Share

ทำงานร่วมกัน

Penulis: นรมน
last update Tanggal publikasi: 2026-05-19 19:40:02

เมื่อห้องกลับสู่ความเงียบอีกครั้ง คามินยังคงทำงานของเขาต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 แต่ปรางค์แก้วกลับรู้สึกถึงคำพูดของอริสาแฝงความตั้งใจจะจงใจสร้างความกดดัน

 เธอพยายามเก็บความรู้สึกนั้นไว้ในใจแล้วก้มหน้าทำงานต่ออย่างตั้งใจ

เวลาล่วงเลยไปจนถึงเที่ยงวัน คามินเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง “ไปกินข้าวกัน” เขาพูดขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

ปรางค์แก้วชะงักก่อนเงยหน้าขึ้นสบตาเขา “ค่ะ คุณจะให้ฉันไปด้วยหรือคะ?”

คามินมองเธอด้วยสายตานิ่งสนิท “นี่เราแต่งงานกัน อย่าทำให้คนอื่นมองว่าเราแปลกกว่าผัวเมียคู่อื่นสิ คุณต้องไป”

เธอรับคำเบาๆ ลุกขึ้นหยิบกระเป๋าตามเขาออกไป แม้จะไม่อยากไปแต่ก็รู้ดีว่าต้องทำตามที่เขาบอกเพื่อรักษาหน้าครอบครัว...

และเพื่อความอยู่รอดของเธอเอง

ในร้านอาหารที่ตกแต่งหรูหรา ทั้งคู่ถูกจัดให้นั่งอยู่ที่โต๊ะริมกระจกที่สามารถมองเห็นวิวของตึกสูงในเมืองได้ชัดเจน

 คามินดูเงียบขรึมตามปกติ ส่วนปรางค์แก้วยังคงทำตัวสงบนิ่ง แม้จะรู้สึกอึดอัดกับสายตาหลายคู่ที่เหลือบมองมาที่พวกเขา

บริกรเข้ามาเสิร์ฟเมนูอาหารพร้อมรอยยิ้มอ่อนน้อม

 คามินเหลือบมองเมนูอย่างรวดเร็วก่อนพูดกับปรางค์แก้วด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

                    “เลือกอาหารสิ จะกินอะไร”

ปรางค์แก้วไล่สายตาอ่านเมนูช้าๆ แล้วตอบเบาๆ “เอาสลัดกับซุปค่ะ”

คามินสั่งอาหารของตัวเอง ก่อนจะส่งเมนูกลับให้บริกร เขาพูดขึ้นขณะมองออกไปนอกหน้าต่าง

 “คุณไม่ค่อยพูดเลย หรือแค่เกร็งเพราะอยู่กับผม?”

ปรางค์แก้วหยุดชะงัก คำพูดนั้นทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังโดนจับผิด เธอหลบสายตาเขาแล้วตอบด้วยน้ำเสียงเบา

 “ไม่ใช่หรอกค่ะ ฉันแค่ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี”

คามินหันกลับมามองเธอ ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อยราวกับกำลังอ่านความคิดของเธอ

 “บางครั้งความเงียบก็ไม่ใช่คำตอบ คุณควรรู้จักแสดงตัวตนให้มากกว่านี้นะปรางค์แก้ว”

คำพูดนั้นเหมือนกับดาบที่แทงเข้าไปในความรู้สึกของปรางค์แก้ว เธอพยายามยิ้มบางๆ และตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่ง

 “ตัวตนของฉันที่คุณอยากรู้คืออะไรเหรอคะ”

คามินไม่ได้ตอบในทันที เขาเพียงยกแก้วน้ำขึ้นจิบก่อนพูดเบาๆ 

“ คุณเคยทำตามความรู้สึกของตัวเองหรือยัง”

คำถามนั้นทำให้ปรางค์แก้วชะงักไปชั่วขณะ เธอก้มหน้า ก่อนจะพูดแผ่วเบา 

“ฉันเคยคิดค่ะ แต่ตอนนี้”

อาหารที่สั่งถูกยกมาเสิร์ฟ การพูดคุยของทั้งคู่เงียบลงเมื่อเริ่มรับประทาน แต่ภายใต้ความเงียบนั้น

 มีสายตาของคามินที่คอยลอบมองเธออยู่เป็นระยะๆ

หลังอาหาร คามินเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ พลางพูดขึ้นขณะที่หยิบโทรศัพท์มาดูข้อความ

 “คุณทำงานที่นี่ก็จริง แต่จำไว้ว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ที่ใครจะช่วยคุณได้ ถ้าคุณพลาด มันจะสะท้อนกลับมาที่ตัวผมทันที”

ปรางค์แก้วพยักหน้ารับเบาๆ เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่าทุกการกระทำของเธอนั้นถูกจับตามองอย่างหนักจากทุกฝ่าย

 เธอต้องพิสูจน์ตัวเองและในขณะเดียวกันก็พยายามหาทางปกป้องหัวใจตัวเองที่อาจต้องเผชิญความเจ็บปวดมากขึ้นไปอีก

เมื่อทั้งคู่กลับถึงออฟฟิศ บรรยากาศก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ขณะที่ปรางค์แก้วนั่งทำงานของเธอ

 เสียงของคามินก็ดังขึ้นโดยไม่ได้เงยหน้าจากงานในมือ

“อย่าทำให้ผมผิดหวังนะ ปรางค์แก้ว”

คำพูดนั้นทำให้เธอรู้สึกเหมือนแบกความคาดหวังอันหนักหน่วงไว้ในมือ 

แต่เธอพยายามเงยหน้าสบตาเขาพร้อมรอยยิ้มที่แฝงความแน่วแน่

“ฉันจะไม่ทำให้คุณผิดหวังค่ะ”ในยามเย็นที่ฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มเข้ม

 ปรางค์แก้วนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของเธอ ใกล้เวลาที่คนในออฟฟิศจะทยอยกลับบ้าน 

บรรยากาศรอบตัวเธอเต็มไปด้วยความสงบและวุ่นวายผสมปนเปกัน คามินยังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะของเขา จดจ่ออยู่กับเอกสารตรงหน้า

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขัดจังหวะ เธอหยิบมันขึ้นมาดู เป็นเบอร์ของมารดาที่โทรมาหา

“สวัสดีค่ะ แม่”

เสียงอ่อนโยนของคุณสุมาลีตอบกลับมาจากปลายสาย “เป็นยังไงบ้างลูก อยู่กับเขาแล้วอึดอัดไหม?”

ปรางค์แก้วเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยเสียงที่เธอพยายามทำให้ร่าเริง “ไม่เป็นไรค่ะ แม่ไม่ต้องห่วง หนูจัดการตัวเองได้”

บทสนทนากับแม่สั้นๆ แต่ให้กำลังใจเธอได้มาก ทว่าคำพูดสุดท้ายของแม่กลับทิ้งความรู้สึกหนักหน่วงไว้ในใจ

“ทำอะไรคิดถึงหัวใจของลูกเองด้วยนะ อย่าปล่อยให้ตัวเองเจ็บมากไปกว่านี้นะลูก”

เมื่อวางสาย คามินก็ลุกจากเก้าอี้ของเขา เขามองไปทางปรางค์แก้วที่กำลังเก็บของใส่กระเป๋า

“เสร็จหรือยัง?”

เสียงของเขาเรียบนิ่ง แต่ฟังแล้วชวนให้รู้สึกถึงอำนาจและความเด็ดขาดในตัว

“ค่ะ” เธอตอบสั้นๆ แล้วลุกขึ้นยืน

ทั้งคู่เดินออกจากออฟฟิศพร้อมกัน คามินไม่ได้พูดอะไรระหว่างทาง 

ส่วนปรางค์แก้วก็รู้สึกได้ว่าความเงียบระหว่างพวกเขามันกดดันจนแทบจะหายใจไม่ออก

ระหว่างทางกลับบ้าน คามินพูดขึ้นโดยไม่หันมามองเธอ

“คุณคิดอะไรอยู่ตอนนี้”

คำถามนั้นเหมือนเข็มที่ทิ่มแทงเข้าไปในใจ เธอสูดหายใจลึก แล้วตัดสินใจตอบเสียงแผ่วเบา

“กำลังคิดว่าทำไมฉันถึงรู้สึกว่ายิ่งเราแต่งงานกัน ฉันกลับยิ่งรู้สึกเหมือนเราเป็นคนแปลกหน้ามากขึ้นเมื่อก่อนเรายังสนิทกันมากกว่านี้”

คำพูดของเธอทำให้เขาชะงักไปเล็กน้อย คามินยังคงจับพวงมาลัยแน่น

 แต่ดวงตาที่มองไปข้างหน้าดูอึดอัดเหมือนคนที่พยายามจะควบคุมอารมณ์ของตัวเอง

“คุณคิดอย่างนั้นจริงๆ งั้นเหรอ”

ปรางค์แก้วพยักหน้า แม้รู้ว่าเขาไม่อาจเห็นจากมุมนี้ แต่เธอก็ตอบอย่างตรงไปตรงมา “ใช่ค่ะ”

คามินเม้มริมฝีปากแน่น สักพักเขาก็พูดขึ้นเบาๆ แต่ชัดเจน

“บางทีมันก็ดีกว่าสำหรับเรา ทั้งคุณและผม ”

ถ้อยคำของเขาเย็นชาเหมือนเดิม แต่กลับสะท้อนความซับซ้อนของอารมณ์ที่แฝงอยู่ลึกๆ ในใจของเขาเอง

ปรางค์แก้วเงียบไป เธอไม่รู้จะตอบอะไร ในขณะที่มองออกไปยังแสงไฟของเมืองที่กระพริบวูบไหว 

เธอรู้สึกเหมือนความหวังที่เหลืออยู่ในใจค่อยๆ เลือนลางออกไปอย่างช้าๆความหวังว่าเขาจะรักเธอสักวัน

ภายในรถที่เคลื่อนไปตามถนนอันพลุกพล่าน ความเงียบระหว่างทั้งคู่ดูหนาวเหน็บยิ่งกว่าลมเย็นที่พัดผ่านกระจกด้านข้าง

 เสียงเพลงเบาๆ เป็นเพียงเสียงเดียวที่เบียดแทรกเข้ามาในความนิ่งเงียบนี้

หลังจากผ่านไปพักใหญ่ คามินจึงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่ง แต่ชัดเจน

“ปรางค์แก้ว”

เธอหันมามองเขาเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา “คะ”

เขาหายใจเข้าลึก ราวกับพยายามเรียบเรียงความคิด ก่อนที่คำพูดที่เขาตั้งใจมานานจะหลุดออกมา

“ถ้าวันหนึ่งผมเจอคนที่ผมรักผมอยากให้คุณปล่อยผมไป”

ประโยคที่ดูเหมือนจะผ่านการตัดสินใจอย่างรอบคอบ กลับทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกทุบหัวด้วยก้อนหินหนักๆ

 เธอตัวแข็งไปชั่วขณะ ก่อนจะเบนสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง

“หมายความว่าคุณต้องการหย่าใช่ไหมคะ” น้ำเสียงของเธอแม้จะพยายามทำให้เรียบนิ่ง

 แต่ความเจ็บปวดในใจกลับสะท้อนออกมาชัดเจน

เขาพยักหน้าเล็กน้อย ไม่ได้มองหน้าเธอ แต่สายตาจับจ้องอยู่ที่ถนนข้างหน้า

“ผมไม่เคยต้องการการแต่งงานครั้งนี้อยู่แล้ว คุณเองก็รู้ดี”

ปรางค์แก้วกัดริมฝีปากตัวเองแน่น เธอไม่อยากแสดงความอ่อนแอให้เขาเห็น 

เธอรวบรวมสติ ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงที่นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้

“ถ้ามันถึงเวลานั้นจริงๆ ฉันก็จะทำตามที่คุณต้องการค่ะแต่ตอนนี้

 ฉันอยากให้เราทำหน้าที่ของเราต่อไป ฉันยังมีพ่อแม่ที่ต้องดูแล และคุณเองก็มีครอบครัวที่คาดหวังในตัวคุณ”

คำพูดของเธอทำให้คามินนิ่งเงียบไปอีกครั้ง เขาไม่ได้ตอบอะไรทันที 

สองมือจับพวงมาลัยแน่นขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ราวกับคำพูดของเธอได้กระทบใจบางส่วนที่เขาพยายามปฏิเสธมาตลอด

รถยังคงแล่นไปในความเงียบ เสียงลมหายใจของทั้งคู่คือสิ่งเดียวที่ทำให้บรรยากาศในรถดูไม่เงียบงันจนเกินไป

“ถ้าวันนั้นมาถึง ผมจะไม่ทำให้คุณลำบาก” เขาเอ่ยขึ้นในที่สุด น้ำเสียงนั้นเหมือนพยายามจะรับผิดชอบบางอย่าง

 แต่ความเย็นชาก็ยังคงอยู่

ปรางค์แก้วพยักหน้า แม้จะรู้ว่าเขาอาจมองไม่เห็น เธอหันกลับไปมองทางข้างหน้า 

ใบหน้าไร้อารมณ์ใดๆ แต่ลึกๆ ในใจ ความเจ็บปวดที่เขาทิ้งไว้ยังคงกัดกินเธออย่างช้าๆ

ในค่ำคืนนั้น ทุกสิ่งรอบตัวดูเงียบงัน ราวกับเป็นคำย้ำเตือนว่าเส้นทางชีวิตของพวกเขาทั้งสอง 

อาจไม่มีวันบรรจบกันได้อย่างที่ควรจะเป็น

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เล่ห์รักคามิน   หวงเก่ง#2 NC

    เมื่อกลับถึงบ้าน ทันทีที่ประตูหน้าปิดลง ความเงียบสงบที่ควรจะเป็นกลับถูกแทนที่ด้วยบรรยากาศตึงเครียด คามินเดินนำปรางค์แก้วเข้ามา ใบหน้าเรียบนิ่งแต่ดวงตาวาววับด้วยอารมณ์ที่เก็บไว้ไม่มิดปรางค์แก้ววางกระเป๋าไว้บนโต๊ะอย่างเบามือ เธอไม่ได้พูดอะไร รู้ดีว่าความไม่พอใจของคามินมีมากพอที่จะระเบิดได้ทุกวินาที“คืนนี้สนุกดีไหม?” คามินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเย็นชาอย่างที่ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเต็มไปด้วยความประชดประชันปรางค์แก้วหันมามองเขา ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความสงบนิ่ง แต่มีแววตัดพ้อแทรกอยู่จางๆ “ก็ไม่ได้ต่างอะไรจากเดิมหรอกค่ะ เพื่อนๆ เขาอยากให้ฉันผ่อนคลาย”“ผ่อนคลาย?” เขาหัวเราะเสียงต่ำ แววตามีแต่ความเย้ยหยัน "การที่ผู้ชายแปลกหน้าเข้ามาขอชนแก้วนั่นคือการผ่อนคลายสำหรับเธอเหรอ?”เธอเม้มริมฝีปากแน่น พยายามสงบใจตัวเอง “ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด เขาแค่มาขอชนแก้ว ฉันปฏิเสธไปแล้ว”“ปฏิเสธ?” คามินก้าวเข้ามาใกล้ ยืนจ้องเธอด้วยสายตาคมดุ “ผมไม่ชอบให้ใครมาเข้าใกล้คุณแบบนั้น โดยเฉพาะต่อหน้าผม”เธอยิ้มบางๆ แต่กลับมีความเจ็บปวดซ่อนอยู่ในแววตา “ก็คุณไม่ชอบฉันไม่ใช่เหรอคะคุณคามิน แล้วทำไมถึงต้องมาคอยสนใจว่าฉันจะเจอใครหรือพู

  • เล่ห์รักคามิน   หวงเก่ง

    เสียงเพลงจังหวะหนักแน่นจากลำโพงในผับที่ครื้นเครงดังกึกก้องไปทั่วเมื่อคามินก้าวเข้าไปข้างใน กลิ่นแอลกอฮอล์ผสมกับหมอกควันเบาบางลอยคลุ้งทำให้สถานที่แห่งนี้ดูเต็มไปด้วยความวุ่นวายและความสนุกสนานของผู้คนในมุมหนึ่งที่โต๊ะใกล้บาร์ คามินสังเกตเห็นกลุ่มเพื่อนๆ ของเขานั่งรออยู่แล้ว คนหนึ่งยกแก้วเบียร์ในมือขึ้นเป็นเชิงส่งสัญญาณเรียก“เฮ้! ไอ้คามิน! นึกว่าแกจะไม่มาซะแล้ว” รวิชญ์ หนึ่งในเพื่อนสนิทของเขาตะโกนข้ามเสียงเพลงคามินเดินตรงไปพร้อมรอยยิ้มเล็กๆ ประดับมุมปาก “ก็งานมันเพิ่งเลิก ”เขาทรุดตัวนั่งลงข้างๆ รวิชญ์ พลางรับแก้วเบียร์ที่เพื่อนอีกคนยื่นให้มา “ดื่มก่อนเลยแก ฉลองไงที่แกออกจากบ้านมาได้ คืนนี้ไม่มีใครมาห้ามแน่”คามินหัวเราะเบาๆ ก่อนจะยกแก้วขึ้นชนกับพวกเขา เสียงชนแก้วดังกังวานก่อนจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะครื้นเครงของเพื่อนๆกลุ่ม“ว่าแต่ช่วงนี้ดูแกเครียดๆ นะคามิน มีเรื่องอะไรหรือเปล่าวะ?” ตฤณถามพลางจ้องมองเขาด้วยสายตาแฝงความห่วงใย “เกิดอะไรขึ้นรึเปล่าวะ? งานหนักเหรอ?”“เปล่า...” คามินตอบเลี่ยงๆ พร้อมยกแก้วขึ้นดื่มอีกอึก “ตอนนี้ฉันไม่อยากคิดอะไร ”“ดี! นั่นล่ะที่แกควรทำเมาเต็มทีเว้ย” รวิชญ

  • เล่ห์รักคามิน   รู้สึกดี#4

    ปรางค์แก้วนั่งเงียบอยู่ในรถขณะที่คามินขับกลับบ้าน เธอเบนสายตาออกไปมองวิวทิวทัศน์ภายนอก แม้ว่าเมืองจะสวยงามและเต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับ แต่ในหัวใจของเธอกลับรู้สึกว่างเปล่าเธอพยายามถามตัวเองว่า "นี่หรือชีวิตคู่ที่ฉันเฝ้าฝันถึง?" วันแรกที่พ่อแม่ของเธอพูดถึงการแต่งงาน เธอยอมรับข้อเสนอนั้นด้วยความหวังว่าความสัมพันธ์นี้จะนำพาความรักและความอบอุ่นมาในที่สุด"คงไม่ยากหรอก เราแค่อยู่ด้วยกันใช้เวลาร่วมกัน บางทีเขาอาจจะรักเรา บางทีเขาก็อาจจะรักฉัน" เธอเคยคิดอย่างนั้น แต่ตอนนี้ดวงตาของปรางค์แก้วมองลงมายังแหวนวงบางที่นิ้วของเธอ เธอยกมือขึ้นไล้แหวนแต่งงานอย่างเหม่อลอย สิ่งที่เธอหวังกลับเป็นเพียงภาพลวงตา การแต่งงานครั้งนี้ไม่ได้นำพาอะไรมากไปกว่าความห่างเหิน"คนสองคนที่แทบไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน อยู่ๆ จะรักกันได้ง่ายๆ งั้นหรือ?" เสียงเล็กๆ ในใจเธอดังขึ้น ยิ่งนึกถึงความอ่อนโยนของคามินที่มีต่อคนอื่น ยิ่งตอกย้ำความจริงที่ว่าเขาไม่เคยมีความรู้สึกพิเศษอะไรกับเธอสายตาของเธอลอบมองเขา คามินยังคงตั้งหน้าขับรถ ใบหน้าเขาเรียบเฉย ไม่แสดงความรู้สึกอะไรที่ชัดเจน แต่เขามีเสน่ห์อย่างประหลาด แม้จะดูเหมือนห่าง

  • เล่ห์รักคามิน   รู้สึกดี#3

    เย็นวันนั้น หลังจากเสร็จสิ้นจากการประชุมอันยาวนาน ปรางค์แก้วตั้งใจว่าจะเก็บเอกสารในห้องประชุมให้เรียบร้อยก่อนกลับบ้าน แต่เมื่อเดินออกจากห้อง เธอสังเกตว่าห้องทำงานของคามินยังคงมีแสงไฟเปิดอยู่ เธอคิดว่าเขาจะไปรอเธอที่รถแล้ว"เขายังทำงานอยู่เหรอเนี่ย" เธอคิดในใจ ก่อนจะตัดสินใจนำรายงานที่ต้องเซ็นต์มาให้เขาแต่เมื่อเธอเข้าใกล้ประตูห้องทำงาน เสียงพูดคุยดังลอดออกมา เสียงหัวเราะที่คุ้นหูจนเธอชะงักไปครู่หนึ่ง เธอแอบชำเลืองผ่านช่องว่างของประตูที่เปิดแง้มอยู่เล็กน้อย ภาพที่เห็นทำให้เธอหัวใจหล่นวูบคามินนั่งเอนหลังบนโซฟา ส่วนอริสานั่งอยู่ข้างๆ ใกล้ชิดกว่าที่ควรจะเป็น มือของเธอวางบนแขนของคามินอย่างสนิทสนม สายตาที่เธอส่งไปหาคามินเต็มไปด้วยความชื่นชมราวกับผู้หญิงที่หลงรักใครสักคนคามินดูเหมือนไม่ได้สนใจท่าทีของอริสาในเชิงโรแมนติก แต่เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธ มือของเขาวางอยู่บนโต๊ะใกล้ๆ กัน ท่าทีดูผ่อนคลายเหมือนคนที่สนิทสนมกันมาเนิ่นนาน"ขอบคุณนะคะคุณคามิน ถ้าไม่มีคุณช่วย สาก็คงจัดการเอกสารนี้ไม่ได้เลย" เสียงอริสาดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความหมายบางอย่างคามินหัวเราะเบาๆ "คุณก็ทำดีแล้ว ไม่ต้องค

  • เล่ห์รักคามิน   รู้สึกดี#2

    บรรยากาศในที่ทำงานเสียงเครื่องพิมพ์ดังต่อเนื่องผสมกับเสียงพูดคุยของพนักงานในแผนกช่วยเติมชีวิตชีวาให้กับวันทำงาน คามินเดินเข้ามาในออฟฟิศด้วยท่าทางสง่างาม ชุดสูทของเขาดูเนี้ยบทุกกระเบียดนิ้ว ขณะที่ปรางค์แก้วกำลังก้มหน้าตรวจสอบเอกสารอยู่ที่โต๊ะเล็กมุมห้องของเธอไม่นานนัก อริสา เลขาฯ ส่วนตัวของคามิน เดินเข้ามาด้วยสีหน้าภาคภูมิใจแต่แฝงด้วยความไม่พอใจในสายตาที่จ้องมองไปยังปรางค์แก้ว"คุณปรางค์คะ เอกสารที่คุณส่งให้เมื่อเช้าผิดอยู่นิดหน่อย ฉันต้องเสียเวลาปรับแก้ให้ คงต้องละเอียดมากกว่านี้นะคะ" อริสาพูดด้วยน้ำเสียงแหลม และรอยยิ้มที่ไม่จริงใจ ทำให้ปรางค์แก้วชะงักไป"ฉันจะตรวจสอบให้รอบคอบกว่านี้ ขอโทษที่ทำให้คุณลำบากค่ะ" ปรางค์แก้วตอบกลับไปอย่างสุภาพ พร้อมกับเก็บเอกสารขึ้นมาอ่านทบทวนทันทีอริสายืนกอดอก มองปรางค์แก้วด้วยท่าทางเยาะเย้ยเล็กน้อยก่อนที่จะเดินจากไปไม่นานนัก คามินเดินมาหยุดอยู่ข้างโต๊ะของปรางค์แก้ว เขามองเอกสารในมือเธอพร้อมพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเงียบๆ"ปรางค์ คุณโอเคไหม? ดูเครียดไปนะ"ปรางค์แก้วเงยหน้าขึ้นมองเขา เธอลังเลอยู่สักพักก่อนที่จะส่ายหัวเบาๆ"ไม่มีอะไรค่ะ ฉันกำลังแก้เอกสา

  • เล่ห์รักคามิน   รู้สึกดี

    คามินจิบเครื่องดื่มในมือช้าๆ ก่อนจะวางแก้วลงและถอนหายใจ เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลาก็พบว่าดึกพอสมควรแล้ว"ฉันว่าพอแค่นี้ก่อนนะ พรุ่งนี้มีงานสำคัญ ต้องพักผ่อนบ้าง" เขาหันไปบอกเพื่อนๆ ที่ยังนั่งพูดคุยกันอย่างออกรส“อะไรกัน นี่ยังไม่ทันจะได้ลืมเรื่องงานเลย” ธีรศักดิ์แซว พร้อมรอยยิ้มขี้เล่น“พักบ้างก็ไม่เสียหายหรอก ว่าแต่นายเถอะ ดูเหมือนไม่ค่อยสนุกนะ” อีกคนเสริมคามินยิ้มจางๆ ก่อนลุกขึ้นยืน “สนุกไม่สนุกก็คงแล้วแต่คนมั้ง ฉันไปก่อนละกัน ไว้เจอกัน” เขาตบไหล่เพื่อนเบาๆ ก่อนเดินออกจากบาร์ขณะที่ขับรถกลับบ้าน ใจของเขากลับเต็มไปด้วยภาพของปรางค์แก้ว เขาจำได้ชัดถึงแววตาของเธอเมื่อเช้านี้แววตาที่เต็มไปด้วยความตั้งใจแต่แฝงไปด้วยความเหนื่อยล้าเมื่อถึงบ้าน แสงไฟในห้องรับแขกยังเปิดไว้จางๆ แต่ทุกอย่างดูเงียบสงัดเหมือนคนในบ้านเข้านอนกันหมดแล้ว คามินถอดเสื้อสูทออกวางไว้ก่อนเดินขึ้นบันไดไปที่ห้องเขาปิดประตูเข้าไปอย่างเงียบเขาหยุดอยู่หน้าห้องนอน ปรางค์แก้วยังคงเปิดไฟหัวเตียงไว้ และเธอก็หลับไปแล้ว หญิงสาวฟุบหลับกับโต๊ะทำงานข้างตัวมีเอกสารงานที่เธอน่าจะพยายามสะสางก่อนหลับไป มือของเธอพิงอยู่บนกองเอกสารด้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status