Share

บทที่ 5

Penulis: Karawek House
last update Tanggal publikasi: 2025-08-15 15:31:08

“ไม่น่าเชื่อ ว่าพวกนั้นจะยอมง่ายๆ”

เสียงจากอารี เรียกให้ชายร่างสูงท่าทีภูมิฐานในห้องทำงานเรียบหรูดูกว้างขวาง ละความสนใจจากเอกสารบัญชี

เขาวางปากกาหมึกซึมด้ามจับเงางาม เงยหน้ามองชายผิวสีตรงหน้า แล้วขยับริมฝีปากหยัก ดูคมคาย ถามด้วยท่าทีสงบนิ่งดั่งรูปปั้น

“พวกพ่อค้าอัญมณีรายย่อยทั้งหมดตอบรับแล้วใช่ไหม”

“ทุกอย่างเป็นไปตามที่ท่านต้องการ มีสองสามรายลังเลไม่อยากเซ็นชื่อในสัญญาค้าขายกับท่านเพราะระแวงว่าวิธีการที่ท่านกำหนดให้กระจายสินค้าจะทำให้พวกเขาเสียประโยชน์ แต่พอข้าจะขอตัวกลับเท่านั้น พวกเขาก็รีบตอบรับ ยอมเซ็นสัญญาทันที”

อารีตอบพลางก้าวเข้ามายื่นปึกหนังสือสัญญาให้เขา

“ไม่เปิดม่านรึ?” ชายผิวสีถามพลางเหลียวมองม่านสีดำหนาทึบด้วยความประหลาดใจ “ท่านนี่ก็แปลก ฝั่งตรงข้ามมีหอนางคณิกาเลื่องชื่อ มีสาวๆ สวยๆ อยู่นับไม่ถ้วน กลับไม่ชายตาแลสักนิด พวกนางรึออกจะคอยสอดส่องมองท่านอยู่เนืองๆ โดยเฉพาะซามีร่า ดูท่านางจะพึงใจท่านไม่น้อย ลือกันว่าถ้าภายในหนึ่งเดือนหลังจากนี้ท่านไม่ชายตาแล นางจะงัดเอายาปลุกกำหนัดที่ช่วงนี้ซื้อขายกันลับๆ ในตลาดมืดมามอมเมาท่านทีเดียว”

“ผู้หญิงมักมาพร้อมเรื่องยุ่งยาก” เจ้าของห้องตัดบทพลางก้มหน้าก้มตาตรวจสอบเอกสารที่เพิ่งรับมา ตั้งแต่ลายมือชื่อไปจนถึงจนความถูกต้องสมบูรณ์ของเนื้อหาในหนังสือสัญญา ไม่มีส่วนใดเลยที่เขาจะคิดมองข้าม

เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี คนตรวจงานก็ออกปากชื่นชมคนมีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องนี้ด้วยสีหน้าพึงพอใจ

“ดีมาก เอกสารครบถ้วน ถูกต้องทุกอย่าง หลังจากนี้กิจการเราจะเติบโตขึ้นอีกมาก”

“ไซรัส” คนโดนชมเรียกชื่อเจ้าของห้องทำงานหรูหราทว่ามืดทึบด้วยน้ำเสียงเคารพยิ่ง “ข้าคิดว่ากิจการท่านโตเร็วเกินไป”

“ไม่ดีรึ?”

“ท่านจะกลายเป็นจุดสนใจ” อารีตอบเสียงเครียด “ข้าไม่ได้ร่ำเรียนมา อาจไม่ฉลาดนัก แต่ก็พอรู้มาบ้าง ว่าในโลกยุคนี้ สิ่งสำคัญในการทำธุรกิจใหญ่โตคือสิ่งที่เรียกว่ารากฐาน”

“เราสร้างรากฐานแล้ว อารี” ไซรัสเก็บเอกสารสัญญาระหว่างตนเองกับพ่อค้ารายย่อยใส่ลิ้นชัก แล้วใส่กุญแจไว้แน่นหนา

“ท่านไม่ใช่คนเขลา ท่านก็รู้ ที่ตอนนี้ทุกอย่างเป็นไปด้วยดีก็เพราะเราเป็นผู้ค้ารายใหญ่ พวกพ่อค้ารายย่อยกลัวเราปรับลดราคาอัญมณีโดยไม่สนใจใคร แถมยังกลัวว่าเราจะไม่ยอมแบ่งขายอัญมณีดิบคุณภาพสูงกว่าตลาดให้ ก็เลยแข่งกันเอาอกเอาใจท่านให้วุ่น” อารีเดินไปเปิดผ้าม่านด้านหลังคนเป็นนาย ปล่อยให้แสงสว่างลอดเข้ามา

ชายผิวคล้ำเหลียวมองลงไปด้านล่างอาคารเล็กน้อย

นอกจากด้านล่างจะมีกลุ่มคนยืนฟังนักขับลำนำขับกล่อมนิทานเพลงเรื่อง ‘ท่านหญิงกุหลาบทะเลทราย’ กลุ่มใหญ่แล้ว ที่หน้าประตูทางเข้าโถงด้านล่างซึ่งไซรัสเปิดเป็นร้านขายเครื่องประดับ อัญมณี และแพรพรรณ ยังมีพ่อค้ารายย่อยกับลูกค้าเงินหนาเดินเข้าออกกันขวักไขว่

“ร้านเรากำลังรุ่งเรือง สินค้าที่มีอยู่มากมายก็ล้วนดีเยี่ยมเป็นที่ต้องการของตลาด ในช่วงที่ทุกอย่างดูราบรื่นแบบนี้ ใครใครอาจเข้าหาท่าน คล้อยตามท่าน แต่สัญญาที่ร่างขึ้นบนผลประโยชน์และความกังวลเช่นนั้น จะคงทนอยู่รึ?” อารีละสายตาจากภาพในกรอบหน้าต่าง แล้วเดินดับตะเกียงให้คนเป็นนายด้วยท่าทีคุ้นชิน “ข้ากังวล ไซรัส พี่น้องข้าโดยเฉพาะลูคัสกับราจีฟเองก็กังวลเหมือนกัน ตอนนี้เรากลัวว่าถ้าวันไหนคนพวกนั้นมีอำนาจเหนือท่าน พวกเขาจะฉีกสัญญาทิ้ง แล้วปล้นชิงทุกอย่างที่ท่านลงทุนลงแรงสร้างมาไปจากท่าน”

“พวกเขาจะไม่มีวันมีอำนาจเหนือเรา”

“ใช่ว่าข้าไม่เชื่อใจท่านหรอกนะ ข้าแค่ไม่ไว้ใจคนอื่นเท่านั้น”

“ไม่มีอะไรต้องกังวลนักหรอก ทุกอย่างเป็นไปอย่างที่มันควรจะเป็น” ไซรัสก้มหน้าลงตรวจบัญชีต่อ บอกให้อารีรู้กรายๆ ว่าเขาไม่ต้องการคุยเรื่องนี้อีกต่อไป ผู้ติดตามผิวสีที่ตอนนี้เป็นดั่งแขนขาให้เขาจึงได้แต่ทอดถอนใจอยู่อย่างนั้น

ท่ามกลางความเงียบงัน อารีเหลียวมองที่ทับกระดาษลักษณะคล้ายก้อนหินทรงกลม สีแดงก่ำ บนโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งตัวใหญ่ซึ่งตกแต่งลายแกะสลักตามมุมโต๊ะเอาไว้ด้วยทองคำ แสงสว่างจากกรอบหน้าต่างบานกว้าง ขับให้อัญมณีสีแดงใส เปล่งประกายงดงามราวกับวัตถุล้ำค่าที่เสกสร้างจากสรวงสวรรค์

แม้แต่คนที่ไม่ว่าจะพยายามเรียนรู้วิธีตรวจสอบอย่างไรก็แยกระหว่างก้อนหินไร้ราคากับหินอัญมณีล้ำค่าไม่ออกอย่างอารีก็ยังแน่ใจ ว่าที่ทับกระดาษชิ้นนั้น เป็นทับทิมทั้งแท่ง

“อัญมณีจากดินแดนเร้นลับหลังแนวเขาสูงที่ครอบครองโดยพวกอสุรกายร้ายกาจ ช่างวิเศษนัก” ชายผิวสีอดชื่นชมไม่ได้ “น้ำงาม เนื้อใส สวยได้ทั้งๆ ที่ยังไม่ผ่านการเจียระไน”

“ในเขตแดนของพวกมนุษย์ก็อาจเคยมีของแบบนี้” ไซรัสหยิบก้อนทับทิมขึ้นโยนรับ ราวกับอัญมณีก้อนนั้นเป็นเพียงก้อนหินไร้ค่าก้อนหนึ่ง

“ฟังท่านพูดเรื่องดินแดนเร้นลับหลังแนวเขาสูงกับเขตแดนของมนุษย์ทีไร ก็อดรู้สึกแปลกๆ ไม่ได้” อารีขยายความต่อให้ โดยไม่ต้องรอให้คนเป็นนายถาม “ไม่เหมือนมนุษย์พูดถึงเขตแดนของมนุษย์ ฟังเหมือนอสุรกายกำลังค่อนแคะมนุษย์มากกว่า”

“หมายถึงสิ่งมีชีวิตในดินแดนเร้นลับหลังหุบเขาสลับซับซ้อนทางตอนเหนือของอาณาจักรนี้ ที่ว่ากันว่า เป็นเผ่าพันธุ์โบราณอยู่มานานเท่าๆ กันกับมนุษย์ อะไรนั่นใช่ไหม?”

“นั่นล่ะ”

ใบหน้านิ่งเฉยดั่งรูปสลักปรากฏรอยยิ้มที่มุมปากเมื่อได้ยิน

ชาวเวเนเซีย ตลอดจนอาณาจักรข้างเคียง ล้วนเชื่อถือเรื่องดินแดนเร้นลับหลังแนวเขาสลับซับซ้อน ก่อนหน้านี้ พวกเขาเชื่อกันว่า ที่แห่งนั้น เป็นสถานที่พำนักของเหล่าเทพ เทวดา แต่ช่วงสองสามปีก่อนหน้านี้ มีหมู่บ้านเล็กๆ หมู่บ้านหนึ่งใกล้แนวเขาที่ว่านั่นโดนอสุรกายร้ายกาจคุกคาม ชายผู้รอดชีวิตบังเอิญพบทหารลาดตระเวนชายแดนอาณาจักรอาเรนทร์ ก็เลยเข้าแจ้งความร้องทุกข์ ทหารลาดตระเวนไม่อยากล่วงล้ำอาณาเขตเวเนเซีย จึงส่งเรื่องไปยังทหารรักษาการชายแดนเวเนเซีย แล้วร่วมมือกันแกะรอยตาม ‘ตัวอะไรสักอย่าง’ เข้าไปในดินแดนเร้นลับหลังแนวเขา จนค้นพบฝูงสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดน่าหวาดหวั่นที่ดูเหมือนจะอยู่ภายใต้การควบคุมของเหล่าปีศาจปีกสีดำ

แล้วหลังจากนั้น ข่าวการค้นพบความจริงชวนใจหายว่า ‘ในดินแดนเร้นลับไม่ได้เป็นที่พำนักของเทพ เทวา หากแต่เป็นที่พักพิงของเหล่าปีศาจร้ายปีกดำมะเมื่อมและอสุรกายใต้อาณัติที่มีเลือดเนื้อ’ ก็แพร่กระจายไปทั่ว ตบหน้าเหล่านักบุญผู้ยึดมั่นในจารึกเกี่ยวกับเทพ เทวดา

เวลานี้ พวกเขาเชื่อว่า แท้จริงแล้ว เทพ เทวดา ในบทขับลำนำหรือจากรึกโบราณ ล้วนเป็นแค่จินตนาการฟุ้งซ่านของคนสมัยก่อนเท่านั้น และพวกเผ่าพันธ์น่าขนลุกในดินแดนลึกลับหลังแนวเขาก็ฉลาดพอจะใช้ความเชื่อเหล่านั้นให้เป็นประโยชน์มานานนับพันปี

ยิ่งคิดเรื่องเหล่านี้ ไซรัสก็อดขำไม่ได้

ไม่ว่าจะเป็นเมื่อก่อนหรือตอนนี้ มนุษย์ก็ล้วนคิดต่อเติมเอาเอง ทั้งๆ ที่ได้รู้ได้เห็นอะไรๆ ในดินแดนเร้นลับหลังแนวเขามาเพียงเล็กน้อยเท่านั้นไม่ใช่หรือ?

“บางทีข้าอาจเป็นเผ่าพันธุ์โบราณน่าหวาดหวั่นอะไรนั่นจำแลงมาก็ได้”

                ประโยคสั้นๆ จากริมฝีปากไซรัส ทำให้อารีขมวดคิ้วแน่นทันที

                “นั่นใช่เรื่องควรเอามาล้อเล่นรึ ตามตำนานตามเรื่องเล่าเราอยู่ร่วมโลกกับเผ่าพันธุ์โบราณที่แฝงตัวอยู่ในดินแดนเร้นลับมานับแต่โบราณกาลก็จริงอยู่ แต่ตอนนี้มนุษย์ทุกผู้ล้วนเกลียดชังเผ่าพันธุ์ที่ว่านี้ เพราะค้นพบว่าพวกมันไม่ใช่เทพ ไม่ใช่เทวดาอะไร แต่เป็นพวกปีศาจร้าย เป็นสิ่งมีชีวิตที่โหดเหี้ยม อำมหิต”

                “งั้นรึ?”

                สีหน้าเหมือนเพิ่งรู้จากไซรัสเรียกเสียงพ่นลมหายใจจากอารีได้เฮือกใหญ่

                “อย่าทำหน้าอย่างนั้น ไซรัส นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย” อารียกมือขึ้นกุมเหนือหัวเข็มขัดตามนิสัย ก่อนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง “อย่าลืมว่าถึงท่านจะสร้างเครือข่ายค้าขายอัญมณีจนผลักดันตัวเองกับพวกข้าขึ้นมาได้ภายในระยะเวลาแค่เดือนเดียว แต่ตัวท่านไม่ใช่ชนชั้นสูงของอาณาจักรนี้ เป็นใครมาจากไหนตัวตนไม่แน่ชัด จู่ๆ ก็เข้าเมืองมาพร้อมอัญมณีจำนวนมาก คนที่ติดใจเรื่องนี้มีไม่น้อย”

                “ข้าก็แค่นักแสวงโชคที่บังเอิญค้นพบช่องย่องขนสมบัติจากดินแดนที่พวกเจ้าเรียกกันว่า ‘ดินแดนเร้นลับหลังแนวเขา’ อะไรนั่น”

                “แต่คนอื่นจะไม่เชื่ออย่างนั้น” อารีนิ่งคิด ก่อนกล่าวแก้ “ไม่สิ พวกเขาอาจเชื่อ แต่อาจมีใครใช้เรื่องนี้เค้นถามที่มาอัญมณีหรือช่วงชิงแหล่งอัญมณีกับผลประโยชน์ที่สั่งสมไว้ไปจากท่าน ถ้ามีขุนนางขี้ฉ้อสักรายทำแบบนั้น แม้แต่ตึกแถวสี่ชั้นหลังนี้ที่ท่านเพิ่งได้มาก็อาจโดนริบไป”

                “นี่ใช่ไหม ที่ทำให้เจ้ากังวลเรื่องที่กิจการเราเติบโตเร็วจนน่าตกใจ” เขาถาม “กล่าวหาว่าข้าเป็นปีศาจจำแลงจากดินแดนเร้นลับ เอาตัวไปกักขัง ประหาร แล้วริบทรัพย์ นั่นรึ สิ่งที่เจ้ากังวล”

                “ใช่” ชายผิวสีตอบตามตรง “เพราะชะตาพวกข้า ขึ้นอยู่กับเรื่องนี้ด้วยเหมือนกัน...พวกข้าไม่อยากกลับไปเป็นอย่างเดิมอีกแล้ว ไซรัส เราต้องการอนาคต” อารียังคงกล่าวต่อไป “และข้าก็ขอบังอาจเตือน ว่าท่านก็ควรกังวลเรื่องนี้เช่นกัน” ผู้ติดตามผิวเข้มบอกสีหน้าจริงจัง “อย่าเข้าใจผิด ท่านเก็บพวกข้ามาจากชนชั้นล่างสุดในกลุ่มล่างสุด เป็นทั้งนายเป็นทั้งครูที่คอยชี้แนะสอนสั่งให้พวกข้าเปลี่ยนเป็นคนที่มีตัวตน มีเกียรติ เรื่องที่ท่านช่วยดึงพวกข้าขึ้นจากร่องคูข้างถนน ข้ากับพี่น้องซาบซึ้งและยินดีติดตามท่านไปตลอดชีวิต ต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟก็ไม่รังเกียจ ข้อนี้จะไม่มีวันเปลี่ยน แต่ถ้าเลือกได้ พวกข้าก็อยากให้อะไรๆ มันเป็นอย่างที่เป็นอยู่ในตอนนี้ไปเรื่อยๆ”

“ข้าเข้าใจความรู้สึกพวกเจ้าดี”

อารีค้อมศีรษะน้อมรับคำพูดนั้น ก่อนเอ่ยต่อไป

“แม้แต่ข้าที่เป็นชนชั้นล่างยังรู้ ว่านับตั้งแต่อาณาจักรอาเรนทร์กับอาณาจักรเราค้นพบความจริงเรื่องสิ่งมีชีวิตในดินแดนเร้นลับหลังแนวภูเขาสลับซับซ้อน ช่วงปีสองปีมานี้ มีผู้คนโดนกลั่นแกล้งด้วยข้อหาที่เกี่ยวพันกับพวกอสุรกายโบราณจากดินแดนเร้นลับมาแล้วตั้งไม่รู้เท่าไหร่

ท่านมาจากต่างเมืองอาจไม่เคยได้ยิน ก่อนหน้านี้มีสตรียากจนแต่โฉมงามยอมตกลงหมั้นหมายกับบุตรชายขุนนางใหญ่ท่ามกลางความไม่ชอบใจของใครหลายๆ คน พวกข้าเคยเห็นผู้หญิงคนนั้นลักลอบพบบุตรชายขุนนางใหญ่ต้นเรื่องในย่านร้านค้า มองปราดเดียวก็ดูออกว่าหญิงโชคร้ายนั่นช่างอ่อนโยนและเคร่งครัดในศีลธรรมจรรยา แล้วในแววตานางก็มีแต่ความรัก มีแต่ภาพบุตรชายขุนนางตรงหน้าเท่านั้น ตอนนั้นลูคัสประทับใจถึงขั้นไปเที่ยวสอบถามว่านางเป็นใครมาจากไหน หลังสอบถามดู เจ้านั่นก็ยิ่งประทับใจที่ได้รู้ ว่าหญิงสาวคนนั้นน่ะ นางทั้งจิตใจดีและไม่เคยทำตัวเสื่อมเสีย

นางเป็นผู้หญิงที่ดีมากคนหนึ่ง...น่าเสียดายนัก ที่สุดท้ายก็โดนกล่าวหาว่าเป็นแม่มดร้าย สมสู่กับอสุรกายจำแลงจากดินแดนเร้นลับ ทำคุณไสยใส่บุตรชายขุนนางเพื่อล้วงความลับเกี่ยวกับการสงครามให้ชู้รัก”

                ไซรัสนึกภาพตามได้ไม่ยาก

                “แล้วเรื่องนั้นมีมูลความจริงสักกี่มากน้อย?”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   ตอนพิเศษของตอนพิเศษที่ 1 โรสผู้รักและภักดี (จบ)

    ลักลอบกระทำการลับหลังคนอื่น ต่อให้แนบเนียนแค่ไหนก็ปกปิดคนตรวจนับจำนวนสินค้าไม่ได้บ่ายแก่วันหนึ่ง ขณะโรสลอบหยิบสมุนไพรที่ต้องใช้ออกมาจากห้องเก็บของก็โดนราจีฟจับได้คาตา โรสตกใจที่จู่ๆ ก็มีคนมาเห็นเข้า คนมีความผิดติดตัวจึงคิดจะวิ่งหนี แต่ราจีฟมือไวคว้าเอวเด็กสาวไว้ได้ แรงกระชากที่รุนแรงผิดมนุษย์มนาทำให้สมุนไพรที่ซุกซ่อนไว้ในตะกร้าสาดกระจายเต็มพื้น“ที่แท้ก็เป็นเจ้า! รู้ไหมว่าข้าต้องใช้เงินส่วนตัวแต่งบัญชี---”โรสรีบเขย่งปลายเท้าปิดปากราจีฟไว้ทันที ลืมไปเสียสนิทว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ในอ้อมแขนผู้ติดตามร่างยักษ์ โดยที่โรสไม่รู้ตัว ร่างเธอ ร่างราจีฟในตอนนี้ ยิ่งกว่าอิงแอบแนบชิดสัมผัสนุ่มหยุ่นบริเวณหน้าอกทำเอาราจีฟใบหน้าร้อนฉ่า หัวสมองตื้อตัน ไม่เพียงแต่สัมผัสโดนเท่านั้น ผู้ติดตามของนายหญิงยังเบียดตัวเข้ามาปิดปากเขา ทำให้ยิ่งรู้สึกถึงอกนุ่มนิ่มนั่นไม่ทันที่ราจีฟจะได้สติ เด็กสาวก็ลากตัวเขาเข้าหลบในห้องเก็บของใกล้ๆ“อย่าส่งเสียง นายหญิงกำลังเดินมา” เธอข่มขู่เสียงเบา ทำเหมือนถ้าราจีฟเอาจริงขึ้นมาแล้วตัวเองจะสู้แรงเขาได้ไม่ใช่ไม่รู้ข้อเท็จจริงข้อนี้ ชั่วขณะนี้เธอก็แค่มัวใส่ใจเรื่องที่สำคัญกว

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   ตอนพิเศษของตอนพิเศษที่ 1 โรสผู้รักและภักดี (2)

    “เดินไม่รู้จักดูทาง” ราจีฟบ่น สีหน้าฉายชัดถึงความรำคาญ “ว่างงานนักรึ อย่าคิดว่าเป็นคนสนิทนายหญิงแล้วจะทำอะไรก็ได้ ผู้ติดตามอย่างเจ้า คิดจะทำให้ภาพลักษณ์นายหญิงเสียหายงั้นรึ?”“คนอย่างโรส ผู้ติดตามหญิงของนายหญิง ต้องให้ยักษ์ที่เป็นแต่ใช้กำลังมาอบรมเรื่องมารยาทกับภาพลักษณ์รึ?”ราจีฟส่ายหน้าอย่างหัวเสีย “ปากแบบนี้ มิน่าถึงไม่มีผู้ใดมาชอบพอ ไม่เหมือนมาธาที่อ่อนโยนอ่อนหวานถึงปานนั้น”คนเพิ่งมาถึงส่งหีบไม้ทรงสี่เหลี่ยมกว้างยาวด้านละราวฝ่ามือให้หล่อน “ถ้าว่างนักก็ช่วยเอาชาสมุนไพรสูตรใหม่จากปัญจาปไปเก็บหน่อยเป็นไร เห็นข้าแบกลังสูงท่วมหัวตั้งขนาดนี้ ไม่มีน้ำใจจะคิดช่วยเหลือเลยรึ? ชาฉุนจัดพวกนี้ ท่านผู้หญิงแกรนเทรนท์เพิ่งให้คนจากคฤหาสน์เอามาส่งให้นายหญิงกับนายท่านลองชิม เผื่อว่าจะสนใจติดต่อมาค้าขาย”โรสเลิกคิ้วมองลังในมือคนงานชาย“ถ้าดีจริง นายท่าน อารี หรือลูคัสคงติดต่อมาขายไปแล้ว ต้องรอให้ท่านผู้หญิงแม่เลี้ยงของนายหญิงมาแนะนำเมื่อไหร่”“นี่เป็นชาปรุงสูตรใหม่ น้าสะใภ้ชาวปัญจาปของท่านผู้หญิงเพิ่งคิดค้น”“อ้อ...ตัวอย่างสินค้าเสนอขาย” โรสเข้าใจทันที“ยังจะทำตาลอยอีก เหอะ หลีก ไม่ช่วยก็หลบไป”คนอ

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   ตอนพิเศษของตอนพิเศษที่ 1 โรสผู้รักและภักดี (1)

    หลังพ้นวันแห่งความสับสน…อัยน์นาก็เขียนรายละเอียดเกี่ยวกับสมุนไพรแต่ละชนิด วิธีดึงสรรพคุณสูงสุด ข้อควรระวังในการใช้สมุนไพรชนิดนั้นๆ ตลอดจนวิธีบำบัดรักษาโรคเสื่อมสมรรถภาพที่ถูกต้องและได้ผลชะงัด มอบให้ราจีฟซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ติดตามคนสนิทที่ตอนนี้ไซรัสให้คอยติดตามไปทุกที่ต่างองครักษ์เพราะอยากให้ซึมซับวิธีการติดต่องานและการวางตัวตอนที่มอบสมุดจดรายละเอียดที่ว่าให้นักสู้ร่างใหญ่ เธอยังไม่ลืมกำชับด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนด้วยว่า “เผื่อจะเป็นประโยชน์ต่อกิจการ”ได้ช่วยสามีแบบอ้อมๆ แล้วอัยน์นาก็เบาใจ กลับไปใช้ชีวิตปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น...นายหญิงเบาใจ แต่โรสไม่ได้เบาใจ!ผู้ติดตามสาวหัวไวจากหมู่บ้านชานเมืองรายนี้ คอยเฝ้ามองนายหญิงผู้มีพระคุณตลอดเวลาด้วยความรักและปรารถนาดี จึงจับสังเกตได้ว่า ระหว่างนายท่านกับนายหญิงดูจะมีปัญหาบางอย่าง และปัญหาที่ว่านั้น ก็น่าจะเกี่ยวพันกับเรื่องที่นายหญิงศึกษาอย่างเคร่งเครียดในวันที่ทั้งคู่ดูจะมีปัญหาไม่เข้าใจระหว่างกันโรสใช้เวลาไม่นานในการปะติดปะต่อเรื่องราวแรกเริ่ม นายท่านมีปัญหาพูดยากที่เป็นกันมากในหมู่ผู้ชายสมัยนี้ แต่ไม่กล้าบอกนายหญิง ต่อมา นายหญิงก

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   ตอนพิเศษที่ 2 ความลับ (5)

    2.5ความลับของริชาร์ด ริชาร์ดประคองลูกสาวคนโตไปส่งให้เจ้าบ่าวที่สูงศักดิ์ที่สุดในรอบครึ่งทศวรรษด้วยใบหน้าอาบรอยยิ้มจางๆ ก่อนเดินกลับไปยืนเคียงข้างผู้หญิงที่แม้ตัวเขาจะไม่เคยรัก ก็นับได้ว่าผูกพันในฐานะสามีภรรยา เธลม่า แกรนเทรนท์ “เผลอแป๊บเดียว พริสซิลล่าก็แต่งงานออกไปอีกคนแล้ว” ท่านเจ้ากรมเปรยไม่ดังไม่เบา “อีกหน่อยก็คงถึงคราวแอนนาเบล” ริชาร์ดยิ้มน้อยๆ แต่นัยน์ตากลับดูเศร้า “แล้วสุดท้าย คฤหาสน์แกรนเทรนท์ก็จะเหลือพวกเราแค่สองคน...”เธลม่าเหลียวมองหน้าเขาเล็กน้อยหล่อนก้มลงมองแหวนแต่งงานบนนิ้วตัวเอง ก่อนตอบ“ค่ะ สุดท้ายก็เหลือเราแค่สองคน” ตอบแล้วหล่อนก็คล้ายจมลงในความคิดบางอย่างริชาร์ดพบว่าระยะหลังมานี้ หล่อนมักจะเป็นแบบนี้เสมอทว่าถึงจะจับสังเกตได้ ริชาร์ดก็ไม่ใส่ใจ และไม่อยากรู้สำหรับเขาแล้ว ตั้งแต่ต้นจนจบ พันธะที่มีต่อผู้หญิงคนนี้คือหน้าที่ต่อวงศ์ตระกูล และถ้าไม่นับเรื่องที่ครั้งหนึ่งเขาเคยเผลอตามใจตัวเอง ปล่อยเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างผู้หญิงคนเดียวที่เขารักให้เลยตามเลย ทั้งยังเคยมีความตั้งใจแรงกล้าที่จะยกย่องเธอขึ้นมาเป็นภรรยาอีกคนหนึ่งเมื่อนำเรื

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   ตอนพิเศษที่ 2 ความลับ (4)

    2.4ความลับของพริสซิลล่า พริสซิลล่าจ้องมองภาพหญิงสาวในชุดแต่งงานสีขาวทิ้งชายยาวลากพื้นในกระจกด้วยใบหน้าประดับรอยยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ใครต่อใครมักเห็นจนชินตา จนพาให้แอนนาเบลที่เริ่มจะแสดงออกทางความคิดความรู้สึกได้อย่างเป็นตัวของตัวเองและตรงไปตรงมามากขึ้นทุกที อดทักท้วงไม่ได้ “คุณพี่...ที่จริงแล้วคุณพี่มีความสุขจริงๆ หรือเปล่า” แอนนาเบลถาม ผ่านเรื่องราวมากมาย พริสซิลล่ากับแอนนาเบลเปลี่ยนแปลงไปคนละขั้ว พริสซิลล่าสงบเสงี่ยมขึ้น ส่วนแอนนาเบล...พูดให้สุภาพก็คือ มีชีวิตชีวาและเป็นตัวของตัวเอง พริสซิลล่าได้ยินคำถามแล้ว สีหน้าไม่เปลี่ยนเลยสักนิด “แต่งเข้าราชวงศ์ กลายเป็นเจ้าหญิง มีคู่ครองเป็นถึงองค์ชายที่รูปงามที่สุดในราชวงศ์ ผู้หญิงที่โชคดีอย่างนี้ ไม่ใช่ว่าควรจะมีความสุขหรือ?” พริสซิล-ล่าว่า “น้องเองก็เถอะ ทุกวันนี้มีคนดีๆ มากมายส่งจดหมายทาบทามสู่ขอ ทำไมถึงไม่เลือกเอาสักคน” “น้องคงรอเจ้าชายสักองค์มาตกหลุมรักกระมัง” แอนนาเบลตอบเชิงกระเซ้า ผู้คนทั้งอาณาจักรไม่มีใครไม่รู้ว่าองค์ชายทรงเสน่ห์ที่กำลัง

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   ตอนพิเศษที่ 2 ความลับ (3)

    2.3ความลับของเซรีน่า ข้าเป็นธิดาคนโตของท่านพ่อและท่านแม่ นับตั้งแต่แรกเกิด ใครต่อใครต่างพูดกันว่าทุกกระเบียดนิ้วของข้าล้วนถอดแบบมาจากมารดา นั่นทำให้พวกผู้ใหญ่ยิ่งรักและเอ็นดูข้า กล่าวกันว่า ในไม่ช้าข้าจะเติบโตขึ้นเป็นยอดหญิงงาม ที่จริงแล้วข้าไม่อยากเป็นยอดหญิงงามชีวิตหญิงงามนั้นยุ่งยากไม่น้อย วัดจากการที่ท่านแม่โดนท่านพ่อก่อกวนไม่เว้นวันจนแทบจะไม่มีเวลาส่งข้าเข้านอน วัดจากการที่ท่านน้าไซคีมีผู้ส่งสารมาสู่ขอมิได้ขาด ต้องลำบากคอยหาเหตุผลที่เข้าทีมาปฏิเสธอย่างรักษาน้ำใจ และวัดจากที่ไอรีน ข้าหลวงที่รับหน้าที่ติดตามดูแลข้าโดนเหล่าองครักษ์ในวังก่อกวนไม่เว้นวันด้วยข้าวของสารพัดสารพันและดอกไม้จำนวนนับไม่ถ้วน ข้าพบว่าชีวิตของเหล่าสตรีอย่างองครักษ์หญิงทั้งหลายของข้ายังน่าพิสมัยกว่ากันเยอะ! พวกนางไม่มีใครมาก่อกวนวุ่นวาย ไม่มีใครมาคอยทำให้หนักใจ จึงมีเวลาฝึกฝนตนเองจนเก่งกาจ ข้าอยากเป็นสตรีเก่งกาจมากกว่ายอดหญิงงาม! ข้ามีความลับอย่างหนึ่งที่ท่านแม่บอกว่า...อย่าเอ็ดไป ท่านแม่ของข้าแม้จะดูอ่อนโยนใจดี ทว่าแท้จริงแล้วท่านแม่ฝึกฝนร่างกายฝึกฝนศิลปะการ

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 91

    ห้องครัวในอาคารหลังนี้ เป็นห้องขนาดกลาง แฝงตัวอย่างเร้นลับทางมุมขวาของตัวอาคาร โดยตั้งอยู่ลึกเข้าไปจากห้องกว้างที่มีเพียงโต๊ะไม้ตัวยาวขนาดราวสามสิบที่นั่งและภาพเขียนประดับผนังรูปเทือกเขาแสนสมจริงแม้จะตั้งอยู่ชั้นล่างสุดเช่นเดียวกับโถงซึ่งเปิดเป็นร้านอัญมณีและแพรพรรณ แต่มองจากด้านหน้าร้าน กลับดูไม่

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 89

    หลังจากที่อัยน์นาก้าวขาเข้าห้องนั่งเล่นได้ไม่นาน ไซรัสก็เริ่มเปรยเรื่องขอตัวพาเธอกลับทันที โดยอ้างว่ามีงานมากมายรอให้สะสาง ทั้งยังอยากแนะนำ ‘นายหญิง’ คนใหม่ ให้ทุกคนรู้จักโดยเร็วท่านผู้หญิงไม่ได้พูดอะไรกับเธอเลยสักคำ ที่ทำมีเพียงจ้องมองเธอด้วยแววตาแบบเดียวกับที่เธอเห็นมาตั้งแต่เด็ก แต่อัยน์นาไม่ใส

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 86

    “ไม่มีใครเข้ามาหรอก” พ่อค้าหน้าไม่อายตัดบท ก่อนเอ่ยประโยคที่ชวนให้คนร่างเล็กกว่าตัวแข็งค้าง “ตอนใกล้รุ่งมาธามาส่งเสียงเรียกกล้าๆ กลัวๆ ฉันเลยออกไปบอกให้แล้ว ว่าเธอยังหลับอยู่...แล้วก็น่าจะอยากพักผ่อนอีกนาน ไม่อยากให้ใครมารบกวน บอกจบก็ปิดประตูลงกลอนเผื่อไว้ กันไม่ให้ใครทะเล่อทะล่าเข้ามาทำเธอตื่น” มอ

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทนำ

    แถบผ้าเนื้อโปร่ง สีแดงจัด ไล้ผ่านเอวขาวนวลคอดกิ่วอย่างเอื่อยเฉื่อยยามร่างระหงสะบัดส่ายไปมาตามจังหวะกลองรูปร่างกลมแบนขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กในมือนักดนตรีผิวคร้ามแดด ทุกครั้งที่เจ้าหล่อนเคลื่อนไหว หน้าอกสล้างใหญ่ใต้แถบผ้าแพรกระจ้อยร่อย จะกระเพื่อมไหว เต้นเร่า ราวกับส่วนแน่นหนันชวนอึดอัดนั้น ต้องการขึ้นมาอ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status