Share

เล่ห์รักดอกมู่ตาน
เล่ห์รักดอกมู่ตาน
Penulis: องค์หญิงโนเนม

บทที่ 1 ชายงาม

last update Tanggal publikasi: 2025-05-14 13:04:57

แคว้นซีเป่ย

จวนตระกูลเจียง

หอคณิกาชายหลงเป่า

"รูปงามยิ่งนัก ตั้งแต่เกิดมาข้าเพิ่งเคยเห็นบุรุษที่รูปงามมากถึงเพียงนี้ นัยน์ตาดอกท้อแสนเย็นชา จมูกโด่งเป็นสัน

ริมฝีปากบางเฉียบ ให้ตายเถอะ สวรรค์ช่างตั้งใจปั้นแต่งยิ่งนัก มาๆ ดื่มสุราเสียหน่อย วันนี้ข้าจะเลี้ยงเจ้าเอง ข้าจ่ายเงินเพื่อปิดหอคณิกาชายแห่งนี้แล้ว เจ้ามาดื่มสุรากับข้าทั้งคืนเถอะ อ้อ ดีเลย ข้าจะซื้อเจ้ากลับไปที่จวน ให้เจ้าเอาใจทั้งคืนข้าคงจะมีความสุขยิ่งนัก"

เสียงหวานใสของสตรีนางหนึ่งกำลังเอ่ยชื่นชมบุรุษรูปงามตรงหน้าอย่างชอบอกชอบใจ วันนี้นางมาเที่ยวหอคณิกาชายอย่างที่เคยทำเป็นประจำ อีกทั้งยังสั่งปิดหอคณิกาห้ามไม่ให้ผู้ใดเข้ามารบกวน คนนอกไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าคุณหนูเจียง บุตรสาวคนเดียวของแม่ทัพใหญ่เจียงปลอมตัวเป็นบุรุษมาเที่ยวหอคณิกาชายเพราะนางแต่งกายเยี่ยงบุรุษและสวมหน้ากากปิดบังใบหน้าเอาไว้

เดิมทีนางเพียงอยากมาเที่ยวหาความสำราญ ไม่ได้คิดจะมีสัมพันธ์ทางกายกับผู้ใด แม้แคว้นซีเป่ยจะไม่ได้เคร่งครัดเรื่องกฏระเบียบ อีกทั้งยังอนุญาตให้เหล่าสตรีสามารถเลี้ยงชายงามเอาไว้ในจวนได้ แต่นางก็เพียงแค่มาชื่นชมเท่านั้น

อีกทั้งบุรุษในหอคณิกาชายเหล่านี้ก็ไม่มีใครถูกตาต้องใจนางสักคน

แต่วันนี้นางกลับพบเจอบุรุษที่ถูกใจเข้าเสียแล้ว

นางมีนามว่าเจียงมู่ตาน เป็นบุตรสาวคนเดียวของแม่ทัพใหญ่เจียง ตั้งแต่มารดาตายจากไป บิดาก็เลี้ยงดูนางอย่างตามใจมาโดยตลอด แม้นางจะชอบกินดื่มเที่ยวเล่นแต่กลับไม่ได้หลงมัวเมาแยกแยะถูกผิดไม่ได้ อีกทั้งเดิมทีนางเป็นวิญญาณที่มาจากโลกปัจจุบัน เข้ามาอยู่ในร่างนี้ตั้งแต่สามขวบ ทำให้นางคุ้นชินกับโลกอดีตแห่งนี้ไปเสียแล้ว

ทว่าวันนี้บุรุษตรงหน้ากำลังทำให้ความอดกลั้นที่นางสะสมมาแตกสลายไปภายในพริบตา

นางดื่มจนเริ่มเมาได้ที่ อีกทั้งยังรู้สึกร้อนรุ่มขึ้นมาเล็กน้อย หญิงสาวเทสุราใส่จอก ก่อนจะยื่นไปตรงหน้าบุรุษ

ผู้นั้น แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สนใจ อีกทั้งยังจ้องมองนางอย่างไม่ชอบใจอีกด้วย

เจียงมู่ตานรู้สึกว่าเป็นแบบนี้ก็ดี ช่างท้าทายยิ่งนัก

ชายหนุ่มตรงหน้าส่งเสียงเหอะออกมา เขาไม่คิดเลยว่าการที่เขาอยากออกมาดูความสำราญสุดท้ายแล้วจะต้องพบเจอกับสตรีแต่งกายเป็นชายมาแทะโลมเช่นนี้ ซ้ำร้ายยังคิดว่าเขาเป็นนายคณิกามาใหม่เสียด้วย

เขาก็แค่อยากมาดูว่าชายงามเหล่านี้ทำสิ่งใดบ้างในหนึ่งวัน จึงออกมาเที่ยวเล่นปลอมตัวเป็นชายงามเพื่อแก้เบื่อ

เขามีนามว่าอ๋าวเยว่ เป็นฮ่องเต้องค์ใหม่แห่งแคว้นซีเป่ย เพิ่งขึ้นครองราชย์มาได้หนึ่งปีเท่านั้น หลังจากเสด็จพ่อทรงสละราชบัลลังก์ก็ไม่ยุ่งเกี่ยวกับราชกิจอีก และยกภาระหน้าที่ทั้งหมดให้เขาเป็นคนจัดการแต่เพียงผู้เดียว

เพราะภาระหน้าที่หลายอย่าง อีกทั้งยังต้องไปออกรบตั้งแต่วัยเยาว์ ทำให้เขาไม่ค่อยได้ออกไปเที่ยวชมความสำราญใด เมื่อกลับมาก็ขึ้นครองราชย์เป็นฮ่องเต้ น้อยคนนักที่จะเคยพบเห็นหน้าตาของเขาทเพราะเขาเป็นคนชอบเก็บตัวไม่ชอบความวุ่นวาย ไม่แปลกที่สตรีนางนี้จะไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร

เขาอยากจะถีบนางออกไปจากห้องเสีย หรือไม่ก็สั่งให้องค์รักษ์มาลากตัวนางออกไป แต่เขาทำเช่นนั้นไม่ได้ เพราะหากพลั้งมือนั่นเท่ากับเปิดเผยตัวตน เขาไม่ชอบความวุ่นนวาย ไม่ชอบความยุ่งยากซับซ้อนใดใดทั้งสิ้น

เขาทำได้เพียงมองสตรีนางนี้อย่างไม่ชอบใจ ขอเพียงนางกล้าล่วงล้ำเขาอีกหน เขาจะจัดการฟาดคอนางให้สลบไปเสีย

ด้านเจียงมู่ตานนั้น เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มตรงหน้าไม่ยินดีรับจอกสุรา นางก็แย้มยิ้มอ่อนหวาน ก่อนจะยกจอกสุรานั้นเข้าปากตนแทน

ไม่รอให้เขาได้ตั้งตัว นางก็ยื่นมือไปจับใบหน้าของเขา และประกบริมฝีปากจูบเขาพร้อมกับป้อนสุราในปากตนเข้ามาในปากเขาอย่างรวดเร็ว อ๋าวเยว่ตกใจจนทำสิ่งใดไม่ถูก กว่าจะรู้เขาก็กลืนสุราลงคอไปเสียแล้ว

เหล่าองค์รักษ์ลับที่ซ่อนตัวอยู่ถึงกับตื่นตระหนก

แต่กลับไม่กล้าขยับ เพราะฮ่องเต้เคยออกกฏว่าหากไม่มีคำสั่งห้ามปรากฎกายเด็ดขาด

"เจ้า!"

อ๋าวเยว่คิดจะสั่งสอนสตรีนางนี้ให้รู้สำนึก แต่อยู่ๆเขาก็รู้สึกว่าลำคอตนเองแห้งผาก เสียงที่เอื้อนเอ่ยก็ขาดห้วง ใบหน้าของชายหนุ่มเริ่มแดงก่ำ ลมหายใจเริ่มติดขัด รู้สึกร้อนลุ่มไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย

เจียงมู่ตานเองก็เช่นกัน นางรู้สึกว่าวันนี้ร้อนผิดปกติ สุราที่ดื่มเหมือนจะมียาปลุกกำหนัดอ่อนๆ ผสมอยู่ นางยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้ว ก่อนจะทิ้งกายลงนั่งข้างบุรุษผู้นั้น และเอนศีรษะไปพิงซบอกของเขาอย่างถือวิสาสะ

ชายหนุ่มคิดจะผลักนางออก แต่เมื่อได้สัมผัสถูกเรือนกายของนางก็เหมือนมีน้ำเย็นสายหนึ่งราดรดตัว ทำให้เขารู้สึกกระชุ่มกระชวยและคลายความทรมาณลงไปได้มาก

คนทั้งสองเงยหน้ามาสบตากัน ก่อนจะโน้มใบหน้าเขามาจูบกันอย่างดูดดื่ม

เหล่าองค์รักษ์ถึงกับเบือนหน้าหนี ไม่มีคำสั่งพวกเขาจะกระทำการบุ่มบ่ามไม่ได้!

อ๋าวเยว่ดึงทึ้งเสื้อผ้าของเจียงมู่ตานออกจนหมด

เจียงหมู่ตานเองก็ช่วยเขาถอดเสื้อผ้าออกอย่างรวดเร็ว

ตอนนี้คนทั้งสองร่างกายเปลือยเปล่าไร้ซึ่งอาภรณ์ปกปิด

เขาดันตัวนางให้ลงไปนอนราบบนเตียง ก่อจะเป็นฝ่าย

พลิกกายขึ้นมาอยู่บนร่างของนาง

ชายหนุ่มพยายามควบคุมจิตใจ แต่ดูเหมือนว่าจะเริ่มไม่ไหวเสียแล้ว เขายื่นมือไปลูบไล้ใบหน้าของนาง ยิ่งเขาสัมผัสตัวนางมากเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกดีมากเท่านั้น

สติสัมปัญชัญญะของอ๋าวเยว่ขาดผึ่ง

เขาจูบนางอย่าดูดดื่ม มือไม้ก็ซุกซนไม่น้อย

มือหนาใหญ่ลูบไล้ไปทั่วเรือนกายสาว ก่อนที่เขาจะเลื่อนใบหน้ามาจูบไซ้ซอกคอขาวเนียนของนาง กลิ่นเครื่องประทินโฉมที่หอมอ่อนๆ ยิ่งปลุกเร้าอารมณ์ของเขาให้พลุ่งพล่านมากยิ่งขึ้น

อ๋าวเยว่ใช้ฝ่ามือหนาใหญ่บีบขยำดอกบัวงามสองดอกที่เต่งตึงชูช่อจนเกิดเป็นรอยแดงห้านิ้ว เขาครอบริมฝีปากกลืนกินจุกบัวสีหวานอย่างหิวกระหายจนมันเกิดเสียงดังจ๊วบๆ

"อ๊า"

เจียงมู่ตานส่งเสียงแว่วหวานร้องครางด้วยความสุขสม ยามที่ปลายลิ้นร้อนของเขาตวัดแลบเลียงปลายยอดถันของนางให้ความเสียวซ่านและสุขสมเป็นอย่างมาก หญิงสาวบิดกายเร่าๆ พลางส่งเสียงหวานครางกระเซ่าด้วยความเสียวสะท้าน

ชายหนุ่มค่อยๆ ใช้ปลายลิ้นแลบเลียลงมาตามท้องน้อยของนาง ปลายลิ้นสากร้อนโลมเลียลงมาตามเรียวขางาม ผิวกายของนางเนียนละเอียด ขาวราวหิมะ ช่างน่าสัมผัสเป็นอย่างมาก ภาพที่นางนอนร้องครวญครางด้วยความสุข ช่างเหมือนเทพธิดาบนสวรวงสรรค์กำลังร้องเพลงอย่างไรอย่างนั้น

เจียงมู่ตานถึงกับสะดุ้งเฮือก เมื่อชายหนุ่มอ้าขาของนางออกจนกว้าง ก่อนจะใช้นิ้วมือแบะกลีบกุหลาบแดงให้แย้มบาน แล้วจึงใช้ปลายลิ้นลิ้มลองเม็ดเกสรสีหวาน พร้อมทั้งดูดดึงขบเม้มมันอย่างเอาแต่ใจ

"อื้อ เสียว"

นางส่งเสียงครางอีกครั้ง พร้อมกับยื่นมือไปกดศีรษะของชายหนุ่มเอาไว้ อ๋าวเยว่ตวัดลิ้นแลบเลียไปทั่งทั้งร่องกลีบบุปผางามอย่างถี่ระรัว ยิ่งนางส่งเสียงร้องครางปานจะขาดใจเขาก็ยิ่งเร่งจังหวะลิ้นให้เร็วแรงมากยิ่งขึ้น น้ำหวานสีใสไหลเยิ้มออกมาจากดอกไม้งาม มันช่างหวานล้ำยวนใจเป็นอย่างยิ่ง

ร่างบางกระตุกเกร็งหลายครั้ง ดวงตาเหม่อลอยราวกับว่ากำลังล่องลอยอยู่บนท้องฟ้าที่แสนงดงาม

นางหายใจเหนื่อยหอบพลางช้อนสายตามองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยแววตาที่หวานหยาดเยิ้ม ก่อนจะยื่นมือมาผลักเขาลงไปนอนราบบนเตียง แล้วจึงจัดการเล่นสนุกกับร่างกายของเขา นางตวัดลิ้นโลมเลียไปทั่วร่างกายของอ๋าวเยว่อย่างหื่นกระหาย ในยุคปัจจุบันที่นางจากมาไม่ใช่ว่าไม่เคยทำเรื่องพวกนี้ ประสบการณ์นางก็มีไม่น้อย

นางค่อยๆ เลื่อนใบหน้ามาจนถึงลำแท่งมังกรที่ตอนนี้แข็งชูชันท้าทางสายตายิ่งนัก หญิงสาวยื่นมือไปจับมันก่อนจะจัดการรูดชักขึ้นลงเป็นจังหวะช้าๆ และเร่งจังหวะมือให้เร็วแรงมากยิ่งขึ้น ก่อนจะครอบริมฝีปากกลืนกินท่อนเนื้อท่อนเฺอ็นของเขาจนมิดลำ พลางขยับศีรษะขึ้นลงอย่างถี่ระรัว

อ๋าวเยว่ถึงกับร่างกายสั่นสะท้าน เขาเสียวเสียจนต้องยกเอวขึ้น ดูเหมือนนางต้องการจะหยอกเขา ยิ่งเขาเสียวมากเพียงใดนางก็ขยับศีรษะขึ้นลงรุนแรงมากขึ้น

หญิงสาวยังคงใช้มือชักรูดลำแท่งเอ็นร้อนไม่หยุด ก่อนจะดูดที่ปลายหัวหยักอย่างแรง อ๋าวเยว่ส่งเสียงครางออกมาด้วยความเสียวซ่าน ก่อนที่ร่างใหญ่จะกระตุกเกร็งและปล่อยน้ำรักสีขาวขุ่นออกมา เจียงมู่ตานไม่รอช้ารีบดูดดื่มเข้าไปในลำคอไม่ให้แม้เพียงสักหยดเดียว

รสชาติดียิ่งนัก

หญิงสาวยกมือขึ้นเช็ดริมฝีปากตน ท่าทางเช่นนี้มันช่างยั่วยวนสายตาของอ๋าวเยว่ยิ่งนัก เขาเริ่มมีอารมณ์ขึ้นมาอีกรอบ ชายหนุ่มคว้าร่างนางเข้ามาในอ้อมกอดพร้อมกับจูบนางอย่างดูดดื่ม ก่อนจะกดร่างบางลงกับเตียง และบดเบียดความเป็นชายเข้าไปในช่องทางรักของนางจนมิดลำโคน

เจียงมู่ตานทั้งเจ็บทั้งจุกจึงคิดจะผลักเขาออก แต่ชายหนุ่มตรงหน้ากลับไม่ยอมให้นางจากไปโดยง่าย เขาจับสองมือของนางกดลงไปกับเตียง ก่อนจะค่อยขยับสะโพกหนาเข้าออกช้าๆ และเร่งจังหวะให้เร็วแรงมากยิ่งขึ้น

เสียงเตียงสั่นไหวเป็นจังหวะลามก จนเหล่าองค์รักษ์วางหน้าไม่ถก พวกเขาไม่กล้ากันไปมองเพราะเกรงจะถูกลงโทษ

อ๋าวเยว่จับเรียวขางามของนางขึ้นมาพาดบ่า ก่อนจะกระแทกกระทั้นท่อนเนื้อท่อนเอ็นเข้าออกอย่างถี่ระรัว ในขณะที่มือใหญ่ก็บีบขยำหน้าอกของนางอย่างเมามัน

"โอว ซี๊ด"

"อ๊า เสียว"

คนสองคนส่งเสียงคราวญครางออกมาด้วยความเสียวสะท้าน เจียงมู่ตานกำผ้าปูที่นอนเอาไว้แน่น รู้สึกเสียวเสียจนอยากจะกรีดร้องออกมา

คนร่างสูงยังคงกระแทกความเป็นชายเข้ามาในตัวนางไม่หยุด จนเวลาผาานไปราวครึ่งชั่วยามในที่สุดเขาก็เสร็จสมอารมณ์หมาย

นางถูกเขาจับตัวพลิกไปมาจนปวดไปทั้งตัวหญิงสาวถึงกับนอนหายใจเหนื่อยหอบเพราะความเหนื่อยล้า

หลังจากเสร็จกิจ ยาปลุกกำหนัดก็หมดฤทธิ์พอดี

อ๋าวเยว่ได้สติก็ลุกพรวดขึ้นมา ก่อนจะใช้มีดสั้นจ่อที่ลำคอของนาง เจียงมู่ตานเองสังเกตเห็นว่าเขามีท่าทีแปลกไป จึงจัดการทุบถ้วยชาจนแตกเป็นเสี่ยง และเอาเศษถ้วยชามาจ่อที่ลำคอของเขาเช่นเดียวกัน

อ๋าวเยว่เลิกคิ้วมองนางอย่างไม่ละสายตา

"เจ้า?"

"เอาสิ แทงกันคนละแผลไปเลย ตายก็ตายด้วยกัน

ข้าไม่ยอมไปปรโลกคนเดียวหรอก เหอะ เมื่อครู่นี้เจ้ายังเล่นสนุกกับร่างกายข้าอย่างหน้าไม่อายอยู่เลย พอได้ข้าแล้วก็จะฆ่าจะแกงข้าหรือ เฮงซวย บัดซบ คนใจหมา!"

องค์รักษ์ลับถึงกับสะดุ้งโหยง นี่นางถึงกับกล้าด่าฮ่องเต้เชียวหรือ

อ๋าวเยว่ส่งเสียงเหอะในลำคอ เขาลดมีดลง ก่อนจะยื่นมือมาบีบปลายคางของนาง

"จำไว้ อย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกใครว่าเจ้ามีความสัมพันธ์กับข้า"

"ประหลาดคน เจ้าเป็นชายขายเรือนกายไม่ใช่หรือ

จะอายไปทำไมกัน"

"หุบปากของเจ้าไปเสีย!"

เจียงมู่ตานเหนื่อยเต็มทนจึงไม่อยากจะเถียงกับเขาแล้ว ก่อนหน้านี้นางไม่ได้อยากให้เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นแต่ไม่รู่ว่าวันนี้มันเกิดอะไรขึ้น ดูเหมือนสุรานี่จะมีปัญหา

นางรีบลุกขึ้นมาแต่งกายอย่างรวดเร็วก่อนจะกันมาเอ่ยกับเขา

"ไม่ต้องกังวล ข้าไม่เอาเรื่องน่าอายนี่ไปโพนทนาให้ผู้ใดรู้หรอก ส่วนนี่ค่าตัวของเจ้า ขออภัยด้วย ข้าเอาเงินไปปิดหอคณิกาเพื่อหาความสำราญใจหมดแล้ว เหลือติดตัวอยู่เพียงห้าอีแปะ เจ้าเอาไปก่อนเป็นค่าตัวงวดแรก"

เอ่ยจบนางก็โยนเศษเงินมาตรงหน้าเขาอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะเดินโซซัดโซเซจากไป อ๋าวเยว่ไม่ได้ให้คนของตนตามนางไป เขามองเศษเงินห้าอีแปะตรงหน้าตาปริบๆ

อันใดกัน นี่ฮ่องเต้อย่างเขามีค่าตัวเพียงแค่ห้าอีแปะอย่างนั้นหรือ!

บัดซบ ใครกันแน่ที่ใจหมา!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เล่ห์รักดอกมู่ตาน   ตอนจบ

    คืนนี้อ๋าวเยว่พักที่บ้านสวนเกษตรของจวนตระกูลเจียง แต่พักอยู่อีกห้องหนึ่งที่อยู่ติดกับห้องของเจียงมู่ตาน นางไม่ยอมให้เขาเข้าไปนอนด้วย อ๋าวเยว่เองก็ไม่ได้ดึงกันใด แต่ในใจกลับลอบวางแผนเขารอจนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงกลางดึก รอจนเจียงมู่ตานหลับสนิทแล้ว จึงแอบเข้ามาในห้องนอนของนางเจียงมู่ตานหลับสนิทลมหายใจสม่ำเสมอ นางหลับลึกยิ่งนักเพราะเดินทางมาเหน็ดเหนื่อย อีกทั้งวันนี้ยังดื่มสมุนไพรที่ช่วยให้นอนหลับสบายเข้าไป นางจึงหลับไม่รู้เนื้อรู้ตัวเมื่อเห็นว่านางหลับสนิทอ๋าวเยว่ก็นึกสนุก เขาค่อยๆถอดเสื้อผ้าของนางและของตนเองออกจนหมด เจียงมู่ตานขยับร่างกายเล็กน้อยแต่ยังไม่ได้บืมตาตื่นขึ้นมา อ๋าวเยว่ยกเรียวขางามของนางให้อ้าออก แสงเทียนภายในห้องส่องแสงสว่างให้เห็นกลีบกุหลาบสีแกงสดที่แย้มบานรอให้เขาเชยชม ชายหนุ่มโน้มใบหน้าเข้าไป ก่อนจะใช้ปลายลิ้นกระดกแลบเลียติ่งเกสรเม็ดงามของนางอย่างถี่ระรัวสตรีน้อยร่างบางส่งเสียงครางพลางย่นหัวคิ้ว อ๋าวเยว่ช้อนสายตาขึ้นมองนางเห็นว่ายังหลับสนิมก็รู้สึกพึงพอใจมากเขารู้สึกตื่นเต้นจริงๆ ที่ได้ทำเช่นนี้ชายหนุ่มแลบลิ้นเลียไปทั่วทุกซอกทุกมุมในร่องกลีบสวาทจนเปียกชุ่ม ก่อนจะส

  • เล่ห์รักดอกมู่ตาน   บทที่ 12 ตามรัก

    เจียงมู่ตานนั่งรถม้ากลับจวนตระกูลเจียงในทันที เมื่อมาถึงนางก็สั่งห้ามไม่ให้สาวใช้เข้ามารบกวน แม้กระทั่งเจ้าหมานหมานเองก็ยังรับรู้ได้ถึงอารมณ์ที่ไม่มั่นคงของเจ้านายตนเองเมื่อนั่งอยู่ในห้องเพียงลำพังแล้ว เจียงมู่ตานก็ยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้ว ในใจของนางยามนี้สับสนจนไม่รู้จะอธิบายเป็นคำพูดอย่างไรดีที่ผ่านมาเขาหลอกลวงนางมาตลอดไม่ได้บอกความจริงกับนาง ทั้งที่เขารู้ว่านางไม่อยากเข้าวังหลวงแต่กลับยังหาทางมาผูกพันธ์กับนางไม่หยุดไม่หย่อนไม่ยอมตีตัวออกห่างแต่เมื่อคิดอีกมุมหนึ่งก็เป็นนางเองไม่ใช่หรือที่ไม่ถามไถ่เรื่องราวของเขาให้ดีเอง ปล่อยให้ความหลงใหลปิดบังดวงตาของตน ทั้งที่ควรจะสงสัยในตัวเขานานแล้ว แต่ไหนแต่ไรอาเยว่ของนางชอบทำตัวลึกลับ นางสืบหาต้นตอของเขาเท่าใดก็ไม่พบ นับเป็นเรื่องน่าแปลกเจียงมู่ตานถอนหายใจออกมา ในเมื่อเรื่องราวมาถึงขั้นนี้แล้ว นางคงเลือกที่จะตัดความสัมพันธ์กับเขานางชอบเขามาก ชอบอย่างที่ไม่เคยชอบบุรุษใดมาก่อน แต่นางไม่อยากถูกผูกมัดเอาไว้ในวังหลวงไปชั่วขีวิต นางไม่อยากใช้ชีวิตเหมือนอยู่ในกรงขังตลอดเวลามิสู้ตัดใจเสียแล้วเดินหน้าต่อไป นางจะไม่ผูกกับบุรุษใดอีกและจะไม่แต่งงานชั

  • เล่ห์รักดอกมู่ตาน   บทที่ 11 รู้ตัวตน

    เมื่อส่งนางกลับถึงจวนตระกูลเจียงแล้วเขาก็จูบที่หน้าผากของนางอีกครา ก่อนจะบอกลามุ่งหน้ากลับวังหลวงในทันทีอีกไม่กี่วันก็ใกล้จะถึงวันพระราชสมภพของอ๋าวเยว่แล้ว ยามนี้ในวังหลวงกำลังตระเตรียมงานอย่างคึกครื้น อวิ๋นไทเฮาถึงกับสั่งให้นางกำนัลขันทีเตรียมทุกอย่างให้ยิ่งใหญ่อลังการ แต่ว่าอ๋าวเยว่กลับไม่ได้สนใจเท่าใดนัก ด้านเจียงมู่ตานนั้นนางมีเวลาว่างอยู่ไม่น้อย จึงนั่งมองดูเครื่องประดับที่อาเยว่มอบให้ เมื่อเช้านี้บิดาส่งคนมาแจ้งนางว่าครั้งนี้จะต้องไปร่วมงานวันพระราชสมภพของฮ่องเต้ จะบิดพริ้วไม่ได้อีกเป็นอันขาด ครั้งก่อนตอนที่รู้ว่าบุตรสาวแกล้งล้มป่วยเพราะไม่อยากไปร่วมงานเลี้ยงชมบุปผาเขาก็โมโหแทบตาย เจียงมู่ตานเกือบจะหาเรื่องให้ตระกูลเจียงหัวขาดทั้งจวนโทษฐานหลอกลวงเบื้องสูงเมื่อเห็นว่าปฎิเสธไม่ได้ นางเองก็ไม่คัดค้าน ครั้งนี้จึงเลือกแต่งกายธรรมดาสีสันเรียบง่ายไม่ฉูดฉาด ไม่ต้องแต่งกายงดงามไปแข่งกับสตรีน้อยเหล่านั้น ใครอยากจะเป็นฮองเฮาหรือนางสนมก็เรื่องของเขาเถอะ แต่นางไม่อยากเป็นสามวันต่อมาก็ถึงเวลาที่จะต้องไปเข้าร่วมงานวันพระราชสมภพของฝ่าบาทแล้วครั้งนี้มีเหล่าขุนนางและเหล่าฮูหยินรวมไปถึงคุณหนูแ

  • เล่ห์รักดอกมู่ตาน   บทที่ 10 ชมจันทร์

    เมื่อออกจากเขตประตูเมืองหลวงได้แล้ว อ๋าวเยว่และเจียงมู่ตานก็ควบม้ามาตามทางเรื่อยๆ อย่างไม่รีบไม่ร้อน คนทั้งสองนั่งม้าตัวเดียวกันพลางใช้แสงจันทร์นำทางในคืนที่มืดมิดใช้เวลาเดินทางไม่นานก็มาถึงทะเลสาปแถวชายเมืองตามที่นางบอก อ๋าวเยว่กระโดดลงจากหลังม้าก่อนจะยื่นมือไปอุ้มนางลงมายืนบนพื้น คนทั้งสองเดินจับมือกันมาที่ริมทะเลสาป เดินมาไม่นานก็พบกับโขดหินก้อนใหญ่ที่สามารถนั่งชมพระจันทร์ได้ เจียงมู่ตานพาอ๋าวเยว่มานั่งที่โขดหิน ก่อนจะเงยหน้าไปมองพระจันทร์ที่แสนงดงามบนท้องฟ้าชาติก่อนนั้นตอนที่นางยังไม่ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของสตรีนางนี้ นางชอบมองดูพระจันทร์มาก ในโลกปัจจุบันมีสถานที่แสนงดงามมากมายที่สามารถนั่งชมพระจันทร์ได้ แต่เมืองโบราณแห่งนี้กลับมีน้อยยิ่งนัก จนกระทั่งนางได้มาเจอกับทะเลสาปแห่งนี้ ทุกคราที่มีเวลานางจะชอบมาที่นี่ "เจ้าชอบชมพระจันทร์หรือ"อ๋าวเยว่หันมาเอ่ยถามเจียงมู่ตาน หญิงสาวพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยตอบ"ใช่ ยามที่ได้มองดูพระจันทร์เช่นนี้ เหมือนกับได้ชมความงามที่แสนห่างไกล มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก แต่ข้ารู้สึกชอบมาก"นางยิ้มตาหยีพร้อมเอ่ยอย่างอารมณ์ดี รอยยิ้มของน

  • เล่ห์รักดอกมู่ตาน   บทที่ 9 มาเยี่ยม

    เมื่อเจียงมู่ตานตื่นขึ้นมาในยามเช้าของอีกวันก็พบว่าอาเยว่ของนางได้หายไปเสียแล้ว หญิงสาวชินชาเสียแล้วกับการที่เขามักจะหายไปเช่นนี้ นางลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะบิดกายไปมาแล้วจึงรับไปล้างหน้าล้างตาและอาบน้ำผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ ก่อนจะมารับมื้อเช้าที่ห้องโถง ตอนนี้สายมากแล้ว คาดว่าบิดาของนางออกไปจัดการงานธุระที่ค่ายทหารตั้งแต่เช้าตรู่แล้วหลังจากที่นางกินมื้อเช้าอิ่มแล้วก็รู้สึกเบื่อหน่าย จึงอุ้มหมานหมานเจ้าห่านคู่ใจออกไปเดินเล่นที่ด้านนอกด้วยกัน นางเดินเข้าออกร้านนั้นร้านนี้จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่ร้านเครื่องประดับร้านหนึ่งเถ้าแก่ร้านเมื่อเห็นว่านางข้าเดินเข้ามาก็รีบออกมาต้อนรับขับสู้ด้วยความยินดี เจียงมู่ตานอุ้มห่านมองไปโดยรอบ พบว่าตอนนี้มีหญิงสาวหลายนางกำลังเลือกเครื่องประดับ เถ้าแก่ร้านบอกว่าช่วงนี้ร้านค้าค่อนข้างคึกคักไม่น้อยเลย เพราะว่าเหล่าสตรีสูงศักดิ์ในเมืองหลวงกำลังมาเลือกเครื่องประดับเพื่อเตรียมไปร่วมงานเลี้ยงวันพระราชสมภพของฝ่าบาทในอีกสามวันข้างหน้าเจียงมู่ตานเพียงพยักหน้ารับไม่ได้เอ่ยสิ่งใดมากนัก ฮ่องเต้จะเกิดวันใดวันไหนไม่ใช่เรื่องที่นางจะใส่ใจ หญิงสาวเดินไปเลือกเครื่องประดับก่อนจะ

  • เล่ห์รักดอกมู่ตาน   บทที่ 8 สาสมใจยิ่งนัก

    เอ่ยจบเขาก็ให้นางนอนหงายลงไปบนเตียง ก่อนจะจับเรียวขางามให้อ้าออกจนกว้าง แล้วบดเบียดท่อนเนื้อท่อนเอ็นใหญ่ยาวเข้าไปในรูสวยจนมิดลำ เจียงมู่ตานส่งเสียงครางออกมาด้วยความเสียวสะท้านยามนี้นางทั้งเสียวและจุกแน่นเป็นอย่างมาก"อ๊ะ" "เป็นเช่นไร ซี๊ด ใหญ่คับรูเจ้าหรือไม่"เขาเอ่ยถามนางด้วยความเสียวสะท้าน เจียงมู่ตานเม้มริมฝีปาก ก่อนจะเอ่ยยั่วโทสะ"ก็ไม่เท่าใดนี่"ประโยคนี้เหมือนจุดไฟแห่งความบ้าคลั่งในใจของอ๋าวเยว่ให้รุนแรงขึ้น เขาส่งเสียงเหอะก่อนจะจับเรียวขางามขึ้นพาดบ่า และขยับสะโพกสอบกระแทกกระทั้นเข้าออกรูรักของนางอย่างรัวแรงตับตับตับ"อร๊าย เสียว""โอว แน่น"เขายื่นสองมือมาบีบขยำสองเต้างามของนางจนเกิดเป็นรอยแดงห้านิ้ว ในขณะที่ช่วงล่างก็ขยับไหวเร็วแรงไม่หยุดพักจนร่างบางระหงหัวสั้นหัวคลอน เตียงไม้โยกไหวจนเกิดเสียงลามก ภายในห้องนอนร้อนแรงไปด้วยไฟแห่งราคะ อ๋าวเยว่อุ้มเจียงมู่ตานมาที่โต๊ะอาหารซึ่งตั้งอยู่กลางห้อง ก่อนจะให้นางนอนคว่ำหน้าไปบนโต๊ะ เจียงมู่ตานถูกปิดตานางจึงใช้สองมือปัดป่ายไปจับขอบโต๊ะเอาไว้แน่น อ๋าวเยว่สอดแทรกความเป็นชายเข้ามาในรูสวยก่อนจะจับรั้งเอวบางของนางเอาไว้แน่น พร้อมกับกระแทก

  • เล่ห์รักดอกมู่ตาน   บทที่ 5 งานเลี้ยง

    ผ่านมาร่วมหลายวัน วังหลวงก็จัดงานเลี้ยงชมบุปผาขึ้น งานเลี้ยงครั้งนี้เหล่าคุณหนูจากตระกูลใหญ่ต่างตั้งตารอคอยที่จะได้เข้าร่วม พวกนางอยากจะมีอำนาจ มียศฐาบรรดาศักดิ์ แม้บางคนจะไม่หวังได้เป็นถึงฮองเฮามารดาของแผนดิน แต่ขอเพียงได้เป็นพระสนมที่ฝ่าบาททรงโปรดปราณก็นับว่าสุขสบายมากแล้วได้ยินผู้คนเล่าลือกันว

  • เล่ห์รักดอกมู่ตาน   บทที่ 4 สุขสมอีกครา

    เมื่อขึ้นคล่อมบนตัวของชายหนุ่มได้ เจียงมู่ตานก็โน้มใบหน้าไปจูบไซ้ซอกคอของเขาทันที นางขบเม้มเบาๆ ที่ลำคอของเขา อ๋าวเยว่ถึงกับส่งเสียงครางออกมาด้วยความเสียวกระสัน หญิงสาวตรงหน้าเหมือนต้องการหยอกเย้าเขา นางแลบลิ้นเลียลำคอของเขาก่อนจะลากปลายลิ้นโลมเลียลงมาที่เม็ดทับทิมสีแดงที่แข็งเป็นไตทั้งสองข้างบนแผ

  • เล่ห์รักดอกมู่ตาน   บทที่ 3 ร่ำสุรา

    อ๋าวเยว่จนปัญญาจะทัดทานเจียงมู่ตาน อีกอย่างตอนนี้ก็มีคนมองพวกเขาอย่างไม่ละสายตา เขาไม่ชอบความวุ่นวายและไม่ต้องการให้ตนเองเป็นจุดสนใจ ชายหนุ่มจึงยอมทำตามที่เจียงมู่ตานต้องการ นั่นก็คือไปดื่มสุราที่จวนตระกูลเจียงองค์รักษ์ที่ติดตามมาด้วยพยายามส่งสายตาเป็นเชิงบอกว่าทำเช่นนี้คงไม่ดี อีกอย่างหากแม่ทัพให

  • เล่ห์รักดอกมู่ตาน   บทที่ 2 ถามชื่อแซ่

    เมื่อเจียงมู่ตานออกมาจากห้องได้นางก็ตรงไปหามามาผู้ดูแลหอชายงามแห่งนี้ทันที ตอนนี้นางปิดบังใบหน้าสวมชุดเป็นบุรษ จึงต้องดัดเสียงเป็นบุรุษ สอบถามว่าในสุรามียาปลุกกำหนัดหรือไม่ มามายิ้มหวานบอกว่าจะเรียกว่ายาปลุกกำหนัดก็ไม่ถูกต้อง เพราะว่ามันคือสมุนไพรบำรุงกำลัง ดื่มแล้วจะทำให้มีอารมณ์ อาจจะเพราะใส่มาก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status