Share

37

last update Tanggal publikasi: 2026-08-13 13:57:17

​บ้านเจนธรรมดีถูกสร้างใหม่จนเรียบร้อย ครอบครัวของเสน่ห์จันทร์ทั้งแปดคนและนิสา กลับไปยังบ้านหลังเดิมอีกครั้ง และอย่างที่ปภพสัญญาทุกคนจะได้ห้องส่วนตัว...

​ต้องเรียกว่าตึกมากกว่าบ้าน เพราะมีความสูงถึงห้าชั้นและมีชั้นดาดฟ้า ใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เด็กๆ ดีใจมากๆ กับบ้านหลังใหม่ นิสาเองตอนนี้มาอยู่กับเพื่อนเกือบจะถาวรแล้วเพราะไม่ได้กลับบ้านของตัวเองเลย ก็มีห้องของตัวเองด้วยที่บ้านหลังนี้

​ห้องของเสน่ห์จันทร์ มีข้าวของของปภพไปอยู่ในนั้นด้วย อย่างเป็นเจ้าของห้องอีกคน เหมือนกับที่คอนโดของเขา และ...ห้องของเขาที่บ้านด้วย

​เขาพาเสน่ห์จันทร์ไปนอนค้างที่บ้านมารดาทุกศุกร์-เสาร์ก่อน รอให้น้องเรียนมหาวิทยาลัยค่อยขยับเป็นมานอนทุกวันให้กลับบ้านเสาร์-อาทิตย์ และมารดาให้พื้นที่ว่างที่ตอนนี้ใช้เป็นพื้นที่สวน ให้เขาปลูกบ้านเพื่อจะเป็นเรือนหอในอนาคต คุณ  ปณิตาตอนแรกก็วางท่ากับว่าที่สะใภ้สาวน้อย หลังๆ มาท่านก็แพ้กับความน่ารักของเสน่ห์จันทร์ แพ้เสน่ห์ปลายจวักของเธอด้วย ถ้าวันไหนอยู่นอนค้างที่บ้านวัชระโชติ วันนั้นเธอก็จะรับหน้าที่แม่ครัวทำอาหารขึ้นโต๊ะเอง ปพลเองก็ชอบฝีมือของเสน่ห์จันทร์มากเช่นกัน และนึกเอ็นดูพี่สะใภ้ตัวเล็กมาก

​ที่บ้านเจนธรรมดี มีนิสาช่วยดูแลเด็กๆ และช่วยดูแลที่ คาเฟ่ขนม เสน่ห์จันทร์เข้าไปทำงานที่ตลาดและร้านขนมของเธอทุกวัน บางวันเข้าไปที่ร้านของลภัส ประชุมงานกันบ้าง ตอนนี้โรงงานขนมเปี๊ยะเป็นไปด้วยดี เสน่ห์จันทร์รับผลประโยชน์ในฐานะหุ้นส่วน ดาวล้อมเดือนและทองนพคุณ กำลังถูกฝึกหัดเป็นเชฟ จากลภัสที่มองเห็นทางต่อยอดกับเด็กสองคนนี้ว่าจะไปได้ไกลในสายนี้

​น้องๆ คนอื่นทำงานที่ร้านคาเฟ่ขนม ทำในช่วงเย็นหลังเลิกเรียนและวันเสาร์-อาทิตย์ นิสาเป็นผู้จัดการร้าน คอยช่วยเพื่อนดูแลงาน นิสามีความสุขมากที่ได้ทำงานกับเพื่อนรักของเธอ และได้ทำอาชีพที่สุจริต ไม่ใช่งานที่ต้องทำกลางคืน เฮียกลับมาขอคืนดีกับเธอและขออยากเลี้ยงอีก แต่นิสาเซย์โน บอกว่าถ้าเฮียรักหนูก็ต้องเลิกกับเมียๆ และมามีหนูคนเดียวพร้อมจดทะเบียน ทำไม่ได้ก็ไม่ต้องมา ตอนนี้เธอทำงานมีเงินเองแล้วไม่ต้องอาศัยเงินของเฮีย งานที่เคยทำให้เฮียคืองานที่ใช้ร่างกายแลก เธอจะไม่ทำอีกแล้ว ถ้าจะคบกันก็ต้องหัวใจเท่านั้น

​วันนี้ที่โต๊ะรับประทานอาหารค่ำ บ้านวัชระโชติ พร้อมหน้าพร้อมตาไปด้วยคุณปณิตา และลูกชายทั้งสอง และว่าที่ลูกสะใภ้อย่างเสน่ห์จันทร์ ที่เป็นคนทำอาหารขึ้นโต๊ะ เย็นนี้มีแกงรัญจวน ไข่เจียวกุ้งสับ และซี่โครงหมูอบน้ำผึ้งพริกไทยดำ ถูกใจคุณปณิตามาก โดยเฉพาะเมนูแกงรัญจวน

​“เดี๋ยวอาทิตย์หน้า เพื่อนฉันจะจัดงานบวชลูกชาย แม่จ้อยทำแกงนี่สักหม้อหนึ่งได้ไหม?”

​“ได้ค่ะคุณท่าน”

​“ขนมของหวานในพิธีด้วยนะ แล้วก็ขนมเอาไปร่วมบุญ ช่วยคิดหน่อยว่าจะเอาอะไรดี งบเดี๋ยวมาเบิกฉัน”

​“ค่ะ”

​ปภพมองสาวน้อยข้างๆ ที่หยิบเอาโทรศัพท์มาโน้ตสิ่งที่มารดาสั่ง ท่านมองไปยังเธอพร้อมกับเอ่ยถามบุตรชาย

​“ตาปริ้นซ์พาน้องไปสมัครเรียนมาเหรอ?”

​“ครับแม่...”

​“พี่ปริ้นซ์จะรอน้องจ้อยเรียนจบปริญญาตรีก่อนค่อยแต่งงานน่ะครับแม่”

ปพลเอ่ยขึ้น ตั้งแต่วันที่มีเรื่องของทยิดาเป็นต้นมา เขาก็ยังดูไม่ค่อยสดใส และกลับมานอนที่บ้านทุกวัน อยู่ในสายตาของคุณปณิตาตลอด เหมือนจะชดเชยกับความผิดที่เคยทำ

​มันก็เหมือนจะดีนะ แต่บางทีท่านก็อยากให้ลูกไปเที่ยว ไปค้างที่อื่นเหมือนเดิมบ้าง ดูแล้วปพลนิ่งจนเกินไป จนท่านชักจะเป็นห่วง อาจจะยังอาลัยอาวรณ์กับเด็กเลขานั่นกระมัง นั่นก็หายไปเลยไม่เคยได้ข่าว จะว่าดีมันก็ดีแหละ แต่...ท่านยังแอบคิดว่าเรื่องลูกที่ทำแท้งไปนั้น ตกลงว่าเรื่องจริงหรือเรื่องหลอกกันนะ

​“จะรอไหวไหมนะ”

ปภพบ่นเบาๆ เขาโอบไปที่พนักเก้าอี้ของเสน่ห์จันทร์ แล้วเอ่ยเสียงขรึมๆ

​“จ้อยคนดี พี่ส่งเรียนอย่าเหลวไหลกับหนุ่มๆ นะครับ ห้ามทิ้งไอ้แก่คนนี้นะ”

​“พี่ปริ้นซ์”

เธออมยิ้มกับคำว่าไอ้แก่ของปภพ เอาที่ไหนมาแก่...เขายังหล่อเหลา เป็นคนหล่อตัวหอมของเธอเสมอนั่นแหละ

​“เจอหนุ่มๆ ที่ดีกว่าเจ้าปริ้นซ์ ก็ลองพิจารณาดูก็ได้นะ แม่จ้อย”

คุณปณิตาช่วยกระเซ้าอีกคน หนนี้ลูกชายหน้างอ ขณะที่ท่านกับปพลแอบขยิบตาให้กันพลางอมยิ้ม

​“หนูไม่ทิ้งพี่ปริ้นซ์หรอกค่ะ แหม...พี่ปริ้นซ์ดีที่สุดแล้วในชีวิตหนู”

​ให้ยาหอมคุณแฟนไป ต่อหน้าคุณแม่และพี่ปาย เล่นเอาปภพยิ้มกว้าง แล้วดึงเอาเธอไปหอมฟอดใหญ่ จนเธอหน้าแดง ขณะที่คุณปณิตาและปพลมองไปทางอื่น คู่นี้...ติดการสัมผัส ปภพป้วนเปี้ยนกับเสน่ห์จันทร์ตลอดเวลา หอมบ้าง กอดบ้าง บางทีก็ถึงจูบ เล่นเอาคนทั้งบ้านเหม็นความรักของคนทั้งสอง ปภพอาหารหนัก คือคลั่งรักเลยล่ะ กับเสน่ห์จันทร์

​คืนนั้นเสน่ห์จันทร์ค้างที่บ้านวัชระโชติ เธอไปคุยกับคุณปณิตาเรื่องอาหารที่ท่านขอในงานบวชลูกชายเพื่อน บอกงบประมาณ และบอกว่าจะต้องทำอาหารอะไร ขนมอะไรบ้าง คุณปณิตาโทรบอกกับเพื่อนสนิทของท่าน เลยต่อที่คุยกันยาวๆ นอกจากแกงรัญจวนหม้อหนึ่งที่จะยกไปร่วมบุญ ก็งอกรายการอาหารมาเพิ่มอีกหลายรายการ

​“เรานี่เก่งนะแม่จ้อย เรื่องอาหารเรื่องขนมนมเนยนี่ จริงสิ...คนครัวของฉันจะลาออก จะกลับบ้าน มาอยู่ทำแทนได้ไหมละ? เดี๋ยวจะให้เป็นเงินเดือน”

​“ไม่ต้องให้เงินเดือนหนูหรอกค่ะ แล้ว...ถ้าคุณท่านจะให้ทำอาหารขึ้นโต๊ะให้จริงๆ เอ่อ หนูทำที่บ้านแล้วให้น้องชายมาส่งดีกว่าค่ะ เพราะยังไงหนูต้องไปนอนที่บ้านวันธรรมดา”

​“ก็นอนที่นี่สิ ทำกับข้าวให้ฉันตอนเช้า ไปทำงานของหล่อน แล้วก็กลับมาตอนเย็นมาทำมื้อเย็น ไปกลับเอาเวลาทำงาน หรือห่วงน้องๆ ห่วงเจ้าตัวเล็กก็พามาเล่น มาค้างด้วยได้”

ท่านหมายถึงเจ้าจิ๋ว น้องตัวเล็กสุดของเสน่ห์จันทร์

​“เอ๋”

ทำตาโตมองท่าน แบบนี้ก็แปลว่าท่านชวนเธอมาอยู่ด้วยนั่นแหละ คุณปณิตาเอื้อมมือมาลูบศีรษะเธอ ท่าทางนั้นอ่อนโยนจนเธอน้ำตาคลอด้วยความปลื้ม

​“มาอยู่ด้วยกัน ติดขัดอะไรไหม? ถ้าห่วงน้องพาน้องมาอยู่ด้วยกันก็ได้ เดี๋ยวฉันจะให้เราจดทะเบียนสมรสกับตาปริ้นซ์ให้เรียบร้อยก่อน งานแต่งน่ะ ค่อยจัดตอนเรียนจบก็ได้ เรามีญาติผู้ใหญ่ที่ไหนไหม? แม่เราล่ะ พอจะติดต่อได้ไหม ฉันจะได้สู่ขอเราให้เรียบร้อย”

​“หนูไม่มีญาติที่ไหนค่ะ ส่วนแม่...หนูก็ไม่ได้...เอ่อ...ท่านจะหาว่าหนูเป็นเด็กไม่ดีก็ได้นะคะ หนูเป็นเจ้าของชีวิตของตัวเองมานานแล้วค่ะ แม่ไม่ได้มีส่วนอะไรกับชีวิตของหนูเลย”

​“โถ...ฉันไม่ว่าเราหรอก แม่จ้อย บางคนเป็นแม่ก็แค่ให้กำเนิด เอาแบบนี้ฉันก็ถือว่าเราเป็นลูกฉันอีกคนก็แล้วกัน ต่อไปนี้ไม่ต้องเรียกคุณท่านเรียกฉันว่าแม่นะ แม่จ้อย”

​“คะ คุณท่าน”

น้ำตาเธอหยด มองคุณปณิตาด้วยสายตาซาบซึ้ง ท่านยอมรับเธอเป็นลูกสาวอีกคน เป็นสะใภ้ในที่สุด

​“แน่ะ เรียกว่าแม่สิ”

ท่านทำตาดุใส่ เสน่ห์จันทร์ทรุดลงนั่งกับพื้นแล้วก้มกราบท่านอย่างอ่อนหวาน

​“คุณแม่”

​“เรื่องตบแต่งน่ะ ฉันจะจัดการให้ สินสอดทองหมั้น เราก็เก็บเอาไว้ นั่นเป็นส่วนของเราที่ฉันกับ  ตาปริ้นซ์จะให้ รอเรียนจบปริญญาตรีแล้วก็หาฤกษ์แต่งงาน”

​“ขอบคุณมากนะคะคุณแม่”

เธอยิ้มทั้งน้ำตา คุณปณิตาประคองร่างเล็กให้มานั่งด้วยกัน มองสะใภ้ของเธออย่างเอ็นดู

​“ต่อไปนี้ก็ฝากดูแลลูกชายคนโตของฉันด้วยล่ะ ถ้าตา ปริ้นซ์ทำไม่น่ารักอะไร ก็จัดการได้เลย มาฟ้องฉันก็ได้ ถ้าลูกชายฉันทำตัวร้ายกาจ ฉันจะได้จัดการให้”

​“ขอบคุณที่ไว้ใจและกรุณาหนูค่ะ”

เธอไหว้ท่านอีกครั้ง กำลังจะคุยกันต่อแต่ปภพกับปพลก็เดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นเสียก่อน

​“แม่ครับทำอะไรเด็กของผมหรือเปล่า?”

ถามเมื่อเห็นว่าเสน่ห์จันทร์ตาแดงๆ เหมือนคนร้องไห้ เลยมองมารดา เขายังระแวงว่าท่านอาจจะไม่ชอบน้องและไม่เปิดใจ กลัวว่าท่านจะว่าอะไรให้เสน่ห์จันทร์เสียใจ

​“แหม...”

​“คุณแม่ให้หนูเรียกว่าแม่ คุณแม่ฝากพี่ปริ้นซ์กับหนูให้ดูแล หนูเลยตื้นตันร้องไห้น่ะค่ะ คุณแม่ไม่ได้ทำอะไรเลย”

​“หืม? จริงหรือครับแม่”

เขามองหน้าท่านอย่างยินดี คุณปณิตาพยักหน้ารับก่อนจะยิ้มกว้าง

​“จริงสิยะ แม่ก็ไม่ได้จะต่อต้านอะไร แม่จ้อยน่ารักจะแย่ ทำกับข้าวก็อร่อย ทำไมแม่จะไม่รับเป็นลูกสะใภ้ เขาน่ะยอมอยู่ดูแลแกที่แก่กว่าเขาตั้งสิบกว่าปี แม่ต้องขอบคุณเขาด้วยที่ว่ายอมดูแลลูกชายแก่ๆ ของแม่”

​“แม่ครับ”

ทำเสียงอ่อย แม่ว่าบ่อยๆ เขาก็ชักจะหลอนๆ เรื่องแก่กว่าน้องมากนี่ แล้วถ้าน้องไปเรียน...ไปพบเจอคนวัยใกล้กัน ที่ดีกว่าเขา น้องจะหวั่นไหวไหมนะ

​“หึๆ พี่ปริ้นซ์น่าสงสาร”

น้องชายตัวแสบหัวเราะเบาๆ เขาทำท่ายกมะเหงกให้ ทำปากขมุบขมิบเจริญพร

​“แม่ชวนเขาอยู่กับเรา ทำครัวให้เรากิน แกจะว่ายังไงล่ะ เช้าก็ให้รถไปส่งน้องไปทำงาน เย็นก็รับกลับมาดีไหม?”

​“จ้อยว่าไงคะ?”

ทำตาวาวหันไปถามเธอทันที เสน่ห์จันทร์เม้มปากน้อยๆ ห่วงน้องก็ห่วง ครอบครัวเธอไม่ค่อยห่างกัน แต่เขาก็สำคัญพอๆ กัน เธอต้องเลือกทางใดทางหนึ่งหรือนี่

​“ถ้าคิดถึงน้องก็ให้รับมานอนด้วยกันที่นี่บ้าง หรือจะกลับไปนอนที่บ้านบ้างก็ได้ แต่เมนหลักก็อยู่กับตาปริ้นซ์ กับแม่” คุณปณิตาเอ่ยบอกทางออก

​“ได้ค่ะ”

​ปภพร้องไชโย แล้วดึงเธอมาหอมรัวๆ ต่อหน้าน้องชายและมารดา

​คืนนั้นหลังจากที่อาบน้ำเปลี่ยนชุดนอนแล้ว ปภพก็อ้อนให้เธอนวดให้ สาวน้อยย่นจมูกน้อยๆ แล้วลงมือนวดตามบ่าไหล่ให้เขา คลายความปวดเมื่อยจากการทำงาน

​“แก่แล้วสิคะ ถึงได้เมื่อย”

​“แก่...ว่าพี่แก่หรือคะ พี่อายุ 33 เองนะ”

​“จะ 34 แล้วค่ะ”

เธออมยิ้ม เธอรู้ว่าเขาเกิดวันไหน เพราะถามปพลและคุยกับพี่ปายว่าจะจัดงานวันเกิดให้เขาเป็นเซอร์ไพรส์

​“เฮ้อ ไม่อยาก 34”

เขาทำเสียงงอแง แล้วหันมาดึงเธอไปกอด สาวน้อยยอมอยู่ในอ้อมแขนของเขาแต่โดยดี

​“ทำไมมาเกิดช้าจัง”

ปภพก้มลงจุ๊บหน้าผากของน้องเบาๆ สาวน้อยหลับตาพริ้มแล้วยิ้มหวาน

​“พี่ปริ้นซ์ต่างหากหนีมาเกิดก่อนตั้งนาน”

​“พี่ชักจะไม่อยากให้ไปเรียนแล้วพี่หึง กลัวหนุ่มมาจีบเรา”

​“แน้...พี่ปริ้นซ์เองไม่ใช่เหรอ ที่บอกให้หนูเรียนให้จบปริญญา แล้วมางอแงอะไรอะคะ”

​“ก็พี่หวงของพี่นี่นา”

เขาเริ่มไล้จมูกปากไปตามวงหน้าหวานของคนในอ้อมแขน ตอนแรกแตะไล้แผ่ว สักพักก็เริ่มจริงจังขึ้น และมากขึ้น

​ร่างงามสะท้อนสะเทิ้นเมื่อเขาเริ่มพาเธอบรรเลงเพลงรักอันหวานฉ่ำด้วยกัน จูบแล้วจูบเล่าเคล้ามาตามผิวนุ่ม สร้างความสุขให้เธอได้ทุกหน คนแก่กว่าไม่เคยทำให้เธอผิดหวังกับเรื่องนี้ เขาสอนให้เธอได้พบความสุขสม ความสวยงามของเซ็กซ์

​เขาทำให้เธอเสพติดเขา ชอบกลิ่นเขา ชอบทุกอย่างที่เป็นเขา

​เธอนอนซุกอกเขาเมื่อเกมสวาทผ่านพ้นไป กลิ่นของเขาห้อมล้อมเธอ มันหอมชื่นใจและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ มันเป็นกลิ่นน้ำหอมที่เขาใช้ประจำปนกับกลิ่นกายของเขา สร้างกลิ่นพิเศษขึ้นมา เธอสูดกลิ่นเขาอย่างชื่นแล้วบ่นงึมงำ

​“หอมจัง...”

​“หึๆ หนูก็หอม”

เขาหอมแก้มเธอฟอดใหญ่ เวลามานอนกับเขาทีไร เขาจะชอบให้เธอนอนตัวเปล่าไม่ต้องสวมอะไร มีเพียงเนื้อแท้ของกันและกันใต้ผ้านวม

​“คุยอะไรกับคุณแม่อีกไหม นอกจากเรื่องที่ท่านจะให้จ้อยมานอนที่บ้านนี้”

​“คุณแม่คุยเรื่องแต่งงานของเราค่ะ”

เธอเงยหน้าขึ้นมามองเขาตาแป๋ว

“พี่ปริ้นซ์...จะแต่งงานกับหนูไหม? ถ้าหนูเรียนจบ”

​“จ้อยอยากแต่งไหมล่ะคะ?”

เขาย้อนถาม แล้วรีบพูดอย่างกลัวเธอจะเข้าใจผิด

“พี่อยากแต่งงานกับจ้อยวันนี้พรุ่งนี้เลยไม่ต้องรอเรียนจบ”

​“อยากสิคะ หนูอยากจะประกาศอย่างเป็นทางการว่า พี่ปริ้นซ์เป็นของหนู”

​“เอ...”

มองจ้องตาคนตัวเล็ก นานครั้งน้องจะพูดแบบนี้ แบบที่เขาชอบและอยากให้พูด คือแสดงความเป็นเจ้าของเขา น้องเป็นคนปากแข็ง ไม่ค่อยบอกรักเขา มีแต่เขาที่บอกบ่อยๆ บอกย้ำๆ เพื่อให้น้องมั่นใจและเชื่อใจ

​“หวงพี่เหรอคะ?”

​“หวงสิคะ สามีไม่หวงได้ยังไง พี่ปริ้นซ์ล่ะคะ หวงหนูไหม รักหนูไหม?”

​“รักสิครับ รักที่สุดเลย พี่ดีใจมากนะที่จ้อยยอมให้พี่เป็นของหนู”

​“ขอบคุณมากนะคะ ที่มาเป็นของหนู มาทำให้หนูรัก”

เขาตอบรับคำพูดของเสน่ห์จันทร์เป็นจุมพิตแสนอ่อนโยน

​เรื่องราวของเขาและเธอต่างมาบรรจบ พบกันที่ความรักในที่สุด

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   บทส่งท้าย

    ​เสน่ห์จันทร์เรียนไม่จบจนได้เพราะเธอท้องตอนเรียนปี 2 เลยต้องดร็อปเรียนไว้ก่อ สามีของเธอบางทีก็ขี้หึงเกินไป ไม่ชอบหนุ่มๆ ที่มาวนเวียนใกล้จ้อยของเขา ไม่ต้องเรียนจบก็ได้เพราะประสบการณ์ชีวิตน้องเยอะแล้ว เขานี่แหละจะเป็นครูในชีวิตจริงให้เธอ​คุณปณิตาไม่ค่อยเห็นด้วยเพราะอยากให้สะใภ้เรียนต่อยอด ปภพบอกว่างั้นเขาจะเรียนด้วยพร้อมกับเธอ เอากับพ่อสิ หวงเมียเบอร์หนึ่งเลยพ่อคนนี้ และพอเสน่ห์จันทร์คลอดงานแต่งก็ถูกจัดขึ้นตามที่ได้สัญญากับเธอไว้ ว่าจะจัดงานให้เขาก็ทำให้เธอจริงๆ ในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและซาบซึ้ง การเปิดตัวของเจ้าสาวของปภพ ลูกสะใภ้คนแรกของคุณปณิตากับสังคม ไม่มีใครดูแคลน มีแต่คนชื่นชมเมื่อรู้ประวัติความเป็นมาของเธอและครอบครัว ส่วนมากทึ่งในความเป็นคนเก่ง มีความรับผิดชอบ และความรักในครอบครัวของเสน่ห์จันทร์​เสน่ห์จันทร์ได้ลูกสาวน่ารักน่าฟัด คือ เด็กหญิงจรัสจันทร์ หรือ ณจันทร์ อีกสี่ปีต่อมาก็คลอดเด็กหญิงจรัสดารินทร์ หรือ ณดาว เธอกับปภพแยกบ้านไปอยู่อีกหลังหนึ่งอยู่ในบริเวณรั้วเดียวกับบ้านใหญ่ ส่วนปพลนั้นก็กลับไปคืนดีกับทยิดาที่มีลูกสาวคือ นะนาย ที่ซ่อนแอบไว้ ความจริงปรากฏว่าเธอไม่ได้ทำลายเ

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   37

    ​บ้านเจนธรรมดีถูกสร้างใหม่จนเรียบร้อย ครอบครัวของเสน่ห์จันทร์ทั้งแปดคนและนิสา กลับไปยังบ้านหลังเดิมอีกครั้ง และอย่างที่ปภพสัญญาทุกคนจะได้ห้องส่วนตัว...​ต้องเรียกว่าตึกมากกว่าบ้าน เพราะมีความสูงถึงห้าชั้นและมีชั้นดาดฟ้า ใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เด็กๆ ดีใจมากๆ กับบ้านหลังใหม่ นิสาเองตอนนี้มาอยู่กับเพื่อนเกือบจะถาวรแล้วเพราะไม่ได้กลับบ้านของตัวเองเลย ก็มีห้องของตัวเองด้วยที่บ้านหลังนี้​ห้องของเสน่ห์จันทร์ มีข้าวของของปภพไปอยู่ในนั้นด้วย อย่างเป็นเจ้าของห้องอีกคน เหมือนกับที่คอนโดของเขา และ...ห้องของเขาที่บ้านด้วย​เขาพาเสน่ห์จันทร์ไปนอนค้างที่บ้านมารดาทุกศุกร์-เสาร์ก่อน รอให้น้องเรียนมหาวิทยาลัยค่อยขยับเป็นมานอนทุกวันให้กลับบ้านเสาร์-อาทิตย์ และมารดาให้พื้นที่ว่างที่ตอนนี้ใช้เป็นพื้นที่สวน ให้เขาปลูกบ้านเพื่อจะเป็นเรือนหอในอนาคต คุณ ปณิตาตอนแรกก็วางท่ากับว่าที่สะใภ้สาวน้อย หลังๆ มาท่านก็แพ้กับความน่ารักของเสน่ห์จันทร์ แพ้เสน่ห์ปลายจวักของเธอด้วย ถ้าวันไหนอยู่นอนค้างที่บ้านวัชระโชติ วันนั้นเธอก็จะรับหน้าที่แม่ครัวทำอาหารขึ้นโต๊ะเอง ปพลเองก็ชอบฝีมือของเสน่ห์จันทร์มากเช่นกัน และนึ

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   36

    ​“ตาปริ้นซ์กับเด็กนั่น แกคบกับเขามากี่เดือนแล้ว” มารดาถามขึ้น ท่านสั่งให้เขามานั่งคุยในห้องนอน เพื่อจะได้เป็นส่วนตัว ปพลขยิบตาให้กับพี่ชายเมื่อเขาเดินตามท่านขึ้นมายังชั้นสอง พร้อมกับชูนิ้วสองนิ้วบอกใบ้ว่าสู้ตายนะครับพี่​“ห้าหกเดือนแล้วครับ”​“แม่คงไม่ต้องถามล่ะมั้งว่า...เรากับเขาถึงขั้นไหนกันแล้ว”ท่านทำสีหน้ารู้ทัน ขณะที่ชายหนุ่มกระแอม ท่านถอนใจเฮือกใหญ่พร้อมกับเอ่ยลอยๆ​“ดีนะไม่สิบเจ็ด ถ้าสิบเจ็ดนี่แกติดคุกแน่ตาปริ้นซ์ เจอกันที่ตลาดของแม่หรือยังไงกัน”​“ก็อะไรแบบนั้นครับ”​เล่าไม่ได้หรอกว่าเจอน้องที่ไหน ขืนเล่าคงเรื่องใหญ่ เขานี่แหละจะโดนบ่นว่า ส่วนน้อง...ท่านคงจะมองว่าเด็กคนนี้มันแสบและเอาตัวรอดเก่งมาก ถ้าเขาไม่กลับไปซ้อนแผนก็คงจะไม่ได้น้องแน่นอนละ เขาพึ่งรู้จากนิสาว่า การที่เสน่ห์จันทร์กลับไปรับงานตกหลุมเขาได้ เพราะน้องชายประสบอุบัติเหตุเลยต้องใช้เงินด่วน​เขาจะต้องขอบคุณทั้งทองเอกและทองนพคุณมากๆ ที่ทำให้เกิดเรื่อง จนเสน่ห์จันทร์ยอมรับงานอีกหน​“เป็นคนที่เก่งนะ เก่งมากด้วย” ท่านพึมพำ จะว่าเกลียดก็ไม่พูดไม่ได้หรอก เพราะเด็กมันไม่น่ารังเกียจอะไร น่าทึ่งด้วยซ้ำไป ตัวแค่นั้นดูแลน้อ

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   35

    คุณปณิตาเข้าสู่ความรู้สึกอยากเป็นลม เมื่อเห็นว่าบุตรชายพาใครมาที่บ้าน เขาบอกกับท่านว่าวันนี้จะมีเซอร์ไพรส์ แล้วก็เซอร์ไพรส์มากจริงๆ ​นอกจากจะพา คนรัก มาพบกับท่านแล้ว แม่หนูนั่นยังพาน้องมาอีกโขยงหนึ่ง! โอย...ต้องเรียกยาดมกันเลยทีเดียว​ปพลที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย มองพี่ชายด้วยสายตาแบบว่าทึ่งมาก คุณปณิตาตอนนี้นั่งข้างกับเขา เอาเขาเป็นกำลังใจแหละ มือของท่านเย็นเจี๊ยบเมื่อท่านจับมือกับเขา​ไม่ต้องถามว่าลูกเต้าเหล่าใคร แต่อยากถามว่าตาปริ้นซ์ไปเจอมาได้ยังไงก่อน...​รายการสัมภาษณ์ว่าที่ลูกสะใภ้จึงเริ่มขึ้น...เด็กๆ ถูกกันให้ไปอยู่กันในห้องนั่งเล่น มีหัวหน้าแม่บ้านคอยอยู่ดูแล พวกเขานั่งคุยกันในห้องโถงพักผ่อน มีกระจกกั้นเป็นสัดส่วน คุณปณิตามักจะใช้ที่นี่เวลาจะคุยกับลูกๆ เรื่องสำคัญเรื่องงาน​“อายุเท่าไหร่? เราน่ะ”​“สิบเก้าค่ะ”โก่งอายุให้ตัวเองนิดหน่อย เธอรู้ว่าถ้าบอกอายุจริงๆ ไป ท่านคงจะยิ่งหน้าเสียกว่านี้ อ้อ...เธอไม่ได้โกหก เดือนหน้าเธอก็อายุสิบเก้าแล้วจริงๆ​“ตาปริ้นซ์” ท่านหันไปทำตาดุใส่ลูกชาย ที่ยิ้มแหยเล็กน้อย พลางยักไหล่​“น้องอายุพ้นวัยที่ผมจะติดคุกแล้วนะครับ”​“แต่เด็กสิบเก้า...ตาปริ

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   34

    ปภพโผล่ไปที่ห้องของครอบครัวเจนธรรมดีในเวลาเกือบสามทุ่มของอีกวันต่อมา เขามีตุ๊กตากระต่ายสีขาวสองตัวขนาดใหญ่ผูกโบเป็นของขวัญผูกโบให้น้องแฝด ดาวล้อมเดือนกับดาราทองดีใจมาก กับของขวัญของ พี่ปริ้นซ์ เด็กๆ ไหว้ขอบคุณเขา ดีใจกับวันเกิดครบอายุ 11 ปีมาก เพราะปีนี้ได้ทั้งจัดวันเกิด ไปเที่ยวสวนสนุก และเป็นวันที่ได้ของขวัญมากที่สุดตั้งแต่เกิดมา ​ชีวิตของพวกเธอดีขึ้นตั้งแต่ที่มีปภพก้าวเข้ามาในบ้าน ทุกคนไม่ต้องเครียด กินอิ่มนอนหลับ มีเวลาคิดเรื่องเรียน ไม่ต้องเห็นพี่จ้อยแอบซึม ถ้าพี่จ้อยคือเสาหลัก เปรียบเป็นบ้านหลังหนึ่ง พวกเธอน้องๆ ก็ต่างมีหน้าที่ของตัวเอง บางคนเป็นประตู บางคนเป็นหน้าต่าง พื้นบ้าน เสริมให้บ้านหลังนี้แข็งแรงไม่ล้มครืน วันนี้เป็นวันที่เห็นพี่น้องหัวเราะเสียงดัง มีความสุขกับเครื่องเล่น ไปกันครบหน้าทั้งแปดคน เจ้าจิ๋วที่กำลังซนเริ่มหัดเดินก็ไปกับเขาด้วย เสร็จแล้วพากันไปดูบ้านหลังเดิมแวะซื้อของฝากให้ ยายสมพร เพราะพวกเธอไม่ได้อยู่บ้านเดิมกันพักนี้ พี่จ้อยบอกว่าจะสร้างใหม่ เห็นเขากำลังก่อสร้างเริ่มขึ้นโครงร่างแล้ว ครอบครัวจับมือกันและมองบ้านที่เริ่มก่อสร้างอีกหนด้วยสายตาปลาบปลื้

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   33

    ​“พักนี้อยู่บ้านได้แหะ”ปภพเอ่ยหยอกน้องชาย ปพลยิ้มน้อยๆ ส่งให้ ก่อนจะก้มหน้ารับประทานอาหารตรงหน้า ถ้าเขาไม่มีเรื่องในใจ คงจะสังเกตว่าพักนี้น้องชายดูซึมๆ แปลกไปไม่เหมือนเดิม อาหารเย็นวันนี้เขารับประทานมาแล้วกับวรวงศ์แวะเข้าไปเคลียร์งานที่ออฟฟิศมาก่อนเข้าบ้าน​“น้องอยู่บ้านได้ แต่แกออกบ้านบ่อยนะตาปริ้นซ์” มารดาเอ่ยมาเสียงนิ่ง มองจ้องลูกคนโตเขม็ง คนเล็กก็อย่าง คนโตก็อย่างไม่ได้ดั่งใจสักคน ​คนเล็กมีเรื่องให้นางต้องเคลียร์ไปสิบล้าน แถมนึกโมโห อีกอย่างแอบรู้สึกบาป ถ้าเกิดว่าเด็กนั่นมีหลานนางจริงๆ แล้วต้องไปทำแท้ง ต่อให้เรื่องไม่จริงก็รู้สึกไม่ดี คุณปณิตาหนีไปบวชมาเจ็ดวันถึงจิตใจสงบลง นางไม่คุยกับปพลเลย ลูกชายนั้นกลับบ้านทุกวัน พยายามคุยกับท่าน และไม่ไปค้างที่คอนโดอีก ส่วนแม่ทยิดานั่นก็ออกไปแบบทิ้งงาน ก็วุ่นวายกันอยู่บ้าง เพราะงานเอกสารต้องกลับมาต่อ มาเคลียร์กัน ต้องหาคนมาช่วย ตอนนี้ก็มีความวุ่นวายนิดหน่อยในออฟฟิศ เลขาของท่านเลยต้องไปช่วยเคลียร์งานฝั่งของปพลด้วย ให้ยืมไปใช้นั่นแหละ ตอนนี้ลูกชายยังไม่มีเลขา ให้หาคนให้อยู่แน่นอนว่าหนนี้ท่านจะคัดเลือกด้วยตัวเอง ไม่ไว้ใจปพลอีกแล้ว​“ก็งานมันยุ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status