เข้าสู่ระบบ“วันนี้ไม่ได้เข้ามหาวิทยาลัยเหรอคะ” บ้านเขาอยู่ไกลจากเธอหลายสิบโล กว่าจะไปส่งเธอเสร็จก็น่าจะสายมากแล้ว
“ไม่เป็นปัญหาหรอกครับ ผมเข้าสายเท่าไหร่ก็ได้”
“งั้นก็ได้ค่ะ” เธอยิ้มเจื่อนๆก่อนจะกระชับสายกระเป๋าสะพายแล้วเดินนำเขาไป ทว่า....
“พัชสิกา!” เสียงทุ้มเกรี้ยวกราดดังออกมาจากทางด้านหลังคนทั้งสองทำให้ต้องหมุนตัวกลับไปมองพร้อมกัน
ปรากฎว่าเป็น ‘คิมหันต์’ นั่นเอง
เธอล่ะเหนื่อยใจจริงๆ ไม่คิดว่าจะต้องเผชิญหน้ากับเขาแต่เช้าและเมื่อมาเห็นเธออยู่กับภาคินแบบนี้ก็คงหาเรื่องมาต่อว่าเธออีกแน่ๆ
“เธอไม่ได้บอกแฟนเธอหรือไง ว่าเธอจะต้องติดรถไปกับฉัน ‘ทุกวัน’” ยิ่งเห็นหน้าชายคนนั้นเขาก็ยิ่งมีอารมณ์เดือดดาล เหม็นขี้หน้าฉิบหาย
พัชสิกาขมวดคิ้วมอง เขาไม่ได้มาบอกเธอไว้นี่ จังหวะนั้นภาคินก็เริ่มมีอารมณ์ขุ่นเคืองที่มากล่าวหาว่าพัชสิกาเป็นแฟนเขาอย่างหน้าตาเฉย
เขาชอบพัชสิกาก็จริง แต่เขาก็ไม่เคยเสนอตัวอยากจะเป็นแฟนปากเปล่าแบบนี้ “รบกวนให้เกียรติเธอด้วยครับ”
“เกียรติ...แฟนคุณมีเกียรติตรงไหนบ้าง?” พัชสิกาได้ฟังก็รู้สึกเจ็บแปลบตรงกลางใจ แต่จะทำไงได้ เธอขายตัว ‘ให้เขา’ ไปแล้ว
“คุณภาคินคะ ไว้วันหลังนะคะพัชต้องไปกับเจ้านายพัชค่ะ ยังไงพัชต้องขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้คุณมารอเก้อเลย” เธอโค้งตัวปรับสีหน้าอย่างรู้สึกผิด
ภาคินมองเธอสลับกับมองผู้ชายอีกคนด้วยความรู้สึกห่วงใย เขาไปก็ได้ แต่ก็ขอฝากความห่วงใยไว้ให้เธอรับรู้ก็พอ “ครับ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นติดต่อหาผมได้ตลอดเลยนะครับ”
“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมจะดูแลแฟนคุณให้เป็นอย่างดีเลย” คิมหันต์จ้องเข้าไปในดวงตาของภาคินทำให้อีกฝ่ายรู้เลยว่าพัชสิกาคงต้องเจอเรื่องที่ไม่ดีต่อจากนี้แน่นอน
“ผมก็หวังว่าเธอจะปลอดภัยดีนะครับ เพราะถ้าเธอเป็นอะไรไป บริษัทคุณวอดทั้งตึกแน่” ภาคินมองคิมหันต์ตาแข็งก่อนจะเดินจากไปด้วยท่าทางโกรธกริ้ว
คิมหันต์เปลี่ยนความสนใจมามองผู้หญิงหลายใจคนนี้ทันที
“คุณบอกฉันตอนไหนว่าจะไปส่งฉันทุกเช้า” พัชสิกาแย่งพูดจะได้เคลียร์เรื่องนี้ให้จบ มามัดมือชกหน้าด้านๆได้ยังไง
“ถ้าบอกตรงๆจะมาเจอเธอกับชู้อี๋อ๋อกันเหรอ”
“คุณพูดดีๆนะ อย่าลากคุณภาคินมาพูดเสียๆหายๆแบบนี้”
“แล้วมันไม่จริงตรงไหน ฉันไม่สนหรอกนะว่าใครจะเป็นแฟนเธอ แต่เธอได้ฉันเป็นคนแรก” เขาคว้าต้นแขนเธอมาบีบไว้แน่น “ฉันต่างหากที่จะต้องได้ใช้คำว่าผัวกับเธอ”
พัชสิกาเม้มปากด้วยความโกรธจัด จะตบเข้าที่หน้าหล่อๆนั้นก็กลัวจะกลายเป็นจุดสนใจของคนที่เดินผ่านไปผ่านมาแถวนี้ “ฉันเป็นแค่เด็กคุณ อย่าล้ำเส้นสิคะ”
คิมหันต์แสยะยิ้มโยนแขนเธอลง “ทำไม? ก่ะว่าวันหนึ่งฉันไม่เลี้ยงเธอแล้ว เธอจะยังมีเขาไว้คอยแก้ขัดอย่างงั้นเหรอ”
พัชสิกาไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับเขาให้เสียเวลา เขาจะคิดยังไงก็เชิญเลยตามสบาย คิดได้แค่นั้นเธอก็หมุนตัวเดินนำไปก่อนด้วยความโกรธเคืองรวมถึงเกลียดชังเข้าขั้นสุดด้วย
*******************************
“นี่คือเลขบัญชีของสายการบิน อัตราการใช้เที่ยวบินในแต่ละวัน เดือน ปีและยังมีเอกสารการอนุมัติงบประจำปีรวมอยู่ในนี้ด้วยรบกวนตรวจสอบและเซ็นให้ด้วยนะคะท่านรองฯ” พัชสิกาค่อยๆวางแฟ้มเอกสารลงตรงหน้าโดยไม่สบตาเขาแม้แต่นิดเดียว จะอะไรนักหนาก่ะอีแค่ผู้ชายคนนั้น
“แล้วกราฟล่ะ” เขาถามเสียงแข็ง เขาก็โกรธเหมือนกันที่มีใครก็ไม่รู้มารับมาส่ง หยามหน้ากันถึงที่เลย
“ฉันส่งในเมลแล้วค่ะ ท่านรองฯเช็กหรือยังคะ” คิมหันต์ไม่ได้สนใจงานเลยแต่อยากหาเรื่องคุยกับเธอมากกว่า พัชสิกาเล่นไม่พูดไม่จากับเขาตั้งแต่เช้าจนเที่ยงมีหวังเขานอนดิ้นตายแน่ๆ
คิมหันต์ปิดแฟ้มงานลงก่อนจะยกมือขึ้นใช้นิ้วชี้กวักเรียกให้เดินอ้อมมาฝั่งเขา หญิงสาวถอนหายใจเบาๆก่อนจะจำใจเดินไปหา แล้วเขาก็ดึงให้เธอลงไปนั่งที่ตักอย่างว่าง่าย
‘นั่นไง’ เขาก็หาจังหวะมาล่อสวาทเธอจนได้
“งานไม่เรียบร้อยนะรู้ไหม” ชายหนุ่มใช้จมูกโด่งคมสันเกลี่ยไปที่แก้มนวล พัชสิกาหันมามองเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถาม
“ไม่เรียบร้อยยังไงคะ”
“ปกติเธอจะส่งงานแล้วสบตาฉัน แต่ครั้งนี้ไม่ทำแบบนั้นก็ถือว่าไม่เรียบร้อยอยู่ดี”
“ฉันไม่อยากคุยกับคนขี้โมโหไม่ฟังเหตุผล”
“เหตุผลคืออะไร ไอ้ผู้ชายที่ชื่อภาคินนั่นน่ะเหรอ” อ้อมแขนหนากระชับกอดร่างเธอไว้แน่น จมูกของเขาหอมเข้าที่แก้มนวลไม่หยุด ประหนึ่งว่ามันกลายเป็นของเขาไปแล้ว
“ค่ะ”
“แล้วถ้าไม่ใช่แฟนกัน จะนัดมาหากันบ่อยขนาดนี้เหรอ”
“เขาพยายามตามฉันอยู่แต่ฉันไม่สนใจ” คิมหันต์ได้ยินแบบนี้ความรู้สึกไม่พอใจเรื่องเมื่อเช้าก็เบาลงบ้าง
ความจริงไอ้คนชื่อภาคินไม่ใช่แฟนเธอ แต่ถึงอย่างนั้นก็นับว่าเป็นมารหัวใจอยู่ดี
“นัดมาหยามหน้าผัวตัวจริงถึงที่เลยนะ”
“ท่านรองฯ!” หญิงสาวหันขวับไปมองหน้าเขาพร้อมผลักออกเล็กน้อย
“จะปฏิเสธเหรอ”
“งานที่บอกว่าไม่เรียบร้อยฉันจะทำให้เสร็จภายในวันนี้นะคะ” เธอตัดสินใจเข้าเรื่องงานและไม่สนใจข้ออ้างที่ว่า ‘ไม่สบตาถือว่าไม่เรียบร้อย’ นั้นด้วย
“ใช่แล้ว ว่าจะชวนไปกินหมูกระทะร้านลุงหนุ่ยแล้วไปเม้าท์มอยตามประสาเพื่อนสาวกัน” พัชสิกาชำเลืองมองสุวรรณรัตน์สลับกับมองคิมหันต์เพราะเธอมีนัดกับทั้งสองคนแล้ว ถึงแม้จะเกรงใจเพื่อนแต่ก็ต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง“พอดีฉันมีนัดทานข้าวกับเจ้านายฉันอยู่” สุวรรณรัตน์มองหลานสาวยิ้มๆก่อนจะพูดเหมือนชวนให้ไปด้วยกัน “หมูกระทะเราไม่ได้กินนานแล้วนะคิมหันต์ ไปกับพวกเขาสักวันดีไหม” คิมหันต์ขมวดคิ้วมองเพราะหมูกระทะที่ว่าเคยไปกินแค่ในห้างเท่านั้น ไม่แน่ใจว่าร้านลุงหนุ่ยอะไรนั่นจะเป็นแบบที่เขาและแม่ไปหรือเปล่า“ร้านอยู่ไหนครับ”*****************************************คิมหันต์และแม่ถูกพามาที่ร้านหมูกระทะลุงหนุ่ยที่เคยมาทานเป็นประจำ บริเวณร้านจะถูกประดับไปด้วยแสงไฟระยิบระยับ มีที่นั่งด้านในและด้านนอก ซึ่งด้านในร้านไม่ได้เป็นห้องแอร์อย่างที่คิมหันต์เข้าใจแถมยังใช้พัดลมในการเปิดให้ลูกค้าใช้อีกต่างหาก คิมหันต์และสุวรรณรัตน์เลยเลือกมานั่งที่ด้านนอกกะว่าจะให้ลมพัดสักหน่อย แต่ก็ทำได้แค่ ‘ฝันไปเถอะ’เขาหน้ามุ่ยขยับเสื้อด้านหน้าขึ้นลงให้พอคลายร้อน พัชสิกาที่ถูกสุวรรณรัตน์สั่งให้มานั่งข้างๆรีบหยิบพัดลมเล็กแบบพกพามาเปิ
หญิงสาวยืดตัวพลางเอี้ยวตัวไปมาอย่างเพลินๆ จากนั้นก็หยุดมาดื่มน้ำให้พอลดความกระหาย เพราะตอนนี้ท้องฟ้าก็เริ่มจะเปลี่ยนสีแล้วการออกกำลังกายจึงพอแค่นี้ก่อนทว่าไม่นานสายตาเธอก็พลันไปเห็นภาคินวิ่งออกกำลังกายอยู่บริเวณสนามหญ้าผ่านหน้าผ่านตาไปพอดีบ้าจริง! ทำไมช่วงนี้เธอเจอเขาบ่อยจัง“คุณภาคินคะ” เปรมสิริตะโกนเรียกชื่อเขาซึ่งเขาก็หันมาตามเสียงนั้นเลย หญิงสาวยกมือขึ้นโบกไปมาเหมือนเป็นการเรียกให้เขามาหาเธอที่ตรงนี้“ปกติมาออกกำลังกายตรงนี้อยู่แล้วหรือเปล่า” ภาคินมาถึงก็ถามทันที“พึ่งมาวันนี้วันแรกค่ะ” เธอยิ้มเนือยๆ “แล้วคุณภาคินมาออกทุกวันเลยไหมคะ” “ผมนานๆทีถึงจะมา” เปรมสิริพยักหน้ายิ้มๆ “มาวิ่งวันแรกก็ไม่ชินเหมือนกันนะคะ ไม่มีเพื่อนวิ่งด้วย” เธอมองเขาเหมือนกำลังจะพูดอะไรต่อ ภาคินจึงไม่รอช้าที่จะเอ่ยปากถาม“คุณนิลกำลังอยากจะบอกอะไรผมหรือเปล่าครับ”เขาเลิกคิ้วมอง“กำลังคิดอยู่ค่ะว่าถ้าจะชวนคุณภาคินมาวิ่งด้วยกัน คุณภาคินจะสะดวกหรือเปล่า” เปรมสิริมุดหน้าลงเหมือนเขินเขาแต่ไม่รู้ตัว ภาคินเห็นท่าทางแบบนั้นก็ขำออกมาเบาๆ“เรื่องแค่นี้เองครับ เวลาผมเหลือๆ อยู่กับคุณนิลจนถึงสามทุ่มยังได้เลย” “งั้นเรา
“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน เพราะฉันมีงานใหม่จะมอบหมายเธอ”“อะไรคะ”“ต่อไปนี้เธอจะต้อง ‘ไปกลับ’ กับฉัน ช่วงเที่ยงก็ไปทานข้าวด้วยกัน ส่วนตอนกลางคืน....”“ไม่เอานะคะ” เธอรีบพูดแทรกแต่ดูเหมือนว่าเขาจะเอาให้ได้“อย่าขัดใจฉันสิ ไม่เห็นแก่เงินที่ฉันจะให้หรือไง” พัชสิกาถึงกับชะงักพลันครุ่นคิด โรคมะเร็งที่ป้าเธอกำลังเผชิญอยู่ยังไม่หายดีเกรงว่าจะมีค่าใช้จ่ายตามมาเรื่อยๆ ต่อให้จะถูกมองว่าหิวเงินเธอก็จะยอมทำตามที่เขาต้องการ“ค่ะ”“ว่านอนสอนง่ายแบบนี้ก็ดีหน่อยจะได้เลี้ยงนานๆ” คิมหันต์ฝังจมูกเข้าที่แก้มเธออีกครั้ง พัชสิกาเม้มปากกล้ำกลืนด้วยความชอกช้ำใจ เธอเจ็บที่ไม่สามารถรักเขาได้ เธอเจ็บที่เขาเห็นว่าเธอเป็นแค่เด็กเลี้ยงของเขาดูเป็นคนไม่มีค่าอะไรด้วยซ้ำ*************************************************** “จะว่าไป เราไม่คิดจะแวะไปหายัยพัชบ้างเลยเหรอ” เปรมสิริถามคิวมิกส์ในระหว่างเดินเล่นอยู่ในห้างด้วยกัน“ก็แกไม่ชวนนี่”“แกจะรอให้ฉันชวนอย่างเดียวเลยหรือไง” เธอพูดพลางดูดไอศกรีมโคนไปด้วย “ไม่ขนาดนั้นหรอก บริษัทมันอยู่ใกล้เราสะที่ไหนล่ะ” คิวมิกส์หน้าบึ้งบูดก่อนจะนึกไปถึงเรื่องของเจ้านายคนนั้น “จะว่าไปเจ้
“วันนี้ไม่ได้เข้ามหาวิทยาลัยเหรอคะ” บ้านเขาอยู่ไกลจากเธอหลายสิบโล กว่าจะไปส่งเธอเสร็จก็น่าจะสายมากแล้ว “ไม่เป็นปัญหาหรอกครับ ผมเข้าสายเท่าไหร่ก็ได้” “งั้นก็ได้ค่ะ” เธอยิ้มเจื่อนๆก่อนจะกระชับสายกระเป๋าสะพายแล้วเดินนำเขาไป ทว่า....“พัชสิกา!” เสียงทุ้มเกรี้ยวกราดดังออกมาจากทางด้านหลังคนทั้งสองทำให้ต้องหมุนตัวกลับไปมองพร้อมกันปรากฎว่าเป็น ‘คิมหันต์’ นั่นเองเธอล่ะเหนื่อยใจจริงๆ ไม่คิดว่าจะต้องเผชิญหน้ากับเขาแต่เช้าและเมื่อมาเห็นเธออยู่กับภาคินแบบนี้ก็คงหาเรื่องมาต่อว่าเธออีกแน่ๆ“เธอไม่ได้บอกแฟนเธอหรือไง ว่าเธอจะต้องติดรถไปกับฉัน ‘ทุกวัน’” ยิ่งเห็นหน้าชายคนนั้นเขาก็ยิ่งมีอารมณ์เดือดดาล เหม็นขี้หน้าฉิบหายพัชสิกาขมวดคิ้วมอง เขาไม่ได้มาบอกเธอไว้นี่ จังหวะนั้นภาคินก็เริ่มมีอารมณ์ขุ่นเคืองที่มากล่าวหาว่าพัชสิกาเป็นแฟนเขาอย่างหน้าตาเฉยเขาชอบพัชสิกาก็จริง แต่เขาก็ไม่เคยเสนอตัวอยากจะเป็นแฟนปากเปล่าแบบนี้ “รบกวนให้เกียรติเธอด้วยครับ”“เกียรติ...แฟนคุณมีเกียรติตรงไหนบ้าง?” พัชสิกาได้ฟังก็รู้สึกเจ็บแปลบตรงกลางใจ แต่จะทำไงได้ เธอขายตัว ‘ให้เขา’ ไปแล้ว“คุณภาคินคะ ไว้วันหลังนะคะพัชต้องไปกับเจ้าน
“ถอดแล้วจับมันสิ” เขากระซิบบอกเบาๆก่อนจะจูบเธอต่อ หญิงสาวค่อยๆเลื่อนมือลงต่ำมาสัมผัสส่วนล่างตั้งชันในเนื้อผ้า รสสวาทที่เขาได้มอบให้ทำให้เธออดใจไม่ไหวจึงค่อยๆรูดซิปกางเกงออก จากนั้นก็เลื่อนเข้าไปกอบกุมมันบีบเล่นไปมาอย่างชอบใจ “อื้ม ลงไปชิมมันดูสิคนดี”ไม่พูดเปล่า คิมหันต์ยังจับศีรษะเธอให้ลงไปจ่อบริเวณนั้น พัชสิกาไม่ได้ฝืนใจแต่กลับยอมด้วยความเต็มใจ เมื่อปากของเธองับตรงส่วนนั้นเขาก็เปล่งเสียงครางออกมาเงยหน้าขึ้นรับรสสวาทด้วยความชอบใจ“ดูดมันสิคะคนดี” พัชสิกาจากที่ดูดอยู่แล้วได้ยินเขาพูดแบบนั้นก็ดูดหนักขึ้นกว่าเดิม “อ๊า เก่งจังเลย เดี๋ยวฉันจะเพิ่มค่าเลี้ยงดูให้อีกเยอะๆเลย”พัชสิการู้ว่าเธอทำให้เขาพึงพอใจ ความรู้สึกเริ่มมาเหนือเหตุผลทั้งปวง จึงทำให้เธอดูดส่วนนั้นราวกับว่ามันเป็นน้ำหวาน กระทั่งคิมหันต์ต้องขอให้เธอพอ “มันจะเสร็จแล้ว พอก่อนได้ไหมคนดี”พัชสิกาชอบใจและไม่คิดที่จะพอง่ายๆ ยิ่งเขามีอาการเสียวซ่านใกล้ถึงฝั่งฝันเธอก็ยิ่งบำเรอความต้องการให้เขามากเป็นเท่าตัว“อ๊า อ๊า ไม่ไหวแล้ว จะเสร็จแล้ว อีกนิดเดียว” คิมหันต์เงยหน้าเม้มปาก อีกทั้งใบหน้าเบี้ยวเบ้ไปด้วยความเสียวเพราะจุดสูงสุดกำลังก่อต
“อ้าวไอ้คิม ทำไมวันนี้ได้มานอนที่บ้านล่ะ” พัชสิกาหรี่ตามองเขาขณะยืนอยู่ด้านหลังกฤษ เธอเตรียมใจมาแล้วว่ายังไงก็ต้องเจอเขาอยู่ดี แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าเขาชอบไปนอนที่คอนโดเป็นส่วนมากก็ตาม“ผมแค่เปลี่ยนบรรยากาศ” ไม่รู้อะไรดลใจให้เขามานอนที่บ้านและมาเจอพัชสิกาที่นี่ แต่ก็ดีเหมือนกันเพราะเขารู้สึกเหมือนมีอะไรมากมายที่อยากจะคุยกับเธอ“เหรอ วันนี้ฉันไปรับหนูพัชมาทานข้าวด้วยเพราะแม่เขาอยากเจอ ทานเสร็จเดี๋ยวจะไปส่ง” กฤษพูดพลางหันไปทางพัชสิกา “หรือจะนอนอยู่ที่นี่สักคืนแล้วพรุ่งนี้ไปทำงานพร้อมพี่เขา”“กลับดีกว่าค่ะ พัชไม่ได้เตรียมชุดทำงานมาเผื่อ” เธอไม่อยากนอนร่วมชายคากับเขาต่างหากล่ะ“เดี๋ยวผมไปส่งเองครับ”“นอนก็ได้ค่ะ”“ถ้าจะนอน ก็ต้องนอนห้องเดียวกับฉัน” เขาเลิกคิ้วมองส่งยิ้มกวนประสาท เกลียดจริงๆเลย“จริงๆนะครับคุณพ่อ ตอนนี้ก็มืดมากแล้วอีกอย่างคุณพ่อไม่ได้แจ้งซ่อนกลิ่นกับป้าไพรล่วงหน้าด้วย ปุ๊บปั๊บแบบนี้แม่บ้านก็เหนื่อยเป็นนะครับ” ซ่อนกลิ่นที่เดินผ่านกะจะเข้าครัวพลันสะดุ้งเล็กน้อยพร้อมรู้สึกแปลกใจที่วันนี้คิมหันต์นึกเห็นใจเธอ ปกติดึกกว่านี้ก็ยังปลุกมาสั่งงาน อย่างเอาแต่ใจ“กลับก็ได้ค่ะ” ใครเขาอย







