เข้าสู่ระบบ
"นินวันนี้ผมจองร้านอาหารอิตาเลียนที่นินชอบไว้นะครับ"
เสียงเรียบเรื่อยของเตชินท์ดังขึ้นพร้อมกับมือที่เอื้อมมาลูบผมฉันเบาๆ เขายังคงเป็นผู้ชายที่แสนดี สุขภาพบุรุษ และสม่ำเสมอเสมอมาตั้งแต่วันแรกที่คบกัน แต่สำหรับฉัน... ความสม่ำเสมอนั้นมันเริ่มกลายเป็นความน่าเบื่อที่กัดกินใจทีละนิด "อื้ม... ขอบใจนะเต" ฉันตอบรับสั้นๆ พลางมองใบหน้าหล่อเหลาแบบตี๋อินเตอร์ของแฟนหนุ่ม เตชินท์เพียบพร้อมทุกอย่าง ทั้งฐานะและการศึกษา แต่ในเรื่องบนเตียงเขาจืดยิ่งกว่าน้ำเปล่า ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ไม่มีเซอร์ไพรส์ ไม่มีแรงดึงดูดที่ทำให้ใจสั่นรัวเหมือนโดนไฟช็อต จนบางครั้งฉันแอบสงสัยว่าภายใต้ใบหน้ายิ้มแย้มนั้น เขามีเลือดเนื้อที่ร้อนรุ่มบ้างหรือเปล่า "เสาร์นี้ผมจะพานินไปหาแดดดี้นะครับ ท่านเพิ่งกลับจากต่างประเทศ" "คุณพ่อเตเหรอ?" ฉันถามพลางจิบไวน์ในแก้ว "เห็นว่าดุไม่ใช่เหรอ" "แดดดี้ดูเป็นคนดุครับ สุขุม นิ่ง แต่ท่านใจดีนะ" เตชินท์ยิ้มกว้าง "แต่บอกไว้ก่อนนะนิน แดดดี้น่ะ... ต่างจากผมลิบลับเลยล่ะ ท่านเป็นพวกหัวโบราณจัดๆ แต่ก็น่าเกรงขามจนคนในบริษัทแทบไม่กล้าสบตา" คำว่าต่างกันลิบลับกับคำว่านิ่งแต่ใจดี มันทำให้จินตนาการของฉันเริ่มทำงาน ฉันมองดูเตชินท์ที่กำลังหั่นสเต็กอย่างประณีต แล้วเผลอนึกไปถึงผู้ชายที่ชื่ออัครคนที่สร้างเตชินท์ขึ้นมา... เขาจะเร่าร้อนและมีพลังทำลายล้างแค่ไหนกันนะ "นินอยากไปไหม?" "ไปสิคะ..." ฉันยกไวน์ขึ้นดื่มจนหมดแก้ว ดวงตาเป็นประกายวาววับ "นินก็อยากรู้เหมือนกันว่า... ผู้ชายที่สร้างเตขึ้นมา จะน่าค้นหาแค่ไหน" ฉันไม่รู้เลยว่าคำว่าน่าค้นหาของฉันในวันนั้น จะนำไปสู่เกมสวาทที่เปลี่ยนชีวิตสาวน้อยจอมอ่อยอย่างฉันไปตลอดกาล เพราะในใจของฉันตอนนั้น... ฉันแค่ต้องการเครื่องเทศมาเติมเต็มชีวิตรักที่แสนจะจืดชืดนี้เท่านั้นเอง รู้สึกน่าตื่นเต้นมากกว่าเดิมอีกแหะ ฉันแอบยิ้มก่อนจะคิดจินตนาการไปถึงไหนต่อไหน รถยุโรปคันหรูของเตชินท์เลี้ยวเข้าสู่เขตรั้วคฤหาสน์สไตล์โมเดิร์นคลาสสิกที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางสวนร่มรื่น บรรยากาศที่นี่ดูสุขุม เยือกเย็น และน่าเกรงขาม... เหมือนเจ้าของบ้านไม่มีผิด "นินตื่นเต้นเหรอครับ มือเย็นเชียว" เตชินท์เอื้อมมากุมมือฉันไว้พลางยิ้มอ่อนโยนตามแบบฉบับของเขา "นิดหน่อยค่ะเต... พ่อคุณดุไหมนะ" ฉันแสร้งทำเป็นสาวน้อยขี้อาย ทั้งที่ในใจกระวนกระวายด้วยความอยากรู้อยากเห็น เราเดินผ่านประตูบานยักษ์เข้าไปในตัวบ้าน กลิ่นน้ำหอมแนววูดดี้ผสมกลิ่นหนังชั้นดีลอยมาปะทะจมูก มันไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมวัยรุ่นฟุ้งเฟ้อแบบที่เตชินท์ใช้ แต่มันเป็นกลิ่นของ ผู้ชายที่มีอำนาจจนฉันเผลอสูดดมเข้าปอดลึกๆ "แดดดี้ครับ... นี่นิริน แฟนผมเอง" เสียงของเตชินท์ดึงสติฉันให้เงยหน้าขึ้นมองชายที่กำลังก้าวลงมาจากบันไดวนหินอ่อน... และวินาทีนั้นเองที่ลมหายใจของฉันพลันสะดุดกึก อัครอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมบนสามเม็ด เผยให้เห็นแผงอกกำยำที่มีไรขนจางๆ พาดผ่านรอยสักลางๆ ที่โผล่พ้นปกเสื้อ กางเกงสแล็คสีดำรับกับช่วงขาสูงยาว ใบหน้าคมเข้มมีไรหนวดจางๆ ที่ได้รับการตัดแต่งอย่างดี สายตาคมกริบคู่หนึ่งกวาดมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า... มันไม่ได้ดูถูก แต่มันเหมือนกำลังตีราคา จนฉันรู้สึกร้อนวาบไปทั้งตัว "ยินดีที่ได้รู้จักนะหนูนิน" เสียงทุ้มต่ำพร่าเล็กน้อยนั่นทำเอาขนอ่อนที่ต้นคอฉันลุกชัน เขาเดินเข้ามาใกล้จนฉันได้กลิ่นบุหรี่จางๆ ที่ผสมอยู่กับตัวเขา มันช่างดึงดูดใจจนอยากจะโผเข้าหา "สะ สวัสดีค่ะ คุณอาอัคร" ฉันพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น แต่มือกลับเผลอบีบแขนเตชินท์แน่น "เรียกแดดดี้แบบที่ตาเตเรียกก็ได้ครับ... เราคนกันเองทั้งนั้น" เขายิ้มมุมปากเพียงนิด เป็นยิ้มที่ร้ายกาจที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมา ตลอดมื้อค่ำ ฉันแทบไม่ได้แตะอาหาร สายตาของฉันคอยแต่จะเหลือบมองปลายนิ้วแข็งแรงของคุณอัครที่คอยหมุนแก้วไวน์ไปมา ลำคอแกร่งที่ขยับยามเขาจิบเครื่องดื่มเข้มๆ นั่น... มันช่างน่ากัดให้จมเขี้ยว จนกระทั่งเราแยกย้ายเข้าห้องนอน... "เต... พ่อเธอน่ากลัวจัง แต่ทำไมไม่รู้... ฉันรู้สึกอยากลองเล่นกับเขาดูสักครั้ง" ฉันกระซิบข้างหูแฟนหนุ่มขณะที่เราอยู่กันลำพัง ฉันนึกว่าเตชินท์จะโกรธจนไล่ฉันออกจากบ้าน แต่เปล่าเลย... เขากลับเชยคางฉันขึ้น ดวงตาของเขาเป็นประกายวาววับแบบที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน "ถ้านินอยากลอง... ผมจะเปิดทางให้เอง ผมเองก็นึกสนุก อยากรู้เหมือนกันว่าแดดดี้ผู้เคร่งขรึม จะทนยัยตัวแสบอย่างนินได้นานแค่ไหน" รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของแฟนหนุ่มสอดรับกับความต้องการในใจฉัน... นาฬิกาบนผนังบอกเวลาตีสอง... ทุกอย่างในคฤหาสน์เงียบสนิท ฉันขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงข้างๆ เตชินท์ที่หลับสนิทไปแล้ว ฉันจงใจสวมชุดนอนผ้าซาตินสายเดี่ยวสีขาวบางเบาที่ชายกระโปรงรั้งขึ้นมาแทบจะเห็นสะโพกมน ก่อนจะเดินย่องลงไปชั้นล่างโดยอ้างกับตัวเองว่าหิวน้ำ แต่ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ห้องนั่งเล่น กลิ่นวิสกี้ฉุนๆ และควันบุหรี่จางๆ ก็ทำให้ฉันรู้ว่าเหยื่อ ของฉันยังไม่นอน "ยังไม่นอนเหรอหนูนิน" เสียงทุ้มต่ำดังมาจากมุมมืด คุณอัครนั่งอยู่บนโซฟาหนังแท้ตัวใหญ่ เขาสวมเพียงกางเกงสแล็คตัวเดียว แผงอกกว้างเปลือยเปล่าสะท้อนแสงจันทร์ดูแข็งแกร่งและน่าสัมผัสอย่างที่สุด "นิน เอ่อ นินหิวน้ำค่ะ ไม่นึกว่าแดดดี้จะยังอยู่ตรงนี้" ฉันทำตาซื่อแกล้งทำเป็นตกใจจนทำแก้วน้ำในมือหลุดร่วง... แต่มันไม่แตก เพราะมันตกลงบนพรมหนานุ่มพอดี ฉันรีบก้มลงไปเก็บ... และนั่นคือจังหวะที่จงใจให้คอเสื้อที่คว้านลึกตกลงมาจนเห็นอะไรต่อมิอะไรไปถึงไหนต่อไหน "มานี่มา... เดี๋ยวแดดดี้เก็บเอง" เขารีบคว้าข้อมือฉันไว้ แรงบีบจากฝ่ามือหนาทำเอาฉันใจสั่นรัว คุณอัครจ้องมองฉันด้วยสายตาที่พยายามจะนิ่งสงบ แต่มัดกล้ามตรงกรามที่ขบกันแน่นบอกให้รู้ว่าเขาต้องใช้ความพยายามแค่ไหนที่จะไม่รวบตัวฉันเข้าไปกอด "ขอบคุณค่ะแดดดี้... นินซุ่มซ่ามจัง" ฉันเงยหน้าขึ้นสบตาเขาในระยะประชิด แกล้งเอียงคอทำท่าทางเหมือนเด็กไม่รู้เดียงสา "มือแดดดี้... ร้อนจังเลยค่ะ" "นินไปนอนซะ" เขาพูดเสียงลอดไรฟัน พลางปล่อยมือฉันเหมือนโดนของร้อน "นินเป็นแฟนของเตจำไว้" "นินทราบค่ะแต่นินแค่เห็นแดดดี้ดูเหนื่อยๆ เลยอยากช่วยให้ผ่อนคลาย" ฉันขยับเข้าไปใกล้อีกนิดจนกลิ่นกายหอมกรุ่นของสาวแรกรุ่นวนเวียนอยู่ใต้จมูกเขา "แดดดี้รังเกียจนินเหรอคะ?" "ไม่ใช่..." เขาคำรามในลำคอ ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความปรารถนาที่ตีรวนกับศีลธรรม "แต่คนอย่างฉัน... ไม่ชอบเล่นกับไฟ โดยเฉพาะไฟที่ลูกชายตัวเองเป็นคนจุด" เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนฉันต้องแหงนหน้ามอง คุณอัครจ้องฉันนิ่งนานเหมือนอยากจะกินเลือดกินเนื้อ ก่อนจะหมุนตัวเดินขึ้นชั้นบนไปทิ้งให้ฉันยืนยิ้มมุมปากอยู่ในความมืด หึ... ปากบอกให้ไปนอน แต่สายตาแดดดี้เมื่อกี้... มันแทบจะเผาชุดนอนนินให้ละลายไปแล้วนะคะเพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 10 ปีที่นินเข้ามาอยู่ในบ้าน คุณอัครและเตชินท์ตัดสินใจพาครอบครัวกลับไปที่มัลดีฟส์อีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่แค่สามคน... แต่เป็นครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ"นิน... มองไปที่นั่นสิ" คุณอัครโอบเอวฉันพลางชี้ไปที่ชายหาด ที่เห็นอคินกำลังจูงมือน้องอลิซวิ่งเล่นน้ำอย่างสนุกสนาน"ขอบคุณนะคะแดดดี้... ขอบคุณเตด้วยที่ดูแลนินและลูกๆ ดีขนาดนี้" ฉันซบหน้าลงบนไหล่กว้างของชายหนุ่มทั้งสองคนที่ขนาบข้าง"พวกเราต่างหากที่ต้องขอบคุณนิน... ที่ยอมให้อภัย และยอมให้โอกาสพวกเราได้รักเธอ" เตชินท์จูบซับที่ขมับฉันอย่างแสนรักค่ำคืนนั้น ภายใต้แสงดาวที่มัลดีฟส์ นินถูกพาไปยังวิลล่าหลังเดิมที่เคยมีความทรงจำเร่าร้อน แต่คราวนี้มันเต็มไปด้วยความละมุนและคำมั่นสัญญาที่ว่าจะรักกันตลอดไป บทรักครั้งนี้ไม่ได้แฝงไปด้วยความแค้นหรือการเอาชนะเหมือนในอดีต แต่มันคือการหลอมรวมจิตวิญญาณของคนสามคนเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์"นินเป็นของพวกเรา... และพวกเราจะเป็นของนินตลอดไป" คุณอัครกระซิบคำรามเบาๆ ก่อนจะพานินพุ่งทะยานสู่ความสุขสมที่ไม่มีวันสิ้นสุดกาลเวลาหมุนเวียนไป แต่ความรักภายในคฤหาสน์อัครมหาศาลกลับไม่เคยจืดจางลงเลย วันนี
สามปีผ่านไป คฤหาสน์อัครมหาศาลไม่ได้เงียบเหงาอีกต่อไป "น้องอคิน" ในวัย 4 ขวบเริ่มเข้าโรงเรียนและมีความเป็นสุภาพบุรุษเหมือนแดดดี้อัคร แต่ความพีคอยู่ที่ "น้องอลิซ" วัย 2 ขวบที่กลายเป็น "นางพญาตัวจิ๋ว" ของบ้าน"แดดดี้ขา... อลิซอยากได้ตุ๊กตาตัวนั้น" เสียงเล็กๆ อ้อนวอนพลางชี้ไปที่ตุ๊กตาลิมิเต็ดเอดิชันในแคตตาล็อก"ได้สิคะลูก... แดดดี้จะเหมามาให้ทุกสีเลยดีไหม?" คุณอัครที่ใครๆ ก็เกรงขาม กลับยอมคุกเข่าลงกับพื้นเพื่อผูกเชือกรองเท้าให้ลูกสาวอย่างเต็มใจ"แดดดี้ลำเอียงนี่นา! ทีเตขอกันดั้มตัวใหม่ แดดดี้ยังบอกให้ผมใช้เงินตัวเองเลย" เตชินท์โวยวายขำๆ พลางอุ้มอคินขึ้นขี่คอ "มาอคิน... เดี๋ยวพ่อเตพาไปซื้อเอง เราไม่ง้อแดดดี้หรอกเนอะ"ฉันนั่งมองภาพเหล่านั้นด้วยรอยยิ้ม ความรักที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ในตอนแรก บัดนี้มันกลายเป็นความผูกพันที่แน่นแฟ้นจนไม่มีอะไรมาทำลายได้ สองพ่อลูกที่เคยแย่งฉัน บัดนี้เปลี่ยนมาแย่งกันตามใจลูกๆ แทน... แต่พอลูกหลับเมื่อไหร่ หน้าที่ "ปรนนิบัติ" คุณแม่นินก็ยังเป็นงานหลักของพวกเขาอยู่ดีพอลูกๆ เริ่มโต นินก็เริ่มมีเวลาว่างกลับไปออกงานสังคมบ้าง คืนนี้ฉันปรากฏตัวในชุดราตรีสีดำแหวกหลั
"ฉันบอกแล้วไงว่าต้องชื่อ 'อัญชัน' ถ้าเป็นผู้หญิงต้องอ่อนหวานและอยู่ในโอวาทของฉัน!" คุณหญิงย่าประกาศกร้าวกลางโต๊ะอาหาร ท่ามกลางความตึงเครียดของทุกคนฉันที่กำลังอุ้มท้องลูกคนที่สองได้ 5 เดือน วางช้อนลงช้าๆ พลางหันไปมองแดดดี้อัครและเตชินท์ที่นั่งขนาบข้าง "คุณท่านคะ... นินขอยืนยันคำเดิมค่ะ ลูกของนิน นินจะเป็นคนตั้งชื่อเอง และนินจะไม่ยอมให้ใครมาตีกรอบให้ลูกของนินเหมือนที่คุณท่านเคยทำกับ 'เราสามคน' อีกแล้ว""นี่เธอเก่งกล้าขึ้นมากนะนิน!" คุณหญิงย่าตบโต๊ะดังปัง"ไม่ใช่แค่เก่งกล้าค่ะ... แต่นิน 'มีอำนาจ' พอที่จะพาสามีและลูกๆ ของนินออกไปสร้างอาณาจักรใหม่ข้างนอกถ้าคุณท่านยังไม่หยุดก้าวก่าย" ฉันตอบด้วยสายตาเย็นชาที่เลียนแบบแดดดี้อัครมาเป๊ะๆคุณอัครกุมมือฉันไว้แน่นพลางเสริมด้วยน้ำเสียงทรงพลัง "นินพูดถูกครับคุณแม่... ผมกับตาเตเลือกแล้วว่าจะอยู่ข้างนิน ถ้าคุณแม่รับไม่ได้ พวกเราก็พร้อมจะย้ายออกไปอยู่ที่มัลดีฟส์ถาวรครับ"เตชินท์ยิ้มมุมปากพลางอุ้มน้องอคินขึ้นมาแนบอก "ผมเตรียมแผนสำรองไว้หมดแล้วครับคุณย่า... ถ้าอคินต้องโตมาในกรอบของคุณย่า ผมยอมให้เขาไปวิ่งเล่นบนชายหาดที่นู่นดีกว่า"คุณหญิงย่าถึงกับ
ภายในศาลาที่ถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์จนมิดชิด แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านใบไม้เข้ามาไม่ได้ช่วยให้อากาศเย็นลงเลยแม้แต่น้อย เมื่อเทียบกับอุณหภูมิร่างกายของคนสองคนที่กำลังเบียดเสียดกันอยู่"นินจะยังอยากให้ฉันช่วยอยู่ไหม?"คำถามของแดดดี้ย้ำเตือนถึงความเสี่ยง แต่ฉันกลับตอบแทนด้วยการคล้องคอเขาแน่น พร้อมกับบดเบียดทรวงอกอิ่มเข้าหาแผงอกกำยำที่กำลังสั่นสะท้าน"นินมันดื้อแดดดี้ก็ลงโทษนินสิคะ..." ฉันกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงออดอ้อนสิ้นคำพูดนั้น ความอดทนสุดท้ายของคุณอัครก็ขาดสะบั้นลง"อื้มมมม!"ริมฝีปากร้อนผ่าวประกบลงมาบดขยี้เรียวปากของฉันอย่างดุดัน มันไม่ใช่จูบที่นุ่มนวลเหมือนเตชินท์ แต่มันคือการรุกรานที่ทรงพลัง ลิ้นร้อนฉกชิมความหวานในโพรงปากของฉันอย่างบ้าคลั่ง เสียงลมหายใจหอบถี่ของเขาดังระงมไปทั่วศาลา"อ๊ะ แดดดี้... อื้อออ" ฉันครางประท้วงในลำคอเมื่อมือหนาเลื่อนลงมาขยำสะโพกมนของฉันอย่างแรงจนรู้สึกเจ็บ แต่กลับเป็นความเจ็บที่เสียวซ่านไปถึงขั้วหัวใจชุดเดรสสายเดี่ยวสีขาวถูกกระชากลงมาจนกองอยู่ที่เอว เผยให้เห็นหน้าอกหน้าใจที่สั่นกระเพื่อมตามจังหวะหายใจ คุณอัครจ้องมองมันด้วยดวงตาแดงก่ำ ก่อนจะก้มลงไปครอ
ภายในห้องนอนเด็กที่ตกแต่งอย่างหรูหราด้วยธีมท้องฟ้าสีหม่น (ตามความชอบของแดดดี้) เสียงร้องไห้จ้าของน้องอคินดังก้องขึ้นมาตอนตีสอง ทำเอาสองพ่อลูกที่เพิ่งได้งีบหลับไปไม่ถึงชั่วโมงสะดุ้งสุดตัวพร้อมกัน "เต! ไปดูซิ... ลูกร้องทำไม หิวหรือเปล่า?" แดดดี้อัครสั่งเสียงแหบพลางงัวเงียลุกขึ้นมาดู "ผมว่าน่าจะผ้าอ้อมเต็มนะครับแดดดี้... กลิ่นมันเริ่มมาแล้ว" เตชินท์ทำหน้ายุ่งพลางเดินไปที่เตียงทองคำของลูก เขาเก้ๆ กังๆ หยิบผ้าอ้อมสำเร็จรูปออกมา "แดดดี้... มาช่วยผมจับขาลูกหน่อยสิ ลูกดิ้นเก่งอย่างกับนักมวยเลย!" ภาพประวัติศาสตร์เกิดขึ้นอีกครั้งค่ะคุณฟ้า! ท่านประธานอัครมหาศาลผู้ทรงอิทธิพล ต้องมานั่งประคองขาเล็กๆ ของทารกน้อยอย่างระมัดระวัง ในขณะที่เตชินท์พยายามจะเช็ดทำความสะอาดและใส่ผ้าอ้อมใหม่ให้ลูกอย่างทุลักทุเล "เบาๆ สิตาเต! เดี๋ยวลูกเจ็บ" คุณอัครดุเสียงนุ่มแต่สายตากลับจ้องมองเจ้าตัวเล็กด้วยความหลงใหล "ผมเบาสุดๆ แล้วครับแดดดี้... อ๊ะ! อคิน! อย่าเพิ่งฉีดลูก!" ไม่ทันขาดคำ น้องอคินก็จัดการ 'พ่นน้ำมนต์' ใส่หน้าพี่เตชินท์เข้าเต็มๆ จนเตชินท์ถึงกับชะงักค้าง ส่วนแดดดี้อัครที่นั่งอยู่ข้างๆ ถึงกับหลุด
รถบรรทุกจากร้านเฟอร์นิเจอร์ระดับไฮเอนด์จอดเรียงรายหน้าตึกใหญ่ เตียงนอนเด็กบุทองคำแท้สไตล์หลุยส์ถูกยกเข้ามาวางกลางห้องโถง พร้อมกับชุดเครื่องนอนผ้าไหมอิตาลีที่คุณหญิงรสรินเป็นคนเลือกเองกับมือ"ฉันรับขวัญหลาน... ไม่ใช่รับขวัญเธอ" คุณหญิงย่าพูดเสียงแข็งพลางจิบน้ำชา สายตาปรายมองหน้าท้องที่นูนเด่นของฉัน "จำใส่หัวไว้ด้วยว่าเด็กคนนี้คือเลือดเนื้อเชื้อไขของอัครมหาศาล เขาต้องเติบโตมาอย่างสมเกียรติ""ขอบพระคุณในความเมตตาค่ะคุณท่าน..." ฉันแสร้งบีบน้ำตาพลางเดินเข้าไปลูบเตียงทองคำเบาๆ "แต่คุณท่านทราบไหมคะว่า... คุณอัครกับเตบอกนินว่า เตียงที่สวยที่สุด ไม่ใช่เตียงทองคำหรอกค่ะ""แล้วมันคือเตียงอะไร!" คุณหญิงย่าขมวดคิ้ว"ก็เตียงในห้องนอนใหญ่ที่คุณอัครกับเตชินท์ 'ช่วยกัน' ปรนนิบัตินินทุกคืนไงคะ..." ฉันแกล้งกระซิบข้างหูท่านให้ได้ยินกันแค่สองคน "คุณท่านทราบไหมคะว่าลูกชายกับหลานชายคุณท่าน... เวลาอยู่บนเตียงกับนินน่ะ 'ดุ' กว่าตอนอยู่บริษัทตั้งเยอะ""อี... อีหน้าด้าน!" คุณหญิงย่าตัวสั่นด้วยความโกรธจนถ้วยน้ำชาแทบหลุดจากมือ"อ้าว... คุณแม่ คุยอะไรกับนินอยู่เหรอครับ ดูหน้าแดงๆ นะ" คุณอัครเดินเข้ามาพร้อมกั







