขวัญมากที่สุดตั้งแต่เกิดมา ชีวิตของพวกเธอดีขึ้นตั้งแต่ที่มีปภพก้าวเข้ามาในบ้าน ทุกคนไม่ต้องเครียด กินอิ่มนอนหลับ มีเวลาคิดเรื่องเรียน ไม่ต้องเห็นพี่จ้อยแอบซึม ถ้าพี่จ้อยคือเสาหลัก เปรียบเป็นบ้านหลังหนึ่ง พวกเธอน้องๆ ก็ต่างมีหน้าที่ของตัวเอง บางคนเป็นประตู บางคนเป็นหน้าต่าง พื้นบ้าน เสริมให้บ้านหลังนี้แข็งแรงไม่ล้มครืน วันนี้เป็นวันที่เห็นพี่น้องหัวเราะเสียงดัง มีความสุขกับเครื่องเล่น ไปกันครบหน้าทั้งแปดคน เจ้าจิ๋วที่กำลังซนเริ่มหัดเดินก็ไปกับเขาด้วย เสร็จแล้วพากันไปดูบ้านหลังเดิมแวะซื้อของฝากให้ ยายสมพร เพราะพวกเธอไม่ได้อยู่บ้านเดิมกันพักนี้ พี่จ้อยบอกว่าจะสร้างใหม่ เห็นเขากำลังก่อสร้างเริ่มขึ้นโครงร่างแล้ว ครอบครัวจับมือกันและมองบ้านที่เริ่มก่อสร้างอีกหนด้วยสายตาปลาบปลื้
“พักนี้อยู่บ้านได้แหะ”ปภพเอ่ยหยอกน้องชาย ปพลยิ้มน้อยๆ ส่งให้ ก่อนจะก้มหน้ารับประทานอาหารตรงหน้า ถ้าเขาไม่มีเรื่องในใจ คงจะสังเกตว่าพักนี้น้องชายดูซึมๆ แปลกไปไม่เหมือนเดิม อาหารเย็นวันนี้เขารับประทานมาแล้วกับวรวงศ์แวะเข้าไปเคลียร์งานที่ออฟฟิศมาก่อนเข้าบ้าน“น้องอยู่บ้านได้ แต่แกออกบ้านบ่อยนะตาปริ้นซ์” มารดาเอ่ยมาเสียงนิ่ง มองจ้องลูกคนโตเขม็ง คนเล็กก็อย่าง คนโตก็อย่างไม่ได้ดั่งใจสักคน คนเล็กมีเรื่องให้นางต้องเคลียร์ไปสิบล้าน แถมนึกโมโห อีกอย่างแอบรู้สึกบาป ถ้าเกิดว่าเด็กนั่นมีหลานนางจริงๆ แล้วต้องไปทำแท้ง ต่อให้เรื่องไม่จริงก็รู้สึกไม่ดี คุณปณิตาหนีไปบวชมาเจ็ดวันถึงจิตใจสงบลง นางไม่คุยกับปพลเลย ลูกชายนั้นกลับบ้านทุกวัน พยายามคุยกับท่าน และไม่ไปค้างที่คอนโดอีก ส่วนแม่ทยิดานั่นก็ออกไปแบบทิ้งงาน ก็วุ่นวายกันอยู่บ้าง เพราะงานเอกสารต้องกลับมาต่อ มาเคลียร์กัน ต้องหาคนมาช่วย ตอนนี้ก็มีความวุ่นวายนิดหน่อยในออฟฟิศ เลขาของท่านเลยต้องไปช่วยเคลียร์งานฝั่งของปพลด้วย ให้ยืมไปใช้นั่นแหละ ตอนนี้ลูกชายยังไม่มีเลขา ให้หาคนให้อยู่แน่นอนว่าหนนี้ท่านจะคัดเลือกด้วยตัวเอง ไม่ไว้ใจปพลอีกแล้ว“ก็งานมันยุ







