LOGINพอเพื่อนหนุ่มออกไปแล้วคีรินก็ดูภาพที่แพรไหมนั้นเข้ามาแอบถ่ายเอกสารการประมูลของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะเขาไม่อยากจะเชื่อว่าเธอจะหักหลังเขาได้ลงคอ ยิ่งมองเขาก็ยิ่งรู้สึกเจ็บใจและเสียใจไปพร้อมกันที่ผู้หญิงที่เขารักและไว้ใจนั้นหักหลังเขาอย่างไม่น่าให้อภัยอย่างนี้
"คุณทำแบบนี้กับผมทำไมไหม…” คีรินพูดไปแบบนั้นแล้วคิดในหัวไปอย่างเศร้าๆว่าเธอทำแบบนี้กับเขาทำไม ในเมื่อเขาก็ดีกับเธอมาตลอด แม้แต่จะนอกใจสักครั้งก็ไม่มี แล้วทำไมเธอถึงต้องหักเขาด้วยอย่างนี้ด้วย คีรินนั่งคิดไปแบบเศร้าๆอย่างนั้นไป ห้าชั่วโมงมาต่อ… ชลธิชาก็มาส่งพี่สาวและหลานชายตัวน้อยของเธอที่บ้านคีรินในช่วงเย็น เธอก็ลงมาช่วยขนของของพี่สาวให้กับแม่บ้านไป “พี่ไหมคะ งั้นธิชากลับก่อนนะคะ แล้วเจอกันเสาร์หน้านะคะ น้าไปก่อนนะเคนโซ่ จุ๊บ…คนเก่งของน้า อย่างอแงนะครับ” ชลธิชาพูดบอกพี่สาวไปแล้วก็เข้าไปหอมแก้มหลานชายที่พี่สาวอุ้มอยู่อย่างอดไม่ได้ จนแพรไหมนั้นยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู จนน้องสาวถอนตัวห่างออกไป “ขอบคุณที่มาส่งพี่นะธิชา…ขับรถกลับดีๆล่ะ ถึงคอนโดแล้วก็ส่งข้อความมาบอกพี่ด้วยนะ” แพรไหมมองหน้าน้องสาวแล้วพูดบอกไปแบบเป็นห่วง “ได้ค่ะพี่ไหม พี่ไหมพาหลานเข้าบ้านเถอะค่ะ ช่วงนี้ยุงยิ่งเยอะอยู่ด้วยเดี๋ยวหลานจะโดนยุงกัดเอา แม่บ้านขนของเสร็จแล้วธิชาก็จะกลับแล้วล่ะค่ะ” ชลธิชาพูดบอกไปเพราะแม่บ้านยังขนของพี่สาวและหลานชายไปยังไม่หมด เพราะมีพวกรถเข็นอะไรพวกนี้ด้วย “อ่อ โอเคๆ งั้นพี่ไปนะธิชา…” แพรไหมพูดตอบไปแล้วเธอก็เดินอุ้มลูกชายเข้าไปในบ้านทันที เนื่องจากตอนนี้ก็เย็นแล้ว เธอกลัวว่าคีรินนั้นจะเป็นห่วงเพราะเขาน่ะหวงและห่วงลูกมากเลย แต่แปลกที่วันนี้เขาไม่โทรตามเธอเลย ปกติเธอกับลูกหายไปไม่ยอมกลับนี่เขาต้องโทรตามหรือต้องไปรับกลับมาแล้ว แต่วันนี้เขาโทรมาแค่ตอนเช้าแล้วก็เงียบไปเลย “รอสักครู่นะคะคุณธิชา วันนี้แม่บ้านลากันหลายคนเลย เหลือแค่ดิฉันกับแม่บ้านอีกคนเท่านั้นค่ะ” แม่บ้านพูดบอกไปขณะที่พากันขนของไปไว้ในบ้าน เพราะจะมาวางตรงนี้ก็เป็นของใช้ของคุณหนูตัวน้อยทั้งนั้น จะวางเรื่อยราดก็ไม่ได้ เดี๋ยวจะโดนดุเอา “ไม่เป็นไรค่ะ ให้ธิชาช่วยขนเข้าไปก็ได้นะคะ มาค่ะ…” ชลธิชาพูดบอกไปเพราะจะได้เสร็จเร็วๆ เธอก็เดินไปทางหลังรถของเธอ “ไม่ได้ค่ะคุณธิชา…เดี๋ยวพวกดิฉันขนกันเองค่ะ คุณธิชารอแปปนะคะ” แม่บ้านพูดบอกไปก็ยิ้มกับความน่ารักของหญิงสาว ที่พวกเธอนั้นเจอเป็นประจำเพราะชลธิชานั้นมักจะมารับพี่สาวของเธอกลับบ้านหรือไปเที่ยวเสมอ “ไหนก็มาแล้ว…อยู่ทานข้าวด้วยกันก่อนสิธิชา จะรีบกลับไปไหนล่ะ” คีรินเอ่ยพูดออกไปด้วยสีหน้านิ่งๆแล้วเขาก็มองไปที่ธิชาที่ยืนอยู่ที่ท้ายรถกับแม่บ้านของเขา ก่อนที่แม่บ้านจะเดินขนของเข้าไปในบ้าน “ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่คีริน ไว้วันหลังดีกว่าค่ะ วันนี้ธิชามีนัดทานข้าวเย็นกับเพื่อนแล้วน่ะค่ะ” ชลธิชาหันมาตอบคีรินไปด้วยรอยยิ้มสดใสที่เขานั้นออกมาชวนเธอเข้าไปทานข้าวด้วย แต่เธอมีนัดกับเพื่อนๆของเธอแล้วดังนั้นเธอคงอยู่ทานด้วยไม่ได้ “เพื่อนเหรอ ใช่นายภัคพลอะไรนั่นหรือเปล่า…เขาตามจีบธิชาอยู่นิ ตอนนี้เป็นแฟนกันหรือยังล่ะ” คีรินเห็นเธอตอบมาแบบนั้นเขาก็เอ่ยถามเธอไปอย่างเข้าประเด็นเลย “อ่อ ธิชาไม่ได้ไปทานข้าวกับพี่ภามเขาหรอกค่ะ ธิชาไปทานกับเพื่อนสนิทของธิชาน่ะค่ะ แล้วเรื่องพี่ภามน่ะพี่คีรินลืมไปได้เลยนะคะ เพราะเขาไม่ได้ตามจีบธิชาแล้วค่ะ และธิชาก็ไม่มีวันเป็นแฟนกับผู้ชายแบบนั้นหรอกค่ะ แล้วทำไมอยู่ๆพี่คีรินถึงถามเรื่องพี่ภามกับธิชาล่ะคะ…” ชลธิชาพูดตอบไปเพราะตอนนี้มันก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว เธอก็ไม่คิดว่าคีรินจะยังจำได้ เธอจึงปฎิเสธไปทันทีเพราะเธอไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวอะไรกับคนแบบนั้นอีก แต่เธอก็สงสัยที่อยู่ๆคีรินก็ถามถึงภัคพล เธอจึงเอ่ยถามเขาออกไปอย่างอดไม่ได้ “พอดีพี่เจอเขาในงานประมูลบ่อยๆน่ะก็เลยอยากรู้ว่าเขาตามจีบธิชาสำเร็จหรือยัง จะได้ชวนมาทานข้าวทำความรู้จักกันน่ะ…เพราะหลังๆมานี้เขาประมูลชนะพี่บ่อยมากเลย รู้จักกันไว้หน่อยก็ดี…” คีรินพูดตอบไปแล้วก็ฝืนยิ้มมุมปากออกมา เพื่อไม่ให้ชลธิชานั้นสงสัยอะไรเขา “นี่พี่ภามเขาประมูลชนะพี่คีรินบ่อยมากเลยเหรอคะ” ชลธิชาได้ยินแบบนั้นก็ทำหน้าขมวดคิ้วทันที ก่อนจะเอ่ยถามออกไปเพราะเธอก็ไม่ได้ตามข่าวของคีรินเท่าไหร่ จึงไม่รู้ว่าเขานั้นแพ้การประมูล “อืม…หกเดือนมากนี้ก็ชนะพี่ไปสี่ครั้งแล้ว แต่ล่ะโครงการก็ใหญ่ๆทั้งนั้นด้วย พี่ถึงอยากให้ธิชาชวนเขามาทานข้าวทำความรู้จักกับพี่นี่ไง…” คีรินเห็นเธอถามมาด้วยสีหน้าแปลกใจแบบนั้นเขาก็เอ่ยพูดไปทันที ชลธิชาได้ยินแบบนั้นแล้วก็ครุ่นคิดทันทีว่าภัคพลจะชนะด้วยความรู้ความสามารถของตัวเอง หรือว่าจะเป็นเพราะพี่สาวของเธอแอบช่วยเขาแบบคราวนั้นอีก ชลธิชาคิดไปก็มองหน้าคีรินแล้วยิ้มแห้งๆให้เขาไป เพราะถ้าเป็นแบบนั้นก็แสดงว่าภัคพลยังไม่ได้เลิกติดต่อกับพี่สาวของเธอตามที่เขาบอกไว้ “อ่อ ธิชาคงช่วยพี่คีรินไม่ได้หรอกค่ะ เพราะธิชาไม่ได้คบหรือติดต่ออะไรเขาค่ะ ขอโทษด้วยนะคะพี่คีริน…” ชลธิชาพูดบอกไปแล้วก็มองหน้าของเขาไปแบบสงสาร เพราะเธอมีลางสังหรณ์ว่าพี่สาวของเธอยังไม่หยุดคบกับภัคพลแน่ คีรินก็หน้าเศร้าออกมา เพราะชลธิชาดูยืนกรานว่าเธอไม่ได้คบหรือติดต่อกับภัคพลแบบชัดเจนเลย แถมแววตาและสีหน้าตอนที่พูดถึงภัคพลเธอก็ดูไม่ชอบเอามากๆ มันจึงทำให้ความสงสัยเขาพยายามพุ่งมาที่เธอนั้นหันเหไปทางแพรไหมแบบที่เพื่อนเขาบอกจนได้ “งั้นธิชากลับก่อนนะคะพี่คีริน สวัสดีค่ะ” ชลธิชาเห็นเขาเงียบไปก็มองเขาแบบเกรงๆ ก่อนจะเอ่ยบอกเขาแล้วเธอก็ยกมือไหว้เขาไปทันที เพราะยิ่งอยู่ต่อเธอก็ยิ่งเจอกับคำถามที่ชวนให้เธอนั้นสงสารเขามากขึ้น เห้นทีว่าเจอพี่สาวเธออาทิตย์หน้า เธอจะต้องพูดกับพี่สาวของเธอเรื่องของภัคพลอีกครั้งแล้วล่ะ “อืม…” คีรินตอบไปสั้นๆก็มองเธอรีบเดินไปขึ้นรถและขับออกไปแบบรวดเร็วด้วยท่าทางเกรงๆอย่างนั้นก็มองอย่างสงสัยว่าเธอจะรีบกลับทำไม เขาว่าเธอต้องรู้อะไรแน่ๆ คีรินคิดไปก่อนจะหันไปมองข้างในบ้าน เพราะตอนนี้เขาไม่อยากจะมองหน้าแพรไหมเลย เขาไม่รู้ว่าจะพูดหรือคุยกับเธอให้เป็นปกติยังไง ในเมื่อวันนี้เขานั้นจับได้คาหนังคาเขาเลยว่าเธอน่ะแอบหักหลังเอางานของเขาไปให้ภัคพล ความรู้สึกที่เขาเคยรักเคยไว้ใจเธอแบบเต็มร้อยตอนนี้มันก็ถูกพังทลายลงไปแล้ว และมันก็ยากที่จะสร้างขึ้นมาให้เหมือนเดิม “คุณคีริน คุณมายืนทำอะไรตรงนี้คะ ฉันก็หาตั้งนานว่าคุณอยู่ที่ไหน…” แพรไหมเดินออกมาหาคีรินด้วยรอยยิ้มอบอุ่น เพราะเธอเข้าไปในบ้านก็ไม่เจอเขา ไปที่ห้องทำงานก็ไม่เจอเขาอีก จนเธอเห็นเขายืนอยู่ตรงนี้ก็เลยเดินเข้ามาหา “ผมแวะมาทักทายธิชาเขาน่ะ พอดีผมอยากจะให้เขานัดนายภัคพลมาทานข้าวกับผมน่ะ….” คีรินพูดตอบไปแล้วเขาก็ดูท่าทีและสีหน้าของแพรไหมทันที “หึ..? คุณจะนัดทานข้าวกับคุณภัคพลเขาไปทำไมคะ มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ” แพรไหมทำหน้าตกใจออกมาก่อนจะรีบปรับสีหน้าเป็นปกติไปแบบเนียนๆ “ผมก็แค่อยากจะรู้จักเขามากขึ้นก็เท่านั้นเอง เพราะตอนนี้เขาประมูลชนะผมมาหลายรอบแล้ว ถือได้ว่าเขากลายเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวอีกคนของผมแล้วล่ะ ผมก็ควรจะรู้จักเขาเอาไว้ ในเมื่อเขากำลังจีบน้องสาวของคุณอยู่ ผมก็เลยจะวานให้ธิชาเขาชวนนายภัคพลนั่นมาทานข้าวกับเราน่ะ” คีรินพูดลองเชิงแพรไหมไปทันที เพราะเขาอยากจะรู้ว่าเธอจะตอบยังไง “อ่อ…แต่ฉันได้ยินยัยธิชาบ่นว่าช่วงนี้เขาไม่ค่อยจะว่างเลยนะคะ ไว้เราให้ธิชานัดเขาตอนที่ว่างๆดีกว่านะคะ” แพรไหมพูดบอกไปแล้วก็ยิ้มออกไปอย่างอ่อนโยน จนคีรินนั้นมองแล้วก็ยิ้มกัดฟันออกไปอย่างเจ็บใจอย่างอดไม่ได้ เพราะชลธิชาบอกเขาว่าเธอไม่ได้ติดต่ออะไรกับนายภัคพลแล้ว แต่แพรไหมกลับพูดแบบนี้มันหมายความว่ายังไง “แต่เมื่อกี้ธิชาบอกผมว่าเขาไม่ได้คบหรือติดต่ออะไรกับนายภัคพลนั่นแล้วนะ…คุณไปฟังน้องสาวของคุณบ่นว่าเขาไม่ว่างตอนไหนเหรอไหม” คีรินเอ่ยถามเธอออกไป เพราะท่าทางและสีหน้าของเธอตอนนี้มันดูร้อนรนกับคำถามของเขามาก “อ่อ ยัยธิชาบอกคุณแบบนั้นเหรอคะ สงสัยจะไม่ได้ติดต่อกันจริงๆแล้วมั้งคะ เพราะ…เพราะยัยธิชาก็บ่นมานานแล้วล่ะค่ะ แต่ฉันนึกได้ก็เลยเอามาพูดบอกคุณไงคะ ไหมว่าเราอย่ามาพูดเรื่องคนอื่นเลยค่ะ มาพูดเรื่องของเราวันนี้ดีกว่าค่ะ ทำไมคุณหายเงียบไม่โทรหาฉันกับลูกเลยคะ” แพรไหมพูดแก้ตัวออกไป แล้วเธอก็พูดเปลี่ยนเรื่องไปเป็นอย่างอื่นอย่างเนียนๆ ดีนะที่เธอยังแก้ตัวได้ไม่ได้ปล่อยโป๊ะอะไรไปน่ะ จนคีรินนั้นยิ่งมั่นใจว่าภรรยาของเขาอาจจะมีรู้จักหรือมีความสัมพันธ์ที่ยากจะคาดเดากับภัคพล มันจึงทำให้เขานั้นนั้นกัดฟันจนกรามขึ้นเป็นสันนูนเลย ก่อนจะฝืนใจพูดตอบเธอไป “ผมยุ่งๆน่ะ เดี๋ยวผมไปทำงานต่อก่อนนะ คุณทานข้าวเย็นเลยก็แล้วกัน วันนี้ผมจะออกไปข้างนอกกับเพื่อน” คีรินพูดบอกไปแล้วเขาก็เดินเข้าไปในบ้านแล้วก็เข้าไปทางห้องทำงานของเขาทันที “เป็นอะไรของเขากันนะ ทำไมวันนี้ดูเย็นชาจัง หรือว่างานของเขามีปัญหา เขาถึงได้อยากจะเจอภาม” แพรไหมมองตามเขาไปแล้วเธอก็คิดในใจออกมาอย่างสงสัยว่าเขาทำไมมีท่าทีแบบนี้ ทั้งที่เมื่อก่อนเขานั้นจะพูดจาเอาอกเอาใจและออดอ้อนเธอจะตายไป แต่ทำไมวันนี้เขาดูเย็นชากับเธอจังณ คอนโดของชลธิชาพอมาถึงห้องพักชลธิชาก็มานอนพักอย่างเหนื่อยอ่อนเลยทีเดียว เพราะร่างกายของเธอมันบอบช้ำจากการมีเซ็กส์กับคีรินมา ชลธิชานอนแล้วคิดไปอย่างเสียใจที่เธอต้องมากลายเป็นหมากในเกมแก้แค้นของคีรินที่มีต่อพี่สาวของเธอ ทั้งๆที่เธอไม่ได้ก่อเรื่องนี้ขึ้นมาแต่เธอกลับต้องมารับเคราะห์แบบนี้ มันไม่สมควรเลยจริงๆ แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว เพราะระหว่างเธอและคีรินมันเกินเลยกันไปมากกว่าพี่เขยและน้องเมียไปแล้ว“กริ้งๆ…กริ้งๆ….” เสียงโทรศัพท์ของชลธิชาดังขึ้น ทำให้เธอนั้นละจากความคิดเสียใจนั้นหันมาหยิบโทรศัพท์มาดู ก็เห็นว่าแม่ของเธอนั้นโทรมาเธอก็เอามือเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาแล้วเธอก็กดรับสายของแม่ที่วิดีโอคลอมาหาเธอ“ธิชา…นี่ลูกยังนอนอยู่อีกเหรอ นี่มันจะเที่ยงแล้วนะลูก…แล้วนี่ทำไมตาบวมขนาดนั้นหึ ลูกเป็นอะไรหรือเปล่าธิชา…” พานทองพูดออกไป เมื่อเห็นลูกสาวนั้นยังนอนอยู่บนเตียงแบบนั้น แล้วหน้าตาของลูกสาวก็เหมือนคนที่ร้องไห้เลย เธอจึงอดที่จะเอ่ยถามออกไปไม่ได้“หนูไม่ค่อยสบายน่ะค่ะแม่…แล้วนี่แม่โทรมาหาธิชามีอะไรหรือเปล่าคะ” ชลธิชาพูดโกหกไป เพราะเธอจะให้แม่ของเธอรู้ไม่ได้ว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเธอ“แม่จะโ
ณ คอนโดของเนวิน…“กริ้งๆ….กริ้งๆ….” เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นรัวๆทำให้อังคณาที่นอนหลับอยู่นั้นต้องตื่นขึ้นมาแล้วเอามือลูบคลำหาโทรศัพท์ของเธอไปนิสัยที่เธอนั้นชอบเอาโทรศัพท์วางไว้ใกล้ตัว แต่มือปัดป่ายไปทั่วแล้วก็ไม่เจอทำให้เธอลุกขึ้นมาด้วยสีหน้าหงุดหงิดเลยทันที ก่อนจะลืมตาตื่นมามองหาโทรศัพท์เจ้าปัญหาที่มันดังรบกวนการนอนของเธอ“อือ…เห้ย! นี่ไม่ใช่ห้องเรานิ หรือว่าจะเป็นห้องของอีตาผู้กองนั่น…” อังคณาพูดออกไปแล้วเธอก็มองไปรอบๆอย่างตกใจ เพราะที่เธอนอนอยู่ตอนนี้มันไม่ใช่ห้องนอนของเธอและมันก็ไม่ใช่ห้องนอนของเพื่อนๆเธอที่เธอเคยไปนอนด้วย และเมื่อคืนเธอจำได้ว่าเธอกลับมากับชวพรและผู้กองหนุ่มที่มาส่งพวกเธอ แต่เธอก็จำอะไรไม่ค่อยได้แล้ว ทำให้อังคณานั้นรีบเปิดผ้าห่มมองสำรวจตัวเองทันที“เมื่อคืนเราไม่ใส่ชุดนี้นิ….หรือว่าเราจะมีอะไรกับเขาเมื่อคืน…” อังคณาพูดออกไปด้วยสีหน้าเครียดเลย จนเธอไม่ได้สนใจเสียงโทรศัพท์ที่ดังอยู่ในตอนนี้เลยจนมันดับไปอังคณาก็รีบลุกลงจากเตียงแบบรนรานแล้วเธอก็ไปหยิบกระเป๋าและโทรศัพท์ของเธอขึ้นมาดู ก็เห็นว่าเป็นพ่อของเธอที่โทรเข้ามาหา แต่เธอก็ไม่กล้าที่จะโทรกลับในตอนนี้เพราะเธอยังไม่รู้
“หึ…คุณนี่มันเห็นแก่ตัวเอาแต่ได้จริงๆไหม…ทำกับผมขนาดนี้แล้วยังจะให้ผมไปช่วยเอาหน้าให้พ่อแม่คุณอีกเหรอ ไม่มีทางหรอก…” คีรินพูดด้วยสีหน้าแสยะยิ้ม เพราะตอนนี้เหมือนเขาได้เห็นนิสัยที่แท้จริงของแพรไหมที่ไม่ได้เป็นอย่างที่เขาเห็นๆแบบที่ผ่านมาคีรินก็สะบัดผ้าห่มแล้วลุกออกจากเตียงแล้วเขาก็เดินตรงไปที่ห้องน้ำแล้วก็หมุนลูกบิดแต่ว่ามันก็ถูกล็อคจากด้านใน ทำให้รอยยิ้มที่เขามีนั้นหุบยิ้มไปทันที“ธิชาเปิดประตูให้พี่หน่อย พี่จะเข้าไปอาบน้ำด้วย…” คีรินพูดบอกไปแล้วเขาก็ยินรอฟังคำตอบของเธอที่อยู่ด้านใน ไม่รู้ว่าเธอจะล็อคทำไมกัน “ธิชายังอาบไม่เสร็จค่ะ พี่คีรินรอไปก่อนก็แล้วกันนะคะ…” เสียงของชลธิชาตอบออกมาทำให้คีรินนั้นหงุหงิดใจมาก เพราะเขาอุตส่าห์อยากจะไปอาบน้ำกับเธอสักหน่อย“ปังๆ…ปังๆ….เปิดประตูให้พี่เดี๋ยวนี้ธิชา!” คีรินเคาะประตูแล้วเอ่ยพูดออกไปเสียงเข้ม เพราะเขาจะไม่ยอมให้เธอมาอยู่เหนือเขาหรอก เธอจะต้องเชื่อฟังคำสั่งของเขาชลธิชาได้ยินแบบนั้นก็ถอนหายใจออกมาทันที ก่อนจะรีบล้างครีมอาบน้ำออกแล้วเธอก็กดปิดน้ำฝักบัวนั้นไป แล้วก็ดึงเอาผ้าเช็ดตัวมาพันร่างกายของเธอไว้ จากนั้นก็ค่อยๆเดินไปเปิดประตูให้เขา“ธิช
ส่วนคีรินที่กำลังหลงใหลกับความสดใหม่ของชลธิชานั้นก็ไม่สามารถหักห้ามใจที่จะหยุดเพียงเท่านี้ได้ ทำให้เขานั้นจับเธอเอาในท่วงท่าต่างๆที่เขาอยากจะทำกับเธอไปอย่างสะใจ และตอนนี้เขาพูดได้เต็มปากเลยว่าชลธิชานั้นกำลังทำให้เขาติดใจร่างกายของเธอ ที่มันตอบสนองความต้องการของเขาได้อย่างสุขสมเช้าวันใหม่….ชลธิชาตื่นมาก็เกือบจะสิบโมงแล้ว และตอนนี้ร่างกายของเธอก็อ่อนแรงและระบมจากการมีเซ็กส์กับคีรินเมื่อคืน จนชลธิชานั้นก้าวขาลงจากเตียงแบบขาสั่นเลย และเธอก็รู้สึกเจ็บและแสบที่ใจกลางความสาวของเธอมากๆ ยิ่งตอนที่เธอนั้นก้าวขาจะเดินเธอก็เกือบจะล้มเลย ทำให้เธอนั้นต้องเอามือจับที่เสาเตียงเอาไว้ไม่ให้ตัวเองล้ม…“ให้พี่ช่วยอุ้มไปอาบน้ำไหมล่ะ สภาพนี้ไม่น่าจะเดินไปไหวนะ…” คีรินที่นั่งเอนพิงหัวเตียงอยู่นั้นก็เอ่ยถามเธอไปด้วยรอยยิ้มมุมปาก เพราะเมื่อคืนเขาเอาเธอทั้งคืนเลย พึ่งจะนอนหลับก็ตอนตีสองและตื่นมาตอนเช้าเขาก็จับเธอเอาอีก ทำให้เขาและเธอนั้นพากันหลับอีกรอบจนเวลาล่วงเลยมาจนถึงตอนนี้“ธิชาเป็นแบบนี้ก็เพราะพี่คีรินนั่นแหละค่ะ…ไม่ต้องมายิ้มเลยนะคะ…คนใจร้าย…” ชลธิชาได้ยินเขาพูดแบบนั้นก็หันตัวไปต่อว่าเขาทันที เธอเป็นแ
“พรึบ…รู้ไหมว่าธิชายิ่งเกลียดดุ้นของพี่มากเท่าไหร่ ธิชาก็จะยิ่งหนีมันไม่พ้น……เคยได้ยินไหมว่าเกลียดอะไรมักได้อย่างนั้นน่ะ…อ่าส์….เด็กดื้อต้องโดยตีซะบ้าง….แปะๆ อ่าส์….อ้าปากเดี๋ยวนี้ธิชา…” คีรินเอามือรั้งท้ายทอยของชลธิชามาใกล้ท่อนเอ็นของเขา แล้วเขาก็จงใจจับท่อนเอ็นของเขาเอาหัวถอกไปถูกที่แก้มของเธอแล้วเขาก็ค่อยๆเลื่อนลงมาที่ปากของเธอแล้วก็เอาท่อนเอ็นตีเบาๆอย่างหมั่นเขี้ยวกับความปากดีของเธอ “ไม่ค่ะ ธิชาไม่อ้า…” ชลธิชาโดนเขาเอาท่อนเอ็นมาถูมาตีที่หน้าก็เบนหน้าหนี แต่ด้วยความที่เขาจับท้ายทอยเธอไว้ ทำให้เธอนั้นไม่สามารถหนีได้ จนตอนนี้หัวท่อนเอ็นของเขานั้นมันมาจ่อที่ปากของเธอแล้ว ทำให้เธอนั้นเม้มริมฝีปากไม่ยอมเปิดปากให้เขา “ธิชาอยากจะเอากับพี่ดีๆ หรือธิชาอยากจะให้พี่ถ่ายคลิปที่เราเอากันเก็บเอาไว้ล่ะ พี่ให้ธิชาเลือกก็แล้วกันว่าจะยอมเอากับพี่ หรือว่าจะให้พี่จับเราข่มขืนแล้วถ่ายคลิปเอาไว้ดูเล่นดีล่ะ…ไม่สิ ดูคนเดียวคงไม่สนุก เอาไปให้ไหมเขาดูด้วย…คงจะสนุกกว่า…” คีรินพูดข่มขู่ชลธิชาออกไปเพราะเขาต้องการให้เธอยอมเขา เธอจะได้ไม่ต้องเจ็บตัวและเขาจะได้ไม่ต้องใจร้ายกับเธอมากเกินไป เพราะเธอสดซิงขนาดนี้เข
“โอว์….ซี๊ด….เพี๊ยะ! เอามันส์เป็นบ้าเลย….เพี๊ยะ! อ่าส์….ธิชา….พี่จะเอาธิชาทุกวันเลย…จากนี้พี่จะไม่ให้หอยฟิตๆของธิชาต้องเหงาอีกต่อไป…พี่จะมากระแทกมันทุกวันเลยแม่ง….” คีรินพูดพร่ำออกไปก็ตบก้นงอนของเธอแล้วบีบขย้ำอย่างหมั่นเขี้ยว“โอ๊ย….อ้ะ อ้ะ อ้ะ….ธิชาไม่ให้พี่เอาอีกหรอกค่ะ…อ้ะ…ฝันไปเถอะ…โอ๊ย….ซี๊ด….” ชลธิชาพูดจบก็ถูกคีรินนั้นกระแทกใส่แบบแรงๆ จนเธอนั้นก้มหน้าฟุบลงกับหมอนเลย ก่อนจะครางออกมาไม่หยุดเมื่อเขานั้นรัวกระหน่ำกระแทกใส่เธอไม่หยุดหย่อน“โอว์….ซี๊ด….อย่ามาปากเก่งตอนที่ดุ้นของพี่ยังอยู่ในหอยของธิชาอย่างนี้ เพราะมันจะทำให้พี่อยากจะกระแทกหอยคนปากเก่งอย่างธิชาให้จุกๆไปเลย อ่าส์….ปึก….อ่าส์…ปึก….อื้อ….จำไว้ว่าอย่ามาปากเก่งกับผัว….พรึบ….เข้าใจไหม….” คีรินจงใจกระแทกใส่เธอแรงๆ แล้วเขาก็เอามือดึงผมของเธอให้เงยหน้าขึ้นมาตอบเขา“อ้ะ…อ้ะ….” ชลธิชาที่ถูกดึงผมก็หันหน้ามามองเขาแล้วทำหน้าเสียวออกไป ทำให้คีรินนั้นโคตรชอบท่าที่เขาดึงผมเธอในตอนนี้เลย เพราะมันโคตรได้อารมณ์เลยโดยเฉพาะสีหน้าของเธอที่ทำออกมาอย่างเสียวซ่านแบบนี้“พี่ถามว่าเข้าใจไหม….ตับ…ตับ…ตับ….ถ้ายังไม่ตอบพี่จะกระแทกแรงกว่านี้แล้วนะธิชา







