Masukคนร่างเล็กรีบประคองร่างคนช่างลวนลามให้นอนพิงขอบอ่างอาบน้ำแล้วเฝ้าดูอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อแน่ใจว่าเป็นไปตามที่คิด คนร่างเล็กก็ถึงขั้นหลุดหัวเราะออกมา ทั้งขำที่พ่อค้าเจ้าเล่ห์รอบจัดมาตายน้ำตื้นแบบนี้ ทั้งขำตัวเองที่เผลอกลัวเผลอกังวลเสียมากมาย
อัยน์นาไม่เสียเวลานั่งตักคนบ้าราคะอีกต่อไป ไม่อยากให้เนื้อตัวแตะต้องโดนอะไรอะไรบนร่างกายเขามากกว่านี้ จึงรีบขึ้นจากอ่างอาบน้ำ แล้วหลบไปเปลี่ยนชุดนอนหลังบังตา เตรียมตัวเข้านอนเสียที
ก่อนเข้าครอบครองเตียงกว้างขวางเพียงลำพังในนามผู้ชนะการรบยกแรก เจ้าสาวนักวางยาอดเหลียวมองเจ้าบ่าวที่นอนแช่น้ำอุ่นแน่นิ่งไม่ได้
วูบหนึ่ง เธอเกิดเห็นใจ กลัวว่าถ้าปล่อยให้นอนอยู่อย่างนั้น เขาอาจล้มป่วย แต่พอนึกถึงเรื่องน่าโมโหที่เขาทำวันนี้แล้ว ดวงตารั้นๆ ก็เบนหนีจากคนเปลือย ไร้สิ้นความสงสาร
“สมน้ำหน้า” เธอบอกสั้นๆ ก่อนซุกตัวลงในผ้าห่มผืนหนา แล้วเข้าสู่ห้วงนิทรารวดเร็วจนตัวเองยังแปลกใจ...
เมื่อความเงียบเข้าครอบครองห้องกว้างได้อีกครู่ใหญ่ เจ้าบ่าวที่ควรจะสลบไสลไม่ได้สติ ก็กลับลืมตาตื่นขึ้นมา
เจ้าของร่างสูงหุ่นสมส่วนนวดถูเนื้อตัวอยู่ครู่หนึ่งก็ผุดลุกขึ้นจากอ่างอาบน้ำ สาวเท้าเข้าหาเตียงกว้าง ทิ้งหยดน้ำเปล่งประกายแวววาวพราวสะท้อนแสงตะเกียงไว้ตามพื้นเป็นแนวยาว
“ยังอ่อนหัดนัก” เขาบอกเจ้าสาวอ่อนเยาว์แววตาเอ็นดู จากนั้นก็เขี่ยไล้ปอยผมที่เคลี่ยคล้อยลงปรกหน้าขึ้นเหน็บหูให้อย่างแผ่วเบาราวกับอีกฝ่ายเป็นทารกแสนบอบบาง...
ยืนมองเธอหลับใหลไม่รู้เรื่องอยู่ครู่หนึ่ง นัยน์ตาสีเทาก็เปล่งประกายวาบวับอย่างนึกสนุกขึ้นมาอีกหน
ท่ามกลางห้องมิดชิดแว่วเสียงพายุอื้ออึง เจ้าบ่าวที่ดูเหมือนจะลืมใส่ใจเรื่องเสื้อผ้า ถือวิสาสะขยับขึ้นนอนเคียงข้างคนร่างเล็กกว่าโดยใช้ผ้าห่มร่วมผืน จากนั้นก็ดึงร่างอ้อนแอ้นในชุดกระโปรงบางเบาเข้ากอดแนบอก ก่อนปิดเปลือกตานอนพักผ่อน รอเวลาออกจากห้องหอพร้อมคนในอ้อมแขน...
คืนนี้ ยิ่งดึก พายุฝนยิ่งโหมรุนแรง แต่ภายในห้อง กลับอิงแอบแนบชิด...อบอุ่นกว่าเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
เสียงเคาะหน้าต่างกุกกัก และเสียงนกร้องจิ๊บจิ๊บ ปลุกให้เจ้าสาวหมาดๆ รู้สึกตัว แต่ยังไม่อยากลืมตาลุกขึ้นดู เพราะพอเดาได้ว่าเสียงเหล่านั้นเกิดจากฝูงนกมาเกาะกินหยดน้ำที่ตกค้างตามกรอบหน้าต่างหลังผ่านพายุเสียงเหล่านี้อาจจะเป็นเสียงที่ทำให้หลายคนนึกรำคาญ แต่สำหรับอัยน์นา มันกลับเหมือนเสียงดนตรีที่ชวนให้นึกถึงห้องนอนในเรือนพักคนรับใช้ เธอจึงรู้สึกอบอุ่นคุ้นชินจนอยากกอดซบผ้าห่มผืนหนาซึมซับความรู้สึกนี้ให้นาน
หืม...กอดซบ...? คำถามสั้นๆ ที่ผุดขึ้นในใจ พร้อมๆ กับที่ท่อนแขนปริศนาเลื้อยรัดรอบเอวคอดกิ่วแน่นขึ้น ทำลายยามเช้าแสนสุขสงบจนแหลกสลายไม่เหลือชิ้นดี
อัยน์นาตกใจสุดขีด จะรีบขยับตัวออกห่าง แต่กลับโดนอ้อมแขนหนักๆ กอดรั้งไว้แน่น ส่งให้ร่างกายในชุดนอนบางเบายิ่งแนบสนิทกับร่างไร้อาภรณ์จนรู้สึกได้ถึงกล้ามเนื้อนูนแน่นชวนหูอื้อตาลาย
“ตกใจอะไร” เสียงทุ้มนุ่มลึกที่เธอจำได้ดีว่าเป็นเสียงใคร ทำเอาคนร่างเล็กต้องรีบกลืนน้ำลายลงคอก่อนที่จะเผลอโพล่งคำถามหรือคำด่าทอออกมา
เจ้าปีศาจราคะนี่จะไม่ให้เธอตกใจได้ยังไง ในเมื่อจู่ๆ เธอก็โดนคนที่ควรจะหลับลึกอยู่ในอ่างอาบน้ำจนถึงรุ่งสางอย่างเขามานอนเปลือยกายกอดก่ายอยู่บนเตียงแบบนี้!
“เมื่อคืนนี้เธอน่ารักมาก...”
โกหก! เมื่อคืนไม่ได้เกิดอะไรขึ้นสักหน่อย!!!
...หรือจะเกิด?
เธอสบตาเขาเพื่ออ่านใจ ไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าตอนนี้แววตาตัวเองดูประหม่าจนน่าแกล้งแค่ไหน
“จำไม่ได้รึ? จริงสิ เมื่อคืนเธอตัวอ่อนไปหมด หลับตาพริ้มตลอดเวลา...ฉันอุตส่าห์บอกว่าไม่ต้องก็ได้แล้วแท้ๆ ”
โกหก!!!
“ดูท่าจะจำไม่ได้จริงๆ ” ไซรัสหัวเราะเบาๆ แววตาเอ็นดูรักใคร่ ก่อนพลิกตัวขึ้นคร่อมด้านบนแล้วเหยียดยิ้ม “ถ้าอย่างนั้น...เรามาทวนความทรงจำกันหน่อยดีไหม”
“ไม่” พอเธอปฏิเสธเสียงกระด้าง สีหน้าคนอยู่เหนือร่างเธอก็พลอยกระด้างตาม คนที่รู้ตัวว่าเสียเปรียบจึงปรับเสียงให้อ่อนลง เอาน้ำเย็บเข้าลูบ แม้จะยังไม่แน่ใจว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นจริงหรือเปล่า “อีกเดี๋ยวพวกสาวใช้ก็คงเข้ามา...ฉันว่าเรารีบแต่งเนื้อแต่งตัวให้เรียบร้อยดีกว่า เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า...”
“อยู่ที่นี่เราไม่เรียกต้นห้อง ไม่เรียกสาวใช้ ไม่เรียกคนรับใช้ ทุกคนอยู่ในฐานะพนักงานค่ะ” อัยน์นาอธิบาย “แต่ละคนจะมีหน้าที่รับผิดชอบคนละอย่าง ไม่ก้าวก่ายภาระการงานกันและกัน ไม่มีการใช้งานเกินหน้าที่”“ฟังดูเป็นระบบแบบพ่อค้าพ่อขายเต็มที่เลยนะคะ” คนฟังออกความเห็นอย่างอดไม่ได้อัยน์นาหัวเราะเบาๆ น้ำเสียงฟังดูสบายๆ ดูสดใสจากใจจริง“ก็ฉันเป็นภรรยาพ่อค้านี่คะ”“แต่เป็นพ่อค้าที่มีความสามารถ แล้วก็สง่างามเสียยิ่งกว่าขุนนางคนไหน” มาธากล่าวแก้พออีกฝ่ายพูดถึงไซรัสขึ้นมาแบบนี้ อัยน์นาก็เหมือนไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดีแตกต่างจากมาธา ที่ดูเหมือนจะมีเรื่องอยากพูดเต็มไปหมด“หลังจากคุณหนูขึ้นรถม้าออกจากบ้านมา ท่านผู้หญิงก็เรียกดิฉันเข้าไปพบ” มาธาเริ่มเล่า น้ำเสียงอัดอั้น “ท่านพูดไม่ทันจะจบ ดิฉันก็เดาได้ ว่าอยากกดดันให้ออกจากบ้าน ดิฉันก็เลยชิงลาออกมา”“ตายจริง” อัยน์นาไม่ได้ตกใจ เธอรู้สึกแย่แทนมาธาต่างหาก มาธาทำงานอยู่ที่นั่นตั้งแต่ยังเล็ก อยู่มาตั้งแต่ก่อนที่เธอจะเกิดเสียอีก เรียกได้ว่าเป็นคนเก่าคนแก่คนหนึ่ง ต่อให้มาธาเคยเป็นต้นห้องให้เธอตามคำสั่งเจ้ากรมการเมืองแล้วอย่างไร นั่นใช่เหตุผลที่ท่านผู้หญิงควรแล้
เมื่ออัยน์นาคล้อยหลัง ไซรัสก็ออกจากห้องนอน เดินลงบันได มุ่งหน้าเข้าหาห้องทำงานช่วงที่เดินผ่านห้องรับรองห้องใหญ่ซึ่งเวลานี้ปิดประตูแน่นสนิท เขาอดคิดไม่ได้ ว่านายหญิงคนใหม่ของอาคารหลังนี้คงไม่อยากให้เขาหรือใครเข้าไปรบกวน เพราะต้องการใช้บ่ายวันนี้เฟ้นหาคนงานหญิงคนใหม่ที่ตัวเองจะไว้ใจได้...ฟังจากที่เธอพูดวันนี้ เขาก็เดาออกทุกอย่างอัยน์นารู้แล้วว่าที่นี่วางระบบการทำงานไว้ลงตัวดีอยู่แล้ว จึงตระหนักว่าไม่ควรก้าวก่ายให้วุ่นวาย ทั้งอย่างนั้นก็เต็มใจจะรับคนงานหญิงเข้ามาตามที่เขาเสนออีกสองรายมองเผินๆ เหมือนจะทำเพื่อรักษาน้ำใจคนที่มาสมัครงาน และเป็นการถนอมน้ำใจ รับความปรารถนาดีจากเขาด้วยการยอมรับคนเข้ามาช่วยดูแลตัวเธอเองในเรื่องจุกจิก อาทิ การเตรียมน้ำให้อาบ การเตรียมเสื้อผ้า การช่วยแต่งตัวแต่งหน้า การคอยเป็นตัวกลางติดต่อระหว่างเธอกับใครต่อใครแต่เขาแน่ใจว่าไม่ใช่แบบนั้นด้วยลักษณะนิสัยอย่าง ‘คุณหนูอัยน์นา’ เอาเข้าจริงแล้ว สาวน้อยแรกแย้มนางนี้ ก็แค่อยากให้ที่นี่มีคนที่เรียกได้ว่าเป็นคนของตัวเองจริงๆ เสียบ้างพ่อค้าหนุ่มเดินเข้าห้องทำงาน ทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ตัวเดิมที่นั่งมาร่วมสองเดือนครึ่ง จ้อ
ดูไซรัสจะแปลกใจไม่น้อยเพราะสิ่งที่เธอพูดเขาประคองร่างเธอให้หันหน้าเข้าหา จ้องลึกลงในตา“คนงานหญิง?”“ค่ะ” อัยน์นาตอบด้วยรอยยิ้มเหมือนเคย ทั้งที่ตอนนี้ นอกจากจะสงสัยว่าเขาจะถามทำไมแล้ว ในใจยังนึกหวั่นว่าเขาจะคิดอะไรพิเรนทร์ๆ ขึ้นมาจริงๆ “ทำไมเหรอคะ”“ทำไมถึงเรียกว่าคนงานหญิง”เพราะแววตาเขาดูสนใจใคร่รู้มากกว่าจะคิดอย่างอื่น อัยน์นาถึงค่อยผ่อนคลายลง“ก็ที่นี่ไม่มีคนรับใช้ชายไม่ใช่เหรอคะ” เธอคิดอย่างนี้จริงๆ “ในเมื่อที่นี่ไม่มีคนรับใช้ จะให้เรียกคนงานที่รับเข้ามาใหม่ว่าสาวใช้ได้ยังไงกัน ทั้งดูแปลกๆ ทั้งดูไม่ยุติธรรมยังไงก็ไม่รู้”“แต่ถ้าดูตามหน้าที่ ก็ควรเรียกสาวใช้ไม่ใช่รึ”“ถ้าดูจากสถานการณ์ของคุณ ฉันว่าไม่ควร คุณคงไม่อยากให้ทุกคนที่ทำงานที่นี่อยู่ก่อนแล้วกับคนที่จะรับเข้ามาใหม่เกิดสับสน วางตัวลำบาก หรือแบ่งแยกชนชั้นกันใช่ไหมคะ” บอกแล้ว เจ้าของร่างอ้อนแอ้นก็รีบเลื่อนมือขึ้นกุมมือแข็งแกร่ง แล้วกลับหลังหันตั้งใจจะพาตัวเองกับชายคนนี้ออกจากสถานการณ์ล่อแหลม แต่กลับโดนอีกฝ่ายดึงเข้าสวมกอดจากด้านหลัง “ภรรยารอบคอบอย่างนี้ เห็นทีต่อไปคงต้องรบกวนให้ช่วยดูแลเรื่องคนงานแทนซะแล้ว” ลมร้อนๆ ที่ราดร
หลังร่วมโต๊ะอาหารกลางวันในห้องไม่ใหญ่ไม่เล็กบนชั้นสอง ไซรัสก็พาเธอเดินสำรวจอาณาจักรที่เขาครอบครองด้วยตัวเอง นัยว่าถ้าติดใจสงสัยเรื่องไหนให้ถามเขาได้เต็มที่ และอัยน์นาก็ยินดีใช้สิทธิ์นี้แม้จะรู้ดีว่าทุกสิ่งที่เขาพูดล้วนเป็นเพียงสิ่งที่เขาอยากให้เธอได้ยิน อยากรู้...ว่าเขาจะอธิบายข้อสงสัยยิบย่อยในใจเธออย่างไรบ้างเขาพาเธอเดินดูทุกอย่างไล่จากตึกแถวสามชั้นสองหลังที่เพิ่งซื้อ...ตึกแถวทั้งสองหลังที่ว่านี้ตั้งโอบรับตึกหลักซึ่งปลูกเป็นอาคารสี่ชั้นที่ใหญ่โตโอ่โถงกว่าอาคารจำนวนชั้นเท่ากันหลังอื่นๆ ถึงหนึ่งในสามเท่า มองภาพรวมจากลานน้ำพุแล้ว ตึกแถวสามชั้นทั้งสองหลังชวนให้นึกถึงภูเขาสองลูกย่อมที่หนุนอยู่หลังเขาลูกใหญ่ คำอธิบายที่หลุดลอดจากริมฝีปากไซรัสไม่มีอะไรน่าสนใจ พวกมันฟังดูเหมือนสิ่งที่พ่อครัวกับโทมัสและคนงานรายอื่นๆ เคยพูดไม่มีผิด ชวนให้เดาได้ว่าเขาน่าจะเคยอบรมผู้ติดตามและคนงานเกี่ยวกับการตอบคำถามเรื่องเหล่านี้ถัดจากด้านนอกตัวอาคารคือโถงกว้างที่ดัดแปลงเป็นร้านค้า อัยน์นาพบว่าไซรัสแบ่งพื้นที่ส่วนนี้เป็นสองส่วนเท่าๆ กัน ไม่ขาดไม่เกินแม้แต่น้อย ส่วนหนึ่งค้าขายแพรพรรณ มีโต๊ะให้คำปรึกษาเรื่องบริ
อันที่จริง ก่อนที่จะแต่งงาน ท่านเจ้ากรมเรียกเธอเข้าไปคุยทุกเรื่องเกี่ยวกับ ‘ว่าที่ลูกเขย’ มาแล้ว และเธอก็ยืนยันไปแล้ว ว่าไม่ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น เธอก็จะเลือกอาณาจักรนี้และพ่อบังเกิดเกล้าไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เขาบอกว่าเป็นชนชั้นล่างในหมู่ชนชั้นล่างของอาณาจักรนี้ เรื่องที่บอกว่าเอาอัญมณีมาจากที่ไหน เรื่องที่บอกว่ารู้จักกับใครที่ไหนอย่างไรบ้าง ต้องการอะไร มีแผนการมีความคิดความอ่านแบบไหน กระทั่งข้อมูลทุกอย่างที่สืบค้นได้ด้วยตัวเอง ท่านเจ้ากรมก็บอกเธอหมดแล้วทุกเรื่อง“ท่านได้เล่าให้ฟังไหม ว่าอัญมณีในร้านนี้ มาจากไหน”“เรื่องนี้คุณพ่อไม่ได้พูดถึงหรอกค่ะ”ไซรัสค้นลึกลงในตาเธออัยน์นาคลี่ยิ้มอ่อนหวานให้คนตรงหน้า แน่ใจว่าเขาจะไม่พบร่องรอยอะไร “ทำไมจู่ๆ ถึงถามเรื่องพวกนี้ล่ะคะ”“เพราะฉันอยากรู้ ว่าต้องเริ่มเล่าอะไรต่อมิอะไรให้เธอฟังตั้งแต่ตรงไหน” บอกแล้ว คนพูดเหมือนจะไขทุกข้อข้องใจให้เธอวันนี้ ก็โอบเอว พาเธอเดินไปนั่งเก้าอี้ตัวที่ตั้งอยู่ใกล้ที่สุด “อัญมณีทุกชิ้นที่เรามี มาจากแหล่งอัญมณีนอกอาณาจักร” เขาขยับริมฝีปากเล่า น้ำเสียงจริงจัง “พวกมันมาจากโพรงดินหลังแนวเขาทางตอนเหนือของอาณาจักรนี้...พ
“นายท่านมีเรื่องอยากปรึกษานายหญิง...” ผู้จัดการร้านหนุ่มขยับริมฝีปากพูด หลังนิ่งงันไปชั่วครู่“พอจะรู้ไหมจ๊ะ ว่าเรื่องอะไร” เธอเจตนาถามลองเชิงไม่แปลกใจนักที่อีกฝ่ายเลือกคลี่ยิ้มน้อยๆ แล้วผายมือคล้ายเชื้อเชิญให้เธอเดินนำออกจากห้องครัว พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงนอบน้อม “เชิญนายหญิงที่ห้องทำงานนายท่านดีกว่า นายท่านน่าจะตอบคำถามนี้ได้ดีกว่ามากนัก”คนคนนี้มีส่วนคล้ายคนน่าโมโหนั่นจริงๆ นั่นแหละอัยน์นาพยักหน้าน้อยๆ ให้อีกฝ่ายแทนการรับรู้ ก่อนก้าวขาเดินนำอย่างไม่รีบร้อน สองขาก้าวไป ในใจก็อดคิดไม่ได้ ว่าหลักการ ‘ดูนายให้ดูบ่าว’ ที่มีมาแต่โบราณช่างน่าอัศจรรย์นายบ่าวมักเรียนรู้จากกันและกัน...คนเราจะสนิทสนมรู้ใจกันได้ ต้องมีบางสิ่งคล้ายคลึงกัน...ทั้งๆ ที่เรื่องเหล่านี้เป็นเพียงหลักการง่ายๆ แต่กลับใช้ดูคนได้แม่นนักอัยน์นาก้าวขาเดินตามการชี้นำจากคนเดินตาม มุ่งหน้าเข้าหาสถานที่ที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามีใครรออยู่ ไม่นานนักก็มาถึงห้องห้องหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวที่สุดทางเดินกรุพื้นและผนังสีดำสนิทแค่ดูจากข้างนอก เธอก็พอจะเดาออก ว่าห้องที่อยู่ด้านหลังประตูบานคู่สลักลายขนปีกสวยแปลกตาห้องนี้ กว้างขว


![[Unlimited Money] ระบบเงินทุนไร้ขีดจำกัด](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




