تسجيل الدخولในขณะที่หงุดหงิดตัวเองอยู่นั้น หางตาก็เหลือบไปเห็นของระยิบระยับที่ตกอยู่ตรงพื้นหน้าห้องน้ำ เหมันต์ลุกออกจากเตียงแล้วเดินไปหยิบขึ้นมาดู มันคือสร้อยคอของผู้หญิง เดาว่าน่าจะขาดตอนที่เขาพยายามถอดเสื้อผ้าของเธอ
จี้เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าเล็กๆ สีเงินแวววาว และสลักชื่อ ‘รวิกานต์’ ส่วนด้านหลังคือคำว่า ‘นิรากร’ เขารู้สึกคลับคล้ายคลับคลาเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน แต่ก็จำไม่ได้ แน่นอนว่าสาวผมทองไม่ได้ชื่อรวิกานต์ และที่คอของเจ้าหล่อนก็ไม่ได้ใส่สร้อยแม้แต่เส้นเดียว แล้วใครเป็นเจ้าของสร้อยเส้นนี้? ชายหนุ่มกลับห้องของตัวเองเพื่ออาบน้ำแต่งตัว เพราะไม่มีอารมณ์จะมานอนต่ออีก ไม่นานนักก็ลงมายังชั้นล่าง เมื่อเห็นแม่บ้านสะพายกระเป๋าเดินเข้ามา เขาก็ทำหน้าแปลกใจ “คุณเหมันต์กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” “เมื่อคืน ทำไมเหรอ” ป้าแก้วหน้าซีดเผือด คิดในใจว่าเขาคงจะไม่เห็นผู้หญิงคนนั้นนะ ถ้ากลับมาแล้วรู้ว่ามีคนแปลกหน้านอนอยู่ในบ้าน และยังสวยราวกับดารา เขาจะคิดว่าเป็นเด็กที่ถูกส่งมาให้นอนด้วยไหม? “ผมว่าจะถามอยู่พอดี เมื่อคืนมีใครเข้ามาในบ้านหลังนี้หรือเปล่า” “มะ ไม่มีนะคะ คุณเหมันต์เห็นใครเหรอ” นางถามกลับด้วยสีหน้าตื่นตระหนกเล็กน้อย ถ้าบอกความจริงไปว่าคิมหันต์พาผู้หญิงเข้ามาเพราะมีเหตุจำเป็น สองพี่น้องต่างแม่ต้องทะเลาะกันอีกแน่ นางทำงานที่บ้านน้องชายของเขาก็จริง ทว่าใจแอบเข้าข้างคนเป็นพี่ชายมากกว่า เหมันต์เป็นคนใจร้อน ผิดกับชื่อที่สื่อถึงความหนาวเย็น ทว่าคิมหันต์กลับเป็นคนสุขุมเยือกเย็นจนต่างกันอย่างลิบลับ พวกเขาควรสลับชื่อกันด้วยซ้ำ แต่ชื่อก็เป็นแค่การบอกว่าคนพี่เกิดช่วงฤดูร้อน คนน้องเกิดช่วงฤดูหนาว ไม่ได้เป็นตัวกำหนดว่าใครจะนิสัยดีมากกว่ากัน… “ช่างเถอะ” เขาไม่อยากเก็บมาใส่ใจอีกแล้ว เพราะยิ่งคิดยิ่งปวดหัว ในขณะเดียวกัน ลูกน้องวัยหนุ่มสองคนก็เดินเข้ามาหาเจ้านาย คนชื่อเข้มเอ่ยเสียงเบาว่า “นายน้อยครับ คุณธนาเรียกให้ไปพบ” เหมันต์ชักสีหน้าหงุดหงิดทันที ก่อนจะตอบอย่างไม่แยแส “ไม่ไป” “ถ้าไม่ไป พวกผมสองคนต้องตกงานแน่ๆ” ลูกน้องอีกคนที่ชื่อสิงห์เอ่ยขึ้น เรื่องที่กังวลคือ สส.ธนา นักการเมืองชื่อดังผู้เป็นพ่อของชายหนุ่ม ได้สั่งเสียงแข็งว่าถ้าพาลูกเวรคนนี้ไปหาหาท่านไม่ได้ ท่านจะไล่ออกให้หมด เหตุเกิดจากเมื่อวานที่ธนาได้รับข่าวจากคนใกล้ตัวว่าลูกชายคนเล็กแอบซื้อขายปืนเถื่อนอีกแล้ว เมื่อไม่อาจนิ่งดูดายได้เพราะกลัวจะกระทบกับชื่อเสียงและหน้าที่การงาน ท่านจึงโทรถามเอาความจริงในขณะที่ลูกกำลังเดินทางไปต่างจังหวัด สุดท้ายก็ทะเลาะกันเหมือนเคย และไม่รู้ว่าเขาแอบกลับมาโดยที่ไม่บอกกล่าว จนกระทั่งเห็นลูกน้องสองคนนี้เดินเตร่อยู่ในตลาดเมื่อครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา ถึงได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น “ใครเป็นนายพวกมึง?” เขาถามกลับ เข้มกับสิงห์มองหน้าและคิดในใจว่าจริงด้วย เหมันต์คือคนที่เสียเงินจ้างพวกเขา แต่คนเป็นพ่อไม่ได้จ้างแล้ว “หึ! กูยอมไปงานแต่งให้ก็ดีแค่ไหนแล้ววะ อยู่ดีๆ มาทำให้โมโหก็ปวดประสาทต่อไปเถอะ” ชายหนุ่มเอ่ยเพียงเท่านั้นก็เดินหนีไปที่อื่น ซึ่งทุกคนก็ชินกับนิสัยของเขาจึงไม่ถือสาอะไร และคงไม่มีใครกล้าตอแยด้วย ยกเว้นนักการเมืองที่ชื่อธนานี่แหละที่ตามติดทุกย่างก้าวเหมือนเป็นเจ้ากรรมนายเวร! ป้าแก้วเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าหญิงสาวคนเมื่อคืนยังนอนอยู่ชั้นบน นางจึงรีบขึ้นไปดู เมื่อเห็นห้องว่างเปล่าก็ตกใจเล็กน้อย นางอยู่เฝ้าหลานที่โรงพยาบาลเลยไม่รู้ว่าสาวเจ้าหายไปได้อย่างไร ขณะนั้นเองที่คิมหันต์โทรมาถามว่าเธอยังนอนอยู่หรือเปล่า เขาติดธุระมาหาไม่ได้ แต่ทราบว่าน้องชายกลับมาตั้งแต่เมื่อคืน จึงมีความกังวล “ป้าอยู่เฝ้าไอ้เปี๊ยกที่โรงพยาบาลทั้งคืนเพราะมันเกิดอุบัติเหตุ ไม่คิดว่าคุณเหมันต์จะกลับมาเลยปล่อยไว้คนเดียว บอกตามตรงว่าป้าไม่รู้เลยค่ะว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง เข้ามาดูในห้องก็ไม่เห็นแม่หนูคนนั้นแล้ว” คิมหันต์ได้ยินเช่นนั้นก็ถอนหายใจมาตามสาย เขาหวังว่าสาวเจ้าจะรู้สึกตัวและหนีออกมาข้างนอกก่อนที่เหมันต์จะกลับมา .................... รวิกานต์ถูกชายฉกรรจ์พามาขังไว้ในบ้านร้างหลังหนึ่ง เมื่อคืนคนเป็นพี่ใหญ่จะเข้ามาข่มขืนเธอ ด้วยความหวาดกลัว เธอจึงเสนอว่าจะให้เงินหลักล้านถ้าปล่อยไป เขาก็เชื่อ แต่ยังล่ามโซ่ไว้เหมือนเดิมเพื่อคุยกันอีกที สุดท้ายคำพูดของเธอก็ไม่เป็นผล เพราะช่วงเวลาประมาณบ่ายโมงกว่าๆ ชายคนนั้นดื่มเหล้าจนเกิดอารมณ์ทางเพศ เขาคิดว่าผู้หญิงที่ตนพามาขังไว้โกหกเรื่องเงิน จึงเปลี่ยนใจไม่รับข้อเสนอของเธอ และจะเอามาทำเมียแทน ยิ่งคิดก็ยิ่งรังเกียจ ถึงแม้จะหาทางหนีออกมาได้เพราะหลอกให้อีกฝ่ายปลดโซ่ และใช้เศษตะปูกรีดแผ่นหลังกับลำคอจนเขาร้องด้วยความเจ็บปวดทรมาน แต่ก่อนหน้านี้ก็ไม่วายถูกลิ้นลากเลียไปตามซอกคอขาวผ่องอยู่ดี ลำพังแค่รอยจูบที่คนเมื่อคืนมอบให้ เธอก็แทบอยากเฉือนเนื้อตัวเองทิ้งแล้ว ยังมาเจอพวกสัตว์นรกนี่อีก ไม่รู้เวรกรรมอะไร ยังดีที่ไม่ยอมให้ชายผิวคล้ำล่วงเกินจนถึงขึ้นได้จูบ เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น เธอคงรังเกียจตัวเองไปอีกนานแน่หลังจากถอนเงินออกมาและเอาเงินสดให้ชายฉกรรจ์ทั้งสองแล้ว พิรญาณ์ก็เหนื่อยจนไม่อยากทำอะไร ตอนนี้เธอเหลือเงินติดตัวไม่ถึงหนึ่งแสนบาท ซึ่งไม่รู้ว่าจะอยู่ได้อีกกี่เดือนเพราะรายจ่ายเยอะเรื่องเงินที่เหลือน้อยลง เธอรู้ว่ายังมีคนที่สามารถช่วยได้ แต่ก็ไม่อยากไปรบกวนพวกเขา กวินพี่ชายบุญธรรมของเธอป่วยหนัก สิ่งที่เขาเจอมันหนักหนากว่าชีวิตของเธออีก ฉะนั้นจึงไม่อยากไปขอความช่วยเหลือจากคนที่กำลังทุกข์หนักกว่าตัวเองหญิงสาวเพิ่งสั่งของรอบใหม่เมื่อสี่วันก่อน สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือเร่งขายของให้หมด จะได้เอาไปลงทุนหรือทำอย่างอื่นต่อไป แต่มันก็เหนื่อยเหลือเกิน แขนขาอ่อนล้าไปหมด เธอต้องทำใจกี่วันถึงจะลุกขึ้นสู้ได้“น้องพีร์ แม่ขอโทษที่เก็บเงินไว้ให้หนูไม่ได้นะลูก” เธอยื่นมือไปจับมือของลูกชายที่นอนหลับปุ๋ยอย่างแผ่วเบา ก่อนที่หยดน้ำใสๆ จะไหลออกจากดวงตาคู่สวยพิรญาณ์เกลียดตัวเองที่ขี้สงสารมากเกินไป แต่นั่นก็ชีวิตคนทั้งคน ต่อให้ไม่ใช่แท้ๆ ก็ไม่อาจหลับหูหลับตาเห็นนางถูกคนของเจ้าหนี้ฆ่าตายได้ อย่างน้อยช่วงเวลาในวัยเด็กก็เป็นนางที่เลี้ยงดูเธอแทนแม่ผู้ให้กำเนิด ความเกลียดชังระหว่างแม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยงก็ไม่ค่อยมี นา
พิรญาณ์พาน้องสาวไปซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ในห้างสรรพสินค้า เธอพาลูกไปด้วยและปล่อยให้แม่เลี้ยงอยู่บ้านคนเดียว เสร็จจากตรงนั้นก็แวะไปส่งของให้ลูกค้า ซึ่งมีอยู่ประมาณห้าหกกล่อง จากเมื่อก่อนที่ออเดอร์มักจะเต็มหลังรถ แต่เดี๋ยวนี้ขายยากขึ้นเพราะใครๆ ต่างก็หันมาขายของออนไลน์แข่งกันหมดทว่ามันก็ไม่ได้ทำให้หญิงสาวย่อท้อแต่อย่างใดเพราะยังพอมีกำไรอยู่บ้าง เพียงแต่ไม่มากเหมือนเมื่อก่อนเท่านั้นเองจนกระทั่งกลับบ้านอีกทีช่วงสี่โมงเย็น เธอได้ยินเสียงแม่เลี้ยงร้องไห้เหมือนกลัวอะไรสักอย่าง หน้าบ้านมีรถกระบะสีดำจอดอยู่ บ่งบอกได้ชัดว่ามีคนมาหานางวาสินีรู้ว่าพวกเขาเป็นใครเพราะจำรถได้ จึงรีบเดินเข้าไปข้างในด้วยสีหน้าตื่นตระหนก พิรญาณ์ก็อุ้มลูกตามไปภายในบ้านเต็มไปด้วยข้าวของที่กระจัดกระจาย มีชายหน้าโหดสองคนยืนดูผลงานตัวเองด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ส่วนอรพินท์ก็พยายามดันตัวลุกขึ้นหลังจากถูกตบจนล้มลง“แม่!” วาสินีเข้าไปพยุงผู้เป็นทันที เมื่อเห็นตรงมุมปากของนางมีเลือดออก ผมเผ้ายุ่งเหยิง ก็พอจะเดาออกว่าก่อนหน้านี้เกิดเหตุอะไร“พวกคุณเป็นใคร” พิรญาณ์เอ่ยถามเสียงห้วนเพราะไม่พอใจที่พวกเขาเข้ามาทำลายข้าวของในบ้าน
ย้อนกลับไปวันนั้นหลังจากวิ่งหนีพวกขี้ยา โชคดีที่เจอพี่ชายบุญธรรม เขาช่วยเธอไว้และพาไปส่งโรงพยาบาล จนกระทั่งได้ตัดสินใจให้เธอย้ายไปอยู่ปากช่องชั่วคราว เพราะกลัวว่าจักรินจะตามมาราวีอีกถ้าต้องอยู่ที่เดิมพิรญาณ์ที่เมื่อก่อนยังชื่อรวิกานต์ เธอใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นจนจำไม่ได้แล้วว่านานแค่ไหน รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ช่วงที่รู้สึกว่าร่างกายอ่อนเพลีย กินอะไรก็อาเจียนออกมาหมด เมื่อไปหาหมอถึงได้รู้ว่าตั้งครรภ์ได้สามเดือนกว่าแล้วก่อนหน้านั้นเธอไม่คิดว่าตัวเองจะท้องเลย เพราะหลังจากออกจากโรงพยาบาลก็กินยาคุมฉุกเฉิน มันอาจจะช้าไปหน่อยเนื่องจากยังอยู่ในอาการตกใจ จนลืมนึกถึงเรื่องท้อง แต่ก็ถือว่ากินภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมงแล้วที่ประจำเดือนไม่มาเธอก็คิดว่าเป็นผลข้างเคียงของยา เพราะตอนที่เคยกินครั้งแรก ประเดือนมาล่าช้ากว่ากำหนดมาก ประกอบกับครั้งล่าสุดที่ความเครียดมีอยู่เต็มหัว เลยคิดว่าน่าจะมีส่วนทำให้รอบเดือนทิ้งห่างไปนานแต่ใครจะไปคิดว่าจะมีเด็กคนนี้อยู่ในท้องจริงๆช่วงเวลาที่เพิ่งรู้ตัว หญิงสาวรู้สึกสับสนไปหมด เธอไม่กล้าบอกใครเลยแม้กระทั่งคนที่ตัวเองไว้ใจ และไม่ได้บอกด้วยว่าคืนนั้นเจออะไรมาบ้าง จึงได้แต่เก็บ
หนึ่งปีถัดมา‘สวัสดีค่ะ นี่ใช่เบอร์โทรของคุณ พิรญาณ์ นิรากร หรือเปล่าคะ’ เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังมาตามสาย“ใช่ค่ะ”‘ดิฉันโทรจากร้าน xxx นะคะ ทางเราขอแจ้งว่าชุดเด็กที่คุณพิรญาณ์ได้สั่งไว้ สีที่สั่งซื้อมันหมดแล้ว ขอเปลี่ยนเป็นสีอื่นแต่ลายเดียวกันได้ไหมคะ’“ไม่มีปัญหาค่ะ ลูกฉันเป็นผู้ชาย ยังไงก็เลือกสีที่เหมาะกับเด็กผู้ชายได้เลยค่ะ”‘ได้ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ’หลังจากหญิงคนนั้นวางสาย พิรญาณ์ก็หันไปเล่นกับลูกที่นอนอยู่บนเบาะนุ่ม ทารกน้อยส่งเสียงอ้อแอ้พร้อมกับยิ้มให้ผู้เป็นมารดา แววตาไร้เดียงสาของลูกทำให้เธอรู้สึกว่าคิดถูกแล้วที่เก็บเขาไว้ เพราะลูกคนเดียวที่ทำให้เธออยากมีชีวิตอยู่ต่อ“วิ เงินที่น้าขอเมื่อวันก่อน เมื่อไหร่จะให้”“พราวค่ะ พราว พิรญาณ์ ไม่มีคนชื่อวิหรือรวิกานต์อีกแล้ว” หญิงสาวเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าจริงจังเพื่อย้ำเตือนผู้ที่เคยเป็นแม่เลี้ยงของเธอมาก่อนอรพินท์มองลูกเลี้ยงก่อนจะพยักหน้าเออออตาม “พราวก็พราว แล้วว่ายังไง เงินที่ขอน่ะ ขอยืมนะ เดี๋ยวน้องได้ทำงานเมื่อไหร่ก็จะทยอยใช้คืนให้แล้ว”พิรญาณ์ถอนหายใจออกมาเล็กน้อยเพราะเงินที่แม่เลี้ยงขอมันมากเกินไป ถ้าเธอให้ก็เท่ากับว่าจะไม่มีเงินเก็บหล
ในขณะที่หงุดหงิดตัวเองอยู่นั้น หางตาก็เหลือบไปเห็นของระยิบระยับที่ตกอยู่ตรงพื้นหน้าห้องน้ำ เหมันต์ลุกออกจากเตียงแล้วเดินไปหยิบขึ้นมาดู มันคือสร้อยคอของผู้หญิง เดาว่าน่าจะขาดตอนที่เขาพยายามถอดเสื้อผ้าของเธอจี้เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าเล็กๆ สีเงินแวววาว และสลักชื่อ ‘รวิกานต์’ ส่วนด้านหลังคือคำว่า ‘นิรากร’ เขารู้สึกคลับคล้ายคลับคลาเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน แต่ก็จำไม่ได้แน่นอนว่าสาวผมทองไม่ได้ชื่อรวิกานต์ และที่คอของเจ้าหล่อนก็ไม่ได้ใส่สร้อยแม้แต่เส้นเดียวแล้วใครเป็นเจ้าของสร้อยเส้นนี้?ชายหนุ่มกลับห้องของตัวเองเพื่ออาบน้ำแต่งตัว เพราะไม่มีอารมณ์จะมานอนต่ออีก ไม่นานนักก็ลงมายังชั้นล่าง เมื่อเห็นแม่บ้านสะพายกระเป๋าเดินเข้ามา เขาก็ทำหน้าแปลกใจ“คุณเหมันต์กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”“เมื่อคืน ทำไมเหรอ”ป้าแก้วหน้าซีดเผือด คิดในใจว่าเขาคงจะไม่เห็นผู้หญิงคนนั้นนะ ถ้ากลับมาแล้วรู้ว่ามีคนแปลกหน้านอนอยู่ในบ้าน และยังสวยราวกับดารา เขาจะคิดว่าเป็นเด็กที่ถูกส่งมาให้นอนด้วยไหม?“ผมว่าจะถามอยู่พอดี เมื่อคืนมีใครเข้ามาในบ้านหลังนี้หรือเปล่า”“มะ ไม่มีนะคะ คุณเหมันต์เห็นใครเหรอ” นางถามกลับด้วยสีหน้าตื
รวิกานต์ค่อยๆ ดันตัวลุกขึ้นจากเตียงในสภาพที่ไร้เสื้อผ้าปกปิด ตอนนี้ในห้องจะว่ามืดก็ยังพอรู้ว่ามีร่างของผู้ชายนอนอยู่ข้างกาย แต่เธอก็ไม่อาจมองหน้าเขาได้อย่างชัดเจน รู้แค่ว่าเป็นคนสะอาด ตามตัวมีกลิ่นน้ำหอมจางๆ แต่นั่นไม่ได้หักล้างจิตใจอันสกปรกของเขาเลยร่างเล็กฝืนเดินไปหยิบเสื้อผ้าที่วางกระจัดกระจายอยู่บนพื้น เธอทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเมื่อรู้สึกว่าเจ็บตรงใจกลางความเป็นสาว แทบไม่ต่างจากครั้งแรกที่เสียตัว ทว่าก็ทำได้แค่กัดริมฝีปากอดทนไว้ และเข้าไปสวมใส่เสื้อผ้าในห้องน้ำ จนกระทั่งออกมาแสงไฟจากห้องน้ำที่เธอเปิดไว้ ทำให้ให้เห็นร่างของคนที่นอนคว่ำอยู่บนเตียงได้ชัดขึ้น แต่ก็เห็นเพียงแผ่นหลังแกร่ง รวิกานต์ไม่มีกะจิตกะใจจะมาดูหน้าคนที่ข่มขืนเธอ เพราะกลัวว่าเขาจะตื่นขึ้นมาแล้วทำอีก จึงรีบเปิดประตูห้องออกไปเมื่อออกจากห้องนั้นมาแล้ว ดวงตากลมโตสำรวจมองไปรอบๆ ตัวบ้าน เธอเห็นว่ามีบันไดจึงรู้ว่าตัวเองอยู่ชั้นบน ในขณะที่เดินลงไปก็ระแวงไปด้วย เพราะกลัวว่าจะมีใครผ่านมาเจออีก แต่ก็โชคดีที่ไม่มี คล้ายกับว่าบ้านหลังนี้ไม่มีคน หรือถ้ามีก็คงจะเข้านอนหมดแล้วนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนังทำให้หญิงสาวรู้ว่าเพิ่งจะเที่ยงค







