Share

บทที่ 2

Author: Karawek House
last update publish date: 2025-08-15 15:28:36

“จับมัน! เสียงเข้มขึงขังจากตรอกฝั่งซ้ายมือ ดึงให้ไซรัสละความสนใจจากนกส่งสาร

เขารีบหลบเข้าซอกอาคารโดยสัญชาตญาณ ไม่นึกว่าหลังจากนั้นไม่นาน เด็กหนุ่มตัวโย่ง ประเมินแล้วอายุไม่น่าจะเกิน 13 ก็วิ่งมาสะดุดล้มหน้าซอกหลืบนั้น สีหน้าเหยเก

ทันทีที่เห็นหน้าเขา เด็กหนุ่มที่รู้ตัวว่าคงวิ่งต่อไปไม่ไหวรีบขยับเข้าซุกด้านหลังไซรัส แล้วร้องบอกละล่ำละลัก “นะ นายท่าน! ช่วยข้าด้วย ถ้าท่านยอมช่วยข้า ต่อจากนี้ ข้าจะติดตามท่านชั่วชีวิต!”

ไซรัสเหลียวมองเด็กหนุ่มผมทองตัดสั้นเนื้อตัวมอมแมมเล็กน้อย แค่เห็นกลุ่มชายฉกรรจ์หลากชาติพันธุ์ที่วิ่งตามมาราวสี่ห้าคนก็รู้แล้ว ว่าเจ้าเด็กนี่กำลังจะนำปัญหามาให้เขา แต่คนอย่างเขารังเกียจการแก้ไขปัญหาเสียเมื่อไหร่...

 “เจ้าทำความผิดอะไรมา” เขาถามเด็กหนุ่มด้วยน้ำเสียงสุขุม ทั้งๆ ที่กลุ่มคนซึ่งใกล้จะวิ่งมาถึงต่างเงื้อง้าปังตอ ท่อนไม้ และก้อนอิฐ เหมือนตั้งท่าจะเอาเรื่องเด็กคนนี้รวมถึงคนที่คิดจะขัดขวางให้ถึงตาย

“ขโมยของ” เด็กหนุ่มตอบตรงไปตรงมาผิดคาด

“ขโมยของแล้วหวังให้ข้าช่วยงั้นรึ?”

“ข้าไม่ผิด!” เด็กหนุ่มชี้แจง สองมือเขากุมข้อเท้าช้ำเลือดช้ำหนองที่ไม่น่าจะบาดเจ็บเพราะสะดุดล้มเมื่อครู่เอาไว้แน่น “พวกมันสั่งให้ข้าขโมยหีบเงินจากคนแก่คนนึง ข้าก็ขโมยมาให้ แต่มารู้ทีหลัง ว่าถ้าไม่มีเงินนั่นหมอจะไม่ยอมรักษาโรคให้ลูกสาวเขา ข้าเลยขโมยหีบนั่นกลับไปคืน ของนั่นไม่ใช่ของของพวกเขาสักหน่อย! ”

“เจ้าโง่ ของที่อยู่ในมือเราก็เป็นของเรา! ” ชายที่ร่างใหญ่ที่สุดในกลุ่มคนซึ่งวิ่งตามมาตวาดสวน ทุกครั้งที่ชายคนนี้ออกท่าออกทาง มัดกล้ามเนื้อห่อหุ้มผิวหนังสีเข้มดูดุดันจะเคลื่อนไหวคล้ายต้องการช่วยเจ้าของร่างข่มขู่ทุกคนที่กล้าหือ

“คิดว่าพวกข้าอยากทำนักรึ ไอ้เด็กเนรคุณ!” ชายอีกคนตวาดเสริม “ทุเรศที่สุด! เรากำพร้าเหมือนๆ กัน ช่วยเหลือกันมาเหมือนพี่น้อง พี่ข้าเลี้ยงเจ้ามาอย่างดี เรากำลังจะสบาย แต่เจ้าก็ดันมาขโมยเงินนั่นไป! ตอนนี้เงินนั่นก็อยู่ในมือหมอที่เป็นขุนนางใหญ่หมดแล้ว เอากลับคืนมาไม่ได้อีกแล้ว! ”

คำพูดคำจาที่ชวนให้รู้สึกว่าใจจริงแล้วคนกลุ่มนี้ก็ไม่ได้อยากลักขโมย กับคำว่า ‘กำพร้า’ และ ‘เรากำลังจะสบาย’ ตลอดจนสายตาเจ็บปวดผิดหวังมากกว่าชิงชังอาฆาตที่ชายฉกรรจ์กลุ่มนี้ใช้มองเด็กหนุ่ม ทำให้ไซรัสสะดุดใจขึ้นมา

เขาไล่สายตาประเมินลักษณะนิสัยและขีดจำกัดทางร่างกายของชายเหล่านี้ทีละคน ก่อนถาม

“พวกเจ้ารู้จักเด็กนี่มานาน รู้ใช่ไหม ว่าเขาไม่ได้อยากทรยศพวกเจ้า เขาแค่พยายามช่วยชีวิตเด็กอีกคนเท่านั้น” คนเหล่านั้นแววตาสลดลงเล็กน้อย แต่ไม่มีใครตอบอะไร เขาจึงเอ่ยปากถามอีกข้อ “หีบนั่นมีเงินเท่าไหร่”

                “ทำไมวะ จะจ่ายเงินชดเชยที่ไอ้เด็กนี่ขโมยไปหรือไง” ใครคนหนึ่งถามขึ้นอย่างหัวเสีย

แต่ไซรัสยังคงพูดคุยด้วยท่าทีสงบยิ่ง

“ถ้าตกลงกันได้ ข้าอาจจ่ายมากกว่านั้น”

ประโยคนั้นทำให้กลุ่มชายฉกรรจ์กวาดสายตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า

“ผมดำเหมือนพวกทาสซาเมียร์ ไว้ผมยาวแถมยังหน้าตาผิวพรรณดีเหมือนกวีราชสำนัก แต่สำนวนการพูดการจาดันเหมือนชนชั้นล่างอย่างพวกข้ามากกว่าพวกชนชั้นมีอันจะกิน แถมรูปร่างยังสูง ดูแข็งแรง แต่งเนื้อแต่งตัวเหมือนพวกนักแสวงโชค” ใครอีกคนในคนกลุ่มนั้นออกปากวิจารณ์ซึ่งๆ หน้า “เจ้าเป็นใครมาจากไหนกันแน่วะ? มีเงินถุงเงินถังนักรึไง? ”

เขาไม่ตอบ หากแต่กวาดสายตามองชายเหล่านั้นเรียงตัวอีกหน คราวนี้เขาทำอย่างเชื่องช้า จงใจให้อีกฝ่ายรู้ตัว ก่อเกิดคลื่นความตึงเครียดบางอย่าง กดดันให้อีกฝ่ายต้องลดมือลงโดยอัตโนมัติ

ไซรัสรู้จักมนุษย์จำพวกนี้ดี พวกที่ผ่านร้อนผ่านหนาวเผชิญโลกมามากย่อมรู้จักประเมินว่าควรหรือไม่ควรทำอะไรโดยสัญชาตญาณ...ปราชญ์บางกลุ่มเรียกสิ่งนี้ว่า ‘สัญชาตญาณในการเอาตัวรอด’ ที่พบได้ในสิ่งมีชีวิตทุกชนิด

“เป็นอันว่าเราจะเจรจากันก่อน” เขาสรุปจากรูปการณ์ด้วยสีหน้าเรียบเฉยเหมือนรูปปั้น “ฟังข้อเสนอข้าให้ดี บางทีนี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตเจ้า”

ชายเหล่านั้นมองมาที่เขาเหมือนอยากถาม แต่ไม่มีใครขยับริมฝีปากพูดอะไรออกมาเลยสักคำ

“ข้ากำลังจะเริ่มธุรกิจ เป็นธุรกิจที่ยังขาดคนกล้าที่แข็งแรงพอ” เขาเลือกละคำว่า ‘และยังพอจะรู้จักเชื่อฟังคำสั่ง’ เอาไว้ แล้วหยุดสายตาลงที่ชายผิวดำร่างสูงใหญ่ซึ่งดูเหมือนจะเป็นหัวหน้ากลุ่ม “พวกเจ้าคงไม่ชอบชีวิตตอนนี้นักใช่ไหม”

“ธุรกิจรึ?” ใครคนหนึ่งในกลุ่มนั้นขยับริมฝีปากถาม น้ำเสียงงุนงง

แต่ชายหัวหน้ากลุ่มกลับเอ่ยแทรกเสียงขรึม

“เราจะได้อะไรตอบแทน” ดูเหมือนชายผิวสีจะไม่สนใจรายละเอียดธุรกิจเลยด้วยซ้ำ  

“เงินทอง และเส้นสาย” ไซรัสบอกด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ถ้าได้รับโอกาส พวกเจ้าจะเป็นได้มากกว่าอัธพาลหรือหัวขโมย”

ประโยคหลังจากริมฝีปากคนอยากเริ่มธุรกิจ ทำเอาหัวหน้ากลุ่มร่างใหญ่นิ่งเงียบไปชั่วอึดใจ

“ล้อเล่นรึ? พวกชนชั้นสูงในเมืองนี้เห็นพวกกำพร้าอย่างพวกข้าเป็นขยะ พวกพ่อค้า พวกชนชั้นกลาง เรียกพวกข้าว่าหัวขโมยตั้งแต่เริ่มจำความได้ แต่เจ้าดันบอกว่าพวกข้าจะเป็นอย่างอื่นได้” ชายร่างใหญ่พยายามแค่นหัวเราะตอนเอ่ยเหมือนจงใจเย้ยหยัน แต่การกระทำนั้นกลับยิ่งเผยให้เห็นความคับข้องใจในชะตาชีวิต “ถ้าจะพูดเพื่อช่วยไอ้เด็กนั่นก็หยุดซะ แค่ชดใช้ห้าพันเหรียญนั่นมา แล้วชีวิตมันจะเป็นของเจ้า”

ไซรัสหลับตาลงเมื่อรู้ความประสงค์อีกฝ่าย

“นั่นรึ สิ่งที่พวกเจ้าต้องการ” เขาถามให้คิดมากกว่าจะต้องการคำตอบ “เงินห้าพันเหรียญนั่นอาจช่วยให้พวกเจ้ามีบางสิ่งสมปรารถนา แต่มันจะคงอยู่นานสักเท่าไหร่” นักเจรจาลืมตาขึ้น จ้องลึกลงในตาคู่สนทนา “เงินตราอาจช่วยให้พวกเจ้าซื้อหาบางสิ่ง แต่เงินตราเพียงเท่านั้น ไม่อาจเปลี่ยนสายตาที่คนอื่นมองพวกเจ้า”

“อยากจะพูดอะไร” แม้น้ำเสียงที่ชายหัวหน้ากลุ่มใช้ถามยังคงฟังดูแข็งกระด้าง แต่มันก็เป็นน้ำเสียงที่ฟังดูเป็นมิตรที่สุด เท่าที่เคยหลุดออกมาจากปากชายคนนี้

คราวนี้ ไซรัสตอบคำถามนั้นเพียงสั้นๆ

“ทุกคนเป็นทุกอย่างที่เขาอยากเป็นได้เสมอ”

บังเกิดความเงียบอีกชั่วอึดใจ ก่อนจะเกิดเสียงหัวเราะขมขื่นคล้ายคนสมเพชชีวิตตัวเองมากกว่าสุขสันต์จากชายผิวสี

“พวกข้าไม่เคยร่ำเรียน เข้าใจคำพูดอย่างพวกนักปรัชญาได้ไม่ดีนักหรอก แต่ก็พอเข้าใจ ว่าเจ้าอยากจะบอกอะไร” หัวหน้ากลุ่มร่างใหญ่เหลียวสบตาคนในกลุ่มด้วยแววตาคล้ายมีประกายแสงไฟบางอย่าง

บางทีนั่นอาจเป็นแสงไฟแห่งความหวัง หรือไม่ก็ความเชื่อมั่น ที่ไม่เคยมีใครมอบให้พวกเขามาก่อน

“ข้าสนใจแค่ผลลัพธ์เท่านั้น เจ้าให้พวกข้าได้จริงรึ เงินทอง เส้นสาย”

“นั่นเป็นสิ่งที่พวกเจ้าต้องพิสูจน์” นักเจรจาตอบง่ายๆ “ถึงพวกเจ้าจะซ้อมเด็กนี่ให้ตาย หรือต่อสู้ทำร้ายเรียกร้องอะไรจากข้าตอนนี้ ก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาอยู่ดี”

“งั้นรึ...” กลุ่มชายฉกรรจ์สบตากันและกันอยู่พักใหญ่ ในที่สุด คนที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้ากลุ่มก็หันกลับมาบอกเขาด้วยท่าทีของอันธพาลที่ยังไม่สิ้นพยศเสียทีเดียว “เด็กนั่นชื่อโทมัส ขามันไม่หักหรอก ดามไม้สักพักก็หายดี” ชายคนเดิมระบายลมหายใจอย่างยากลำบากก่อนเอ่ยต่อไป บางทีสิ่งที่ขับไล่ออกจากร่างอาจมีกลุ่มก้อนความอวดดื้อถือดีปะปนอยู่ในนั้น “ส่วนไอ้อ้วนที่ยืนอยู่ตรงนี้ชื่อจอห์น” เขาใช้สายตาชี้ไปยังชายผมน้ำตาลอ่อนรูปร่างท้วมใหญ่ที่สุดในกลุ่มเมื่อเอ่ยประโยคเหล่านั้น “ส่วนนี่ ลูคัส” คราวนี้เขาใช้สายตาชี้ไปยังชายผมน้ำตาลตัดสั้น รูปร่างสูงโปร่งที่สุดในกลุ่ม แล้วชายคนนั้นก็ค้อมหัวให้ไซรัสเล็กน้อย เหมือนตั้งใจจะทักทาย “ด้านซ้ายข้าชื่อทอม คนข้างขวานี่ชื่อราจีฟ” เขาหมายถึงชายหน้าหวานผมสีน้ำตาลเข้มหยิกติดหนังหัวประเมินแล้วน่าจะอายุน้อยที่สุดในกลุ่มคนทั้งห้า กับชายผิวคล้ำแดดหัวโล้นเลี่ยน ที่รูปร่างสูงใหญ่พอๆ กับตัวคนแนะนำ ทอมกับราจีฟเองก็ค้อมหัวให้ไซรัสเช่นกัน แม้จะยังดูเก้ๆ กังๆ อยู่บ้าง แต่ก็พอมองเห็นสัดส่วนของความตั้งอกตั้งใจและความจริงใจผสมอยู่อย่างละครึ่ง “ส่วนข้า” หัวหน้ากลุ่มค้อมหัวให้ไซรัสก่อนจะเอ่ยต่อไป “ข้าชื่ออารี ข้ากับพี่น้องไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว พวกข้าจะลองเชื่อและติดตามท่านดู”

ไซรัสมองตาคนทั้งห้าอย่างอ่านใจ ครู่หนึ่ง คนเพิ่งได้ผู้ติดตามก็ดึงให้โทมัสลุกขึ้นยืน แล้วพาเด็กหนุ่มเดินตรงไปรวมกลุ่มกับคนทั้งห้า

แม้จะมีท่าทีหวาดๆ อยู่บ้าง แต่โทมัสก็ยอมก้าวขาเดินตามแต่โดยดี

“พร้อมเริ่มงานทันทีใช่ไหม?” เขาถาม

และอีกฝ่ายก็พยักหน้าแทนการตอบ

“เราจะเริ่มงานกันพรุ่งนี้” ไซรัสประกาศกร้าว “ภายในเวลาสามเดือนเราจะมีทั้งเงินและเส้นสาย จนถึงตอนนั้น ถ้าพวกเจ้าคนไหนอยากแยกตัวไปค้าขายอะไร ข้าก็จะสนับสนุนพวกเจ้าอย่างเต็มที่”

“แค่สามเดือนเท่านั้นรึ?” จารีฟถามเสี่ยงขุ่นสีหน้าไม่เชื่อถือ แต่คนกำลังจะเริ่มธุรกิจก็กล้ายืนยัน

“ใช่ อีกแค่สามเดือนเท่านั้น...” เขาเว้นวรรคนิดหน่อยก่อนเอ่ยประโยคถัดไป “อีกแค่สามเดือน อาณาจักรนี้จะรู้จักพ่อค้านักแสวงโชคที่ชื่อไซรัสและคนของเขา จะไม่มีการหันหลังกลับเด็ดขาด”

เขาจะทำสำเร็จ...ไซรัสแน่ใจว่าอย่างนั้น

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   ตอนพิเศษของตอนพิเศษที่ 1 โรสผู้รักและภักดี (จบ)

    ลักลอบกระทำการลับหลังคนอื่น ต่อให้แนบเนียนแค่ไหนก็ปกปิดคนตรวจนับจำนวนสินค้าไม่ได้บ่ายแก่วันหนึ่ง ขณะโรสลอบหยิบสมุนไพรที่ต้องใช้ออกมาจากห้องเก็บของก็โดนราจีฟจับได้คาตา โรสตกใจที่จู่ๆ ก็มีคนมาเห็นเข้า คนมีความผิดติดตัวจึงคิดจะวิ่งหนี แต่ราจีฟมือไวคว้าเอวเด็กสาวไว้ได้ แรงกระชากที่รุนแรงผิดมนุษย์มนาทำให้สมุนไพรที่ซุกซ่อนไว้ในตะกร้าสาดกระจายเต็มพื้น“ที่แท้ก็เป็นเจ้า! รู้ไหมว่าข้าต้องใช้เงินส่วนตัวแต่งบัญชี---”โรสรีบเขย่งปลายเท้าปิดปากราจีฟไว้ทันที ลืมไปเสียสนิทว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ในอ้อมแขนผู้ติดตามร่างยักษ์ โดยที่โรสไม่รู้ตัว ร่างเธอ ร่างราจีฟในตอนนี้ ยิ่งกว่าอิงแอบแนบชิดสัมผัสนุ่มหยุ่นบริเวณหน้าอกทำเอาราจีฟใบหน้าร้อนฉ่า หัวสมองตื้อตัน ไม่เพียงแต่สัมผัสโดนเท่านั้น ผู้ติดตามของนายหญิงยังเบียดตัวเข้ามาปิดปากเขา ทำให้ยิ่งรู้สึกถึงอกนุ่มนิ่มนั่นไม่ทันที่ราจีฟจะได้สติ เด็กสาวก็ลากตัวเขาเข้าหลบในห้องเก็บของใกล้ๆ“อย่าส่งเสียง นายหญิงกำลังเดินมา” เธอข่มขู่เสียงเบา ทำเหมือนถ้าราจีฟเอาจริงขึ้นมาแล้วตัวเองจะสู้แรงเขาได้ไม่ใช่ไม่รู้ข้อเท็จจริงข้อนี้ ชั่วขณะนี้เธอก็แค่มัวใส่ใจเรื่องที่สำคัญกว

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   ตอนพิเศษของตอนพิเศษที่ 1 โรสผู้รักและภักดี (2)

    “เดินไม่รู้จักดูทาง” ราจีฟบ่น สีหน้าฉายชัดถึงความรำคาญ “ว่างงานนักรึ อย่าคิดว่าเป็นคนสนิทนายหญิงแล้วจะทำอะไรก็ได้ ผู้ติดตามอย่างเจ้า คิดจะทำให้ภาพลักษณ์นายหญิงเสียหายงั้นรึ?”“คนอย่างโรส ผู้ติดตามหญิงของนายหญิง ต้องให้ยักษ์ที่เป็นแต่ใช้กำลังมาอบรมเรื่องมารยาทกับภาพลักษณ์รึ?”ราจีฟส่ายหน้าอย่างหัวเสีย “ปากแบบนี้ มิน่าถึงไม่มีผู้ใดมาชอบพอ ไม่เหมือนมาธาที่อ่อนโยนอ่อนหวานถึงปานนั้น”คนเพิ่งมาถึงส่งหีบไม้ทรงสี่เหลี่ยมกว้างยาวด้านละราวฝ่ามือให้หล่อน “ถ้าว่างนักก็ช่วยเอาชาสมุนไพรสูตรใหม่จากปัญจาปไปเก็บหน่อยเป็นไร เห็นข้าแบกลังสูงท่วมหัวตั้งขนาดนี้ ไม่มีน้ำใจจะคิดช่วยเหลือเลยรึ? ชาฉุนจัดพวกนี้ ท่านผู้หญิงแกรนเทรนท์เพิ่งให้คนจากคฤหาสน์เอามาส่งให้นายหญิงกับนายท่านลองชิม เผื่อว่าจะสนใจติดต่อมาค้าขาย”โรสเลิกคิ้วมองลังในมือคนงานชาย“ถ้าดีจริง นายท่าน อารี หรือลูคัสคงติดต่อมาขายไปแล้ว ต้องรอให้ท่านผู้หญิงแม่เลี้ยงของนายหญิงมาแนะนำเมื่อไหร่”“นี่เป็นชาปรุงสูตรใหม่ น้าสะใภ้ชาวปัญจาปของท่านผู้หญิงเพิ่งคิดค้น”“อ้อ...ตัวอย่างสินค้าเสนอขาย” โรสเข้าใจทันที“ยังจะทำตาลอยอีก เหอะ หลีก ไม่ช่วยก็หลบไป”คนอ

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   ตอนพิเศษของตอนพิเศษที่ 1 โรสผู้รักและภักดี (1)

    หลังพ้นวันแห่งความสับสน…อัยน์นาก็เขียนรายละเอียดเกี่ยวกับสมุนไพรแต่ละชนิด วิธีดึงสรรพคุณสูงสุด ข้อควรระวังในการใช้สมุนไพรชนิดนั้นๆ ตลอดจนวิธีบำบัดรักษาโรคเสื่อมสมรรถภาพที่ถูกต้องและได้ผลชะงัด มอบให้ราจีฟซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ติดตามคนสนิทที่ตอนนี้ไซรัสให้คอยติดตามไปทุกที่ต่างองครักษ์เพราะอยากให้ซึมซับวิธีการติดต่องานและการวางตัวตอนที่มอบสมุดจดรายละเอียดที่ว่าให้นักสู้ร่างใหญ่ เธอยังไม่ลืมกำชับด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนด้วยว่า “เผื่อจะเป็นประโยชน์ต่อกิจการ”ได้ช่วยสามีแบบอ้อมๆ แล้วอัยน์นาก็เบาใจ กลับไปใช้ชีวิตปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น...นายหญิงเบาใจ แต่โรสไม่ได้เบาใจ!ผู้ติดตามสาวหัวไวจากหมู่บ้านชานเมืองรายนี้ คอยเฝ้ามองนายหญิงผู้มีพระคุณตลอดเวลาด้วยความรักและปรารถนาดี จึงจับสังเกตได้ว่า ระหว่างนายท่านกับนายหญิงดูจะมีปัญหาบางอย่าง และปัญหาที่ว่านั้น ก็น่าจะเกี่ยวพันกับเรื่องที่นายหญิงศึกษาอย่างเคร่งเครียดในวันที่ทั้งคู่ดูจะมีปัญหาไม่เข้าใจระหว่างกันโรสใช้เวลาไม่นานในการปะติดปะต่อเรื่องราวแรกเริ่ม นายท่านมีปัญหาพูดยากที่เป็นกันมากในหมู่ผู้ชายสมัยนี้ แต่ไม่กล้าบอกนายหญิง ต่อมา นายหญิงก

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   ตอนพิเศษที่ 2 ความลับ (5)

    2.5ความลับของริชาร์ด ริชาร์ดประคองลูกสาวคนโตไปส่งให้เจ้าบ่าวที่สูงศักดิ์ที่สุดในรอบครึ่งทศวรรษด้วยใบหน้าอาบรอยยิ้มจางๆ ก่อนเดินกลับไปยืนเคียงข้างผู้หญิงที่แม้ตัวเขาจะไม่เคยรัก ก็นับได้ว่าผูกพันในฐานะสามีภรรยา เธลม่า แกรนเทรนท์ “เผลอแป๊บเดียว พริสซิลล่าก็แต่งงานออกไปอีกคนแล้ว” ท่านเจ้ากรมเปรยไม่ดังไม่เบา “อีกหน่อยก็คงถึงคราวแอนนาเบล” ริชาร์ดยิ้มน้อยๆ แต่นัยน์ตากลับดูเศร้า “แล้วสุดท้าย คฤหาสน์แกรนเทรนท์ก็จะเหลือพวกเราแค่สองคน...”เธลม่าเหลียวมองหน้าเขาเล็กน้อยหล่อนก้มลงมองแหวนแต่งงานบนนิ้วตัวเอง ก่อนตอบ“ค่ะ สุดท้ายก็เหลือเราแค่สองคน” ตอบแล้วหล่อนก็คล้ายจมลงในความคิดบางอย่างริชาร์ดพบว่าระยะหลังมานี้ หล่อนมักจะเป็นแบบนี้เสมอทว่าถึงจะจับสังเกตได้ ริชาร์ดก็ไม่ใส่ใจ และไม่อยากรู้สำหรับเขาแล้ว ตั้งแต่ต้นจนจบ พันธะที่มีต่อผู้หญิงคนนี้คือหน้าที่ต่อวงศ์ตระกูล และถ้าไม่นับเรื่องที่ครั้งหนึ่งเขาเคยเผลอตามใจตัวเอง ปล่อยเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างผู้หญิงคนเดียวที่เขารักให้เลยตามเลย ทั้งยังเคยมีความตั้งใจแรงกล้าที่จะยกย่องเธอขึ้นมาเป็นภรรยาอีกคนหนึ่งเมื่อนำเรื

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   ตอนพิเศษที่ 2 ความลับ (4)

    2.4ความลับของพริสซิลล่า พริสซิลล่าจ้องมองภาพหญิงสาวในชุดแต่งงานสีขาวทิ้งชายยาวลากพื้นในกระจกด้วยใบหน้าประดับรอยยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ใครต่อใครมักเห็นจนชินตา จนพาให้แอนนาเบลที่เริ่มจะแสดงออกทางความคิดความรู้สึกได้อย่างเป็นตัวของตัวเองและตรงไปตรงมามากขึ้นทุกที อดทักท้วงไม่ได้ “คุณพี่...ที่จริงแล้วคุณพี่มีความสุขจริงๆ หรือเปล่า” แอนนาเบลถาม ผ่านเรื่องราวมากมาย พริสซิลล่ากับแอนนาเบลเปลี่ยนแปลงไปคนละขั้ว พริสซิลล่าสงบเสงี่ยมขึ้น ส่วนแอนนาเบล...พูดให้สุภาพก็คือ มีชีวิตชีวาและเป็นตัวของตัวเอง พริสซิลล่าได้ยินคำถามแล้ว สีหน้าไม่เปลี่ยนเลยสักนิด “แต่งเข้าราชวงศ์ กลายเป็นเจ้าหญิง มีคู่ครองเป็นถึงองค์ชายที่รูปงามที่สุดในราชวงศ์ ผู้หญิงที่โชคดีอย่างนี้ ไม่ใช่ว่าควรจะมีความสุขหรือ?” พริสซิล-ล่าว่า “น้องเองก็เถอะ ทุกวันนี้มีคนดีๆ มากมายส่งจดหมายทาบทามสู่ขอ ทำไมถึงไม่เลือกเอาสักคน” “น้องคงรอเจ้าชายสักองค์มาตกหลุมรักกระมัง” แอนนาเบลตอบเชิงกระเซ้า ผู้คนทั้งอาณาจักรไม่มีใครไม่รู้ว่าองค์ชายทรงเสน่ห์ที่กำลัง

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   ตอนพิเศษที่ 2 ความลับ (3)

    2.3ความลับของเซรีน่า ข้าเป็นธิดาคนโตของท่านพ่อและท่านแม่ นับตั้งแต่แรกเกิด ใครต่อใครต่างพูดกันว่าทุกกระเบียดนิ้วของข้าล้วนถอดแบบมาจากมารดา นั่นทำให้พวกผู้ใหญ่ยิ่งรักและเอ็นดูข้า กล่าวกันว่า ในไม่ช้าข้าจะเติบโตขึ้นเป็นยอดหญิงงาม ที่จริงแล้วข้าไม่อยากเป็นยอดหญิงงามชีวิตหญิงงามนั้นยุ่งยากไม่น้อย วัดจากการที่ท่านแม่โดนท่านพ่อก่อกวนไม่เว้นวันจนแทบจะไม่มีเวลาส่งข้าเข้านอน วัดจากการที่ท่านน้าไซคีมีผู้ส่งสารมาสู่ขอมิได้ขาด ต้องลำบากคอยหาเหตุผลที่เข้าทีมาปฏิเสธอย่างรักษาน้ำใจ และวัดจากที่ไอรีน ข้าหลวงที่รับหน้าที่ติดตามดูแลข้าโดนเหล่าองครักษ์ในวังก่อกวนไม่เว้นวันด้วยข้าวของสารพัดสารพันและดอกไม้จำนวนนับไม่ถ้วน ข้าพบว่าชีวิตของเหล่าสตรีอย่างองครักษ์หญิงทั้งหลายของข้ายังน่าพิสมัยกว่ากันเยอะ! พวกนางไม่มีใครมาก่อกวนวุ่นวาย ไม่มีใครมาคอยทำให้หนักใจ จึงมีเวลาฝึกฝนตนเองจนเก่งกาจ ข้าอยากเป็นสตรีเก่งกาจมากกว่ายอดหญิงงาม! ข้ามีความลับอย่างหนึ่งที่ท่านแม่บอกว่า...อย่าเอ็ดไป ท่านแม่ของข้าแม้จะดูอ่อนโยนใจดี ทว่าแท้จริงแล้วท่านแม่ฝึกฝนร่างกายฝึกฝนศิลปะการ

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 70

    ลูคัสมองตามแผ่นหลังคนเป็นนายพลางคิดใคร่ครวญเรื่องที่ไซรัสสอนสั่งเขาพอจะเข้าใจความหมายแสนกระจ่างชัด แต่ค่อนข้างแปลกใจที่อีกฝ่ายไม่พอใจถึงเพียงนี้จากที่เขาเห็น ผู้ที่เป็นทั้งนายและอาจารย์กับคุณหนูเจ้ากรมการเมืองผู้นี้ก็ดูรักใคร่ชอบพอกันดี ยิ่งท่าทีตอน ‘นายท่าน’ อุ้มร่างคุณหนูอัยน์นาวางลงบนเตียงตามท

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 66

    แม้ไม่อยากเห็นสิ่งที่คิดว่าอาจเห็น แต่พอไม่เห็นว่าในนี้จะมีใครหรือแม้แต่อะไรสักอย่าง นอกจากรองเท้าทองข้างเดียว ความรู้สึกมากมายก็แล่นพล่านขึ้นมาจนคนก่อเรื่องแทบยืนไม่ติดในความความโกรธ ความผิดหวัง ความริษยา เริ่มมีอารมณ์งุนงง ไม่เข้าใจ และหวาดกลัว คุกรุ่น“เกิดอะไรขึ้น...” หล่อนถามตัวเองท่ามกลางควา

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 61

    “ขออภัย ขอผมอกไปสูดอากาศข้างนอกสักครู่” นี่เป็นคำพูดตัดบทขอปลีกตัวที่ไซรัสมองว่าช่างฟังดูทื่อและเสียมารยาทที่สุดเท่าที่เขาเคยทำหลุดจากริมฝีปาก แต่ตอนนี้สมองเขาเริ่มตื้อตันเกินกว่าจะนึกอะไรไหว“สีหน้าคุณดูไม่ดีเลย ไม่สบายหรือเปล่าคะ เราติดต่อขอความช่วยเหลือมหาดเล็กขอให้เขา

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 60

    “ตาถั่วน่ะสิ” แอนนาเบลถลึงตาใส่ “เถียงคำไม่ตกฟาก แค่ถามว่าฉันทำหายที่ไหนแล้วช่วยกันหาไม่ได้หรือไง นั่นของแพงมากนะยะ”“แล้วคุณพี่ไปทำตกไว้ที่ไหนล่ะคะ”คำถามสั้นๆ จากอันย์นา ทำเอาท่านหญิงคนรองสะอึกหล่อนกลอกตา ก่อนตอบ“ในสว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status