เข้าสู่ระบบในขณะที่หงุดหงิดตัวเองอยู่นั้น หางตาก็เหลือบไปเห็นของระยิบระยับที่ตกอยู่ตรงพื้นหน้าห้องน้ำ เหมันต์ลุกออกจากเตียงแล้วเดินไปหยิบขึ้นมาดู มันคือสร้อยคอของผู้หญิง เดาว่าน่าจะขาดตอนที่เขาพยายามถอดเสื้อผ้าของเธอ
จี้เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าเล็กๆ สีเงินแวววาว และสลักชื่อ ‘รวิกานต์’ ส่วนด้านหลังคือคำว่า ‘นิรากร’ เขารู้สึกคลับคล้ายคลับคลาเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน แต่ก็จำไม่ได้ แน่นอนว่าสาวผมทองไม่ได้ชื่อรวิกานต์ และที่คอของเจ้าหล่อนก็ไม่ได้ใส่สร้อยแม้แต่เส้นเดียว แล้วใครเป็นเจ้าของสร้อยเส้นนี้? ชายหนุ่มกลับห้องของตัวเองเพื่ออาบน้ำแต่งตัว เพราะไม่มีอารมณ์จะมานอนต่ออีก ไม่นานนักก็ลงมายังชั้นล่าง เมื่อเห็นแม่บ้านสะพายกระเป๋าเดินเข้ามา เขาก็ทำหน้าแปลกใจ “คุณเหมันต์กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” “เมื่อคืน ทำไมเหรอ” ป้าแก้วหน้าซีดเผือด คิดในใจว่าเขาคงจะไม่เห็นผู้หญิงคนนั้นนะ ถ้ากลับมาแล้วรู้ว่ามีคนแปลกหน้านอนอยู่ในบ้าน และยังสวยราวกับดารา เขาจะคิดว่าเป็นเด็กที่ถูกส่งมาให้นอนด้วยไหม? “ผมว่าจะถามอยู่พอดี เมื่อคืนมีใครเข้ามาในบ้านหลังนี้หรือเปล่า” “มะ ไม่มีนะคะ คุณเหมันต์เห็นใครเหรอ” นางถามกลับด้วยสีหน้าตื่นตระหนกเล็กน้อย ถ้าบอกความจริงไปว่าคิมหันต์พาผู้หญิงเข้ามาเพราะมีเหตุจำเป็น สองพี่น้องต่างแม่ต้องทะเลาะกันอีกแน่ นางทำงานที่บ้านน้องชายของเขาก็จริง ทว่าใจแอบเข้าข้างคนเป็นพี่ชายมากกว่า เหมันต์เป็นคนใจร้อน ผิดกับชื่อที่สื่อถึงความหนาวเย็น ทว่าคิมหันต์กลับเป็นคนสุขุมเยือกเย็นจนต่างกันอย่างลิบลับ พวกเขาควรสลับชื่อกันด้วยซ้ำ แต่ชื่อก็เป็นแค่การบอกว่าคนพี่เกิดช่วงฤดูร้อน คนน้องเกิดช่วงฤดูหนาว ไม่ได้เป็นตัวกำหนดว่าใครจะนิสัยดีมากกว่ากัน… “ช่างเถอะ” เขาไม่อยากเก็บมาใส่ใจอีกแล้ว เพราะยิ่งคิดยิ่งปวดหัว ในขณะเดียวกัน ลูกน้องวัยหนุ่มสองคนก็เดินเข้ามาหาเจ้านาย คนชื่อเข้มเอ่ยเสียงเบาว่า “นายน้อยครับ คุณธนาเรียกให้ไปพบ” เหมันต์ชักสีหน้าหงุดหงิดทันที ก่อนจะตอบอย่างไม่แยแส “ไม่ไป” “ถ้าไม่ไป พวกผมสองคนต้องตกงานแน่ๆ” ลูกน้องอีกคนที่ชื่อสิงห์เอ่ยขึ้น เรื่องที่กังวลคือ สส.ธนา นักการเมืองชื่อดังผู้เป็นพ่อของชายหนุ่ม ได้สั่งเสียงแข็งว่าถ้าพาลูกเวรคนนี้ไปหาหาท่านไม่ได้ ท่านจะไล่ออกให้หมด เหตุเกิดจากเมื่อวานที่ธนาได้รับข่าวจากคนใกล้ตัวว่าลูกชายคนเล็กแอบซื้อขายปืนเถื่อนอีกแล้ว เมื่อไม่อาจนิ่งดูดายได้เพราะกลัวจะกระทบกับชื่อเสียงและหน้าที่การงาน ท่านจึงโทรถามเอาความจริงในขณะที่ลูกกำลังเดินทางไปต่างจังหวัด สุดท้ายก็ทะเลาะกันเหมือนเคย และไม่รู้ว่าเขาแอบกลับมาโดยที่ไม่บอกกล่าว จนกระทั่งเห็นลูกน้องสองคนนี้เดินเตร่อยู่ในตลาดเมื่อครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา ถึงได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น “ใครเป็นนายพวกมึง?” เขาถามกลับ เข้มกับสิงห์มองหน้าและคิดในใจว่าจริงด้วย เหมันต์คือคนที่เสียเงินจ้างพวกเขา แต่คนเป็นพ่อไม่ได้จ้างแล้ว “หึ! กูยอมไปงานแต่งให้ก็ดีแค่ไหนแล้ววะ อยู่ดีๆ มาทำให้โมโหก็ปวดประสาทต่อไปเถอะ” ชายหนุ่มเอ่ยเพียงเท่านั้นก็เดินหนีไปที่อื่น ซึ่งทุกคนก็ชินกับนิสัยของเขาจึงไม่ถือสาอะไร และคงไม่มีใครกล้าตอแยด้วย ยกเว้นนักการเมืองที่ชื่อธนานี่แหละที่ตามติดทุกย่างก้าวเหมือนเป็นเจ้ากรรมนายเวร! ป้าแก้วเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าหญิงสาวคนเมื่อคืนยังนอนอยู่ชั้นบน นางจึงรีบขึ้นไปดู เมื่อเห็นห้องว่างเปล่าก็ตกใจเล็กน้อย นางอยู่เฝ้าหลานที่โรงพยาบาลเลยไม่รู้ว่าสาวเจ้าหายไปได้อย่างไร ขณะนั้นเองที่คิมหันต์โทรมาถามว่าเธอยังนอนอยู่หรือเปล่า เขาติดธุระมาหาไม่ได้ แต่ทราบว่าน้องชายกลับมาตั้งแต่เมื่อคืน จึงมีความกังวล “ป้าอยู่เฝ้าไอ้เปี๊ยกที่โรงพยาบาลทั้งคืนเพราะมันเกิดอุบัติเหตุ ไม่คิดว่าคุณเหมันต์จะกลับมาเลยปล่อยไว้คนเดียว บอกตามตรงว่าป้าไม่รู้เลยค่ะว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง เข้ามาดูในห้องก็ไม่เห็นแม่หนูคนนั้นแล้ว” คิมหันต์ได้ยินเช่นนั้นก็ถอนหายใจมาตามสาย เขาหวังว่าสาวเจ้าจะรู้สึกตัวและหนีออกมาข้างนอกก่อนที่เหมันต์จะกลับมา .................... รวิกานต์ถูกชายฉกรรจ์พามาขังไว้ในบ้านร้างหลังหนึ่ง เมื่อคืนคนเป็นพี่ใหญ่จะเข้ามาข่มขืนเธอ ด้วยความหวาดกลัว เธอจึงเสนอว่าจะให้เงินหลักล้านถ้าปล่อยไป เขาก็เชื่อ แต่ยังล่ามโซ่ไว้เหมือนเดิมเพื่อคุยกันอีกที สุดท้ายคำพูดของเธอก็ไม่เป็นผล เพราะช่วงเวลาประมาณบ่ายโมงกว่าๆ ชายคนนั้นดื่มเหล้าจนเกิดอารมณ์ทางเพศ เขาคิดว่าผู้หญิงที่ตนพามาขังไว้โกหกเรื่องเงิน จึงเปลี่ยนใจไม่รับข้อเสนอของเธอ และจะเอามาทำเมียแทน ยิ่งคิดก็ยิ่งรังเกียจ ถึงแม้จะหาทางหนีออกมาได้เพราะหลอกให้อีกฝ่ายปลดโซ่ และใช้เศษตะปูกรีดแผ่นหลังกับลำคอจนเขาร้องด้วยความเจ็บปวดทรมาน แต่ก่อนหน้านี้ก็ไม่วายถูกลิ้นลากเลียไปตามซอกคอขาวผ่องอยู่ดี ลำพังแค่รอยจูบที่คนเมื่อคืนมอบให้ เธอก็แทบอยากเฉือนเนื้อตัวเองทิ้งแล้ว ยังมาเจอพวกสัตว์นรกนี่อีก ไม่รู้เวรกรรมอะไร ยังดีที่ไม่ยอมให้ชายผิวคล้ำล่วงเกินจนถึงขึ้นได้จูบ เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น เธอคงรังเกียจตัวเองไปอีกนานแน่หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา อย่าว่าแต่ปล้ำเมียเลย แค่เวลาพักผ่อนก็ลดน้อยลงกว่าเดิมมากจนตาแทบจะเป็นหมีแพนด้าเข้าไปทุกที พิรญาณ์ยื่นคำขาดว่าไม่ให้คนในบ้านมาช่วยเขาเลี้ยงลูก แต่ดูแทนได้เป็นครั้งคราวเท่านั้นส่วนพี่เลี้ยงเด็กคนเดิมคงไม่ได้กลับมาแล้วเพราะต้องอยู่ดูแลญาติผู้ใหญ่ หญิงสาวจึงใช้โอกาสนี้ให้พ่อของลูกทำหน้าที่แทน เขาจะได้รู้สักทีว่าที่ผ่านมาเธอเหนื่อยมากแค่ไหนเหมันต์ไม่คิดมาก่อนว่าการเลี้ยงเด็กจะเหนื่อยมากขนาดนี้ เจ้าเด็กพีร์ไม่ยอมอยู่นิ่งเลย จะนิ่งอีกทีก็ตอนหลับ แต่เขาก็ต้องเอาเวลานั้นไปซักผ้าตากผ้า และรีบกินข้าวให้อิ่มก่อนที่ลูกจะตื่น ในระหว่างวันต้องเปลี่ยนแพมเพิสให้ลูกอีก ทั้งล้างก้นเช็ดก้นให้ ต่อให้ไม่อยากทำแต่ก็จำเป็นต้องทำ เพราะกลัวว่าเมียจะหอบลูกหนีมันมีข้อดีอย่างหนึ่งคือน้องพีร์เริ่มติดพ่อ เพราะส่งเสียงเรียก ‘ปาปา’ ทั้งวันจนเขาเริ่มจะหลอนหู ตอนทำงานเป็นวิศวกรก็ยังไม่เหนื่อยเท่าอยู่กับลูกเลย ตอนนี้เลยรู้ถึงความลำบากของเมียตอนที่เธอต้องเลี้ยงลูกตามลำพังแล้วพิรญาณ์นับวันก็ยิ่งสวยมาก เขาให้เงินเธอไปเข้าร้านเสริมสวย เธอก็ไปทำเล็บทำผมจริงๆ และไม่มีวันไหนเลยที่ดูโทรม มีแต่เขานี่
เช้าวันต่อมาเหมันต์ได้ทำหน้าที่เลี้ยงลูกจริงๆ อะไรที่ไม่เคยทำเขาก็ได้ทำ เริ่มจากพาลูกอาบน้ำตอนแรกน้องพีร์ยังไม่ยอมอยู่ห่างแม่ แต่พอเห็นพ่อถือเป็ดยางลอยน้ำก็เกิดอยากเล่นขึ้นมา เพราะเคยถือเล่นตอนที่แม่อาบน้ำให้ จึงยอมให้พ่ออุ้มเข้าไปในห้องน้ำอย่างง่ายดายพิรญาณ์ก็ตามไปดู แต่เธอไม่ได้ช่วย แค่จะบอกเขาว่า “หลังจากอาบน้ำเสร็จก็แต่งตัวให้ลูกนะคะ แล้วก็อย่าลืมเตรียมนมไว้ด้วยล่ะ ลูกกินนมกล่องได้แล้ว ไม่ต้องชงนมให้ยุ่งยาก”“ครับที่รัก”“อ้อ เกือบลืม ในระหว่างวันต้องคอยดูแพมเพิสและเปลี่ยนให้เขาด้วย เวลาเขาปวดฉี่ปวดอึก็ต้องพาเข้าห้องน้ำ ส่วนพราวจะทำแค่เตรียมอาหารให้ลูกเท่านั้น เวลาลูกกิน ต่อให้เลอะมากแค่ไหนก็เป็นหน้าที่ของพี่เหมันต์ที่ต้องจัดการ”“ต้องทำเยอะถึงขนาดนี้เลยเหรอ” เขาถามในขณะที่กำลังนั่งถอดเสื้อผ้าให้ลูก เตรียมพร้อมที่จะให้เข้าไปนั่งแช่ในกะละมังที่มีน้ำอุ่นๆ อยู่ในนั้น“ตอนเลี้ยงลูกคนเดียว พราวก็ต้องทำแบบนี้ทุกวันเหมือนกัน ถ้าทำไม่ได้ก็บอกค่ะ พราวจะได้พาลูกกลับไปอยู่บ้านคุณลุงของเขา”“ทำได้ครับ พี่ทำได้” เขารีบตอบ เรื่องอะไรจะบอกว่าทำไม่ได้ล่ะ ถึงแม้จะไม่เคยทำมาก่อนก็เถอะ แต่ยังดีที่
เมื่อในห้องนั้นมีเพียงสองคน น้องพีร์ที่กำลังนอนดูดขวดนมอยู่ก็เหลือบมองพ่อเป็นช่วงๆ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้สนใจกัน เหมันต์อยากแกล้งลูกจึงแย่งขวดนมออกจากปากเล็ก จนเด็กน้อยชำเลืองมองเขาอีก“ไม่ต้องกินแล้ว โทษฐานที่ตื่นไม่เป็นเวล่ำเวลา”หากน้องพีร์ฟังเข้าใจและพูดตอบโต้ได้ ก็คงจะเอ่ยออกไปแล้วว่ายังไม่ได้นอน แต่เด็กน้อยก็ตะโกนใส่พ่อทีหนึ่งเพื่อให้รู้ว่ากำลังทำเรื่องขัดใจเขา ทำเอาคนเป็นพ่อถึงกับของขึ้น“เถียงใช่ไหม อย่างนี้ต้องสั่งสอนซะให้เข็ด ในเมื่อปล้ำแม่ไม่ได้ก็จะปล้ำลูกแทนนี่แหละ” สิ้นเสียงของตัวเอง เขาก็ขยับเข้าไปกอดรัดฟัดเหวี่ยงลูกน้อย เสมือนว่าเป็นคู่มวยปล้ำคู่หนึ่ง แต่เป็นการปล้ำที่ทำให้น้องพีร์จั๊กจี้เพราะถูกกอดถูกหอมไปไม่รู้กี่ครั้ง อีกทั้งยังถูกพ่อจี้เอว จนได้ยินเสียงหัวเราะดังตามมาเขารู้สึกมันเขี้ยวลูกคนนี้จริงๆ อยากตีขา อยากจับฟาดให้ก้นลาย และอยากจะกอดแน่นๆ ให้สมกับที่อยู่ห่างกันมานานหลายเดือน มันให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าเขากำลังกอดตัวเองตอนเด็กเสียงหัวเราะชอบใจของน้องพีร์ดังไปทั่วทั้งห้อง ทำให้พิรญาณ์ที่เปิดประตูเข้ามาแอบตกใจกับภาพที่เห็น เหมันต์จับลูกขึ้นมานอนคว่ำบนตัวของเขาแล้ว
น้องพีร์เริ่มส่งเสียงที่บ่งบอกถึงความขัดใจออกมา ส่วนพิรญาณ์ก็กอดอกยืนมองพ่อของลูกอย่างเหนื่อยหน่าย“เรียกสิ ปะป๊า… ป่า ป๊า…” เหมันต์พูดช้าๆ เพื่อให้ลูกออกเสียงตาม แต่เด็กน้อยก็ไม่สนใจเขา และยังดึงดันที่จะออกจากอ้อมแขนให้ได้ ทำให้เขาต้องหันไปมองพิรญาณ์เพื่อขอความช่วยเหลือ “พราวช่วยพี่หน่อยสิ สอนลูกพูดคำว่าปะป๊าหน่อย”“ไม่ช่วยค่ะ” เธอตอบอย่างเมินเฉย“อ้าว ทำไมล่ะ”“เรื่องง่ายๆ แค่นี้เอง ถ้าพี่เหมันต์ทำให้ลูกเรียกปะป๊าไม่ได้ ก็อย่าหวังเลยว่าจะมีคนที่สอง”“แต่ปล่อยในไปแล้ว ยังไงก็มีแน่ๆ”“ไม่มี เพราะพราวจะกินยาคุมฉุกเฉินตามหลัง”“ห้ามกิน นี่คือคำสั่ง” เขากำชับอย่างหนักแน่น“ทำให้ลูกยอมอยู่กับพี่เหมันต์ แล้วเรียกว่าปะป๊าก่อนสิคะ พราวถึงจะรับไปพิจารณา”“ท้าเหรอ ได้…” พูดจบก็เอียงคอมองน้องพีร์ที่ยังไม่ลดละความพยายามจากการหลุดจากอ้อมแขนของพ่อ เขากระซิบบอกลูกว่า “เรียกปะป๊าก่อนครับ เรียกให้ชื่นใจหน่อยเร็ว ป่า… ป๊า…”“แม่…” น้องพีร์เอ่ยเรียกแม่พร้อมกับทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ เหตุเพราะถูกกอดนานเกินไปจนเริ่มหงุดหงิดเหมันต์ถึงกับเอามือข้างหนึ่งบีบขมับ นี่ถ้าไม่รู้ความจริงเสียก่อนว่าตัวเองคือพ่อเด็ก
“ไปอาบน้ำด้วยกันดีไหม นั่งแช่ในอ่าง” เขาส่งสายตามองคนตรงหน้าอย่างเว้าวอน“เพิ่งอาบน้ำก่อนที่จะกินข้าวเช้าไปไม่ใช่เหรอ จะมาอาบอะไรอีก รู้นะว่าคิดเรื่องลามก”“เกลียดคนรู้ทันจังเลย ถ้าไม่ทำต้องพาพี่เดินนะ”“ได้ค่ะ แต่… จะลองเดินไปเองเหรอ” พิรญาณ์ทำหน้าตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นชายหนุ่มทำท่าเหมือนจะลุกขึ้น ปกติเขาจะต้องไปทำกายภาพบำบัดข้างนอก ซึ่งต้องนั่งวีลแชร์ไป แต่ตอนนี้กลับอยากเดินไปเอง เธอถามอีกว่า “เอาไม้ค้ำยันไหมคะ”แน่นอนว่าเขายกมือห้ามเพราะใช้ไม่ค่อยถนัด“อยากลองทิ้งน้ำหนักลงที่ขาซ้ายอีกครั้ง มาช่วยประคองพี่ไปหน่อย”หญิงสาวพยักหน้ารับคำแล้วพยุงอีกฝ่ายให้ลุกออกจากวีลแชร์ ในขณะที่คนตัวสูงพยายามจะให้เท้าข้างซ้ายสัมผัสกับพื้น ก็ต้องคอยลุ้นกับเขาไปด้วย “ระวังนะ ถ้าไม่ไหวห้ามฝืนเด็ดขาด”“ซี้ด… อ่า… เจ็บจัง”เสียงของเขานี่ไม่แผ่วเลยจริงๆ ฟังอย่างไรก็คล้ายกับเสียงตอนมีอะไรกันไม่มีผิด ต่อให้ห่างมาหลายเดือนแล้ว แต่เธอก็ยังจำได้แม่นว่าเสียงครางเขาเป็นแบบนี้ ทำเอาสองแก้มนวลแดงเรื่อไปหมด“ไหวไหม” เธอถามพลางประคองชายหนุ่มไปอย่างช้าๆ ซึ่งเขาก็ยังลงน้ำหนักขาข้างที่เคยบาดเจ็บไม่ได้เหมือนเดิม จึงกระโดดด
เหมันต์นั่งนึกถึงความหลังอยู่นานก็หัวเราะในลำคอเบาๆ เพราะคิดไม่ถึงว่าไอ้เพื่อนชั่วจะหลอกเขาได้ จักรินสารภาพว่าเดิมทีตั้งใจจะให้เขามีอะไรกับแฟนของมันแค่ครั้งเดียว แต่พอรู้ว่าเขาแอบถ่ายคลิปเก็บไว้ ความโลภก็บังตา แผนที่อยู่ในหัวจึงเปลี่ยนทันทีมันคิดจะมอมยาแฟนสาวเพื่อเชียร์ให้เขาถ่ายคลิปอีกเรื่อยๆ แล้วค่อยเล่าความจริงให้ฟังทีหลังว่าทำไปเพื่ออะไร และต้องเก็บเป็นความลับให้รู้กันแค่สองคนเท่านั้น โชคดีที่เธอขอตัดขาดจากมันก่อน ไม่อย่างนั้นเขาคงหลวมตัวทำเรื่องเลวทรามลงไปอีกไม่รู้กี่ครั้งแน่ เพราะเมื่อก่อนยังรักสนุก ไม่ได้รู้จักผิดชอบชั่วดีเหมือนตอนนี้หลังจากมีอะไรกันครั้งแรก เขายอมรับว่าพยายามติดต่อจักรินเพื่อที่จะได้มีเซ็กซ์กับหญิงสาวนิรนามอีก เหตุเพราะหลงกลิ่นเธอมาก หลงจนเก็บไปฝัน แต่ก็นั่นแหละ จู่ๆ มันก็มาบอกว่าน้องหนีไปอยู่ที่อื่นแล้ว อีกทั้งยังไร้ช่องทางติดต่อ เมื่อถามชื่อเธอ มันก็เปลี่ยนเรื่องคุยแล้วอ้างว่ามีธุระทันทีสุดท้ายเขาก็ได้รู้ถึงเหตุผลที่จักรินปิดบังที่มาที่ไปของแฟนสาว เดาว่ามันคงไม่อยากให้เขาไปแสดงตัวกับเธอว่าเป็นผู้ชายที่อยู่ในคลิป ซึ่งมันพลาดตรงเอาคลิปโป๊เปลือยไปขู่เธอก่อนเ
“เคยพลาดมีอะไรกับผู้หญิงคนหนึ่งในบ้านหลังนี้น่ะ น่าจะผ่านมาสักปีกว่าๆ ได้แล้วมั้ง ไม่เคยเห็นหน้าแบบชัดๆ แล้วก็ไม่รู้จักชื่อด้วย มีแค่สร้อยนี่แหละที่ผู้หญิงคนนั้นทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า ว่าแต่เธอรู้จักเจ้าของสร้อยหรือเปล่า”“มะ ไม่รู้จักค่ะ วาไม่ไม่รู้จัก บางทีคำว่านิรากรอาจจะไม่ใช่นามสกุล แต่เป็นชื่อผ
หลังจากเลิกงาน พิรญาณ์พาลูกกลับบ้านเช่า เมื่อมาถึงแล้วไม่เห็นข้าวของของวาสินี เธอก็รู้สึกใจหายนิดหน่อย แต่ก็คิดในใจว่าทำถูกแล้ว คนที่กล้าหลอกให้พี่สาวไปรับกรรมแทน ถ้ายังใจดีด้วยต่อไป สักวันก็คงต้องหาทางทำร้ายเธออีกทว่าเธอแปลกใจอยู่เรื่องหนึ่งที่น้องพูดว่าไอ้เสี่ยบ้ากาม ถ้าหมายถึงเหมันต์ก็คงไม่ใช่แ
“น้องพีร์ เกิดอะไรขึ้น” เสียงของหญิงสาวดังมาจากห้องน้ำที่อยู่ทางหลังบ้านเพียงครู่เธอก็นุ่งผ้าขนหนูออกมาด้วยความตื่นตระหนก หยดน้ำยังเกาะตามผิวกายและเส้นผม เหมือนยังไม่ได้เช็ด“คุณทำอะไรลูกฉัน!” พิรญาณ์ถามคนที่นั่งอยู่ด้วยความขุ่นเคือง ก่อนจะอุ้มลูกออกจากรถเข็นเด็กแล้วยกขึ้นมาพาดบ่าเพื่อปลอบประโลม “
เหมันต์ไม่สนใจฟังเสียงตอบรับจากคนที่นอนอยู่ เพราะในยามที่อารมณ์กำลังพลุ่งพล่านก็ไม่มีอะไรมาหยุดยั้งเขาได้ทั้งนั้น มือหนาถอดถอนน้องชายออกจากส่วนลึกแล้วดึงถุงยางอนามัยทิ้งทันทีเขาใช้ส่วนปลายนวดคลึงปุ่มกระสันอีกครั้งจนมีน้ำใสๆ เอ่อซึมออกมาจากกายเธอ และดันเข้าไปในโพรงสีสวยจนสุดปลายทาง“อ๊ะ!” พิรญาณ์สะ







