Share

บทที่ 3

Penulis: Karawek House
last update Tanggal publikasi: 2025-08-15 15:29:38

เธอทำสำเร็จ อัยน์นาแน่ใจว่าอย่างนั้นตั้งแต่วินาทีที่หญิงรับใช้ในคฤหาสน์มาแจ้งว่าท่านเจ้ากรมการเมือง ริชาร์ด แกรนเทรนท์ ประกาศเรียกตัวเธอ กับท่านผู้หญิงเธลมา แกรนเทรนท์ และสองศรีพี่สาวต่างมารดาของเธออย่างท่านหญิงพริสซิลล่ากับท่านหญิงแอนนาเบล ให้ไปรวมตัวกันที่ห้องหนังสือ เพื่อฟังนิทานที่นักขับลำนำคนหนึ่งพกพามายังคฤหาสน์

แม่คะ...ดูอยู่ใช่ไหม เธอถามภาพหญิงสาวอ่อนเยาว์ คิ้วเรียวเข้ม ตาคม ริมฝีปากรูปกระจับสีแดงระเรื่อดูอิ่มสวยเหมือนกลีบกุหลาบแรกแย้ม ไม่เพียงใบหน้าดูงดงามสมบูรณ์แบบเหมือนภาพวาด สตรีในสายตาเธอมีเส้นผมสีดำสนิทยาวหยักศกทิ้งตัวอย่างเป็นระเบียบจรดบั้นท้าย มองแล้วชวนให้นึกถึงนางพรายผิวขาวผ่องในตำนานของนักเดินเรือ

อัยน์นาไม่เคยเห็นหน้าแม่ แต่เธอคิดว่าแม่ผู้ให้กำเนิดคงหน้าตาไม่ต่างจากภาพสะท้อนในกระจกเงาตรงหน้าสักเท่าไหร่...

“คุณหนูจะแต่งตัวแบบนี้จริงๆ เหรอคะ” หญิงรับใช้ถามเสียงเครียด “คุณท่านกำชับให้ดิฉันจัดหาเสื้อผ้าที่เหมาะสมให้คุณหนูสวมก่อนไปพบท่านนะคะ”

“ทำไมล่ะคะ”

‘คุณหนู’ ลดสายตาลงมองชุดกระโปรงยาวสีขาวประดับลูกไม้ขาดๆ ด้วยแววตาเหมือนกวางน้อย ดวงตาอ่อนโยนคู่นั้นช่างดูซื่อใส เหมือนไม่เข้าใจอะไรเลยสักนิด

“ชุดนี้ก็ดีกว่าชุดปกติตั้งเยอะนะคะ” เธอไล้ปลายนิ้วสัมผัสชุดกระโปรงด้วยรอยยิ้มภาคภูมิใจ “ชุดที่ท่านหญิงพริสซิลล่ายกให้ชุดนี้สวยดีออกค่ะ ของนี่เป็นของที่พี่สาวยกให้...เอ่อ ฉันหมายถึงท่านหญิงน่ะค่ะ ชุดนี้เป็นชุดที่ท่านหญิงยกให้ แถมตอนที่ท่านหญิงสวมก็ดูสวยน่ารักกว่าใครใคร จะไม่เหมาะสมได้ยังไงกันคะ”

มองแววตาหญิงรับใช้ก็รู้แล้ว ว่าชุดนี้ไม่เหมาะเพราะอะไร

ชุดที่ทั้งเก่าทั้งสีซีดขนาดนี้ มีคุณหนูลูกผู้ดีที่ไหนสมควรสวมใส่บ้าง

แต่ อัยน์นา ไร้สกุล ใช่คุณหนูลูกผู้ดีเสียเมื่อไหร่

อัยน์นาคลี่ยิ้มอ่อนโยนให้หญิงรับใช้ผู้จ้องมองเธอด้วยแววตากึ่งเวทนา ก่อนก้าวเดินออกจากห้องส่วนตัวด้วยท่าทีสำรวมสมเป็นกุลสตรี ทั้งที่ในใจเต็มไปด้วยเรื่องเสียดสีตัวเองพรรค์นี้

เธอก็แค่ลูกนอกสมรสคนนึงเท่านั้น

ธิดานอกสมรสของท่านเจ้ากรมการเมืองเดินยกชายกระโปรงไปตามพื้นปูอิฐตัดเรียบ ซึ่งเป็นทางเชื่อมระหว่างเรือนพักคนรับใช้และตึกใหญ่อันเป็นสถานที่พำนักของเหล่าเจ้าบ้าน

จากทางเดินเล็กๆ นี้ อัยน์นาพบว่าตึกใหญ่ช่างดูคล้ายภูเขาสูงเด่นตระหง่านที่รายรอบด้วยต้นไม้และเสาหิน ความใหญ่โตของมันทำเอาเธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นมนุษย์ตัวเล็กๆ ที่ได้แต่เฝ้ามองยอดเขาสูงชันจากเบื้องล่าง แล้ววาดหวังว่าสักวัน จะได้ขึ้นไปยืนสูดอากาศข้างบนนั้น

หญิงสาวไล่สายตามองกรอบประตูระเบียงกว้างและขอบหน้าต่างคฤหาสน์หลังงาม ขอบปูนนูนสวยเหล่านั้น ล้วนสลักลายตราประจำตระกูลแกรนเทรนท์อันเก่าแก่ บ่งบอกชัดเจนว่าคฤหาสน์หลังนี้เป็นสิ่งที่สร้างเพื่อสายเลือดแกรนเทรนท์ มิใช่เพื่อสายเลือดอื่นใด

ใช้เวลาไม่นานนัก อัยน์นาก็เดินมาถึงห้องหนังสือห้องใหญ่บนชั้นสองที่เธอคุ้นชิน

ทีแรก เธอคิดว่าตัวเองอาจจะสาย แต่ปรากฏว่า นอกจาก เจ้ากรมการเมือง กับชายสองคนซึ่งสวมทับเสื้อผ้าฝ้ายด้วยเสื้อกั๊กทรงสั้นอย่างที่พวกศิลปินนอกราชสำนักนิยมทำ ภายในห้องกลับไม่ปรากฏร่างผู้ถูกเรียกตัวรายอื่นเลยสักคน

ชายทั้งสามกวาดตาดูเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาต่างๆ กัน แต่เมื่อทั้งหมดสังเกตเห็นชายลูกไม้ขาดๆ เข้า ก็สีหน้าสลดลง

“อัยน์นา” เจ้าบ้านเรียกเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนยิ่ง “มานี่ มายืนตรงนี้”

มายืนข้างๆ พ่อ เธอแอบคาดหวังว่าท่านเจ้ากรมการเมืองจะพูดคำนั้น...แต่ก็ไม่

คนทั้งสี่รอสมาชิกอีกสามรายอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุด ท่านผู้หญิงเจ้ากรมการเมืองผู้งดงามทว่าให้ความรู้สึกแข็งกระด้างอย่างน่าประหลาด ก็เดินนำลูกสาวทั้งสองเข้ามาพร้อมๆ กัน

ขุนนางสูงวัยรอให้พวกนางนั่งลงอย่างเหมาะสมแล้วจึงสั่งให้นักขับลำนำและสหายเริ่มขับกล่อมนิทานเพลง

เสียงพิณหวานปนเศร้าดังขึ้นในวินาทีนั้น

เมื่อคนเป็นนักดนตรีบรรเลงเพลงได้สักพัก อัยน์นาก็สังเกตเห็นหยาดเหงื่อเม็ดโตค่อยๆ ผุดพรายบนใบหน้า เธลม่า แกรนเทรนท์ ทั้งๆ ที่ท่านผู้หญิงเจ้ากรมการเมืองคนนี้ มักฉาบเครื่องสำอางเอาไว้อย่างแน่นหนา

ดูท่า ท่านผู้หญิงเองก็คงเคยได้ยินนิทานเพลงเรื่องนี้มาก่อน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 116

    ให้พวกคนงานกับบรรดาผู้ติดตามคนสนิทรู้ว่าแถบนี้มีปีศาจปีกดำในเรื่องเล่าวนเวียนไม่ห่างรังแต่จะสร้างความหวาดกลัว ยิ่งถ้าเปิดเผยความจริงเรื่องที่นายจ้างประวัติไม่แน่ชัดร่วมมือกับสิ่งที่ชาวเมืองเรียกขานว่า ‘ปีศาจ’ ออกไป ก็ยากจะเดาว่าทุกคนจะมีปฏิกิริยาแบบไหนพวกเขาจะยอมรับและเชื่อใจไซรัสต่อไป หรือหวาดหวั่นเกลียดชังจนเอาใจออกห่าง ก็ยากจะคาดเดา“คุณไม่ได้โกหกคุณพ่อเลยสักนิด...” อย่างน้อยๆ ก็เรื่องที่มาอัญมณีกับพื้นเพ...ถึงเขาจะบอกไม่หมดก็เถอะ แต่ก็ยังอยู่ในฐานที่ยอมรับได้“เชื่อใจแล้วหรือ”“ไม่เชื่อได้เหรอคะ พามาดูตั้งขนาดนี้”“นึกว่าต้องขอให้ ‘คนมีปีก’ ของคุณ มายืนยันใกล้ๆ ซะแล้ว”อัยน์นาเหลียวมองคนงาน กลัวจะมีใครได้ยินบทสนทนาล่อแหลมนี้ เธอดูจนแน่ใจว่าทุกคนจดจ่ออยู่กับอัญมณีล้ำค่าไม่ได้ใส่ใจจะมองมาทางนี้แม้แต่น้อย ถึงค่อยขยับริมฝีปากพูดตอบโต้“แค่นี้ก็รู้แล้วล่ะค่ะ ว่าเป็นมิตร” ถ้าไม่เป็นมิตร คงเข้าจู่โจมขับไล่คณะเดินทางคณะนี้นานแล้ว... “แล้วปีกที่เห็นก็ใช้บินได้จริงๆ ไม่ใช่ปีกของปลอมที่ปั้นแต่งขึ้นจากฝีมือศิลปินชั้นครู”เจ้าของใบหน้าคมคายเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง “ก่อนหน้านี้คงไม่ได้คิดว่ามีใคร

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 115

    เธอพอเดาออก ว่าเขาจับมือเธอมาวางตรงนี้ ก็เพราะอยากแสดงออกว่าจริงใจในตำรา ‘ภาษากาย’ ที่เขียนขึ้นโดยคณะปราชญ์เวเนเซีย บอกไว้ว่า ในยามปกติ หัวใจคนเราจะเต้นอย่างสม่ำเสมอ และจะเต้นเร็วขึ้นได้เมื่อเหน็ดเหนื่อย เครียดจัด เป็นไข้ตัวร้อน หรือตื่นเต้น ตกใจเมื่อใครสักคนโกหก คนคนนั้นย่อมเกิดความเครียด ใจจะคอยลุ้นระทึก และต้องคอยระมัดระวังไม่ให้ตัวเองเผลอเผยพิรุธ ทำให้เกิดความกดดันในใจจนเลือดลมวิ่งพล่าน เมื่อจิตใจและร่างกายปั่นป่วน หัวใจก็จะพานเต้นเร็วขึ้นดังนั้น ถ้าไซรัสไม่ได้โกหก ก้อนเนื้อในช่องอกเขาก็ควรเต้นอย่างสม่ำเสมอ...แล้วตอนนี้หัวใจไซรัสก็เต้นเป็นจังหวะมั่นคงสม่ำเสมอจริงๆหรือไซรัสจะไม่ได้โกหก...หรือความลับทั้งหมดที่เขาปิดบังไว้มีแค่นี้...มีเท่าที่เขาเฉลยให้ฟัง ความใคร่รู้ทำให้อัยน์นาเผลอจ้องลึกลงในตาเขาฉับพลัน หัวใจดวงที่เคยเต้นเป็นจังหวะมั่นคงก็ค่อยๆ เต้นเร็วขึ้นและแรงขึ้นนอกจากมันจะทำให้คนพยายามวิเคราะห์งุนงงแล้ว ยังดึงให้หัวใจเธอเต้นแรงและเร็วตามไปด้วยอย่างไม่น่าจะเป็นตอนนี้เธอรู้สึกถึงหัวใจในช่องอกแกร่งชัดเจนเหมือนไซรัสถอดหัวใจมาวางไว้ในมือเธอหัวใจ...ครืน!!! เสี

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 114

    เมื่อพิจารณาข้อที่ไซรัสเคยพาคนสนิทใช้เส้นทางนี้ลักลอบขุดขนอัญมณีมาแล้ว เธอคิดว่าน่าจะไม่ใช่อย่างหลังถ้าที่นี่มีอันตรายยิ่งใหญ่อยู่เหนือการควบคุมจริง ราจีฟที่เก็บสีหน้าไม่เป็นก็ต้องดูกังวลดูหวาดกลัวกว่านี้แต่นี่ไม่เลย...นอกจากไซรัสแล้ว กลุ่มผู้ติดตามคนสนิทที่น่าจะเคยมาที่นี่อย่าง ทอม จอห์น ราจีฟ ทุกคนดูเป็นปกติดี ถึงจะดูขยาดงูตามเถาไม้กันอยู่บ้าง แต่โดยรวมแล้วก็ดูสีหน้าเรียบเฉย กระทั่งเห็บดูดเลือดตัวกว่าครึ่งข้อนิ้วก้อยร่วงลงมาเกาะลำคอก็ยังไม่ได้มีความตื่นเต้นตกใจ ไม่สะดุ้งสะเทือนเลยสักนิดจู่ๆ คนที่เธอจับจ้องก็มองกลับ แววตาเขาตอนสบตาเธอฉายแววกังวล...แต่ก็เพียงครู่เดียวเท่านั้นไซรัสคลี่ยิ้มให้เธอแบบเดียวกับที่ยิ้มให้มาหลายต่อหลายหน แล้วพยักหน้าคล้ายเชื้อเชิญให้เดินออกไปรวมกลุ่มกับคนอื่นๆเธอจับทางเขาได้แล้ว...ยิ้มน้อยๆ ดูสุขุม สงบ อบอุ่นจริงใจแบบนี้ เป็นรอยยิ้มเสแสร้งแกล้งกลบเกลื่อนชัดๆอัยน์นารอให้ ‘สามี’ สั่งการเสร็จสิ้น ถึงค่อยขยับเข้าเลียบเคียงถาม“สีหน้าคุณดูไม่ดีเลย มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ”เขาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนตอบคล้ายพึมพำ “อากาศเย็นเกินไป”อากาศเย็น...แล้วยังไงล่ะ?“ไม่มีอ

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 113

    เห็นนายท่านออกคำสั่ง นายหญิงพยักหน้าสำทับ ผู้ติดตามหญิงทั้งสองก็ไม่กล้าชักช้าทั้งคู่รีบเก็บข้าวของ ออกเดินทาง โดยมีพวกผู้ติดตามชายช่วยกันขนท่อนไม้หนักๆ สามสี่ท่อนขึ้นวางในรถม้า นัยว่าจะให้รถหนักจนเกิดร่องรอยคล้ายรถที่บรรทุกคนจำนวนมากเมื่อรถม้าเคลื่อนห่างออกไป อัยน์นาก็สังเกตเห็นว่าทุกคนกำลังช่วยกันแยกชิ้นส่วนรถม้าอีกคัน แล้วนำแต่ละชิ้นกระจายวางตามจุดต่างๆ เอาดินกลบบ้าง เอาฟาง เอาเศษใบไม้ เอาเถาวัลย์กลบบ้างรอจนทุกคนกลบร่องรอยเรียบร้อยแล้ว ทอมก็แจกจ่ายถุงขนสัตว์หนานุ่มคนละสองถุง คนที่รูปร่างสูงใหญ่หุ่นหนาหน่อยอย่างราจีฟจะได้แจกมากถึงสี่ถุง อัยน์นากำลังจะถามคนข้างตัวว่าเอาสิ่งนี้มาทำไม ก็เห็นคนงานพากันสวมถุงที่ว่าทับรองเท้าแล้วเอาเชือกหนังรัดไว้แน่นหนาเมื่อลองสวมตามแล้วก้าวขาดู อัยน์นาถึงได้รู้ว่ายังมีวิธีการกลบร่องรอยที่ได้ผลชะงัดอยู่หนึ่งอย่าง นั่นคือ การป้องกันไม่ให้เกิดร่องรอยเสียตั้งแต่แรกเธอเหลียวมองตา ‘สามี’ อีกหน คราวนี้เขามองกลับด้วยดวงตาฉายแววเจ้าเล่ห์อย่างไม่ปิดบัง ดูก็รู้ ว่าสาเหตุหลักที่ผู้ชายคนนี้ส่งมาธากับโรสแยกไปอีกทางแทนการใช้งานคนของตัวเองไม่ใช่เหตุผลเรื่องการพรางร

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 112

    ‘...สงสัยอะไรค่อยคุยกันวันหลังเถอะ...’ แค่ได้ยิน คนฟังก็แน่ใจ ว่าอย่างน้อยๆ ไซรัสน่าจะได้ยินสองประโยคหลังเข้าเต็มๆทั้งๆ ที่เป็นอย่างนั้น เขากลับวางสีหน้าเรียบเฉย สั่งการผู้ติดตามเฉียบขาด คล่องแคล่ว ทำราวกับเรื่องพูดคุยลับหลังระหว่างเธอกับราจีฟไม่ได้สลักสำคัญอะไรแม้แต่น้อย ทำเอาราจีฟที่ตอนเห็นหน้าไซรัสยังเผลอสะดุ้งพลอยดูคล้ายจะลืมเรื่องที่เกิดขึ้น ดูจากสีหน้าท่าทาง...เผลอๆ ผู้ติดตามรายนี้จะลืมประโยคที่เธอจงใจพูดเพื่อให้หลงมาช่วยเธอค้นหาความจริงอีกแรงไปแล้วด้วยซ้ำหลังพูดคุยแบ่งหน้าที่กันเสร็จสรรพ ทุกคนก็รีบกินมื้อเย็นแล้วเก็บกวาด กลบกลิ่น จากนั้นก็ใช้ฝุ่นดินลบรอยเท้าไล่มาตั้งแต่รอบบริเวณบ้านเข้ามาจนถึงด้านใน ทั้งยังเอาข้าวของบางส่วนในโถงชั้นล่างที่โรสกับมาธาช่วยกันเก็บกวาดมาแล้วหนหนึ่งออกไปจัดวางให้ดูระเกะระกะ แล้วเป่าฝุ่นดินเข้าใส่ ลบร่องรอยการหยิบจับออกไปอย่างน่าพิศวงเห็นสภาพคล้ายรกร้างที่คนเหล่านี้จงใจทำแล้ว อัยน์นาก็ได้แต่บีบมือปลอบโรสกับมาธาที่สู้อุตส่าห์ช่วยเธอทำความสะอาดพื้นที่บางส่วนที่จำเป็นต้องใช้ อาทิ โถงรับประทานอาหาร ห้องครัว ทางเดิน บันได และห้องนอนบนชั้นสองและสาม“เท่า

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 111

    “ฉันเจอไซรัสครั้งแรกที่ย่านร้านค้า...วันนั้น ฉันโดนใช้ให้ออกไปซื้อทับทิมจากร้านผักผลไม้ที่อยู่คนละฟากกับตึกสี่ชั้น เราสบตากันครั้งแรกก็ตอนนั้น...” อัยน์นาทิ้งตัวลงนั่งบนรากไม้ใหญ่ที่โก่งลำสูงขึ้นราวเข่า ปากก็เล่าเรื่องราว ‘การพบกันแสนน่าประทับใจ’ ด้วยใบหน้าอาบรอยยิ้ม “ตอนนั้นเขาโดดเด่นกว่าใคร เขาดูสงบนิ่งภูมิฐานเหมือนขุนนางใหญ่แต่กลับเที่ยวเดินลอยชายในเมืองในสภาพปล่อยผมสีดำยาวเป็นอิสระ มองจากผมยาวเงางามกับผิวพรรณที่ดูสะอาดสะอี่...เขาเหมือนกวีราชสำนัก แต่กลับแต่งตัวคล้ายพวกนักเผชิญโชค ดูสมบุกสมบันขัดลักษณะท่าที ไซรัส...สามีฉัน มีส่วนผสมที่แปลกประหลาด แต่ในความประหลาด ในความแตกต่าง เขากลับดูดีกว่าใคร มองยังไงก็โดดเด่นจนละสายตาไม่ได้” คนตั้งใจมาสืบความวกเข้าเรื่องที่ต้องการถาม น้ำเสียงคล้ายชวนคุย “ตอนพบกันครั้งแรกไซรัสดูเป็นยังไงบ้างคะ เขาดูต่างจากที่ฉันเจอมาบ้างหรือเปล่า? ”“เขาน่ะรึ? ” ราจีฟทิ้งตัวลงนั่งบนรากไม้ฝั่งตรงข้าม ท่าทางผ่อนคลายมากขึ้น “ไซรัสตอนนั้นน่ะ น่ากลัวสิ้นดี” พูดแล้วนักสู้ผิวเข้มก็สะบัดหัวสะบัดตัวเหมือนขนลุกเมื่อนึกถึง“ยังไงคะ”“นิ่ง เงียบ ทรงอำนาจ ในมือไม่มีมีดไม่มีด

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 41

    “ทุกอย่างมีทั้งข้อดีข้อเสียครับ”“ผมทำงานมานาน พอจะจับสังเกตได้ว่า ถึงทุกอย่างในโลกนี้จะมีทั้งข้อดีข้อเสีย แต่เวลาให้คุณค่า กับบางเรื่องเราให้คุณค่ามันแบบกลางๆ ไม่ได้ บ่อยครั้งโลกจะบังคับให้เราต้องเลือก...เลือกว่าจะมองเห็นบางเรื่องไปในทางไหนมากกว่ากัน ระหว่างดี กับเลว&rdq

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 40

    ยามเมื่อรถม้าขัดเงาประดับตราขุนเขาแฝดสามลูกเคลื่อนผ่าน ชาวเมืองต่างพร้อมใจหลีกทางให้ ทำราวกับรถม้าคันนี้เป็นราชรถที่ไม่ควรกรายใกล้ ทุกคนต่างรู้ว่าตราสัญลักษณ์นั้น คือตราประจำตระกูลวิลส์ตันความเคารพยำเกรงอันน่าอัศจรรย์นี้ไม่ได้ทำให้ไซรัสแปลกใจเท่าไหร่นัก ตรงก

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 40

    ยามเมื่อรถม้าขัดเงาประดับตราขุนเขาแฝดสามลูกเคลื่อนผ่าน ชาวเมืองต่างพร้อมใจหลีกทางให้ ทำราวกับรถม้าคันนี้เป็นราชรถที่ไม่ควรกรายใกล้ ทุกคนต่างรู้ว่าตราสัญลักษณ์นั้น คือตราประจำตระกูลวิลส์ตันความเคารพยำเกรงอันน่าอัศจรรย์นี้ไม่ได้ทำให้ไซรัสแปลกใจเท่าไหร่นัก ตรงก

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 37

    “คุณพ่อ...แน่ใจแล้วเหรอคะ” เธอถามน้ำเสียงจริงจัง มั่นใจว่าท่านเจ้ากรมจะรู้ความนัย แล้วสายตาที่ท่านเจ้ากรมการเมืองสูงวัยส่งกลับมา ก็บอกให้อัยน์นารู้ ว่าท่านเจ้ากรมการเมืองข้างกายเข้าใจความ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status