เข้าสู่ระบบรวิกานต์ค่อยๆ ดันตัวลุกขึ้นจากเตียงในสภาพที่ไร้เสื้อผ้าปกปิด ตอนนี้ในห้องจะว่ามืดก็ยังพอรู้ว่ามีร่างของผู้ชายนอนอยู่ข้างกาย แต่เธอก็ไม่อาจมองหน้าเขาได้อย่างชัดเจน รู้แค่ว่าเป็นคนสะอาด ตามตัวมีกลิ่นน้ำหอมจางๆ แต่นั่นไม่ได้หักล้างจิตใจอันสกปรกของเขาเลย
ร่างเล็กฝืนเดินไปหยิบเสื้อผ้าที่วางกระจัดกระจายอยู่บนพื้น เธอทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเมื่อรู้สึกว่าเจ็บตรงใจกลางความเป็นสาว แทบไม่ต่างจากครั้งแรกที่เสียตัว ทว่าก็ทำได้แค่กัดริมฝีปากอดทนไว้ และเข้าไปสวมใส่เสื้อผ้าในห้องน้ำ จนกระทั่งออกมา แสงไฟจากห้องน้ำที่เธอเปิดไว้ ทำให้ให้เห็นร่างของคนที่นอนคว่ำอยู่บนเตียงได้ชัดขึ้น แต่ก็เห็นเพียงแผ่นหลังแกร่ง รวิกานต์ไม่มีกะจิตกะใจจะมาดูหน้าคนที่ข่มขืนเธอ เพราะกลัวว่าเขาจะตื่นขึ้นมาแล้วทำอีก จึงรีบเปิดประตูห้องออกไป เมื่อออกจากห้องนั้นมาแล้ว ดวงตากลมโตสำรวจมองไปรอบๆ ตัวบ้าน เธอเห็นว่ามีบันไดจึงรู้ว่าตัวเองอยู่ชั้นบน ในขณะที่เดินลงไปก็ระแวงไปด้วย เพราะกลัวว่าจะมีใครผ่านมาเจออีก แต่ก็โชคดีที่ไม่มี คล้ายกับว่าบ้านหลังนี้ไม่มีคน หรือถ้ามีก็คงจะเข้านอนหมดแล้ว นาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนังทำให้หญิงสาวรู้ว่าเพิ่งจะเที่ยงคืนกว่าๆ ตอนนี้เธอมืดแปดด้าน ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน และไม่รู้ว่าจะต้องไปทางไหนดี ข้างนอกนั้นนอกจากแสงไฟที่อยู่หน้าบ้านก็มืดสนิท เหมือนไม่มีบ้านหลังอื่นอยู่ติดกัน รวิกานต์มองซ้ายมองขวา เห็นเพียงต้นไม้น้อยใหญ่ แต่ก็ไม่ถึงกับรกทึบ เมื่อเอามือแตะที่คอกลับพบว่าสร้อยที่สวมใส่มาตลอดไม่อยู่แล้ว ตอนซ่อนตัวในห้องน้ำก็ยังเห็นว่ามันยังอยู่ เลยคิดว่าน่าจะหลุดหายตอนขัดขืนผู้ชายคนนั้น หญิงสาวเกิดความลังเลเพราะมันเป็นของชิ้นเดียวที่พ่อแท้ๆ ของเธอมอบให้ จะขึ้นไปเอาก็กลัวว่าจะหนีไม่พ้นเงื้อมมือของเขาอีก จึงตัดใจยอมทิ้งมัน เธอเดินไปตามถนนอย่างไร้จุดหมายปลายทาง จนกระทั่งเห็นแสงไฟที่อยู่ไกลออกไปประมาณสองร้อยเมตร ซึ่งน่าจะมีบ้านคนอยู่ และไกลออกไปอีกจะเห็นท้องฟ้าสว่างกว่าบริเวณอื่น คาดว่าเป็นเขตชุมชน จึงเดินไปตามทางนั้นอย่างไม่รีรอ แต่แล้วก็บังเอิญเจอชายผิวคล้ำสองคนกำลังยืนสูบบุหรี่อยู่ข้างรถกระบะเก่าๆ อยู่ห่างจากบ้านที่เธอเพิ่งออกมาไม่มากนัก เหมือนพวกเขาจะเห็นหญิงสาวกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกมาแต่แรกแล้ว เพราะเธออยู่ในที่สว่าง แต่พวกเขายืนมองอยู่ในที่มืด “จะไปไหนจ๊ะน้องสาว ให้พี่พาไปไหม” คนที่ดูอายุมากกว่าชายอีกคนเอ่ยถามคนที่เพิ่งเดินมาด้วยแววตากรุ้มกริ่ม รวิกานต์หยุดกึกทันที เธอส่ายหน้าแล้วบอกว่า “ไม่เป็นไรค่ะ” ก่อนจะรีบเดินผ่านชายทั้งสองคนไป แต่ก็รู้สึกเหมือนกับว่าถูกตามเรื่อยๆ เธอจึงเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น จนสุดท้ายก็ได้วิ่งหนีทั้งน้ำตา แต่ก็ไม่สู้ความเร็วของพวกเขาอยู่ดี “จะไปไหน ให้พี่พาไปดีกว่านะ” “ไม่ ปล่อยฉัน!” เธอพยายามสะบัดแขนออก กลัวก็กลัว ไม่คิดเลยว่าหนีออกจากบ้านหลังนั้นมาแล้วก็ยังจะเจอพวกขี้ยาอีก นี่มันไม่ต่างอะไรกับการหนีเสือปะจระเข้เลย คนเป็นพี่ใหญ่ส่งสายตาบอกลูกน้องให้เข้ามาจัดการอุ้มหญิงสาวขึ้นรถโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง เสียงร้องขอความช่วยเหลือของเธอดังไปทั่ว แต่พวกเขาก็ไม่สะทกสะท้านเลยสักนิดเพราะคิดว่าคงไม่มีใครได้ยิน นอกเสียจากว่าในบ้านของลูกชาย สส. จะมีคนอยู่ แล้วตอนนี้ผู้คนก็กระจุกตัวอยู่ในงานประจำอำเภอ เพราะเป็นวันสุดท้าย ฉะนั้นคงไม่มีใครผ่านมาแถวนี้แน่นอน ..................... ‘สุดหล่อจ๊ะ เมื่อคืนเจ๊ขอโทษนะที่ปล่อยให้น้องผมทองหนีออกมาได้ เจ๊ไม่รู้จะแก้ตัวยังไง งั้นขอคืนเงินให้ก็แล้วกัน’ “เมื่อคืน?” เหมันต์เอ่ยขึ้นด้วยความฉงนหลังจากได้ยินเสียงคนทางนั้นผ่านโทรศัพท์ เขานอนอยู่บนเตียง และยังงัวเงียอยู่เล็กน้อยเพราะเพิ่งลืมตาขึ้นมา ‘ก็ใช่ไง น้องมันบอกว่าเจ็บเลยแอบซ่อนตัวอยู่ในห้องน้ำชั้นล่าง แล้วก็โทรเรียกเพื่อนไปรับโดยที่เจ๊ไม่รู้เรื่องเลย เพิ่งมารู้ตอนนี้แหละ เจ๊ขอโทษแทนน้องอีกครั้งนะ’ ชายหนุ่มไม่รู้ว่าอีกฝ่ายพูดเรื่องอะไรจึงกดวางสาย เขาคิดว่าจะนอนต่ออีกสักหน่อยเพราะยังรู้สึกเพลียจากการร่วมรัก พอหันข้างนอนตะแคงแล้วไม่เห็นคนนอนอยู่ข้างกาย แต่กลับเห็นเส้นผมของผู้หญิงที่อยู่บนหมอนใบใหญ่ คิ้วหนาก็ขมวดเข้าหากันทันที เขาหยิบขึ้นมาดู พบว่าเป็นเส้นผมสีดำที่น่าจะยาวจนถึงกลางหลัง กลิ่นหอมละมุนค่อยๆ ลอยเข้ามาในจมูกของเขา มันไม่ใช่กลิ่นเส้นผม แต่เป็นกลิ่นที่ติดอยู่บนผ้าปูที่นอน ดมอย่างไรก็ไม่ใช่กลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่ม จะว่าเป็นกลิ่นน้ำหอมของสาวผมทอง แล้วเส้นผมที่เขาเจอล่ะ? ทำไมถึงไม่เป็นสีทองดังเช่นผมของเธอ เหมันต์รู้สึกแปลกใจพอสมควรเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเจ๊คนนั้นโทรมาบอกว่าเด็กแอบหนีไป แล้วใครกันที่มารองรับอารมณ์ของเขา? เส้นผมสีดำนี่… บ้าไปแล้ว! คงไม่ใช่อย่างที่คิดหรอก ต่อให้เมามากแค่ไหนแต่เขาก็คงไม่เอาป้าแก้วมาทำเมียแน่ อีกอย่างหญิงวัยกลางก็ผมหงอกเกือบจะครึ่งหัว และสั้นแค่ประบ่า ไม่มีทางเป็นคนเดียวกันร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ผู้หญิงคนเมื่อคืน นอกจากผมจะยาวแล้ว ผิวยังเนียนนุ่ม หน้าอกอวบอิ่มเต็มไม้เต็มมือ แถมยัง… ตัวหอมมากด้วย หอมเหมือนเคยดมที่ไหนมาก่อน กล่องถุงยางอนามัยที่ได้มาก็ยังวางอยู่บนเตียงเช่นเดิม นี่เป็นครั้งที่สองที่เขาไม่ได้ป้องกัน แต่ต่างจากครั้งแรกตรงที่ครั้งนี้เมาจนลืมสวมถุงยางจริงๆ ไม่ได้คิดจะเอาสดแต่แรก ถ้าพลาดติดโรคขึ้นมาคือจบเลยหลังจากวันนั้นเป็นต้นมา อย่าว่าแต่ปล้ำเมียเลย แค่เวลาพักผ่อนก็ลดน้อยลงกว่าเดิมมากจนตาแทบจะเป็นหมีแพนด้าเข้าไปทุกที พิรญาณ์ยื่นคำขาดว่าไม่ให้คนในบ้านมาช่วยเขาเลี้ยงลูก แต่ดูแทนได้เป็นครั้งคราวเท่านั้นส่วนพี่เลี้ยงเด็กคนเดิมคงไม่ได้กลับมาแล้วเพราะต้องอยู่ดูแลญาติผู้ใหญ่ หญิงสาวจึงใช้โอกาสนี้ให้พ่อของลูกทำหน้าที่แทน เขาจะได้รู้สักทีว่าที่ผ่านมาเธอเหนื่อยมากแค่ไหนเหมันต์ไม่คิดมาก่อนว่าการเลี้ยงเด็กจะเหนื่อยมากขนาดนี้ เจ้าเด็กพีร์ไม่ยอมอยู่นิ่งเลย จะนิ่งอีกทีก็ตอนหลับ แต่เขาก็ต้องเอาเวลานั้นไปซักผ้าตากผ้า และรีบกินข้าวให้อิ่มก่อนที่ลูกจะตื่น ในระหว่างวันต้องเปลี่ยนแพมเพิสให้ลูกอีก ทั้งล้างก้นเช็ดก้นให้ ต่อให้ไม่อยากทำแต่ก็จำเป็นต้องทำ เพราะกลัวว่าเมียจะหอบลูกหนีมันมีข้อดีอย่างหนึ่งคือน้องพีร์เริ่มติดพ่อ เพราะส่งเสียงเรียก ‘ปาปา’ ทั้งวันจนเขาเริ่มจะหลอนหู ตอนทำงานเป็นวิศวกรก็ยังไม่เหนื่อยเท่าอยู่กับลูกเลย ตอนนี้เลยรู้ถึงความลำบากของเมียตอนที่เธอต้องเลี้ยงลูกตามลำพังแล้วพิรญาณ์นับวันก็ยิ่งสวยมาก เขาให้เงินเธอไปเข้าร้านเสริมสวย เธอก็ไปทำเล็บทำผมจริงๆ และไม่มีวันไหนเลยที่ดูโทรม มีแต่เขานี่
เช้าวันต่อมาเหมันต์ได้ทำหน้าที่เลี้ยงลูกจริงๆ อะไรที่ไม่เคยทำเขาก็ได้ทำ เริ่มจากพาลูกอาบน้ำตอนแรกน้องพีร์ยังไม่ยอมอยู่ห่างแม่ แต่พอเห็นพ่อถือเป็ดยางลอยน้ำก็เกิดอยากเล่นขึ้นมา เพราะเคยถือเล่นตอนที่แม่อาบน้ำให้ จึงยอมให้พ่ออุ้มเข้าไปในห้องน้ำอย่างง่ายดายพิรญาณ์ก็ตามไปดู แต่เธอไม่ได้ช่วย แค่จะบอกเขาว่า “หลังจากอาบน้ำเสร็จก็แต่งตัวให้ลูกนะคะ แล้วก็อย่าลืมเตรียมนมไว้ด้วยล่ะ ลูกกินนมกล่องได้แล้ว ไม่ต้องชงนมให้ยุ่งยาก”“ครับที่รัก”“อ้อ เกือบลืม ในระหว่างวันต้องคอยดูแพมเพิสและเปลี่ยนให้เขาด้วย เวลาเขาปวดฉี่ปวดอึก็ต้องพาเข้าห้องน้ำ ส่วนพราวจะทำแค่เตรียมอาหารให้ลูกเท่านั้น เวลาลูกกิน ต่อให้เลอะมากแค่ไหนก็เป็นหน้าที่ของพี่เหมันต์ที่ต้องจัดการ”“ต้องทำเยอะถึงขนาดนี้เลยเหรอ” เขาถามในขณะที่กำลังนั่งถอดเสื้อผ้าให้ลูก เตรียมพร้อมที่จะให้เข้าไปนั่งแช่ในกะละมังที่มีน้ำอุ่นๆ อยู่ในนั้น“ตอนเลี้ยงลูกคนเดียว พราวก็ต้องทำแบบนี้ทุกวันเหมือนกัน ถ้าทำไม่ได้ก็บอกค่ะ พราวจะได้พาลูกกลับไปอยู่บ้านคุณลุงของเขา”“ทำได้ครับ พี่ทำได้” เขารีบตอบ เรื่องอะไรจะบอกว่าทำไม่ได้ล่ะ ถึงแม้จะไม่เคยทำมาก่อนก็เถอะ แต่ยังดีที่
เมื่อในห้องนั้นมีเพียงสองคน น้องพีร์ที่กำลังนอนดูดขวดนมอยู่ก็เหลือบมองพ่อเป็นช่วงๆ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้สนใจกัน เหมันต์อยากแกล้งลูกจึงแย่งขวดนมออกจากปากเล็ก จนเด็กน้อยชำเลืองมองเขาอีก“ไม่ต้องกินแล้ว โทษฐานที่ตื่นไม่เป็นเวล่ำเวลา”หากน้องพีร์ฟังเข้าใจและพูดตอบโต้ได้ ก็คงจะเอ่ยออกไปแล้วว่ายังไม่ได้นอน แต่เด็กน้อยก็ตะโกนใส่พ่อทีหนึ่งเพื่อให้รู้ว่ากำลังทำเรื่องขัดใจเขา ทำเอาคนเป็นพ่อถึงกับของขึ้น“เถียงใช่ไหม อย่างนี้ต้องสั่งสอนซะให้เข็ด ในเมื่อปล้ำแม่ไม่ได้ก็จะปล้ำลูกแทนนี่แหละ” สิ้นเสียงของตัวเอง เขาก็ขยับเข้าไปกอดรัดฟัดเหวี่ยงลูกน้อย เสมือนว่าเป็นคู่มวยปล้ำคู่หนึ่ง แต่เป็นการปล้ำที่ทำให้น้องพีร์จั๊กจี้เพราะถูกกอดถูกหอมไปไม่รู้กี่ครั้ง อีกทั้งยังถูกพ่อจี้เอว จนได้ยินเสียงหัวเราะดังตามมาเขารู้สึกมันเขี้ยวลูกคนนี้จริงๆ อยากตีขา อยากจับฟาดให้ก้นลาย และอยากจะกอดแน่นๆ ให้สมกับที่อยู่ห่างกันมานานหลายเดือน มันให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าเขากำลังกอดตัวเองตอนเด็กเสียงหัวเราะชอบใจของน้องพีร์ดังไปทั่วทั้งห้อง ทำให้พิรญาณ์ที่เปิดประตูเข้ามาแอบตกใจกับภาพที่เห็น เหมันต์จับลูกขึ้นมานอนคว่ำบนตัวของเขาแล้ว
น้องพีร์เริ่มส่งเสียงที่บ่งบอกถึงความขัดใจออกมา ส่วนพิรญาณ์ก็กอดอกยืนมองพ่อของลูกอย่างเหนื่อยหน่าย“เรียกสิ ปะป๊า… ป่า ป๊า…” เหมันต์พูดช้าๆ เพื่อให้ลูกออกเสียงตาม แต่เด็กน้อยก็ไม่สนใจเขา และยังดึงดันที่จะออกจากอ้อมแขนให้ได้ ทำให้เขาต้องหันไปมองพิรญาณ์เพื่อขอความช่วยเหลือ “พราวช่วยพี่หน่อยสิ สอนลูกพูดคำว่าปะป๊าหน่อย”“ไม่ช่วยค่ะ” เธอตอบอย่างเมินเฉย“อ้าว ทำไมล่ะ”“เรื่องง่ายๆ แค่นี้เอง ถ้าพี่เหมันต์ทำให้ลูกเรียกปะป๊าไม่ได้ ก็อย่าหวังเลยว่าจะมีคนที่สอง”“แต่ปล่อยในไปแล้ว ยังไงก็มีแน่ๆ”“ไม่มี เพราะพราวจะกินยาคุมฉุกเฉินตามหลัง”“ห้ามกิน นี่คือคำสั่ง” เขากำชับอย่างหนักแน่น“ทำให้ลูกยอมอยู่กับพี่เหมันต์ แล้วเรียกว่าปะป๊าก่อนสิคะ พราวถึงจะรับไปพิจารณา”“ท้าเหรอ ได้…” พูดจบก็เอียงคอมองน้องพีร์ที่ยังไม่ลดละความพยายามจากการหลุดจากอ้อมแขนของพ่อ เขากระซิบบอกลูกว่า “เรียกปะป๊าก่อนครับ เรียกให้ชื่นใจหน่อยเร็ว ป่า… ป๊า…”“แม่…” น้องพีร์เอ่ยเรียกแม่พร้อมกับทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ เหตุเพราะถูกกอดนานเกินไปจนเริ่มหงุดหงิดเหมันต์ถึงกับเอามือข้างหนึ่งบีบขมับ นี่ถ้าไม่รู้ความจริงเสียก่อนว่าตัวเองคือพ่อเด็ก
“ไปอาบน้ำด้วยกันดีไหม นั่งแช่ในอ่าง” เขาส่งสายตามองคนตรงหน้าอย่างเว้าวอน“เพิ่งอาบน้ำก่อนที่จะกินข้าวเช้าไปไม่ใช่เหรอ จะมาอาบอะไรอีก รู้นะว่าคิดเรื่องลามก”“เกลียดคนรู้ทันจังเลย ถ้าไม่ทำต้องพาพี่เดินนะ”“ได้ค่ะ แต่… จะลองเดินไปเองเหรอ” พิรญาณ์ทำหน้าตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นชายหนุ่มทำท่าเหมือนจะลุกขึ้น ปกติเขาจะต้องไปทำกายภาพบำบัดข้างนอก ซึ่งต้องนั่งวีลแชร์ไป แต่ตอนนี้กลับอยากเดินไปเอง เธอถามอีกว่า “เอาไม้ค้ำยันไหมคะ”แน่นอนว่าเขายกมือห้ามเพราะใช้ไม่ค่อยถนัด“อยากลองทิ้งน้ำหนักลงที่ขาซ้ายอีกครั้ง มาช่วยประคองพี่ไปหน่อย”หญิงสาวพยักหน้ารับคำแล้วพยุงอีกฝ่ายให้ลุกออกจากวีลแชร์ ในขณะที่คนตัวสูงพยายามจะให้เท้าข้างซ้ายสัมผัสกับพื้น ก็ต้องคอยลุ้นกับเขาไปด้วย “ระวังนะ ถ้าไม่ไหวห้ามฝืนเด็ดขาด”“ซี้ด… อ่า… เจ็บจัง”เสียงของเขานี่ไม่แผ่วเลยจริงๆ ฟังอย่างไรก็คล้ายกับเสียงตอนมีอะไรกันไม่มีผิด ต่อให้ห่างมาหลายเดือนแล้ว แต่เธอก็ยังจำได้แม่นว่าเสียงครางเขาเป็นแบบนี้ ทำเอาสองแก้มนวลแดงเรื่อไปหมด“ไหวไหม” เธอถามพลางประคองชายหนุ่มไปอย่างช้าๆ ซึ่งเขาก็ยังลงน้ำหนักขาข้างที่เคยบาดเจ็บไม่ได้เหมือนเดิม จึงกระโดดด
เหมันต์นั่งนึกถึงความหลังอยู่นานก็หัวเราะในลำคอเบาๆ เพราะคิดไม่ถึงว่าไอ้เพื่อนชั่วจะหลอกเขาได้ จักรินสารภาพว่าเดิมทีตั้งใจจะให้เขามีอะไรกับแฟนของมันแค่ครั้งเดียว แต่พอรู้ว่าเขาแอบถ่ายคลิปเก็บไว้ ความโลภก็บังตา แผนที่อยู่ในหัวจึงเปลี่ยนทันทีมันคิดจะมอมยาแฟนสาวเพื่อเชียร์ให้เขาถ่ายคลิปอีกเรื่อยๆ แล้วค่อยเล่าความจริงให้ฟังทีหลังว่าทำไปเพื่ออะไร และต้องเก็บเป็นความลับให้รู้กันแค่สองคนเท่านั้น โชคดีที่เธอขอตัดขาดจากมันก่อน ไม่อย่างนั้นเขาคงหลวมตัวทำเรื่องเลวทรามลงไปอีกไม่รู้กี่ครั้งแน่ เพราะเมื่อก่อนยังรักสนุก ไม่ได้รู้จักผิดชอบชั่วดีเหมือนตอนนี้หลังจากมีอะไรกันครั้งแรก เขายอมรับว่าพยายามติดต่อจักรินเพื่อที่จะได้มีเซ็กซ์กับหญิงสาวนิรนามอีก เหตุเพราะหลงกลิ่นเธอมาก หลงจนเก็บไปฝัน แต่ก็นั่นแหละ จู่ๆ มันก็มาบอกว่าน้องหนีไปอยู่ที่อื่นแล้ว อีกทั้งยังไร้ช่องทางติดต่อ เมื่อถามชื่อเธอ มันก็เปลี่ยนเรื่องคุยแล้วอ้างว่ามีธุระทันทีสุดท้ายเขาก็ได้รู้ถึงเหตุผลที่จักรินปิดบังที่มาที่ไปของแฟนสาว เดาว่ามันคงไม่อยากให้เขาไปแสดงตัวกับเธอว่าเป็นผู้ชายที่อยู่ในคลิป ซึ่งมันพลาดตรงเอาคลิปโป๊เปลือยไปขู่เธอก่อนเ
“เคยพลาดมีอะไรกับผู้หญิงคนหนึ่งในบ้านหลังนี้น่ะ น่าจะผ่านมาสักปีกว่าๆ ได้แล้วมั้ง ไม่เคยเห็นหน้าแบบชัดๆ แล้วก็ไม่รู้จักชื่อด้วย มีแค่สร้อยนี่แหละที่ผู้หญิงคนนั้นทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า ว่าแต่เธอรู้จักเจ้าของสร้อยหรือเปล่า”“มะ ไม่รู้จักค่ะ วาไม่ไม่รู้จัก บางทีคำว่านิรากรอาจจะไม่ใช่นามสกุล แต่เป็นชื่อผ
หลังจากเลิกงาน พิรญาณ์พาลูกกลับบ้านเช่า เมื่อมาถึงแล้วไม่เห็นข้าวของของวาสินี เธอก็รู้สึกใจหายนิดหน่อย แต่ก็คิดในใจว่าทำถูกแล้ว คนที่กล้าหลอกให้พี่สาวไปรับกรรมแทน ถ้ายังใจดีด้วยต่อไป สักวันก็คงต้องหาทางทำร้ายเธออีกทว่าเธอแปลกใจอยู่เรื่องหนึ่งที่น้องพูดว่าไอ้เสี่ยบ้ากาม ถ้าหมายถึงเหมันต์ก็คงไม่ใช่แ
“น้องพีร์ เกิดอะไรขึ้น” เสียงของหญิงสาวดังมาจากห้องน้ำที่อยู่ทางหลังบ้านเพียงครู่เธอก็นุ่งผ้าขนหนูออกมาด้วยความตื่นตระหนก หยดน้ำยังเกาะตามผิวกายและเส้นผม เหมือนยังไม่ได้เช็ด“คุณทำอะไรลูกฉัน!” พิรญาณ์ถามคนที่นั่งอยู่ด้วยความขุ่นเคือง ก่อนจะอุ้มลูกออกจากรถเข็นเด็กแล้วยกขึ้นมาพาดบ่าเพื่อปลอบประโลม “
เหมันต์ไม่สนใจฟังเสียงตอบรับจากคนที่นอนอยู่ เพราะในยามที่อารมณ์กำลังพลุ่งพล่านก็ไม่มีอะไรมาหยุดยั้งเขาได้ทั้งนั้น มือหนาถอดถอนน้องชายออกจากส่วนลึกแล้วดึงถุงยางอนามัยทิ้งทันทีเขาใช้ส่วนปลายนวดคลึงปุ่มกระสันอีกครั้งจนมีน้ำใสๆ เอ่อซึมออกมาจากกายเธอ และดันเข้าไปในโพรงสีสวยจนสุดปลายทาง“อ๊ะ!” พิรญาณ์สะ







