เข้าสู่ระบบ“เธอเลือกเองนะ” หญิงสาวหายใจไม่เป็นจังหวะมองเขาด้วยความตกใจ
“คะ ค่ะ”
คิมหันต์กวาดสายตามองทั่วเรือนร่างของเธอ จะว่าไปเลขาของเขาสวยหุ่นดีเหมือนกันนะเนี่ย นานมากแล้วที่เขาไม่ได้ออกไปเริงร่ากับสาวที่ไหน ตั้งแต่ได้รับตำแหน่งรองประธานฯ เขาก็ทุ่มเทให้กับงานมากกว่าเรื่องเที่ยว การที่เธอยอมเสนอตัวแบบนี้เหมือนได้ปลุกความเป็นเสือให้กลับมาอีกครั้ง
คนทั้งสองพร้อมใจกันรับจูบอันดูดดื่มหอมหวานปานน้ำผึ้ง คิมหันต์จูบเธอจนพอใจก็พาตัวเธอมานอนราบกับโซฟาตัวใหญ่กลางโถงห้อง
“เธอจะมาให้ฉันกิน ก็ต่อเมื่อเธอต้องการเงินงั้นเหรอ” เขาวางขาคาบร่างเธอจ้องมองใบหน้าอย่างหลงใหล
“ค่ะ”
“ถ้าเมื่อไหร่ฉันอยากนอนกับเธอบ้าง ฉันจะซื้อตัวเธอได้เรื่อยๆเลยไหม” พัชสิกามองนิ่งๆ เพราะไม่แน่ใจเหมือนกัน คิมหันต์ไม่อยากรอคำตอบไว้เสร็จธุระค่อยทำข้อตกลงกันใหม่
ชายหนุ่มก้มลงจูบเธออีกครั้งก่อนจะถอนริมฝีปากออกและเปลี่ยนมาถอดกางเกงยีนส์ที่สวมอยู่บนตัวหนา พัชสิกาเห็นแก่นชายตั้งชูชันนั้นใจก็อ่อนระทวยราวกับเจอสิ่งมหัศจรรย์
“ซี๊ด” พัชสิกาใบหน้าเบี้ยวเบ้เมื่อเขาสอดสิ่งแปลกปลอมเข้ามาในร่างกายโดยที่เธอก็ไม่คิดว่ามันจะแสบขนาดนี้
“ครั้งแรกเหรอ” เขาเอ่ยถามยิ้มๆ
“ค่ะ”
“ดี ฉันจะได้ไม่จัดหนักกับคนไร้ประสบการณ์อย่างเธอ” คิมหันต์สอดแท่งแข็งแกร่งเข้าไปได้สำเร็จ ก่อนจะโยกสะโพกเข้ากับร่างบางเบาๆ
“เบาๆค่ะ” เธอดันตัวเขาไว้พร้อมขอให้เขาเบาก่อน เพราะเธอเริ่มเจ็บตรงหว่างขา
คิมหันต์ส่งยิ้มละมุนมองเธอด้วยความเอ็นดู เป็นคนเสนอตัวเองแท้ๆ ดันอ่อนหัดสะงั้น
“อ๊อย ทำไมคุณไม่เบาล่ะ” รอบนี้คิมหันต์ถึงกับกระแทกร่างเธอจนจุกและเจ็บในเวลาเดียวกัน
“วันนี้ฉันเหนื่อย อยากพักผ่อนเร็วๆ” เขายกยิ้มเหมือนจงใจจะแกล้งเธอ พัชสิกาเบิกตากว้างได้ไม่นานเขาก็กระหน่ำแทงเข้ามาอีกรอบจนเธอเปล่งเสียงครางไม่หยุด
ทั้งเจ็บและเสียวในเวลาเดียวกัน
“อ๊าๆๆๆๆ”
***********************************
คิมหันต์ตื่นขึ้นมาจากการหลับใหลเมื่อแสงจากภายนอกกระทบเข้ามาด้านในผ้าม่านขาว
ใช่สิ เขาเล่นบทรักกับเธอจนถึงตีสามและไม่ได้ปิดหน้าต่างเอาไว้ เมื่อหันมาอีกทางก็เห็นพัชสิกานอนซมอยู่ข้างๆพร้อมร่างเปลือยเปล่าใต้ผ้าห่มผืนหนา
คิมหันต์ยิ้มบางออกมาก่อนจะเดินไปที่หน้าต่างโดยไม่ได้ใส่อะไร พร้อมยื่นมือเข้าไปปิดให้สนิท เหลือไว้เพียงแค่แสงไฟในห้องนอนที่เปิดค้างไว้ตั้งแต่เมื่อคืน
เขาเดินกลับมานอนที่ด้านหลัง เอียงตัวชันเข่าโน้มใบหน้าเข้าไปสูดดมแก้มนวลด้วยความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้
“คุณ” พัชสิกาตื่นขึ้นมาในจังหวะที่ถูกขโมยแก้มพอดี เมื่อรู้แบบนั้นก็ได้แต่ผลักเขาออกแล้วลุกขึ้นนั่ง
“ไม่รีบใส่เสื้อผ้าเล่า” เธอโยนเสื้อยืดสีขาวที่ถูกถอดทิ้งไว้ข้างเตียงไปปิดกระบอกปืนตั้งชูชันของเขา เห็นเธอยอมหน่อยก็จัดสะคุ้มเงินแสนเลยนะ ทำเจ็บสะนอนซมเลย
“ทำไมต้องรีบด้วยล่ะ นอนกับท่านรองฯทั้งทีไม่ต้องกังวลเรื่องไปสายหรอก” วันนี้วันอังคารซึ่งก็เป็นอีกวันทำงาน
“เดี๋ยวดูไม่ดีเอาหรอกค่ะ” เธอกระชับผ้าห่มขึ้นมาคลุมไว้ให้มิด
“มันดูไม่ดีตั้งแต่เธอเสนอตัวมาขอเงินฉันละ ตั้งหนึ่งแสนเชียวนะ สมัยที่ฉันไปนอนกับสาวๆตามผับค่าตัวยังไม่ถึงขนาดนี้เลย” เขาแสยะยิ้มก่อนจะขยับเข้ามากระชับกอดร่างของเธอจากทางด้านหลัง “คืนเดียว ยังไม่คุ้มหรอกนะ”
“กี่คืนเล่า” เธอเอ่ยถามพลางชำเลืองไปทางเขา
“สูงสุดของฉันก็หนึ่งหมื่น ถ้าให้พูดตรงๆเธอเองก็สวยใช้ได้เมื่อเทียบกับสาวๆระดับวีไอพีแล้วอ่ะนะ” เขาเงยหน้านึกคิด “สิบคืนก็เท่ากับแสนพอดี”
“ฉันคงว่างมาหาคุณทุกวันหรอกมั้ง”
“ว่างสิ เธออยู่คอนโดชั้นเดียวกับฉันแล้วนี่น่า” พัชสิกาย่นคิ้วมองด้วยความไม่พอใจ
ผู้ชายอะไรเอาแต่ใจที่สุด แถมพูดจาไม่รักษาน้ำใจเธอบ้างเลย
“เอางี้” เขาเงียบแล้วใช้ความคิดกับตัวเองก่อนจะเสนอมันขึ้นมา “ฉันจะรับเลี้ยงเธอไว้เป็นนางบำเรอลับๆ แต่เธออย่าคิดว่าฉันจะรักเธอลงนะ ไม่มีวันนั้นหรอก ฉันจะมีอะไรกับเธอเมื่อตอน ‘ฉันอยาก’ ส่วนเธอถ้าต้องการเงินฉันก็จะให้ ดีลๆโอเคไหม”
ข้อเสนอของเขาก็ถือว่าดีในฐานะคนมืดแปดด้านอย่างเธอ เพราะค่ารักษาโรคมะเร็งของป้ายังต้องจ่ายเรื่อยๆ
“ตกลง!” เป็นข้อตกลงที่จำใจ อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้ไปยุ่งกับผัวชาวบ้านให้อับอายขายขี้หน้า
“ฉันขอเช็คหนึ่งแสนไม่เกินศุกร์นี้” เธอรับข้อเสนอก็เรียกร้องถึงเงินนั้นเลย เพราะต้องการให้ทิพวรรณได้รับการรักษาให้เร็วที่สุด
คิมหันต์ยกยิ้มก่อนจะลุกขึ้นไปใส่กางเกงขาสั้นเพียงชิ้นเดียว พร้อมกับเดินไปที่ชั้นเก็บเอกสารสีเทาดำเงา หยิบเช็คขึ้นมาแล้วจัดการเซ็นให้เรียบร้อย
“วันหลังถ้ายอดไม่เกินสองแสนฉันจะโอนให้” เขายื่นให้เธอ ซึ่งพัชสิกาก็ไม่รอช้าที่จะรับมาเก็บไว้ในกระเป๋าสตางค์ จากนั้นก็นำกลับไปวางไว้ที่โต๊ะตรงหัวเตียง
“ใช่แล้ว ว่าจะชวนไปกินหมูกระทะร้านลุงหนุ่ยแล้วไปเม้าท์มอยตามประสาเพื่อนสาวกัน” พัชสิกาชำเลืองมองสุวรรณรัตน์สลับกับมองคิมหันต์เพราะเธอมีนัดกับทั้งสองคนแล้ว ถึงแม้จะเกรงใจเพื่อนแต่ก็ต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง“พอดีฉันมีนัดทานข้าวกับเจ้านายฉันอยู่” สุวรรณรัตน์มองหลานสาวยิ้มๆก่อนจะพูดเหมือนชวนให้ไปด้วยกัน “หมูกระทะเราไม่ได้กินนานแล้วนะคิมหันต์ ไปกับพวกเขาสักวันดีไหม” คิมหันต์ขมวดคิ้วมองเพราะหมูกระทะที่ว่าเคยไปกินแค่ในห้างเท่านั้น ไม่แน่ใจว่าร้านลุงหนุ่ยอะไรนั่นจะเป็นแบบที่เขาและแม่ไปหรือเปล่า“ร้านอยู่ไหนครับ”*****************************************คิมหันต์และแม่ถูกพามาที่ร้านหมูกระทะลุงหนุ่ยที่เคยมาทานเป็นประจำ บริเวณร้านจะถูกประดับไปด้วยแสงไฟระยิบระยับ มีที่นั่งด้านในและด้านนอก ซึ่งด้านในร้านไม่ได้เป็นห้องแอร์อย่างที่คิมหันต์เข้าใจแถมยังใช้พัดลมในการเปิดให้ลูกค้าใช้อีกต่างหาก คิมหันต์และสุวรรณรัตน์เลยเลือกมานั่งที่ด้านนอกกะว่าจะให้ลมพัดสักหน่อย แต่ก็ทำได้แค่ ‘ฝันไปเถอะ’เขาหน้ามุ่ยขยับเสื้อด้านหน้าขึ้นลงให้พอคลายร้อน พัชสิกาที่ถูกสุวรรณรัตน์สั่งให้มานั่งข้างๆรีบหยิบพัดลมเล็กแบบพกพามาเปิ
หญิงสาวยืดตัวพลางเอี้ยวตัวไปมาอย่างเพลินๆ จากนั้นก็หยุดมาดื่มน้ำให้พอลดความกระหาย เพราะตอนนี้ท้องฟ้าก็เริ่มจะเปลี่ยนสีแล้วการออกกำลังกายจึงพอแค่นี้ก่อนทว่าไม่นานสายตาเธอก็พลันไปเห็นภาคินวิ่งออกกำลังกายอยู่บริเวณสนามหญ้าผ่านหน้าผ่านตาไปพอดีบ้าจริง! ทำไมช่วงนี้เธอเจอเขาบ่อยจัง“คุณภาคินคะ” เปรมสิริตะโกนเรียกชื่อเขาซึ่งเขาก็หันมาตามเสียงนั้นเลย หญิงสาวยกมือขึ้นโบกไปมาเหมือนเป็นการเรียกให้เขามาหาเธอที่ตรงนี้“ปกติมาออกกำลังกายตรงนี้อยู่แล้วหรือเปล่า” ภาคินมาถึงก็ถามทันที“พึ่งมาวันนี้วันแรกค่ะ” เธอยิ้มเนือยๆ “แล้วคุณภาคินมาออกทุกวันเลยไหมคะ” “ผมนานๆทีถึงจะมา” เปรมสิริพยักหน้ายิ้มๆ “มาวิ่งวันแรกก็ไม่ชินเหมือนกันนะคะ ไม่มีเพื่อนวิ่งด้วย” เธอมองเขาเหมือนกำลังจะพูดอะไรต่อ ภาคินจึงไม่รอช้าที่จะเอ่ยปากถาม“คุณนิลกำลังอยากจะบอกอะไรผมหรือเปล่าครับ”เขาเลิกคิ้วมอง“กำลังคิดอยู่ค่ะว่าถ้าจะชวนคุณภาคินมาวิ่งด้วยกัน คุณภาคินจะสะดวกหรือเปล่า” เปรมสิริมุดหน้าลงเหมือนเขินเขาแต่ไม่รู้ตัว ภาคินเห็นท่าทางแบบนั้นก็ขำออกมาเบาๆ“เรื่องแค่นี้เองครับ เวลาผมเหลือๆ อยู่กับคุณนิลจนถึงสามทุ่มยังได้เลย” “งั้นเรา
“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน เพราะฉันมีงานใหม่จะมอบหมายเธอ”“อะไรคะ”“ต่อไปนี้เธอจะต้อง ‘ไปกลับ’ กับฉัน ช่วงเที่ยงก็ไปทานข้าวด้วยกัน ส่วนตอนกลางคืน....”“ไม่เอานะคะ” เธอรีบพูดแทรกแต่ดูเหมือนว่าเขาจะเอาให้ได้“อย่าขัดใจฉันสิ ไม่เห็นแก่เงินที่ฉันจะให้หรือไง” พัชสิกาถึงกับชะงักพลันครุ่นคิด โรคมะเร็งที่ป้าเธอกำลังเผชิญอยู่ยังไม่หายดีเกรงว่าจะมีค่าใช้จ่ายตามมาเรื่อยๆ ต่อให้จะถูกมองว่าหิวเงินเธอก็จะยอมทำตามที่เขาต้องการ“ค่ะ”“ว่านอนสอนง่ายแบบนี้ก็ดีหน่อยจะได้เลี้ยงนานๆ” คิมหันต์ฝังจมูกเข้าที่แก้มเธออีกครั้ง พัชสิกาเม้มปากกล้ำกลืนด้วยความชอกช้ำใจ เธอเจ็บที่ไม่สามารถรักเขาได้ เธอเจ็บที่เขาเห็นว่าเธอเป็นแค่เด็กเลี้ยงของเขาดูเป็นคนไม่มีค่าอะไรด้วยซ้ำ*************************************************** “จะว่าไป เราไม่คิดจะแวะไปหายัยพัชบ้างเลยเหรอ” เปรมสิริถามคิวมิกส์ในระหว่างเดินเล่นอยู่ในห้างด้วยกัน“ก็แกไม่ชวนนี่”“แกจะรอให้ฉันชวนอย่างเดียวเลยหรือไง” เธอพูดพลางดูดไอศกรีมโคนไปด้วย “ไม่ขนาดนั้นหรอก บริษัทมันอยู่ใกล้เราสะที่ไหนล่ะ” คิวมิกส์หน้าบึ้งบูดก่อนจะนึกไปถึงเรื่องของเจ้านายคนนั้น “จะว่าไปเจ้
“วันนี้ไม่ได้เข้ามหาวิทยาลัยเหรอคะ” บ้านเขาอยู่ไกลจากเธอหลายสิบโล กว่าจะไปส่งเธอเสร็จก็น่าจะสายมากแล้ว “ไม่เป็นปัญหาหรอกครับ ผมเข้าสายเท่าไหร่ก็ได้” “งั้นก็ได้ค่ะ” เธอยิ้มเจื่อนๆก่อนจะกระชับสายกระเป๋าสะพายแล้วเดินนำเขาไป ทว่า....“พัชสิกา!” เสียงทุ้มเกรี้ยวกราดดังออกมาจากทางด้านหลังคนทั้งสองทำให้ต้องหมุนตัวกลับไปมองพร้อมกันปรากฎว่าเป็น ‘คิมหันต์’ นั่นเองเธอล่ะเหนื่อยใจจริงๆ ไม่คิดว่าจะต้องเผชิญหน้ากับเขาแต่เช้าและเมื่อมาเห็นเธออยู่กับภาคินแบบนี้ก็คงหาเรื่องมาต่อว่าเธออีกแน่ๆ“เธอไม่ได้บอกแฟนเธอหรือไง ว่าเธอจะต้องติดรถไปกับฉัน ‘ทุกวัน’” ยิ่งเห็นหน้าชายคนนั้นเขาก็ยิ่งมีอารมณ์เดือดดาล เหม็นขี้หน้าฉิบหายพัชสิกาขมวดคิ้วมอง เขาไม่ได้มาบอกเธอไว้นี่ จังหวะนั้นภาคินก็เริ่มมีอารมณ์ขุ่นเคืองที่มากล่าวหาว่าพัชสิกาเป็นแฟนเขาอย่างหน้าตาเฉยเขาชอบพัชสิกาก็จริง แต่เขาก็ไม่เคยเสนอตัวอยากจะเป็นแฟนปากเปล่าแบบนี้ “รบกวนให้เกียรติเธอด้วยครับ”“เกียรติ...แฟนคุณมีเกียรติตรงไหนบ้าง?” พัชสิกาได้ฟังก็รู้สึกเจ็บแปลบตรงกลางใจ แต่จะทำไงได้ เธอขายตัว ‘ให้เขา’ ไปแล้ว“คุณภาคินคะ ไว้วันหลังนะคะพัชต้องไปกับเจ้าน
“ถอดแล้วจับมันสิ” เขากระซิบบอกเบาๆก่อนจะจูบเธอต่อ หญิงสาวค่อยๆเลื่อนมือลงต่ำมาสัมผัสส่วนล่างตั้งชันในเนื้อผ้า รสสวาทที่เขาได้มอบให้ทำให้เธออดใจไม่ไหวจึงค่อยๆรูดซิปกางเกงออก จากนั้นก็เลื่อนเข้าไปกอบกุมมันบีบเล่นไปมาอย่างชอบใจ “อื้ม ลงไปชิมมันดูสิคนดี”ไม่พูดเปล่า คิมหันต์ยังจับศีรษะเธอให้ลงไปจ่อบริเวณนั้น พัชสิกาไม่ได้ฝืนใจแต่กลับยอมด้วยความเต็มใจ เมื่อปากของเธองับตรงส่วนนั้นเขาก็เปล่งเสียงครางออกมาเงยหน้าขึ้นรับรสสวาทด้วยความชอบใจ“ดูดมันสิคะคนดี” พัชสิกาจากที่ดูดอยู่แล้วได้ยินเขาพูดแบบนั้นก็ดูดหนักขึ้นกว่าเดิม “อ๊า เก่งจังเลย เดี๋ยวฉันจะเพิ่มค่าเลี้ยงดูให้อีกเยอะๆเลย”พัชสิการู้ว่าเธอทำให้เขาพึงพอใจ ความรู้สึกเริ่มมาเหนือเหตุผลทั้งปวง จึงทำให้เธอดูดส่วนนั้นราวกับว่ามันเป็นน้ำหวาน กระทั่งคิมหันต์ต้องขอให้เธอพอ “มันจะเสร็จแล้ว พอก่อนได้ไหมคนดี”พัชสิกาชอบใจและไม่คิดที่จะพอง่ายๆ ยิ่งเขามีอาการเสียวซ่านใกล้ถึงฝั่งฝันเธอก็ยิ่งบำเรอความต้องการให้เขามากเป็นเท่าตัว“อ๊า อ๊า ไม่ไหวแล้ว จะเสร็จแล้ว อีกนิดเดียว” คิมหันต์เงยหน้าเม้มปาก อีกทั้งใบหน้าเบี้ยวเบ้ไปด้วยความเสียวเพราะจุดสูงสุดกำลังก่อต
“อ้าวไอ้คิม ทำไมวันนี้ได้มานอนที่บ้านล่ะ” พัชสิกาหรี่ตามองเขาขณะยืนอยู่ด้านหลังกฤษ เธอเตรียมใจมาแล้วว่ายังไงก็ต้องเจอเขาอยู่ดี แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าเขาชอบไปนอนที่คอนโดเป็นส่วนมากก็ตาม“ผมแค่เปลี่ยนบรรยากาศ” ไม่รู้อะไรดลใจให้เขามานอนที่บ้านและมาเจอพัชสิกาที่นี่ แต่ก็ดีเหมือนกันเพราะเขารู้สึกเหมือนมีอะไรมากมายที่อยากจะคุยกับเธอ“เหรอ วันนี้ฉันไปรับหนูพัชมาทานข้าวด้วยเพราะแม่เขาอยากเจอ ทานเสร็จเดี๋ยวจะไปส่ง” กฤษพูดพลางหันไปทางพัชสิกา “หรือจะนอนอยู่ที่นี่สักคืนแล้วพรุ่งนี้ไปทำงานพร้อมพี่เขา”“กลับดีกว่าค่ะ พัชไม่ได้เตรียมชุดทำงานมาเผื่อ” เธอไม่อยากนอนร่วมชายคากับเขาต่างหากล่ะ“เดี๋ยวผมไปส่งเองครับ”“นอนก็ได้ค่ะ”“ถ้าจะนอน ก็ต้องนอนห้องเดียวกับฉัน” เขาเลิกคิ้วมองส่งยิ้มกวนประสาท เกลียดจริงๆเลย“จริงๆนะครับคุณพ่อ ตอนนี้ก็มืดมากแล้วอีกอย่างคุณพ่อไม่ได้แจ้งซ่อนกลิ่นกับป้าไพรล่วงหน้าด้วย ปุ๊บปั๊บแบบนี้แม่บ้านก็เหนื่อยเป็นนะครับ” ซ่อนกลิ่นที่เดินผ่านกะจะเข้าครัวพลันสะดุ้งเล็กน้อยพร้อมรู้สึกแปลกใจที่วันนี้คิมหันต์นึกเห็นใจเธอ ปกติดึกกว่านี้ก็ยังปลุกมาสั่งงาน อย่างเอาแต่ใจ“กลับก็ได้ค่ะ” ใครเขาอย







