Mag-log inเพียงครู่เดียวเหมันต์ก็มาถึงโดยมีลูกน้องขับรถให้ เขาเพิ่งดื่มเหล้ามาเพราะมีเรื่องให้รำคาญใจอยู่ในหัว จากเดิมที่คิดว่าจะกลับอีกสองสามวันข้างหน้า หลังจากไปเป็นตัวแทนของพ่อที่ถูกเชิญไปงานแต่งลูกสาวเพื่อน แต่เพราะโทรคุยกันแล้วทะเลาะกันระหว่างทาง เขาก็เปลี่ยนใจไม่ไปมันซะเลย และไม่บอกด้วยว่าจะกลับ ให้พ่อคิดหาคำแก้ตัวไว้บอกเพื่อนของท่านไปคนเดียวเถอะ!
ชายหนุ่มไล่ลูกน้องสองคนไปให้พ้นหน้า แล้วเขาก็เดินเข้าไปในตัวบ้านอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนขึ้นห้องก็แวะไปหยิบกระป๋องเบียร์ที่อยู่ในตู้เย็นมาเปิดดื่มอีก จากนั้นก็โยนทิ้งโดยไม่สนว่าถังขยะอยู่ตรงไหน ในขณะที่เดินขึ้นบันได เขามัวแต่โมโหผู้เป็นพ่อเลยไม่ได้ดูว่าใครเดินตามมา จนกระทั่งหยุดยืนอยู่หน้าห้องของตัวเองถึงได้หันกลับไปมอง “ผมอนุญาตให้ขึ้นมาเหรอ” “เจ๊ขอโทษจ้ะคนหล่อ แต่ลืมอะไรไปหรือเปล่า ตามกฎของเจ๊ต้องจ่ายเงินก่อนนะ” เจ๊จูแบมือพร้อมกับส่งสายตาแพรวพราวให้คนตัวสูง “ก็แค่ห้าพัน พูดยังกะผมไม่มีปัญญาจ่าย” เขาหยิบธนบัตรออกจากกระเป๋าอย่างไม่สบอารมณ์ แล้วยัดใส่มืออีกฝ่ายที่กำลังยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ เมื่อได้เงินมาแล้ว เจ้าหล่อนก็ขยับไปเอาของยัดใส่มือคนที่สูงราวๆ หนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร และกระซิบบอกว่า “นี่จ้ะ ถุงยางไซส์ 58 ที่ฝากเจ๊หามาให้ ในที่สุดก็ยอมเปลี่ยนสักทีนะ เห็นบ่นมาหลายเดือนว่าใส่ 56 แล้วมันคับ เจ๊ก็นึกว่าเปลี่ยนไซส์นานแล้วซะอีก” ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเหมือนรำคาญ เพราะไม่ชอบให้ผู้หญิงคนนี้มาคุยละลาบละล้วง มันให้ความรู้สึกว่าเขาอ่อนประสบการณ์ยังไงไม่รู้ “อย่าลืมให้ทิปน้องเหมือนครั้งที่แล้วด้วยนะจ๊ะ น้องจะได้มีกำลังใจแวะมาที่นี่บ่อยๆ” “ออกไปได้แล้ว หมดอารมณ์” เขาปัดมือไล่โดยที่ไม่กลัวว่าอีกฝ่ายจะโกรธเคือง เพราะปกติก็คุยกันแบบนี้ เมื่อคนนอกเดินลงบันไดไปจนลับตา เหมันต์ได้ยินเสียงคนปิดประตูห้องที่ไม่ใช่ห้องนอนของเขา เลยคิดว่าน่าจะเป็นสาวผมทองที่เขาอยากให้มาทำเรื่องอย่างว่าด้วย เพราะเขาไม่อนุญาตให้ใครมานอนในห้องของตัวเอง ซึ่งคนที่เคยมีอะไรกันมาก่อนจะรู้ดี ตอนนี้เริ่มเมาได้ที่ เขาค่อยๆ ก้าวเดินไปยังห้องนั้นด้วยแววตาหวานเยิ้ม เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบว่ามืดสนิท ผ่านไปสักพักจึงเริ่มปรับสายตาได้ และเห็นแสงไฟจากข้างนอกสาดส่องผ่านผ้าม่านเข้ามา พอให้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ชายหนุ่มรู้ว่าผู้หญิงคนนี้แอบกลัวเขา ฉะนั้นก็ไม่แปลกที่พอเข้ามาแล้วจะไม่เห็นร่างของเธอ ตอนแรกเขาว่าจะเปิดไฟ แต่ในเมื่ออีกฝ่ายชอบให้ทำเรื่องตื่นเต้นก็ต้องสนองสักหน่อย เขาโยนกล่องถุงยางอนามัยลงบนเตียง แล้วเอ่ยขึ้นลอยๆ “ชอบเล่นซ่อนหาก็ไม่บอก พี่เล่นกับเธอได้แค่สองนาทีเท่านั้นนะ” มีเพียงความเงียบตอบกลับมา ดวงตาคมมองไปยังห้องน้ำ ถึงแม้จะไม่ได้เปิดไฟ แต่เขาก็คิดว่าต้องอยู่ในนั้นแน่ เหมันต์เดินไปข้างหน้าอย่างใจเย็น ตอนแรกเขาจะเล่นกับหญิงสาว แต่แก่นกายกลับเริ่มแข็งตัวเสียอย่างนั้น ในเมื่ออยากปลดปล่อยอารมณ์ใคร่เต็มทนแล้ว ก็ไม่อาจรอช้าได้ มือหนาจับลูกบิดประตูซึ่งมันถูกล็อกจากด้านใน เขาพยายามหมุนและดันเข้าไปจนเกิดเสียงอยู่หลายครั้ง เพื่อให้อีกฝ่ายรู้ว่ากำลังทำให้โกรธที่ไม่ยอมเปิดประตู “ออกมา” คนที่อยู่ในห้องน้ำใจเต้นตึกตักอย่างแรง เธอเพิ่งฟื้นขึ้นมา และตอนนี้ก็ไม่รู้ว่ากำลังอยู่ที่ไหนเพราะสับสนมึนงงไปหมด ภาพสุดท้ายที่เห็นคืออยู่กับจักริน แล้วเมื่อครู่นี้ เธอได้ยินเสียงผู้ชาย เขาพูดคำว่า ‘ห้าพัน’ หมายความว่าแฟนเก่าขายเธอให้คนอื่นแล้วใช่ไหม? รวิกานต์ยังรู้สึกปวดหัว แขนขาก็เหมือนไร้เรี่ยวแรง ไม่รู้ว่าจักรินทำอะไร เธอถึงได้กลายเป็นแบบนี้ เธอควรจะถามเอาคำตอบจากใครถึงจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง “บอกให้ออกมา!” “คุณอย่าทำอะไรฉันเลยนะคะ ปล่อยฉันไปเถอะ” เธอพูดเสียงสั่นเครือด้วยความกลัวหลังจากได้ยินน้ำเสียงอันดุดันของเขา ตอนนี้ก็ทำได้แค่ใช้หลังดันประตูไว้อย่างสุดกำลัง เหมันต์ได้ยินเสียงคนที่อยู่ข้างในแล้ว เขาไม่อยากเสียเวลาเล่นซ่อนหาอีก จึงผลักประตูอย่างแรง ประมาณสี่ห้าครั้งก็สามารถเปิดประตูห้องน้ำจนคว้าข้อมือหญิงสาวออกมาได้อย่างง่ายดาย รวิกานต์ตกใจจนร้องเสียงหลงเมื่อร่างของเธอเซถลาไปตามแรงของชายหนุ่ม “หมดเวลาเล่นแล้ว” เขาเอ่ยเสียงพร่า ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ทำให้ไฟราคะในกายลุกโชนจนควบคุมไม่อยู่ ยิ่งได้สัมผัสผิวเนียนนุ่มของคนร่างเล็ก ก็ยากที่จะห้ามอารมณ์ เหมันต์ใช้แรงที่เหนือกว่าจูบคนที่ตัวอ่อนปวกเปียก กลิ่นบุหรี่จางๆ คละเคล้ากับกลิ่นเหล้าเบียร์ทำให้เธอเบือนหน้าหนี ไม่ยอมให้เขาสอดลิ้นเข้ามา แต่ก็ไม่เป็นผลเลยสักนิด เพราะสุดท้ายก็ต่อต้านเขาไม่ได้ มือหนาถอดเสื้อผ้าออกจากตัวหญิงสาวแล้วโยนทิ้งลงบนพื้น ไม่ฟังแม้กระทั่งเสียงร้องห้ามของเธอ ไม่นานนักเขาก็สามารถอุ้มร่างนุ่มนิ่มไปวางไว้บนเตียงกว้าง และเริ่มบทรักอันหนักหน่วงต่อไป ท่ามกลางความมืดมิดในค่ำคืนที่เป็นฝันร้ายของคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วย แต่ต้องมารับกรรมแทน…หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา อย่าว่าแต่ปล้ำเมียเลย แค่เวลาพักผ่อนก็ลดน้อยลงกว่าเดิมมากจนตาแทบจะเป็นหมีแพนด้าเข้าไปทุกที พิรญาณ์ยื่นคำขาดว่าไม่ให้คนในบ้านมาช่วยเขาเลี้ยงลูก แต่ดูแทนได้เป็นครั้งคราวเท่านั้นส่วนพี่เลี้ยงเด็กคนเดิมคงไม่ได้กลับมาแล้วเพราะต้องอยู่ดูแลญาติผู้ใหญ่ หญิงสาวจึงใช้โอกาสนี้ให้พ่อของลูกทำหน้าที่แทน เขาจะได้รู้สักทีว่าที่ผ่านมาเธอเหนื่อยมากแค่ไหนเหมันต์ไม่คิดมาก่อนว่าการเลี้ยงเด็กจะเหนื่อยมากขนาดนี้ เจ้าเด็กพีร์ไม่ยอมอยู่นิ่งเลย จะนิ่งอีกทีก็ตอนหลับ แต่เขาก็ต้องเอาเวลานั้นไปซักผ้าตากผ้า และรีบกินข้าวให้อิ่มก่อนที่ลูกจะตื่น ในระหว่างวันต้องเปลี่ยนแพมเพิสให้ลูกอีก ทั้งล้างก้นเช็ดก้นให้ ต่อให้ไม่อยากทำแต่ก็จำเป็นต้องทำ เพราะกลัวว่าเมียจะหอบลูกหนีมันมีข้อดีอย่างหนึ่งคือน้องพีร์เริ่มติดพ่อ เพราะส่งเสียงเรียก ‘ปาปา’ ทั้งวันจนเขาเริ่มจะหลอนหู ตอนทำงานเป็นวิศวกรก็ยังไม่เหนื่อยเท่าอยู่กับลูกเลย ตอนนี้เลยรู้ถึงความลำบากของเมียตอนที่เธอต้องเลี้ยงลูกตามลำพังแล้วพิรญาณ์นับวันก็ยิ่งสวยมาก เขาให้เงินเธอไปเข้าร้านเสริมสวย เธอก็ไปทำเล็บทำผมจริงๆ และไม่มีวันไหนเลยที่ดูโทรม มีแต่เขานี่
เช้าวันต่อมาเหมันต์ได้ทำหน้าที่เลี้ยงลูกจริงๆ อะไรที่ไม่เคยทำเขาก็ได้ทำ เริ่มจากพาลูกอาบน้ำตอนแรกน้องพีร์ยังไม่ยอมอยู่ห่างแม่ แต่พอเห็นพ่อถือเป็ดยางลอยน้ำก็เกิดอยากเล่นขึ้นมา เพราะเคยถือเล่นตอนที่แม่อาบน้ำให้ จึงยอมให้พ่ออุ้มเข้าไปในห้องน้ำอย่างง่ายดายพิรญาณ์ก็ตามไปดู แต่เธอไม่ได้ช่วย แค่จะบอกเขาว่า “หลังจากอาบน้ำเสร็จก็แต่งตัวให้ลูกนะคะ แล้วก็อย่าลืมเตรียมนมไว้ด้วยล่ะ ลูกกินนมกล่องได้แล้ว ไม่ต้องชงนมให้ยุ่งยาก”“ครับที่รัก”“อ้อ เกือบลืม ในระหว่างวันต้องคอยดูแพมเพิสและเปลี่ยนให้เขาด้วย เวลาเขาปวดฉี่ปวดอึก็ต้องพาเข้าห้องน้ำ ส่วนพราวจะทำแค่เตรียมอาหารให้ลูกเท่านั้น เวลาลูกกิน ต่อให้เลอะมากแค่ไหนก็เป็นหน้าที่ของพี่เหมันต์ที่ต้องจัดการ”“ต้องทำเยอะถึงขนาดนี้เลยเหรอ” เขาถามในขณะที่กำลังนั่งถอดเสื้อผ้าให้ลูก เตรียมพร้อมที่จะให้เข้าไปนั่งแช่ในกะละมังที่มีน้ำอุ่นๆ อยู่ในนั้น“ตอนเลี้ยงลูกคนเดียว พราวก็ต้องทำแบบนี้ทุกวันเหมือนกัน ถ้าทำไม่ได้ก็บอกค่ะ พราวจะได้พาลูกกลับไปอยู่บ้านคุณลุงของเขา”“ทำได้ครับ พี่ทำได้” เขารีบตอบ เรื่องอะไรจะบอกว่าทำไม่ได้ล่ะ ถึงแม้จะไม่เคยทำมาก่อนก็เถอะ แต่ยังดีที่
เมื่อในห้องนั้นมีเพียงสองคน น้องพีร์ที่กำลังนอนดูดขวดนมอยู่ก็เหลือบมองพ่อเป็นช่วงๆ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้สนใจกัน เหมันต์อยากแกล้งลูกจึงแย่งขวดนมออกจากปากเล็ก จนเด็กน้อยชำเลืองมองเขาอีก“ไม่ต้องกินแล้ว โทษฐานที่ตื่นไม่เป็นเวล่ำเวลา”หากน้องพีร์ฟังเข้าใจและพูดตอบโต้ได้ ก็คงจะเอ่ยออกไปแล้วว่ายังไม่ได้นอน แต่เด็กน้อยก็ตะโกนใส่พ่อทีหนึ่งเพื่อให้รู้ว่ากำลังทำเรื่องขัดใจเขา ทำเอาคนเป็นพ่อถึงกับของขึ้น“เถียงใช่ไหม อย่างนี้ต้องสั่งสอนซะให้เข็ด ในเมื่อปล้ำแม่ไม่ได้ก็จะปล้ำลูกแทนนี่แหละ” สิ้นเสียงของตัวเอง เขาก็ขยับเข้าไปกอดรัดฟัดเหวี่ยงลูกน้อย เสมือนว่าเป็นคู่มวยปล้ำคู่หนึ่ง แต่เป็นการปล้ำที่ทำให้น้องพีร์จั๊กจี้เพราะถูกกอดถูกหอมไปไม่รู้กี่ครั้ง อีกทั้งยังถูกพ่อจี้เอว จนได้ยินเสียงหัวเราะดังตามมาเขารู้สึกมันเขี้ยวลูกคนนี้จริงๆ อยากตีขา อยากจับฟาดให้ก้นลาย และอยากจะกอดแน่นๆ ให้สมกับที่อยู่ห่างกันมานานหลายเดือน มันให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าเขากำลังกอดตัวเองตอนเด็กเสียงหัวเราะชอบใจของน้องพีร์ดังไปทั่วทั้งห้อง ทำให้พิรญาณ์ที่เปิดประตูเข้ามาแอบตกใจกับภาพที่เห็น เหมันต์จับลูกขึ้นมานอนคว่ำบนตัวของเขาแล้ว
น้องพีร์เริ่มส่งเสียงที่บ่งบอกถึงความขัดใจออกมา ส่วนพิรญาณ์ก็กอดอกยืนมองพ่อของลูกอย่างเหนื่อยหน่าย“เรียกสิ ปะป๊า… ป่า ป๊า…” เหมันต์พูดช้าๆ เพื่อให้ลูกออกเสียงตาม แต่เด็กน้อยก็ไม่สนใจเขา และยังดึงดันที่จะออกจากอ้อมแขนให้ได้ ทำให้เขาต้องหันไปมองพิรญาณ์เพื่อขอความช่วยเหลือ “พราวช่วยพี่หน่อยสิ สอนลูกพูดคำว่าปะป๊าหน่อย”“ไม่ช่วยค่ะ” เธอตอบอย่างเมินเฉย“อ้าว ทำไมล่ะ”“เรื่องง่ายๆ แค่นี้เอง ถ้าพี่เหมันต์ทำให้ลูกเรียกปะป๊าไม่ได้ ก็อย่าหวังเลยว่าจะมีคนที่สอง”“แต่ปล่อยในไปแล้ว ยังไงก็มีแน่ๆ”“ไม่มี เพราะพราวจะกินยาคุมฉุกเฉินตามหลัง”“ห้ามกิน นี่คือคำสั่ง” เขากำชับอย่างหนักแน่น“ทำให้ลูกยอมอยู่กับพี่เหมันต์ แล้วเรียกว่าปะป๊าก่อนสิคะ พราวถึงจะรับไปพิจารณา”“ท้าเหรอ ได้…” พูดจบก็เอียงคอมองน้องพีร์ที่ยังไม่ลดละความพยายามจากการหลุดจากอ้อมแขนของพ่อ เขากระซิบบอกลูกว่า “เรียกปะป๊าก่อนครับ เรียกให้ชื่นใจหน่อยเร็ว ป่า… ป๊า…”“แม่…” น้องพีร์เอ่ยเรียกแม่พร้อมกับทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ เหตุเพราะถูกกอดนานเกินไปจนเริ่มหงุดหงิดเหมันต์ถึงกับเอามือข้างหนึ่งบีบขมับ นี่ถ้าไม่รู้ความจริงเสียก่อนว่าตัวเองคือพ่อเด็ก
“ไปอาบน้ำด้วยกันดีไหม นั่งแช่ในอ่าง” เขาส่งสายตามองคนตรงหน้าอย่างเว้าวอน“เพิ่งอาบน้ำก่อนที่จะกินข้าวเช้าไปไม่ใช่เหรอ จะมาอาบอะไรอีก รู้นะว่าคิดเรื่องลามก”“เกลียดคนรู้ทันจังเลย ถ้าไม่ทำต้องพาพี่เดินนะ”“ได้ค่ะ แต่… จะลองเดินไปเองเหรอ” พิรญาณ์ทำหน้าตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นชายหนุ่มทำท่าเหมือนจะลุกขึ้น ปกติเขาจะต้องไปทำกายภาพบำบัดข้างนอก ซึ่งต้องนั่งวีลแชร์ไป แต่ตอนนี้กลับอยากเดินไปเอง เธอถามอีกว่า “เอาไม้ค้ำยันไหมคะ”แน่นอนว่าเขายกมือห้ามเพราะใช้ไม่ค่อยถนัด“อยากลองทิ้งน้ำหนักลงที่ขาซ้ายอีกครั้ง มาช่วยประคองพี่ไปหน่อย”หญิงสาวพยักหน้ารับคำแล้วพยุงอีกฝ่ายให้ลุกออกจากวีลแชร์ ในขณะที่คนตัวสูงพยายามจะให้เท้าข้างซ้ายสัมผัสกับพื้น ก็ต้องคอยลุ้นกับเขาไปด้วย “ระวังนะ ถ้าไม่ไหวห้ามฝืนเด็ดขาด”“ซี้ด… อ่า… เจ็บจัง”เสียงของเขานี่ไม่แผ่วเลยจริงๆ ฟังอย่างไรก็คล้ายกับเสียงตอนมีอะไรกันไม่มีผิด ต่อให้ห่างมาหลายเดือนแล้ว แต่เธอก็ยังจำได้แม่นว่าเสียงครางเขาเป็นแบบนี้ ทำเอาสองแก้มนวลแดงเรื่อไปหมด“ไหวไหม” เธอถามพลางประคองชายหนุ่มไปอย่างช้าๆ ซึ่งเขาก็ยังลงน้ำหนักขาข้างที่เคยบาดเจ็บไม่ได้เหมือนเดิม จึงกระโดดด
เหมันต์นั่งนึกถึงความหลังอยู่นานก็หัวเราะในลำคอเบาๆ เพราะคิดไม่ถึงว่าไอ้เพื่อนชั่วจะหลอกเขาได้ จักรินสารภาพว่าเดิมทีตั้งใจจะให้เขามีอะไรกับแฟนของมันแค่ครั้งเดียว แต่พอรู้ว่าเขาแอบถ่ายคลิปเก็บไว้ ความโลภก็บังตา แผนที่อยู่ในหัวจึงเปลี่ยนทันทีมันคิดจะมอมยาแฟนสาวเพื่อเชียร์ให้เขาถ่ายคลิปอีกเรื่อยๆ แล้วค่อยเล่าความจริงให้ฟังทีหลังว่าทำไปเพื่ออะไร และต้องเก็บเป็นความลับให้รู้กันแค่สองคนเท่านั้น โชคดีที่เธอขอตัดขาดจากมันก่อน ไม่อย่างนั้นเขาคงหลวมตัวทำเรื่องเลวทรามลงไปอีกไม่รู้กี่ครั้งแน่ เพราะเมื่อก่อนยังรักสนุก ไม่ได้รู้จักผิดชอบชั่วดีเหมือนตอนนี้หลังจากมีอะไรกันครั้งแรก เขายอมรับว่าพยายามติดต่อจักรินเพื่อที่จะได้มีเซ็กซ์กับหญิงสาวนิรนามอีก เหตุเพราะหลงกลิ่นเธอมาก หลงจนเก็บไปฝัน แต่ก็นั่นแหละ จู่ๆ มันก็มาบอกว่าน้องหนีไปอยู่ที่อื่นแล้ว อีกทั้งยังไร้ช่องทางติดต่อ เมื่อถามชื่อเธอ มันก็เปลี่ยนเรื่องคุยแล้วอ้างว่ามีธุระทันทีสุดท้ายเขาก็ได้รู้ถึงเหตุผลที่จักรินปิดบังที่มาที่ไปของแฟนสาว เดาว่ามันคงไม่อยากให้เขาไปแสดงตัวกับเธอว่าเป็นผู้ชายที่อยู่ในคลิป ซึ่งมันพลาดตรงเอาคลิปโป๊เปลือยไปขู่เธอก่อนเ
ธนารออยู่นานและดูนาฬิกาข้อมือตลอด แต่ผ่านไปสามสิบนาทีก็แล้ว หนึ่งชั่วโมงก็แล้ว ลูกชายตัวดีก็ยังไม่ลงมาคุยกัน“ไอ้เข้มไอ้สิงห์ ขึ้นไปดูซิ ไม่ใช่มันตายคาห้องน้ำแล้วเหรอ”สองหนุ่มมองหน้ากันทันที สีหน้าดูลังเล แต่สุดท้ายก็ยอมขึ้นไปดูเจ้านายจนได้พวกเขาเคาะประตูและเรียกคนที่อยู่ข้างในหลายครั้ง ทว่าก็มีเ
พิรญาณ์เห็นข้างนอกนั้นมีรถยนต์ขับผ่าน น่าจะเป็นแขกที่เธอเพิ่งโทรคุยไปก่อนหน้านี้ เพราะเขาบอกว่าอีกสักพักจะเข้ามา หญิงสาวอยากวางลูกไว้ในแปลเหมือนเดิม แต่ดูเหมือนว่าเด็กชายตัวเล็กจะไม่เอาด้วยแล้วเพราะมีการต่อต้าน“น้องพีร์ แม่ขอไปทำงานแป๊บหนึ่งนะลูก”เด็กน้อยเริ่มงอแงเพราะไม่อยากให้แม่อยู่ห่างตัว พิร
วันต่อมา พิรญาณ์ยังคงมาทำงานตามปกติ สีหน้าดูอ่อนเพลียเล็กน้อย คงเป็นเพราะลูกตื่นกลางดึกบ่อยจนเธอต้องอดหลับอดนอนตามในขณะที่กำลังคุยโทรศัพท์กับลูกค้าที่ติดต่อเข้ามา ชายหนุ่มร่างสูงที่เธอไม่อยากเห็นหน้าก็โผล่มาอีกจนได้ เขายืนเอาแขนเท้าเคาน์เตอร์และจ้องมองคนตรงหน้าอย่างไม่ละสายตา เธอต้องทำเป็นไม่สนใจจ
วันต่อมา พิรญาณ์พาลูกมาที่นี่อีก แล้วก็เจอกับคิมหันต์ที่ดูเหมือนจะมาดักรอเธอแต่แรกแล้ว เธอจึงนั่งคุยกับเขาบนม้านั่งตัวเดิม เมื่อเขาอยากลองอุ้มน้องพีร์ เธอจึงส่งให้อย่างระมัดระวัง“เขาชอบเล่นน้ำลาย ระวังเปื้อนนะคะ”พูดยังไม่ทันขาดคำ น้ำลายของเด็กน้อยก็ไหลหยดลงตรงข้อมือชายหนุ่ม คนเป็นแม่จึงรับเช็ดให้







