Share

บทที่ 6

Penulis: Karawek House
last update Tanggal publikasi: 2025-08-15 15:31:40

ไซรัสนึกภาพตามได้ไม่ยาก “แล้วเรื่องนั้นมีมูลความจริงสักกี่มากน้อย?”

                “ไม่มีมูลเลยสักนิด” อารีตอบโดยไม่ต้องคิด “หลังรู้ข่าวว่าผู้หญิงคนนั้นโดนเผาทั้งเป็น คงเพราะค้างคาใจ ลูคัสถึงได้ค่อยๆ เลียบๆ เคียงๆ ถามผู้คนไปทั่ว เจ้านั่นเที่ยวสืบเสาะจนรู้ว่าพยานที่มาให้การล้วนเป็นพวกละโมบโลภมาก ส่วนหลักฐานที่พวกเขาใช้ปรักปรำผู้หญิงโชคร้ายนั่นก็เป็นข้าวของที่ไม่เคยมีใครในหมู่บ้านรู้เห็นว่าเป็นของผู้หญิงคนนี้...พยานคนหนึ่งยังเคยหลุดปากพูดตอนลูคัสหลอกเลี้ยงเหล้า ว่าเมื่อไม่นานมานี้เพิ่งมีลาภลอย เพราะจู่ๆ ก็มีคนที่เขาเองก็ไม่รู้ว่าใครมาจ้างวานให้ไปให้การคดีที่เขาไม่รู้เรื่องอะไรด้วย...แค่ยอมไปตอบว่า ‘ใช่ขอรับ’ เท่านั้น ก็ได้ของมีค่ามากมาย”

                “ช่างหยาบช้าดีแท้” ไซรัสออกความเห็นเรียบๆ สีหน้าไม่ทุกข์ไม่ร้อน “ตอนนี้มนุษย์ประนามว่าสิ่งมีชีวิตที่ครอบครองดินแดนเร้นลับหลังแนวเขาเป็นปีศาจร้ายกาจจอมเจ้าเล่ห์ พอได้ยินเจ้าพูดแบบนี้แล้ว ก็อดคิดไม่ได้ ว่าใครกันแน่ที่ชั่วร้ายมากเล่ห์กว่ากัน”

                พูดแล้วไซรัสก็อดนึกถึงสภาพน่าขันของโลกนี้ไม่ได้

ทั้งๆ ที่โลกนี้มีสิ่งมีชีวิตอื่นอีกมากมายที่ดูแตกต่างจากมนุษย์ แต่พวกเขากลับเลือกชิงชังสิ่งมีชีวิตในดินแดนเร้นลับ แล้วอุปโลกน์ไปว่า สิ่งมีชีวิตที่แตกต่างจากตนชนิดนี้ เป็นสิ่งชั่วร้าย

                ไซรัสคิดว่า ที่มนุษย์ชิงชังสิ่งมีชีวิตในดินแดนเร้นลับหลังแนวเขาอาจเป็นเพราะพวกเขาพบว่าเผ่าพันธุ์ที่ตนไม่รู้จักเหล่านี้มีทั้งพละกำลัง มนตรา มันสมอง และวิทยาการ เรียกได้ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตประเภทที่ดูจะเหนือกว่าพวกเขาทุกด้าน และความเหนือกว่าทั้งหมดทั้งมวลที่ว่ามานี้ ก็ทำให้มนุษย์ซึ่งหลงคิดว่าตนเองเป็นผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของวิวัฒนาการและห่วงโซ่อาหารรู้สึกไม่ปลอดภัย

                เมื่อรู้สึกว่าอาจไม่ปลอดภัย ก็หวาดกลัว

                เมื่อหวาดกลัว ก็กล่าวโทษ

ไม่เพียงกล่าวโทษเท่านั้น ทุกวันนี้มนุษย์ยังคิดเอาชนะความกลัวในใจด้วยการทำลายล้างเผ่าพันธุ์โบราณหลังแนวเขาอีกด้วย

                “เป็นสิ่งมีชีวิตจากดินแดนเร้นลับอะไรนั่นมันย่ำแย่นักรึ เมื่อก่อนมนุษย์ยังเคยนับถือบางพวกในดินแดนนั้นว่าเป็นเทพ เทวดา เสียด้วยซ้ำ เท่าที่ฟังมา นอกจากรูปกายภายนอก ข้าไม่เห็นว่าพวกเผ่าพันธุ์โบราณจากดินแดนเร้นลับทั้งหลายกับมนุษย์จะแตกต่างกันตรงไหน”

                อารีจ้องมองไซรัสด้วยแววตาไม่สบายใจ เขาทำท่าจะพูดอะไรสักอย่าง แต่โดนเสียงแปลกแปร่งตามประสาเด็กแตกเนื้อหนุ่มจากโทมัสดังขัดขึ้นเสียก่อน

                “นายท่าน” เด็กหนุ่มผมทองตัดสั้นเอ่ยน้ำเสียงกระหืดกระหอบ “คนของท่านเจ้ากรมการคลังรอท่านอยู่ข้างล่าง พวกทหารทั้งนั้น มากันเต็มไปหมด!”

                เจ้าของอาคารเดินนำผู้ติดตามผิวสีและเด็กหนุ่มผมทองลงไปยังโถงกว้างด้านล่าง ซึ่งเปิดเป็นร้านซื้อขายเครื่องประดับและแพรพรรณ                

                ทันทีที่ชายเจ้าของกิจการปรากฏตัว นายทหารรูปร่างท้วมก็ลุกจากม้านั่งที่จัดไว้ให้ลูกค้า แล้วปราดเข้าหาชายหนุ่มด้วยท่าทีขึงขัง

                “คุณรึ เจ้าของตึกหลังนี้คนใหม่”

                “ถูกแล้ว” ไซรัสตอบด้วยท่าทีสงบนิ่งดั่งขุนนางใหญ่ ทำเอาหัวคิ้วอีกฝ่ายขมวดมุ่นเข้าหากันโดยอัตโนมัติ

                “คุณคงมาจากอาณาจักรอัสกันด์” นายทหารร่วงท้วมเอ่ยอย่างไม่แน่ใจนัก และไซรัสก็พอใจจะปล่อยให้นายทหารตรงหน้าเลือกเชื่อเอาตามที่คิด

                “คนของผมบอกว่าคุณเป็นคนของท่านเจ้ากรมการคลัง ไม่ทราบว่าท่านเจ้ากรมมีธุระอะไรกับผม ถึงต้องส่งทหารในจวนมามากมายเพียงนี้” เขาจงใจเลือกใช้สำนวนการพูดการจาอย่างชนชั้นสูง

นั่นทำให้รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏบนใบหน้าอารีและลูคัส ผู้แม้จะเป็นชนชั้นล่างทั้งคู่ แต่ก็สามารถช่วยให้คนที่มีข้อเสียเพียงหนึ่งเดียวคือเรื่องที่ดูเหมือนจะเป็นคนชนชั้นล่างจากต่างแดนอย่างเขา สามารถเรียนรู้วิถีแห่งชนชั้นสูงของอาณาจักรนี้ได้ในเวลาแค่ไม่ถึงเดือน

 “หามิได้ สายข่าวเรารายงานว่ามีชาวเมืองกลุ่มนึงลักลอบสั่งสมสินค้าอันตราย อาทิ ดินปืน น้ำมันดิน ท่านเจ้ากรมการคลังเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสินค้าและการคลังที่ท่านดูแล ก็เลยส่งผมมาตรวจตรา” นายทหารล้วงมืออวบอูมหยิบซองจดหมายสีขาวออกมายื่นให้เจ้าของอาคาร “ท่านเจ้ากรมการคลังทราบอยู่ก่อนแล้ว ว่ามีพ่อค้าอัญมณีและแพรพรรณจากต่างแดนเพิ่งเปิดร้านรวงใหญ่โตในย่านร้านค้า ท่านใคร่เชิญคุณไปงานเลี้ยงระดมทุนที่คฤหาสน์ แต่ไม่ต้องการใช้บ่าวไพร่สามัญมาเชิญคุณ ครั้นจะเดินทางมาด้วยตัวเองก็ติดเรื่องที่ช่วงนี้ภารกิจมากมายนัก ประเหมาะเคราะห์ดีเห็นว่าผมต้องมาที่นี่พอดี ก็เลยไหว้วานให้ผมถือเทียบมาเชิญคุณด้วยตัวเอง”

                ไซรัสก้มมองตราประทับขุนคลังบนครั่งสีชาดแล้วถาม “ไม่ทราบว่าท่านเจ้ากรมการคลังมีอัญมณีที่พึงใจเป็นพิเศษบ้างหรือไม่?”

                “ช่วงนี้ท่านเจ้ากรมการคลังดูจะสนใจทับทิมเป็นพิเศษ”

คำตอบนี้ทำให้ไซรัสรู้ในทันที ว่าข่าวการค้นพบทัมทิมเม็ดเขื่อง คงแพร่ไปถึงหูขุนคลังรายนี้แล้ว

                “แล้วคุณล่ะ”

คำถามถัดมาทำเอานายทหารร่างท้วมฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันแทบทุกซี่

                “ผมชอบอัญมณีทุกชนิด พวกมันสวยงามกันคนละแบบ”

                “ลูคัส” ไซรัสเหลียวมองไปทางชายรูปร่างสูง โปร่ง ผมสีน้ำตาลตัดสั้น ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวกับกางเกงขายาว สวมทับเสื้อเชิ้ตด้วยเสื้อกั๊กอย่างพวกศิลปิน

ไม่นานนัก ชายร่างสูงก็ถือหีบไม้สีแดงคล้ำเหมือนเลือดแห้งออกมาหานายทหาร

“ในนี้มีแหวนประดับอัญมณีน้ำงามสำหรับสุภาพบุรุษอยู่หลายวง” ไม่ต้องรอให้ไซรัสพูดจบประโยคดี ลูคัสก็เปิดหีบต่อหน้านายทหารร่างท่วมอย่างรู้งาน “คุณเป็นทหารที่ทำงานหนักเพื่อผู้คนในอาณาจักร นี่เป็นสิ่งตอบแทนน้ำใจเล็กน้อยจากผม เชิญคุณเลือกหยิบไปหนึ่งวงได้ตามใจ จะหยิบเผื่อภรรยาด้วยอีกวงก็ได้”

“คุณนี่ช่างเป็นสุภาพบุรุษที่ใจกว้างสมคำร่ำลือ” คนได้ของกำนัลรีบเลือกหยิบแหวนจากในหีบด้วยท่าทีที่ดูกระตือรือร้น คล่องแคล่ว ไม่มีอาการกระดากอายหรือตะขิดตะขวงใจเลยสักนิด

ทหารในจวนเจ้ากรมการคลังช่างรับของกำนัลคล่องแคล่วนัก...เขาประเมินจากผลการทดสอบตรงหน้า

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ไซรัสพบว่า แม้แต่พ่อค้าที่ล้วนรู้ราคาของและมุ่งหวังทรัพย์สินเงินทองกว่าสิ่งใด ก็ยังรู้จักเกรงใจและลังเลเมื่อมีใครใคร่มอบของกำนัล

การที่นายทหารจากจวนขุนคลังคุ้นชินกับการรับของกำนัล ก็คิดได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

“ตาถึงนัก” ไซรัสเอ่ยชมแกมประชด เมื่อเห็นชายร่างท้วมสวมแหวนเนื้อเงินรมดำประดับอัญมณีสีใสบนนิ้วชี้ “วงที่ท่านถืออยู่ ถึงหัวแหวนจะดูเล็กกว่าเพื่อน แต่วงนั้นแพงที่สุดในหีบ มันเป็นแหวนประดับเพชร น้ำงามมากทีเดียว”

“เพชรรึ!”

“วงนี้มีวงที่เข้ากันอยู่อีกวง” เจ้าของกิจการค้าเครื่องประดับและแพรพรรณหยิบแหวนสีเงินเกลี้ยงเกลาประดับเพชรเม็ดสวยส่งให้นายทหาร “เรือนแหวนเล็ก กะทัดรัด เหมาะกับสุภาพสตรี ภรรยาคุณน่าจะชอบ”

นายทหารมองแหวนทั้งสองวงด้วยแววตาเป็นประกาย

“คุณช่างใจกว้างเหลือเกิน ทำการค้าแบบนี้สิดี ไม่นานนักคุณต้องกลายเป็นที่รักของคนทั้งเมือง ทุกคนจะรักคุณ เชื่อผมสิ!” ว่าจบ ชายร่างท้วมก็หัวเราะร่าแล้วเดินเข้าจับมือเจ้าของอาคารดั่งมิตรชิดใกล้ “ช่วงนี้ผมมีธุระต้องออกนอกเมือง เราอาจไม่ได้พบกันอีกสักพัก” ไม่ทันทีที่ไซรัสจะได้ตอบอะไร ชายร่างท่วมก็ตบต้นแขนเขาเบาๆ เหมือนสนิทสนมกันมาแรมปี “พบกันในงานเลี้ยงที่คฤหาสน์ท่านเจ้ากรมการคลัง สหาย ไปให้ได้ อย่าให้ผมกับท่านเจ้ากรมผิดหวังล่ะ ผมล่ะอยากแนะนำคุณให้คนอื่นๆ รู้จักนัก เมืองนี้สมควรได้รู้จักพ่อค้าใหญ่ใจกว้างเช่นนี้ ท่านเจ้ากรมการคลังเองก็คงคิดไม่ต่างกัน”

ไซรัสยิ้มน้อยๆ เป็นการตอบรับ

                “วันนี้ผมคงต้องขอตัวก่อน” ชายร่างท้วมเหลียวมองลูกค้าทุกรายในร้านแล้วค้อมหัวให้ทุกคนเล็กน้อย ราวกับต้องการขอโทษขอโพยที่พาทหารมากมายเข้ามาเดินเกะกะ ก่อนจะพาทหารชั้นผู้น้อยทั้งหมดเดินออกจากอาคารไปด้วยรอยยิ้ม

                รีบร้อนกลับ ทำเหมือนกลัวคนให้ของจะเปลี่ยนใจ

                “เหอะ...หมูสกปรก” โทมัสพึมพำทันทีที่พวกทหารคล้อยหลัง “นายท่านไม่น่าให้แหวนราคาแพงสองวงนั่น” เด็กหนุ่มบ่นอย่างอดไม่ได้ “ข้ารู้จักเจ้านั่น มันเป็นลูกพี่ลูกน้องของภรรยาท่านเจ้ากรมการคลัง ไม่มีความสามารถอะไร ไม่เคยออกรบ ว่ากันว่าได้เป็นทหารยศใหญ่โตเพราะเส้นสาย วันๆ ไม่ทำอะไร นอกจากคอยรีดไถ คอยทำงานสกปรกๆ ให้เจ้ากรมการคลัง”

                อารีทำท่าจะออกปากดุ แต่ไซรัสส่งสัญญาณมือห้ามไว้

                “เจ้าควรเรียนรู้ที่จะเก็บอารมณ์เสียบ้าง” เจ้าของกิจการหนุ่มเหลียวมองรอบตัว เมื่อเห็นว่าทุกคนล้วนอยู่ห่างไกล ทั้งยังกำลังง่วนอยู่กับการซื้อขายไม่มีใครใส่ใจมองมาทางนี้เลยสักคน เขาก็ย่อตัวลงในระดับสายตาเด็กหนุ่ม แล้วสอนสั่ง “จำไว้ให้ดี โทมัส การผูกมิตรไม่ใช่เรื่องเสียหาย คนเราไม่ว่าจะทำการค้าหรือทำงานใด ผูกมิตรไว้ก่อนเป็นดี ดูแต่นกบนฟ้าสิ ไม่ว่าจะตัวใหญ่หรือเล็กก็ล้วนแต่มีขน เพราะอะไร เจ้ารู้ไหม?”

                “เพราะนั่นเป็นธรรมชาติของมัน”

                “ผิดแล้ว ที่มันต้องมีขน เป็นเพราะมันจำเป็นต้องมีขน” เขาลุกขึ้นยืน แล้วจูงมือเด็กหนุ่มเดินกลับขึ้นบันได ปากก็พร่ำสอนต่อไปด้วยน้ำเสียงที่แม้จะราบเรียบ แต่กลับฟังดูอ่อนโยนอย่างน่าประหลาด “ขนทุกส่วน โดยเฉพาะขนปีกช่วยให้มันบินได้” เขายังคงกล่าวต่อไป “ไม่เพียงเท่านั้น ขนยังช่วยปกป้องมันจากสภาพแวดล้อม นกตัวไหนไม่มีขน ยามเจอลมพายุก็หนาวสั่น ยามเผชิญอากาศร้อนก็แสบเนื้อแสบตัว”

                “เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการสร้างรากฐานที่ท่านเคยพูดถึงใช่ไหม?” เด็กหนุ่มถาม

                “ใช่” เขาหยุดเดินแล้วหันกลับไปมองภาพลูกค้ามากมายเดินขวักไขว่อยู่ในโถงด้านล่าง “ลูกค้าเหล่านี้เองก็เป็นขน เครือข่ายผู้ค้ารายย่อยที่ข้าเพิ่งรวบรวมได้ก็เป็นขน”

                “แล้วท่านก็จะได้ขนปีกเส้นใหม่ๆ อีกมากจากงานเลี้ยงของ ‘ท่านเจ้ากรมการคลัง’ ”

                “ถูกต้อง” ไซรัสมองตรงไปข้างหน้าด้วยแววตามาดหมาย “เพื่อการใหญ่ เราอาจต้องฝืนใจบ้าง อาจต้องสวมหน้ากากบ้าง...แต่เชื่อเถอะ ผลประโยชน์ที่ตามมา มันจะคุ้มค่าแน่นอน”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 116

    ให้พวกคนงานกับบรรดาผู้ติดตามคนสนิทรู้ว่าแถบนี้มีปีศาจปีกดำในเรื่องเล่าวนเวียนไม่ห่างรังแต่จะสร้างความหวาดกลัว ยิ่งถ้าเปิดเผยความจริงเรื่องที่นายจ้างประวัติไม่แน่ชัดร่วมมือกับสิ่งที่ชาวเมืองเรียกขานว่า ‘ปีศาจ’ ออกไป ก็ยากจะเดาว่าทุกคนจะมีปฏิกิริยาแบบไหนพวกเขาจะยอมรับและเชื่อใจไซรัสต่อไป หรือหวาดหวั่นเกลียดชังจนเอาใจออกห่าง ก็ยากจะคาดเดา“คุณไม่ได้โกหกคุณพ่อเลยสักนิด...” อย่างน้อยๆ ก็เรื่องที่มาอัญมณีกับพื้นเพ...ถึงเขาจะบอกไม่หมดก็เถอะ แต่ก็ยังอยู่ในฐานที่ยอมรับได้“เชื่อใจแล้วหรือ”“ไม่เชื่อได้เหรอคะ พามาดูตั้งขนาดนี้”“นึกว่าต้องขอให้ ‘คนมีปีก’ ของคุณ มายืนยันใกล้ๆ ซะแล้ว”อัยน์นาเหลียวมองคนงาน กลัวจะมีใครได้ยินบทสนทนาล่อแหลมนี้ เธอดูจนแน่ใจว่าทุกคนจดจ่ออยู่กับอัญมณีล้ำค่าไม่ได้ใส่ใจจะมองมาทางนี้แม้แต่น้อย ถึงค่อยขยับริมฝีปากพูดตอบโต้“แค่นี้ก็รู้แล้วล่ะค่ะ ว่าเป็นมิตร” ถ้าไม่เป็นมิตร คงเข้าจู่โจมขับไล่คณะเดินทางคณะนี้นานแล้ว... “แล้วปีกที่เห็นก็ใช้บินได้จริงๆ ไม่ใช่ปีกของปลอมที่ปั้นแต่งขึ้นจากฝีมือศิลปินชั้นครู”เจ้าของใบหน้าคมคายเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง “ก่อนหน้านี้คงไม่ได้คิดว่ามีใคร

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 115

    เธอพอเดาออก ว่าเขาจับมือเธอมาวางตรงนี้ ก็เพราะอยากแสดงออกว่าจริงใจในตำรา ‘ภาษากาย’ ที่เขียนขึ้นโดยคณะปราชญ์เวเนเซีย บอกไว้ว่า ในยามปกติ หัวใจคนเราจะเต้นอย่างสม่ำเสมอ และจะเต้นเร็วขึ้นได้เมื่อเหน็ดเหนื่อย เครียดจัด เป็นไข้ตัวร้อน หรือตื่นเต้น ตกใจเมื่อใครสักคนโกหก คนคนนั้นย่อมเกิดความเครียด ใจจะคอยลุ้นระทึก และต้องคอยระมัดระวังไม่ให้ตัวเองเผลอเผยพิรุธ ทำให้เกิดความกดดันในใจจนเลือดลมวิ่งพล่าน เมื่อจิตใจและร่างกายปั่นป่วน หัวใจก็จะพานเต้นเร็วขึ้นดังนั้น ถ้าไซรัสไม่ได้โกหก ก้อนเนื้อในช่องอกเขาก็ควรเต้นอย่างสม่ำเสมอ...แล้วตอนนี้หัวใจไซรัสก็เต้นเป็นจังหวะมั่นคงสม่ำเสมอจริงๆหรือไซรัสจะไม่ได้โกหก...หรือความลับทั้งหมดที่เขาปิดบังไว้มีแค่นี้...มีเท่าที่เขาเฉลยให้ฟัง ความใคร่รู้ทำให้อัยน์นาเผลอจ้องลึกลงในตาเขาฉับพลัน หัวใจดวงที่เคยเต้นเป็นจังหวะมั่นคงก็ค่อยๆ เต้นเร็วขึ้นและแรงขึ้นนอกจากมันจะทำให้คนพยายามวิเคราะห์งุนงงแล้ว ยังดึงให้หัวใจเธอเต้นแรงและเร็วตามไปด้วยอย่างไม่น่าจะเป็นตอนนี้เธอรู้สึกถึงหัวใจในช่องอกแกร่งชัดเจนเหมือนไซรัสถอดหัวใจมาวางไว้ในมือเธอหัวใจ...ครืน!!! เสี

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 114

    เมื่อพิจารณาข้อที่ไซรัสเคยพาคนสนิทใช้เส้นทางนี้ลักลอบขุดขนอัญมณีมาแล้ว เธอคิดว่าน่าจะไม่ใช่อย่างหลังถ้าที่นี่มีอันตรายยิ่งใหญ่อยู่เหนือการควบคุมจริง ราจีฟที่เก็บสีหน้าไม่เป็นก็ต้องดูกังวลดูหวาดกลัวกว่านี้แต่นี่ไม่เลย...นอกจากไซรัสแล้ว กลุ่มผู้ติดตามคนสนิทที่น่าจะเคยมาที่นี่อย่าง ทอม จอห์น ราจีฟ ทุกคนดูเป็นปกติดี ถึงจะดูขยาดงูตามเถาไม้กันอยู่บ้าง แต่โดยรวมแล้วก็ดูสีหน้าเรียบเฉย กระทั่งเห็บดูดเลือดตัวกว่าครึ่งข้อนิ้วก้อยร่วงลงมาเกาะลำคอก็ยังไม่ได้มีความตื่นเต้นตกใจ ไม่สะดุ้งสะเทือนเลยสักนิดจู่ๆ คนที่เธอจับจ้องก็มองกลับ แววตาเขาตอนสบตาเธอฉายแววกังวล...แต่ก็เพียงครู่เดียวเท่านั้นไซรัสคลี่ยิ้มให้เธอแบบเดียวกับที่ยิ้มให้มาหลายต่อหลายหน แล้วพยักหน้าคล้ายเชื้อเชิญให้เดินออกไปรวมกลุ่มกับคนอื่นๆเธอจับทางเขาได้แล้ว...ยิ้มน้อยๆ ดูสุขุม สงบ อบอุ่นจริงใจแบบนี้ เป็นรอยยิ้มเสแสร้งแกล้งกลบเกลื่อนชัดๆอัยน์นารอให้ ‘สามี’ สั่งการเสร็จสิ้น ถึงค่อยขยับเข้าเลียบเคียงถาม“สีหน้าคุณดูไม่ดีเลย มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ”เขาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนตอบคล้ายพึมพำ “อากาศเย็นเกินไป”อากาศเย็น...แล้วยังไงล่ะ?“ไม่มีอ

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 113

    เห็นนายท่านออกคำสั่ง นายหญิงพยักหน้าสำทับ ผู้ติดตามหญิงทั้งสองก็ไม่กล้าชักช้าทั้งคู่รีบเก็บข้าวของ ออกเดินทาง โดยมีพวกผู้ติดตามชายช่วยกันขนท่อนไม้หนักๆ สามสี่ท่อนขึ้นวางในรถม้า นัยว่าจะให้รถหนักจนเกิดร่องรอยคล้ายรถที่บรรทุกคนจำนวนมากเมื่อรถม้าเคลื่อนห่างออกไป อัยน์นาก็สังเกตเห็นว่าทุกคนกำลังช่วยกันแยกชิ้นส่วนรถม้าอีกคัน แล้วนำแต่ละชิ้นกระจายวางตามจุดต่างๆ เอาดินกลบบ้าง เอาฟาง เอาเศษใบไม้ เอาเถาวัลย์กลบบ้างรอจนทุกคนกลบร่องรอยเรียบร้อยแล้ว ทอมก็แจกจ่ายถุงขนสัตว์หนานุ่มคนละสองถุง คนที่รูปร่างสูงใหญ่หุ่นหนาหน่อยอย่างราจีฟจะได้แจกมากถึงสี่ถุง อัยน์นากำลังจะถามคนข้างตัวว่าเอาสิ่งนี้มาทำไม ก็เห็นคนงานพากันสวมถุงที่ว่าทับรองเท้าแล้วเอาเชือกหนังรัดไว้แน่นหนาเมื่อลองสวมตามแล้วก้าวขาดู อัยน์นาถึงได้รู้ว่ายังมีวิธีการกลบร่องรอยที่ได้ผลชะงัดอยู่หนึ่งอย่าง นั่นคือ การป้องกันไม่ให้เกิดร่องรอยเสียตั้งแต่แรกเธอเหลียวมองตา ‘สามี’ อีกหน คราวนี้เขามองกลับด้วยดวงตาฉายแววเจ้าเล่ห์อย่างไม่ปิดบัง ดูก็รู้ ว่าสาเหตุหลักที่ผู้ชายคนนี้ส่งมาธากับโรสแยกไปอีกทางแทนการใช้งานคนของตัวเองไม่ใช่เหตุผลเรื่องการพรางร

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 112

    ‘...สงสัยอะไรค่อยคุยกันวันหลังเถอะ...’ แค่ได้ยิน คนฟังก็แน่ใจ ว่าอย่างน้อยๆ ไซรัสน่าจะได้ยินสองประโยคหลังเข้าเต็มๆทั้งๆ ที่เป็นอย่างนั้น เขากลับวางสีหน้าเรียบเฉย สั่งการผู้ติดตามเฉียบขาด คล่องแคล่ว ทำราวกับเรื่องพูดคุยลับหลังระหว่างเธอกับราจีฟไม่ได้สลักสำคัญอะไรแม้แต่น้อย ทำเอาราจีฟที่ตอนเห็นหน้าไซรัสยังเผลอสะดุ้งพลอยดูคล้ายจะลืมเรื่องที่เกิดขึ้น ดูจากสีหน้าท่าทาง...เผลอๆ ผู้ติดตามรายนี้จะลืมประโยคที่เธอจงใจพูดเพื่อให้หลงมาช่วยเธอค้นหาความจริงอีกแรงไปแล้วด้วยซ้ำหลังพูดคุยแบ่งหน้าที่กันเสร็จสรรพ ทุกคนก็รีบกินมื้อเย็นแล้วเก็บกวาด กลบกลิ่น จากนั้นก็ใช้ฝุ่นดินลบรอยเท้าไล่มาตั้งแต่รอบบริเวณบ้านเข้ามาจนถึงด้านใน ทั้งยังเอาข้าวของบางส่วนในโถงชั้นล่างที่โรสกับมาธาช่วยกันเก็บกวาดมาแล้วหนหนึ่งออกไปจัดวางให้ดูระเกะระกะ แล้วเป่าฝุ่นดินเข้าใส่ ลบร่องรอยการหยิบจับออกไปอย่างน่าพิศวงเห็นสภาพคล้ายรกร้างที่คนเหล่านี้จงใจทำแล้ว อัยน์นาก็ได้แต่บีบมือปลอบโรสกับมาธาที่สู้อุตส่าห์ช่วยเธอทำความสะอาดพื้นที่บางส่วนที่จำเป็นต้องใช้ อาทิ โถงรับประทานอาหาร ห้องครัว ทางเดิน บันได และห้องนอนบนชั้นสองและสาม“เท่า

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 111

    “ฉันเจอไซรัสครั้งแรกที่ย่านร้านค้า...วันนั้น ฉันโดนใช้ให้ออกไปซื้อทับทิมจากร้านผักผลไม้ที่อยู่คนละฟากกับตึกสี่ชั้น เราสบตากันครั้งแรกก็ตอนนั้น...” อัยน์นาทิ้งตัวลงนั่งบนรากไม้ใหญ่ที่โก่งลำสูงขึ้นราวเข่า ปากก็เล่าเรื่องราว ‘การพบกันแสนน่าประทับใจ’ ด้วยใบหน้าอาบรอยยิ้ม “ตอนนั้นเขาโดดเด่นกว่าใคร เขาดูสงบนิ่งภูมิฐานเหมือนขุนนางใหญ่แต่กลับเที่ยวเดินลอยชายในเมืองในสภาพปล่อยผมสีดำยาวเป็นอิสระ มองจากผมยาวเงางามกับผิวพรรณที่ดูสะอาดสะอี่...เขาเหมือนกวีราชสำนัก แต่กลับแต่งตัวคล้ายพวกนักเผชิญโชค ดูสมบุกสมบันขัดลักษณะท่าที ไซรัส...สามีฉัน มีส่วนผสมที่แปลกประหลาด แต่ในความประหลาด ในความแตกต่าง เขากลับดูดีกว่าใคร มองยังไงก็โดดเด่นจนละสายตาไม่ได้” คนตั้งใจมาสืบความวกเข้าเรื่องที่ต้องการถาม น้ำเสียงคล้ายชวนคุย “ตอนพบกันครั้งแรกไซรัสดูเป็นยังไงบ้างคะ เขาดูต่างจากที่ฉันเจอมาบ้างหรือเปล่า? ”“เขาน่ะรึ? ” ราจีฟทิ้งตัวลงนั่งบนรากไม้ฝั่งตรงข้าม ท่าทางผ่อนคลายมากขึ้น “ไซรัสตอนนั้นน่ะ น่ากลัวสิ้นดี” พูดแล้วนักสู้ผิวเข้มก็สะบัดหัวสะบัดตัวเหมือนขนลุกเมื่อนึกถึง“ยังไงคะ”“นิ่ง เงียบ ทรงอำนาจ ในมือไม่มีมีดไม่มีด

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 73

    น่าแปลกที่พ่อค้ามากเล่ห์ไม่แก้ไขเรื่องนี้ เขาจ้องตาเธอนิ่งค้าง ปล่อยให้เธอกุมมืออยู่อย่างนั้น คล้ายกับต้องการถามเน้นเสียงหาคำยืนยันเป็นครั้งสุดท้ายว่าคิดดีแล้วใช่หรือไม่เมื่อเห็นว่าเธอไม่พูดอะไร ผู้ชายร่างสูงคนนี้ก็ขยับมืออีกข้างที่ว่างอยู่ขึ้นกุมทับมือเธอข้างที่วางอยู่บนฝ่ามือมีแผล แล้วคลี่ยิ้มอบ

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 72

    เขาชูมือที่พันผ้าไว้หนาแน่นขึ้นให้ทุกคนดู คล้ายจำเลยยามวางหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ต่อหน้าศาล ก่อนเอ่ยประโยคสั้นๆ ที่ทำให้ท่านผู้หญิงและพี่สาวทั้งสองของเธอทำหน้าเหมือนเสียวไส้“กรีดฝ่ามือตัวเอง” จนตอนนี้อัยน์นาถึงเพิ่งนึกได้ว่าฝ่ามือเขามีแผลแผลนี้เธอเคยพันผ้าให้เขา ก่อนหน้านี้สติเธอเลือนรางเกินก

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 70

    ลูคัสมองตามแผ่นหลังคนเป็นนายพลางคิดใคร่ครวญเรื่องที่ไซรัสสอนสั่งเขาพอจะเข้าใจความหมายแสนกระจ่างชัด แต่ค่อนข้างแปลกใจที่อีกฝ่ายไม่พอใจถึงเพียงนี้จากที่เขาเห็น ผู้ที่เป็นทั้งนายและอาจารย์กับคุณหนูเจ้ากรมการเมืองผู้นี้ก็ดูรักใคร่ชอบพอกันดี ยิ่งท่าทีตอน ‘นายท่าน’ อุ้มร่างคุณหนูอัยน์นาวางลงบนเตียงตามท

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 68

    ไม่นึกว่าเขากลับทำเพียงประคองเธอลุกขึ้นนั่งอย่างเบามือ แม้จะโดนเธอปัดป้องขัดขืนสักแค่ไหนในวินาทีที่อัยน์นางุนงงเพราะท่าทีที่เปลี่ยนแปลงไปกะทันหัน ร่างอ้อนแอ้นก็โดนกอดรัดแล้วจุมพิต รวดเร็วจนเธอตั้งตัวไม่ทันทีแรกมันเป็นจูบแสนสุภาพนุ่มนวลเหมือนหนึ่งแตะไล้หยอกเย้า แต่พอเธอเริ่มดิ้น เริ่มทุบตี จิกเล็บ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status