LOGINเมื่อปรางค์แก้วแต่งตัวเสร็จ เธอมองตัวเองในกระจกสักพัก สะท้อนให้เห็นใบหน้าที่ดูสงบ
แต่มุมปากที่เบาลงเผยถึงความเครียดและเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ลึกๆ
ความงดงามจากภายนอกไม่อาจบดบังความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความระมัดระวังในตัวเธอ
ขณะนั้น มือของเธอพยายามจับผมไว้ให้เรียบร้อย แต่มือที่สั่นนิดๆ
เป็นสัญญาณของการควบคุมตัวเองอยู่ในระดับที่ยากจะเข้าใจ
ชีวิตที่เคยเต็มไปด้วยการวางแผน และทุกอย่างที่เคยมีระเบียบ
ดูเหมือนจะพังทลายไปในพริบตา
เสียงเคาะประตูดังขึ้นจากข้างนอก ร่างของปรางค์แก้วสดุ้งตื่นจากภวังค์
"ปรางค์คุณแต่งตัวเสร็จหรือยัง" คำถามจากคามินดังมา ทำให้เธอต้องรวบความรู้สึกของตัวเอง ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ และตอบกลับไป
"ค่ะ... เสร็จแล้ว"
ประตูห้องถูกเปิดออกมาพร้อมๆ กับภาพของคามินในชุดทำงานที่เข้ากันอย่างไร้ข้อสงสัย เมื่อคืนเขาคงไปนอนอีกห้อง
ท่าทีที่คงจะชินกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำ ดวงตาคมยังคงไร้อารมณ์ เหมือนทุกๆวัน
กระทั่งการตั้งคำถามดูเหมือนเป็นเพียงกิจวัตรหนึ่งที่เขาทำกับทุกคน
ปรางค์แก้วต้องเดินออกไปจากห้องนั้น มุ่งหน้าไปยังห้องโถง เพื่อลงไปพบกับคามิน
"คุณจะเอาอะไรเป็นอาหารเช้าค่ะ" คำถามของเธอออกมาเบาๆ
ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นคำถามที่จริงใจหรือเพียงแค่พยายามไม่ให้ความเงียบปกคลุมไปทั้งหมด ช่วงนี้พ่อกับแม่ของคามินไปพักบ้านที่เชียงใหม่
"อะไรก็ได้" คามินตอบสั้นๆ เดินออกไปก่อนแล้วตามปรางค์แก้วที่ยังยืนอยู่ไม่ไกล
บรรยากาศในบ้านค่อนข้างแปลกต่างจากช่วงเวลาที่ผ่านมา
เหมือนการแต่งงานที่เริ่มต้นมาด้วยความที่ไม่เต็มใจของเขา แต่ทุกอย่างยังคงต้องเดินหน้าต่อไป
แม้ว่าในใจของทุกคนจะมีคำถามที่ไม่มีคำตอบ
ในขณะที่ปรางค์แก้วกำลังตั้งใจทำงานของตัวเองอย่างเงียบๆ กับความเครียดที่ยังคงเกาะกุมในใจ
อริสา ก็เดินเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็ว พร้อมกับใบหน้าที่ไม่ค่อยพอใจ
"คุณคามินคะ เรื่องนี้มันไม่ถูกต้องเลยค่ะ" อริสาพูดเสียงเบา แต่รู้สึกเต็มไปด้วยความกังวล
ใบหน้าของเธอแสดงออกถึงความไม่พอใจ
คามินที่กำลังนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะหันมามอง อารมณ์ของเขายังคงเย็นชาเหมือนเดิม
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงที่สั้นๆ แต่เยือกเย็น "อะไร?"
อริสาทิ้งกระดาษบนโต๊ะของคามินก่อนจะอธิบายเพิ่มเติม "ปรางค์แก้วทำงานผิดค่ะ
เราได้เอกสารที่ไม่ถูกต้อง และมันอาจทำให้โปรเจกต์เราล่าช้า ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขทันที"
คามินมองไปที่ปรางค์แก้วที่นั่งทำงานอยู่ไม่ไกล ร่างกายเธอสั่นเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดนี้
เธอรู้ดีว่าผิดพลาดเล็กน้อยในงานส่งผลกระทบต่อทุกคนในทีม แต่ความกดดันในตัวเธอทำให้ผิดพลาดง่ายๆ แบบนี้เกิดขึ้น
ปรางค์แก้วไม่ตอบอะไร เพียงแค่ก้มหน้าลง พยายามซ่อนความไม่สบายใจเอาไว้
แต่ในใจเธอกลับว้าวุ่นและรู้สึกอายที่ได้ฟังคำวิจารณ์จากอริสา
คามินมองไปที่เอกสารที่อริสานำมาวางให้เขาดู สักพักเขาก็ลุกขึ้นอย่างช้าๆ
เดินเข้าไปหาโต๊ะที่ปรางค์แก้วนั่งอยู่ สายตาแข็งกร้าวของเขามองเธออย่างไม่แยแส ก่อนจะพูดขึ้น
"ปรางค์แก้ว" คามินพูดเสียงเรียบ "คุณต้องใส่ใจในงานของคุณมากกว่านี้ ครั้งนี้ผมถือว่าคุณยังใหม่อยู่ ครั้งต่อไปอย่าให้พลาดอีก"
การพูดนี้ทำให้ปรางค์แก้วรู้สึกเหมือนมีภาระหนักๆ มาวางทับที่อก เธอพยักหน้าเบาๆ
ขอโทษเขาในใจ แต่คำพูดเหล่านั้นกลับไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกของเธอดีขึ้นเลย
อริสามองดูสถานการณ์ข้างๆ แล้วก็พูดขึ้นเสียงดังขึ้นอย่างไมเกรงใจปรางค์แก้วเลยสักนิด
"คุณต้องมั่นใจในงานของคุณมากกว่านี้ การผิดพลาดแบบนี้จะทำให้บริษัทเสียหาย"
"ผมจะไม่ยอมให้ความผิดพลาดเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อบริษัท"
คามินพูดอีกครั้ง พร้อมกับถอนหายใจเสียงเบา ก่อนจะหันหลังและเดินไปนั่งที่โต๊ะของตัวเอง
ปรางค์แก้วยังคงนั่งอยู่เงียบๆ มองเขาไปไม่ออก ความรู้สึกผิดกับความอึดอัดตอกย้ำในใจของเธออย่างไม่หยุดหย่อน
บรรยากาศระหว่างทั้งคู่กลายเป็นสิ่งที่เคยเต็มไปด้วยความเงียบสนิท
และทุกคำพูดทุกท่าทางยิ่งบีบคั้นให้ความเครียดที่แอบอยู่ภายในมากขึ้น
คามินสังเกตเห็นความเงียบที่คืบคลานเข้ามารอบๆ ตัวเขา
เขาเห็นสีหน้าของปรางค์แก้วที่เคร่งเครียดและรู้สึกถึงการเผชิญหน้ากับความเครียดในตัวเธอ
ร่างของอริสากำลังยืนห่างออกไปเล็กน้อย แต่แววตาที่เธอมองไปยังให้ปรางค์แก้วยิ่งตอกย้ำให้ทุกอย่างดูหนักหนาขึ้น
สายตาของคามินที่เคยเย็นชาเริ่มมีความอ่อนโยนมากขึ้น เมื่อรู้สึกถึงความผิดปกติในสถานการณ์แบบนี้
เขาพยายามสงบจิตใจตัวเองที่แทบจะไม่สนใจอะไรเลยในช่วงเวลาที่ผ่านมา
"อริสา" คามินพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เรียบๆ แต่มันดูแฝงไปด้วยการควบคุมสถานการณ์ เขาหันไปมองที่อริสา
"เลิกพฤติกรรมแบบนี้เถอะ"
อริสาถึงกับนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะยอมแยกตัวออกห่าง คามินหันไปหาปรางค์แก้วที่ยืนนิ่งอยู่กับอาการกดดันที่ตกค้างอยู่ในตัวเธอ
"ปรางค์แก้ว" คามินพูดเบาๆ เรียกชื่อของเธอให้รู้สึกถึงการรับฟังและใส่ใจ
เขามองดวงตาของเธอแล้วกระแสความรู้สึกที่เย็นชาในตัวเขาค่อยๆ เลือนหายไป "งานนี้เดี๋ยวผมช่วยแก้ให้ "
คามินเดินไปที่โต๊ะทำงานอย่างไม่รีบร้อน เขาหยิบกระดาษขึ้นมาแล้วเริ่มขีดเขียนบางสิ่งลงบนกระดาษเหล่านั้น
เสียงปากกาบนกระดาษค่อยๆ เติมเต็มอากาศ
"นี่คือการปรับงานใหม่ให้ถูกต้อง" เขาหันไปส่งกระดาษให้ปรางค์แก้ว "อาจจะไม่สะดวก แต่คุณต้องทำให้มันเสร็จภายในวันนี้"
ปรางค์แก้วยืนมองเขาไม่กี่วินาทีก่อนจะรับกระดาษมาจากเขาด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย
ความรู้สึกขอบคุณเอ่อล้นภายในใจของเธอ แม้แต่คามินที่ดูเย็นชาและห่างเหินเช่นนี้ ก็ยอมช่วยเธอแก้ปัญหาอย่างไม่มีเงื่อนไข
"ขอบคุณค่ะ" เธอกระซิบเสียงเบา จิตใจของเธอลืมสิ่งที่หนักหน่วงอยู่ภายใน
ใบหน้าเธอไม่อาจควบคุมได้เลยว่าจะยิ้มออกมาด้วยความโล่งใจ
คามินมองการกระทำของเธอแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ "ไม่ต้องขอบคุณ "
แต่เธอก็รู้ดี ว่านี่คือวิธีที่เขาได้แสดงให้เห็นว่าบางครั้งไม่ต้องมีคำพูดมากมาย
ก็สามารถช่วยทำให้เธอรู้สึกถึงการรับรู้และความเข้าใจจากเขาได้
หลังจากที่เลิกงานเย็นนั้น เขาชวนเพื่อนๆ ไปดื่มเพื่อผ่อนคลาย
ที่บาร์ซึ่งเต็มไปด้วยแสงไฟสีสันและเสียงดนตรีที่เร้าอารมณ์ คามินหยิบแก้วในมือขึ้นจิบเบาๆ
ก่อนจะปล่อยให้มันวางลงบนโต๊ะ เขามองเพื่อนๆ ของเขาอย่างเงียบๆ
แม้ว่าพวกเขากำลังสนุกสนาน แต่ภายในใจของคามินกลับรู้สึกว่างเปล่า
“แกดูเหม่อไปนะ มีอะไรหรือเปล่าวะ” ธีรศักดิ์ เพื่อนสนิทคนหนึ่งเอ่ยถาม ดวงตามองจับสังเกตสีหน้าของคามิน
คามินหัวเราะเบาๆ พอเป็นมารยาท แล้วส่ายศีรษะ “ไม่มีอะไรหรอก แค่คิดอะไรเพลินๆ น่ะ”
เขาตอบ แต่คำพูดนั้นไม่ได้ช่วยปกปิดสายตาที่แฝงไปด้วยความกังวล
"เรื่องที่บ้านหรือเรื่องงาน" อีกรวิชญ์แซว “หรือเรื่องคนที่เพิ่งแต่งงานด้วย?”
ทุกคนรู้กันดีว่าเขากำลังเครียดจากการแต่งงานและความสัมพันธ์ที่ไม่สมบูรณ์แบบกับปรางค์แก้ว
"คามิน แกโอเคมั้ยเนี่ย" หนึ่งในเพื่อนที่รู้จักเขามานานถามด้วยความห่วงใย
คามินดื่มเหล้าไปหนึ่งแก้วแล้วพยักหน้าช้าๆ "ก็ดี แต่มันแปลกๆ หน่อยในบางครั้ง"
เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ยังคงห่างเหิน ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่แก้วเหล้าแต่ไม่พูดอะไรต่อ
เพื่อนอีกคนเริ่มหยอดมุกที่เล่นจนคามินหัวเราะขึ้นมา
มันเหมือนจะคลายความอึดอัดในห้องไปบ้าง แต่คามินก็ยังคงคิดถึงปรางค์แก้วขึ้นมา
"แกจะทำยังไงกับเรื่องนี้วะคามิน"ธีรศักดิ์ เอ่ยถามด้วยความสงสัย
คามินก้มหน้าลงไปเล็กน้อย เหมือนพยายามจัดการความคิดของตัวเองให้ลงตัว
"บางครั้งการทำตามความคาดหวังของครอบครัวมันทำให้เราลืมตัวจริงๆ ว่าเราอยากเป็นยังไงบ้างในชีวิตส่วนตัว"
คามินพูดต่อด้วยเสียงเบา บางทีความเครียดของเขาก็สะสมมานาน เขารู้สึกว่าสิ่งนี้จะต้องดำเนินไปให้ได้เพื่อที่จะผ่านไปได้
"แต่บางครั้งการที่คนเรามีพันธะทางสังคม มันก็เป็นอะไรที่ยากจะหลีกเลี่ยง" เขากล่าวต่อ ทิ้งท้ายด้วยการยิ้มขมขื่น
ทุกคนในโต๊ะมองมาที่คามินต่างรับรู้ว่าเขากำลังเหนื่อยกับความซับซ้อนในชีวิต
แม้ว่ามันจะฟังดูไม่มาก แต่เพื่อนๆ ก็รู้ว่าเขาคงจะเครียดอยู่ไม่น้อย
เมื่อเพื่อนๆ พูดเรื่องทั่วๆ ไป คามินกลับมาสนใจเรื่องของตัวเองอย่างลึกซึ้งอีกครั้ง
ที่ใจในห้วงความคิดของเขายังวนเวียนถึงความสัมพันธ์กับปรางค์แก้ว
ที่แม้ภายนอกจะดูเหมือนคู่สมรสที่สมบูรณ์แบบ แต่ภายในแล้วเต็มไปด้วยความรู้สึกค้างคาใจที่ไม่รู้จะหาทางออกจากมันยังไง
"ฉันไม่ได้อยากเป็นแบบนี้ซะหน่อย!"เขามองเธอที่นั่งทำหน้าหงอยๆ แล้วก็ได้แต่ยิ้มขำ เดินเข้ามายืนห่างๆ ก่อนจะพูดด้วยเสียงอ่อนโยน "โอเค งั้นเดี๋ยวผมไปอยู่ห้องข้างๆ ก่อนละกัน จะได้ไม่รบกวนคุณ"พอได้ยินแบบนั้น ปรางค์แก้วเงยหน้าขึ้นมองเขา หัวใจรู้สึกวูบโหวงอย่างบอกไม่ถูก"แต่ถ้าคุณต้องการอะไร แค่เรียกผมนะ" คามินยิ้มให้ ก่อนจะเดินออกไปจริงๆปรางค์แก้วมองตามหลังเขาไป รู้สึกทั้งโล่งใจและว้าเหว่นิดๆ อย่างประหลาดเขาจะย้ายไปนอนห้องอื่นจริงๆ เหรอเธอถอนหายใจ พลิกตัวลงนอน ดึงผ้าห่มคลุมตัวเองไว้ แต่ไม่รู้ทำไม อยู่ๆ ก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอีกแล้ว!ขณะที่พ่อแม่ของปรางค์แก้วและพ่อแม่ของคามินกำลังคุยกันด้วยความตื่นเต้น คามินก็เดินออกมาจากห้องของภรรยาอย่างหมดสภาพเขาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ สีหน้าดูเหนื่อยล้าแต่ก็เต็มไปด้วยความรักและห่วงใย"เป็นไงบ้างล่ะลูก" คุณนุชนารถหันไปถามลูกชายด้วยรอยยิ้ม "หนูปรางค์แพ้ท้องมากเลยเหรอ"คามินพยักหน้าช้าๆ "มากเลยครับแม่ เห็นผมแล้วอ้วกเลย"คุณอเนกหัวเราะขำ "อ้าว แล้วไปทำอะไรให้เขาเหม็นล่ะ""เปล่าเลยครับพ่อ แค่เดินเข้าไปเฉยๆ ยังโดนไล่ออกจากห้องเลย" คามินทำ
คามินที่เพิ่งตื่นขึ้นมาเห็นปรางค์แก้ววิ่งเข้าห้องน้ำไปอย่างเร่งรีบก็ตกใจ เขารีบลุกจากเตียงเดินตามไป"ปรางค์!" เขาเคาะประตู "เป็นอะไรหรือเปล่า"ภายในห้องน้ำ ปรางค์แก้วยืนพิงอ่างล้างหน้าด้วยอาการมึนหัว มือบางแตะหน้าท้องตัวเองโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะรีบเปิดน้ำล้างหน้าให้สดชื่น"ฉันไม่เป็นไร" เธอตอบเสียงเบาๆ พลางสูดลมหายใจเข้าลึกๆแต่คามินไม่เชื่อ เขาผลักประตูเข้าไปทันทีที่เห็นว่าเธอไม่ได้ล็อก และพบว่าภรรยาของเขาดูซีดกว่าปกติ"ทำไมหน้าซีดแบบนี้" เขาขมวดคิ้วเข้ม "เมื่อคืนยังดีๆ อยู่เลย"ปรางค์แก้วเม้มริมฝีปาก พลางเบือนหน้าหนีสายตาจับผิดของเขา "ฉันแค่เวียนหัวนิดหน่อย ไม่มีอะไรหรอก""เวียนหัวแต่เช้าแบบนี้" คามินนิ่งไป ก่อนที่ดวงตาของเขาจะเป็นประกายขึ้นมาแวบหนึ่ง"หรือว่า"ปรางค์แก้วชะงัก หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นแววตาลุ้นระทึกของเขา"หรือว่าคุณกำลังท้อง" คามินถามออกมาเสียงเบาราวกระซิบ แต่เต็มไปด้วยความหวังปรางค์แก้วเงียบไป เธอเองก็เริ่มคิดถึงความเป็นไปได้นั้นเช่นกันคามินมองปรางค์แก้วที่นอนซมอยู่บนเตียงด้วยสีหน้าเป็นกังวล เธอดูอ่อนเพลียจนแทบไม่มีแรง ขนาดน้ำเปล่าแค่ไม่กี่อึก เธอยังอาเจ
แม่ของคามินมองภาพตรงหน้าแล้วอดหัวเราะไม่ได้“ตายจริง! นี่ลูกชายฉันหรือเด็กสามขวบกันแน่” เธอพูดกลั้วหัวเราะ ขณะที่คามินยังคงกอดปรางค์แก้วแน่นไม่ยอมปล่อยพ่อของปรางค์แก้วกระแอมเบาๆ มองชายหนุ่มตรงหน้าที่เคยวางมาดขรึมตลอด ตอนนี้กลับทำตัวเหมือนเด็กขี้อ้อนเสียอย่างนั้น“ นี่มันบ้านพ่อแม่นะ จะมากอดกันกลางบ้านแบบนี้ไม่อายหรือไง”พ่อของปรางค์แก้วพูดเสียงเข้ม แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความเอ็นดูคามินไม่สะทกสะท้าน ยังคงซบไหล่ปรางค์แก้วและพูดเสียงอ้อน“ไม่อายครับพ่อ ผมแค่อยากให้ปรางค์กลับบ้านด้วย”แม่ของปรางค์แก้วหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหันไปพูดกับสามี “เห็นไหมคะ พ่อ ดูสิ ลูกเขยเราเป็นเอามาก”“ใช่เป็นเอามากจริงๆ” พ่อของปรางค์แก้วตอบเสียงเรียบ “อยากจะง้อเมียก็ต้องพยายามหน่อย”แม่ของคามินหัวเราะคิก “นั่นสิ พ่อแม่ช่วยอะไรไม่ได้หรอก ต้องแล้วแต่ยายปรางค์แล้วล่ะ ว่าจะใจอ่อนหรือเปล่า”ปรางค์แก้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะผลักอกคามินเบาๆ “ปล่อยก่อนค่ะ นี่พ่อกับแม่ฉันมองอยู่นะ”“ไม่ปล่อย” คามินพูดเสียงอู้อี้ “ผมจะรอจนกว่าคุณจะบอกว่าจ
คามินเปิดประตูเข้ามาในบ้านด้วยสภาพเหนื่อยล้า แอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปเมื่อคืนเริ่มจางหาย ทิ้งไว้เพียงความหนักอึ้งในใจบ้านเงียบสนิทจนผิดปกติเขาขมวดคิ้ว เดินเข้าไปด้านในแล้วมองไปรอบๆ ทุกอย่างยังคงอยู่ที่เดิม แต่กลับให้ความรู้สึกว่างเปล่าอย่างบอกไม่ถูก“ปรางค์” เขาเรียกชื่อเธอเสียงเบา ก่อนจะเดินไปยังห้องนอนพอเปิดประตูเข้าไป เขากลับพบว่าตู้เสื้อผ้าถูกเปิดทิ้งไว้โล่งๆ บางส่วน เสื้อผ้าของเธอหายไป!คามินยืนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินไปเปิดลิ้นชัก เธอเอาของใช้ส่วนตัวไปเกือบหมดหัวใจเขาหล่นวูบไปอยู่ตาตุ่ม“บ้าชะมัด” เขาพึมพำกับตัวเอง พลันรู้สึกถึงความผิดพลาดที่ก่อขึ้นเมื่อคืนเขาพูดอะไรออกไปบ้างนะเขาพูดว่าหย่าใช่ไหม มือหนากำแน่น ดวงตาคมสะท้อนความรู้สึกสับสนและเสียใจเขาหันหลังกลับ เดินออกจากห้องด้วยจิตใจร้อนรน ไม่สนใจความมึนงงจากฤทธิ์เหล้าอีกแล้วเขาต้องไปหาเธอ!หัวใจของคามินอ่อนวูบราวกับถูกบีบรัดด้วยมือที่มองไม่เห็นเขามองไปรอบๆ ห้องอีกครั้ง หวังว่าบางทีนี่อาจเป็นเพียงภาพลวงตา หรือเธออาจจะแค่
"ใช่ ในเมื่อคุณไม่เชื่อในตัวผมเราก็หย่ากันเถอะ!" เขากล่าวเสียงเย็นชา ก่อนจะหันหลังเดินออกไปเสียงประตูปิดลงอย่างแรง ปรางค์แก้วสะดุ้ง เธอยืนตัวสั่น หัวใจเต้นรัวด้วยอารมณ์ที่อัดแน่นอยู่ภายใน น้ำตาที่กลั้นไว้ก็เอ่อขึ้นมาเขาไปแล้วไปโดยไม่หันกลับมามองแม้แต่นิดเดียวปรางค์แก้วทรุดตัวลงนั่งกับพื้น มือบางกำแน่นข้างลำตัว ความรู้สึกทั้งโกรธ ทั้งน้อยใจ ทั้งเจ็บปวดแล่นเข้ามาจุกอยู่ที่อก"ทำไม คามินคุณอยากหย่ากับฉันมากขนาดนี้เลยเหรอ" เธอพึมพำกับตัวเอง น้ำตาไหลลงมาอาบแก้มโดยไม่รู้ตัวเธอรู้ว่าคามินโกรธ รู้ว่าเขาหงุดหงิดที่เธอไม่เชื่อใจเขา แต่การที่เขาเอ่ยปากขอหย่าแบบนี้ มันเกินไปไหมเสียงฝนด้านนอกดังขึ้นเรื่อยๆ เธอเดินไปยืนที่หน้าต่าง มองเห็นแสงไฟท้ายรถของคามินค่อยๆ หายไปในความมืด ความรู้สึกว่างเปล่าถาโถมเข้ามาเธอไม่คิดว่ามันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้เธอแค่อยากให้เขาพูดอะไรสักอย่างที่ทำให้เธอมั่นใจ ไม่ใช่พูดคำว่าหย่าออกมาแบบนั้น"คุณอยากหย่า ใช่ไหม"ปรางค์แก้วถามตัวเอง แต่กลับไม่มีคำตอบใดๆ มีเพียงเสียงฝนที่กระหน่ำลงมาเหมือนจะซ้ำเติมหัวใจของเธอให้ยิ่งปวดร้าวมากขึ้นปรางค์แก้วตัดสินใจแน่วแน่ เธอ
ในออฟฟิศที่เต็มไปด้วยเสียงคีย์บอร์ดดังคลอไปกับการพูดคุยของพนักงาน อริสานั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของตัวเองอย่างเงียบๆ สายตาของเธอเหลือบมองไปยังมุมห้องทำงานที่คามินยืนอยู่ คามินกำลังยิ้มให้กับปรางค์แก้วขณะพวกเขาคุยกันเรื่องงาน ดูเหมือนทุกอย่างจะลงตัวไปหมด ทั้งพูดคุยกันอย่างมีความสุข มือของคามินยกขึ้นแตะเบาๆ ที่แขนปรางค์แก้ว พร้อมกับสายตาที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น"ปรางค์คุณคิดว่างานนี้โอเคไหม" คามินถามปรางค์แก้วด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ขณะที่เขาหันไปมองปรางค์แก้วอย่างใกล้ชิด เธอเหลือบตามองเขาด้วยรอยยิ้มหวาน ก่อนตอบกลับ"ก็โอเคนะคะฉันคิดว่าเราน่าจะทำตามแผนนี้นะคะ ถ้าเป็นไปได้มันน่าจะดีที่สุดนะคะคามิน"อริสาไม่สามารถข่มความรู้สึกในใจได้อีกต่อไป เธอมองทั้งคู่ด้วยความหึงหวง จับตามองทุกการเคลื่อนไหวของคามินและปรางค์แก้ว หัวใจของเธอเริ่มรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งกดดันจนหายใจไม่ออก แต่ในขณะเดียวกัน ความคิดที่รุนแรงก็เริ่มก่อตัวขึ้นในหัวอริสามองเห็นความรักที่คามินมีต่อปรางค์แก้วอย่างลึกซึ้ง เธอรู้สึกเจ็บปวดและโกรธแค้นที่ไม่สามารถเอาชนะใจเขาได้ จึงเริ่มวางแผนบางอย่าง เพื่อให้คามินหันกลับมาสนใจเธอแทนที่จะเ
"สวัสดีค่ะคุณผู้หญิง สายเองค่ะ" เสียงของป้าสายเต็มไปด้วยความยินดีเมื่อเธอโทรหาคุณนุชนารถ แม่ของคามิน"สายเหรอ มีอะไรหรือเปล่า" คุณนุชนารถพูดปลายสาย เสียงนุ่มนวลปนความสนใจ"สายแค่จะรายงานเรื่องของคุณคามินกับคุณปรางค์แก้วค่ะ ดูเหมือนความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะเริ่มดีขึ้นมากแล้วนะคะ สายเห
เย็นวันนั้น หลังจากเสร็จสิ้นจากการประชุมอันยาวนาน ปรางค์แก้วตั้งใจว่าจะเก็บเอกสารในห้องประชุมให้เรียบร้อยก่อนกลับบ้าน แต่เมื่อเดินออกจากห้อง เธอสังเกตว่าห้องทำงานของคามินยังคงมีแสงไฟเปิดอยู่ เธอคิดว่าเขาจะไปรอเธอที่รถแล้ว"เขายังทำงานอยู่เหรอเนี่ย" เธอคิดในใจ ก่อนจะตัดสินใจนำรายงานที่ต้องเซ็นต์มาใ
บรรยากาศในที่ทำงานเสียงเครื่องพิมพ์ดังต่อเนื่องผสมกับเสียงพูดคุยของพนักงานในแผนกช่วยเติมชีวิตชีวาให้กับวันทำงาน คามินเดินเข้ามาในออฟฟิศด้วยท่าทางสง่างาม ชุดสูทของเขาดูเนี้ยบทุกกระเบียดนิ้ว ขณะที่ปรางค์แก้วกำลังก้มหน้าตรวจสอบเอกสารอยู่ที่โต๊ะเล็กมุมห้องของเธอไม่นานนัก อริสา เลขาฯ ส่วนตัวของคามิน
คามินจิบเครื่องดื่มในมือช้าๆ ก่อนจะวางแก้วลงและถอนหายใจ เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลาก็พบว่าดึกพอสมควรแล้ว"ฉันว่าพอแค่นี้ก่อนนะ พรุ่งนี้มีงานสำคัญ ต้องพักผ่อนบ้าง" เขาหันไปบอกเพื่อนๆ ที่ยังนั่งพูดคุยกันอย่างออกรส“อะไรกัน นี่ยังไม่ทันจะได้ลืมเรื่องงานเลย” ธีรศักดิ์แซว พร้อมรอยยิ้มขี้เล่น“พักบ้างก็ไ







