LOGINเงินที่เจ๊เปรี้ยวโอนมาให้คือสองหมื่นบาท!
แม่เจ้าเยอะเวอร์
มันเยอะกว่าค่าตัวเธอรอบแรกเสียอีก การที่เจ๊เปรี้ยวโอนให้เยอะขนาดนี้ ต้องแปลว่าเขาให้เยอะมากกว่าสองหมื่นแน่ๆ ละ
แต่...
เสน่ห์จันทร์ในลุคเซเลอร์มูนยิ้มให้กับเขา...เขาชื่ออะไรหว่า? ไม่ได้ถามชื่อกันเลยวันนั้น จำชื่อไม่ได้แต่จำหน้าแม่นมาก พี่เขายังคงหล่อออร่าเหมือนเดิม วันนี้เขามาในเสื้อเชิ้ตสีครีมยังผูกไทอยู่เลย แต่พับแขนเสื้อขึ้น กับกางเกงชิโน่สีน้ำตาลเข้ม เหมือนเพิ่งมาจากที่ทำงาน มาเดี่ยว เขาคงทำงานดีมากแหละ ถึงได้มีเงินมาหาความสุขได้ขนาดนี้
ชายหนุ่มสวมเครื่องประดับชิ้นเดียวคือนาฬิกา มองผาดๆ ก็รู้ว่าแพงแหง กลิ่นของเขายังคงหอมฟุ้งเหมือนที่เคยจำได้ติดในสมอง เขาใช้น้ำหอมอะไรนะ ถึงได้กลิ่นละเมียดละไมแต่เย้ายวนชวนให้รู้สึกแปลกๆ เธอมองสบตากับเขา พยายามยิ้มไม่ปากสั่น ระงับอาการใจเต้นไว้อย่างสุดๆ อย่ากลัว อย่ากลัว ยัยจ้อย คืนนี้จะต้องผ่านไปได้ด้วยดี
“สวัสดีน้องเจนนี่”
“สะ สะ สวัสดีค่ะ”
เสียงก็สั่น ยิ้มก็แหย พิรุธกันสุดๆ เขามองแล้วก็ขมวดคิ้วนิดๆ แล้วถามเธอเสียงอ่อนโยน
“ทำไมสั่นกลัวพี่เหรอครับ คืนนั้น พี่ทำอะไรไม่ดีไปหรือเปล่าคะ?”
“เปล่าค่ะ หนูแค่ตื่นเต้นที่เจอคนแรกของหนู”
ตอนนี้สติมา มารยาเกิด เธอระงับอาการสั่นได้แล้วก็ทำอ้อนเขา ได้ยินเสียงเขาหัวเราะ ตัวเธอแค่อกเขาเอง เขาสูงมาก...ตอนนี้เขากลายเป็นจุดเด่นของสายตาสาวๆ ในร้าน ที่แอบมองอย่างอิจฉาวาสนาอีจ้อยกัน
“ขึ้นไปข้างบนกันเลยไหม? คืนนี้พี่เหมาน้องเจนนี่ทั้งคืน”
“กินอะไรก่อนไหมคะ หนูยังไม่ได้กินอะไรเลย”
อ้อนเขานั่นแหละ อา...เธอไม่อยากแบบว่าไปอยู่สองต่อสองไวนัก หนนี้งานมันอาจจะไม่ง่ายเหมือนหนแรกแล้วอีจ้อย อาศัยช่วงชุลมุนวางยาเขาจะดีกว่า ขืนไปอยู่กันสองต่อสอง ไม่ไว้ใจ...ไม่ไว้ใจตัวเองนี่แหละ รสจูบแรกยังวูบวาบอยู่เลยในความทรงจำ เจอแค่นั้นยังหวิว เจอรุกเยอะกว่านั้นไม่น่าจะไหว คนอะไรหล่อเร้าใจเกินไป เร้าพรหมจรรย์ให้อยากเสียมาก
“ได้สิครับ”
เธอประคองพาเขาไปนั่งที่โต๊ะ นิสารีบมาประกบอีกข้าง เอ่ยอ้อนถามพี่คะพี่ขา เลี้ยงหนูบ้าง หรือให้หนูเลี้ยงพี่ก็ได้ สองเลยไหมหนึ่งแถมหนึ่ง ทำให้ปภพหัวเราะ เขามุ่งมาวันนี้เพราะอยากมาซ้ำให้แน่ใจนั่นแหละ ว่าตกลงแล้วยังไงกันแน่วันนั้น ยอมเสียเงินสามหมื่นเพื่อคืนนี้ เพื่อพิสูจน์
ขณะที่ปภพเผลอ เธอก็เอายาใส่ในแก้วเหล้า อาศัยความมืดและความไว ป้อนเหล้าเขา...นิสานั้นช่วยเพื่อน ด้วยการชวนปภพดื่มเพียวๆ แบบดวลกันด้วยเหล้าค็อกเทล ที่ขึ้นชื่อว่าดื่มไม่เกินสามแก้วถ้าคอไม่แข็งก็หลับแน่
ปภพดื่มไปแค่แก้วเดียว เขาก็หลับ...แก้วเหล้ายังคามือด้วยซ้ำ จนเธอต้องดึงออกแล้วมองซ้ายมองขวา ต่างคนต่างสนใจแขกของตัวเอง คืนนี้เจ๊เปรี้ยวก็แอบแวบไปกับแขก...ประจำของเธอ
นิสากับเสน่ห์จันทร์มองตากัน
“เรียบร้อยแล้วจ้อย พี่ปริ้นซ์หล่อมากเวอร์ หอมด้วย”
นิสาซบอกล่ำๆ ของปภพแล้วสูดกลิ่นน้ำหอมปนกลิ่นกายของชายหนุ่มเข้าไปเต็มปอด
“ฮ้าย สดชื่น”
“นี่เจี๊ยบมันใช่เวลาไหม? เดี๋ยวฟ้องเฮียนะ”
เสน่ห์จันทร์ว่า รู้สึกหัวร้อนแปลกๆ เวลาเห็นเพื่อนซบแขกของเธอแบบนั้น
“หึงเหรอ?”
นิสาย่นจมูกใส่เพื่อน พลางมองแขกของเพื่อนตาวาว
“จริงๆ แล้วแกไม่ต้องทำให้พี่เขาป๊อกก็ได้นะจ้อย เป็นนี่จะไม่ให้ป๊อก จะป๊าบๆ กับเขาแทน”
“โอ๊ย...”
ตีแขนเพื่อนแก้เขิน เพื่อนทำไมรู้ใจว่าเธอก็ไม่อยากให้เขาป๊อก เอ๊ย ไม่ใช่สินังจ้อย แกจะต้องเก็บสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของลูกผู้หญิงไว้นะ!
“เรียกไอ้ทับมาหิ้วเขาไปที่ห้อง แล้วก็จัดฉากเหมือนเดิม”
นิสาว่า แล้วหายไปเรียกคนคุมร้าน เสน่ห์จันทร์มองเขาก่อนจะถอนใจน้อยๆ เธอแอบหยิกแก้มเขาเบาๆ
“ขอโทษนะคะ ที่ต้องทำแบบนี้ แต่จ้อยจำเป็น จบจากงานคุณ จ้อยจะได้ลาออก ขอบคุณนะ”
เธอคิดแบบนั้นจริงๆ ได้จากเขาแล้วมันก็ได้เงินพอใช้หนี้ละ เธอมีเงินเก็บอีกจำนวนหนึ่ง โปะหนี้ให้จบไปเสียจะได้เอาโฉนดบ้านคืนมา เอาไปทำให้ถูกต้องเป็นชื่อของเธอเสีย เผื่อจะได้เอาไว้จำนองกับแบงก์ทำทุน
สมองของสาวน้อยคิดปราดๆ เธอมีที่ปรึกษาคือหลวงพ่อ และตอนนี้เพิ่มเติมมาคือคุณนายที่รับน้องสาวของเธอไว้เป็นครูสอนพิเศษ คุณนายสุนีย์กรุณาปราณีครอบครัวเธอมาก และยังไม่รู้ว่าเธอมาทำงานแบบนี้เพื่อหาเงินไปเอาโฉนดคืนมา ขืนรู้ท่านคงไม่ยอมให้เธอทำแน่ๆ
เธอมองเขา แล้วรอบนี้เธอถ่ายรูปเขาไว้ เอาไว้เป็นที่ระลึกก็แล้วกัน คนอะไรหมดสภาพขนาดนี้ยังดูหล่อ นายทับมาถึงก็พากันประคองเขาคนละข้างกับเธอ พาชายหนุ่มไปขึ้นห้อง...
ปภพนั้นตื่นขึ้นมาในตอนสาย...
จำอะไรไม่ได้
มีหลักฐานมากมายว่ามันเกิดอะไรขึ้นบนเตียง และในถังขยะ อื้อหือ...คงจะเกิดศึกใหญ่แหละ เตียงเปียกขนาดนี้
น้องไม่ได้อยู่ที่นั่น มีโน้ตทิ้งไว้ด้วยลายมือสวยเป็นระเบียบ พร้อมกับวาดรูปหัวใจใส่มาด้วย
เมื่อคืนนี้น้องเกือบตายแน่ะค่ะ ขอตัวกลับไปพักก่อนนะคะ
เจนนี่
เกือบตาย...
ทำไมเขาจำอะไรไม่ได้อีกแล้ววะ?
ปภพกลับไปพร้อมกับความสงสัย คันในหัวใจ และค่อนข้างแน่ใจว่า เขาไม่ได้ทำอะไรแน่นอน
แม่สาวน้อย...
เธอจะลูบคมเขาไม่ได้หรอกนะ เขาไม่ได้โง่ เขาเสียเงินไปกับหล่อนเกือบครึ่งแสนแล้ว ไม่ได้อะไรเลย และแน่ใจแล้วว่าโดนหลอกแน่ๆ
เสน่ห์จันทร์เรียนไม่จบจนได้เพราะเธอท้องตอนเรียนปี 2 เลยต้องดร็อปเรียนไว้ก่อ สามีของเธอบางทีก็ขี้หึงเกินไป ไม่ชอบหนุ่มๆ ที่มาวนเวียนใกล้จ้อยของเขา ไม่ต้องเรียนจบก็ได้เพราะประสบการณ์ชีวิตน้องเยอะแล้ว เขานี่แหละจะเป็นครูในชีวิตจริงให้เธอคุณปณิตาไม่ค่อยเห็นด้วยเพราะอยากให้สะใภ้เรียนต่อยอด ปภพบอกว่างั้นเขาจะเรียนด้วยพร้อมกับเธอ เอากับพ่อสิ หวงเมียเบอร์หนึ่งเลยพ่อคนนี้ และพอเสน่ห์จันทร์คลอดงานแต่งก็ถูกจัดขึ้นตามที่ได้สัญญากับเธอไว้ ว่าจะจัดงานให้เขาก็ทำให้เธอจริงๆ ในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและซาบซึ้ง การเปิดตัวของเจ้าสาวของปภพ ลูกสะใภ้คนแรกของคุณปณิตากับสังคม ไม่มีใครดูแคลน มีแต่คนชื่นชมเมื่อรู้ประวัติความเป็นมาของเธอและครอบครัว ส่วนมากทึ่งในความเป็นคนเก่ง มีความรับผิดชอบ และความรักในครอบครัวของเสน่ห์จันทร์เสน่ห์จันทร์ได้ลูกสาวน่ารักน่าฟัด คือ เด็กหญิงจรัสจันทร์ หรือ ณจันทร์ อีกสี่ปีต่อมาก็คลอดเด็กหญิงจรัสดารินทร์ หรือ ณดาว เธอกับปภพแยกบ้านไปอยู่อีกหลังหนึ่งอยู่ในบริเวณรั้วเดียวกับบ้านใหญ่ ส่วนปพลนั้นก็กลับไปคืนดีกับทยิดาที่มีลูกสาวคือ นะนาย ที่ซ่อนแอบไว้ ความจริงปรากฏว่าเธอไม่ได้ทำลายเ
บ้านเจนธรรมดีถูกสร้างใหม่จนเรียบร้อย ครอบครัวของเสน่ห์จันทร์ทั้งแปดคนและนิสา กลับไปยังบ้านหลังเดิมอีกครั้ง และอย่างที่ปภพสัญญาทุกคนจะได้ห้องส่วนตัว...ต้องเรียกว่าตึกมากกว่าบ้าน เพราะมีความสูงถึงห้าชั้นและมีชั้นดาดฟ้า ใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เด็กๆ ดีใจมากๆ กับบ้านหลังใหม่ นิสาเองตอนนี้มาอยู่กับเพื่อนเกือบจะถาวรแล้วเพราะไม่ได้กลับบ้านของตัวเองเลย ก็มีห้องของตัวเองด้วยที่บ้านหลังนี้ห้องของเสน่ห์จันทร์ มีข้าวของของปภพไปอยู่ในนั้นด้วย อย่างเป็นเจ้าของห้องอีกคน เหมือนกับที่คอนโดของเขา และ...ห้องของเขาที่บ้านด้วยเขาพาเสน่ห์จันทร์ไปนอนค้างที่บ้านมารดาทุกศุกร์-เสาร์ก่อน รอให้น้องเรียนมหาวิทยาลัยค่อยขยับเป็นมานอนทุกวันให้กลับบ้านเสาร์-อาทิตย์ และมารดาให้พื้นที่ว่างที่ตอนนี้ใช้เป็นพื้นที่สวน ให้เขาปลูกบ้านเพื่อจะเป็นเรือนหอในอนาคต คุณ ปณิตาตอนแรกก็วางท่ากับว่าที่สะใภ้สาวน้อย หลังๆ มาท่านก็แพ้กับความน่ารักของเสน่ห์จันทร์ แพ้เสน่ห์ปลายจวักของเธอด้วย ถ้าวันไหนอยู่นอนค้างที่บ้านวัชระโชติ วันนั้นเธอก็จะรับหน้าที่แม่ครัวทำอาหารขึ้นโต๊ะเอง ปพลเองก็ชอบฝีมือของเสน่ห์จันทร์มากเช่นกัน และนึ
“ตาปริ้นซ์กับเด็กนั่น แกคบกับเขามากี่เดือนแล้ว” มารดาถามขึ้น ท่านสั่งให้เขามานั่งคุยในห้องนอน เพื่อจะได้เป็นส่วนตัว ปพลขยิบตาให้กับพี่ชายเมื่อเขาเดินตามท่านขึ้นมายังชั้นสอง พร้อมกับชูนิ้วสองนิ้วบอกใบ้ว่าสู้ตายนะครับพี่“ห้าหกเดือนแล้วครับ”“แม่คงไม่ต้องถามล่ะมั้งว่า...เรากับเขาถึงขั้นไหนกันแล้ว”ท่านทำสีหน้ารู้ทัน ขณะที่ชายหนุ่มกระแอม ท่านถอนใจเฮือกใหญ่พร้อมกับเอ่ยลอยๆ“ดีนะไม่สิบเจ็ด ถ้าสิบเจ็ดนี่แกติดคุกแน่ตาปริ้นซ์ เจอกันที่ตลาดของแม่หรือยังไงกัน”“ก็อะไรแบบนั้นครับ”เล่าไม่ได้หรอกว่าเจอน้องที่ไหน ขืนเล่าคงเรื่องใหญ่ เขานี่แหละจะโดนบ่นว่า ส่วนน้อง...ท่านคงจะมองว่าเด็กคนนี้มันแสบและเอาตัวรอดเก่งมาก ถ้าเขาไม่กลับไปซ้อนแผนก็คงจะไม่ได้น้องแน่นอนละ เขาพึ่งรู้จากนิสาว่า การที่เสน่ห์จันทร์กลับไปรับงานตกหลุมเขาได้ เพราะน้องชายประสบอุบัติเหตุเลยต้องใช้เงินด่วนเขาจะต้องขอบคุณทั้งทองเอกและทองนพคุณมากๆ ที่ทำให้เกิดเรื่อง จนเสน่ห์จันทร์ยอมรับงานอีกหน“เป็นคนที่เก่งนะ เก่งมากด้วย” ท่านพึมพำ จะว่าเกลียดก็ไม่พูดไม่ได้หรอก เพราะเด็กมันไม่น่ารังเกียจอะไร น่าทึ่งด้วยซ้ำไป ตัวแค่นั้นดูแลน้อ
คุณปณิตาเข้าสู่ความรู้สึกอยากเป็นลม เมื่อเห็นว่าบุตรชายพาใครมาที่บ้าน เขาบอกกับท่านว่าวันนี้จะมีเซอร์ไพรส์ แล้วก็เซอร์ไพรส์มากจริงๆ นอกจากจะพา คนรัก มาพบกับท่านแล้ว แม่หนูนั่นยังพาน้องมาอีกโขยงหนึ่ง! โอย...ต้องเรียกยาดมกันเลยทีเดียวปพลที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย มองพี่ชายด้วยสายตาแบบว่าทึ่งมาก คุณปณิตาตอนนี้นั่งข้างกับเขา เอาเขาเป็นกำลังใจแหละ มือของท่านเย็นเจี๊ยบเมื่อท่านจับมือกับเขาไม่ต้องถามว่าลูกเต้าเหล่าใคร แต่อยากถามว่าตาปริ้นซ์ไปเจอมาได้ยังไงก่อน...รายการสัมภาษณ์ว่าที่ลูกสะใภ้จึงเริ่มขึ้น...เด็กๆ ถูกกันให้ไปอยู่กันในห้องนั่งเล่น มีหัวหน้าแม่บ้านคอยอยู่ดูแล พวกเขานั่งคุยกันในห้องโถงพักผ่อน มีกระจกกั้นเป็นสัดส่วน คุณปณิตามักจะใช้ที่นี่เวลาจะคุยกับลูกๆ เรื่องสำคัญเรื่องงาน“อายุเท่าไหร่? เราน่ะ”“สิบเก้าค่ะ”โก่งอายุให้ตัวเองนิดหน่อย เธอรู้ว่าถ้าบอกอายุจริงๆ ไป ท่านคงจะยิ่งหน้าเสียกว่านี้ อ้อ...เธอไม่ได้โกหก เดือนหน้าเธอก็อายุสิบเก้าแล้วจริงๆ“ตาปริ้นซ์” ท่านหันไปทำตาดุใส่ลูกชาย ที่ยิ้มแหยเล็กน้อย พลางยักไหล่“น้องอายุพ้นวัยที่ผมจะติดคุกแล้วนะครับ”“แต่เด็กสิบเก้า...ตาปริ
ปภพโผล่ไปที่ห้องของครอบครัวเจนธรรมดีในเวลาเกือบสามทุ่มของอีกวันต่อมา เขามีตุ๊กตากระต่ายสีขาวสองตัวขนาดใหญ่ผูกโบเป็นของขวัญผูกโบให้น้องแฝด ดาวล้อมเดือนกับดาราทองดีใจมาก กับของขวัญของ พี่ปริ้นซ์ เด็กๆ ไหว้ขอบคุณเขา ดีใจกับวันเกิดครบอายุ 11 ปีมาก เพราะปีนี้ได้ทั้งจัดวันเกิด ไปเที่ยวสวนสนุก และเป็นวันที่ได้ของขวัญมากที่สุดตั้งแต่เกิดมา ชีวิตของพวกเธอดีขึ้นตั้งแต่ที่มีปภพก้าวเข้ามาในบ้าน ทุกคนไม่ต้องเครียด กินอิ่มนอนหลับ มีเวลาคิดเรื่องเรียน ไม่ต้องเห็นพี่จ้อยแอบซึม ถ้าพี่จ้อยคือเสาหลัก เปรียบเป็นบ้านหลังหนึ่ง พวกเธอน้องๆ ก็ต่างมีหน้าที่ของตัวเอง บางคนเป็นประตู บางคนเป็นหน้าต่าง พื้นบ้าน เสริมให้บ้านหลังนี้แข็งแรงไม่ล้มครืน วันนี้เป็นวันที่เห็นพี่น้องหัวเราะเสียงดัง มีความสุขกับเครื่องเล่น ไปกันครบหน้าทั้งแปดคน เจ้าจิ๋วที่กำลังซนเริ่มหัดเดินก็ไปกับเขาด้วย เสร็จแล้วพากันไปดูบ้านหลังเดิมแวะซื้อของฝากให้ ยายสมพร เพราะพวกเธอไม่ได้อยู่บ้านเดิมกันพักนี้ พี่จ้อยบอกว่าจะสร้างใหม่ เห็นเขากำลังก่อสร้างเริ่มขึ้นโครงร่างแล้ว ครอบครัวจับมือกันและมองบ้านที่เริ่มก่อสร้างอีกหนด้วยสายตาปลาบปลื้
“พักนี้อยู่บ้านได้แหะ”ปภพเอ่ยหยอกน้องชาย ปพลยิ้มน้อยๆ ส่งให้ ก่อนจะก้มหน้ารับประทานอาหารตรงหน้า ถ้าเขาไม่มีเรื่องในใจ คงจะสังเกตว่าพักนี้น้องชายดูซึมๆ แปลกไปไม่เหมือนเดิม อาหารเย็นวันนี้เขารับประทานมาแล้วกับวรวงศ์แวะเข้าไปเคลียร์งานที่ออฟฟิศมาก่อนเข้าบ้าน“น้องอยู่บ้านได้ แต่แกออกบ้านบ่อยนะตาปริ้นซ์” มารดาเอ่ยมาเสียงนิ่ง มองจ้องลูกคนโตเขม็ง คนเล็กก็อย่าง คนโตก็อย่างไม่ได้ดั่งใจสักคน คนเล็กมีเรื่องให้นางต้องเคลียร์ไปสิบล้าน แถมนึกโมโห อีกอย่างแอบรู้สึกบาป ถ้าเกิดว่าเด็กนั่นมีหลานนางจริงๆ แล้วต้องไปทำแท้ง ต่อให้เรื่องไม่จริงก็รู้สึกไม่ดี คุณปณิตาหนีไปบวชมาเจ็ดวันถึงจิตใจสงบลง นางไม่คุยกับปพลเลย ลูกชายนั้นกลับบ้านทุกวัน พยายามคุยกับท่าน และไม่ไปค้างที่คอนโดอีก ส่วนแม่ทยิดานั่นก็ออกไปแบบทิ้งงาน ก็วุ่นวายกันอยู่บ้าง เพราะงานเอกสารต้องกลับมาต่อ มาเคลียร์กัน ต้องหาคนมาช่วย ตอนนี้ก็มีความวุ่นวายนิดหน่อยในออฟฟิศ เลขาของท่านเลยต้องไปช่วยเคลียร์งานฝั่งของปพลด้วย ให้ยืมไปใช้นั่นแหละ ตอนนี้ลูกชายยังไม่มีเลขา ให้หาคนให้อยู่แน่นอนว่าหนนี้ท่านจะคัดเลือกด้วยตัวเอง ไม่ไว้ใจปพลอีกแล้ว“ก็งานมันยุ







