เข้าสู่ระบบหญิงสาวมองว่าคงเสร็จธุระสำหรับวันนี้ จึงรีบลุกออกจากเตียงเพื่อไปอาบน้ำชำระร่างกาย แต่พอลุกขึ้นเท่านั้นแหละ ตรงหว่างขาก็ยังไม่หายปวดเลย
“อุ๊ย!” พัชสิกาเซซึ่งคิมหันต์ก็ปรี่เข้ามารับไว้ทัน
“ยังเจ็บอยู่เหรอ” เมื่อคืนเขายอมรับว่าต้องการแกล้งคนปากเก่งอย่างเธอ แต่ไม่คิดว่าจะกระทบต่อร่างกายของเธอขนาดนี้
“อาบน้ำก็คงหายค่ะ”
“อาบด้วยกันดีกว่า จะได้รู้ไงว่าเป็นอย่างไรบ้าง” พัชสิกาหรี่ตามองนิ่งๆเป็นเชิงไม่เชื่อใจเขา “เธอตกลงที่จะให้ฉันเลี้ยงดูเธอแล้วนะ อย่าขัดใจฉันสิ”
ไม่นานคิมหันต์ก็อุ้มเธอเข้ามาในห้องน้ำอย่างว่าง่ายพร้อมกับเปิดฝักบัวน้ำไหลลงสู่พื้นเย็นสบาย
ทั้งๆที่ห้องน้ำก็กว้างมากมายแต่ทำไมร่างเธอกับเขาถึงอยู่ใกล้ชิดกันจัง พัชสิกาเงยหน้ามองเขานิ่งๆราวถูกเขาสะกดจิตไว้ คิมหันต์ยกยิ้มละมุนแล้วยกมือขึ้นมาลูบศีรษะเบาๆ
“ฉันจะเลี้ยงดูเธอเป็นอย่างดี”
ตอนที่ 8 อย่าดื้อสิคนดี
เปรมสิริมาเลือกซื้อของอย่างเพลินๆที่ซูเปอร์มาร์เก็ต จนลืมสังเกตว่ามีคนที่เธอรู้จักมาที่นี่ด้วย สายตาของหญิงสาวจับจ้องไปที่แผงขนม พอเจอยี่ห้อที่ตัวเองโปรดปรานก็ยิ้มขึ้นมาอย่างดีใจ แต่ทว่าดันมีคนมาคว้าไปสะก่อน
คว้าแบบหน้าด้านๆเลย
“ยี่ห้อนี้ผมก็ชอบเหมือนกันนะ” จังหวะเปรมสิริเงยหน้าขึ้นมามองคนตัวสูงภาคินก็รีบพูดพลันมองไปที่ขนมห่อนั้น
“คุณภาคิน...” เธอไม่คิดว่าจะมาเจอเขาที่นี่ เมื่อมาเจอและอยู่ด้วยกันสองคนกลับทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่ารู้สึกแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่
“มาคนเดียวเหรอครับ คุณพัชไม่ได้มาด้วยเหรอ” ไม่ผิดไปจากความคิดเธอเท่าไหร่ สุดท้ายก็ถามหาคนรักอยู่ดี
“ไม่ค่ะ นิลเลิกงานแล้วก็เลยแวะมาเดินเล่นค่ะ” ภาคินพยักหน้าเบาๆ เปรมสิริยังคงค้างคาใจเรื่องวันนั้นจึงเอ่ยปากถาม “คุณภาคินไม่โกรธพัชแล้วเหรอคะ”
“เรื่องอะไรครับ” เขามองด้วยความไม่เข้าใจ หรือเป็นเพราะเขาลืมมันไปแล้ว
“ก็เรื่องที่พัชจะไปอยู่ที่คอนโดคุณลุงคนนั้น” ขณะนี้ทั้งสองเดินเคียงข้างกันที่แผงขนมในซูเปอร์มาร์เก็ต
“ตอนแรกผมแค่ทำใจไม่ได้ พอคิดไปคิดมาเราควรเข้าใจเขาในเรื่องงานให้มากขึ้น” เปรมสิริมองเขานิ่งๆและบางความคิดก็ไม่รู้จะบอกเขาเรื่องป้าพัชสิกาดีไหม แต่เพื่อนของเธอเคยย้ำกับเธอไว้แล้วว่าห้ามบอกใครให้รู้แค่เราสามคน
“แล้วคุณภาคินมาทำอะไรที่นี่คะ” เธอเลือกเปลี่ยนเรื่องคุย
“อ่อ” เขาก้มลงมองรถเข็นที่ตัวเองนำมา “ผมจะซื้อไปฝากเด็กๆแถวบ้านน่ะครับ วันนี้วันเกิดเขา”
“อ้าวเหรอคะ...”
คุณนิล!”
ว๊าย!” ภาคินเห็นรถโฟล์คลิฟท์กำลังจะเคลื่อนเข้ามาทางเธอจึงรีบดึงแขนเธอเข้ามาหลบในอ้อมกอดหนา จังหวะนั้นดวงตาของคนทั้งสองก็ประสานระหว่างกันอย่างไม่ทันตั้งตัว
“ขอโทษครับๆ” พนักงานรีบเดินเข้ามากล่าวคำขอโทษจังหวะนั้นทั้งสองก็พึ่งจะตั้งสติได้
ภาคินรีบปล่อยตัวเปรมสิริออก
“ไม่เป็นไรครับ” สิ้นสุดคำพูดพนักงานชายก็เดินกลับขึ้นรถไปทำงานต่อ
“คุณไม่ได้เป็นอะไรใช่ไหม” เขาเอ่ยถามหน้านิ่ง ซึ่งเป็นห่วงแบบคนปกติทั่วไปเท่านั้น
“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วง” เธอเผลอรู้สึกดีจนนึกอยากชวนเขาเดินเล่นด้วยกันสักพัก “คุณภาคินว่างไหมคะ ว่าจะชวนเดินด้วยกันก่อน”
เขาก้มลงมองเข็มนาฬิกาบ่งบอกว่าใครถึงเวลานัดเด็กๆแล้ว
“ผมคงไม่ว่างแล้วครับ ต้องไปเตรียมอาหารให้เด็กๆ”
“งั้น ฝากอวยพรวันเกิดเด็กๆแทนแล้วกันนะคะ” เป็นเจ้าของมหาวิทยาลัยแถมยังจิตใจดีเมื่ออยู่กับเด็กอีก เปรมสิริก็พลอยแอบปลื้มในความเป็นเขาอยู่ในใจ
“ครับ” เขาพูดแล้วเดินออกไปทันทีโดยที่เปรมสิริก็ได้แต่อ้าปากหวอรอพูดด้วย
แต่ไม่ทัน
แพนนีญาร์เดินเข้ามาในห้องทำงานของคิมหันต์ แต่เมื่อเจอคิมหันต์อยู่คนเดียวและไม่มียัยเลขาหน้าจืดนั้นอยู่ในห้องนี้ด้วย เธอก็ยิ่งดีใจควบคู่กับความสะใจที่อย่างน้อยคิมหันต์ก็ยังเข้าข้างเธอ
“พี่คิมขาาา” แพนนีญาร์เดินเข้ามาโอบไหล่คิมหันต์แล้วนั่งที่วางแขน
ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเบาๆ เพราะเริ่มรำคาญเธอเข้าขั้นรุนแรงและพยายามยับยั้งอารมณ์เอาไว้ให้ได้มากที่สุด
“มีอะไรหรือเปล่า”
“คิดถึงก็เลยมาหาค่ะ” เธอกำลังจะยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มแต่เขากลับเบี่ยงหน้าออก แต่ก่อนหอมง่ายเหลือเกินแต่ทำไมวันนี้มันแปลกจัง แต่เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะ ขอเข้าเรื่องยัยเลขาหน้าจืดนั่นก่อนดีกว่า “แล้วนี่ยัยเลขานั่นไปไหนแล้วคะ อย่าบอกนะคะว่าพี่คิมไล่ออกไปแล้ว ไล่ก็ดีเลยค่ะ ให้แพนประกาศหาเลขาคนใหม่ให้ไหมคะ แพนอยากช่วย"
คิมหันต์ปิดแฟ้มลงเงยหน้าถามเสียงแข็ง “ทำไมถึงคิดว่าพี่จะไล่เขาออก”
แพนนีญาร์มองเขาด้วยความหวั่นเกรง ทำไมถึงมองเธอด้วยสายตาแบบนั้นล่ะ
“ก็...ก็แพนมีปัญหากับเขาในวันนั้นไงคะ”
“ปัญหาคือมาถามหาพี่ เมื่อไม่ได้ดั่งใจก็อาละวาดใส่เขางั้นเหรอ” คิมหันต์รู้สึกโกรธแทนเพราะมีครั้งหนึ่งที่เขาให้ช่างมาถอดกล้องวงจรปิดออกแล้วไปเห็นเหตุการณ์ย้อนหลังพอดี
เขาแค่..บังเอิญเจอแล้วโมโหแค่นั้น
“ใช่แล้ว ว่าจะชวนไปกินหมูกระทะร้านลุงหนุ่ยแล้วไปเม้าท์มอยตามประสาเพื่อนสาวกัน” พัชสิกาชำเลืองมองสุวรรณรัตน์สลับกับมองคิมหันต์เพราะเธอมีนัดกับทั้งสองคนแล้ว ถึงแม้จะเกรงใจเพื่อนแต่ก็ต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง“พอดีฉันมีนัดทานข้าวกับเจ้านายฉันอยู่” สุวรรณรัตน์มองหลานสาวยิ้มๆก่อนจะพูดเหมือนชวนให้ไปด้วยกัน “หมูกระทะเราไม่ได้กินนานแล้วนะคิมหันต์ ไปกับพวกเขาสักวันดีไหม” คิมหันต์ขมวดคิ้วมองเพราะหมูกระทะที่ว่าเคยไปกินแค่ในห้างเท่านั้น ไม่แน่ใจว่าร้านลุงหนุ่ยอะไรนั่นจะเป็นแบบที่เขาและแม่ไปหรือเปล่า“ร้านอยู่ไหนครับ”*****************************************คิมหันต์และแม่ถูกพามาที่ร้านหมูกระทะลุงหนุ่ยที่เคยมาทานเป็นประจำ บริเวณร้านจะถูกประดับไปด้วยแสงไฟระยิบระยับ มีที่นั่งด้านในและด้านนอก ซึ่งด้านในร้านไม่ได้เป็นห้องแอร์อย่างที่คิมหันต์เข้าใจแถมยังใช้พัดลมในการเปิดให้ลูกค้าใช้อีกต่างหาก คิมหันต์และสุวรรณรัตน์เลยเลือกมานั่งที่ด้านนอกกะว่าจะให้ลมพัดสักหน่อย แต่ก็ทำได้แค่ ‘ฝันไปเถอะ’เขาหน้ามุ่ยขยับเสื้อด้านหน้าขึ้นลงให้พอคลายร้อน พัชสิกาที่ถูกสุวรรณรัตน์สั่งให้มานั่งข้างๆรีบหยิบพัดลมเล็กแบบพกพามาเปิ
หญิงสาวยืดตัวพลางเอี้ยวตัวไปมาอย่างเพลินๆ จากนั้นก็หยุดมาดื่มน้ำให้พอลดความกระหาย เพราะตอนนี้ท้องฟ้าก็เริ่มจะเปลี่ยนสีแล้วการออกกำลังกายจึงพอแค่นี้ก่อนทว่าไม่นานสายตาเธอก็พลันไปเห็นภาคินวิ่งออกกำลังกายอยู่บริเวณสนามหญ้าผ่านหน้าผ่านตาไปพอดีบ้าจริง! ทำไมช่วงนี้เธอเจอเขาบ่อยจัง“คุณภาคินคะ” เปรมสิริตะโกนเรียกชื่อเขาซึ่งเขาก็หันมาตามเสียงนั้นเลย หญิงสาวยกมือขึ้นโบกไปมาเหมือนเป็นการเรียกให้เขามาหาเธอที่ตรงนี้“ปกติมาออกกำลังกายตรงนี้อยู่แล้วหรือเปล่า” ภาคินมาถึงก็ถามทันที“พึ่งมาวันนี้วันแรกค่ะ” เธอยิ้มเนือยๆ “แล้วคุณภาคินมาออกทุกวันเลยไหมคะ” “ผมนานๆทีถึงจะมา” เปรมสิริพยักหน้ายิ้มๆ “มาวิ่งวันแรกก็ไม่ชินเหมือนกันนะคะ ไม่มีเพื่อนวิ่งด้วย” เธอมองเขาเหมือนกำลังจะพูดอะไรต่อ ภาคินจึงไม่รอช้าที่จะเอ่ยปากถาม“คุณนิลกำลังอยากจะบอกอะไรผมหรือเปล่าครับ”เขาเลิกคิ้วมอง“กำลังคิดอยู่ค่ะว่าถ้าจะชวนคุณภาคินมาวิ่งด้วยกัน คุณภาคินจะสะดวกหรือเปล่า” เปรมสิริมุดหน้าลงเหมือนเขินเขาแต่ไม่รู้ตัว ภาคินเห็นท่าทางแบบนั้นก็ขำออกมาเบาๆ“เรื่องแค่นี้เองครับ เวลาผมเหลือๆ อยู่กับคุณนิลจนถึงสามทุ่มยังได้เลย” “งั้นเรา
“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน เพราะฉันมีงานใหม่จะมอบหมายเธอ”“อะไรคะ”“ต่อไปนี้เธอจะต้อง ‘ไปกลับ’ กับฉัน ช่วงเที่ยงก็ไปทานข้าวด้วยกัน ส่วนตอนกลางคืน....”“ไม่เอานะคะ” เธอรีบพูดแทรกแต่ดูเหมือนว่าเขาจะเอาให้ได้“อย่าขัดใจฉันสิ ไม่เห็นแก่เงินที่ฉันจะให้หรือไง” พัชสิกาถึงกับชะงักพลันครุ่นคิด โรคมะเร็งที่ป้าเธอกำลังเผชิญอยู่ยังไม่หายดีเกรงว่าจะมีค่าใช้จ่ายตามมาเรื่อยๆ ต่อให้จะถูกมองว่าหิวเงินเธอก็จะยอมทำตามที่เขาต้องการ“ค่ะ”“ว่านอนสอนง่ายแบบนี้ก็ดีหน่อยจะได้เลี้ยงนานๆ” คิมหันต์ฝังจมูกเข้าที่แก้มเธออีกครั้ง พัชสิกาเม้มปากกล้ำกลืนด้วยความชอกช้ำใจ เธอเจ็บที่ไม่สามารถรักเขาได้ เธอเจ็บที่เขาเห็นว่าเธอเป็นแค่เด็กเลี้ยงของเขาดูเป็นคนไม่มีค่าอะไรด้วยซ้ำ*************************************************** “จะว่าไป เราไม่คิดจะแวะไปหายัยพัชบ้างเลยเหรอ” เปรมสิริถามคิวมิกส์ในระหว่างเดินเล่นอยู่ในห้างด้วยกัน“ก็แกไม่ชวนนี่”“แกจะรอให้ฉันชวนอย่างเดียวเลยหรือไง” เธอพูดพลางดูดไอศกรีมโคนไปด้วย “ไม่ขนาดนั้นหรอก บริษัทมันอยู่ใกล้เราสะที่ไหนล่ะ” คิวมิกส์หน้าบึ้งบูดก่อนจะนึกไปถึงเรื่องของเจ้านายคนนั้น “จะว่าไปเจ้
“วันนี้ไม่ได้เข้ามหาวิทยาลัยเหรอคะ” บ้านเขาอยู่ไกลจากเธอหลายสิบโล กว่าจะไปส่งเธอเสร็จก็น่าจะสายมากแล้ว “ไม่เป็นปัญหาหรอกครับ ผมเข้าสายเท่าไหร่ก็ได้” “งั้นก็ได้ค่ะ” เธอยิ้มเจื่อนๆก่อนจะกระชับสายกระเป๋าสะพายแล้วเดินนำเขาไป ทว่า....“พัชสิกา!” เสียงทุ้มเกรี้ยวกราดดังออกมาจากทางด้านหลังคนทั้งสองทำให้ต้องหมุนตัวกลับไปมองพร้อมกันปรากฎว่าเป็น ‘คิมหันต์’ นั่นเองเธอล่ะเหนื่อยใจจริงๆ ไม่คิดว่าจะต้องเผชิญหน้ากับเขาแต่เช้าและเมื่อมาเห็นเธออยู่กับภาคินแบบนี้ก็คงหาเรื่องมาต่อว่าเธออีกแน่ๆ“เธอไม่ได้บอกแฟนเธอหรือไง ว่าเธอจะต้องติดรถไปกับฉัน ‘ทุกวัน’” ยิ่งเห็นหน้าชายคนนั้นเขาก็ยิ่งมีอารมณ์เดือดดาล เหม็นขี้หน้าฉิบหายพัชสิกาขมวดคิ้วมอง เขาไม่ได้มาบอกเธอไว้นี่ จังหวะนั้นภาคินก็เริ่มมีอารมณ์ขุ่นเคืองที่มากล่าวหาว่าพัชสิกาเป็นแฟนเขาอย่างหน้าตาเฉยเขาชอบพัชสิกาก็จริง แต่เขาก็ไม่เคยเสนอตัวอยากจะเป็นแฟนปากเปล่าแบบนี้ “รบกวนให้เกียรติเธอด้วยครับ”“เกียรติ...แฟนคุณมีเกียรติตรงไหนบ้าง?” พัชสิกาได้ฟังก็รู้สึกเจ็บแปลบตรงกลางใจ แต่จะทำไงได้ เธอขายตัว ‘ให้เขา’ ไปแล้ว“คุณภาคินคะ ไว้วันหลังนะคะพัชต้องไปกับเจ้าน
“ถอดแล้วจับมันสิ” เขากระซิบบอกเบาๆก่อนจะจูบเธอต่อ หญิงสาวค่อยๆเลื่อนมือลงต่ำมาสัมผัสส่วนล่างตั้งชันในเนื้อผ้า รสสวาทที่เขาได้มอบให้ทำให้เธออดใจไม่ไหวจึงค่อยๆรูดซิปกางเกงออก จากนั้นก็เลื่อนเข้าไปกอบกุมมันบีบเล่นไปมาอย่างชอบใจ “อื้ม ลงไปชิมมันดูสิคนดี”ไม่พูดเปล่า คิมหันต์ยังจับศีรษะเธอให้ลงไปจ่อบริเวณนั้น พัชสิกาไม่ได้ฝืนใจแต่กลับยอมด้วยความเต็มใจ เมื่อปากของเธองับตรงส่วนนั้นเขาก็เปล่งเสียงครางออกมาเงยหน้าขึ้นรับรสสวาทด้วยความชอบใจ“ดูดมันสิคะคนดี” พัชสิกาจากที่ดูดอยู่แล้วได้ยินเขาพูดแบบนั้นก็ดูดหนักขึ้นกว่าเดิม “อ๊า เก่งจังเลย เดี๋ยวฉันจะเพิ่มค่าเลี้ยงดูให้อีกเยอะๆเลย”พัชสิการู้ว่าเธอทำให้เขาพึงพอใจ ความรู้สึกเริ่มมาเหนือเหตุผลทั้งปวง จึงทำให้เธอดูดส่วนนั้นราวกับว่ามันเป็นน้ำหวาน กระทั่งคิมหันต์ต้องขอให้เธอพอ “มันจะเสร็จแล้ว พอก่อนได้ไหมคนดี”พัชสิกาชอบใจและไม่คิดที่จะพอง่ายๆ ยิ่งเขามีอาการเสียวซ่านใกล้ถึงฝั่งฝันเธอก็ยิ่งบำเรอความต้องการให้เขามากเป็นเท่าตัว“อ๊า อ๊า ไม่ไหวแล้ว จะเสร็จแล้ว อีกนิดเดียว” คิมหันต์เงยหน้าเม้มปาก อีกทั้งใบหน้าเบี้ยวเบ้ไปด้วยความเสียวเพราะจุดสูงสุดกำลังก่อต
“อ้าวไอ้คิม ทำไมวันนี้ได้มานอนที่บ้านล่ะ” พัชสิกาหรี่ตามองเขาขณะยืนอยู่ด้านหลังกฤษ เธอเตรียมใจมาแล้วว่ายังไงก็ต้องเจอเขาอยู่ดี แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าเขาชอบไปนอนที่คอนโดเป็นส่วนมากก็ตาม“ผมแค่เปลี่ยนบรรยากาศ” ไม่รู้อะไรดลใจให้เขามานอนที่บ้านและมาเจอพัชสิกาที่นี่ แต่ก็ดีเหมือนกันเพราะเขารู้สึกเหมือนมีอะไรมากมายที่อยากจะคุยกับเธอ“เหรอ วันนี้ฉันไปรับหนูพัชมาทานข้าวด้วยเพราะแม่เขาอยากเจอ ทานเสร็จเดี๋ยวจะไปส่ง” กฤษพูดพลางหันไปทางพัชสิกา “หรือจะนอนอยู่ที่นี่สักคืนแล้วพรุ่งนี้ไปทำงานพร้อมพี่เขา”“กลับดีกว่าค่ะ พัชไม่ได้เตรียมชุดทำงานมาเผื่อ” เธอไม่อยากนอนร่วมชายคากับเขาต่างหากล่ะ“เดี๋ยวผมไปส่งเองครับ”“นอนก็ได้ค่ะ”“ถ้าจะนอน ก็ต้องนอนห้องเดียวกับฉัน” เขาเลิกคิ้วมองส่งยิ้มกวนประสาท เกลียดจริงๆเลย“จริงๆนะครับคุณพ่อ ตอนนี้ก็มืดมากแล้วอีกอย่างคุณพ่อไม่ได้แจ้งซ่อนกลิ่นกับป้าไพรล่วงหน้าด้วย ปุ๊บปั๊บแบบนี้แม่บ้านก็เหนื่อยเป็นนะครับ” ซ่อนกลิ่นที่เดินผ่านกะจะเข้าครัวพลันสะดุ้งเล็กน้อยพร้อมรู้สึกแปลกใจที่วันนี้คิมหันต์นึกเห็นใจเธอ ปกติดึกกว่านี้ก็ยังปลุกมาสั่งงาน อย่างเอาแต่ใจ“กลับก็ได้ค่ะ” ใครเขาอย







