Mag-log in“ตาปริ้นซ์กับเด็กนั่น แกคบกับเขามากี่เดือนแล้ว”
มารดาถามขึ้น ท่านสั่งให้เขามานั่งคุยในห้องนอน เพื่อจะได้เป็นส่วนตัว ปพลขยิบตาให้กับพี่ชายเมื่อเขาเดินตามท่านขึ้นมายังชั้นสอง พร้อมกับชูนิ้วสองนิ้วบอกใบ้ว่าสู้ตายนะครับพี่
“ห้าหกเดือนแล้วครับ”
“แม่คงไม่ต้องถามล่ะมั้งว่า...เรากับเขาถึงขั้นไหนกันแล้ว”
ท่านทำสีหน้ารู้ทัน ขณะที่ชายหนุ่มกระแอม ท่านถอนใจเฮือกใหญ่พร้อมกับเอ่ยลอยๆ
“ดีนะไม่สิบเจ็ด ถ้าสิบเจ็ดนี่แกติดคุกแน่ตาปริ้นซ์ เจอกันที่ตลาดของแม่หรือยังไงกัน”
“ก็อะไรแบบนั้นครับ”
เล่าไม่ได้หรอกว่าเจอน้องที่ไหน ขืนเล่าคงเรื่องใหญ่ เขานี่แหละจะโดนบ่นว่า ส่วนน้อง...ท่านคงจะมองว่าเด็กคนนี้มันแสบและเอาตัวรอดเก่งมาก ถ้าเขาไม่กลับไปซ้อนแผนก็คงจะไม่ได้น้องแน่นอนละ เขาพึ่งรู้จากนิสาว่า การที่เสน่ห์จันทร์กลับไปรับงานตกหลุมเขาได้ เพราะน้องชายประสบอุบัติเหตุเลยต้องใช้เงินด่วน
เขาจะต้องขอบคุณทั้งทองเอกและทองนพคุณมากๆ ที่ทำให้เกิดเรื่อง จนเสน่ห์จันทร์ยอมรับงานอีกหน
“เป็นคนที่เก่งนะ เก่งมากด้วย”
ท่านพึมพำ จะว่าเกลียดก็ไม่พูดไม่ได้หรอก เพราะเด็กมันไม่น่ารังเกียจอะไร น่าทึ่งด้วยซ้ำไป ตัวแค่นั้นดูแลน้องๆ ได้ถึงเจ็ดชีวิต แถมยังเก่งทำมาหากินอีกด้วย หาได้ยากมาก ถ้าได้เรียนต่อจะยิ่งเหมือนติดปีกให้ จะยิ่งไปได้ไกลมาก
“เก่งครับ ดูแลน้องได้ขนาดนั้น ดูแลมรดกของยายเขาด้วย แม่ครับรู้ไหมครับว่า น้องๆ ของจ้อย คนละพ่อกัน พอยายเขาตายแม่เขาก็เอาบ้านไปจำนองกับเจ้าหนี้ น้องเก่งมากพยายามไถ่ถอนออกมาจนได้”
“เอ่อ...น่าทึ่งแท้ๆ”
“น้องเหมือนเพชรแท้ ผมเลยต้องรีบคว้าไว้ก่อนยังไงละครับแม่”
วกมาเอาดีเข้าตัว ท่านมองแล้วค้อนขวับ พลางกลอกตา
“ย่ะ!”
“แม่อยากมีหลาน ผมจะได้รีบมีให้ยังไงละครับ ไม่ดีหรือ? แม่อยากได้คนช่วยคุมตลาด ตอนนี้ผมให้น้องลงไปช่วย ก็ทำงานได้นะครับ น้องมีไอเดียบอกผมเกี่ยวกับเรื่องในมุมมองแม่ค้า ตอนแรกตลาดของแม่เกือบเจ๊งแล้ว น้องมาช่วยแค่เดือนเดียว มีพ่อค้าแม่ค้าหลากหลายขึ้น และคนเริ่มเดินตลาดเรามากขึ้นด้วยนะครับ ต้องยกเป็นความดีความชอบของจ้อย”
“ย่ะ!”
เน้นเสียงใส่ ปภพหัวเราะเบาๆ เขาลุกจากโซฟาตรงไปกอดท่าน คุณปณิตาเลยหยิกลูกชายคนโปรดสองสามทีอย่างหมั่นไส้
“แม่จะว่ายังไงครับ ถ้าผมจะรับน้องมาอยู่ที่บ้านของเรา”
“รวมถึงน้องชายน้องสาวของแม่จ้อยนั่นด้วยหรือเปล่า แม่จะต้องสร้างบ้านใหญ่หน่อยเลยนะ”
“ก็คงจะมาแบบเป็นครั้งคราว มาค้างบ้าง เพราะบ้านของจ้อยก็มีน่ะครับ น้องคงไม่ยอมมาอยู่กับผมเลย จ้อยเป็นห่วงเด็กๆ มาก แล้วก็เป็นคนชอบทำงานมาก ร้านขนมนั้นก็จะเป็นน้องๆ ของจ้อยที่ช่วยกันทำน่ะครับ
“เขาเลี้ยงหลานได้ดีนะ ยายของแม่จ้อยนี่”
คุณปณิตาเอ่ยชมเชยจากใจ
“จ้อยก็ต้องเลี้ยงลูกได้ดีครับ เลี้ยงหลานของแม่ได้ดี ดูจากที่จ้อยเลี้ยงน้องๆ ได้”
“เขายังเด็กไว้สักพักค่อยแต่งงานกันนะตาปริ้นซ์”
“ตกลงว่าแม่เห็นด้วยนะครับ ที่ผมจะรับจ้อยเข้าบ้านเรา”
“แหม...”
คุณปณิตาย่นจมูก
“ยัยหรอกย่ะ ดูไปก่อน แกให้เวลาแม่หน่อย ขอแม่ทำใจแป๊บหนึ่ง มันไวไป มันผิดจากที่แม่คาดไว้เยอะมาก”
“ได้เลยครับแม่ แต่อย่านานนะครับ ผมกลัวว่าจ้อยนั่นแหละจะเปลี่ยนใจ ลูกชายแม่จะอกหักนะครับ ผมไม่อยากอกหักตอนอายุ 33 ไม่มีแรงหาลูกสะใภ้มาให้แม่แล้ว”
“พูดมาก ทีแม่หามาให้ ไม่เอากันสักคน ทั้งแกทั้งตาปาย”
“ตกลงนะครับ”
ลูกชายวอแว ท่านจำต้องพยักหน้ารับ แล้วเน้นย้ำเสียงหนัก
“เห็นด้วยนะ แต่ยังไม่รับเข้าบ้านเราร้อยเปอร์เซ็นต์ ขอแม่ดูเขาสักพักก่อน”
ปภพร้องไชโย แล้วกอดท่านหอมท่านแรงๆ พลางวิ่งออกไป ตะโกนบอกปพลที่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น ประกาศข่าวดีกับน้องชาย
คุณปณิตาได้แต่ค้อนตามหลัง เอาเถอะ...ถึงไม่ใช่คนร่ำรวยเสมอกัน แต่ก็เป็นเด็กดี ที่สำคัญคือเป็นคนเก่ง คนรับผิดชอบ ความรวยมันสร้างกันได้ถ้ามีโอกาส แต่ความเป็นคนดีคนเก่งนี้สร้างกันยาก ท่านจะลองให้โอกาสดู
เสน่ห์จันทร์เรียนไม่จบจนได้เพราะเธอท้องตอนเรียนปี 2 เลยต้องดร็อปเรียนไว้ก่อ สามีของเธอบางทีก็ขี้หึงเกินไป ไม่ชอบหนุ่มๆ ที่มาวนเวียนใกล้จ้อยของเขา ไม่ต้องเรียนจบก็ได้เพราะประสบการณ์ชีวิตน้องเยอะแล้ว เขานี่แหละจะเป็นครูในชีวิตจริงให้เธอคุณปณิตาไม่ค่อยเห็นด้วยเพราะอยากให้สะใภ้เรียนต่อยอด ปภพบอกว่างั้นเขาจะเรียนด้วยพร้อมกับเธอ เอากับพ่อสิ หวงเมียเบอร์หนึ่งเลยพ่อคนนี้ และพอเสน่ห์จันทร์คลอดงานแต่งก็ถูกจัดขึ้นตามที่ได้สัญญากับเธอไว้ ว่าจะจัดงานให้เขาก็ทำให้เธอจริงๆ ในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและซาบซึ้ง การเปิดตัวของเจ้าสาวของปภพ ลูกสะใภ้คนแรกของคุณปณิตากับสังคม ไม่มีใครดูแคลน มีแต่คนชื่นชมเมื่อรู้ประวัติความเป็นมาของเธอและครอบครัว ส่วนมากทึ่งในความเป็นคนเก่ง มีความรับผิดชอบ และความรักในครอบครัวของเสน่ห์จันทร์เสน่ห์จันทร์ได้ลูกสาวน่ารักน่าฟัด คือ เด็กหญิงจรัสจันทร์ หรือ ณจันทร์ อีกสี่ปีต่อมาก็คลอดเด็กหญิงจรัสดารินทร์ หรือ ณดาว เธอกับปภพแยกบ้านไปอยู่อีกหลังหนึ่งอยู่ในบริเวณรั้วเดียวกับบ้านใหญ่ ส่วนปพลนั้นก็กลับไปคืนดีกับทยิดาที่มีลูกสาวคือ นะนาย ที่ซ่อนแอบไว้ ความจริงปรากฏว่าเธอไม่ได้ทำลายเ
บ้านเจนธรรมดีถูกสร้างใหม่จนเรียบร้อย ครอบครัวของเสน่ห์จันทร์ทั้งแปดคนและนิสา กลับไปยังบ้านหลังเดิมอีกครั้ง และอย่างที่ปภพสัญญาทุกคนจะได้ห้องส่วนตัว...ต้องเรียกว่าตึกมากกว่าบ้าน เพราะมีความสูงถึงห้าชั้นและมีชั้นดาดฟ้า ใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เด็กๆ ดีใจมากๆ กับบ้านหลังใหม่ นิสาเองตอนนี้มาอยู่กับเพื่อนเกือบจะถาวรแล้วเพราะไม่ได้กลับบ้านของตัวเองเลย ก็มีห้องของตัวเองด้วยที่บ้านหลังนี้ห้องของเสน่ห์จันทร์ มีข้าวของของปภพไปอยู่ในนั้นด้วย อย่างเป็นเจ้าของห้องอีกคน เหมือนกับที่คอนโดของเขา และ...ห้องของเขาที่บ้านด้วยเขาพาเสน่ห์จันทร์ไปนอนค้างที่บ้านมารดาทุกศุกร์-เสาร์ก่อน รอให้น้องเรียนมหาวิทยาลัยค่อยขยับเป็นมานอนทุกวันให้กลับบ้านเสาร์-อาทิตย์ และมารดาให้พื้นที่ว่างที่ตอนนี้ใช้เป็นพื้นที่สวน ให้เขาปลูกบ้านเพื่อจะเป็นเรือนหอในอนาคต คุณ ปณิตาตอนแรกก็วางท่ากับว่าที่สะใภ้สาวน้อย หลังๆ มาท่านก็แพ้กับความน่ารักของเสน่ห์จันทร์ แพ้เสน่ห์ปลายจวักของเธอด้วย ถ้าวันไหนอยู่นอนค้างที่บ้านวัชระโชติ วันนั้นเธอก็จะรับหน้าที่แม่ครัวทำอาหารขึ้นโต๊ะเอง ปพลเองก็ชอบฝีมือของเสน่ห์จันทร์มากเช่นกัน และนึ
“ตาปริ้นซ์กับเด็กนั่น แกคบกับเขามากี่เดือนแล้ว” มารดาถามขึ้น ท่านสั่งให้เขามานั่งคุยในห้องนอน เพื่อจะได้เป็นส่วนตัว ปพลขยิบตาให้กับพี่ชายเมื่อเขาเดินตามท่านขึ้นมายังชั้นสอง พร้อมกับชูนิ้วสองนิ้วบอกใบ้ว่าสู้ตายนะครับพี่“ห้าหกเดือนแล้วครับ”“แม่คงไม่ต้องถามล่ะมั้งว่า...เรากับเขาถึงขั้นไหนกันแล้ว”ท่านทำสีหน้ารู้ทัน ขณะที่ชายหนุ่มกระแอม ท่านถอนใจเฮือกใหญ่พร้อมกับเอ่ยลอยๆ“ดีนะไม่สิบเจ็ด ถ้าสิบเจ็ดนี่แกติดคุกแน่ตาปริ้นซ์ เจอกันที่ตลาดของแม่หรือยังไงกัน”“ก็อะไรแบบนั้นครับ”เล่าไม่ได้หรอกว่าเจอน้องที่ไหน ขืนเล่าคงเรื่องใหญ่ เขานี่แหละจะโดนบ่นว่า ส่วนน้อง...ท่านคงจะมองว่าเด็กคนนี้มันแสบและเอาตัวรอดเก่งมาก ถ้าเขาไม่กลับไปซ้อนแผนก็คงจะไม่ได้น้องแน่นอนละ เขาพึ่งรู้จากนิสาว่า การที่เสน่ห์จันทร์กลับไปรับงานตกหลุมเขาได้ เพราะน้องชายประสบอุบัติเหตุเลยต้องใช้เงินด่วนเขาจะต้องขอบคุณทั้งทองเอกและทองนพคุณมากๆ ที่ทำให้เกิดเรื่อง จนเสน่ห์จันทร์ยอมรับงานอีกหน“เป็นคนที่เก่งนะ เก่งมากด้วย” ท่านพึมพำ จะว่าเกลียดก็ไม่พูดไม่ได้หรอก เพราะเด็กมันไม่น่ารังเกียจอะไร น่าทึ่งด้วยซ้ำไป ตัวแค่นั้นดูแลน้อ
คุณปณิตาเข้าสู่ความรู้สึกอยากเป็นลม เมื่อเห็นว่าบุตรชายพาใครมาที่บ้าน เขาบอกกับท่านว่าวันนี้จะมีเซอร์ไพรส์ แล้วก็เซอร์ไพรส์มากจริงๆ นอกจากจะพา คนรัก มาพบกับท่านแล้ว แม่หนูนั่นยังพาน้องมาอีกโขยงหนึ่ง! โอย...ต้องเรียกยาดมกันเลยทีเดียวปพลที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย มองพี่ชายด้วยสายตาแบบว่าทึ่งมาก คุณปณิตาตอนนี้นั่งข้างกับเขา เอาเขาเป็นกำลังใจแหละ มือของท่านเย็นเจี๊ยบเมื่อท่านจับมือกับเขาไม่ต้องถามว่าลูกเต้าเหล่าใคร แต่อยากถามว่าตาปริ้นซ์ไปเจอมาได้ยังไงก่อน...รายการสัมภาษณ์ว่าที่ลูกสะใภ้จึงเริ่มขึ้น...เด็กๆ ถูกกันให้ไปอยู่กันในห้องนั่งเล่น มีหัวหน้าแม่บ้านคอยอยู่ดูแล พวกเขานั่งคุยกันในห้องโถงพักผ่อน มีกระจกกั้นเป็นสัดส่วน คุณปณิตามักจะใช้ที่นี่เวลาจะคุยกับลูกๆ เรื่องสำคัญเรื่องงาน“อายุเท่าไหร่? เราน่ะ”“สิบเก้าค่ะ”โก่งอายุให้ตัวเองนิดหน่อย เธอรู้ว่าถ้าบอกอายุจริงๆ ไป ท่านคงจะยิ่งหน้าเสียกว่านี้ อ้อ...เธอไม่ได้โกหก เดือนหน้าเธอก็อายุสิบเก้าแล้วจริงๆ“ตาปริ้นซ์” ท่านหันไปทำตาดุใส่ลูกชาย ที่ยิ้มแหยเล็กน้อย พลางยักไหล่“น้องอายุพ้นวัยที่ผมจะติดคุกแล้วนะครับ”“แต่เด็กสิบเก้า...ตาปริ
ปภพโผล่ไปที่ห้องของครอบครัวเจนธรรมดีในเวลาเกือบสามทุ่มของอีกวันต่อมา เขามีตุ๊กตากระต่ายสีขาวสองตัวขนาดใหญ่ผูกโบเป็นของขวัญผูกโบให้น้องแฝด ดาวล้อมเดือนกับดาราทองดีใจมาก กับของขวัญของ พี่ปริ้นซ์ เด็กๆ ไหว้ขอบคุณเขา ดีใจกับวันเกิดครบอายุ 11 ปีมาก เพราะปีนี้ได้ทั้งจัดวันเกิด ไปเที่ยวสวนสนุก และเป็นวันที่ได้ของขวัญมากที่สุดตั้งแต่เกิดมา ชีวิตของพวกเธอดีขึ้นตั้งแต่ที่มีปภพก้าวเข้ามาในบ้าน ทุกคนไม่ต้องเครียด กินอิ่มนอนหลับ มีเวลาคิดเรื่องเรียน ไม่ต้องเห็นพี่จ้อยแอบซึม ถ้าพี่จ้อยคือเสาหลัก เปรียบเป็นบ้านหลังหนึ่ง พวกเธอน้องๆ ก็ต่างมีหน้าที่ของตัวเอง บางคนเป็นประตู บางคนเป็นหน้าต่าง พื้นบ้าน เสริมให้บ้านหลังนี้แข็งแรงไม่ล้มครืน วันนี้เป็นวันที่เห็นพี่น้องหัวเราะเสียงดัง มีความสุขกับเครื่องเล่น ไปกันครบหน้าทั้งแปดคน เจ้าจิ๋วที่กำลังซนเริ่มหัดเดินก็ไปกับเขาด้วย เสร็จแล้วพากันไปดูบ้านหลังเดิมแวะซื้อของฝากให้ ยายสมพร เพราะพวกเธอไม่ได้อยู่บ้านเดิมกันพักนี้ พี่จ้อยบอกว่าจะสร้างใหม่ เห็นเขากำลังก่อสร้างเริ่มขึ้นโครงร่างแล้ว ครอบครัวจับมือกันและมองบ้านที่เริ่มก่อสร้างอีกหนด้วยสายตาปลาบปลื้
“พักนี้อยู่บ้านได้แหะ”ปภพเอ่ยหยอกน้องชาย ปพลยิ้มน้อยๆ ส่งให้ ก่อนจะก้มหน้ารับประทานอาหารตรงหน้า ถ้าเขาไม่มีเรื่องในใจ คงจะสังเกตว่าพักนี้น้องชายดูซึมๆ แปลกไปไม่เหมือนเดิม อาหารเย็นวันนี้เขารับประทานมาแล้วกับวรวงศ์แวะเข้าไปเคลียร์งานที่ออฟฟิศมาก่อนเข้าบ้าน“น้องอยู่บ้านได้ แต่แกออกบ้านบ่อยนะตาปริ้นซ์” มารดาเอ่ยมาเสียงนิ่ง มองจ้องลูกคนโตเขม็ง คนเล็กก็อย่าง คนโตก็อย่างไม่ได้ดั่งใจสักคน คนเล็กมีเรื่องให้นางต้องเคลียร์ไปสิบล้าน แถมนึกโมโห อีกอย่างแอบรู้สึกบาป ถ้าเกิดว่าเด็กนั่นมีหลานนางจริงๆ แล้วต้องไปทำแท้ง ต่อให้เรื่องไม่จริงก็รู้สึกไม่ดี คุณปณิตาหนีไปบวชมาเจ็ดวันถึงจิตใจสงบลง นางไม่คุยกับปพลเลย ลูกชายนั้นกลับบ้านทุกวัน พยายามคุยกับท่าน และไม่ไปค้างที่คอนโดอีก ส่วนแม่ทยิดานั่นก็ออกไปแบบทิ้งงาน ก็วุ่นวายกันอยู่บ้าง เพราะงานเอกสารต้องกลับมาต่อ มาเคลียร์กัน ต้องหาคนมาช่วย ตอนนี้ก็มีความวุ่นวายนิดหน่อยในออฟฟิศ เลขาของท่านเลยต้องไปช่วยเคลียร์งานฝั่งของปพลด้วย ให้ยืมไปใช้นั่นแหละ ตอนนี้ลูกชายยังไม่มีเลขา ให้หาคนให้อยู่แน่นอนว่าหนนี้ท่านจะคัดเลือกด้วยตัวเอง ไม่ไว้ใจปพลอีกแล้ว“ก็งานมันยุ







