تسجيل الدخولรวิกานต์ค่อยๆ ดันตัวลุกขึ้นจากเตียงในสภาพที่ไร้เสื้อผ้าปกปิด ตอนนี้ในห้องจะว่ามืดก็ยังพอรู้ว่ามีร่างของผู้ชายนอนอยู่ข้างกาย แต่เธอก็ไม่อาจมองหน้าเขาได้อย่างชัดเจน รู้แค่ว่าเป็นคนสะอาด ตามตัวมีกลิ่นน้ำหอมจางๆ แต่นั่นไม่ได้หักล้างจิตใจอันสกปรกของเขาเลย
ร่างเล็กฝืนเดินไปหยิบเสื้อผ้าที่วางกระจัดกระจายอยู่บนพื้น เธอทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเมื่อรู้สึกว่าเจ็บตรงใจกลางความเป็นสาว แทบไม่ต่างจากครั้งแรกที่เสียตัว ทว่าก็ทำได้แค่กัดริมฝีปากอดทนไว้ และเข้าไปสวมใส่เสื้อผ้าในห้องน้ำ จนกระทั่งออกมา แสงไฟจากห้องน้ำที่เธอเปิดไว้ ทำให้ให้เห็นร่างของคนที่นอนคว่ำอยู่บนเตียงได้ชัดขึ้น แต่ก็เห็นเพียงแผ่นหลังแกร่ง รวิกานต์ไม่มีกะจิตกะใจจะมาดูหน้าคนที่ข่มขืนเธอ เพราะกลัวว่าเขาจะตื่นขึ้นมาแล้วทำอีก จึงรีบเปิดประตูห้องออกไป เมื่อออกจากห้องนั้นมาแล้ว ดวงตากลมโตสำรวจมองไปรอบๆ ตัวบ้าน เธอเห็นว่ามีบันไดจึงรู้ว่าตัวเองอยู่ชั้นบน ในขณะที่เดินลงไปก็ระแวงไปด้วย เพราะกลัวว่าจะมีใครผ่านมาเจออีก แต่ก็โชคดีที่ไม่มี คล้ายกับว่าบ้านหลังนี้ไม่มีคน หรือถ้ามีก็คงจะเข้านอนหมดแล้ว นาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนังทำให้หญิงสาวรู้ว่าเพิ่งจะเที่ยงคืนกว่าๆ ตอนนี้เธอมืดแปดด้าน ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน และไม่รู้ว่าจะต้องไปทางไหนดี ข้างนอกนั้นนอกจากแสงไฟที่อยู่หน้าบ้านก็มืดสนิท เหมือนไม่มีบ้านหลังอื่นอยู่ติดกัน รวิกานต์มองซ้ายมองขวา เห็นเพียงต้นไม้น้อยใหญ่ แต่ก็ไม่ถึงกับรกทึบ เมื่อเอามือแตะที่คอกลับพบว่าสร้อยที่สวมใส่มาตลอดไม่อยู่แล้ว ตอนซ่อนตัวในห้องน้ำก็ยังเห็นว่ามันยังอยู่ เลยคิดว่าน่าจะหลุดหายตอนขัดขืนผู้ชายคนนั้น หญิงสาวเกิดความลังเลเพราะมันเป็นของชิ้นเดียวที่พ่อแท้ๆ ของเธอมอบให้ จะขึ้นไปเอาก็กลัวว่าจะหนีไม่พ้นเงื้อมมือของเขาอีก จึงตัดใจยอมทิ้งมัน เธอเดินไปตามถนนอย่างไร้จุดหมายปลายทาง จนกระทั่งเห็นแสงไฟที่อยู่ไกลออกไปประมาณสองร้อยเมตร ซึ่งน่าจะมีบ้านคนอยู่ และไกลออกไปอีกจะเห็นท้องฟ้าสว่างกว่าบริเวณอื่น คาดว่าเป็นเขตชุมชน จึงเดินไปตามทางนั้นอย่างไม่รีรอ แต่แล้วก็บังเอิญเจอชายผิวคล้ำสองคนกำลังยืนสูบบุหรี่อยู่ข้างรถกระบะเก่าๆ อยู่ห่างจากบ้านที่เธอเพิ่งออกมาไม่มากนัก เหมือนพวกเขาจะเห็นหญิงสาวกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกมาแต่แรกแล้ว เพราะเธออยู่ในที่สว่าง แต่พวกเขายืนมองอยู่ในที่มืด “จะไปไหนจ๊ะน้องสาว ให้พี่พาไปไหม” คนที่ดูอายุมากกว่าชายอีกคนเอ่ยถามคนที่เพิ่งเดินมาด้วยแววตากรุ้มกริ่ม รวิกานต์หยุดกึกทันที เธอส่ายหน้าแล้วบอกว่า “ไม่เป็นไรค่ะ” ก่อนจะรีบเดินผ่านชายทั้งสองคนไป แต่ก็รู้สึกเหมือนกับว่าถูกตามเรื่อยๆ เธอจึงเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น จนสุดท้ายก็ได้วิ่งหนีทั้งน้ำตา แต่ก็ไม่สู้ความเร็วของพวกเขาอยู่ดี “จะไปไหน ให้พี่พาไปดีกว่านะ” “ไม่ ปล่อยฉัน!” เธอพยายามสะบัดแขนออก กลัวก็กลัว ไม่คิดเลยว่าหนีออกจากบ้านหลังนั้นมาแล้วก็ยังจะเจอพวกขี้ยาอีก นี่มันไม่ต่างอะไรกับการหนีเสือปะจระเข้เลย คนเป็นพี่ใหญ่ส่งสายตาบอกลูกน้องให้เข้ามาจัดการอุ้มหญิงสาวขึ้นรถโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง เสียงร้องขอความช่วยเหลือของเธอดังไปทั่ว แต่พวกเขาก็ไม่สะทกสะท้านเลยสักนิดเพราะคิดว่าคงไม่มีใครได้ยิน นอกเสียจากว่าในบ้านของลูกชาย สส. จะมีคนอยู่ แล้วตอนนี้ผู้คนก็กระจุกตัวอยู่ในงานประจำอำเภอ เพราะเป็นวันสุดท้าย ฉะนั้นคงไม่มีใครผ่านมาแถวนี้แน่นอน ..................... ‘สุดหล่อจ๊ะ เมื่อคืนเจ๊ขอโทษนะที่ปล่อยให้น้องผมทองหนีออกมาได้ เจ๊ไม่รู้จะแก้ตัวยังไง งั้นขอคืนเงินให้ก็แล้วกัน’ “เมื่อคืน?” เหมันต์เอ่ยขึ้นด้วยความฉงนหลังจากได้ยินเสียงคนทางนั้นผ่านโทรศัพท์ เขานอนอยู่บนเตียง และยังงัวเงียอยู่เล็กน้อยเพราะเพิ่งลืมตาขึ้นมา ‘ก็ใช่ไง น้องมันบอกว่าเจ็บเลยแอบซ่อนตัวอยู่ในห้องน้ำชั้นล่าง แล้วก็โทรเรียกเพื่อนไปรับโดยที่เจ๊ไม่รู้เรื่องเลย เพิ่งมารู้ตอนนี้แหละ เจ๊ขอโทษแทนน้องอีกครั้งนะ’ ชายหนุ่มไม่รู้ว่าอีกฝ่ายพูดเรื่องอะไรจึงกดวางสาย เขาคิดว่าจะนอนต่ออีกสักหน่อยเพราะยังรู้สึกเพลียจากการร่วมรัก พอหันข้างนอนตะแคงแล้วไม่เห็นคนนอนอยู่ข้างกาย แต่กลับเห็นเส้นผมของผู้หญิงที่อยู่บนหมอนใบใหญ่ คิ้วหนาก็ขมวดเข้าหากันทันที เขาหยิบขึ้นมาดู พบว่าเป็นเส้นผมสีดำที่น่าจะยาวจนถึงกลางหลัง กลิ่นหอมละมุนค่อยๆ ลอยเข้ามาในจมูกของเขา มันไม่ใช่กลิ่นเส้นผม แต่เป็นกลิ่นที่ติดอยู่บนผ้าปูที่นอน ดมอย่างไรก็ไม่ใช่กลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่ม จะว่าเป็นกลิ่นน้ำหอมของสาวผมทอง แล้วเส้นผมที่เขาเจอล่ะ? ทำไมถึงไม่เป็นสีทองดังเช่นผมของเธอ เหมันต์รู้สึกแปลกใจพอสมควรเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเจ๊คนนั้นโทรมาบอกว่าเด็กแอบหนีไป แล้วใครกันที่มารองรับอารมณ์ของเขา? เส้นผมสีดำนี่… บ้าไปแล้ว! คงไม่ใช่อย่างที่คิดหรอก ต่อให้เมามากแค่ไหนแต่เขาก็คงไม่เอาป้าแก้วมาทำเมียแน่ อีกอย่างหญิงวัยกลางก็ผมหงอกเกือบจะครึ่งหัว และสั้นแค่ประบ่า ไม่มีทางเป็นคนเดียวกันร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ผู้หญิงคนเมื่อคืน นอกจากผมจะยาวแล้ว ผิวยังเนียนนุ่ม หน้าอกอวบอิ่มเต็มไม้เต็มมือ แถมยัง… ตัวหอมมากด้วย หอมเหมือนเคยดมที่ไหนมาก่อน กล่องถุงยางอนามัยที่ได้มาก็ยังวางอยู่บนเตียงเช่นเดิม นี่เป็นครั้งที่สองที่เขาไม่ได้ป้องกัน แต่ต่างจากครั้งแรกตรงที่ครั้งนี้เมาจนลืมสวมถุงยางจริงๆ ไม่ได้คิดจะเอาสดแต่แรก ถ้าพลาดติดโรคขึ้นมาคือจบเลยหลังจากถอนเงินออกมาและเอาเงินสดให้ชายฉกรรจ์ทั้งสองแล้ว พิรญาณ์ก็เหนื่อยจนไม่อยากทำอะไร ตอนนี้เธอเหลือเงินติดตัวไม่ถึงหนึ่งแสนบาท ซึ่งไม่รู้ว่าจะอยู่ได้อีกกี่เดือนเพราะรายจ่ายเยอะเรื่องเงินที่เหลือน้อยลง เธอรู้ว่ายังมีคนที่สามารถช่วยได้ แต่ก็ไม่อยากไปรบกวนพวกเขา กวินพี่ชายบุญธรรมของเธอป่วยหนัก สิ่งที่เขาเจอมันหนักหนากว่าชีวิตของเธออีก ฉะนั้นจึงไม่อยากไปขอความช่วยเหลือจากคนที่กำลังทุกข์หนักกว่าตัวเองหญิงสาวเพิ่งสั่งของรอบใหม่เมื่อสี่วันก่อน สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือเร่งขายของให้หมด จะได้เอาไปลงทุนหรือทำอย่างอื่นต่อไป แต่มันก็เหนื่อยเหลือเกิน แขนขาอ่อนล้าไปหมด เธอต้องทำใจกี่วันถึงจะลุกขึ้นสู้ได้“น้องพีร์ แม่ขอโทษที่เก็บเงินไว้ให้หนูไม่ได้นะลูก” เธอยื่นมือไปจับมือของลูกชายที่นอนหลับปุ๋ยอย่างแผ่วเบา ก่อนที่หยดน้ำใสๆ จะไหลออกจากดวงตาคู่สวยพิรญาณ์เกลียดตัวเองที่ขี้สงสารมากเกินไป แต่นั่นก็ชีวิตคนทั้งคน ต่อให้ไม่ใช่แท้ๆ ก็ไม่อาจหลับหูหลับตาเห็นนางถูกคนของเจ้าหนี้ฆ่าตายได้ อย่างน้อยช่วงเวลาในวัยเด็กก็เป็นนางที่เลี้ยงดูเธอแทนแม่ผู้ให้กำเนิด ความเกลียดชังระหว่างแม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยงก็ไม่ค่อยมี นา
พิรญาณ์พาน้องสาวไปซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ในห้างสรรพสินค้า เธอพาลูกไปด้วยและปล่อยให้แม่เลี้ยงอยู่บ้านคนเดียว เสร็จจากตรงนั้นก็แวะไปส่งของให้ลูกค้า ซึ่งมีอยู่ประมาณห้าหกกล่อง จากเมื่อก่อนที่ออเดอร์มักจะเต็มหลังรถ แต่เดี๋ยวนี้ขายยากขึ้นเพราะใครๆ ต่างก็หันมาขายของออนไลน์แข่งกันหมดทว่ามันก็ไม่ได้ทำให้หญิงสาวย่อท้อแต่อย่างใดเพราะยังพอมีกำไรอยู่บ้าง เพียงแต่ไม่มากเหมือนเมื่อก่อนเท่านั้นเองจนกระทั่งกลับบ้านอีกทีช่วงสี่โมงเย็น เธอได้ยินเสียงแม่เลี้ยงร้องไห้เหมือนกลัวอะไรสักอย่าง หน้าบ้านมีรถกระบะสีดำจอดอยู่ บ่งบอกได้ชัดว่ามีคนมาหานางวาสินีรู้ว่าพวกเขาเป็นใครเพราะจำรถได้ จึงรีบเดินเข้าไปข้างในด้วยสีหน้าตื่นตระหนก พิรญาณ์ก็อุ้มลูกตามไปภายในบ้านเต็มไปด้วยข้าวของที่กระจัดกระจาย มีชายหน้าโหดสองคนยืนดูผลงานตัวเองด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ส่วนอรพินท์ก็พยายามดันตัวลุกขึ้นหลังจากถูกตบจนล้มลง“แม่!” วาสินีเข้าไปพยุงผู้เป็นทันที เมื่อเห็นตรงมุมปากของนางมีเลือดออก ผมเผ้ายุ่งเหยิง ก็พอจะเดาออกว่าก่อนหน้านี้เกิดเหตุอะไร“พวกคุณเป็นใคร” พิรญาณ์เอ่ยถามเสียงห้วนเพราะไม่พอใจที่พวกเขาเข้ามาทำลายข้าวของในบ้าน
ย้อนกลับไปวันนั้นหลังจากวิ่งหนีพวกขี้ยา โชคดีที่เจอพี่ชายบุญธรรม เขาช่วยเธอไว้และพาไปส่งโรงพยาบาล จนกระทั่งได้ตัดสินใจให้เธอย้ายไปอยู่ปากช่องชั่วคราว เพราะกลัวว่าจักรินจะตามมาราวีอีกถ้าต้องอยู่ที่เดิมพิรญาณ์ที่เมื่อก่อนยังชื่อรวิกานต์ เธอใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นจนจำไม่ได้แล้วว่านานแค่ไหน รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ช่วงที่รู้สึกว่าร่างกายอ่อนเพลีย กินอะไรก็อาเจียนออกมาหมด เมื่อไปหาหมอถึงได้รู้ว่าตั้งครรภ์ได้สามเดือนกว่าแล้วก่อนหน้านั้นเธอไม่คิดว่าตัวเองจะท้องเลย เพราะหลังจากออกจากโรงพยาบาลก็กินยาคุมฉุกเฉิน มันอาจจะช้าไปหน่อยเนื่องจากยังอยู่ในอาการตกใจ จนลืมนึกถึงเรื่องท้อง แต่ก็ถือว่ากินภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมงแล้วที่ประจำเดือนไม่มาเธอก็คิดว่าเป็นผลข้างเคียงของยา เพราะตอนที่เคยกินครั้งแรก ประเดือนมาล่าช้ากว่ากำหนดมาก ประกอบกับครั้งล่าสุดที่ความเครียดมีอยู่เต็มหัว เลยคิดว่าน่าจะมีส่วนทำให้รอบเดือนทิ้งห่างไปนานแต่ใครจะไปคิดว่าจะมีเด็กคนนี้อยู่ในท้องจริงๆช่วงเวลาที่เพิ่งรู้ตัว หญิงสาวรู้สึกสับสนไปหมด เธอไม่กล้าบอกใครเลยแม้กระทั่งคนที่ตัวเองไว้ใจ และไม่ได้บอกด้วยว่าคืนนั้นเจออะไรมาบ้าง จึงได้แต่เก็บ
หนึ่งปีถัดมา‘สวัสดีค่ะ นี่ใช่เบอร์โทรของคุณ พิรญาณ์ นิรากร หรือเปล่าคะ’ เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังมาตามสาย“ใช่ค่ะ”‘ดิฉันโทรจากร้าน xxx นะคะ ทางเราขอแจ้งว่าชุดเด็กที่คุณพิรญาณ์ได้สั่งไว้ สีที่สั่งซื้อมันหมดแล้ว ขอเปลี่ยนเป็นสีอื่นแต่ลายเดียวกันได้ไหมคะ’“ไม่มีปัญหาค่ะ ลูกฉันเป็นผู้ชาย ยังไงก็เลือกสีที่เหมาะกับเด็กผู้ชายได้เลยค่ะ”‘ได้ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ’หลังจากหญิงคนนั้นวางสาย พิรญาณ์ก็หันไปเล่นกับลูกที่นอนอยู่บนเบาะนุ่ม ทารกน้อยส่งเสียงอ้อแอ้พร้อมกับยิ้มให้ผู้เป็นมารดา แววตาไร้เดียงสาของลูกทำให้เธอรู้สึกว่าคิดถูกแล้วที่เก็บเขาไว้ เพราะลูกคนเดียวที่ทำให้เธออยากมีชีวิตอยู่ต่อ“วิ เงินที่น้าขอเมื่อวันก่อน เมื่อไหร่จะให้”“พราวค่ะ พราว พิรญาณ์ ไม่มีคนชื่อวิหรือรวิกานต์อีกแล้ว” หญิงสาวเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าจริงจังเพื่อย้ำเตือนผู้ที่เคยเป็นแม่เลี้ยงของเธอมาก่อนอรพินท์มองลูกเลี้ยงก่อนจะพยักหน้าเออออตาม “พราวก็พราว แล้วว่ายังไง เงินที่ขอน่ะ ขอยืมนะ เดี๋ยวน้องได้ทำงานเมื่อไหร่ก็จะทยอยใช้คืนให้แล้ว”พิรญาณ์ถอนหายใจออกมาเล็กน้อยเพราะเงินที่แม่เลี้ยงขอมันมากเกินไป ถ้าเธอให้ก็เท่ากับว่าจะไม่มีเงินเก็บหล
ในขณะที่หงุดหงิดตัวเองอยู่นั้น หางตาก็เหลือบไปเห็นของระยิบระยับที่ตกอยู่ตรงพื้นหน้าห้องน้ำ เหมันต์ลุกออกจากเตียงแล้วเดินไปหยิบขึ้นมาดู มันคือสร้อยคอของผู้หญิง เดาว่าน่าจะขาดตอนที่เขาพยายามถอดเสื้อผ้าของเธอจี้เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าเล็กๆ สีเงินแวววาว และสลักชื่อ ‘รวิกานต์’ ส่วนด้านหลังคือคำว่า ‘นิรากร’ เขารู้สึกคลับคล้ายคลับคลาเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน แต่ก็จำไม่ได้แน่นอนว่าสาวผมทองไม่ได้ชื่อรวิกานต์ และที่คอของเจ้าหล่อนก็ไม่ได้ใส่สร้อยแม้แต่เส้นเดียวแล้วใครเป็นเจ้าของสร้อยเส้นนี้?ชายหนุ่มกลับห้องของตัวเองเพื่ออาบน้ำแต่งตัว เพราะไม่มีอารมณ์จะมานอนต่ออีก ไม่นานนักก็ลงมายังชั้นล่าง เมื่อเห็นแม่บ้านสะพายกระเป๋าเดินเข้ามา เขาก็ทำหน้าแปลกใจ“คุณเหมันต์กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”“เมื่อคืน ทำไมเหรอ”ป้าแก้วหน้าซีดเผือด คิดในใจว่าเขาคงจะไม่เห็นผู้หญิงคนนั้นนะ ถ้ากลับมาแล้วรู้ว่ามีคนแปลกหน้านอนอยู่ในบ้าน และยังสวยราวกับดารา เขาจะคิดว่าเป็นเด็กที่ถูกส่งมาให้นอนด้วยไหม?“ผมว่าจะถามอยู่พอดี เมื่อคืนมีใครเข้ามาในบ้านหลังนี้หรือเปล่า”“มะ ไม่มีนะคะ คุณเหมันต์เห็นใครเหรอ” นางถามกลับด้วยสีหน้าตื
รวิกานต์ค่อยๆ ดันตัวลุกขึ้นจากเตียงในสภาพที่ไร้เสื้อผ้าปกปิด ตอนนี้ในห้องจะว่ามืดก็ยังพอรู้ว่ามีร่างของผู้ชายนอนอยู่ข้างกาย แต่เธอก็ไม่อาจมองหน้าเขาได้อย่างชัดเจน รู้แค่ว่าเป็นคนสะอาด ตามตัวมีกลิ่นน้ำหอมจางๆ แต่นั่นไม่ได้หักล้างจิตใจอันสกปรกของเขาเลยร่างเล็กฝืนเดินไปหยิบเสื้อผ้าที่วางกระจัดกระจายอยู่บนพื้น เธอทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเมื่อรู้สึกว่าเจ็บตรงใจกลางความเป็นสาว แทบไม่ต่างจากครั้งแรกที่เสียตัว ทว่าก็ทำได้แค่กัดริมฝีปากอดทนไว้ และเข้าไปสวมใส่เสื้อผ้าในห้องน้ำ จนกระทั่งออกมาแสงไฟจากห้องน้ำที่เธอเปิดไว้ ทำให้ให้เห็นร่างของคนที่นอนคว่ำอยู่บนเตียงได้ชัดขึ้น แต่ก็เห็นเพียงแผ่นหลังแกร่ง รวิกานต์ไม่มีกะจิตกะใจจะมาดูหน้าคนที่ข่มขืนเธอ เพราะกลัวว่าเขาจะตื่นขึ้นมาแล้วทำอีก จึงรีบเปิดประตูห้องออกไปเมื่อออกจากห้องนั้นมาแล้ว ดวงตากลมโตสำรวจมองไปรอบๆ ตัวบ้าน เธอเห็นว่ามีบันไดจึงรู้ว่าตัวเองอยู่ชั้นบน ในขณะที่เดินลงไปก็ระแวงไปด้วย เพราะกลัวว่าจะมีใครผ่านมาเจออีก แต่ก็โชคดีที่ไม่มี คล้ายกับว่าบ้านหลังนี้ไม่มีคน หรือถ้ามีก็คงจะเข้านอนหมดแล้วนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนังทำให้หญิงสาวรู้ว่าเพิ่งจะเที่ยงค







