Mag-log inเมื่อปรางค์แก้วแต่งตัวเสร็จ เธอมองตัวเองในกระจกสักพัก สะท้อนให้เห็นใบหน้าที่ดูสงบ
แต่มุมปากที่เบาลงเผยถึงความเครียดและเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ลึกๆ
ความงดงามจากภายนอกไม่อาจบดบังความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความระมัดระวังในตัวเธอ
ขณะนั้น มือของเธอพยายามจับผมไว้ให้เรียบร้อย แต่มือที่สั่นนิดๆ
เป็นสัญญาณของการควบคุมตัวเองอยู่ในระดับที่ยากจะเข้าใจ
ชีวิตที่เคยเต็มไปด้วยการวางแผน และทุกอย่างที่เคยมีระเบียบ
ดูเหมือนจะพังทลายไปในพริบตา
เสียงเคาะประตูดังขึ้นจากข้างนอก ร่างของปรางค์แก้วสดุ้งตื่นจากภวังค์
"ปรางค์คุณแต่งตัวเสร็จหรือยัง" คำถามจากคามินดังมา ทำให้เธอต้องรวบความรู้สึกของตัวเอง ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ และตอบกลับไป
"ค่ะ... เสร็จแล้ว"
ประตูห้องถูกเปิดออกมาพร้อมๆ กับภาพของคามินในชุดทำงานที่เข้ากันอย่างไร้ข้อสงสัย เมื่อคืนเขาคงไปนอนอีกห้อง
ท่าทีที่คงจะชินกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำ ดวงตาคมยังคงไร้อารมณ์ เหมือนทุกๆวัน
กระทั่งการตั้งคำถามดูเหมือนเป็นเพียงกิจวัตรหนึ่งที่เขาทำกับทุกคน
ปรางค์แก้วต้องเดินออกไปจากห้องนั้น มุ่งหน้าไปยังห้องโถง เพื่อลงไปพบกับคามิน
"คุณจะเอาอะไรเป็นอาหารเช้าค่ะ" คำถามของเธอออกมาเบาๆ
ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นคำถามที่จริงใจหรือเพียงแค่พยายามไม่ให้ความเงียบปกคลุมไปทั้งหมด ช่วงนี้พ่อกับแม่ของคามินไปพักบ้านที่เชียงใหม่
"อะไรก็ได้" คามินตอบสั้นๆ เดินออกไปก่อนแล้วตามปรางค์แก้วที่ยังยืนอยู่ไม่ไกล
บรรยากาศในบ้านค่อนข้างแปลกต่างจากช่วงเวลาที่ผ่านมา
เหมือนการแต่งงานที่เริ่มต้นมาด้วยความที่ไม่เต็มใจของเขา แต่ทุกอย่างยังคงต้องเดินหน้าต่อไป
แม้ว่าในใจของทุกคนจะมีคำถามที่ไม่มีคำตอบ
ในขณะที่ปรางค์แก้วกำลังตั้งใจทำงานของตัวเองอย่างเงียบๆ กับความเครียดที่ยังคงเกาะกุมในใจ
อริสา ก็เดินเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็ว พร้อมกับใบหน้าที่ไม่ค่อยพอใจ
"คุณคามินคะ เรื่องนี้มันไม่ถูกต้องเลยค่ะ" อริสาพูดเสียงเบา แต่รู้สึกเต็มไปด้วยความกังวล
ใบหน้าของเธอแสดงออกถึงความไม่พอใจ
คามินที่กำลังนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะหันมามอง อารมณ์ของเขายังคงเย็นชาเหมือนเดิม
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงที่สั้นๆ แต่เยือกเย็น "อะไร?"
อริสาทิ้งกระดาษบนโต๊ะของคามินก่อนจะอธิบายเพิ่มเติม "ปรางค์แก้วทำงานผิดค่ะ
เราได้เอกสารที่ไม่ถูกต้อง และมันอาจทำให้โปรเจกต์เราล่าช้า ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขทันที"
คามินมองไปที่ปรางค์แก้วที่นั่งทำงานอยู่ไม่ไกล ร่างกายเธอสั่นเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดนี้
เธอรู้ดีว่าผิดพลาดเล็กน้อยในงานส่งผลกระทบต่อทุกคนในทีม แต่ความกดดันในตัวเธอทำให้ผิดพลาดง่ายๆ แบบนี้เกิดขึ้น
ปรางค์แก้วไม่ตอบอะไร เพียงแค่ก้มหน้าลง พยายามซ่อนความไม่สบายใจเอาไว้
แต่ในใจเธอกลับว้าวุ่นและรู้สึกอายที่ได้ฟังคำวิจารณ์จากอริสา
คามินมองไปที่เอกสารที่อริสานำมาวางให้เขาดู สักพักเขาก็ลุกขึ้นอย่างช้าๆ
เดินเข้าไปหาโต๊ะที่ปรางค์แก้วนั่งอยู่ สายตาแข็งกร้าวของเขามองเธออย่างไม่แยแส ก่อนจะพูดขึ้น
"ปรางค์แก้ว" คามินพูดเสียงเรียบ "คุณต้องใส่ใจในงานของคุณมากกว่านี้ ครั้งนี้ผมถือว่าคุณยังใหม่อยู่ ครั้งต่อไปอย่าให้พลาดอีก"
การพูดนี้ทำให้ปรางค์แก้วรู้สึกเหมือนมีภาระหนักๆ มาวางทับที่อก เธอพยักหน้าเบาๆ
ขอโทษเขาในใจ แต่คำพูดเหล่านั้นกลับไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกของเธอดีขึ้นเลย
อริสามองดูสถานการณ์ข้างๆ แล้วก็พูดขึ้นเสียงดังขึ้นอย่างไมเกรงใจปรางค์แก้วเลยสักนิด
"คุณต้องมั่นใจในงานของคุณมากกว่านี้ การผิดพลาดแบบนี้จะทำให้บริษัทเสียหาย"
"ผมจะไม่ยอมให้ความผิดพลาดเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อบริษัท"
คามินพูดอีกครั้ง พร้อมกับถอนหายใจเสียงเบา ก่อนจะหันหลังและเดินไปนั่งที่โต๊ะของตัวเอง
ปรางค์แก้วยังคงนั่งอยู่เงียบๆ มองเขาไปไม่ออก ความรู้สึกผิดกับความอึดอัดตอกย้ำในใจของเธออย่างไม่หยุดหย่อน
บรรยากาศระหว่างทั้งคู่กลายเป็นสิ่งที่เคยเต็มไปด้วยความเงียบสนิท
และทุกคำพูดทุกท่าทางยิ่งบีบคั้นให้ความเครียดที่แอบอยู่ภายในมากขึ้น
คามินสังเกตเห็นความเงียบที่คืบคลานเข้ามารอบๆ ตัวเขา
เขาเห็นสีหน้าของปรางค์แก้วที่เคร่งเครียดและรู้สึกถึงการเผชิญหน้ากับความเครียดในตัวเธอ
ร่างของอริสากำลังยืนห่างออกไปเล็กน้อย แต่แววตาที่เธอมองไปยังให้ปรางค์แก้วยิ่งตอกย้ำให้ทุกอย่างดูหนักหนาขึ้น
สายตาของคามินที่เคยเย็นชาเริ่มมีความอ่อนโยนมากขึ้น เมื่อรู้สึกถึงความผิดปกติในสถานการณ์แบบนี้
เขาพยายามสงบจิตใจตัวเองที่แทบจะไม่สนใจอะไรเลยในช่วงเวลาที่ผ่านมา
"อริสา" คามินพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เรียบๆ แต่มันดูแฝงไปด้วยการควบคุมสถานการณ์ เขาหันไปมองที่อริสา
"เลิกพฤติกรรมแบบนี้เถอะ"
อริสาถึงกับนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะยอมแยกตัวออกห่าง คามินหันไปหาปรางค์แก้วที่ยืนนิ่งอยู่กับอาการกดดันที่ตกค้างอยู่ในตัวเธอ
"ปรางค์แก้ว" คามินพูดเบาๆ เรียกชื่อของเธอให้รู้สึกถึงการรับฟังและใส่ใจ
เขามองดวงตาของเธอแล้วกระแสความรู้สึกที่เย็นชาในตัวเขาค่อยๆ เลือนหายไป "งานนี้เดี๋ยวผมช่วยแก้ให้ "
คามินเดินไปที่โต๊ะทำงานอย่างไม่รีบร้อน เขาหยิบกระดาษขึ้นมาแล้วเริ่มขีดเขียนบางสิ่งลงบนกระดาษเหล่านั้น
เสียงปากกาบนกระดาษค่อยๆ เติมเต็มอากาศ
"นี่คือการปรับงานใหม่ให้ถูกต้อง" เขาหันไปส่งกระดาษให้ปรางค์แก้ว "อาจจะไม่สะดวก แต่คุณต้องทำให้มันเสร็จภายในวันนี้"
ปรางค์แก้วยืนมองเขาไม่กี่วินาทีก่อนจะรับกระดาษมาจากเขาด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย
ความรู้สึกขอบคุณเอ่อล้นภายในใจของเธอ แม้แต่คามินที่ดูเย็นชาและห่างเหินเช่นนี้ ก็ยอมช่วยเธอแก้ปัญหาอย่างไม่มีเงื่อนไข
"ขอบคุณค่ะ" เธอกระซิบเสียงเบา จิตใจของเธอลืมสิ่งที่หนักหน่วงอยู่ภายใน
ใบหน้าเธอไม่อาจควบคุมได้เลยว่าจะยิ้มออกมาด้วยความโล่งใจ
คามินมองการกระทำของเธอแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ "ไม่ต้องขอบคุณ "
แต่เธอก็รู้ดี ว่านี่คือวิธีที่เขาได้แสดงให้เห็นว่าบางครั้งไม่ต้องมีคำพูดมากมาย
ก็สามารถช่วยทำให้เธอรู้สึกถึงการรับรู้และความเข้าใจจากเขาได้
หลังจากที่เลิกงานเย็นนั้น เขาชวนเพื่อนๆ ไปดื่มเพื่อผ่อนคลาย
ที่บาร์ซึ่งเต็มไปด้วยแสงไฟสีสันและเสียงดนตรีที่เร้าอารมณ์ คามินหยิบแก้วในมือขึ้นจิบเบาๆ
ก่อนจะปล่อยให้มันวางลงบนโต๊ะ เขามองเพื่อนๆ ของเขาอย่างเงียบๆ
แม้ว่าพวกเขากำลังสนุกสนาน แต่ภายในใจของคามินกลับรู้สึกว่างเปล่า
“แกดูเหม่อไปนะ มีอะไรหรือเปล่าวะ” ธีรศักดิ์ เพื่อนสนิทคนหนึ่งเอ่ยถาม ดวงตามองจับสังเกตสีหน้าของคามิน
คามินหัวเราะเบาๆ พอเป็นมารยาท แล้วส่ายศีรษะ “ไม่มีอะไรหรอก แค่คิดอะไรเพลินๆ น่ะ”
เขาตอบ แต่คำพูดนั้นไม่ได้ช่วยปกปิดสายตาที่แฝงไปด้วยความกังวล
"เรื่องที่บ้านหรือเรื่องงาน" อีกรวิชญ์แซว “หรือเรื่องคนที่เพิ่งแต่งงานด้วย?”
ทุกคนรู้กันดีว่าเขากำลังเครียดจากการแต่งงานและความสัมพันธ์ที่ไม่สมบูรณ์แบบกับปรางค์แก้ว
"คามิน แกโอเคมั้ยเนี่ย" หนึ่งในเพื่อนที่รู้จักเขามานานถามด้วยความห่วงใย
คามินดื่มเหล้าไปหนึ่งแก้วแล้วพยักหน้าช้าๆ "ก็ดี แต่มันแปลกๆ หน่อยในบางครั้ง"
เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ยังคงห่างเหิน ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่แก้วเหล้าแต่ไม่พูดอะไรต่อ
เพื่อนอีกคนเริ่มหยอดมุกที่เล่นจนคามินหัวเราะขึ้นมา
มันเหมือนจะคลายความอึดอัดในห้องไปบ้าง แต่คามินก็ยังคงคิดถึงปรางค์แก้วขึ้นมา
"แกจะทำยังไงกับเรื่องนี้วะคามิน"ธีรศักดิ์ เอ่ยถามด้วยความสงสัย
คามินก้มหน้าลงไปเล็กน้อย เหมือนพยายามจัดการความคิดของตัวเองให้ลงตัว
"บางครั้งการทำตามความคาดหวังของครอบครัวมันทำให้เราลืมตัวจริงๆ ว่าเราอยากเป็นยังไงบ้างในชีวิตส่วนตัว"
คามินพูดต่อด้วยเสียงเบา บางทีความเครียดของเขาก็สะสมมานาน เขารู้สึกว่าสิ่งนี้จะต้องดำเนินไปให้ได้เพื่อที่จะผ่านไปได้
"แต่บางครั้งการที่คนเรามีพันธะทางสังคม มันก็เป็นอะไรที่ยากจะหลีกเลี่ยง" เขากล่าวต่อ ทิ้งท้ายด้วยการยิ้มขมขื่น
ทุกคนในโต๊ะมองมาที่คามินต่างรับรู้ว่าเขากำลังเหนื่อยกับความซับซ้อนในชีวิต
แม้ว่ามันจะฟังดูไม่มาก แต่เพื่อนๆ ก็รู้ว่าเขาคงจะเครียดอยู่ไม่น้อย
เมื่อเพื่อนๆ พูดเรื่องทั่วๆ ไป คามินกลับมาสนใจเรื่องของตัวเองอย่างลึกซึ้งอีกครั้ง
ที่ใจในห้วงความคิดของเขายังวนเวียนถึงความสัมพันธ์กับปรางค์แก้ว
ที่แม้ภายนอกจะดูเหมือนคู่สมรสที่สมบูรณ์แบบ แต่ภายในแล้วเต็มไปด้วยความรู้สึกค้างคาใจที่ไม่รู้จะหาทางออกจากมันยังไง
เมื่อกลับถึงบ้าน ทันทีที่ประตูหน้าปิดลง ความเงียบสงบที่ควรจะเป็นกลับถูกแทนที่ด้วยบรรยากาศตึงเครียด คามินเดินนำปรางค์แก้วเข้ามา ใบหน้าเรียบนิ่งแต่ดวงตาวาววับด้วยอารมณ์ที่เก็บไว้ไม่มิดปรางค์แก้ววางกระเป๋าไว้บนโต๊ะอย่างเบามือ เธอไม่ได้พูดอะไร รู้ดีว่าความไม่พอใจของคามินมีมากพอที่จะระเบิดได้ทุกวินาที“คืนนี้สนุกดีไหม?” คามินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเย็นชาอย่างที่ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเต็มไปด้วยความประชดประชันปรางค์แก้วหันมามองเขา ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความสงบนิ่ง แต่มีแววตัดพ้อแทรกอยู่จางๆ “ก็ไม่ได้ต่างอะไรจากเดิมหรอกค่ะ เพื่อนๆ เขาอยากให้ฉันผ่อนคลาย”“ผ่อนคลาย?” เขาหัวเราะเสียงต่ำ แววตามีแต่ความเย้ยหยัน "การที่ผู้ชายแปลกหน้าเข้ามาขอชนแก้วนั่นคือการผ่อนคลายสำหรับเธอเหรอ?”เธอเม้มริมฝีปากแน่น พยายามสงบใจตัวเอง “ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด เขาแค่มาขอชนแก้ว ฉันปฏิเสธไปแล้ว”“ปฏิเสธ?” คามินก้าวเข้ามาใกล้ ยืนจ้องเธอด้วยสายตาคมดุ “ผมไม่ชอบให้ใครมาเข้าใกล้คุณแบบนั้น โดยเฉพาะต่อหน้าผม”เธอยิ้มบางๆ แต่กลับมีความเจ็บปวดซ่อนอยู่ในแววตา “ก็คุณไม่ชอบฉันไม่ใช่เหรอคะคุณคามิน แล้วทำไมถึงต้องมาคอยสนใจว่าฉันจะเจอใครหรือพู
เสียงเพลงจังหวะหนักแน่นจากลำโพงในผับที่ครื้นเครงดังกึกก้องไปทั่วเมื่อคามินก้าวเข้าไปข้างใน กลิ่นแอลกอฮอล์ผสมกับหมอกควันเบาบางลอยคลุ้งทำให้สถานที่แห่งนี้ดูเต็มไปด้วยความวุ่นวายและความสนุกสนานของผู้คนในมุมหนึ่งที่โต๊ะใกล้บาร์ คามินสังเกตเห็นกลุ่มเพื่อนๆ ของเขานั่งรออยู่แล้ว คนหนึ่งยกแก้วเบียร์ในมือขึ้นเป็นเชิงส่งสัญญาณเรียก“เฮ้! ไอ้คามิน! นึกว่าแกจะไม่มาซะแล้ว” รวิชญ์ หนึ่งในเพื่อนสนิทของเขาตะโกนข้ามเสียงเพลงคามินเดินตรงไปพร้อมรอยยิ้มเล็กๆ ประดับมุมปาก “ก็งานมันเพิ่งเลิก ”เขาทรุดตัวนั่งลงข้างๆ รวิชญ์ พลางรับแก้วเบียร์ที่เพื่อนอีกคนยื่นให้มา “ดื่มก่อนเลยแก ฉลองไงที่แกออกจากบ้านมาได้ คืนนี้ไม่มีใครมาห้ามแน่”คามินหัวเราะเบาๆ ก่อนจะยกแก้วขึ้นชนกับพวกเขา เสียงชนแก้วดังกังวานก่อนจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะครื้นเครงของเพื่อนๆกลุ่ม“ว่าแต่ช่วงนี้ดูแกเครียดๆ นะคามิน มีเรื่องอะไรหรือเปล่าวะ?” ตฤณถามพลางจ้องมองเขาด้วยสายตาแฝงความห่วงใย “เกิดอะไรขึ้นรึเปล่าวะ? งานหนักเหรอ?”“เปล่า...” คามินตอบเลี่ยงๆ พร้อมยกแก้วขึ้นดื่มอีกอึก “ตอนนี้ฉันไม่อยากคิดอะไร ”“ดี! นั่นล่ะที่แกควรทำเมาเต็มทีเว้ย” รวิชญ
ปรางค์แก้วนั่งเงียบอยู่ในรถขณะที่คามินขับกลับบ้าน เธอเบนสายตาออกไปมองวิวทิวทัศน์ภายนอก แม้ว่าเมืองจะสวยงามและเต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับ แต่ในหัวใจของเธอกลับรู้สึกว่างเปล่าเธอพยายามถามตัวเองว่า "นี่หรือชีวิตคู่ที่ฉันเฝ้าฝันถึง?" วันแรกที่พ่อแม่ของเธอพูดถึงการแต่งงาน เธอยอมรับข้อเสนอนั้นด้วยความหวังว่าความสัมพันธ์นี้จะนำพาความรักและความอบอุ่นมาในที่สุด"คงไม่ยากหรอก เราแค่อยู่ด้วยกันใช้เวลาร่วมกัน บางทีเขาอาจจะรักเรา บางทีเขาก็อาจจะรักฉัน" เธอเคยคิดอย่างนั้น แต่ตอนนี้ดวงตาของปรางค์แก้วมองลงมายังแหวนวงบางที่นิ้วของเธอ เธอยกมือขึ้นไล้แหวนแต่งงานอย่างเหม่อลอย สิ่งที่เธอหวังกลับเป็นเพียงภาพลวงตา การแต่งงานครั้งนี้ไม่ได้นำพาอะไรมากไปกว่าความห่างเหิน"คนสองคนที่แทบไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน อยู่ๆ จะรักกันได้ง่ายๆ งั้นหรือ?" เสียงเล็กๆ ในใจเธอดังขึ้น ยิ่งนึกถึงความอ่อนโยนของคามินที่มีต่อคนอื่น ยิ่งตอกย้ำความจริงที่ว่าเขาไม่เคยมีความรู้สึกพิเศษอะไรกับเธอสายตาของเธอลอบมองเขา คามินยังคงตั้งหน้าขับรถ ใบหน้าเขาเรียบเฉย ไม่แสดงความรู้สึกอะไรที่ชัดเจน แต่เขามีเสน่ห์อย่างประหลาด แม้จะดูเหมือนห่าง
เย็นวันนั้น หลังจากเสร็จสิ้นจากการประชุมอันยาวนาน ปรางค์แก้วตั้งใจว่าจะเก็บเอกสารในห้องประชุมให้เรียบร้อยก่อนกลับบ้าน แต่เมื่อเดินออกจากห้อง เธอสังเกตว่าห้องทำงานของคามินยังคงมีแสงไฟเปิดอยู่ เธอคิดว่าเขาจะไปรอเธอที่รถแล้ว"เขายังทำงานอยู่เหรอเนี่ย" เธอคิดในใจ ก่อนจะตัดสินใจนำรายงานที่ต้องเซ็นต์มาให้เขาแต่เมื่อเธอเข้าใกล้ประตูห้องทำงาน เสียงพูดคุยดังลอดออกมา เสียงหัวเราะที่คุ้นหูจนเธอชะงักไปครู่หนึ่ง เธอแอบชำเลืองผ่านช่องว่างของประตูที่เปิดแง้มอยู่เล็กน้อย ภาพที่เห็นทำให้เธอหัวใจหล่นวูบคามินนั่งเอนหลังบนโซฟา ส่วนอริสานั่งอยู่ข้างๆ ใกล้ชิดกว่าที่ควรจะเป็น มือของเธอวางบนแขนของคามินอย่างสนิทสนม สายตาที่เธอส่งไปหาคามินเต็มไปด้วยความชื่นชมราวกับผู้หญิงที่หลงรักใครสักคนคามินดูเหมือนไม่ได้สนใจท่าทีของอริสาในเชิงโรแมนติก แต่เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธ มือของเขาวางอยู่บนโต๊ะใกล้ๆ กัน ท่าทีดูผ่อนคลายเหมือนคนที่สนิทสนมกันมาเนิ่นนาน"ขอบคุณนะคะคุณคามิน ถ้าไม่มีคุณช่วย สาก็คงจัดการเอกสารนี้ไม่ได้เลย" เสียงอริสาดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความหมายบางอย่างคามินหัวเราะเบาๆ "คุณก็ทำดีแล้ว ไม่ต้องค
บรรยากาศในที่ทำงานเสียงเครื่องพิมพ์ดังต่อเนื่องผสมกับเสียงพูดคุยของพนักงานในแผนกช่วยเติมชีวิตชีวาให้กับวันทำงาน คามินเดินเข้ามาในออฟฟิศด้วยท่าทางสง่างาม ชุดสูทของเขาดูเนี้ยบทุกกระเบียดนิ้ว ขณะที่ปรางค์แก้วกำลังก้มหน้าตรวจสอบเอกสารอยู่ที่โต๊ะเล็กมุมห้องของเธอไม่นานนัก อริสา เลขาฯ ส่วนตัวของคามิน เดินเข้ามาด้วยสีหน้าภาคภูมิใจแต่แฝงด้วยความไม่พอใจในสายตาที่จ้องมองไปยังปรางค์แก้ว"คุณปรางค์คะ เอกสารที่คุณส่งให้เมื่อเช้าผิดอยู่นิดหน่อย ฉันต้องเสียเวลาปรับแก้ให้ คงต้องละเอียดมากกว่านี้นะคะ" อริสาพูดด้วยน้ำเสียงแหลม และรอยยิ้มที่ไม่จริงใจ ทำให้ปรางค์แก้วชะงักไป"ฉันจะตรวจสอบให้รอบคอบกว่านี้ ขอโทษที่ทำให้คุณลำบากค่ะ" ปรางค์แก้วตอบกลับไปอย่างสุภาพ พร้อมกับเก็บเอกสารขึ้นมาอ่านทบทวนทันทีอริสายืนกอดอก มองปรางค์แก้วด้วยท่าทางเยาะเย้ยเล็กน้อยก่อนที่จะเดินจากไปไม่นานนัก คามินเดินมาหยุดอยู่ข้างโต๊ะของปรางค์แก้ว เขามองเอกสารในมือเธอพร้อมพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเงียบๆ"ปรางค์ คุณโอเคไหม? ดูเครียดไปนะ"ปรางค์แก้วเงยหน้าขึ้นมองเขา เธอลังเลอยู่สักพักก่อนที่จะส่ายหัวเบาๆ"ไม่มีอะไรค่ะ ฉันกำลังแก้เอกสา
คามินจิบเครื่องดื่มในมือช้าๆ ก่อนจะวางแก้วลงและถอนหายใจ เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลาก็พบว่าดึกพอสมควรแล้ว"ฉันว่าพอแค่นี้ก่อนนะ พรุ่งนี้มีงานสำคัญ ต้องพักผ่อนบ้าง" เขาหันไปบอกเพื่อนๆ ที่ยังนั่งพูดคุยกันอย่างออกรส“อะไรกัน นี่ยังไม่ทันจะได้ลืมเรื่องงานเลย” ธีรศักดิ์แซว พร้อมรอยยิ้มขี้เล่น“พักบ้างก็ไม่เสียหายหรอก ว่าแต่นายเถอะ ดูเหมือนไม่ค่อยสนุกนะ” อีกคนเสริมคามินยิ้มจางๆ ก่อนลุกขึ้นยืน “สนุกไม่สนุกก็คงแล้วแต่คนมั้ง ฉันไปก่อนละกัน ไว้เจอกัน” เขาตบไหล่เพื่อนเบาๆ ก่อนเดินออกจากบาร์ขณะที่ขับรถกลับบ้าน ใจของเขากลับเต็มไปด้วยภาพของปรางค์แก้ว เขาจำได้ชัดถึงแววตาของเธอเมื่อเช้านี้แววตาที่เต็มไปด้วยความตั้งใจแต่แฝงไปด้วยความเหนื่อยล้าเมื่อถึงบ้าน แสงไฟในห้องรับแขกยังเปิดไว้จางๆ แต่ทุกอย่างดูเงียบสงัดเหมือนคนในบ้านเข้านอนกันหมดแล้ว คามินถอดเสื้อสูทออกวางไว้ก่อนเดินขึ้นบันไดไปที่ห้องเขาปิดประตูเข้าไปอย่างเงียบเขาหยุดอยู่หน้าห้องนอน ปรางค์แก้วยังคงเปิดไฟหัวเตียงไว้ และเธอก็หลับไปแล้ว หญิงสาวฟุบหลับกับโต๊ะทำงานข้างตัวมีเอกสารงานที่เธอน่าจะพยายามสะสางก่อนหลับไป มือของเธอพิงอยู่บนกองเอกสารด้





![โฉมงามร้อนราคะ [BDSM] + [NC30+] + [PWP]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

