เข้าสู่ระบบหญิงสาวมองว่าคงเสร็จธุระสำหรับวันนี้ จึงรีบลุกออกจากเตียงเพื่อไปอาบน้ำชำระร่างกาย แต่พอลุกขึ้นเท่านั้นแหละ ตรงหว่างขาก็ยังไม่หายปวดเลย
“อุ๊ย!” พัชสิกาเซซึ่งคิมหันต์ก็ปรี่เข้ามารับไว้ทัน
“ยังเจ็บอยู่เหรอ” เมื่อคืนเขายอมรับว่าต้องการแกล้งคนปากเก่งอย่างเธอ แต่ไม่คิดว่าจะกระทบต่อร่างกายของเธอขนาดนี้
“อาบน้ำก็คงหายค่ะ”
“อาบด้วยกันดีกว่า จะได้รู้ไงว่าเป็นอย่างไรบ้าง” พัชสิกาหรี่ตามองนิ่งๆเป็นเชิงไม่เชื่อใจเขา “เธอตกลงที่จะให้ฉันเลี้ยงดูเธอแล้วนะ อย่าขัดใจฉันสิ”
ไม่นานคิมหันต์ก็อุ้มเธอเข้ามาในห้องน้ำอย่างว่าง่ายพร้อมกับเปิดฝักบัวน้ำไหลลงสู่พื้นเย็นสบาย
ทั้งๆที่ห้องน้ำก็กว้างมากมายแต่ทำไมร่างเธอกับเขาถึงอยู่ใกล้ชิดกันจัง พัชสิกาเงยหน้ามองเขานิ่งๆราวถูกเขาสะกดจิตไว้ คิมหันต์ยกยิ้มละมุนแล้วยกมือขึ้นมาลูบศีรษะเบาๆ
“ฉันจะเลี้ยงดูเธอเป็นอย่างดี”
ตอนที่ 8 อย่าดื้อสิคนดี
เปรมสิริมาเลือกซื้อของอย่างเพลินๆที่ซูเปอร์มาร์เก็ต จนลืมสังเกตว่ามีคนที่เธอรู้จักมาที่นี่ด้วย สายตาของหญิงสาวจับจ้องไปที่แผงขนม พอเจอยี่ห้อที่ตัวเองโปรดปรานก็ยิ้มขึ้นมาอย่างดีใจ แต่ทว่าดันมีคนมาคว้าไปสะก่อน
คว้าแบบหน้าด้านๆเลย
“ยี่ห้อนี้ผมก็ชอบเหมือนกันนะ” จังหวะเปรมสิริเงยหน้าขึ้นมามองคนตัวสูงภาคินก็รีบพูดพลันมองไปที่ขนมห่อนั้น
“คุณภาคิน...” เธอไม่คิดว่าจะมาเจอเขาที่นี่ เมื่อมาเจอและอยู่ด้วยกันสองคนกลับทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่ารู้สึกแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่
“มาคนเดียวเหรอครับ คุณพัชไม่ได้มาด้วยเหรอ” ไม่ผิดไปจากความคิดเธอเท่าไหร่ สุดท้ายก็ถามหาคนรักอยู่ดี
“ไม่ค่ะ นิลเลิกงานแล้วก็เลยแวะมาเดินเล่นค่ะ” ภาคินพยักหน้าเบาๆ เปรมสิริยังคงค้างคาใจเรื่องวันนั้นจึงเอ่ยปากถาม “คุณภาคินไม่โกรธพัชแล้วเหรอคะ”
“เรื่องอะไรครับ” เขามองด้วยความไม่เข้าใจ หรือเป็นเพราะเขาลืมมันไปแล้ว
“ก็เรื่องที่พัชจะไปอยู่ที่คอนโดคุณลุงคนนั้น” ขณะนี้ทั้งสองเดินเคียงข้างกันที่แผงขนมในซูเปอร์มาร์เก็ต
“ตอนแรกผมแค่ทำใจไม่ได้ พอคิดไปคิดมาเราควรเข้าใจเขาในเรื่องงานให้มากขึ้น” เปรมสิริมองเขานิ่งๆและบางความคิดก็ไม่รู้จะบอกเขาเรื่องป้าพัชสิกาดีไหม แต่เพื่อนของเธอเคยย้ำกับเธอไว้แล้วว่าห้ามบอกใครให้รู้แค่เราสามคน
“แล้วคุณภาคินมาทำอะไรที่นี่คะ” เธอเลือกเปลี่ยนเรื่องคุย
“อ่อ” เขาก้มลงมองรถเข็นที่ตัวเองนำมา “ผมจะซื้อไปฝากเด็กๆแถวบ้านน่ะครับ วันนี้วันเกิดเขา”
“อ้าวเหรอคะ...”
คุณนิล!”
ว๊าย!” ภาคินเห็นรถโฟล์คลิฟท์กำลังจะเคลื่อนเข้ามาทางเธอจึงรีบดึงแขนเธอเข้ามาหลบในอ้อมกอดหนา จังหวะนั้นดวงตาของคนทั้งสองก็ประสานระหว่างกันอย่างไม่ทันตั้งตัว
“ขอโทษครับๆ” พนักงานรีบเดินเข้ามากล่าวคำขอโทษจังหวะนั้นทั้งสองก็พึ่งจะตั้งสติได้
ภาคินรีบปล่อยตัวเปรมสิริออก
“ไม่เป็นไรครับ” สิ้นสุดคำพูดพนักงานชายก็เดินกลับขึ้นรถไปทำงานต่อ
“คุณไม่ได้เป็นอะไรใช่ไหม” เขาเอ่ยถามหน้านิ่ง ซึ่งเป็นห่วงแบบคนปกติทั่วไปเท่านั้น
“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วง” เธอเผลอรู้สึกดีจนนึกอยากชวนเขาเดินเล่นด้วยกันสักพัก “คุณภาคินว่างไหมคะ ว่าจะชวนเดินด้วยกันก่อน”
เขาก้มลงมองเข็มนาฬิกาบ่งบอกว่าใครถึงเวลานัดเด็กๆแล้ว
“ผมคงไม่ว่างแล้วครับ ต้องไปเตรียมอาหารให้เด็กๆ”
“งั้น ฝากอวยพรวันเกิดเด็กๆแทนแล้วกันนะคะ” เป็นเจ้าของมหาวิทยาลัยแถมยังจิตใจดีเมื่ออยู่กับเด็กอีก เปรมสิริก็พลอยแอบปลื้มในความเป็นเขาอยู่ในใจ
“ครับ” เขาพูดแล้วเดินออกไปทันทีโดยที่เปรมสิริก็ได้แต่อ้าปากหวอรอพูดด้วย
แต่ไม่ทัน
แพนนีญาร์เดินเข้ามาในห้องทำงานของคิมหันต์ แต่เมื่อเจอคิมหันต์อยู่คนเดียวและไม่มียัยเลขาหน้าจืดนั้นอยู่ในห้องนี้ด้วย เธอก็ยิ่งดีใจควบคู่กับความสะใจที่อย่างน้อยคิมหันต์ก็ยังเข้าข้างเธอ
“พี่คิมขาาา” แพนนีญาร์เดินเข้ามาโอบไหล่คิมหันต์แล้วนั่งที่วางแขน
ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเบาๆ เพราะเริ่มรำคาญเธอเข้าขั้นรุนแรงและพยายามยับยั้งอารมณ์เอาไว้ให้ได้มากที่สุด
“มีอะไรหรือเปล่า”
“คิดถึงก็เลยมาหาค่ะ” เธอกำลังจะยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มแต่เขากลับเบี่ยงหน้าออก แต่ก่อนหอมง่ายเหลือเกินแต่ทำไมวันนี้มันแปลกจัง แต่เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะ ขอเข้าเรื่องยัยเลขาหน้าจืดนั่นก่อนดีกว่า “แล้วนี่ยัยเลขานั่นไปไหนแล้วคะ อย่าบอกนะคะว่าพี่คิมไล่ออกไปแล้ว ไล่ก็ดีเลยค่ะ ให้แพนประกาศหาเลขาคนใหม่ให้ไหมคะ แพนอยากช่วย"
คิมหันต์ปิดแฟ้มลงเงยหน้าถามเสียงแข็ง “ทำไมถึงคิดว่าพี่จะไล่เขาออก”
แพนนีญาร์มองเขาด้วยความหวั่นเกรง ทำไมถึงมองเธอด้วยสายตาแบบนั้นล่ะ
“ก็...ก็แพนมีปัญหากับเขาในวันนั้นไงคะ”
“ปัญหาคือมาถามหาพี่ เมื่อไม่ได้ดั่งใจก็อาละวาดใส่เขางั้นเหรอ” คิมหันต์รู้สึกโกรธแทนเพราะมีครั้งหนึ่งที่เขาให้ช่างมาถอดกล้องวงจรปิดออกแล้วไปเห็นเหตุการณ์ย้อนหลังพอดี
เขาแค่..บังเอิญเจอแล้วโมโหแค่นั้น
“เร็วๆลูก” คิมหันต์ยืนอ้าแขนรอรับลูกฟุตบอลจากลูกชายวัยห้าขวบหน้าประตูตาข่ายขนาดกลางด้วยความสนุกสนานและเต็มไปด้วยความสุขสนามหญ้าแห่งนี้เดิมทีเคยทำเป็นสวนหย่อมไว้ปลูกพันธุ์ไม้ในยามว่าง เมื่อกฤษกับสุวรรณรัตน์รู้ว่าตนจะได้หลานเป็นผู้ชายและแน่นอนว่าผู้ชายจะต้องชอบกิจกรรมกลางแจ้งแน่ๆ ปู่กับย่าของแกก็เลยจ้างคนสวนมาย้ายกระถางดอกไม้ไปไว้ที่อื่น ซึ่งขณะเดียวกันก็ทำเป็นสนามฟุตบอลไปด้วยเลย‘เด็กชายกัปตัน คีริน บริพัฒน์สาธร’ สมาชิกใหม่ของบ้านใช้เท้าเล็กๆเขี่ยบอลไปมาจากนั้นก็เตะส่งไปให้พ่อทว่ากลับเด้งออกนอกประตูจนได้“โห้ กัปตัน” จักรพรรดิที่อยู่ทีมเดียวกับหลานสบถออกมาด้วยความหัวเสีย กะว่าจะเอาชนะเพื่อนสะหน่อย“สอนหลานให้รู้จักแพ้รู้จักชนะบ้างสิวะ ทำอย่างกับจะให้หลานไปอยู่ในแก๊งมาเฟียเหมือนตัวเองงั้นแหละ” ภาคินถือลูกฟุตบอลเข้ามาในสนาม จากนั้นก็ย่อตัวลงอุ้มเจ้าคีรินน้อยขึ้นมาฝังจมูกที่แก้มข้างซ้าย“ไม่ดีเหรอ หลานจะได้มีคนนับหน้าถือตาแถมยังไม่มีใครกล้ารังแกด้วย”“กัปตันจะเป็นมาเฟียเหมือนคุณยุงคั๊บ” ทั้งสามหนุ่มหัวเราะออกมาให้กับสิ่งที่หลานพูด“ปะป๊าว่ามาเป็นท่านประธานที่มีลูกน้องคอยรับใช้เหมือนปาป๊า
“เดินไปเดินมากูเริ่มจะเวียนหัวแล้วนะมึง” จักรพรรดิทักเมื่อเห็นคิมหันต์เอาแต่เดินวนไปวนมาหน้าห้องคลอด ท่าทางดูตื่นเต้นกว่าใครๆ“เอาน่า พ่อลูกอ่อนพึ่งมีลูกเป็นตัวเป็นตน” ภาคินที่นั่งอยู่ข้างๆพูดขึ้น“นิลก็อยากเห็นหน้าหลานเหมือนกัน ได้ข่าวว่าเป็นลูกชายคงจะหล่อเหมือนพ่อแน่ๆ” เปรมสิริพูดด้วยท่าทางตื่นเต้น เพราะคิมหันต์เคยบอกไว้ตอนพาภรรยาไปอัลตราซาวด์มาแล้ว“นี่ ไม่คิดอยากจะมีบ้างเหรอ” จักรพรรดิหันไปคุยกับภาคินพร้อมชี้ไปทางคนรักของเจ้าตัว เปรมสิริได้แต่ยิ้มบางๆแฝงไปด้วยความรู้สึกมากมายหลายอย่าง “เราก็พึ่งอยู่ในช่วงคบหาดูใจกันไปก่อนน่ะค่ะ ส่วนเรื่องแต่งคงต้องรอโอกาสที่เหมาะสม” ถึงจะรู้สึกไม่ค่อยดีแต่เธอก็อยากจะให้เกียรติภาคินในฐานะอธิการบดีด้วยภาคินหันไปส่งยิ้มพร้อมจับมือเธอไว้อย่างอ่อนโยน “เราจะมีวันนั้นแน่ ถ้าเราไม่ปล่อยมือกัน”เปรมสิริมองเขาด้วยแววตาเต็มไปด้วยความหวังหวังว่าเขาจะจับมือเธอไปนานๆจริงๆ“คุณหมอเมียกับลูกผมเป็นยังไงบ้างครับ” ทุกคนหันมาทางประตูห้องคลอดเป็นตาเดียวเมื่อได้ยินคิมหันต์คุยกับคุณหมอทำคลอด“ปลอดภัยทั้งแม่ทั้งลูกนะคะ คุณพ่อจะเข้าไปดูเลยไหมคะ”“ไปครับๆ” เขาบอกหมอด้วยค
หลายเดือนต่อมา“ระวังๆนะครับ” คิมหันต์ค่อยๆประคองภรรยาที่ตอนนี้ท้องโตใกล้คลอดแล้ว เมื่อภรรยาสาวนั่งลงที่เก้าอี้เขาก็ถือโจ๊กที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ครัวมาวางไว้ด้านหน้าเพื่อที่จะป้อนให้เธอ“อุ่นๆอยู่เลย” เขาพูดหลังจากเป่าโจ๊กให้เธอ“ขอบคุณค่ะ” เมื่อป้อนโจ๊กให้เธอไปสองสามคำเขาก็วางโจ๊กลงตรงหน้าเหมือนเดิม จากนั้นก็โน้มใบหน้าไปจ่อตรงบริเวณหน้าท้องที่มีลูกน้อยอาศัยอยู่“อร่อยไหมค้าบลูก” มือหนาลูบบริเวณหน้าท้องอย่างอ่อนโยน พัชสิกาได้แต่ยิ้มให้กับภาพความอบอุ่นนั้น“อุ๊ย ลูกดิ้น” เขาเงยหน้าขึ้นมาคุยกับภรรยา“สงสัยคุยกับพ่อแล้วสนุกมั้งคะ” คิมหันต์เปลี่ยนมามองหน้าท้องภรรยาอีกครั้ง “หรือเพราะโจ๊กฝีมือพ่ออร่อยกันนะ เดี๋ยวกินต่อนะ จะได้แข็งแรงทั้งแม่ทั้งลูก” เขานั่งตัวตรงป้อนโจ๊กให้เธอต่อเมื่อพาพัชสิกาทานข้าวเช้าเสร็จเขาก็พาออกมาเดินเล่นที่สวนหย่อมชมบรรยากาศในยามเช้า“ไอ้คิมมมม” เสียงทุ้มของใครบางคนลอยมาแต่ใกล้คิมหันต์และพัชสิกาหันไปมองก็พบว่าเป็นจักรพรรดิ“เอ้า มึงกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่วะ”“พี่จักรบอกจะกลับมาตอนพัชคลอดเลยไม่ใช่เหรอคะ” พัชสิกาก็สงสัยเหมือนกัน“ก็เดือนหน้าเริ่มไม่ว่างแล้วน่ะสิ ก็เลย
หนึ่งเดือนแล้วกับการที่ได้ใช้ชีวิตด้วยกันในฐานะสามีภรรยาและวันนี้ก็เป็นวันที่เธอกับเขามาฮันนีมูนที่เกาะล้านในจังหวัดชลบุรี โดยจองรีสอร์ตแบบส่วนตัวให้เห็นวิวทะเลสีสวยในยามเย็นพัชสิกานอนซบที่แขนซ้ายของสามีบนเตียงนอนพลันเปิดอ่านไดอารี่บรรยายคำว่ารักให้เขาฟัง เมื่ออ่านมาได้ครึ่งหน้าเธอก็ปิดลงแล้วดีดตัวขึ้น“เอ๊า พี่ยังอยากฟังต่ออยู่เลย” คิมหันต์มองตามก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นนั่ง ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาเขาติดเธอมาก ชอบกอด ชอบหอมตลอดเวลา แม้กระทั่งสายตายังมีให้แค่เธอคนเดียว“พี่คิมอ่านไปแล้วไม่ใช่เหรอคะ” หลายรอบแล้วด้วยซ้ำ คิมหันต์ขยับเข้ามากอดเธอแน่นกว่าเดิมก่อนจะหอมแก้มเธอเพื่อแสดงถึงความรัก“พี่อยากให้พัชอ่านให้พี่ฟังและอยากฟังหลายๆรอบทุกๆวันเลย” หญิงสาวยิ้มแล้วจับปลายคางเขาส่ายไปมา “พัชรักพี่คิมๆๆๆๆๆๆ รักแค่คนเดียว รักมากที่สุดเลยด้วย”ไม่นานมือหนาก็จับท้ายทอยของเธอเข้ามาประกบปากอวบอิ่ม“พี่ก็รักพัชมากที่สุด” เขาปล่อยริมฝีปากได้ไม่นานก็ดึงเธอเข้าไปจูบใหม่และบดขยี้หนักกว่าเดิม หญิงสาวรีบดันตัวเขาออกไปก่อนซึ่งเขาก็ปล่อยอย่างว่าง่าย“ยังก่อนค่ะ”“ยังมีเวลาเหลือๆ”“แต่ตอนนี้...” เธอมองไปนอกหน้าต่าง
“คุณแพนเป็นไงบ้าง” จักรพรรดิกำลังจัดการเก็บเสื้อผ้าเตรียมขึ้นเครื่องไปไต้หวันในเช้าวันพรุ่งนี้ ขณะนั้นเขาหันไปเห็นจอมพลเดินเข้ามาในบ้านพอดีจึงถามไปพลางๆ เนื่องจากเจ้าตัวแจ้งไว้แล้วว่าจะไปเยี่ยมแพนนีญาร์ที่เรือนจำ“เขาสบายดีครับนาย” จักรพรรดิพยักหน้าเบาๆก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย“มึงจะไม่ไปทำงานกับกูต่อที่ไต้หวันจริงเหรอวะ” ก่อนหน้านั้นเขาได้ถามจอมพลแล้วว่าจะไปทำงานต่อกับเขาหรือจะลาออกปักหลักอยู่ที่ไทยแทน ซึ่งค่าตอบแทนที่จะได้ก็คือเงินเดือนที่เพิ่มมาเป็นสองเท่าทว่าจอมพลดันเลือกอยู่ไทยแทนที่จะเลือกความสบายก่อน“ไม่ครับ ผมอยู่ที่นี่ก็สบายดี”จักรพรรดิมองยิ้มๆก่อนจะเดินเข้ามาตบไหล่ลูกน้องที่อยู่กันมานานผูกพันราวกับเป็นคนในครอบครัว “ยังไงกูก็ต้องขอบคุณมึงมากนะที่จงรักภักดีต่อกูมาตลอด กูขอให้เส้นทางใหม่ของมึงสวยงามตามที่มึงปรารถนา”จอมพลโค้งศีรษะก่อนจักรพรรดิจะพูดอะไรบางอย่างอีกครั้ง “กูให้เงินเพิ่มไปตั้งตัวนะ สิบล้านพอไหม”“หึ” จอมพลได้แต่หัวเราะออกมาสั้นๆ “ไม่หรอกครับ”“ทำไมวะ”“ผมมองว่ามันไม่จำเป็นสำหรับผม ไว้ถ้าผมไม่มีผมขอกลับไปทำงานร่วมกับคุณในอนาคตแล้วกันนะ” จักรพรรดิได้แต่ขมวดคิ้วมอง
“คุณสบายดีไหม อยู่ในนี้ได้ไหม” จอมพลเอ่ยถามผ่านกระจกกั้น อีกฝั่งจะเป็นแพนนีญาร์ที่ถูกจำคุกไว้ด้วยความผิดทางคดีถ้าย้อนเวลากลับไปในตอนที่เริ่มทำความผิดแล้วเธอไม่คิดจะทำลายหลักฐานโดยการสั่งให้คนไปเผารถทิ้ง เธอก็คงได้แค่รอลงอาญาไม่ต้องมาอยู่ในคุกให้ลำบากแบบนี้หญิงสาวหลุบตาลงเมื่อนึกย้อนกลับไปถึงในตอนที่พ่อแม่เธอมาหา ไม่ได้มีความเห็นอกเห็นใจ ไม่มีกำลังใจ มีแต่ซ้ำเติม.........................................................................................‘เป็นไงล่ะลูกสาวคุณ’ ปราณีเบ้ปากเมื่อเห็นลูกสาวนอกคอกยืนคุยอยู่ข้างในห้องสี่เหลี่ยมที่มีผู้คุมขังยืนเฝ้าไม่คลาดสายตา ‘ไม่คิดเล้ยว่าจะมาอยู่ตรงจุดจุดนี้ได้’ ‘คุณ พูดดีๆหน่อย’ จรูญหันไปตำหนิปราณีก่อนจะหันมาทางลูกสาวด้วยใบหน้าเคร่งขรึม ‘ทำไมถึงทำตัวแบบนี้’ ‘หนูไม่ได้ตั้งใจค่ะพ่อ’ ‘ไม่ได้ตั้งใจแต่เอาตัวเองมาทำให้วงศ์ตระกูลขายขี้หน้าแบบนี้นี่นะ รู้ถึงไหนอายถึงนั่น น่าจะตัดๆออกไปจากกองมรดกไปเลย’ ปราณีผู้ซึ่งที่ไร้ความรักต่อลูกเลี้ยงแฝงไปด้วยความเกลียดชังมากมาย แพนนีญาร์เธอก็แค่เป็นคนอารมณ์ร้ายและตอนทิพวรรณเสียเธอก็ไม่ได้มีเจตนาให้มันเกิดข
หลังสอบปากคำแพนนีญาร์เสร็จ เจ้าหน้าที่จึงสรุปสำนวนและส่งเรื่องขึ้นสู่ชั้นศาลเพื่อให้ศาลพิจารณาคดีต่อไป คิมหันต์และพัชสิกาจึงเดินทางมาเยี่ยมจักรพรรดิที่โรงพยาบาลตามที่จอมพลได้ให้ข้อมูลไว้ทั้งสองเดินมาถึงห้องพักก็เห็นคุณพยาบาลถือเดินออกมาจากห้องพอดี“มาเยี่ยมคนไข้เหรอคะ” คุณพยายามถามยิ้มๆ“ครับ”“ยั
“น้ำครับนาย” จอมพลยื่นขวดน้ำไปให้เจ้านายก่อนที่มือใหญ่ของจักรพรรดิจะคว้ามันขึ้นมายกดื่มจะว่าไปเรื่องบาดหมางระหว่างจักรพรรดิกับคิมหันต์เขาก็ยังไม่ได้รู้ลึกขนาดนั้น ในฐานะที่รับใช้มาตั้งนานถามไปก็คงไม่น่าจะเสียหายอะไร“นายครับ”“ว่าไง” ร่างสูงยืนค้ำราวระเบียงพร้อมทอดมองไปยังพื้นผิวน้ำทะเลสีครามเบื้อ
“ใช่แล้ว ว่าจะชวนไปกินหมูกระทะร้านลุงหนุ่ยแล้วไปเม้าท์มอยตามประสาเพื่อนสาวกัน” พัชสิกาชำเลืองมองสุวรรณรัตน์สลับกับมองคิมหันต์เพราะเธอมีนัดกับทั้งสองคนแล้ว ถึงแม้จะเกรงใจเพื่อนแต่ก็ต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง“พอดีฉันมีนัดทานข้าวกับเจ้านายฉันอยู่” สุวรรณรัตน์มองหลานสาวยิ้มๆก่อนจะพูดเหมือนชวนให้ไปด้วยกัน
หญิงสาวยืดตัวพลางเอี้ยวตัวไปมาอย่างเพลินๆ จากนั้นก็หยุดมาดื่มน้ำให้พอลดความกระหาย เพราะตอนนี้ท้องฟ้าก็เริ่มจะเปลี่ยนสีแล้วการออกกำลังกายจึงพอแค่นี้ก่อนทว่าไม่นานสายตาเธอก็พลันไปเห็นภาคินวิ่งออกกำลังกายอยู่บริเวณสนามหญ้าผ่านหน้าผ่านตาไปพอดีบ้าจริง! ทำไมช่วงนี้เธอเจอเขาบ่อยจัง“คุณภาคินคะ” เปรมสิริ







![Inbox ร้อนรัก [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)