เข้าสู่ระบบณ สถานีตำตรวจ
เนวินกกลับมาที่สถานีตำรวจอีกครั้งทำให้ลูกน้องที่เข้าเวรนั้นพากันงงใหญ่เลยที่อยู่ๆผู้กองมาที่สถานีในช่วงเย็นแบบนี้ และพอมาถึงเนวินก็เรียกกีรติผู้หมวดคนสนิทของเขานั้นเข้าไปคุยในห้องทำงานของเขาเป็นการส่วนตัว เพราะเขาต้องการสืบเรื่องของแพรไหมและภัคพลอย่างเร่งด่วน และกีรตินั้นเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะช่วยเขาได้ “มีอะไรหรือเปล่าครับผู้กอง ทำไมอยู่ๆถึงได้เข้ามาสถานีอีกล่ะครับ…” กีรติเอ่ยถามออกไปแล้วมองผู้บังคับบัญชาของเขาอย่างสงสัยว่ามีเรื่องด่วนอะไร “พอดีผมมีธุระส่วนตัวอยากจะให้หมวดช่วยผมหน่อยน่ะ เอาเส้นผมในผ้าเช็ดหน้านี่ไปตรวจดีเอ็นเอให้ผมที บอกกับทางโรงพยาบาลว่าเราต้องการผลตรวจแบบด่วนที่สุด แล้วก็ให้สายสืบของเราไปสืบมาหน่อยว่าสองชื่อนี้เขามีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันหรือเปล่า….ขอแบบละเอียดยิบได้เลยยิ่งดี” เนวินพูดบอกไปแล้วก็ทำหน้าจริงจังออกมา “ได้ครับผู้กอง…จัดให้เดี๋ยวนี้เลยครับ…อ่อ แล้วเรื่องที่จะไปตรวจท่าเรือส่งของล่ะครับวันมะรืนนี้ล่ะครับ ผู้กองจะไปตรวจด้วยไหมครับ” กีรติพูดบอกไปแล้วเขาก็เอ่ยถามเจ้านายของเขาไป “ผมก็ไปตามปกตินั่นแหละ ทำไม…ที่ท่าเรือมีปัญหาอะไรงั้นเหรอ..” เนวินเอ่ยถามออกไป เพราะกีรติพูดมาแบบนี้เขาว่ามันต้องมีมีอะไรแน่ๆ “พอดีสายข่าวของเรารายงานมาว่ามีการลักลอบขนแรงงานต่างชาติเข้ามาน่ะครับ ถ้าผู้กองไปด้วยผมก็สบายใจหน่อย เพราะผมเป็นแค่หมวดชั้นผู้น้อย ถ้าเจอตอขึ้นมาผมก็คงจะพูดอะไรไม่ได้ ถ้าผู้กองไปก็คงจะงัดกับตอได้หน่อยน่ะครับ” กีรติพูดบอกไปเพราะถึงเนวินจะมียศผู้กองแต่เขาก็พ่วงตำแหน่งลูกชายของนักการเมืองชื่อดังที่เป็นถึงรัฐมนตรีกระทรวงหนึ่งเลย ทำให้เวลาทำงานเจอยศที่ใหญ่กว่าเนวินก็ไม่เคยไว้หน้าใครเลย “อืม ผมเข้าใจแล้ว…” เนวินได้ยินแบบนั้นก็เข้าใจ เพราะงานพวกนี้มักจะมีพวกคนใหญ่คนโตคอยหนุนหลังอยู่เสมอ ถ้าโชคดีก็จัดการเคลียร์ได้ ถ้าโชคไม่ดีก็คงต้องเจอปัญหาใหญ่อยู่เหมือนกัน ด้านคีรินที่นั่งอยู่ในห้องทำงานไม่ออกไปไหนแม้กระทั่งทานอาหารเย็น เขาก็นั่งเงียบๆอย่างคิดไม่ตกว่าทำไมแพรไหมต้องหลักหลังเขาด้วยการเอาข้อมูลของเขาไปให้ภัคพลด้วย เขาคิดไปก็เจ็บใจและเสียใจจนเขานั้นไม่อยากจะเจอหน้าแพรไหมเลย เพราะเขาเห็นเธอแล้วเขาก็รู้สึกจุกที่อกจนพูดไม่ออกเลย “ก๊อกๆ…คุณคีรินคะ นี่จะสี่ทุ่มแล้วนะคะ ฉันว่าคุณไปอาบน้ำนอนได้แล้วนะคะ พรุ่งนี้คุณต้องไปทำงานแต่เช้านะคะ” แพรไหมเคาะประตูห้องทำงานของเขาแล้วเธอก็เดินเข้ามาข้างในพร้อมกับพูดบอกเขาไป เพราะนี่มันก็ดึกมากๆแล้ว “อืม…ผมรู้แล้ว แต่คุณนอนก่อนเถอะ เดี๋ยวผมทำงานเสร็จแล้วผมจะไป…” คีรินเงยหน้ามามองเธอที่มาเอ่ยถามเขาด้วยท่าทางห่วงใยนี่ด้วยสายตาเจ็บปวด เพราะเขาไม่รู้ว่าที่เธอทำอยู่เนี่ย เธอห่วงเขาจริงๆหรือว่างเธอแกล้งกันแน่ คีรินคิดในใจไปอย่างอดไม่ได้ “งานอะไรกันคะ ทำไมคุณถึงต้องทำจนดึกดื่นแบบนี้คะ หรือว่าจะมีการประมูลใหม่อีก…” แพรไหมเอ่ยถามเขาออกไป เพราะปกติเขาจะไม่ทำงานที่บ้านจนดึกดื่นแบบนี้ หรือว่าเขาจะเตรียมงานการประมูลครั้งใหม่ ถึงได้ซีเรียสแบบนี้ คีรินได้ยินแบบนั้นก็สะอึกไปเลย เพราะเขาพึ่งจะมาสังเกตได้ว่าที่ผ่านมาแพรไหมมักจะถามเรื่องงานของเขาเป็นประจำ และเขาก็ตอบเธอไปอย่างไม่มีอะไรปิดบังเพราะเห็นว่าเธอคือภรรยาของเขา แต่ตอนนี้เขากลับเห็นความห่วงใยที่ใสซื่อของเธอนั้นกลายเป็นมีดแหลมคมที่คอยทิ่มแทงข้างหลังของเขา “ใช่…ผมถึงต้องทำงบการประมูลใหม่นี่ให้ดีไง เพราะที่ผ่านมาน่ะผมแพ้การประมูลให้กับนายภัคพลมาหลายรอบแล้ว ไม่รู้ว่าหมอนี่มันมีอะไรดี มันถึงได้ชนะผมติดต่อกันหลายต่อหลายครั้งแบบนี้…ทั้งๆที่มือใหม่แบบนั้น….เมื่อกี้ผมถึงได้อยากจะให้น้องสาวคุณนัดเขามาทานอาหารกับผมหน่อย เผื่อผมจะได้รู้จักผู้ชายคนนี้มากขึ้น น่าเสียดายที่น้องสาวคุณไม่ได้สนใจเขา ไม่งั้นคงช่วยผมได้เยอะเลย…” คีรินจงใจพูดออกไปให้เธอได้ยิน เพราะเขาอยากจะให้เธอรู้ว่าเขารู้เรื่องนี้แล้ว และเขาก็อยากจะรู้ว่าเธอนั้นมีท่าทางยังไงกับที่เขาพูด “อ่อ เขาเป็นแค่มือใหม่ในสายงานนี้บางทีเขาอาจจะฟลุ๊คก็ได้นะคะ หรือไม่ก็เขาอาจจะเสนอราคาประมูลต่ำๆเพื่อจะได้งานก็ได้ค่ะ… ฉันว่าคุณอย่าเครียดเลยนะ คุณน่ะเก่งอยู่แล้วค่ะ รอบต่อไปคุณต้องชนะแน่นอนค่ะ…” แพรไหมพูดบอกไปแล้วก็ยิ้มให้เขาไปอย่างอ่อนโยน เพราะต่อไปเธอจะไม่ช่วยส่งข้อมูลการประมูลให้ภัคพลแล้ว เพราะแค่ที่ผ่านมามันก็ทำให้บริษัทเขานั้นฟื้นตัวได้ค่อนข้างดีเลย เธอก็ไม่จำเป็นต้องมาทำเรื่องหักหลังกับคีรินอีก และตอนนี้มันก็เริ่มที่จะเสี่ยงมากขึ้นแล้ว “คุณคิดว่าผมจะชนะจริงๆเหรอ งานนี้เป็นงานที่ใหญ่กว่างานที่ผ่านมาเลยนะ ถ้าใครได้ไปกำไรมากกว่าครึ่งแน่ๆ…ผมถึงได้มานั่งเครียดอยู่นี่ไง เพราะวงในที่ผมรู้จักเขาเสนอตัวเลขที่ทางนั้นต้องการมาแล้ว ผมก็เลยว่าจะใส่ตัวเลขให้ใกล้เคียงกับที่พวกเขาตั้งเอาไว้หน่อยๆ โอกาสที่ผมจะได้ก็คงจะมี ถ้าไม่มีใครเสนอน้อยกว่าที่ผมเสนอไป….ถ้าผมแพ้การประมูลคราวนี้ บริษัทของผมคงจะแย่…” คีรินพูดบอกไปเป็นเรื่องเป็นราว เพราะมันมีการประมูลใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นจริงๆ ซึ่งเขานั้นจะยอมเสียงานนี้ไปไม่ได้ เขาจึงอยากจะพิสูจน์ให้เห็นกับตาว่าแพรไหมนั้นจะกล้าหักเขาอีกไหม ในเมื่อเธอรู้ว่าถ้าเธอทำแล้วบริษัทของเขาจะแย่ “แต่บริษัทของคุณมันก็มีฐานการเงินที่ดีนิคะ ธุรกิจของคุณก็ไม่ได้มีแค่นี้ด้วย ฉันว่ามันก็คงไม่แย่ขนาดนั้นหรอกมั้งคะ” แพรไหมได้ยินคีรินพูดอธิบายบอกมาแบบนั้นก็เริ่มคิดตามเขาไปแบบช่างใจ ก่อนจะเอ่ยถามออกไป เพราะบริษัทของเขาไม่ได้เล็ก มันจะแย่ได้ยังไงกันล่ะ “มันก็ใช่ แต่ถ้ามันยังประมูลงานไม่ได้แบบนี้ไปเรื่อยๆ ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างของผมก็ต้องปิดตัวลง เพราะไม่มีรายได้จะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายค่าใช้จ่ายให้พนักงานและอื่นๆล่ะ ผมถึงบอกนี่ไงว่าการประมูลครั้งต่อไปน่ะสำคัญกับผมมาก…ผมก็หวังว่าผมจะได้งานนี้…” คีรินพูดบอกไปแล้วเขาก็มองหน้าเธอแบบจริงจัง เพื่อย้ำให้เธอรู้ว่ามันสำคัญกับเขา เขาก็หวังว่าเธอจะไม่หักหลังเขาอีกเป็นครั้งที่ห้า…ทั้งที่จริงแล้วบริษัทของเขามันก็ไม่ได้จะแย่อะไรหรอกถ้ายังประมูลไม่ได้ แต่เขาจะไม่ยอมให้เขาแพ้ให้กับนายภัคพลนั่นอีก เขาถึงได้วางหมากไว้แบบนี้ เผื่อแพรไหมคิดจะหักหลังเขาอีก เขาจะได้ไม่ต้องโดนปาดหน้างานของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ฉันเข้าใจแล้วค่ะ ฉันเป็นกำลังใจให้คุณนะคะคุณคีริน…คุณต้องทำได้แน่นอนค่ะ…” แพรไหมพูดบอกไปแล้วก็ยิ้มอ่อนๆให้เขาไป เพราะเธอมัวแต่ช่วยภัคพลจนลืมไปเลยว่าคีรินเองก็อาจจะต้องเดือดร้อน แต่เธอไม่คิดว่ามันจะถึงขนาดนี้ เพราะฐานบริษัทของเขานั้นค่อนข้างจะมั่นคงมาก “อืม…ผมก็หวังให้มันเป็นอย่างนั้นแหละ…คุณไปนอนเถอะ วันนี้ผมรู้สึกไม่สบาย ผมจะไปนอนที่ห้องรับแขกละกัน…ผมไม่อยากจะให้ลูกติดหวัดผมไปด้วย…เดี๋ยวคุณให้แม่บ้านเอาชุดนอนมาให้ผมสักสามสี่ชุดก็แล้วกัน อ่อ ชุดทำงานด้วยนะ…” คีรินพูดบอกไปแล้วเขาก็ทำหน้านิ่งๆออกไป ทั้งที่เขาไม่ได้เป็นไข้หวัดอะไรหรอก เขาแค่ไม่อยากจะอึดอัดใจตอนที่อยู่กับเธอก็เท่านั้น “อ่อค่ะ เดี๋ยวฉันจัดการให้ค่ะ…งั้นฉันให้แม่บ้านต้มน้ำขิงร้อนๆมาให้คุณดื่มก่อนนอนด้วยก็แล้วกันนะคะ คุณจะได้ดีขึ้น…แล้วก็อย่าทำงานหนักนะคะ เสร็จแล้วก็ไปอาบน้ำนอนพักนะคะ…” แพรไหมพูดบอกไปอย่างห่วงใยเขา “อืม…ขอบคุณนะไหม…” คีรินพูดบอกไปแล้วก็ยิ้มใส่เธอไป เพราะถ้าเธอห่วงเขาจากใจจริงๆเขาก็ดีใจ แต่ถ้าเธอทำแค่หน้าที่ภรรยาของเขาเท่านั้น มันก็ไม่ได้มีความหมายอะไรหรอก “ค่ะ งั้นไหมไปก่อนนะคะ ฝันดีค่ะ…จุ๊บ…” แพรไหมพูดบอกไปก็ทำปากจุ๊บส่งไปให้เขาแบบน่ารักๆ แล้วเธอก็เดินออกจากห้องทำงานของคีรินไปแบบโล่งใจที่เขานั้นไม่ได้เอ่ยอะไรน่าสงสัยเกี่ยวกับเรื่องประมูล “แท้จริงแล้วคุณเป็นคนแบบไหนกันนะไหม…” คีรินพูดออกไปเพราะเขาไม่เข้าใจเลยว่าเธอทำท่าทางรักใคร่และห่วงใยเขาขนาดนี้ แล้วเธอจะมาหักหลังเขาทำไมกัน เขาล่ะยังไม่เข้าใจกับเรื่องนี้จริงๆ คีรินคิดไปก็ถอนหายใจออกมาอย่างหนักใจ ก่อนจะกดปิดคอมพิวเตอร์แล้วเขาก็นั่งนิ่งๆสักพัก จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นแล้วก็เดินออกจากห้องทำงานของเขาไปยังห้องนอนที่ใช้ไว้รับแขกของที่บ้าน เนื่องจากห้องด้านบนนั้นเต็มไปหมดแล้วทั้งห้องของพ่อแม่และพี่ชายที่มาอยู่บ้างไม่อยู่บ้าง เขาก็ไม่อยากจะไปวุ่นวาย จึงเลือกที่จะนอนที่ห้องรับแขกที่อยู่ชั้นล่างเพราะมันมีหลายห้องเลย และเขาก็เลือกไปพักที่ห้องพักริมสระว่ายน้ำเพราะมันสงบดี พอแม่บ้านเอาชุดมาให้แล้วคีรินก็ไปอาบน้ำและพยายามนอนหลับแต่ใจเขามันกระวนกระวายกับเรื่องที่แพรไหมหักหลังเขาจนเขานั้นนอนไม่หลับเลย กว่าจะฝืนตัวเองให้หลับได้ก็ปาเข้าไปเกือบจะตีสสามแล้วณ คอนโดของชลธิชาพอมาถึงห้องพักชลธิชาก็มานอนพักอย่างเหนื่อยอ่อนเลยทีเดียว เพราะร่างกายของเธอมันบอบช้ำจากการมีเซ็กส์กับคีรินมา ชลธิชานอนแล้วคิดไปอย่างเสียใจที่เธอต้องมากลายเป็นหมากในเกมแก้แค้นของคีรินที่มีต่อพี่สาวของเธอ ทั้งๆที่เธอไม่ได้ก่อเรื่องนี้ขึ้นมาแต่เธอกลับต้องมารับเคราะห์แบบนี้ มันไม่สมควรเลยจริงๆ แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว เพราะระหว่างเธอและคีรินมันเกินเลยกันไปมากกว่าพี่เขยและน้องเมียไปแล้ว“กริ้งๆ…กริ้งๆ….” เสียงโทรศัพท์ของชลธิชาดังขึ้น ทำให้เธอนั้นละจากความคิดเสียใจนั้นหันมาหยิบโทรศัพท์มาดู ก็เห็นว่าแม่ของเธอนั้นโทรมาเธอก็เอามือเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาแล้วเธอก็กดรับสายของแม่ที่วิดีโอคลอมาหาเธอ“ธิชา…นี่ลูกยังนอนอยู่อีกเหรอ นี่มันจะเที่ยงแล้วนะลูก…แล้วนี่ทำไมตาบวมขนาดนั้นหึ ลูกเป็นอะไรหรือเปล่าธิชา…” พานทองพูดออกไป เมื่อเห็นลูกสาวนั้นยังนอนอยู่บนเตียงแบบนั้น แล้วหน้าตาของลูกสาวก็เหมือนคนที่ร้องไห้เลย เธอจึงอดที่จะเอ่ยถามออกไปไม่ได้“หนูไม่ค่อยสบายน่ะค่ะแม่…แล้วนี่แม่โทรมาหาธิชามีอะไรหรือเปล่าคะ” ชลธิชาพูดโกหกไป เพราะเธอจะให้แม่ของเธอรู้ไม่ได้ว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเธอ“แม่จะโ
ณ คอนโดของเนวิน…“กริ้งๆ….กริ้งๆ….” เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นรัวๆทำให้อังคณาที่นอนหลับอยู่นั้นต้องตื่นขึ้นมาแล้วเอามือลูบคลำหาโทรศัพท์ของเธอไปนิสัยที่เธอนั้นชอบเอาโทรศัพท์วางไว้ใกล้ตัว แต่มือปัดป่ายไปทั่วแล้วก็ไม่เจอทำให้เธอลุกขึ้นมาด้วยสีหน้าหงุดหงิดเลยทันที ก่อนจะลืมตาตื่นมามองหาโทรศัพท์เจ้าปัญหาที่มันดังรบกวนการนอนของเธอ“อือ…เห้ย! นี่ไม่ใช่ห้องเรานิ หรือว่าจะเป็นห้องของอีตาผู้กองนั่น…” อังคณาพูดออกไปแล้วเธอก็มองไปรอบๆอย่างตกใจ เพราะที่เธอนอนอยู่ตอนนี้มันไม่ใช่ห้องนอนของเธอและมันก็ไม่ใช่ห้องนอนของเพื่อนๆเธอที่เธอเคยไปนอนด้วย และเมื่อคืนเธอจำได้ว่าเธอกลับมากับชวพรและผู้กองหนุ่มที่มาส่งพวกเธอ แต่เธอก็จำอะไรไม่ค่อยได้แล้ว ทำให้อังคณานั้นรีบเปิดผ้าห่มมองสำรวจตัวเองทันที“เมื่อคืนเราไม่ใส่ชุดนี้นิ….หรือว่าเราจะมีอะไรกับเขาเมื่อคืน…” อังคณาพูดออกไปด้วยสีหน้าเครียดเลย จนเธอไม่ได้สนใจเสียงโทรศัพท์ที่ดังอยู่ในตอนนี้เลยจนมันดับไปอังคณาก็รีบลุกลงจากเตียงแบบรนรานแล้วเธอก็ไปหยิบกระเป๋าและโทรศัพท์ของเธอขึ้นมาดู ก็เห็นว่าเป็นพ่อของเธอที่โทรเข้ามาหา แต่เธอก็ไม่กล้าที่จะโทรกลับในตอนนี้เพราะเธอยังไม่รู้
“หึ…คุณนี่มันเห็นแก่ตัวเอาแต่ได้จริงๆไหม…ทำกับผมขนาดนี้แล้วยังจะให้ผมไปช่วยเอาหน้าให้พ่อแม่คุณอีกเหรอ ไม่มีทางหรอก…” คีรินพูดด้วยสีหน้าแสยะยิ้ม เพราะตอนนี้เหมือนเขาได้เห็นนิสัยที่แท้จริงของแพรไหมที่ไม่ได้เป็นอย่างที่เขาเห็นๆแบบที่ผ่านมาคีรินก็สะบัดผ้าห่มแล้วลุกออกจากเตียงแล้วเขาก็เดินตรงไปที่ห้องน้ำแล้วก็หมุนลูกบิดแต่ว่ามันก็ถูกล็อคจากด้านใน ทำให้รอยยิ้มที่เขามีนั้นหุบยิ้มไปทันที“ธิชาเปิดประตูให้พี่หน่อย พี่จะเข้าไปอาบน้ำด้วย…” คีรินพูดบอกไปแล้วเขาก็ยินรอฟังคำตอบของเธอที่อยู่ด้านใน ไม่รู้ว่าเธอจะล็อคทำไมกัน “ธิชายังอาบไม่เสร็จค่ะ พี่คีรินรอไปก่อนก็แล้วกันนะคะ…” เสียงของชลธิชาตอบออกมาทำให้คีรินนั้นหงุหงิดใจมาก เพราะเขาอุตส่าห์อยากจะไปอาบน้ำกับเธอสักหน่อย“ปังๆ…ปังๆ….เปิดประตูให้พี่เดี๋ยวนี้ธิชา!” คีรินเคาะประตูแล้วเอ่ยพูดออกไปเสียงเข้ม เพราะเขาจะไม่ยอมให้เธอมาอยู่เหนือเขาหรอก เธอจะต้องเชื่อฟังคำสั่งของเขาชลธิชาได้ยินแบบนั้นก็ถอนหายใจออกมาทันที ก่อนจะรีบล้างครีมอาบน้ำออกแล้วเธอก็กดปิดน้ำฝักบัวนั้นไป แล้วก็ดึงเอาผ้าเช็ดตัวมาพันร่างกายของเธอไว้ จากนั้นก็ค่อยๆเดินไปเปิดประตูให้เขา“ธิช
ส่วนคีรินที่กำลังหลงใหลกับความสดใหม่ของชลธิชานั้นก็ไม่สามารถหักห้ามใจที่จะหยุดเพียงเท่านี้ได้ ทำให้เขานั้นจับเธอเอาในท่วงท่าต่างๆที่เขาอยากจะทำกับเธอไปอย่างสะใจ และตอนนี้เขาพูดได้เต็มปากเลยว่าชลธิชานั้นกำลังทำให้เขาติดใจร่างกายของเธอ ที่มันตอบสนองความต้องการของเขาได้อย่างสุขสมเช้าวันใหม่….ชลธิชาตื่นมาก็เกือบจะสิบโมงแล้ว และตอนนี้ร่างกายของเธอก็อ่อนแรงและระบมจากการมีเซ็กส์กับคีรินเมื่อคืน จนชลธิชานั้นก้าวขาลงจากเตียงแบบขาสั่นเลย และเธอก็รู้สึกเจ็บและแสบที่ใจกลางความสาวของเธอมากๆ ยิ่งตอนที่เธอนั้นก้าวขาจะเดินเธอก็เกือบจะล้มเลย ทำให้เธอนั้นต้องเอามือจับที่เสาเตียงเอาไว้ไม่ให้ตัวเองล้ม…“ให้พี่ช่วยอุ้มไปอาบน้ำไหมล่ะ สภาพนี้ไม่น่าจะเดินไปไหวนะ…” คีรินที่นั่งเอนพิงหัวเตียงอยู่นั้นก็เอ่ยถามเธอไปด้วยรอยยิ้มมุมปาก เพราะเมื่อคืนเขาเอาเธอทั้งคืนเลย พึ่งจะนอนหลับก็ตอนตีสองและตื่นมาตอนเช้าเขาก็จับเธอเอาอีก ทำให้เขาและเธอนั้นพากันหลับอีกรอบจนเวลาล่วงเลยมาจนถึงตอนนี้“ธิชาเป็นแบบนี้ก็เพราะพี่คีรินนั่นแหละค่ะ…ไม่ต้องมายิ้มเลยนะคะ…คนใจร้าย…” ชลธิชาได้ยินเขาพูดแบบนั้นก็หันตัวไปต่อว่าเขาทันที เธอเป็นแ
“พรึบ…รู้ไหมว่าธิชายิ่งเกลียดดุ้นของพี่มากเท่าไหร่ ธิชาก็จะยิ่งหนีมันไม่พ้น……เคยได้ยินไหมว่าเกลียดอะไรมักได้อย่างนั้นน่ะ…อ่าส์….เด็กดื้อต้องโดยตีซะบ้าง….แปะๆ อ่าส์….อ้าปากเดี๋ยวนี้ธิชา…” คีรินเอามือรั้งท้ายทอยของชลธิชามาใกล้ท่อนเอ็นของเขา แล้วเขาก็จงใจจับท่อนเอ็นของเขาเอาหัวถอกไปถูกที่แก้มของเธอแล้วเขาก็ค่อยๆเลื่อนลงมาที่ปากของเธอแล้วก็เอาท่อนเอ็นตีเบาๆอย่างหมั่นเขี้ยวกับความปากดีของเธอ “ไม่ค่ะ ธิชาไม่อ้า…” ชลธิชาโดนเขาเอาท่อนเอ็นมาถูมาตีที่หน้าก็เบนหน้าหนี แต่ด้วยความที่เขาจับท้ายทอยเธอไว้ ทำให้เธอนั้นไม่สามารถหนีได้ จนตอนนี้หัวท่อนเอ็นของเขานั้นมันมาจ่อที่ปากของเธอแล้ว ทำให้เธอนั้นเม้มริมฝีปากไม่ยอมเปิดปากให้เขา “ธิชาอยากจะเอากับพี่ดีๆ หรือธิชาอยากจะให้พี่ถ่ายคลิปที่เราเอากันเก็บเอาไว้ล่ะ พี่ให้ธิชาเลือกก็แล้วกันว่าจะยอมเอากับพี่ หรือว่าจะให้พี่จับเราข่มขืนแล้วถ่ายคลิปเอาไว้ดูเล่นดีล่ะ…ไม่สิ ดูคนเดียวคงไม่สนุก เอาไปให้ไหมเขาดูด้วย…คงจะสนุกกว่า…” คีรินพูดข่มขู่ชลธิชาออกไปเพราะเขาต้องการให้เธอยอมเขา เธอจะได้ไม่ต้องเจ็บตัวและเขาจะได้ไม่ต้องใจร้ายกับเธอมากเกินไป เพราะเธอสดซิงขนาดนี้เข
“โอว์….ซี๊ด….เพี๊ยะ! เอามันส์เป็นบ้าเลย….เพี๊ยะ! อ่าส์….ธิชา….พี่จะเอาธิชาทุกวันเลย…จากนี้พี่จะไม่ให้หอยฟิตๆของธิชาต้องเหงาอีกต่อไป…พี่จะมากระแทกมันทุกวันเลยแม่ง….” คีรินพูดพร่ำออกไปก็ตบก้นงอนของเธอแล้วบีบขย้ำอย่างหมั่นเขี้ยว“โอ๊ย….อ้ะ อ้ะ อ้ะ….ธิชาไม่ให้พี่เอาอีกหรอกค่ะ…อ้ะ…ฝันไปเถอะ…โอ๊ย….ซี๊ด….” ชลธิชาพูดจบก็ถูกคีรินนั้นกระแทกใส่แบบแรงๆ จนเธอนั้นก้มหน้าฟุบลงกับหมอนเลย ก่อนจะครางออกมาไม่หยุดเมื่อเขานั้นรัวกระหน่ำกระแทกใส่เธอไม่หยุดหย่อน“โอว์….ซี๊ด….อย่ามาปากเก่งตอนที่ดุ้นของพี่ยังอยู่ในหอยของธิชาอย่างนี้ เพราะมันจะทำให้พี่อยากจะกระแทกหอยคนปากเก่งอย่างธิชาให้จุกๆไปเลย อ่าส์….ปึก….อ่าส์…ปึก….อื้อ….จำไว้ว่าอย่ามาปากเก่งกับผัว….พรึบ….เข้าใจไหม….” คีรินจงใจกระแทกใส่เธอแรงๆ แล้วเขาก็เอามือดึงผมของเธอให้เงยหน้าขึ้นมาตอบเขา“อ้ะ…อ้ะ….” ชลธิชาที่ถูกดึงผมก็หันหน้ามามองเขาแล้วทำหน้าเสียวออกไป ทำให้คีรินนั้นโคตรชอบท่าที่เขาดึงผมเธอในตอนนี้เลย เพราะมันโคตรได้อารมณ์เลยโดยเฉพาะสีหน้าของเธอที่ทำออกมาอย่างเสียวซ่านแบบนี้“พี่ถามว่าเข้าใจไหม….ตับ…ตับ…ตับ….ถ้ายังไม่ตอบพี่จะกระแทกแรงกว่านี้แล้วนะธิชา







