แชร์

บทที่ 88

ผู้เขียน: Karawek House
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-28 18:19:42

แม้จะไม่อยากต้องรู้สึกเหมือนกำลังเดินตามเส้นทางที่พ่อค้าน่าโมโหขีดให้เดิน แต่เพราะคำนวณแล้วว่า กว่าที่พวกสาวใช้จะยอมปล่อยเธอจากหน้ากระจกใครต่อใครก็คงผละจากโต๊ะอาหารกันหมดแล้ว คนเพิ่งผ่านพิธีแต่งงานจึงยอมปล่อยให้ตัวเองเอนหลังละเลียดอาการเช้าบนเตียงอย่างที่สตรีชั้นสูงที่แต่งงานแล้วบางส่วนนิยมทำ ในใจก็ครุ่นคิดว่าควรเดินหมากกระดานนี้ต่อไปอย่างไร

เธอจินตนาการไว้เป็นฉากๆ วางแผนผังทางหนีทีไล่ในใจไว้มากมาย คาดหวังว่าต่อไป จะรับมือคนเจ้าเล่ห์รอบจัดที่ตอนนี้น่าจะกำลังสวมหน้ากากรอยยิ้มพูดคุยกับสมาชิกตระกูลแกรนเทรนท์ ได้ดีกว่านี้

หลังจากนี้คงต้องไปอยู่ที่ตึกสี่ชั้นนั่น... พอคิดถึงตรงนี้ ก็อดใจหายไม่ได้

เธอไม่ได้ผูกพันกับห้องนี้สักเท่าไหร่ ไม่ได้หวงแหนอะไร เพียงแต่อดรู้สึกไม่ได้ว่ากำลังจะโดนพรากจากอกแม่

อยู่ที่นี่ จะอย่างไรก็ยังรู้สึกว่าได้อยู่ใกล้ๆ แม่

เธอเห็นภาพจินตนาการเกี่ยวกับแม่ในกระจกเงาทุกบาน เดินผ่านโถงชั้นล่างหรือกรวดเม็ดไหนก็นึกเสมอว่าครั้งหนึ่งแม่ผู้ให้กำเนิดเคยเดินผ่าน

สิ่งเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ เป็นสิ่งเดียวที่ชุบชูใจให้เธอมีพลัง...จู่ๆ ต้องแยกจากไปแบบนี้ ก็อดใจสั่นไม่ได้

เจ้าของร่างอ้อนแอ้นปล่อยให้พวกสาวใช้ช่วยอาบน้ำแต่งตัวด้วยหัวใจอ่อนไหว จนแต่งเนื้อแต่งตัวเสร็จสมใจกลุ่มคนที่มาห้อมล้อมราวกับต้องการช่วยกันดูแลเธอเป็นครั้งสุดท้าย หลังสวมกอดอำลาทุกคน คุณหนูคนเล็กของคฤหาสน์ก็ยกชายกระโปรงออกจากห้อง มุ่งหน้าเข้าหาห้องนั่งเล่นที่ทุกคนน่าจะนั่งอยู่รวมกันในเวลานี้

วันนี้อัยน์นาสวมชุดสีเหลืองอ่อนขับผิวชวนให้นึกถึงดอกพริมโรสกลีบบางสวย ผมยาวเหยียดถูกเกล้าขึ้นสูงแล้วปล่อยลอนผมทิ้งตัวไล่ระดับลงมาเหมือนพวงดอกไม้ ที่คอ แขน และเอว ล้วนมีบุษราคัมเม็ดเขื่องประดับไว้อย่างเรียบง่ายทว่างดงาม

ก่อนหน้านี้ เธอมัวคิดหลายๆ เรื่องก็เลยไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่พอมองเห็นเงาสะท้อนตัวเองในหุ่นนักรบสวมชุดเกราะโลหะขัดเงา ก็อดตกใจไม่ได้

หรูหราเกินไป... เธอไม่รู้ว่าใครเป็นคนเตรียมเสื้อผ้าและเครื่องประดับชุดนี้ให้ แต่มันช่างหรูหราฟู่ฟ่าจนน่ากลัวเกินไปแล้ว

“หนูตกถังข้าวสาร” น้ำเสียงขุ่นเคืองจากพริสซิลล่า เรียกให้อัยน์นาละความสนใจจากภาพร่างตัวเองทันที

เธอค่อยๆ หันหลังกลับไปหาเจ้าของเสียงช้าๆ แล้วโปรยยิ้ม...

“คุณพี่...” กำลังจะขยับริมฝีปากขอบคุณสำหรับคำเรียกแสนจริงใจ สายตาก็สังเกตเห็นดวงตาแดงก่ำ กับขอบตาดำคล้ำบวมเป่งจนเครื่องสำอางกลบไม่มิดเข้าเสียก่อน

พอเห็นอีกฝ่ายย่ำแย่ถึงขนาดนี้ อัยน์นาก็อดใจหายและรู้สึกแย่ไม่ได้ ความโกรธทั้งหมดที่มี คล้ายจะละลายหายไปจนหมด

“ผู้หญิงน่ารังเกียจ” พริสซิลล่าบอกเสียงสั่น “ทำไมโลกนี้ต้องมีผู้หญิงซาเมียร์คนนั้น ทำไมคุณพ่อต้องให้แกเกิดมา”

อัยน์นาจ้องลึกลงในตาพี่สาวต่างมารดาที่ตอนนี้ดูผอมลงจนน่าสงสาร แล้วตอบด้วยความจริงใจ

“ขอโทษค่ะ...ขอโทษจริงๆ ที่ดิฉันเกิดมา”

“ฉันไม่ให้อภัย!”

“แต่ดิฉันให้อภัยคุณพี่ค่ะ” ว่าจบ อัยน์นาก็ย่อตัวลงทำความเคารพแล้วขยับตัวแยกออกมาทั้งอย่างนั้น ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าทำไมตัวเองถึงน้ำตาคลอ

ก่อนเดินห่างออกไปไกล เมื่อเหลียวกลับไปมองข้างหลัง เธอก็ได้เห็นภาพที่ตัวเองไม่คิดว่าจะได้เห็น

พริสซิลล่าที่เอาแต่เกรี้ยวกราดเสมอ...ยืนนิ่งค้าง...หลั่งน้ำตา...

เพราะภาพสะเทือนใจและความรู้สึกสับสนในอก ก่อนที่จะก้าวขาเข้าไปหาคนอื่นๆ ในห้องนั่งเล่น อัยน์นาจึงเลือกเดินผ่านห้องนั้น มุ่งหน้าลงไปยังสวนกุหลาบด้านหลังคฤหาสน์

วันนี้ในสวนแห่งนี้มีหยดน้ำพราวไปทั่ว ทำให้ที่นี่ยิ่งดูงดงามเหมือนภาพฝัน

ท่ามกลางดอกกุหลาบสีแดงจัดจำนวนนับไม่ถ้วน พุ่มไม้ดัดตัวแทนแม่ที่ล่วงลับยังคงยืนเด่นอย่างงามสง่าอยู่ที่เก่า

เหมือนเทพธิดา ดูอ่อนโยน แสนดี...

เห็นแบบนี้แล้ว เธอก็เริ่มสับสน และสงสัย ว่าถ้าแม่เธอมองอยู่ จะเสียใจหรือว่าดีใจ ที่ลูกสาวทำให้คนอื่นต้องหลั่งน้ำตาแบบนี้

น้ำตาจากพริสซิลล่า ทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองช่างโหดร้าย ยิ่งนับวันก็ยิ่งโหดเหี้ยมต่อทั้งตัวเองและคนอื่น ไม่ต่างอะไรไปจากปีศาจ

ปีศาจ...? เธอเลื่อนมือขึ้นแตะบริเวณหัวใจโดยอัตโนมัติ

ทั้งๆ ที่หัวใจยังคงเต้น แต่เธอกลับรู้สึกว่าสิ่งที่เต้นตุบๆ อยู่ใจกลางหว่างอกไม่ใช่หัวใจ

“แม่คะ...ตอนนี้ช่วยอย่ามองได้ไหม” เธอบอกเสียงแผ่ว สายตาจ้องใบหน้าเทพธิดาใจกลางสวน ราวกับพุ่มไม้ดัดพุ่มนี้มีชีวิต ยิ่งคิดว่าแม่ผู้ให้กำเนิดอาจคอยเฝ้าดูก็ยิ่งรู้สึกแย่มากขึ้น

ต้องมองดูลูกสาวตัวเองกลายเป็นคนแบบนี้ แม่ที่จิตใจอ่อนโยนจะเจ็บปวดสักแค่ไหน...

สายลมเย็นชื่นพัดโอบรอบกายเธอในวินาทีนั้น มันเหมือนคำปลอบโยนไร้เสียง ช่วยชำระล้างและชุบชูหัวใจที่บอบช้ำ

เจ้าของร่างอ้อนแอ้นในชุดกระโปรงสีอ่อนหลับตานิ่ง เนิ่นนานนัก จึงลืมตากลับมองสบตา ‘แม่’

“หนูคิดว่า...ควรจะละวางบางเรื่องสักที” เธอกระซิบกระซาบกับสายลม ปล่อยให้ทุกความโกรธ ความกดเก็บ ความน้อยใจ ปลิวไปกับสายลมละมุน ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเบามากเท่านี้

อัยน์นายังยืนอยู่นาน...นานจนสายลมสงบ จึงค่อยหมุนตัวเดินกลับเข้าคฤหาสน์เพื่อเผชิญหน้ากับภารกิจที่ตัวเองเริ่มไว้ด้วยหัวใจอีกดวง

เธอจะอภัยให้ผู้หญิงสามคนในคฤหาสน์นี้...และจะเลิกเก็บเรื่องที่ชวนให้ไม่สบายใจมาคิดเสียที

ต่อจากนี้ ในใจเธอมีแค่เรื่องช่วยเหลือพ่อบังเกิดเกล้าเท่านั้น

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 97

    “อยู่ที่นี่เราไม่เรียกต้นห้อง ไม่เรียกสาวใช้ ไม่เรียกคนรับใช้ ทุกคนอยู่ในฐานะพนักงานค่ะ” อัยน์นาอธิบาย “แต่ละคนจะมีหน้าที่รับผิดชอบคนละอย่าง ไม่ก้าวก่ายภาระการงานกันและกัน ไม่มีการใช้งานเกินหน้าที่”“ฟังดูเป็นระบบแบบพ่อค้าพ่อขายเต็มที่เลยนะคะ” คนฟังออกความเห็นอย่างอดไม่ได้อัยน์นาหัวเราะเบาๆ น้ำเสียงฟังดูสบายๆ ดูสดใสจากใจจริง“ก็ฉันเป็นภรรยาพ่อค้านี่คะ”“แต่เป็นพ่อค้าที่มีความสามารถ แล้วก็สง่างามเสียยิ่งกว่าขุนนางคนไหน” มาธากล่าวแก้พออีกฝ่ายพูดถึงไซรัสขึ้นมาแบบนี้ อัยน์นาก็เหมือนไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดีแตกต่างจากมาธา ที่ดูเหมือนจะมีเรื่องอยากพูดเต็มไปหมด“หลังจากคุณหนูขึ้นรถม้าออกจากบ้านมา ท่านผู้หญิงก็เรียกดิฉันเข้าไปพบ” มาธาเริ่มเล่า น้ำเสียงอัดอั้น “ท่านพูดไม่ทันจะจบ ดิฉันก็เดาได้ ว่าอยากกดดันให้ออกจากบ้าน ดิฉันก็เลยชิงลาออกมา”“ตายจริง” อัยน์นาไม่ได้ตกใจ เธอรู้สึกแย่แทนมาธาต่างหาก มาธาทำงานอยู่ที่นั่นตั้งแต่ยังเล็ก อยู่มาตั้งแต่ก่อนที่เธอจะเกิดเสียอีก เรียกได้ว่าเป็นคนเก่าคนแก่คนหนึ่ง ต่อให้มาธาเคยเป็นต้นห้องให้เธอตามคำสั่งเจ้ากรมการเมืองแล้วอย่างไร นั่นใช่เหตุผลที่ท่านผู้หญิงควรแล้

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 96

    เมื่ออัยน์นาคล้อยหลัง ไซรัสก็ออกจากห้องนอน เดินลงบันได มุ่งหน้าเข้าหาห้องทำงานช่วงที่เดินผ่านห้องรับรองห้องใหญ่ซึ่งเวลานี้ปิดประตูแน่นสนิท เขาอดคิดไม่ได้ ว่านายหญิงคนใหม่ของอาคารหลังนี้คงไม่อยากให้เขาหรือใครเข้าไปรบกวน เพราะต้องการใช้บ่ายวันนี้เฟ้นหาคนงานหญิงคนใหม่ที่ตัวเองจะไว้ใจได้...ฟังจากที่เธอพูดวันนี้ เขาก็เดาออกทุกอย่างอัยน์นารู้แล้วว่าที่นี่วางระบบการทำงานไว้ลงตัวดีอยู่แล้ว จึงตระหนักว่าไม่ควรก้าวก่ายให้วุ่นวาย ทั้งอย่างนั้นก็เต็มใจจะรับคนงานหญิงเข้ามาตามที่เขาเสนออีกสองรายมองเผินๆ เหมือนจะทำเพื่อรักษาน้ำใจคนที่มาสมัครงาน และเป็นการถนอมน้ำใจ รับความปรารถนาดีจากเขาด้วยการยอมรับคนเข้ามาช่วยดูแลตัวเธอเองในเรื่องจุกจิก อาทิ การเตรียมน้ำให้อาบ การเตรียมเสื้อผ้า การช่วยแต่งตัวแต่งหน้า การคอยเป็นตัวกลางติดต่อระหว่างเธอกับใครต่อใครแต่เขาแน่ใจว่าไม่ใช่แบบนั้นด้วยลักษณะนิสัยอย่าง ‘คุณหนูอัยน์นา’ เอาเข้าจริงแล้ว สาวน้อยแรกแย้มนางนี้ ก็แค่อยากให้ที่นี่มีคนที่เรียกได้ว่าเป็นคนของตัวเองจริงๆ เสียบ้างพ่อค้าหนุ่มเดินเข้าห้องทำงาน ทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ตัวเดิมที่นั่งมาร่วมสองเดือนครึ่ง จ้อ

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 95

    ดูไซรัสจะแปลกใจไม่น้อยเพราะสิ่งที่เธอพูดเขาประคองร่างเธอให้หันหน้าเข้าหา จ้องลึกลงในตา“คนงานหญิง?”“ค่ะ” อัยน์นาตอบด้วยรอยยิ้มเหมือนเคย ทั้งที่ตอนนี้ นอกจากจะสงสัยว่าเขาจะถามทำไมแล้ว ในใจยังนึกหวั่นว่าเขาจะคิดอะไรพิเรนทร์ๆ ขึ้นมาจริงๆ “ทำไมเหรอคะ”“ทำไมถึงเรียกว่าคนงานหญิง”เพราะแววตาเขาดูสนใจใคร่รู้มากกว่าจะคิดอย่างอื่น อัยน์นาถึงค่อยผ่อนคลายลง“ก็ที่นี่ไม่มีคนรับใช้ชายไม่ใช่เหรอคะ” เธอคิดอย่างนี้จริงๆ “ในเมื่อที่นี่ไม่มีคนรับใช้ จะให้เรียกคนงานที่รับเข้ามาใหม่ว่าสาวใช้ได้ยังไงกัน ทั้งดูแปลกๆ ทั้งดูไม่ยุติธรรมยังไงก็ไม่รู้”“แต่ถ้าดูตามหน้าที่ ก็ควรเรียกสาวใช้ไม่ใช่รึ”“ถ้าดูจากสถานการณ์ของคุณ ฉันว่าไม่ควร คุณคงไม่อยากให้ทุกคนที่ทำงานที่นี่อยู่ก่อนแล้วกับคนที่จะรับเข้ามาใหม่เกิดสับสน วางตัวลำบาก หรือแบ่งแยกชนชั้นกันใช่ไหมคะ” บอกแล้ว เจ้าของร่างอ้อนแอ้นก็รีบเลื่อนมือขึ้นกุมมือแข็งแกร่ง แล้วกลับหลังหันตั้งใจจะพาตัวเองกับชายคนนี้ออกจากสถานการณ์ล่อแหลม แต่กลับโดนอีกฝ่ายดึงเข้าสวมกอดจากด้านหลัง “ภรรยารอบคอบอย่างนี้ เห็นทีต่อไปคงต้องรบกวนให้ช่วยดูแลเรื่องคนงานแทนซะแล้ว” ลมร้อนๆ ที่ราดร

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 94

    หลังร่วมโต๊ะอาหารกลางวันในห้องไม่ใหญ่ไม่เล็กบนชั้นสอง ไซรัสก็พาเธอเดินสำรวจอาณาจักรที่เขาครอบครองด้วยตัวเอง นัยว่าถ้าติดใจสงสัยเรื่องไหนให้ถามเขาได้เต็มที่ และอัยน์นาก็ยินดีใช้สิทธิ์นี้แม้จะรู้ดีว่าทุกสิ่งที่เขาพูดล้วนเป็นเพียงสิ่งที่เขาอยากให้เธอได้ยิน อยากรู้...ว่าเขาจะอธิบายข้อสงสัยยิบย่อยในใจเธออย่างไรบ้างเขาพาเธอเดินดูทุกอย่างไล่จากตึกแถวสามชั้นสองหลังที่เพิ่งซื้อ...ตึกแถวทั้งสองหลังที่ว่านี้ตั้งโอบรับตึกหลักซึ่งปลูกเป็นอาคารสี่ชั้นที่ใหญ่โตโอ่โถงกว่าอาคารจำนวนชั้นเท่ากันหลังอื่นๆ ถึงหนึ่งในสามเท่า มองภาพรวมจากลานน้ำพุแล้ว ตึกแถวสามชั้นทั้งสองหลังชวนให้นึกถึงภูเขาสองลูกย่อมที่หนุนอยู่หลังเขาลูกใหญ่ คำอธิบายที่หลุดลอดจากริมฝีปากไซรัสไม่มีอะไรน่าสนใจ พวกมันฟังดูเหมือนสิ่งที่พ่อครัวกับโทมัสและคนงานรายอื่นๆ เคยพูดไม่มีผิด ชวนให้เดาได้ว่าเขาน่าจะเคยอบรมผู้ติดตามและคนงานเกี่ยวกับการตอบคำถามเรื่องเหล่านี้ถัดจากด้านนอกตัวอาคารคือโถงกว้างที่ดัดแปลงเป็นร้านค้า อัยน์นาพบว่าไซรัสแบ่งพื้นที่ส่วนนี้เป็นสองส่วนเท่าๆ กัน ไม่ขาดไม่เกินแม้แต่น้อย ส่วนหนึ่งค้าขายแพรพรรณ มีโต๊ะให้คำปรึกษาเรื่องบริ

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 93

    อันที่จริง ก่อนที่จะแต่งงาน ท่านเจ้ากรมเรียกเธอเข้าไปคุยทุกเรื่องเกี่ยวกับ ‘ว่าที่ลูกเขย’ มาแล้ว และเธอก็ยืนยันไปแล้ว ว่าไม่ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น เธอก็จะเลือกอาณาจักรนี้และพ่อบังเกิดเกล้าไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เขาบอกว่าเป็นชนชั้นล่างในหมู่ชนชั้นล่างของอาณาจักรนี้ เรื่องที่บอกว่าเอาอัญมณีมาจากที่ไหน เรื่องที่บอกว่ารู้จักกับใครที่ไหนอย่างไรบ้าง ต้องการอะไร มีแผนการมีความคิดความอ่านแบบไหน กระทั่งข้อมูลทุกอย่างที่สืบค้นได้ด้วยตัวเอง ท่านเจ้ากรมก็บอกเธอหมดแล้วทุกเรื่อง“ท่านได้เล่าให้ฟังไหม ว่าอัญมณีในร้านนี้ มาจากไหน”“เรื่องนี้คุณพ่อไม่ได้พูดถึงหรอกค่ะ”ไซรัสค้นลึกลงในตาเธออัยน์นาคลี่ยิ้มอ่อนหวานให้คนตรงหน้า แน่ใจว่าเขาจะไม่พบร่องรอยอะไร “ทำไมจู่ๆ ถึงถามเรื่องพวกนี้ล่ะคะ”“เพราะฉันอยากรู้ ว่าต้องเริ่มเล่าอะไรต่อมิอะไรให้เธอฟังตั้งแต่ตรงไหน” บอกแล้ว คนพูดเหมือนจะไขทุกข้อข้องใจให้เธอวันนี้ ก็โอบเอว พาเธอเดินไปนั่งเก้าอี้ตัวที่ตั้งอยู่ใกล้ที่สุด “อัญมณีทุกชิ้นที่เรามี มาจากแหล่งอัญมณีนอกอาณาจักร” เขาขยับริมฝีปากเล่า น้ำเสียงจริงจัง “พวกมันมาจากโพรงดินหลังแนวเขาทางตอนเหนือของอาณาจักรนี้...พ

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 92

    “นายท่านมีเรื่องอยากปรึกษานายหญิง...” ผู้จัดการร้านหนุ่มขยับริมฝีปากพูด หลังนิ่งงันไปชั่วครู่“พอจะรู้ไหมจ๊ะ ว่าเรื่องอะไร” เธอเจตนาถามลองเชิงไม่แปลกใจนักที่อีกฝ่ายเลือกคลี่ยิ้มน้อยๆ แล้วผายมือคล้ายเชื้อเชิญให้เธอเดินนำออกจากห้องครัว พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงนอบน้อม “เชิญนายหญิงที่ห้องทำงานนายท่านดีกว่า นายท่านน่าจะตอบคำถามนี้ได้ดีกว่ามากนัก”คนคนนี้มีส่วนคล้ายคนน่าโมโหนั่นจริงๆ นั่นแหละอัยน์นาพยักหน้าน้อยๆ ให้อีกฝ่ายแทนการรับรู้ ก่อนก้าวขาเดินนำอย่างไม่รีบร้อน สองขาก้าวไป ในใจก็อดคิดไม่ได้ ว่าหลักการ ‘ดูนายให้ดูบ่าว’ ที่มีมาแต่โบราณช่างน่าอัศจรรย์นายบ่าวมักเรียนรู้จากกันและกัน...คนเราจะสนิทสนมรู้ใจกันได้ ต้องมีบางสิ่งคล้ายคลึงกัน...ทั้งๆ ที่เรื่องเหล่านี้เป็นเพียงหลักการง่ายๆ แต่กลับใช้ดูคนได้แม่นนักอัยน์นาก้าวขาเดินตามการชี้นำจากคนเดินตาม มุ่งหน้าเข้าหาสถานที่ที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามีใครรออยู่ ไม่นานนักก็มาถึงห้องห้องหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวที่สุดทางเดินกรุพื้นและผนังสีดำสนิทแค่ดูจากข้างนอก เธอก็พอจะเดาออก ว่าห้องที่อยู่ด้านหลังประตูบานคู่สลักลายขนปีกสวยแปลกตาห้องนี้ กว้างขว

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status