LOGIN“แล้วไงคะ เขามีสิทธิ์มาต่อล้อต่อเถียงกับแพนเหรอ”
“เท่าที่พี่เห็นในกล้องวงจรปิด เขาทำตามหน้าที่ตัวเองทุกอย่าง” แพนนีญาร์เริ่มหน้าเสียลุกพรวดออกมาจากตัวคิมหันต์ทันที
“พี่คิมเข้าข้างลูกน้องเหรอคะ” คิมหันต์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
“เขาเป็นลูกน้องพี่และพี่มีสิทธิ์ปกป้องเขา”
“แต่แพนเป็นคู่ค้า แพนจะให้คุณพ่อถอดสัญญาออก” เธอขู่ไปงั้นทั้งๆที่รู้ว่ามันไม่ง่าย คิมหันต์หัวเราะสั้นเป็นเชิงไม่กลัวต่อคำขู่นั้น
“ถ้าพี่กลัว พี่ไม่ยืนปฏิเสธแพนเท่าทุกวันนี้หรอก กลับไปสะก่อนที่พี่จะโมโหไปมากกว่านี้” แพนนีญาร์ยืนนิ่งเถียงต่อไม่เป็น เธอรับรู้ว่าเขาเอาจริงซึ่งถ้าเธอยอมแพ้ตอนนี้ทุกอย่างที่ตั้งใจไว้ก็พังลงหมดน่ะสิ
“แพนขอโทษค่ะ ตอนนั้นแพนแค่อารมณ์แปรปรวน” เธอยื่นมือไปกุมมือเขา แต่เขากลับแกะมือเธอออก
“มีอย่างหนึ่งที่พี่อยากจะบอก คือพี่ยังไม่ได้ไล่เขาออกและจะไม่มีทางไล่ออกด้วย” ในเมื่อมีข้อตกลงเรื่องหลับนอนกัน จากที่คิดอยากจะบีบให้ออก กลับกลายเป็นเขาเองที่นึกเสน่หาในตัวเธอ
“ค่ะ” แพนนีญาร์ทุ้มเสียงแสดงถึงความไม่พอใจ ไว้ถึงคราวของเธอก่อนเถอะจะจัดการกับมารหัวขนอย่างมันไปให้พ้นๆทางเลย เห็นหน้าตาใสซื่ออย่างนั้นสำหรับผู้หญิงด้วยกันย่อมดูออก
วินาทีต่อมา พัชสิกาที่พึ่งกลับมาจากห้องทำงานของกฤษเข้ามาเห็นคิมหันต์อยู่กับแพนนีญาร์พอดี จู่ๆก็พลันนึกไม่พอใจขึ้นมา แต่เธอก็พอมีสติย้ำกับตัวเองว่า ‘เธอก็แค่คนในความลับ’ อย่าคิดเกินเลยไปรู้สึกอะไรกับเขาเด็ดขาด
“ไว้มาหาใหม่นะคะ” แพนนีญาร์หมุนตัวไปหอมแก้มคิมหันต์ทีเผลอก่อนจะเดินผ่านตัวพัชสิกาโดยเบะปากใส่ก่อนไป ห้องทำงานในเวลานี้มีแค่เรา พัชสิกาก็ได้แต่เดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะทำงานโดยไม่สนใจเขาอีกต่อไป
“ว๊าย!” พัชสิการ้องเสียงหลงเมื่อจู่ๆต้นแขนของเธอก็ถูกคว้าออกไปอย่างไม่ทันตั้งตัว มารู้ตัวอีกทีก็ล้มลงไปนั่งที่โซฟาตัวใหญ่แล้ว
“คุณ...” คิมหันต์โน้มใบหน้ามาซุกไซ้ที่ต้นคอซึ่งไม่แม้แต่จะขออนุญาตเธอก่อนเลย เธอไม่ลืมว่าที่ห้องนี้มีกล้องวงจรปิดอยู่ด้วย เดี๋ยวก็โดนแอบบันทึกภาพไว้หรอก “กล้องวงจรปิดมีนะคะ”
เขาเงยหน้าขึ้นมาบอกความจริง “ฉันให้ช่างมาถอดออกไปแล้ว”
“หะ” ถอดตั้งแต่เมื่อไหร่ทำไมเธอไม่รู้เรื่องเลย
“เอาน่า ยังไม่ครบสิบครั้งเลย อย่าดื้อสิคนดี” เขายกยิ้ม แปลกจริงตั้งแต่ได้ร่างกายเธอไปเขามีแต่ส่งยิ้มละมุนมาให้ราวกับเป็นคนละคน มีแค่ปากเท่านั้นแหละที่ยังเหมือนเดิม
“แต่นี่มันบริษัทนะคะ เกรงใจผีสางนางไม้บ้าง”
“ก็ให้มันดูไปสิ มีปัญญาอะไรมาทำร้ายเราได้” พัชสิกาถึงกับหายใจเร็วๆโดยที่คิมหันต์ก็ไม่ได้สนใจไปมากกว่าการมีเพศสัมพันธ์กับเธอ
หญิงสาวเอนตัวนอนเผยอปากรับสัมผัสจากปลายลิ้นที่เขาใช้เลียตั้งแต่คอมาจนถึงส่วนล่าง ขาของเธอถูกจับแยกออก กระโปรงทำงานถูกถลกขึ้นไปบนเอวเหลือไว้เพียงแค่กางเกงชั้นในลายลูกไม้สีขาว
คิมหันต์จุมพิตที่ต้นขาขาวเนียนมืออีกข้างก็ค่อยๆจับหัวกางเกงในดึงลงมาเล็กน้อยจากนั้นก็ค่อยๆสอดนิ้วชี้เข้าไปขยับเข้าออกเบาๆ
“อืมมม”
ชายหนุ่มเปลี่ยนปากมางับเข้ากับเม็ดขนมหวาน ดูด เลีย รัวลิ้นจนเธออยู่ไม่เป็นสุข
“อ๊า ทะ ท่านรองฯคะ” เขาเงยหน้าขึ้นมาขมวดคิ้วมอง
“ปะ เปล่าค่ะ” เธอไม่รู้ว่าจะเรียกเขาทำไม อารมณ์ค้างเลย
คิมหันต์ได้แต่ยกยิ้มเลื่อนใบหน้าขึ้นมาจูบปากเธอแทนซึ่งเธอก็จูบตอบเช่นกัน ทำไมการมีอะไรกับเขามันดีแบบนี้นะ ถ้าเธอมีกับคนอื่นจะสุขใจและชื่นใจได้เท่าเขาบ้างหรือเปล่า
ชายหนุ่มลุกขึ้นนั่งคร่อมก่อนจะหยิบถุงยางเข้ามาสวมใส่ให้เรียบร้อย พัชสิกานึกแปลกใจว่าปกติเขาจะเตรียมมาไว้ในวันทำงานด้วยหรือ
“รีบๆนะคะ เผื่อมีคนมาติดต่องานจะเป็นเรื่องเข้า” เธอไม่คิดมาก่อนว่าเขาจะทำกับเธอได้แม้กระทั่งเวลางาน ในเมื่อมันเลือกไม่ได้เธอก็ต้องยอมรับเงื่อนไขที่เขาเสนออยู่ดี
คิมหันต์ยิ้มมุมปากเมื่อเห็นท่าทีของเธอก่อนจะซ้อนขาทั้งสองข้างของเธอขึ้น จากนั้นก็ขยับให้เข้ามาใกล้ๆขาของเขา ชายหนุ่มสอดส่วนแข็งแกร่งเข้าไปช้าๆขยับเข้าออกเบาๆ เงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นคอระหงด้วยอารมณ์เสียวซ่านไม่ต่างกัน
“อ๊า” พัชสิกาเผลอเปล่งเสียงออกมาดังพอควรจึงรีบเอามือมาปิดปากไว้แน่น ถ้ามีใครเดินผ่านไปผ่านมาได้ยินคงเป็นเรื่องแน่ๆ
เจ้านายกับลูกน้องแอบกินกันในห้อง
คิมหันต์เปลี่ยนมาปลดกระดุมเสื้อสูทเม็ดใหญ่ที่มีแค่เม็ดเดียวออกเผยให้เห็นเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวด้านในของเธอ เบื้องหน้าจะเป็นส่วนอกตูมใหญ่ถูกปกปิดด้วยกระดุมเรียงกันหลายเม็ดจนเขารู้สึกหงุดหงิด
ถ้ามัวแต่หงุดหงิดจะสนุกได้อย่างไร
คิดได้แค่นั้นคิมหันต์ก็จัดการแกะกระดุมเม็ดเล็กๆที่เสื้อเชิ้ตของเธอออกจนเผยให้เห็นเนินอกบีบอัดด้วยเสื้อในคัพใหญ่แต่ยังโชคดีที่มีตะขอหน้าพอให้เขาได้ถอดมันออกมาดูดดื่มให้หายอยากได้อยู่
วินาทีต่อมาเสื้อชั้นในที่สามารถถอดตะขอด้านหน้าได้ก็ถูกปลดออกจนเห็นยอดอกสีสวยอย่างที่ท่านรองฯต้องการ เห็นเป็นเช่นนั้นมีหรือที่เขาจะอดใจไหว โน้มใบหน้าลงไปครอบครองยอดอกสีสวยนั้นมาดูดดื่มเพื่อบำเรอความอยากในทันที
“เร็วๆลูก” คิมหันต์ยืนอ้าแขนรอรับลูกฟุตบอลจากลูกชายวัยห้าขวบหน้าประตูตาข่ายขนาดกลางด้วยความสนุกสนานและเต็มไปด้วยความสุขสนามหญ้าแห่งนี้เดิมทีเคยทำเป็นสวนหย่อมไว้ปลูกพันธุ์ไม้ในยามว่าง เมื่อกฤษกับสุวรรณรัตน์รู้ว่าตนจะได้หลานเป็นผู้ชายและแน่นอนว่าผู้ชายจะต้องชอบกิจกรรมกลางแจ้งแน่ๆ ปู่กับย่าของแกก็เลยจ้างคนสวนมาย้ายกระถางดอกไม้ไปไว้ที่อื่น ซึ่งขณะเดียวกันก็ทำเป็นสนามฟุตบอลไปด้วยเลย‘เด็กชายกัปตัน คีริน บริพัฒน์สาธร’ สมาชิกใหม่ของบ้านใช้เท้าเล็กๆเขี่ยบอลไปมาจากนั้นก็เตะส่งไปให้พ่อทว่ากลับเด้งออกนอกประตูจนได้“โห้ กัปตัน” จักรพรรดิที่อยู่ทีมเดียวกับหลานสบถออกมาด้วยความหัวเสีย กะว่าจะเอาชนะเพื่อนสะหน่อย“สอนหลานให้รู้จักแพ้รู้จักชนะบ้างสิวะ ทำอย่างกับจะให้หลานไปอยู่ในแก๊งมาเฟียเหมือนตัวเองงั้นแหละ” ภาคินถือลูกฟุตบอลเข้ามาในสนาม จากนั้นก็ย่อตัวลงอุ้มเจ้าคีรินน้อยขึ้นมาฝังจมูกที่แก้มข้างซ้าย“ไม่ดีเหรอ หลานจะได้มีคนนับหน้าถือตาแถมยังไม่มีใครกล้ารังแกด้วย”“กัปตันจะเป็นมาเฟียเหมือนคุณยุงคั๊บ” ทั้งสามหนุ่มหัวเราะออกมาให้กับสิ่งที่หลานพูด“ปะป๊าว่ามาเป็นท่านประธานที่มีลูกน้องคอยรับใช้เหมือนปาป๊า
“เดินไปเดินมากูเริ่มจะเวียนหัวแล้วนะมึง” จักรพรรดิทักเมื่อเห็นคิมหันต์เอาแต่เดินวนไปวนมาหน้าห้องคลอด ท่าทางดูตื่นเต้นกว่าใครๆ“เอาน่า พ่อลูกอ่อนพึ่งมีลูกเป็นตัวเป็นตน” ภาคินที่นั่งอยู่ข้างๆพูดขึ้น“นิลก็อยากเห็นหน้าหลานเหมือนกัน ได้ข่าวว่าเป็นลูกชายคงจะหล่อเหมือนพ่อแน่ๆ” เปรมสิริพูดด้วยท่าทางตื่นเต้น เพราะคิมหันต์เคยบอกไว้ตอนพาภรรยาไปอัลตราซาวด์มาแล้ว“นี่ ไม่คิดอยากจะมีบ้างเหรอ” จักรพรรดิหันไปคุยกับภาคินพร้อมชี้ไปทางคนรักของเจ้าตัว เปรมสิริได้แต่ยิ้มบางๆแฝงไปด้วยความรู้สึกมากมายหลายอย่าง “เราก็พึ่งอยู่ในช่วงคบหาดูใจกันไปก่อนน่ะค่ะ ส่วนเรื่องแต่งคงต้องรอโอกาสที่เหมาะสม” ถึงจะรู้สึกไม่ค่อยดีแต่เธอก็อยากจะให้เกียรติภาคินในฐานะอธิการบดีด้วยภาคินหันไปส่งยิ้มพร้อมจับมือเธอไว้อย่างอ่อนโยน “เราจะมีวันนั้นแน่ ถ้าเราไม่ปล่อยมือกัน”เปรมสิริมองเขาด้วยแววตาเต็มไปด้วยความหวังหวังว่าเขาจะจับมือเธอไปนานๆจริงๆ“คุณหมอเมียกับลูกผมเป็นยังไงบ้างครับ” ทุกคนหันมาทางประตูห้องคลอดเป็นตาเดียวเมื่อได้ยินคิมหันต์คุยกับคุณหมอทำคลอด“ปลอดภัยทั้งแม่ทั้งลูกนะคะ คุณพ่อจะเข้าไปดูเลยไหมคะ”“ไปครับๆ” เขาบอกหมอด้วยค
หลายเดือนต่อมา“ระวังๆนะครับ” คิมหันต์ค่อยๆประคองภรรยาที่ตอนนี้ท้องโตใกล้คลอดแล้ว เมื่อภรรยาสาวนั่งลงที่เก้าอี้เขาก็ถือโจ๊กที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ครัวมาวางไว้ด้านหน้าเพื่อที่จะป้อนให้เธอ“อุ่นๆอยู่เลย” เขาพูดหลังจากเป่าโจ๊กให้เธอ“ขอบคุณค่ะ” เมื่อป้อนโจ๊กให้เธอไปสองสามคำเขาก็วางโจ๊กลงตรงหน้าเหมือนเดิม จากนั้นก็โน้มใบหน้าไปจ่อตรงบริเวณหน้าท้องที่มีลูกน้อยอาศัยอยู่“อร่อยไหมค้าบลูก” มือหนาลูบบริเวณหน้าท้องอย่างอ่อนโยน พัชสิกาได้แต่ยิ้มให้กับภาพความอบอุ่นนั้น“อุ๊ย ลูกดิ้น” เขาเงยหน้าขึ้นมาคุยกับภรรยา“สงสัยคุยกับพ่อแล้วสนุกมั้งคะ” คิมหันต์เปลี่ยนมามองหน้าท้องภรรยาอีกครั้ง “หรือเพราะโจ๊กฝีมือพ่ออร่อยกันนะ เดี๋ยวกินต่อนะ จะได้แข็งแรงทั้งแม่ทั้งลูก” เขานั่งตัวตรงป้อนโจ๊กให้เธอต่อเมื่อพาพัชสิกาทานข้าวเช้าเสร็จเขาก็พาออกมาเดินเล่นที่สวนหย่อมชมบรรยากาศในยามเช้า“ไอ้คิมมมม” เสียงทุ้มของใครบางคนลอยมาแต่ใกล้คิมหันต์และพัชสิกาหันไปมองก็พบว่าเป็นจักรพรรดิ“เอ้า มึงกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่วะ”“พี่จักรบอกจะกลับมาตอนพัชคลอดเลยไม่ใช่เหรอคะ” พัชสิกาก็สงสัยเหมือนกัน“ก็เดือนหน้าเริ่มไม่ว่างแล้วน่ะสิ ก็เลย
หนึ่งเดือนแล้วกับการที่ได้ใช้ชีวิตด้วยกันในฐานะสามีภรรยาและวันนี้ก็เป็นวันที่เธอกับเขามาฮันนีมูนที่เกาะล้านในจังหวัดชลบุรี โดยจองรีสอร์ตแบบส่วนตัวให้เห็นวิวทะเลสีสวยในยามเย็นพัชสิกานอนซบที่แขนซ้ายของสามีบนเตียงนอนพลันเปิดอ่านไดอารี่บรรยายคำว่ารักให้เขาฟัง เมื่ออ่านมาได้ครึ่งหน้าเธอก็ปิดลงแล้วดีดตัวขึ้น“เอ๊า พี่ยังอยากฟังต่ออยู่เลย” คิมหันต์มองตามก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นนั่ง ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาเขาติดเธอมาก ชอบกอด ชอบหอมตลอดเวลา แม้กระทั่งสายตายังมีให้แค่เธอคนเดียว“พี่คิมอ่านไปแล้วไม่ใช่เหรอคะ” หลายรอบแล้วด้วยซ้ำ คิมหันต์ขยับเข้ามากอดเธอแน่นกว่าเดิมก่อนจะหอมแก้มเธอเพื่อแสดงถึงความรัก“พี่อยากให้พัชอ่านให้พี่ฟังและอยากฟังหลายๆรอบทุกๆวันเลย” หญิงสาวยิ้มแล้วจับปลายคางเขาส่ายไปมา “พัชรักพี่คิมๆๆๆๆๆๆ รักแค่คนเดียว รักมากที่สุดเลยด้วย”ไม่นานมือหนาก็จับท้ายทอยของเธอเข้ามาประกบปากอวบอิ่ม“พี่ก็รักพัชมากที่สุด” เขาปล่อยริมฝีปากได้ไม่นานก็ดึงเธอเข้าไปจูบใหม่และบดขยี้หนักกว่าเดิม หญิงสาวรีบดันตัวเขาออกไปก่อนซึ่งเขาก็ปล่อยอย่างว่าง่าย“ยังก่อนค่ะ”“ยังมีเวลาเหลือๆ”“แต่ตอนนี้...” เธอมองไปนอกหน้าต่าง
“คุณแพนเป็นไงบ้าง” จักรพรรดิกำลังจัดการเก็บเสื้อผ้าเตรียมขึ้นเครื่องไปไต้หวันในเช้าวันพรุ่งนี้ ขณะนั้นเขาหันไปเห็นจอมพลเดินเข้ามาในบ้านพอดีจึงถามไปพลางๆ เนื่องจากเจ้าตัวแจ้งไว้แล้วว่าจะไปเยี่ยมแพนนีญาร์ที่เรือนจำ“เขาสบายดีครับนาย” จักรพรรดิพยักหน้าเบาๆก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย“มึงจะไม่ไปทำงานกับกูต่อที่ไต้หวันจริงเหรอวะ” ก่อนหน้านั้นเขาได้ถามจอมพลแล้วว่าจะไปทำงานต่อกับเขาหรือจะลาออกปักหลักอยู่ที่ไทยแทน ซึ่งค่าตอบแทนที่จะได้ก็คือเงินเดือนที่เพิ่มมาเป็นสองเท่าทว่าจอมพลดันเลือกอยู่ไทยแทนที่จะเลือกความสบายก่อน“ไม่ครับ ผมอยู่ที่นี่ก็สบายดี”จักรพรรดิมองยิ้มๆก่อนจะเดินเข้ามาตบไหล่ลูกน้องที่อยู่กันมานานผูกพันราวกับเป็นคนในครอบครัว “ยังไงกูก็ต้องขอบคุณมึงมากนะที่จงรักภักดีต่อกูมาตลอด กูขอให้เส้นทางใหม่ของมึงสวยงามตามที่มึงปรารถนา”จอมพลโค้งศีรษะก่อนจักรพรรดิจะพูดอะไรบางอย่างอีกครั้ง “กูให้เงินเพิ่มไปตั้งตัวนะ สิบล้านพอไหม”“หึ” จอมพลได้แต่หัวเราะออกมาสั้นๆ “ไม่หรอกครับ”“ทำไมวะ”“ผมมองว่ามันไม่จำเป็นสำหรับผม ไว้ถ้าผมไม่มีผมขอกลับไปทำงานร่วมกับคุณในอนาคตแล้วกันนะ” จักรพรรดิได้แต่ขมวดคิ้วมอง
“คุณสบายดีไหม อยู่ในนี้ได้ไหม” จอมพลเอ่ยถามผ่านกระจกกั้น อีกฝั่งจะเป็นแพนนีญาร์ที่ถูกจำคุกไว้ด้วยความผิดทางคดีถ้าย้อนเวลากลับไปในตอนที่เริ่มทำความผิดแล้วเธอไม่คิดจะทำลายหลักฐานโดยการสั่งให้คนไปเผารถทิ้ง เธอก็คงได้แค่รอลงอาญาไม่ต้องมาอยู่ในคุกให้ลำบากแบบนี้หญิงสาวหลุบตาลงเมื่อนึกย้อนกลับไปถึงในตอนที่พ่อแม่เธอมาหา ไม่ได้มีความเห็นอกเห็นใจ ไม่มีกำลังใจ มีแต่ซ้ำเติม.........................................................................................‘เป็นไงล่ะลูกสาวคุณ’ ปราณีเบ้ปากเมื่อเห็นลูกสาวนอกคอกยืนคุยอยู่ข้างในห้องสี่เหลี่ยมที่มีผู้คุมขังยืนเฝ้าไม่คลาดสายตา ‘ไม่คิดเล้ยว่าจะมาอยู่ตรงจุดจุดนี้ได้’ ‘คุณ พูดดีๆหน่อย’ จรูญหันไปตำหนิปราณีก่อนจะหันมาทางลูกสาวด้วยใบหน้าเคร่งขรึม ‘ทำไมถึงทำตัวแบบนี้’ ‘หนูไม่ได้ตั้งใจค่ะพ่อ’ ‘ไม่ได้ตั้งใจแต่เอาตัวเองมาทำให้วงศ์ตระกูลขายขี้หน้าแบบนี้นี่นะ รู้ถึงไหนอายถึงนั่น น่าจะตัดๆออกไปจากกองมรดกไปเลย’ ปราณีผู้ซึ่งที่ไร้ความรักต่อลูกเลี้ยงแฝงไปด้วยความเกลียดชังมากมาย แพนนีญาร์เธอก็แค่เป็นคนอารมณ์ร้ายและตอนทิพวรรณเสียเธอก็ไม่ได้มีเจตนาให้มันเกิดข
คิมหันต์พาพัชสิกามาถึงโรงแรมหรูตัวเมืองจังหวัดภูเก็ต เปิดหน้าต่างออกไปจะมีระเบียงกว้าง เบื้องหน้าจะเห็นเป็นพื้นผิวทะเลกระทบเข้ากับแสงไฟในยามค่ำคืนสวยสบายตาหญิงสาวมองออกไปนอกหน้าต่างได้สักพักก่อนจะหันกลับมาเห็นเขาจ้องเธออยู่ก่อนแล้ว พัชสิกาถอนหายใจเบาๆก่อนจะถามเรื่องสุขภาพเขาเพราะเขาเป็นฝ่ายขับรถพา
“ผมช่วยนะครับ” จังหวะภาคินกำลังจะหยิบผักในตะกร้ามือของเขาและเธอก็ประสานกันพอดี “เอ่อ ผมขอโทษครับ” “ไม่เป็นไรค่ะพัชเข้าใจ เรามาช่วยหั่นดีกว่าค่ะ” เธอพูดพลางหัวเราะเบาๆ ขณะที่ทั้งสองกำลังหัวเราะให้กันคิกคักกลับกลายเป็นจุดโฟกัสของใครบางคนใช่! คิมหันต์แอบจอดรถหลบมุมอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ซึ่งอยู่ไม่ใกล้ไม่
“คือ...ฉันไม่ได้บอกว่าป้าฉันเป็นอะไร แค่บอกว่าเอามาใช้จ่ายจำเป็นเฉยๆ” พัชสิกาตั้งใจจะไม่ให้คิมหันต์รู้เรื่องทิพวรรณและไม่ต้องการบอกเพื่อนด้วยว่าแท้จริงแล้วเธอ ‘ขายตัว’ ไม่งั้นป้าเธอต้องรู้เรื่องนี้จนทำให้ป่วยหนักกว่าเดิมแน่ๆ “ไหนแกบอกว่า ตอนไปยืมแจ้งเขาว่าไปรักษามะเร็งป้าไม่ใช่หรือไง” คิวมิกส์ผู้
“ใช่แล้ว ว่าจะชวนไปกินหมูกระทะร้านลุงหนุ่ยแล้วไปเม้าท์มอยตามประสาเพื่อนสาวกัน” พัชสิกาชำเลืองมองสุวรรณรัตน์สลับกับมองคิมหันต์เพราะเธอมีนัดกับทั้งสองคนแล้ว ถึงแม้จะเกรงใจเพื่อนแต่ก็ต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง“พอดีฉันมีนัดทานข้าวกับเจ้านายฉันอยู่” สุวรรณรัตน์มองหลานสาวยิ้มๆก่อนจะพูดเหมือนชวนให้ไปด้วยกัน





![พอหย่าจากคนเลว ผู้ชายทุกคนก็อยากได้ฉัน แม้แต่ผัวเลว [nc 35+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

