Home / แฟนตาซี / เลือดสีทอง จันทร์ที่สาบสูญ / บทที่ 4: ความอดทนที่นับถอยหลัง

Share

บทที่ 4: ความอดทนที่นับถอยหลัง

last update publish date: 2026-08-31 15:01:02

บทที่ 4: ความอดทนที่นับถอยหลัง

ภายในตำหนักทองที่งดงามราวกับวิมาน ชัญษรเลือกที่จะขังตัวเองอยู่แต่ในความมืด เขาปฏิเสธทุกการเข้าเฝ้า ปฏิเสธทุกการเชื้อเชิญจากราชสำนัก และที่สำคัญที่สุด คือการหลีกเลี่ยงที่จะพบหน้าพระธิดาฉายวรรณ ความเงียบของพญาครุฑหนุ่มเปรียบเสมือนกำแพงน้ำแข็งที่ทวีความหนาวเหน็บให้กับผู้ที่พยายามจะเข้าหา

ฝ่ายฉายวรรณนั้น แม้จะเดือดดาลอยู่ภายในจนแทบจะระเบิดออกมา แต่นางก็ยังต้องฝืนแย้มยิ้มรักษาภาพลักษณ์ของว่าที่มเหสีผู้สูงส่ง นางส่งมาลัยดอกไม้หอมรัญจวนที่ร้อยเรียงอย่างประณีตไปให้ชัญษรครั้งแล้วครั้งเล่า หวังจะให้นางรำหรือคำหวานตอบกลับมาบ้าง แต่สิ่งที่ได้รับกลับคืนมามีเพียงความว่างเปล่า ชัญษรไม่เคยเอ่ยชม ไม่เคยส่งข่าว และแม้แต่จะชายตามองมาลัยของนางก็หาไม่

เมื่อนางกลับถึงตำหนักส่วนตัว ความอดทนที่พยายามสั่งสมมาก็มลายหายไปสิ้น นางปัดข้าวของเครื่องใช้ทองคำบนโต๊ะเครื่องแป้งลงพื้นจนกระจายเกลื่อน กระจกส่องหน้าบานสวยถูกนางผลักจนร้าวราน

"ชัญษร! เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงทำกับข้าเช่นนี้!" ฉายวรรณตะโกนลั่นห้องด้วยความเกรี้ยวกราด เหล่าสนมต่างพากันก้มหน้าก้มตาตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว "ข้าคือกินรีที่งดงามที่สุดในป่าหิมพานต์ แต่เจ้ากลับทำเหมือนข้าเป็นเพียงอากาศธาตุอย่างนั้นหรือ?"

นางหอบหายใจถี่ด้วยความโกรธจัดที่พุ่งพล่านไปทั้งร่าง ก่อนจะค่อยๆ ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยและเหยียดยิ้มออกมาอย่างน่าขนลุก "ช่างเถอะ... อยากเย็นชาก็เย็นไปเถิด อีกไม่กี่วันก็ถึงวันอภิเษกแล้ว เมื่อถึงเวลานั้น... เจ้าก็จะเป็นเพียงนกในกรงทองของข้า จะหนีไปไหนก็ไม่ได้ จะรักใครก็ไม่มีสิทธิ์! เจ้าไม่มีวันขัดคำสั่งของเสด็จพ่อได้หรอก ชัญษร!"

ในขณะที่ฉายวรรณกำลังวาดฝันถึงการเอาชนะ ทางด้านชัญษรกลับตกอยู่ในห้วงความทุกข์ที่หนักหนาสาหัสกว่าร้อยเท่า เขาอยู่ที่นี่มานานกว่าสิบวันแล้ว ความทรงจำเกี่ยวกับแสงจันทร์ในกระท่อมปลายป่าที่เคยชัดเจนเริ่มเหมือนภาพลวงตาที่ไกลออกไปทุกที

เขานั่งเหม่อมองออกไปทางทิศที่ตั้งของกระท่อม หัวใจของเขาเหมือนถูกมีดกรีดซ้ำๆ "ป่านนี้เจ้าจะเป็นอย่างไรบ้างแสงจันทร์... อาคมที่พี่ร่ายไว้จะยังแข็งแกร่งอยู่หรือไม่ เจ้าจะมีอาหารกินไหม เจ้าจะร้องไห้คอยพี่จนร่างกายทรุดโทรมไปถึงไหน..."

ทุกวินาทีที่ผ่านไปคือความตายของหัวใจชัญษร เขาไม่ได้ห่วงเรื่องแต่งงานอีกต่อไป แต่เขาห่วงความเป็นความตายของหญิงที่เขารักและลูกในครรภ์ที่กำลังเติบโต เขาเหมือนคนที่ถูกขังอยู่ในกรงเหล็กที่มองไม่เห็น และนับวันความอดทนสุดท้ายของเขาก็ใกล้จะหมดลงทุกที... พร้อมกับการตัดสินใจที่จะแลกทุกอย่าง แม้กระทั่งชีวิต เพื่อทลายกำแพงแห่งนี้ให้สิ้นซาก

ในวันที่ฟ้าเบื้องบนหิมพานต์สว่างไสวด้วยแสงสีทองตระการตา วันที่ถูกกำหนดให้เป็นวันมงคลสมรสระหว่างพญาครุฑผู้สูงศักดิ์กับพระธิดากินรีผู้เลอโฉม ชัญษรกลับยืนนิ่งอยู่ในอาภรณ์สีทองประดับเพชรพลอยล้ำค่า ดวงตาของเขาหม่นแสงลงราวกับคนไร้วิญญาณ ความเสียใจกัดกินใจเขาอย่างหนักหน่วง เขาละเมิดคำสัญญาที่ให้ไว้กับแสงจันทร์... เขาผิดสัญญาที่จะกลับไปหาหญิงเดียวที่เป็นดวงใจ

ตัดภาพมายังกระท่อมปลายป่าที่เงียบเหงา แสงจันทร์ ในยามนี้ครรภ์ของนางแก่ใกล้ครบเก้าเดือน ร่างกายที่เคยแข็งแรงกลับดูเหนื่อยล้าจากการเฝ้ารอสามีที่จากไปนานนับเดือน นางลูบท้องน้อยเบาๆ อย่างแผ่วเบาพลางเหม่อมองออกไปทางเส้นขอบฟ้าที่ชัญษรจากไป

"พี่ชัญษร... เหตุใดเจ้าถึงไปนานเหลือเกิน" นางรำพึงรำพันกับนกนางคู่ที่เกาะอยู่ข้างหน้าต่าง "นี้จะครบเดือนแล้วหนา พี่ไม่เคยหายไปนานเช่นนี้ ข้าเป็นห่วงผัวข้านัก... หรือจะมีเรื่องร้ายใดเกิดขึ้นกับเขากันนะ"

หยาดน้ำตาแห่งความคิดถึงรินไหลอาบแก้มเนียน ทันใดนั้น ความเจ็บปวดรุนแรงก็แล่นปราดเข้าสู่หน้าท้องของนาง แสงจันทร์ทรุดตัวลงกับพื้นไม้ไผ่ เสียงครางเบาๆ ด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นสลับกับเสียงหอบหายใจ

"นางจะคลอดแล้ว! นายหญิงจะคลอดแล้ว!" นกนางตัวเมียร้องลั่นด้วยความตื่นตระหนก มันหันไปบอกคู่ของมันทันที "เจ้าจงรีบไปวังฉิมพลี! ไปแจ้งข่าวแก่ท่านชัญษรให้กลับมาหานางโดยด่วน! หากช้าไปกว่านี้ ทั้งแม่และลูกอาจจะไม่รอด!"

นกตัวผู้ไม่รอช้า มันสยายปีกคู่ใหญ่ ขยายร่างจากนกตัวน้อยให้กลายเป็นพญาปักษีร่างยักษ์ แล้วโผบินทะยานผ่านหมู่เมฆมุ่งหน้าสู่ยอดเขาฉิมพลีด้วยความเร็วที่เหนือกว่าลมพายุ

ทางด้านนกตัวเมีย เมื่อเห็นว่าสามีออกไปทำหน้าที่สำคัญแล้ว มันจึงรีบแปลงกายเป็นหญิงชาวบ้านธรรมดา ก่อนจะวิ่งสุดฝีเท้าออกจากป่ามุ่งหน้าสู่หมู่บ้านมนุษย์ที่อยู่ใกล้ที่สุด นางตะโกนร้องขอความช่วยเหลือด้วยเสียงอันสั่นเครือ

"ช่วยด้วย! มีหญิงสาวกำลังจะคลอดลูกอยู่ในกระท่อมท้ายป่า ใครก็ได้... ได้โปรดช่วยนางด้วย!"

ในขณะที่ชัญษรกำลังยืนนิ่งอยู่หน้าบัลลังก์ เตรียมจะก้าวเข้าสู่พิธีวิวาห์ที่เขาไม่ต้องการ ปีกของนกนางตัวผู้ก็กรีดผ่านหน้าต่างบานใหญ่เข้ามา พร้อมกับเสียงก้องที่ดังเข้าสู่โสตประสาทของเขาเพียงผู้เดียว: "นายท่าน! นายหญิงกำลังจะคลอดแล้ว! กลับไปด่วน!"

นกนางตัวผู้รีบโผบินด้วยความเร่งรีบ ทว่าเมื่อใกล้ถึงวังฉิมพลี มันกลับต้องชะงักงันด้วยความตกใจ เมื่อเห็นผืนฟ้าทั่วทั้งวังประดับประดาไปด้วยแพรพรรณสีทองและเสียงดนตรีสวรรค์ที่บรรเลงอย่างกึกก้อง งานอภิเษกกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว!

มันรีบเร่งบินตรงไปยังลานพิธีกลางวังทอง เห็นชัญษรกำลังยืนนิ่งราวกับรูปปั้นท่ามกลางสายตาผู้คนนับหมื่น มีพระธิดาฉายวรรณยืนเคียงข้างด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยชัยชนะ นกนางตัวผู้ไม่รอช้า มันแฝงตัวในเงามืดแล้วใช้อาคมสื่อสาส์นส่งตรงเข้าสู่โสตประสาทของชัญษรทันที

"นายท่าน! บัดนี้นายหญิงกำลังประสูติแล้ว นางเจ็บปวดทรมานหนัก ท่านรีบกลับไปดูเถิด!"

สิ้นเสียงกระซิบนั้น ดวงตาของชัญษรที่เคยไร้ความรู้สึกกลับเบิกกว้างขึ้น หัวใจของเขาเหมือนถูกกระชากออกจากอกด้วยความห่วงหาและหวาดกลัว เขาตระหนักได้ทันทีว่าการกำเนิดของ 'ลูกครุฑ' นั้นไม่ได้ง่ายดายเหมือนมนุษย์ทั่วไป ความทรมานจะสาหัสสากรรจ์และอาจถึงแก่ชีวิตหากไร้ซึ่งพลังของบิดาคอยคุ้มครอง

ไม่รอช้า... ชัญษรทิ้งท่าทีที่สงบนิ่งลงในทันที เขาหันหลังให้ฉายวรรณและบัลลังก์ทองคำโดยไม่แม้แต่จะชายตามอง เขาตัดสินใจสลัดผ้าคลุมชุดมงคลทิ้งพื้นกลางลานพิธี ท่ามกลางเสียงอื้ออึงของเหล่าครุฑและกินรีที่ตกตะลึง

"ชัญษร! เจ้าจะไปไหน!" เสียงท้าวทศรถตวาดก้องด้วยความโกรธจัด

ชัญษรไม่ตอบคำใด เขากระโจนร่างขึ้นสู่ท้องฟ้า เปลี่ยนร่างกลับเป็นพญาครุฑสีทองอร่ามแล้วพุ่งทะยานออกไปดุจลูกธนู ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่แปรเปลี่ยนเป็นความโกลาหลกลางงานพิธี

ฉายวรรณ ยืนตัวสั่นเทาด้วยความอับอายขายหน้า ใบหน้าของนางบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นจนหน้ามืด นางถูกทอดทิ้งกลางงานต่อหน้าธารกำนัล ท่ามกลางเสียงซุบซิบและเสียงหัวเราะเยาะของเหล่าโอรสสนมที่เฝ้าดูความพ่ายแพ้ของนาง

ท้าวทศรถทรงยืนตัวสั่นด้วยความเดือดดาล ทรงกระชับกระบี่ในมือแน่น "ชัญษร... เจ้ากล้าหักหน้าข้ากลางงานอภิเษกเพื่อไปหาสิ่งใดที่มันมีค่ากว่านั่นงั้นหรือ! อย่าหวังเลยว่าเจ้าจะได้สิ่งนั้นที่เจ้าต้องการ!"

ท่ามกลางไฟแห่งความโกรธแค้นของบิดาและคู่หมั้นที่ถูกทอดทิ้ง ชัญษรไม่ได้ยินสิ่งใดอีกต่อไป เขามุ่งหน้าสู่กระท่อมปลายป่าด้วยความเร็วสูงสุด ในใจมีเพียงคำอ้อนวอนต่อฟ้าดิน ขอให้แสงจันทร์และลูกของเขาปลอดภัย... ก่อนที่ความตายจะมาเยือนถึงหน้าประตูบ้าน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เลือดสีทอง จันทร์ที่สาบสูญ    บทที่ 12: หัวใจที่แตกสลายและความผิดพลาดที่ไม่อาจแก้ไข

    บทที่ 12: หัวใจที่แตกสลายและความผิดพลาดที่ไม่อาจแก้ไข แสงจันทร์ค่อยๆ ปิดตาลงอย่างแผ่วเบา มือบางที่เคยกำแน่นเสียจนขาวซีดคลายลงจากอกของนาง เลือดสีแดงฉานยังคงไหลทะลักเปื้อนมือและร่างกายของชัญษรที่โอบอุ้มนางแนบอกอย่างหมดหวัง ลมหายใจสุดท้ายของนางจางหายไปท่ามกลางความเงียบงันอันน่าสลดของท้องฟ้าในขณะนั้นเอง ร่างจริงของชัญษรที่กำลังต่อสู้กับท้าวทศรถอยู่กลางเวหา พลันรับรู้ถึงความสูญเสียบางอย่างที่ยิ่งใหญ่จนหัวใจแทบขาดสลาย เขารู้สึกราวกับถูกมีดกรีดแทงเข้าไปที่กลางอก ความเจ็บปวดที่ไม่อาจบรรยายได้ท่วมท้นจนเขาแทบหมดแรง ร่างกายสั่นระริกอย่างรุนแรง ท่วงทีการต่อสู้ที่เพิ่งจะมุ่งมั่นเมื่อครู่พลันอ่อนล้าลงทันที ท้าวทศรถแม้จะกำลังเผชิญหน้ากับบุตรชาย แต่พระองค์ก็ทรงสังเกตเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับลูกชายของพระองค์ได้ทันที แม้พระองค์มีเจตนาจะจับกุมตัวบุตรชายกลับไป แต่พระหทัยก็รับรู้ได้ว่าตอนนี้จิตวิญญาณของลูกชายกำลังพังทลายลงไปพร้อมกับบางสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต"ชัญษร!" ท้าวทศรถร้องเรียกด้วยพระสุรเสียงที่สั่นเครือ แต่บุตรชายไม่ได้หันมาสนใจ ร่างจริงของชัญษรพลันละทิ้งการต่อสู้ทั้งหมด รีบพุ่งลงมายังพื้น

  • เลือดสีทอง จันทร์ที่สาบสูญ    บทที่ 11: มิตรภาพที่ยิ่งใหญ่กว่าความตาย

    บทที่ 11: มิตรภาพที่ยิ่งใหญ่กว่าความตายวิเชียรไม่รอช้า ฉวยโอกาสที่หินเพิ่งถูกคำสาปกัดกินพลังจนหมดแรง พุ่งเข้าโจมตีด้วยดาบอาคมสีดำฟาดลงมาอย่างจัง! หินไร้เรี่ยวแรงจะป้องกันหรือหลบเลี่ยง ร่างยักษ์ค่อยๆ หดเล็กลงจนกลับคืนสู่ร่าง นกนางคู่ ขนาดธรรมดาเหมือนดังที่ถูกสาปมาตลอดชีวิต ขนที่เคยเปล่งประกายสีทองพลันซีดจางลง ปีกที่เคยแกร่งกล้าพับลงอย่างอ่อนเพลีย เขาแทบจะไม่อาจขยับตัวได้อีกต่อไป ร่างกายทรุดลงกับพื้นดินอย่างหมดหนทาง"จบกันแล้วสินะ พญาหงส์เพลิงอันดับหนึ่ง..." วิเชียรหัวเราะเยาะเย้ย "ดูท่าพลังที่ว่ายิ่งใหญ่นั้น ก็ไม่อาจเอาชนะคำสาปได้เสียที"ทันใดนั้นเอง! ร่างของชัญษรที่ทรุดลงกับพื้นดินไม่ไกลนัก พลันรวบรวมกำลังที่เหลืออยู่ลุกขึ้นมาอย่างลำบาก แม้บาดแผลที่แผ่นหลังยังคงเจ็บปวดแทบจะแยกย้ายกันไป แต่เมื่อเห็นเพื่อนรักเพียงคนเดียวของตนกำลังตกอยู่ในอันตราย ชัญษรก็ไม่อาจยืนดูเฉยได้ เขารีบพุ่งตัวเข้ามาขวางหน้าวิเชียรไว้ก่อนที่ดาบอาคมจะตกลงบนร่างของหินได้"ห้ามแตะต้องเขา!" ชัญษรตะโกนก้อง ดวงตาฉายแววเด็ดเดี่ยวแม้ร่างกายจะอ่อนเพลียจนแทบจะล้มลง "หินคือเพื่อนรักของข้า... เขาคือเพื่อนคนเดียวที่ข้ามี! พวก

  • เลือดสีทอง จันทร์ที่สาบสูญ    บทที่ 10: ความกล้าหาญของคู่สหายผู้ภักดี

    บทที่ 10: ความกล้าหาญของคู่สหายผู้ภักดีวิเชียรยืนมองร่างของชัญษรที่ทรุดลงกับพื้นด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะที่เหี้ยมเกรียม เขาเพิ่งทำร้ายพี่ชายต่างแม่จนบาดเจ็บสาหัสสำเร็จแล้ว และเมื่อมองเห็นอรพินแปลงร่างบินหนีไปพร้อมกับทารกน้อย เขาจึงหันสั่งกองทัพพญาครุฑที่เหลืออยู่ทันทีด้วยสุรเสียงที่ดังก้องและบงการ"พวกเจ้า! รีบไล่ล่านางนกนางคู่ตัวนั้นให้ถึงที่สุด! ไม่ว่านางจะหนีไปซ่อนอยู่ที่ใด ก็จงตามไปจับตัวนางและเด็กน้อยกลับมาให้ได้! หากขาดตัวใครตัวหนึ่ง อย่ากลับมา!"ทหารครุฑนับสิบตนตอบรับด้วยเสียงกึกก้อง ก่อนจะสยายปีกบินกระจัดกระจายตามเส้นทางที่อรพินบินหนีไป มุ่งสู่ถ้ำทองอันเป็นที่ซ่อนที่ปลอดภัยที่สุดท้ายแผ่นดินวิเชียรยังคงยืนเฝ้ามองร่างของชัญษรและแสงจันทร์ด้วยสายตาเหี้ยมโหด มือยังถือดาบอาคมสีดำทมิฬที่เปื้อนเลือดสีทองของพี่ชายไว้อย่างแน่นหนา พร้อมจะปลิดชีพทั้งคู่ทันทีที่มีโอกาส ทว่าทันใดนั้นเอง! เสียงร้องกึกก้องของนกยักษ์ดังขึ้นจากท่ามกลางหมู่เมฆ ก่อนที่ร่างยักษ์สีเพลิงทองคำจะโฉบลงมาขวางหน้าเขาไว้อย่างรวดเร็วจนลมกระชากแรงจนพื้นดินสะเทือนนั่นคือ หิน นกนางคู่ตัวผู้ สามีของอรพินเอง! เขาแยกออกมาจากกองท

  • เลือดสีทอง จันทร์ที่สาบสูญ    บทที่ 9: ความภักดีและคำขอที่แสนเจ็บปวด

    บทที่ 9: ความภักดีและคำขอที่แสนเจ็บปวดร่างรองของชัญษรพาแสงจันทร์และมณีวรรณบินรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว ทว่าก่อนจะถึงจุดหมาย บังเอิญมาพบกับนกนางคู่ทั้งสองตัวที่เพิ่งหลบหนีรอดจากการไล่ล่าของกองทัพครุฑมาได้หวุดหวิด พวกมันบินโฉบลงมาขวางหน้า ร่างกายยังสั่นระริกด้วยความเหนื่อยล้าและบาดเจ็บ แต่เมื่อเห็นนายหญิงและทารกน้อยปลอดภัย พวกมันจึงพลันเปลี่ยนร่างกลับมาเป็นอรพินในร่างหญิงสาวดังเดิมอรพินรีบบินลงมาทันที น้ำตาแห่งความดีใจและความเป็นห่วงไหลอาบแก้มเมื่อเห็นแสงจันทร์ "นายหญิง! ขอบคุณฟ้าดินที่ท่านปลอดภัยดี!"แสงจันทร์เมื่อเห็นสหายผู้ภักดีจึงรีบเอ่ยถึงภารกิจที่เหลืออยู่ ท่ามกลางความตัดสินใจที่หนักหน่วง นางมอบมณีวรรณน้อยให้กับอรพินพร้อมกับไข่หงส์เพลิงสีทองที่ติดตัวมาด้วย มือนางสั่นเทาแต่ก็แน่วแน่เมื่อส่งมอบสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตของนางไป"อรพิน... ข้าขอฝากลูกสาวของข้าไว้กับเจ้า" แสงจันทร์กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือแต่หนักแน่น "จงนำนางและไข่ทองคำใบนี้ไปไว้ในถ้ำทองตามที่ท่านชัญษรเตรียมไว้ ที่นั่นมีอาคมปกป้อง แม้ไม่มีข้าก็จะคุ้มครองพวกเจ้าได้ ขอให้เจ้าจงดูแลมณีวรรณแทนข้าด้วย... ข้าไว้ใจเจ้าที่สุด"อรพิ

  • เลือดสีทอง จันทร์ที่สาบสูญ    บทที่ 8: ศึกระหว่างพ่อลูกและทางเลือกที่เจ็บปวด

    บทที่ 8: ศึกระหว่างพ่อลูกและทางเลือกที่เจ็บปวด ความเงียบงันกลางเวหาคงยืนนานเพียงชั่วครู่ ก่อนที่ท้าวทศรถจะถอนพระหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง พระองค์จ้องมองบุตรชายด้วยสายตาที่ผสมผสานระหว่างความโกรธและความปรารถนาดีที่ซ่อนเร้นอยู่ ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างช้าๆ แต่หนักแน่นราวกับก้อนหินกลิ้งลงภูเขา "ดีแล้วที่เจ้ากล้าพูดออกมาตรง... ถ้าอย่างนั้นข้าจะให้เจ้าเลือก" พระองค์กางปีกยักษ์ขยับเข้ามาใกล้ขึ้น ทว่าท่าทีกลับไม่ได้เข้าประชิดตัวเหมือนดั่งที่คาดคิด "ทางเลือกมีเพียงสองทางเท่านั้น ชัญษร..." พระองค์ชี้ลงไปที่ร่างของแสงจันทร์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ปีกของบุตรด้วยปลายขนปีกที่แกร่งกล้า "ทางหนึ่ง... เจ้าจะละทิ้งนางผู้นี้เสียเดี๋ยวนี้ เพื่อความปลอดภัยของนางและลูกที่เพิ่งเกิด หากเจ้ายอมรับข้อตกลงของข้า ข้าจะไม่แตะต้องชีวิตของพวกนางแม้แต่ปลายขนเดียว แต่เจ้าต้องห้ามมาพบปะหรือแอบเห็นนางอีกต่อไป ต้องกลับไปยังวังฉิมพลี เพื่อเข้าพิธีอภิเษกกับฉายวรรณตามพันธสัญญาเดิมให้จงได้" สิ้นเสียงนั้น แสงจันทร์ถึงกับชะงักนิ่ง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจสุดขีด นางมองขึ้นไปที่รูปทรงของสามีด้วยมือที่กำแน่นเสียจนขาวซีด

  • เลือดสีทอง จันทร์ที่สาบสูญ    บทที่ 7: ปีกแห่งความลับและการหลบหนีสุดระทึก

    บทที่ 7: ปีกแห่งความลับและการหลบหนีสุดระทึก เสียงร้องแหลมสูงของนกนางคู่ที่บินมาเกาะขอบหน้าต่างปลุกชัญษรให้ตื่นจากภวังค์แห่งความสุขโดยพลัน ร่างนกนั้นสั่นระริกด้วยความตื่นตระหนกก่อนจะส่งเสียงบอกด้วยความรีบร้อนว่า "ท่านต้องหนีเดี๋ยวนี้! กองทัพครุฑมาใกล้ถึงที่นี่แล้ว... ที่สำคัญ พ่อของท่านก็มาด้วย!" คำว่า 'พ่อ' ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจชัญษร เขาไม่มีเวลาแม้แต่จะอธิบาย เขารีบโอบคว้าแสงจันทร์และมณีวรรณทารกน้อยขึ้นแนบอกในทันที ความเร่งรีบทำให้แสงจันทร์ต้องตกตะลึงเมื่อสัมผัสได้ถึงพละกำลังมหาศาลของชัญษรที่มากกว่ามนุษย์ธรรมดาหลายเท่าตัว แสงจันทร์ยังไม่ทันจะตั้งตัว นกนางคู่ทั้งสองตัวก็ส่งเสียงร้องกึกก้องพร้อมกับขยายร่างใหญ่โตขึ้นจนเต็มสายตา ก่อนจะตะโกนลั่น "ข้าจะล่อพวกมันไปทางอื่น! ท่านรีบหนีไป!" ก่อนที่แสงจันทร์จะสิ้นสงสัย ชัญษรก็ตัดสินใจเปิดเผยความลับที่เก็บงำมาตลอด เขาโอบกอดนางไว้แน่นแล้วขยายร่างกระโจนทะยานขึ้นสู่เวหา ร่างกายของเขากลายร่างเป็น พญาครุฑยักษ์ สง่างามและทรงพลัง แสงจันทร์เบิกตากว้างด้วยความช็อกและตื่นตระหนกจนตัวแข็งทื่อ นางไม่เคยล่วงรู้มาก่อนเลยว่าสามีที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขมาตลอด

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status